26/04/2021

ทำความเข้าใจในสถานการณ์ของวัคซีน Covid-19 (ฉบับย่อ)

          ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ Covid-19 ที่ยาวนานมากกว่า 1 ปีมานี้ เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงฝากความหวังไว้กับวัคซีนที่จะสามารถป้องกันเราจากเจ้าเชื้อไวรัสได้ ทั่วทั้งโลกจะได้ใช้ชีวิตโดยปราศจากความวิตกกังวลและการเจ็บป่วยได้เสียที แต่ด้วยความใหม่ของไวรัส สิ่งที่สถาบันวิจัยทั่วโลกทำได้คือการเริ่มต้นค้นคว้าข้อมูลการวิจัยเชื้อ Covid-19 ใหม่แทบทั้งหมด เพื่อหาหนทางการรักษาและป้องกัน จนในที่สุดก็ได้คิดค้นวัคซีนต่อต้าน Covid-19 หรือ ไวรัสโคโรนาซาร์โควี-2 (SAR-CoV-2) ได้สำเร็จ จากหลากหลายกระบวนการและกลุ่มทดลอง ทำให้ผลลัพธ์ของวัคซีนที่ผลิตออกมาในตอนนี้มีเปอร์เซ็นต์ในการต่อต้านเชื้อ การเก็บรักษา อาการข้างเคียง และราคาที่ต่างกันออกไป

 


ที่มาของภาพ :freepik.com

          จากข้อมูลปัจจุบันชนิดของวัคซีน Covid-19 สามารถจำแนกได้จากกระบวนการผลิตที่มีการผลิตมากที่สุด 4 ชนิด วันนี้เราจะมาอธิบายอย่างเข้าใจง่าย ๆ ให้เห็นถึงความแตกต่างของวัคซีนแต่ละชนิดกันค่ะ

          1.Inactivated Virus Vaccine เป็นกระบวนการผลิตวัคซีนที่มีมานาน ทำให้เสถียรและมีความน่าเชื่อถือในการใช้ต่อต้านเชื้อโรค ซึ่งกระบวนการผลิตของวัคซีนชนิดนี้คือ ผลิตไวรัสโคโรนาซาร์โควี-2 (SAR-CoV-2) ขึ้นมาแล้วทำให้เชื้อตาย ก่อนที่จะฉีดเข้าไปในร่างกาย เพื่อกระตุ้นและสร้างภูมิคุ้มกันของโรคขึ้นมา แต่วิธีการนี้มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง เพราะมีการเลี้ยงเชื้อไวรัสขึ้นมา จึงต้องควบคุมการผลิตให้อยู่ในห้องปฏิบัติการที่มีระบบความปลอดภัยสูง

          ตัวอย่างวัคซีน Sinovac (วัคซีนบริษัทแรกที่ประเทศไทยนำเข้า)

          ผลข้างเคียงที่พบใน Sinovac : ปวดบริเวณที่ฉีดวัคซีน มีไข้ต่ำ ๆ อ่อนเพลีย อาจมีอาการคลื่นไส้ เวียนหัว และอาเจียนร่วมด้วย แต่จะหายไปในระยะเวลาไม่นาน สามารถใช้พาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการได้

          จากสถานการณ์ล่าสุด ได้พบว่ามีผู้ที่รับการฉีดวัคซีนของ Sinovac มีอาการเจ็บหน้าอก รู้สึกชาบางบริเวณ ใจสั่น และอ่อนแรง แต่ก็ได้รับการรักษาและหายจากอาการข้างเคียงในระยะเวลา 1-2 วัน นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้เสียชีวิตหลังได้รับการฉีดวัคซีน ทั้งนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการวินิจฉัยถึงสาเหตุการเสียชีวิตโดยละเอียด

 

          2.Viral Vector Vaccine กระบวนการผลิตของวัคซีนชนิดนี้คือ ใช้สารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโคโรนาซาร์โควี-2 (SAR-CoV-2) ใส่เข้าไปในไวรัสตัวอื่นที่ไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย มีหน้าที่เข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

          ตัวอย่างวัคซีน Astarzeneca , Johnson&Johnson

          ผลข้างเคียงที่พบใน AstraZeneca : คล้ายกันกับ Sinovac คือ ปวดบวมบริเวณที่ฉีด อาจมีอาการอ่อนเพลีย ปวดหัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ มีไข้ต่ำ ๆ หนาวสั่น สามารถใช้พาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการได้ อาการจะหายในเวลาไม่กี่วัน

 

ที่มาของภาพ : freepik.com

          3.messenger RNA (mRNA) Vaccine เป็นเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ เกิดขึ้นครั้งแรก โดยกระบวนการก็คือ ใช้ mRNA ฉีดเข้าไปในเซลล์ เพื่อให้สร้างโปรตีนขึ้นมากระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งสิ่งที่ยากต่อการเก็บรักษาวัคซีนชนิดนี้คือ วัคซีนจะต้องอยู่ในอุณหภูมิจำเพราะที่ -20 ถึง -70 องศาเซลเซียส จึงอาจจะต้องใช้ต้นทุนในการขนส่งที่สูงและยากลำบาก

          ตัวอย่างวัคซีน PfiZer/BioNTech , Moderna

ผลข้างเคียงที่พบใน PfiZer : ปวดบริเวณที่ฉีด และมีอาการอ่อนเพลีย ปวดหัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ มีไข้อ่อน ๆ หนาวสั่น บางรายอาจจะมีอาการคลื่นไส้จากการแพ้วัคซีน ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปในเวลาไม่กี่วัน และมีรายงานว่าพบผู้เสียชีวิตหลังจากฉีดวัคซีน PfiZer แต่ภายหลังก็ออกมาแจ้งว่าการเสียชีวิตนั้นไม่ได้มีสาเหตุมาจากวัคซีน

 

          4.Protein Subunit Vaccine เป็นวัคซีนที่สร้างจากชิ้นส่วนโปรตีนที่เป็นส่วนหนึ่งของเชื้อไวรัส SAR-CoV-2 ซึ่งจะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ผสมกับสารกระตุ้นภูมิคุ้มกันเข้ามาในร่างกาย สามารถผลิตได้ง่าย ใช้เวลาไม่นาน และราคาไม่แพง

          ตัวอย่างวัคซีน Novavax

          ผลข้างเคียงที่พบใน Novavax : ปวด บวมแดงในบริเวณที่ฉีด ปวดหัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ มีไข้ต่ำ ๆ สามารถใช้ยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการได้ อาการจะหายไปในเวลาไม่กี่วัน

 

ที่มาของภาพ : freepik.com

 

          กลุ่มคนที่ได้รับวัคซีน Covid-19 แล้ว ก็ยังต้องอยู่ในมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด ควรสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือให้สะอาด รักษาระยะห่าง และไม่ออกไปไหนหากไม่จำเป็น เพื่อลดการแพร่เชื้อ เพราะผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว ก็ยังสามารถรับและแพร่เชื้อได้อยู่ เพียงแต่อาการจะไม่รุนแรงเมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้รับวัคซีน

          มีประชาชนบางส่วนไม่ให้ความไว้วางใจในวัคซีน Sinovac ที่ประเทศไทยได้นำเข้ามา เนื่องจากข้อมูลต่าง ๆ ที่พบเห็นทำให้คิดได้ว่า Sinovac อาจจะไม่ใช่วัคซีนที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดในตอนนี้ อีกทั้งยังมีผลข้างเคียงที่เกี่ยวกับอาการชาเฉพาะบริเวณ ใจสั่น และอื่น ๆ ที่ดูรุนแรง ถึงแม้จะมีรายงานออกมายืนยันแล้วว่า อาการดังกล่าวสามารถรักษาให้หายได้ และเกิดเพียงระยะเวลาไม่กี่วัน แต่ก็ยังไม่สามารถคลายความกังวลให้กับผู้คนได้ทั้งหมดอยู่ดี

 

ทำไมไทยถึงยังไม่สามารถนำเข้าวัคซีนที่ประสิทธิภาพสูง ในปริมาณที่เพียงพอได้ ?

          ส่วนหนึ่งเกิดจากความล่าช้าในการจองวัคซีนของประเทศไทย ทำให้ต้องเข้าคิวต่อจากประเทศที่มีการสั่งจองวัคซีนไว้ล่วงหน้า จึงไม่สามารถเลือกชนิดวัคซีนได้มากนักจากปริมาณการผลิตที่ไม่เพียงพอ

          มีข้อสงสัยว่า รัฐบาลได้มีการปิดกั้น หรือผูกขาดวัคซีนหรือไม่ ? 

          ซึ่งไม่นานมานี้นายกรัฐมนตรีก็ได้ยอมรับว่าการฉีดวัคซีนเป็นไปอย่างล่าช้าจริง และยืนยันว่าไม่ได้มีการปิดกั้นการนำเข้าวัคซีนจากองค์กรเอกชนหรือผูกขาดการนำเข้าวัคซีนแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังพร้อมนำเข้าวัคซีนยี่ห้ออื่น ๆ พร้อมกับชี้แจงไทม์ไลน์ที่จะนำเข้าวัคซีนในระยะต่อไปของประเทศไทยดังนี้

  • 24 เมษายน นำเข้าวัคซีนของ Sinovac 5 แสนโดส
  • เดือนพฤษภาคม นำเข้าวัคซีนของ Sinovac 1 ล้านโดส (รอการอนุมัติจากจีน)
  • เดือนมิถุนายน Astarzeneca ทยอยส่งมอบวัคซีนที่ผลิตโดย บ.สยามไบโอไซเอนซ์ 4-6 ล้านโดส และเพิ่มจำนวนตั้งแต่ เดือนกรกฎาคมไปจนถึงสิ้นปี 2564 จนครบ 61 ล้านโดส
  • เดือนกรกฎาคม อาจเริ่มนำเข้าวัคซีนของ PfiZer ประมาณ 5-10 ล้านโดส หากการเจรจาเงื่อนไขสำเร็จ

 

สรุปการให้บริการฉีดวัคซีน Covid-19 จาก กระทรวงสาธารณสุข

 

ที่มาของภาพ : Twitter กระทรวงสาธารณสุข (@pr_moph)

 

ช้อมูลอ้างอิง : matichon , mthai , news.google , bangkokhospital , bbc
 , med.cmu , youtube , mgronline

 

 

เรียบเรียงโดย

เราเอ็ง

เราเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากนะ ชอบเข้าป่าและสรรหาเรื่อง




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง


เรื่องเด่น


นิยายประจำวัน


TODAY | พุธ
คนหนึ่งก็ใสซื่อ แม้แต่วานิลลาก็ยังไม่เคยได้สัมผัส อีกคนก็ BDSM จ๋า ถ้าจะคบกันล่ะก็ คงต้องปรับจูนกันหน่อยแล้วล่ะ