02/04/2021

‘มิว ณัฐวุฒิ’ รีวิว ‘9 คืนจองเวร’

เรื่อง : 9 คืนจองเวร

นักเขียน : ภาคินัย

สนพ. : Sofa Publishing

ราคา : 309 บาท

จำนวนหน้า : 309 หน้า

 

#โปรยปก

ภาคินัย นักเขียนนวนิยายและเจ้าของซีรีส์แนวสยองขวัญระดับแถวหน้า

มาพร้อมความระทึกขวัญที่จะพาคุณไปสู่ ความกลัวสุดใจในยามค่ำคืน

9 เรื่องขวัญผวา... 9 วันสุดสยอง... 9 กรรมกรีดร้อง... 9 คืนจองเวร!

……………………………………

จูบฉันแล้วไปตายซะ!

เมื่อภรรยาจิตไม่ปกติจับสามีพันธนาการไว้กับเตียง นั่นยังไม่น่ากลัวเท่ามี ‘ใครอีกคน’ อยู่ในบ้านด้วย!

คู่กันมึงอยู่...พรากกูมึงตาย!

ของบางอย่างถูกสร้างมาคู่กัน... เหมือน ‘หุ่นสายพม่า’ คู่นี้

เมื่อมีคนคิดพรากจาก...คืนนี้จึงต้องมีคนตาย!

อาถรรพ์บ้านผีสิง

กลุ่มวัยรุ่นกล้าดีไปลองของในบ้านผีสิงในยามวิกาล

สิ่งที่น่ากลัวกว่าวิญญาณอาจเป็นอย่างอื่นที่คาดไม่ถึง!

เอาความตายมาแลกกันไหม ?

หากวันหนึ่งตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าโลกใบนี้เหลือเพียงคุณแค่คนเดียว

คุณจะยินดีหรือยินร้าย...จะคุ้มไหมถ้าต้องเอา ‘ความตาย’ มาแลก!

ต้น...ไม้...ใบ...ฆ่า

ต้นไม้ที่เจ้าของเก่ารักเหมือนลูก เมื่อผู้มาอยู่ใหม่เห็นเป็นศัตรู

ไม่ ‘กู’ ก็ ‘มึง’ ต้องตาย!

หลอนหลอกหลอกหลอน

ชายขายบะหมี่เกี๊ยวรอบดึกกับสาวขายบริการยามราตรี

งานนี้ไม่รู้ใครหลอกใครกันแน่? หรือบางทีอาจจะเป็นคนอื่นที่มาหลอก?

22 นาฬิกา ถึง-ช้า-ตาย

เมื่อรัฐประกาศเคอร์ฟิวและมีคำสั่งให้กลับถึงบ้านก่อนเวลา 22 นาฬิกา

ถ้าใครประมาท ถึง-ช้า หัวใจจะวาย ‘ตาย’ ทันที!

WASHING MACHING ฆาตกรในร้านซักผ้า

หญิงสาวนัยน์ตาเศร้ามักจะนำผ้ามาซักในยามราตรี

กับชายผู้เฝ้าร้านซักผ้าที่แอบรักเธอ... แล้วใครกันล่ะที่เป็นฆาตกร?!

 

 

#รีวิว

ที่จริง รวมเรื่องสั้นเล่มนี้ มิได้มีธีมเรื่องยึดโยงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมาก่อน หากแต่ผู้เขียนตั้งใจสรรสร้างเรื่องสั้นมากมายในหลากหลายรูปแบบ คงความเหมือนกันเอาไว้เพียงเป็นแนวระทึกขวัญสยองขวัญ ตามแนวถนัดของ ‘ภาคินัย’ เท่านั้น

ทว่าเมื่อเรื่องสั้นเหล่านี้ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากนักอ่าน จึงถูกนำมารวมเอาไว้เป็นเล่มเดียวกัน และมีเรื่องหลักครอบเอาไว้อีกเรื่องหนึ่ง

โดยหากนักอ่านท่านใดเป็นแฟนนิยายของภาคินัย และเคยประทับใจกับนิยายชุด ‘7 วันจองเวร’ มาแล้ว

มาคราวนี้ ภาคินัยนำเรื่องสั้นที่เล่าเรื่องราวความสยองขวัญของค่ำคืนที่เกิดขึ้นกับผู้คนมากมาย ในรวมเรื่องสั้นชุด ‘9 คืนจองเวร’ เล่มนี้

(มิได้มีความเกี่ยวข้องด้านเนื้อเรื่องกับนิยายชุดเดิมแต่อย่างใด แต่เป็นการตั้งชื่อเพื่อให้อ่านปุ๊บรู้ปั๊บว่าเป็นงานเขียนของภาคินัยอย่างชัดเจน)

 

9 คืนจองเวรประกอบด้วยเรื่องสั้น 9 เรื่อง ดังนี้

1. จูบฉันแล้วไปตายซะ! : ภรรยาจับสามีพันธนาการไว้บนเตียง และเล่าเรื่องสยองขวัญจากผลงานเขียนของนักเขียนที่สามีชอบให้ฟัง เพื่อกระตุ้นให้เขาหวาดกลัวที่สุด ซ้ำยังมีอีกชีวิตที่ซ่อนซุกอยู่ในบ้านร่วมกับคนทั้งคู่

ความรู้สึกหลังอ่าน : เรื่องนี้เป็นแกนหลักที่น่าจะเขียนขึ้นทีหลัง เพื่อเป็นตัวเชื่อมเรื่องสั้นทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกันในฐานะงานเขียนของนักเขียนคนหนึ่ง โดยภรรยาจะเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้สามีฟัง ก่อนจะปิดท้ายด้วยบทสรุปของเรื่องนี้ ที่ชวนให้รู้สึกเศร้าหดหู่ เป็นเรื่องที่ชะตากรรมตัวละครน่าสงสารที่สุดในเล่มเลย

 

2. คู่กันมึงอยู่...พรากกูมึงตาย : เมื่อนุ้ยเกิดถูกตาต้องใจหุ่นสายพม่าที่มีชื่อว่า ‘พยู’ จึงขอซื้อจากเจ้าของร้านขายตุ๊กตา ทว่าเธอกลับหาได้สนใจในคำเตือนของเจ้าของร้าน ที่ให้ซื้อหุ่นผู้ชายอย่าง ‘ชเว’ ไปคู่กันไม่ ทั้งที่ของบางอย่าง ถูกสร้างมาให้อยู่คู่กันและไม่สมควรพรากมันจากกันแท้ ๆ...

ความรู้สึกหลังอ่าน : การเล่าเรื่องสยองขวัญโดยใช้ตุ๊กตาถูกนำเสนอออกมาหลายครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้รู้จักกับหุ่นสายพม่า ผู้เขียนทำการบ้านเรื่องรายละเอียดของประวัติความเป็นมาของหุ่นสายชนิดนี้มาเป็นอย่างดี ความสยองขวัญและความโหดก็จัดเต็ม สมเป็นเรื่องเปิด (ไม่นับเรื่องจูบฉันแล้วไปตายซะ! ที่เป็นคล้ายบทนำและยังไม่จบ)

 

3. อาถรรพ์บ้านผีสิง : ส้ม นา หมวย สามสาวผู้กล้าท้าพิสูจน์บ้านผี บุกเข้าไปลองดีในบ้านร้างที่ร่ำลือว่าผีดุ และสิ่งที่พวกเธอต้องเจอ อาจน่ากลัวจนชีวิตนี้ยากจะลืมได้

ความรู้สึกหลังอ่าน : เรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นที่สั้นมาก ใช้เวลาอ่านเพียงไม่นานก็จบ โดยพล็อตค่อนข้างเดาง่าย ปมฉีกไปจากเรื่องอื่นพอสมควร เป็นเรื่องที่อ่านคั่นเวลาได้เพลิน ๆ

 

4. เอาความตายมาแลกกันไหม ? : ไทเบื่อหน่ายไปเสียทุกอย่าง ทั้งญาติพี่น้องที่จ้องจะซักถามถึงชีวิตส่วนตัว ผู้คนรอบข้างที่เห็นแก่ตัว เอารัดเอาเปรียบ ไทจึงปรารถนาให้ทุกคนหายไปให้หมด แต่เมื่อพรนั้นดันกลายเป็นจริง สิ่งที่รอเขาอยู่ จะใช่ชีวิตที่สุขสงบแน่หรือ ?

ความรู้สึกหลังอ่าน : เป็นเรื่องสั้นตีแผ่สังคมที่โดนใจดี ซ้ำยังแปลกด้วยธีมเรื่องที่ไม่ได้พูดถึงเรื่องผีหรือความลี้ลับ หากทว่ากลับนำเสนอเรื่องประหลาดเกี่ยวกับพรศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้รู้ว่า การอยู่คนเดียวอาจน่ากลัวยิ่งกว่าการต้องทนรำคาญผู้คนที่รายล้อมอยู่รอบตัว เป็นอีกรสชาติที่ไม่ซ้ำกับเรื่องสั้นแนวนี้ทั่วไปครับ

 

5. ต้น...ไม้...ใบ...ฆ่า : เมื่อพ่อของต้นหอมเสียชีวิต เธอจึงพาสามีอย่างอ๋องย้ายจากคอนโดมาอาศัยอยู่ที่บ้านของพ่อ แต่แม้บ้านจะใหญ่โตซ้ำยังสงบเงียบ กลับมีสิ่งที่สร้างความรำคาญใจให้อ๋อง นั่นคือต้นไม้ใหญ่ที่พ่อของภรรยาปลูกเอาไว้ในสวนหลังบ้าน ใบไม้ที่หล่นร่วงกองระเกะระกะจนเขาต้องกวาดวันละหลายรอบ ทำให้อ๋องหัวเสียจนปรารถนาโค่นต้นไม้นี้ทิ้งเสีย แต่เมื่อมันคือตัวแทนของบุพการีผู้ล่วงลับ จนต้นหอมกำชับกำชามิให้เขาข้องเกี่ยวกับต้นไม้ต้นนี้ ในฐานะเจ้าของบ้านคนใหม่ อ๋องจะทำอย่างไร...

ความรู้สึกหลังอ่าน : เรื่องนี้น่าจะตรงจริตของแฟนนิยายภาคินัยมากที่สุด เพราะเป็นเรื่องสยองขวัญที่เน้นทั้งฉากผีหลอก ฉากโหด และการหักมุม ส่วนเรื่องการนำต้นไม้มาเป็นแกนหลักของเรื่องโดยที่ไม่ได้เป็นต้นไม้เก่าโบราณหรือมีวิญญาณสิงสถิตอยู่แบบที่เคยอ่านเคยเสพทั่วไป ก็เป็นพล็อตที่แปลกดี

 

6. หลอนหลอกหลอกหลอน : ชัยที่ลงทุนกู้หนี้ยืมสินมาเป็นค่าเล่าเรียนทำบะหมี่เกี๊ยวกับอดีตเชฟภัตตาคารหรู กลับไม่อาจหาเงินเป็นกอบเป็นกำจากอาชีพขายบะหมี่เกี๊ยวได้ กระทั่งคืนหนึ่งที่เขาได้พบกับลูกค้าสาวที่เธอเอ่ยปากเปิดเผยตนเองว่าเป็น ‘กะหรี่’ ชีวิตของชัยก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

ความรู้สึกหลังอ่าน : อารมณ์เหมือนดูหนังเรื่อง O.T. ผี Overtime ที่มีการหักมุมซ้อนไปซ้อนมา ซึ่งหากใครเซียน ๆ หรืออ่านนิยายสยองขวัญหักมุมมาบ่อย ๆ เชื่อว่าคงสนุกกับการคาดเดาว่าเรื่องที่เกิดขึ้นอันไหนจริงอันไหนหลอก อันไหนหลอกแล้วยังมีเรื่องที่หลอกมากว่าซ่อนอยู่อีก เป็นเรื่องที่ไม่น่ากลัว แต่สนุกดี

 

7. เสือกนัก...มักเป็นศพ! : นุชถูกจ้างให้ไปดูแลคนป่วยอัลไซเมอร์ โดยผู้ว่าจ้างที่เป็นลูกกำชับกับเธอว่า ช่วงเวลาที่เขาไม่อยู่และเธอต้องดูแลบิดาของเขานั้น สิ่งเดียวที่ห้ามเด็ดขาด คือห้ามขึ้นไปที่ชั้น 2 ของบ้าน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม และแม้นุชจะไม่อยากรู้ว่ามีอะไรอยู่บนนั้นกันแน่ แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างที่ดูแลคุณตาผู้ป่วยเป็นโรคหลงลืม ก็ทำให้นุชอาจเผลอไผลก้าวเท้าขึ้นบันไดไปโดยไม่ตั้งใจ... ก็ได้

ความรู้สึกหลังอ่าน : เป็นเรื่องที่ชอบที่สุดในเล่ม เพราะมีความเป็นเรื่องสั้นสยองขวัญหักมุมอย่างสมบูรณ์แบบ อีกทั้งยังน่ากลัวที่สุดในเล่มด้วย เพราะผู้เขียนวางตัวละครหลักเอาไว้เป็นผู้หญิง ที่ต้องอยู่ลำพังในบ้านกับชายชราที่ดูเหมือนจะช่วยตัวเองแทบไม่ได้ มีอาการคล้ายประสาทหลอนตลอดเวลา และยังพูดเรื่องน่ากลัวเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่บนชั้นสองของบ้านหลายต่อหลายครั้ง นอกจากความน่ากลัวแล้ว ยังกระตุ้นความอยากรู้ของคนอ่าน ให้รีบพลิกไปถึงฉากเฉลยเร็ว ๆ จะได้รู้ถึงสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่เสียที ติดเพียงหลังฉากเฉลยแล้ว การเล่าย้อนอดีตยาวไปเสียหน่อย ซึ่งแม้เข้าใจว่าเป็นการซัพพอร์ตปมทั้งหมด แต่ความตื่นเต้นที่ได้รู้ข้อเท็จจริง เมื่อต้องอ่านเรื่องที่ขยายยาวต่อไปอีกพอสมควร จึงลดทอนความพีคลงไปในหน้าสุดท้ายของเรื่องอยู่บ้าง

 

8. 22 นาฬิกา ถึง-ช้า-ตาย : เมื่อมีวิกฤตโรคระบาดเกิดขึ้นในประเทศ รัฐบาลที่ไม่เหลือทางเลือกจึงต้องใช้มาตรการสุดท้ายในการแก้ปัญหา คือนอกจากการประกาศเคอร์ฟิว ห้ามคนออกจากบ้านหลังเวลา 22 นาฬิกาแล้ว ยังฝังชิพเข้าไปในหัวใจของประชากรทุกคน โดยหากหลังเวลา 22 นาฬิกา ใครก็ตามที่ยังอยู่นอกบ้าน ชิพจะหยุดการทำงานของหัวใจทันที และแม้เกลือจะเคร่งครัดต่อเวลากลับบ้านมาโดยตลอด แต่ด้วยเหตุผลความจำเป็นบางอย่าง ทำให้เขาต้องแข่งกับเวลาที่เหลืออยู่ เพื่อกลับไปให้ถึงบ้านก่อนที่หัวใจจะหยุดเต้นให้ได้...

ความรู้สึกหลังอ่าน : เป็นเรื่องที่พล็อตแหวกแนวที่สุดในเล่ม นำสถานการณ์บ้านเมืองมาเล่าโดยใส่พล็อตความตื่นเต้นระทึกขวัญเข้าไป แถมท้ายด้วยการหักมุมที่คาดไม่ถึง ซึ่งถึงแม้เรื่องนี้จะมี plot hole เยอะมาก ทั้งประเด็นนโยบายรัฐบาล แง่ความสมจริงสมจังของโรคและวิธีการแก้ปัญหา แต่ความสนุกตื่นเต้นของเรื่องมันกลบทับทุกอย่างไปเลย อารมณ์แบบดูหนังคัลท์ที่ไม่ต้องสนข้อเท็จจริงใด ๆ เสพเอามันอย่างเดียว และก็มันสมใจจริง ๆ นั่นแหละ

 

9. WASHING MACHINE ฆาตกรในร้านซักผ้า : พนักงานร้านซักผ้าอย่างเข้ม ได้พบกับแนน หญิงสาวที่มักนำผ้ามาซักในเวลาค่ำคืน และนัยน์ตาโศกคู่นั้น ก็ทำให้ชายหนุ่มหลงรักเธอเข้าตั้งแต่แรกเห็น เขาที่พยายามทำความรู้จักและดูแลผ้าของเธอเท่าที่ตนจะทำได้ ไม่อาจรู้เลยว่า ปัญหาชีวิตของแนนนั้นหนักหนาเพียงใด และอาจหนักถึงขั้น... มีเพียงความตายที่จะแก้ปัญหานั้นได้

ความรู้สึกหลังอ่าน : เสียดายนิดนึงที่เรื่องนี้มาเป็นเรื่องสุดท้าย (หมายถึงก่อนเรื่องปิดที่ต่อเนื่องมาจากเรื่องแรกอย่างจูบฉันแล้วไปตายซะ!) เพราะเป็นเรื่องสั้นหักมุมที่ตรงขนบ เมื่ออ่านเรื่องก่อนหน้าอย่าง 22 นาฬิกา ถึง-ช้า-ตาย ที่แหวกแนวเสียขนาดนั้น อารมณ์ในการอ่านเรื่องนี้จึงค่อนข้างเบาไปพอสมควร แต่ไม่ได้หมายถึงเรื่องนี้ไม่สนุกไม่ดีนะ ยังคงได้มาตรฐานเรื่องสั้นของภาคินัยและหักมุมแบบคาดไม่ถึงอยู่แน่นอน

       

          โดยภาพรวม การอ่านเรื่องสั้นหักมุมหากเป็นผลงานของนักเขียนหลายคนในเล่ม แน่นอนว่าเราย่อมสัมผัสได้ถึงความแตกต่างในการนำเสนอ แต่การเขียนเพียงคนเดียวที่ต้องทำให้แต่ละเรื่องนั้นแตกต่างกันทั้งแง่ของการเล่า การสร้างสรรค์พล็อต อารมณ์ ฯลฯ นั้นทำได้ยากมาก ซึ่งผู้เขียนตีโจทย์ข้อนี้แตกได้อย่างผ่านฉลุย

แต่ละเรื่องมีความสนุกในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป มีทั้งจุดหักมุม เซอร์ไพรส์ สะเทือนใจ และตีแผ่ความจริงของสังคมให้ตระหนักได้อย่างถึงแก่น

          ถือเป็นรวมเรื่องสั้นแนวระทึกขวัญหักมุมที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

 

เรียบเรียงโดย

ธุวัฒธรรพ์

นักเขียน นักร้อง วิทยากร ที่มีงานอดิเรกเป็นตำรวจ




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง


เรื่องเด่น


นิยายประจำวัน


TODAY | พฤหัสบดี
นักสืบดวงซวย ดันมาเจอสาวสวยเจ้าของคดีลึกลับ คราวนี้ไม่รู้ว่าเธอมาเพื่อช่วยจับ...คนร้าย หรือเธอมาเพื่อจับ(กุม)...หัวใจเขากันแน่