23/04/2021

‘มิว ณัฐวุฒิ’ รีวิว ‘คน-ผี-พิธี-กรรม’

เรื่อง : คน-ผี-พิธี-กรรม

นักเขียน : รวมนักเขียน สนพ. : Sofa

ราคา : 319 บาท

จำนวนหน้า : 305 หน้า

 

#โปรยปก

เรื่องราวของ 10 ความเชื่อและพิธีกรรม

ที่นำพาให้ ‘คน’ กับ ‘ผี’ ได้มาพบพาน

กับ ความระทึกขวัญที่สุดในชีวิต!

…………………………………

ผีตลก...คือตัวไหน ? - ปองวุฒิ

ชิงบุญ - ธุวัฒธรรรพ์

กลับบ้าน - RabbitRose

วิญญาณอาฆาตแห่งคืนสิบสองเป็ง - ชวลักษณ์

เทพียักษา - ทวิวัมน์

รัก...กวักมาตาย - สุริยาทิศ

ลมเพ-ลมพัด - มายาโรส

แม่สะเอง - นายหมอก

ยามฟ้าหม่น - ลอยชาย.

คอของเธอนั้น...ฉันขอ! - ภาคินัย

..................................................

ระวัง! อ่านแล้วอาจ ใจสั่น และตั้งคำถาม...

‘ทำไมมันเหมือนจริงขนาดนี้ ?’

#รีวิว

รวมเรื่องสั้นเล่มนี้ นำเอาประเพณีของภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทยมาเป็นธีมในการนำเสนอ

ซึ่งแน่นอนว่า ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวบ้านในต่างจังหวัด ล้วนผนวกเข้ากับความเชื่อที่เกี่ยวกับสิ่งที่มองไม่เห็น จึงเป็นการง่ายที่จะต่อยอดไอเดียมาเป็นเรื่องราวสยองขวัญ ลึกลับน่ากลัว (แต่ยากในการคิดพลอตให้น่าสนใจ แปลกและแตกต่าง (ขยายความในฐานะนักเขียน))

ดังนั้น เมื่อมีการเล่าถึงประเพณีที่เราคนไทยรู้จักกันดี หรือบางประเพณีอาจเคยได้ยินได้ฟังผ่านหูผ่านตา แต่ไม่เคยเห็นภาพหรือเข้าใจที่มาที่ไปของประเพณีนั้น ๆ ก็นับเป็นการสร้างความน่าสนใจให้ตั้งแต่ก่อนจะได้อ่านเสียอีก

 

คน-ผี-พิธี-กรรม ประกอบด้วยเรื่องสั้น 10 เรื่อง จากนักเขียน 10 คน ดังนี้

 

1. ผีตลก...คือตัวไหน? โดย ปองวุฒิ : เมื่อฟิล์มต้องกลับบ้านเกิดเพื่อไปร่วมงานเทศกาลแห่ผีตลก เขาได้พบกับเพื่อนสมัยเด็ก ที่บางคนมองเขาเป็น ‘คนทรยศ’ ที่เป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่องเลวร้ายในอดีต และความตายที่เกิดขึ้นโดยไม่คาด ก็ทำให้ฟิล์มต้องอยู่ในความหวาดระแวง เพราะไม่รู้ว่าเพื่อนของตนคนใดที่ทั้งหมดล้วนอยู่ภายใต้หน้ากากและชุดแต่งกายของผีตลก คือฆาตกรตัวจริงกันแน่...

ความรู้สึกหลังอ่าน : ผมชื่นชมปองวุฒิเสมอ ในเรื่องของ ‘ไอเดีย’ ในการสร้างสรรค์พลอตงานเขียน จัดเป็นนักเขียนที่ไอเดียจัด กล้าที่จะนำเสนอเรื่องราวในรูปแบบแปลก ๆ ใหม่ ๆ ให้คนอ่านได้ว้าวกันอยู่ตลอด โดยธีมของเรื่องนี้ ผู้เขียนอธิบายเอาไว้ชัดว่าได้แรงบันดาลใจมาจากเกม Among us ซึ่งเป็นเกมแนวให้เหตุผลนิรนัยเชิงสังคมที่ดังมาก ๆ เกมหนึ่ง โดยหากเป็นคนที่เคยเล่นเกมแนวประมาณนี้มาก่อน อ่านเรื่องนี้ต้องอินอย่างมาก แต่หากใครไม่เคยเล่น ก็สามารถลุ้นและตื่นเต้นไปกับเรื่องราวที่ตัวเอกต้องตามหาตัวฆาตกรท่ามกลางคำโกหกและความไม่ไว้วางใจต่อทุกคนรอบข้างอย่างแน่นอน

 

2. ชิงบุญ โดย ธุวัฒธรรพ์ : หลังงานศพพ่อ เขมกลับพบว่าวิญญาณของพ่อติดตามหลอกหลอนตนทุกวี่วัน ไม่ว่าจะทำบุญไปให้สักเท่าไหร่พ่อก็ไม่ไปผุดไปเกิดเสียที จนเขาได้รับคำแนะนำว่า หากเขาเข้าร่วมงานทำบุญวันสารทเดือนสิบ จะเป็นการทำบุญใหญ่ที่จะส่งผลบุญให้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ เขมจึงจำใจเข้าร่วมงานประเพณีชิงเปรตอย่างเลี่ยงไม่ได้

ความรู้สึกหลังอ่าน : เนื่องจากเป็นเรื่องที่ผมเขียนเอง จึงขอข้ามการรีวิว แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ผมใช้ภาษาถิ่น (ภาษาใต้) ในบทสนทนา

 

3. กลับบ้าน โดย RabbitRose : หลังประสบอุบัติเหตุ โอ๊ตก็ถูก อร พี่สาวปั้นปึ่งใส่ เธอทำราวกับเขาเป็นอากาศธาตุ กระทั่งทั้งคู่เดินทางกลับบ้านในช่วงที่มีประเพณีบุญข้าวประดับดิน โอ๊ตก็เริ่มรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างแปลกประหลาดและน่าสะพรึงกลัวเกิดขึ้นกับตน

ความรู้สึกหลังอ่าน : ผมอ่านไปสงสัยไป ว่าทำไมผู้เขียน ‘จงใจ’ ใส่คำใบ้รายทางเอาไว้ให้เราเดาเนื้อเรื่องได้ง่ายขนาดนี้วะ เรียกได้ว่าอ่านไปแค่สองสามหน้าก็เดาเรื่องทั้งหมดและฉากจบ ฉากหักมุมได้เลย ซึ่งนักเขียนระดับ RabbitRose ผู้มีผลงานแนวสยองขวัญมาแล้วนับสิบเรื่อง ไม่น่าเขียนอะไรง่าย ๆ แบบนี้

และเมื่ออ่านจบก็รู้ว่าตัวเองติดกับเข้าเต็มเปาเลย...

ขอคารวะครับ

 

4. วิญญาณอาฆาตแห่งคืนสิบสองเป็ง โดย ชวลักษณ์ : พิมพ์ชนกติดอยู่กับทรงจำเลวร้ายในอดีตที่ตนเป็นผู้ก่อ ด้วยความไม่สบายใจ เธอจึงอยากกลับบ้านไปเข้าร่วมงานประเพณีสิบสองเป็งที่ถือเป็นการทำบุญใหญ่ และทันทีที่เธอกลับไปพร้อมกับนายแพทย์เปรม แฟนหนุ่ม หญิงสาวก็เห็นหญิงสาวในชุดดำ ที่เฝ้าติดตามเธอไปทุกที่

ความรู้สึกหลังอ่าน : งานของชวลักษณ์ส่วนใหญ่มีการเล่าอย่างตรงไปตรงมา เน้นความโหด สยองขวัญแบบจัดเต็ม แต่เรื่องนี้มีมิติมากกว่าทุกเรื่องที่เคยอ่าน คือมีการวางพลอตที่สลับซับซ้อนมากขึ้น มีจุดหักมุมที่น่าสนใจขึ้น และผูกเรื่องราวเข้ากับประเพณีได้อย่างน่าสนใจ สนุกครับ

 

5. เทพียักษา โดย ทวิวัฒน์ : อุ้ย มิว และ มินต์ ถูกแม่เรียกตัวกลับบ้าน เพื่อมาเข้าร่วมประกวดเทพียักษา ในงานประเพณีเลี้ยงดง แม้สองครอบครัวจะไม่ถูกกัน แต่สามสาวและเพื่อนชายที่เติบโตมาด้วยกันที่หมู่บ้านแห่งนี้ กลับรักใคร่กลมเกลียว และรื้อฟื้นความสัมพันธ์แต่หนหลังอีกครั้งในงานประเพณีปีนี้ โดยไม่รู้เลยว่า นี่อาจเป็นการร่วมประเพณีครั้งสุดท้าย... ของใครบางคน

ความรู้สึกหลังอ่าน : ผมรู้สึกว่าผู้เขียนสนุกมาก กับการจับเอาเหล่านักเขียนของ สนพ.โซฟา มาสลับเพศ และใส่บทบาทให้ในเรื่อง โดยมาตรฐานในการเล่า พลอตปม จุดหักมุมต่าง ๆ ยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ดีซึ่งผู้เขียนทำได้ดีมาโดยตลอด แต่ติดแค่เวลาอ่าน ผมที่ดันรู้จักกับ ‘ชื่อ’ ของตัวละครทุกตัว ก็ดันมีหน้าพวกเขาเหล่านั้นโผล่ขึ้นมา จนทำให้เพศที่ถูกกำหนดให้ในเรื่อง ผิดเพี้ยนจากจินตนาการ และบังเกิดความสับสนงุนงงอยู่เป็นระยะไปเสีย (นักอ่านทั่วไปน่าจะไม่เป็น)

 

6. รัก...กวักมาตาย โดย สุริยาทิศ : ภายหลังการเสียชีวิตของเอ๋ยเอ๋ย หญิงสาวทิ้งเพียงตุ๊กตาที่ประดิษฐ์ขึ้นเอาไว้ดูต่างหน้าให้เพื่อนรักทั้งสองคนอย่าง บีมและแบม ทั้งคู่จึงตกลงใจจะนำตุ๊กตาตัวนี้ไปคืนให้แม่ของเอ๋ยเอ๋ย ทว่าทั้งสองคนและ ทิม แฟนหนุ่มของเอ๋ยเอ๋ย กลับไปถึงบ้านของมารดาเพื่อนในเวลาที่ครอบครัวนั้นกำลังเล่น ‘ผีนางกวัก’ อยู่ และตุ๊กตาที่ถูกนำมาด้วย ก็หายไปราวกับมันไม่เคยมีตัวตนอยู่มาก่อน...

ความรู้สึกหลังอ่าน : ทุกครั้งเวลาอ่านงานของสุริยาทิศ ผมจะมีความรู้สึกเหมือนได้เสพละครหลังข่าว ด้วยเพราะพลอตปมส่วนใหญ่มุ่งเน้นเรื่องราวความรัก ความแค้น มีความเชือดเฉือนและบทบรรยาย บทสนทนาคม ๆ อยู่เต็มไปหมด ซึ่งข้อดีนี้โดดเด่นจนนำประเด็นด้านพลอตไปไกล โดยพลอตไม่สลับซับซ้อน และไม่มีเงื่อนปมหรือจุดหักมุมชวนเซอร์ไพรส์เท่าใดนัก แต่การบรรยายด้วยภาษาละเมียด กับความตื่นเต้นและบรรยากาศของเรื่อง ก็ทำให้เรื่องนี้สนุกมาก ๆ เลย

 

7. ลมเพ-ลมพัด โดย มายาโรส : เพราะคู่ชีวิตด่วนจากไปโดยไม่ทันตั้งตัว ฝ้ายจึงหมดอาลัยตายอยาก มีเพียงร่างแต่เหมือนไร้วิญญาณ และช่วงเวลาที่จิตใจอ่อนแอที่สุด ก็นำพาให้ชะตาชีวิตของเธอพบกับวิกฤตร้ายแรงที่สุดเช่นกัน แต่ฝ้ายไม่รู้เลยว่า ยังมีบางสิ่งที่เธอมองไม่เห็นและไม่รู้ว่ามีตัวตน คอยช่วยเหลือเธออยู่อย่างลับ ๆ

ความรู้สึกหลังอ่าน : ผมไม่ได้อ่านงานเขียนของมายาโรสมาสักระยะหนึ่ง ด้วยรู้มาว่าเธอมุ่งมั่นกับการเรียนอย่างหนัก และทุกครั้งที่ได้อ่าน ก็ประทับใจในบรรยากาศและการเล่าเรื่อง ที่พาคนอ่านลอยไปอยู่ในดินแดนสักแห่งที่ดูแปลกแยกจากโลกจริง มันดูฟุ้ง ๆ ฝัน ๆ ซึ่งเรื่องนี้ ก็มีวิธีการเล่าที่เจ๋ง ด้วยการตัดสลับระหว่างสองตัวละคร ที่สุดท้ายก็มาบรรจบเข้าด้วยกัน เป็นการนำเสนอที่น่าสนใจ และทำให้เรื่องนี้ ‘โดด’ ออกมาจากเรื่องอื่นพอสมควร

 

8. แม่สะเอง โดย นายหมอก : จะเนียง ปฏิเสธการเป็นร่างสถิตของผีแม่สะเองมาโดยตลอด หญิงสาวไม่ปรารถนาให้ร่างกายของตนมีวิญญาณดวงอื่นเข้ามาแทรกแซง แต่เมื่อเธอพาฐากูร แฟนหนุ่มมาที่บ้านเกิด ก็ต้องพบว่าฐากูรเปลี่ยนไป ด้วยน้ำมือของ โมรา เพื่อนเก่าที่หาได้มีมิตรภาพกับเธอดังกาลก่อนไม่ ซ้ำร้าย เธอยังถูกตามรังควานด้วยดวงวิญญาณร้ายที่มุ่งหมายเอาชีวิต

ความรู้สึกหลังอ่าน : ผมชอบช่วงต้นของเรื่องนี้มากนะ ผู้เขียนมีการใช้ภาษาที่ดีมาก บรรยากาศกลิ่นอายความเป็นต่างจังหวัด และพิธีกรรม ก็เล่าอย่างเห็นภาพ เป็นหนึ่งในนักเขียนโซฟาที่ภาษาสวยมากเลย แต่ช่วงกลางถึงท้ายของเรื่อง รู้สึกว่ายืดเยื้อไปสักนิด เพราะปมมันคลี่คลายมาตั้งแต่ต้น ไม่มีจุดหักมุมหรือปมซุกซ่อนเพิ่มเติมอันใด ทำให้ไม่รู้สึกอยากค้นหาหรือกระหายใคร่รู้จนต้องอยากรีบอ่านให้ถึงฉากจบไว ๆ ดังนั้น ที่ติดคงเป็น ‘จังหวะ’ ของเรื่อง ที่เล่าอย่างตรงไปตรงมาและเปิดเผยปมทั้งหมดเร็วไปหน่อยเท่านั้น

 

9. ยามฟ้าหม่น โดย ลอยชาย. : แม้ฉากหน้า ทานตะวันจะเป็นพนักงานต้อนรับของบริษัทแห่งหนึ่ง แต่ในยามค่ำคืน เธอกลับมีอีกอาชีพ ที่ทำเงินมายิ่งกว่างานประจำเสียอีก และงานนี้ ก็ต้องแลกมาด้วยการประพฤติผิดผีที่นำมาซึ่งโชคชะตาอันเลวร้ายที่ยากจะแก้ไข คงมีเพียง ‘ผีฟ้า’ เท่านั้น ที่จะช่วยเธอได้

ความรู้สึกหลังอ่าน : ลอยชาย. เป็นนักเขียนสายข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลด้านพิธีกรรมที่มักใส่มาในงานเขียนทุกเรื่องอย่างจัดเต็ม ซึ่งเมื่อเรื่องนี้โจทย์คือการเล่าถึงประเพณีอันมีพิธีกรรมเรื่องความเชื่อมาเป็นธีมหลัก ยิ่งน่าจะเข้าทางของผู้เขียน ซึ่งในส่วนของรายละเอียดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงผี การล้างการแก้อาถรรพ์ และเรื่องราวของผีฟ้า ผู้เขียนทำได้ดีมาก แต่ส่วนที่ติดมาก ๆ คือความเวิ่นเว้อของการเล่าเรื่อง ซึ่งหากเรื่องก่อนหน้า (แม่สะเอง) นั้นช่วงกลางถึงท้ายมีความยืดเยื้อแล้ว เรื่องนี้กลับยืดกว่านั้นมาก ซึ่งเมื่อดูจากจำนวนหน้า พบว่ามีจำนวนหน้ามากที่สุดในบรรดาทุกเรื่อง อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การดำเนินเรื่องมีความเชื่องช้าและไม่เร้าอารมณ์เหมือนทุกเรื่องที่ผ่านมา

 

10. คอของเธอนั้น...ฉันขอ! โดย ภาคินัย : คู่รักอย่างพลและเกล้าตัดสินใจเดินทางมาฉลองวันครบรอบความรักที่โฮมสเตย์บนเขาที่พวกเขาเคยเจอกันเมื่อปีก่อน ระหว่างทาง พลที่เห็นหญิงปาดอง (กะเหรี่ยงคอยาว) เดินแบกสัมภาระมา ด้วยความใจดี พลจึงจอดรับให้เธอนั่งท้ายกระบะมาด้วย แต่อุบัติไม่เหตุไม่คาดฝัน ทำให้การฉลองความรักของพลและเกล้า ต้องกลายเป็นวัน ‘ฉลองความตาย’ แทน

ความรู้สึกหลังอ่าน : ด้วยรูปลักษณ์ของกะเหรี่ยงคอยาวที่ผมรู้สึกติดใจสงสัย (แกมหวาดหวั่น) ตั้งแต่ที่เห็นในสื่อการเรียนการสอนสมัยเด็ก เมื่อผนวกเข้ากับเรื่องราวความลี้ลับ สยองขวัญ และมีการหักมุมแบบหลายชั้นตามสไตล์ภาคินัย แม้เป็นเรื่องที่สั้น มีจำนวนหน้าน้อย แต่เพราะความสั้น ทำให้การเล่าเรื่องทำได้กระชับ ฉับไว ตื่นเต้น และคาดหวัง ตลอดรายทางที่อ่าน ซึ่งองค์ประกอบภาพรวมของเรื่องทำได้ดีมาก เรื่องนี้สนุกครับ

 

          ข้อดีที่สุดในการอ่านหนังสือเล่มนี้ คือทำให้ผมกระหายใคร่รู้ ว่าพิธีกรรมต่าง ๆ ที่ถูกหยิบยกมานำเสนอ มีที่มาที่ไปที่ละเอียดกว่านี้อย่างไร

          ตัวอย่างเช่น เมื่อผมเห็นเทศกาลแห่ผีตลก ผมที่ติดใจสงสัยในชื่อ ก็ต้องเปิด google เพื่อให้เห็นว่า ผีตลกที่ปองวุฒิหยิบมาเขียนนั้นมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร หรือประเพณีเลี้ยงดง ที่มีการประกวดเทพียักษานั้นผู้เขียนนำมาจากการประกวดที่มีอยู่จริงหรือเสริมเติมแต่งขึ้นเองโดยมีรากฐานมาจากเรื่องเล่าอันเป็นบ่อเกิดของประเพณีนี้ ก็ทำให้ได้รับความรู้เพิ่มเติมขึ้นอีกโข

          ส่วนความสนุกตื่นเต้น แต่ละเรื่องก็มีข้อดี จุดดึงดูด แตกต่างกันออกไป บทรีวิวของผมก็เป็นเพียงรสนิยมส่วนตัว ซึ่งท่านอื่นอาจชอบมาก ๆ ในเรื่องที่ผมชอบน้อยที่สุดก็ได้ ของแบบนี้ไม่มีผิดมีถูก

          ดังนั้น ทางที่ดีที่สุด คือคุณต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง

          แล้วจะรู้ว่า คน-ผี-พิธี-กรรม มีความน่าสนใจ และจะสร้างความประทับใจให้ท่านได้มากน้อยแค่ไหน

เรียบเรียงโดย

ธุวัฒธรรพ์

นักเขียน นักร้อง วิทยากร ที่มีงานอดิเรกเป็นตำรวจ




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง


เรื่องเด่น


นิยายประจำวัน


TODAY | อาทิตย์
ห้าโลง ห้าสถานที่กับดวงวิญญาณที่ยังคงยึดติดวนเวียนอยู่กับคนเป็น