อัปเดตล่าสุด 2018-09-09 10:07:18

ตอนที่ 4 ลองมองรักด้วยหัวใจ...จะรู้ว่ารักแค่ไหน


       “ปาหนัน ปาหนันอยู่หรือเปล่า?”
       เสียงร้องเรียกของผาดังมาจากทางหน้าบ้านของหญิงพิการแต่ไร้ซึ่งเสียงตอบรับของเจ้าของบ้าน ผาเดินดูรอบๆบ้านเผื่อว่าบางทีปาหนันอาจจะกำลังออกมานั่งเช็ดใบตองที่ใต้ต้นไม้แต่ก็ไม่พบ ชายหนุ่มได้แต่ย่นคิ้วแล้วขบคิดคาดเดาไปต่างๆนานาว่าปาหนันหายไปไหน ปกติถ้าหญิงสาวจะไปไหนมาไหนมักจะมีเขาตามไปด้วยเสมอ หรือว่าน้ารำพึงจะยอมให้ปาหนันไปขายขนมที่ตลาดด้วยแล้ว ไม่น่าเป็นไปได้เพราะน้ารำพึงกำชับนักกำชับหนาว่าห้ามปาหนันไปที่ตลาด เอ...หรือปาหนันจะไปนั่งเล่นร้องเพลงริมแม่น้ำกันเล่า? ว่าแล้วผาก็รีบตรงไปยังที่ที่คิดว่าอีกฝ่ายอยู่ทันที
สิ่งที่ผาคาดเดานั้นผิด... ปาหนันไม่ได้ไปขายขนมกับรำพึงและไม่ได้ไปนั่งเล่นร้องเพลงที่ริมน้ำอย่างที่เคยชอบทำยามว่าง
       หญิงสาวไปยังที่ที่เสียงของหัวใจร่ำร้องนั่นคือไปที่หมู่บ้านข้างๆแล้วดักรอเจอชายผู้นั้น ชายที่ชื่อว่าบรรณคนที่เธอเคยเจอเขาเมื่อวานที่ตลาด เธอไม่รู้หรอกว่าจะได้เจอเขาอีกหรือไม่ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับโชคชะตาเท่านั้นได้แต่หวังว่าท่านคงไม่ใจร้ายจนเกินไปนัก
       และแล้วท่านก็มีเมตตาดลบันดาลให้ปาหนันได้เจอกับชายผู้นั้นอีกครั้ง บรรณเดินอย่างสง่างามลงมาจากรถเก๋งคันหรู สวมเสื้อผ้าดูดีอย่างคนมีอันจะกิน เขาไม่ได้มาแต่เพียงลำพังหากแต่มากับวศีที่ดูเหมือนจะเป็นหญิงคนรัก ปาหนันที่แอบมองอยู่ตรงมุมหนึ่งยิ้มกว้างด้วยความดีใจราวกับได้เจอดอกไม้ที่ผลิดอกอยู่กลางทะเลทราย เปล่าหรอก...หญิงสาวไม่ได้อยากไปเผชิญหน้ากับเขา เธอขอแค่แอบมองดูอยู่ห่างๆ เจียมเนื้อเจียมตนรับรู้ว่าตัวเองมีสารรูปเช่นไร แค่เดินเฉียดใกล้ก็ยังกลัวเสนียดจัญไรแปดเปื้อนเขา แค่ได้ยืนอยู่บนโลกใบเดียวกันก็มากเกินพอแล้ว
       บรรณหันไปสั่งคนขับรถเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปอีกทางพร้อมกับวศี ปาหนันมองตามหลังอีกฝ่ายจนแน่ใจแล้วว่าพวกเขาไปไกลเกินกว่าที่จะเห็นเธอในระยะสายตา หญิงสาวมองถุงกระดาษในมือที่ภายในมีขนมกล้วยกับขนมตาลที่แอบแบ่งมาจากกระบุงขนมของรำพึง เธออยากให้บรรณได้ลองชิมขนมฝีมือเธอ ลองชิมโดยไม่ต้องรู้หรอกว่าผู้ใดเป็นคนทำ เมื่อเห็นว่าทางสะดวกจึงรีบเดินตรงไปยังรถคันงามของบรรณ อาศัยจังหวะที่คนขับรถเดินเข้าไปนั่งคุยกับเพื่อนที่ชายคาร้านค้า ก็รีบเอาถุงขนมไปวางที่กระโปรงรถก่อนจะรีบวิ่งกลับมาแอบตรงที่เดิม สักพักใหญ่ๆบรรณก็เดินกลับมาพร้อมกับวศี ท่าทางคุยกันอย่างสนิทสนม คนรักกันไงเล่าจะแปลกอะไร
       คนขับรถเมื่อเห็นผู้เป็นนายเดินกลับมาก็รีบกุลีกุจอมาเปิดประตูรถให้บรรณกับวศีพลันสายตาของเจ้านายเหลือบไปเห็นถุงขนมวางอยู่ที่หน้ากระโปรงรถจึงหันไปเอ่ยถามคนขับรถของตน
       “ใครวางอะไรไว้หน้ารถน่ะ”
       “เอ๊ะ...ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับคุณบรรณ” ไม่พูดเปล่าคนขับรถรีบหยิบถุงกระดาษใบนั้นออกมาส่งให้เจ้าของรถเปิดดู วศีเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดอยู่ในที
       “พวกมือบอนชอบทิ้งขยะหรือเปล่าคะพี่บรรณ” สาวเจ้ามองโลกในแง่ร้ายไว้ก่อน บรรณเปิดถุงกระดาษออกดูเห็นเป็นขนมกล้วยกับขนมตาลก็ย่นคิ้วเข้มด้วยความสงสัย
       “นี่มันขนมกล้วยกับขนมตาลนี่ ใครมาลืมไว้หรือเปล่า” เขาหันไปเอ่ยถามคนขับรถ อีกฝ่ายส่ายหน้าไม่ทราบ วศีเห็นดังนั้นก็แย่งถุงกระดาษที่ภายในมีขนมมาถือไว้ก่อนจะโยนมันทิ้งไปยังข้างทางอย่างรังเกียจ
       “อย่าไปกินนะคะพี่บรรณ ขนมใครมาลืมไว้ก็ไม่รู้ อาจสกปรกก็ได้” สาวเจ้ายังคงมองโลกในแง่ร้ายเช่นเคยบรรณมองตามด้วยความสงสัยแล้วพยายามมองรอบกายเพื่อหาเจ้าของถุงขนมปริศนาแต่ก็ไม่พบ
       “เรากลับบ้านกันเถอะค่ะพี่บรรณ วศีร้อนจะตายอยู่แล้ว” สาวเจ้าเร่งเร้าพลางกระพือพัดในมือเพื่อไล่ลมร้อน อีกฝ่ายไม่อยากขัดใจเลยหันไปหาคนขับรถให้มาเปิดประตูให้หญิงคนรัก บรรณหันมองรอบกายอีกครั้งเพื่อหาที่มาของถุงขนมปริศนา เมื่อแน่ใจว่าไม่พบจึงขึ้นรถไปนั่งข้างๆวศี ก่อนจะสั่งให้คนขับรถออกรถ
       ไม่ไกลกันนัก ปาหนันแอบมองอยู่ด้วยความผิดหวังที่เห็นขนมฝีมือตัวเองถูกโยนทิ้งไปข้างทางอย่างไม่ใยดี แต่เอาเถอะ วันพรุ่งนี้เธอจะแอบมาดักเจอบรรณใหม่ เชื่อว่าสักวันเขาจะได้ชิมขนมฝีมือเธอ...มันต้องมีสักวันปาหนันเชื่อเช่นนั้น

.................................................................

       แม้บรรณจะไม่ได้กินขนมฝีมือของปาหนันแต่กระนั้นหญิงสาวก็ยังแอบกลับมาปลื้มแต่เพียงลำพัง ปลื้ม
       ที่อย่างน้อยเขาก็ยังมีท่าทีสงสัยว่าเป็นขนมองผู้ใด ปลื้มที่เขามีกะใจเปิดถุงออกดู ถุงที่เธอพับเองกับมือที่หงิกงอ มันอาจดูเล็กน้อยแต่มีค่าเหลือเกินสำหรับคนแอบรักอย่างเธอ
       “หายไปไหนมาปาหนัน?” เสียงของผาเอ่ยทักหญิงสาวที่นั่งเหม่ออยู่ตรงแคร่หน้าบ้าน เจ้าของบ้านสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบปฏิเสธเสียงหลง
       “เปล่านี่ผา”
       “เปล่าอะไรกันเมื่อเช้าฉันแวะมาหาที่บ้านแต่ปาหนันไม่อยู่ ไปดูที่ริมน้ำก็ไม่อยู่” ชายหนุ่มถามย้ำก่อน
       จะทิ้งตัวนั่งลงข้างๆหญิงพิการ ปาหนันรีบหลบตาแล้วโป้ปดกับอีกฝ่าย
       “อ๋อ...ฉันออกไปที่สวนน่ะ ไปดูนั่นดูนี่ ว่าแต่ผามีอะไรกับฉันหรือเปล่า?” ปาหนันรีบเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะรู้ว่าถ้าปล่อยให้อีกฝ่ายเซ้าซี้เธออาจหลุดปากพูดความจริงออกไป ผากับปาหนันเป็นประเภทโกหกไม่เก่งด้วยกันทั้งคู่
       ผามองเพื่อนรักด้วยความสงสัยอยู่ไม่ใช่น้อยแต่สุดท้ายก็สลัดความข้องใจนั้นออก
       “เปล่าหรอกฉันมาไม่เจอก็แค่สงสัย” ชายหนุ่มบอก ปาหนันทำได้แค่ยิ้มก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน
       ผาไม่ใช่คนโง่ เขาอยู่กับปาหนันมาเกือบจะตลอดชีวิตของหญิงสาวทำไมจะไม่รู้เล่าว่าเธอกำลังมีเรื่องปิดบังอยู่เพียงแค่เห็นอาการก็รู้ได้ แต่ที่ไม่รู้คือปาหนันกำลังปกปิดอะไรเขาอยู่ก็เท่านั้น...

.........................................................................

       สำหรับบางคนแล้วเมื่อมีครั้งแรกย่อมมีครั้งที่สองตามมา
       ปาหนันแอบอยู่ตรงมุมหนึ่งของตลาด ในมือถือถุงกระดาษที่ภายในมีขนมวง1 ที่เธอทำไปให้รำพึงขายอยู่ สายตามองตรงไปยังถนนสายเดิมที่รถของบรรณเคยมาจอด ได้แต่หวังว่าหากพอมีบุญวาสนาวันนี้เขาจะมาอีกครั้ง ปาหนันสวมชุดที่สวยที่สุดเท่าที่จะมีแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้เห็นเธอ แต่กระนั้นก็ยังอยากแต่งตัวสวยตามประสาผู้หญิงมีความรัก
       นั่นไง..รถของบรรณแล่นมาจอดแล้ว!
       เพียงไม่นานนักคนขับรถก็เดินลงมาเปิดประตูให้กับผู้เป็นนาย บรรณไม่ได้มาเพียงลำพังแต่เขามากับวศีหญิงคนรักเช่นเคยครานี้มีบ่าวสตรีอีกคนติดสอยห้อยตามมารับใช้ด้วย ผู้เป็นนายสั่งอะไรกับคนขับรถเล็กน้อยก่อนจะเดินควงวศีหายเข้าไปในตลาดพร้อมกับบ่าวรับใช้ ปาหนันก้มมองดูชุดของตัวเองแล้วทำได้แค่น้อยเนื้อต่ำใจ ชุดสวยที่สุดของเธอหากไปอยู่บนตัวของวศีก็เป็นเพียงผ้าขี้ริ้วดีๆนี่เอง
       ปาหนันดูให้แน่ใจแล้วว่าคนขับรถจะไม่กลับมาในเร็วๆนี้ หญิงสาวจึงรีบเดินกึ่งวิ่งตรงไปที่รถคันงามของบรรณก่อนจะวางถุงขนมวงที่หน้ากระโปรงรถพร้อมด้วยดอกปาหนันสีสวยส่งกลิ่นหอมฟุ้ง แม้ใจหนึ่งจะไม่ได้อยากแสดงตัวแต่อีกใจก็แอบคิดไม่ได้ว่าหากบรรณรู้ว่าเธอเป็นใครก็คงชื่นใจไม่น้อย ดังนั้นหญิงสาวจึงเด็ดดอกปาหนันวางไว้ข้างถุงขนมก่อนจะรีบกลับมาแอบดูอยู่ตรงที่เดิม
       “ฉันว่าแล้วปาหนันต้องมาที่นี่” เสียงของผาดังขึ้นจนปาหนันสะดุ้ง คิดจะโกหกอะไรก็ไม่ทันเสียแล้ว สาวเจ้าจึงทำหน้านิ่งกลบเกลื่อนความลับที่ไม่ลับอีกต่อไป
       “ฉันก็มาเที่ยวเล่นบ้างไม่ได้หรือยังไง แล้วผามาทำไม?” หญิงสาวแสร้งทำเสียงดุแล้วเอ่ยถามกลบเกลื่อนที่ถูกจับโกหกได้
       “ฉันก็เป็นห่วงปาหนันไงเล่า ปกติจะไปไหนมาไหนฉันก็ไปด้วย หกล้มหกลุกจะทำยังไง” ผาเอ็ดเสียงเขียวทำราวกับสิ่งที่ปาหนันทำนั้นผิดเหลือคณานับ อีกฝ่ายได้ยินเช่นนั้นก็หันมองแล้วทำท่าไม่พอใจ
       “ผา...ฉันไม่ใช่เด็กๆแล้วนะไปไหนมาไหนเองได้” สิ่งที่ปาหนันบอกทำเอาผาแอบน้อยใจเล็กๆแต่กระนั้นก็ยังเก็บอาการไว้พลางเอ่ยถามกลับ
       “แล้วนั่นเอาถุงขนมไปวางหน้ารถใครเล่า” ผาสังเกตอยู่ตลอดตั้งแต่ปาหนันออกจากบ้านปาหนันได้ยินคำถามเช่นนั้นก็รีบหลบสายตา
       “เปล่า” สาวเจ้าปากแข็ง
       “เปล่าอะไรเล่า ฉันเห็นอยู่กับตาว่าปาหนันเอาขนมไปวางที่หน้ารถคันนั้น” ผาชี้ไปที่รถคันงามซึ่งจอดอยู่ในระยะสายตา จังหวะเดียวกับบรรณ วศีและบ่าวรับใช้เดินกลับมาพอดี ปาหนันจึงรีบดึงตัวเพื่อนรักให้หลบไปอีกมุมหนึ่งเพราะกลัวเจ้าของรถเห็นทั้งๆที่อยู่ห่างกันมากนักคนขับรถรีบวิ่งมาเปิดประตูให้ผู้เป็นนายพลันสายตาของบรรณเหลือบไปเห็นถุงขนมวางไว้ที่หน้ากระโปรงรถจึงคว้ามาดูพลางย่นคิ้วเข้ม
       “ขนมวงของใครกัน?” เขาเปิดถุงกระดาษออกดูพบขนมวงชิ้นสวยวางอย่างเป็นระเบียบอยู่ภายในนั้น
       “มีดอกปาหนันด้วยเจ้าค่ะ” บ่าวรับใช้รีบหยิบดอกปาหนันที่วางอยู่หน้ากระโปรงรถพลางจะส่งให้บรรณแต่วศีแย่งมาถือไว้เสียเองก่อนจะทิ้งลงพื้นแล้วเหยียบมันอย่างไม่มีชิ้นดี
       “อี๋ ดอกอะไรก็ไม่รู้ สวยก็ไม่สวย กลิ่นก็พิลึกอย่าไปสนใจเลยค่ะพี่บรรณ คงมีพวกสติไม่ดีเอามาวางไว้ ส่วนขนมนั่น...” หญิงสาวดึงถุงขนมในมือของชายคนรักออกมาแล้วโยนทิ้งไปอย่างไม่ใยดี “...อย่ากินเลยค่ะ สกปรก!” พูดจบสาวเจ้าก็ดึงตัวบรรณให้เข้าไปนั่งในรถ เพียงอึดใจคนขับรถก็ออกรถไปโดยที่มีปาหนันมองตามด้วยสายตาละห้อย เสียใจที่ขนมซึ่งเธอตั้งใจทำถูกโยนทิ้งไปอีกครั้ง ผาเห็นเช่นนั้นก็รีบวิ่งไปหยิบถุงขนมวงที่ถูกโยนทิ้งมาถือไว้ก่อนจะก้มลงหยิบดอกปาหนันที่แหลกเละขึ้นมาเก็บใส่กระเป๋าเสื้อของตนแล้วกลับไปยืนข้างๆปาหนันที่ยืนนิ่ง แม้ไม่พูดอะไรผาก็รู้ว่าปาหนันคิดอะไร รู้สึกอะไร
       “เขาเป็นใครเหรอปาหนัน?”ผาเอ่ยคำถามคาใจ อีกฝ่ายไม่ตอบอะไรหากแต่ดึงถุงขนมวงในมือของผามาถือไว้พลางจะโยนทิ้ง ทว่า ผาดึงรั้งไว้ทัน
       “เดี๋ยว...จะทิ้งทำไมปาหนัน”
       “ก็คนที่ฉันอยากให้เขากินเขาไม่ได้กิน แล้วจะเก็บไว้ทำไมเล่า” สาวเจ้าบอกด้วยน้ำเสียงผิดหวังอยู่ในที ผารีบหยิบขนมวงในถุงนั้นออกมากินอย่างหน้าตาเฉย
       “ใครไม่ได้กินก็ช่างสิขนมฝีมือปาหนันใครไม่ได้กินก็ถือซะว่าไม่มีบุญ ฉันกินเองก็ได้ มันไม่ใช่ของเน่าของเสีย ตรงกันข้ามมันเป็นขนมที่มาจากความตั้งใจของปาหนัน แล้วจะทิ้งไปได้อย่างไรกันเล่า” เขารู้ว่าปาหนันกำลังผิดหวังดังนั้นการทำให้อีกฝ่ายสบายใจจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ ปาหนันมองหน้าเพื่อนรักก่อนจะค่อยๆยิ้มออกมาได้
       “ขอบใจนะผา”
       “ปาหนันชอบผู้ชายคนนั้นเหรอ?” เป็นคำถามที่ไม่ควรหลุดปากถามเอาเสียเลยแต่ผาก็หลุดปากถามไปจนได้ คนถูกถามอึ้งไปเล็กน้อยแล้วรีบปฏิเสธ
       “จะบ้าเหรอผา ฉันก็แค่อยากขอบคุณที่เขาช่วยฉันไว้เมื่อวันก่อนก็เท่านั้น แล้วดูสารรูปฉันสิ อัปลักษณ์แบบนี้จะกล้าไปชอบใครเขาได้ ที่สำคัญผู้ชายคนนั้นก็มีหญิงคนรักอยู่แล้ว” น้ำเสียงนั้นราบเรียบแต่หากใช้ใจฟังจะสัมผัสได้ถึงความน้อยเนื้อต่ำใจลึกๆของหญิงพิการ เจ้าหล่อนเดินออกไปจากที่ตรงนั้นโดยมีผาเดินตามไปติดๆ
       “รอด้วยสิปาหนัน”
       ชายหนุ่มอยากบอกอีกฝ่ายเหลือเกินว่า...ถึงใครไม่เคยเห็นปาหนันในสายตาแต่ไม่ใช่กับเขา...ไม่มีทางเป็นเขาแน่นอน

...................................................................

       ‘ความพยายามอยู่ที่ไหน บางทีความพยายามก็อาจจะยังคงอยู่ตรงนั้น...ต่อไป’ น่าจะเป็นสิ่งที่ปาหนันใช้ปลอบใจตัวเอง หญิงสาวยืนอยู่ที่มุมเดิม ในมือถือถุงขนมที่วันนี้ตั้งใจทำมาเป็นพิเศษเพื่อผู้ชายที่ชื่อบรรณ เธอไล่ให้ผากลับบ้านอย่ามาตามติดจนเกินไปนักเธอเพราะอึดอัด แม้ผาจะไม่อยากทำตามคำสั่งแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ ชายหนุ่มจำใจต้องปล่อยให้ปาหนันไปที่หมู่บ้านข้างๆแต่เพียงลำพังทั้งๆที่ใจก็เป็นห่วงเหลือเกิน
       รถของบรรณแล่นมาจอดที่เดิมเหมือนทุกวัน แปลกตรงที่วันนี้ชายหนุ่มมากับคนขับรถแค่สองคนไร้ซึ่งเงาของวศีหญิงคนรัก เพียงไม่นานนักบรรณก็เดินหายไปอีกทาง ทิ้งให้คนขับรถอยู่แต่เพียงลำพัง ปาหนันอาศัยจังหวะที่คนขับรถเผลอรีบวิ่งเอาถุงขนมไปวางไว้ที่หน้ากระโปรงรถพร้อมกับดอกปาหนันเหมือนที่เคยทำ
       โดยไม่เคยรู้เลยว่า...บัดนี้การกระทำของปาหนันกำลังตกอยู่ในสายตาของวศีที่นั่งอยู่ในรถอีกคัน!
       “นั่นไงเจ้าคะคุณวศี เจ้าของถุงขนมปริศนา” อีชดบ่าวรับใช้รีบบอกอย่างเอาหน่า วศีมีสีหน้าเรียบเฉยแต่สายตากลับมองตรงไปยังหญิงพิการอย่างสมเพชเวทนา
       “อีเป๋อัปลักษณ์คนนั้นนั่นเอง”
       “ให้บ่าวลงไปจัดการมันไหมเจ้าคะ” บ่าวคนสนิททำท่าพร้อมจะลงไปเอาเรื่องปาหนันทันทีหากผู้เป็นนายสั่ง วศีส่ายหน้าแล้วยิ้มกริ่มอย่างมีแผนการ
       “ยังไม่ต้อง ปล่อยให้มันได้ขึ้นสวรรค์ปลอมๆไปอีกสักวันสองวันถือว่าทำบุญ แล้วเดี๋ยวเราค่อยหาอะไรสนุกๆทำ” วศีพูดเป็นปริศนา บ่าวคนรับใช้เกาหัวแกรกๆอย่างไม่เข้าใจว่าคนเป็นนายจะทำอะไร รู้แต่เพียงว่ามันต้องเป็นเรื่องไม่ดีที่สนุกแน่นอน 
       นายร้าย บ่าวเลว อยู่ด้วยกันก็สมน้ำสมเนื้อเช่นนี้แล!

.........................................................................

       การไม่ปฏิเสธนั่นเท่ากับเป็นการหว่านเมล็ดแห่งความหวังให้หญิงพิการ สองสามวันที่ผ่านมาปาหนันแต่งตัวสวยไปที่หมู่บ้านข้างๆพร้อมกับถุงขนมอย่างเคย หญิงสาวดูมีความสุขเสียจนรำพึงต้องเอ่ยถามว่าเป็นอะไรเพราะนอกจากร้องเพลงแล้วยังแอบเหม่อลอยอยู่บ่อยๆ อาการของปาหนันเหมือนคนกำลังมีความรัก คนเป็นแม่เริ่มสงสัยในตัวลูกสาว ว่าแต่ปาหนันจะไปรักไปชอบใครได้ในเมื่อวันๆอยู่แต่ในบ้าน ผู้ชายคนเดียวที่สนิทสนมก็มีแต่ผา...หรือว่า...
       “แม่เอาอะไรมาคิดจ๊ะว่าฉันชอบผา ผาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันไม่มีทางจะเป็นอย่างอื่นได้” หญิงสาวปฏิเสธเสียงหลงเมื่อผู้เป็นแม่เอ่ยถาม
       “ดีแล้ว อย่าริได้รักใครเชียว อย่าริได้ฝากใจไว้กับชายคนไหน ผู้ชายมันก็เห็นแก่ได้ทั้งนั้น กับไอ้ผาเองก็เถอะ ชายหญิงใกล้กันก็เหมือนน้ำมันวางไว้ใกล้ไฟ ตัดไฟเสียแต่ต้นลมจะดีเสียกว่า” สิ่งที่รำพึงบอกยังดังก้องในหู เธออยากจะบอกกับแม่เสียเหลือเกิน การห้ามความรักก็ไม่ต่างจากการห้ามไม่ให้ไฟลามน้ำมันหรอก มันยากเหลือเกินที่จะทำ แม้จะหลอกตัวเองว่าไม่ได้รักบรรณแต่เสียงหัวใจก็ร่ำร้องว่ารัก รักเขาตั้งแต่แรกพบ รักโดยหาเหตุผลไม่ได้ นี่แหละหนาความรัก
       เช่นเคย...เมื่อคนขับรถของบรรณเผลอ ปาหนันก็วิ่งเอาถุงขนมไปวางที่หน้ากระโปรงรถ วันนี้เธอทำขนมใส่ไส้สุดอร่อยมาให้เขา ไส้ข้างในนั้นอบควันเทียนจนหอมฟุ้ง ได้แต่หวังว่าเขาจะชอบ
บรรณกลับมาที่รถ คว้าถุงขนมมาเปิดออกดูแล้วกวาดตามองหาเจ้าของถุงขนมปริศนาไปจนทั่ว เมื่อไม่พบจึงเอาถุงขนมเข้าไปนั่งในรถโดยมีสายตาของปาหนันมองตามด้วยความปลาบปลื้ม ปลื้มทั้งๆที่ไม่รู้เลยว่าบรรณจะได้ลองลิ้มชิมรสขนมฝีมือเธอหรือไม่...แค่เขารับไว้ก็ดีเหลือเกินแล้ว
       “โอ้...รักเอยยากนักจะเข้าใจ
       นึกอยากรักก็มาทักทายไม่ทันได้เตรียมใจไว้เลย
       รักเจ้าเอ๋ย...ไม่เคยได้รัก ไม่เคย
       อบอุ่นนักรักเฉลย...ใจเจ้าเอย รักบันดาลชักพา”
       ปาหนันฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีในขณะที่กำลังเดินกลับบ้าน ผาซึ่งนั่งรออยู่ด้วยความเป็นห่วงรีบลุกขึ้นจากแคร่ทันทีที่เห็นปาหนันเดินทางกลับมาถึง ชายหนุ่มแลเห็นใบหน้าที่เปื้อนยิ้มของหญิงสาวก็รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก สารภาพตามตรงว่าเขาอยากเห็นใบหน้าที่ผิดหวังของปาหนันมากกว่า เพราะนั่นเป็นนิมิตรหมายอันดีว่าอีกไม่นานปาหนันคงถอดใจจากผู้ชายคนนั้น แต่เมื่อได้เห็นรอยยิ้มของปาหนัน มันเหมือนหญิงสาวกำลังมีความหวังกับชายผู้นั้นทั้งๆที่มองยังไงก็ไม่มีทางเป็นไปได้...ไม่มีทางเลย
       “ทำไมกลับมาช้านัก” ผาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กๆ ปาหนันทำได้แค่ยิ้มก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงข้างๆเพื่อนรัก สายตามองตรงไปข้างหน้าราวกับมีชายคนนั้นยืนอยู่ไม่ไกล
       “วันนี้ขนมของฉันไม่ถูกโยนทิ้ง” สาวเจ้าบอกพลางนึกถึงช่วงเวลาที่บรรณหยิบถุงขนมซึ่งเธอวางไว้หน้ารถกลับเข้าไปในตัวรถ มันเป็นวินาทีที่แสนจะมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
       “แน่ใจได้ยังไงว่าหมอนั่นจะไม่โยนทิ้งข้างทาง” เสียงของผาเหมือนดึงปาหนันให้กลับมาสู่โลกของความเป็นจริง หญิงสาวหันมาทำตาเขียวใส่เพื่อนรักแล้วขึ้นเสียง
       “อย่างน้อยเขาก็รับเอาขนมที่ฉันตั้งใจทำให้ เขาจะกินหรือจะทิ้งนั่นก็สุดแล้วแต่เขา แค่นี้ฉันก็พอใจแล้ว” ปาหนันกล่าวก่อนจะผุดลุกขึ้นจากแคร่ พลางร้องเพลงอย่างอารมณ์ดีเข้าไปในบ้านโดยไม่รู้เลยว่าผาที่นั่งมองอยู่รู้สึกเหมือนกำลังจะเสียของรักไป ของรักที่รักเพียงข้างเดียว...อีกฝ่ายหาได้รักตอบไม่...

 

---------------------------------------------------------------------------------------
เชิงอรรถ
       1 ขนมวงหรือเข้ามูนข่วย เป็นขนมชนิดหนึ่งของชาวไทใหญ่ ลักษณะเป็นรูปวงกลมมีรูตรงกลางคล้ายกำไลหรือโดนัท ทำจากแป้งข้าวเหนียวนวดกับน้ำและมะพร้าวขูด นำไปคลุกกับงาขาวแล้วต่อให้เป็นวงกลม ทอดในน้ำมันให้สุก พอขนมเย็นลงจึงนำไปชุบน้ำตาลอ้อยให้ทั่ว ชาวไทใหญ่นิยมทำขนมนี้ในงานปอยหรืองานบุญ


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น