31/05/2020

GU DIARY รีวิว ‘ตีสาม สามสิบ’ รวมเรื่องสั้น 13 วิธีเห็นผีสุดพีค!

 

       เรื่องราวเกี่ยวกับ ‘เคล็ดลับการมองเห็นวิญญาณ’ จัดว่าเป็นเรื่องหลอนสุดคลาสสิก ที่ไม่ว่าผ่านตาเมื่อไร ก็ชวนให้เข้าไปอ่านและลุ้นระทึกกับผลลัพธ์ของวิธีการนั้น ๆ เสียทุกครั้ง

 

       คราวนี้ GU DIARY ได้หยิบหนังสือ ‘ตีสาม สามสิบ’ ของ Sofa publishing ขึ้นมาอ่าน และรีวิวถึงวิธีพิสูจน์ผีสัมผัสวิญญาณในช่วงเวลาตีสามสามสิบนาทีของแต่ละเรื่องไว้แบบจัดเต็ม!

อย่ารอช้า เลื่อนลงไปอ่านรีวิวกันได้เลย

 

ตีสาม สามสิบ

.....รวมเรื่องสั้น.....

ผู้เขียน : รวมนักเขียน

สนพ. : Sofa Publishing

.

03:30 AM คือเวลาเหมาะสมที่สุดที่จะได้เห็นผี คอนเซ็ปต์ของสนพ.ว่าไว้แบบนี้ (มั้ง) นักเขียนตัวท็อปทั้ง 13 คนของสนพ.โซฟา รวมตัวกันจิ้มคีย์บอร์ดส่งเรื่องสั้น 13 เรื่องภายใต้คอนเซ็ปต์เดียวกัน ซึ่ง GU จะขอแถลงทีละเรื่องเลยแล้วกัน

 

 

สวัสดีคุณวันเพ็ญ (ภาคินัย) : ผู้เขียนใช้การเล่นคำระหว่าง วันเพ็ญ กับ One Pen การเห็นผีด้วยวิธีเล่นผีปากกา (คล้าย ๆ ผีถ้วยแก้วแหละ) พีทัช ดาราตกอับเพราะความกร่างไปอวดเบ่งให้คนกราบบิ๊กไบค์ (คุ้น ๆ เนอะ ใช่แหละ) ทำให้เขาต้องดิ้นรนหาเงินมาใช้จ่าย บังเอิญว่ามีครอบครัวร่ำรวยว่าจ้างให้เขามาอยู่กับ วันเพ็ญ ลูกสาวที่เพิ่งเสียชีวิต 1 คืนแลกกับค่าจ้าง 5 แสนบาท แต่เมื่อถึงเวลา 03:30 AM เขากลับต้องพบบางสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตเขา เรื่องเล่าง่าย ๆ ของภาคินัยยังคงใช้ภาษาเข้าใจง่ายบวกกับลีลาการเขียนอันเป็นเอกลักษณ์ อาจเพราะการบรรยายแบบธรรมชาติที่ไม่มีผีมาเกี่ยวข้องในช่วงแรก เมื่อ GU อ่านเรื่องนี้กลับอยากอ่านเรื่องแนวอื่นของเขาขึ้นมา เห็นว่าเขามีอีกนามปากกาที่เขียนเรื่อง 18+ ถ้ามีคนสนใจ GU จะลองไปอ่านแล้วมาบันทึกให้อ่านกันนะ

 

ความฆาตคิด (เจนศิลป์) : วิธีเห็นผีด้วยลูกคิด น่ะ! งง! ใช่ GU ก็งง แต่ผู้เขียนบรรยายวิธีไว้ชัดเจน ชนิดทำตามได้ (อย่าท้าเพราะ GU ไม่คิดทำ) ฟ้าใส กับ ดิว เพื่อนรักต่างวรรณะ คนหนึ่งรวยแต่ครอบครัวหาได้ใส่ใจ กับลูกคนขายลูกชิ้นปิ้งที่ครอบครัวอบอุ่น วันหนึ่งฟ้าใสอยากพิสูจน์ว่าผีไม่มีจริงจึงชวนดิวไปสามแยกที่ขึ้นชื่อว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อย เหตุการณ์ดำเนินเร็วตามสไตล์เรื่องสั้น แต่ผู้เขียนใช้การเล่าเรื่องแบบแบ่งช่วงเว้นตอน ทำให้ได้ลุ้นว่าเรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป จนสุดท้ายถึงเฉลยคลายปม สรุปสั้น ๆ สนุกดี

 

กลิ่นโกศโภชนา (เตมัน) : ครอบครัวของ ดาริน สูญเสียพ่อที่เป็นเสาหลักไป เธอ น้องชาย แม่ และป้าต้องพยายามอย่างหนักเพื่อประคองร้านอาหารของพ่อให้อยู่รอด ดนัย น้องชายคิดถึงพ่อมาก จนได้รู้วิธีเห็นผีจากป้าว่า 03:30 AM ให้ทำอาหารที่คนตายชอบกินตั้งบนโต๊ะ แล้วจะพบวิญญาณของผู้เสียชีวิตไปแล้ว เรื่องนี้ไม่ได้หักมุมเท่าไร แต่เท่าที่ GU เคยอ่านงานของเตมันมา เขาเป็นคนหักความรู้สึกมากกว่ามุม อ่านอยู่ดี ๆ ความรู้สึกของตัวละครจะเปลี่ยนชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ จู่ ๆ จากดีพลันร้าย จากร้ายกลับดี เรื่องนี้ก็เช่นกัน ลองไปอ่านดูจะเห็นตัวละครที่ทำให้ GU อุทานเบา ๆ 'เอางี้เลยเหรอวะ'

.

เล่นซ่อนหาย (RabbitRose) : โปเต้ ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรพ่อถึงห้ามไม่ให้เขาเล่นซ่อนแอบ แต่ในเมื่อพ่อยังไม่สนใจวันเกิดเขาออกไปทำงาน เขาก็จะไม่สนใจคำเตือนของพ่อบ้าง โบ๊ท หัวหน้าแก๊งเด็กแถวบ้านชวนเล่นซ่อนแอบโดยบอกว่าถ้าเล่นตอนกลางคืนจะสามารถเห็นวิญญาณคนตายได้ โดยเฉพาะเวลา 03:30 AM โปเต้เกิดอยากเห็นแม่ที่ตายไปแล้วจึงร่วมเล่นเกมนี้ บังเอิญได้เจอกับ บอย เพื่อนใหม่ที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน RabbitRose ยังคงใช้การเล่าเรื่องง่าย ๆ ตัวเอกเป็นเด็กผู้ชายอายุ 7 ขวบ เนื้อเรื่องจึงไม่ซับซ้อนมาก แต่กระนั้นก็ยังมีแอบขมวดปมเล็ก ๆ ไว้ให้คลายตอนจบ แต่ GU อยากถามนิดหนึ่ง ทำไมตอนซ่อนแอบเวลาผ่านไปเร็วจัง ?

 

ธุลีเบิกเนตร (เดือนสิงห์) : เอาดินหลุมศพป้ายตาจะเห็นผี สรวง ยามหนุ่มได้คำแนะนำมาจากเพื่อน เพราะอยากรู้ว่าความจริงว่าแล้วผู้หญิงสวยในบ้านหลังใหญ่ท้ายคอนโดเป็นคนหรือผี เนื้อเรื่องง่าย ๆ ไม่มีความซับซ้อน แต่ผู้เขียนใช้การบรรยายให้ GU รู้สึกเหมือนดูหนังในโรงภาพยนตร์ ถ้าให้เปรียบ GU รู้สึกเหมือนเรื่องสั้นเรื่องนี้มีสีดำ แม้จะไม่ดาร์คน่ากลัวแต่มีความลึกลับในตัวอักษรให้อ่านจนจบได้โดยไม่น่าเบื่อ ทั้ง ๆ ที่เรื่องมันเรียบมากเลย

 

 

Ghost Captor เกมจับผี (ธุวัฒธรรพ์) : เรื่องสั้นเรื่องเดียวที่มีชื่อภาษาอังกฤษ หลังจากอ่านจบคำเดียวที่ GU คิดได้คือ 'เสียดาย' พล็อตเรื่องนี้ถ้าเอาไปขยายเป็นเรื่องยาวน่าจะสนุกกว่า เพราะความยาวของเรื่องทำให้วัตถุดิบที่ผู้เขียนนำมาใช้ดูไม่คุ้มกับสิ่งที่นำเสนอมา เชื่อว่าถ้าได้เอาไปเขียนเรื่องยาว การที่ ภรัญญ์ เล่นเกมจับผี (อารมณ์โปเกมอน โก เข้าใจนะ เพราะถ้าอธิบายมันจะยาว) เพื่อนำผีที่จับได้ไปแลกเงินใช้ต้องยอมเสี่ยงเข้าร่วมเล่นเกมที่มีเงินรางวัลสูงถึง 1 แสน โดยไม่กลัวว่าโจทย์ทั้ง 4 ที่ร่วมเกมด้วยจะอาศัยโอกาสนี้แก้แค้นตนเอง พล็อตแบบนี้มันน่าสนใจจนเสียดายที่เอามาเป็นเรื่องสั้น ซึ่งจริง ๆ การสวมเสื้อผ้าคนตาย และเวลา 03:30 AM แทบไม่มีผลกับเรื่องเลยด้วยซ้ำ แต่กลับเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก (ทวิวัฒน์ ฝากถามว่าทำไมให้เขาตาย แต่ปราปต์เป็นถึงผู้กอง)

 

ร่มเงา (พลอยฝน) : ถ้าใครทำ OT หรือชอบทำงานดึก ๆ GU แนะนำ ข้ามเรื่องนี้ไปเลย เพราะถ้าอ่านแล้วคงยากจะทำใจทำงานตอนกลางคืนได้อีก อารดา พนักงานออฟฟิศอยากลาออกแต่ปัญหาการเงินทำให้เธอต้องอดทนทำงานต่อ แม้จะต้องทำงานจนดึกดื่น แต่อย่างน้อย คณิน รุ่นพี่ที่ทำงานก็ยังพอทำให้เธอชุ่มชื่นหัวใจพอลืมปัญหาจุกจิกจากเพื่อนร่วมงานได้บ้าง คืนหนึ่งเธอได้ยินเสียงประหลาดดังซ้ำไปมา อารดาจำคำของแม่ว่าถ้ากางร่มในบ้านตอนกลางคืนจะเป็นการเรียกผีเข้ามา เธอจึงลองทำเพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่เห็นคือผีหรือเปล่า ผู้เขียนบรรยายเก่งมาก ทั้งสภาพการทำงานในออฟฟิศ และจังหวะการเล่นกับอารมณ์หลอน อ่านแล้วจินตนาการภาพตามจนต่อจากนี้ GU คงไม่ทำงานกลางคืนแล้วแหละ อ้อ! GU ขอยก MVP ให้ เมย์ ตัวละครจากเรื่องนี้ด้วย เพราะทั้งเล่มไม่มีใครก่อเรื่องได้ 'น่าตบ' เท่าอีนี่แล้ว GU เกลียด

 

จันทร์เอ๋ย...จันทร์เจ้า (มายาโรส) : อีก 1 เรื่องที่แนะนำให้อ่าน (จริง ๆ ก็ควรอ่านทั้งเล่มแหละนะ) โซ่ ทศ แอน เมย์ เพื่อนเก่าสมัยเด็กกลับมารวมตัวกันอีกครั้งหลังจากแยกไปใช้ชีวิตของตน เพื่อเปิดกิจการในบ้านของทศที่ได้รับมรดกมาจากพ่อแม่ หากแต่บ้านหลังนี้กลับซ่อนความลับที่คาดไม่ถึงไว้ เรื่องสั้นมีเวลากำหนดไว้ในเรื่อง ทำให้รู้สึกเหมือนได้ร่วมไขปริศนาไปกับตัวละคร วิธีเห็นผีด้วยการอมเศษผมเศษเล็บคนตายแล้วลงไปนอนในโลงดูทำยาก แต่ผู้เขียนยังผูกเข้ากับเรื่องราวได้แนบเนียน ด้วยเหตุนี้ทำให้เรื่องดำเนินเข้าสู่ความดาร์คลงเรื่อย ๆ จนหน้าสุดท้ายที่เฉลยเรื่องราวยังไม่วายเผยให้เห็นถึงความเลวร้ายของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า...คน

 

พบ (กวิตา) : เรื่องสั้นชื่อสั้นที่สุดในเล่ม แต่เป็นเรื่องที่ซึ้งที่สุด พลอย หญิงสาวชั้น ม.6 หนีออกจากบ้านเพราะทะเลาะกับแม่ เธอเพิ่งรู้ตัวว่าท้องหลังจากได้งานทำ เมื่อเธอบอกกับแฟนหนุ่ม เขากลับหาว่าเธอมั่ว ไม่ยอมรับลูกในท้อง เธอเข้าไปเล่นไลฟ์เห็นผีในบ้านร้างตามคำชวนของเพื่อนโดยตั้งใจจะฆ่าตัวตาย วิธีเห็นผีที่เธอได้คือการปอกเปลือกแอปเปิ้ลหน้ากระจก แต่เธอทำไม่สำเร็จเพราะมีบางอย่างขัดขวาง หลังจากนั้นเธอก็พบเรื่องต่าง ๆ ที่คล้ายกับพยายามทำร้ายเธอกับลูก พล็อตเดาไม่ยากถ้าอ่านมาเยอะเชื่อว่าเดาเรื่องได้ชัวร์ แม้จะไม่น่ากลัวแต่ส่วนตัวชอบมาก เพราะทำให้รู้สึกฟีลกู๊ดได้ทั้งที่อ่านหนังสือผี

 

บ้านพักกระชากวิญญาณ (ฌาปนินทร์) : เข็มขาว เมทนี วีรยา 3 สาวเดินทางมาทะเลเพื่อพักผ่อน โชคร้ายที่พวกเธอหาที่พักไม่ได้ จนบังเอิญได้บังกะโลชายหาดราคาไม่แพง แต่มีบรรยากาศน่ากลัวไม่เบา เข็มขาวรับคำท้าลองของจากเหล่ารุ่นพี่ในละแวกด้วยวิธีเห็นผีโดยการนอนใต้ขื่อคาน เพื่อพิสูจน์ว่า อ๊อด เพื่อนของพวกเขาที่ตายไปยังอยู่บริเวณนี้หรือไม่ เมื่ออ่านมาถึงเรื่องนี้ ประสาทสัมผัสของ GU ตีกันวุ่นวาย อีนี่เป็นผีไหม คนนี้เป็นผีหรือเปล่า ทำให้เรื่องง่าย ๆ ที่ไม่ต้องคาดเดาอะไรมากมายกลายเป็นเรื่องน่าติดตาม ส่วนหนึ่งต้องขอชมการเขียนแบบอ่านง่าย ๆ ของผู้เขียนไว้ด้วย

 

คืนจันทร์ลวง (นายหมอก) : ผ่านเรื่องง่ายไป มาสู่เรื่องยากกันบ้าง GU ยังไม่เคยอ่านงานของนักเขียนท่านนี้ เมื่ออ่านแล้วเกิดความรู้สึกว่าเข้าใจยาก ส่วนหนึ่งอาจเพราะการจบแบบเปิดปลายให้คิดเอง ทำให้เหมือนปลายทางของเรื่องสะดุด บุญทิ้ง เด็กชายวัย 10 ขวบถูกนำมาส่งให้บ้านเด็กกำพร้า แต่แค่วันแรกเขากลับหายตัวไป เพื่อนร่วมบ้านเกิดความสงสัยจึงอยากลองพิสูจน์ว่าบุญทิ้งหนีหรือตายด้วยการนำเสื้อคนตายมาสวมกลับด้าน พร้อมนอนห้อยหัว แต่แล้วกลับพบว่าบุญทิ้ง...ตายแล้ว ใครล่ะเป็นคนฆ่า ? จริง ๆ พล็อตเรื่องเดาไม่ยาก แต่กลับเป็นเรื่องที่ GU ขัดใจที่สุด เพราะกลุ่มเด็กกำพร้านี่สรรหาที่ตายแบบไร้เหตุผลมาก ถ้าเกิดขึ้นจริง GU เชื่อว่าก็จบแบบในเรื่องแหละ ยังไงผู้ใหญ่ก็ถูกเสมอ

 

ห่วงรัศมี (สุริยาทิศ) : รัศมี ภิรมย์รื่น ยศวร นี่ GU กำลังอ่านน้ำตากามเทพ Ver.สยองขวัญใช่มั้ย ? GU ถามตัวเองแบบนี้ระหว่างกำลังอ่านเรื่องสั้นของสุริฯ นักเขียนคนนี้มีสำนวนแบบนิยายโรมานซ์ ทั้งที่เป็นเรื่องสยองขวัญ แต่กลิ่นกุหลาบตลบไปทั้งเรื่อง เพราะการบรรยายตามอารมณ์คล้ายละครน้ำตากามเทพ รัศมี ไม่เข้าใจว่าทำไม ภิรมย์รื่น ถึงได้ 'ร่าน' นัก ทั้งที่มี ยศวร เป็นคู่หมั้นอยู่แล้ว ขนาดเขาเพิ่งตายหล่อนยังหาได้มีท่าทีสลด ซ้ำยังรี่ไปหาผู้ชายอยู่เป็นระยะ จนกระทั่งรัศมีได้รู้วิธีเห็นผีว่าถ้าขโมยของคนตายจะสามารถเห็นผีได้ เธอจึงขโมยแหวนหมั้นของยศวรเพราะต้องการทราบความจริงว่าใครคือคนฆ่าเขา GU ชอบเรื่องนี้นะ เพราะคนเขียนบรรยายได้เยี่ยม อ่านแล้วสนุกไปกับตัวละคร GU ขออนุญาตบัญญัติศัพท์ว่าใช้ภาษากุหลาบละกัน กลิ่นมันฟุ้งขนาดซีนผีโผล่ยังฟุ้งไปด้วยความหอมเลยทีเดียว

 

ความตายในวงเล็บ (ปราปต์) : เรื่องนี้คงเป็นเรื่องที่ธรรมดาที่สุดของปราปต์ มีความปราปต์อยู่ไม่มาก เพราะอ่านง่ายและไม่ซับซ้อน (แต่ก็มีซ่อนเงื่อนงำแหละ) ตรัย รักศักดิ์ และเชวงคิดหาเงินจากผีด้วยการตัดเล็บตอนกลางคืน เพื่อถามหาเลข โดยมีจุดประสงค์คือขอเลขเด็ดเอาไปใช้หนี้พนันบอล แต่เมื่อเจอของจริงกลับไม่กล้าทำตามคาด วิ่งหนีกันจนเจ็บตัว ความจริงแล้วการกระทำเช่นนั้นมีเป้าหมายแฝงของใครบางคนอยู่ ซี่งปราปต์ยกเหตุผลมาได้สมเหตุมาก จัดว่าเป็นเรื่องสั้นที่สนุกเรื่องหนึ่ง

 

จบสักที รีวิวได้ยาวที่สุดแล้ว ใครอ่านมาถึงนี่ยินดีด้วย คุณใช้โควตา 8 บรรทัดหมดไปหลายปีแล้ว

 

.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.

 

อะ...ใครขี้เกียจอ่านมาตรงนี้ GU จะสรุปให้ไม่เกินโควตา 8 บรรทัด

***ความคิดเห็นส่วนบุคคล ไม่ตรงใจใครเลื่อนผ่านเลยจ้า

.

เรื่องสั้น 13 เรื่อง จาก 13 นักเขียน 13 วิธีการเห็นผี มีทั้งทำง่าย ทำยาก ผีที่มามีทั้งดี ทั้งร้าย ทั้งเล่มมีหลากอารมณ์ให้สัมผัส แต่สิ่งหนึ่งที่ GU อยากบอกคือ...อย่าลองทำตามวิธีในเล่ม

 

ถ้าหากต้องเลือก 1 วิธีเพื่อให้มองเห็นวิญญาณ GU บอกว่า...”เคยได้ยินว่า ‘ผิวปากกลางคืน’ จะเรียกผีมาเพราะเป็นเสียงสื่อสารระหว่างผี เลือกวิธีนี้ครับ

 

 

       เพื่อน ๆ นักอ่านที่อยากสัมผัสประสบการณ์หลอนแต่ไม่กล้าลองทำเอง ก็แนะนำให้หยิบ ‘ตีสาม สามสิบ’ ขึ้นมาอ่านเหมือน GU เพราะในเล่มเดียวนั้น มีความระทึกขวัญอัดแน่นไว้ถึง 13 เรื่อง

       สั่งซื้อออนไลน์ง่าย ๆ ที่ sofapublishing.com ได้เลย

 

เรียบเรียงโดย

GU Diary

บันทึกสารพัดสารเพ เกี่ยวกับสิ่งที่เจอมา รีวิวหนัง ของเล่น นิยาย การ์ตูน (เจ้าของเดียวกับ Ka-Pae Channel)




แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น


บทความนี้ยังไม่มีคนแสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง


เรื่องเด่น


นิยายประจำวัน


TODAY | พุธ
หิวไหม... ทานอะไรมาหรือยัง ถ้ายัง... ทาน ‘ศพ’ กันหน่อยดีไหม!