อัปเดตล่าสุด 2018-10-21 10:11:29

ตอนที่ 22 ถึงคราเอาคืน!

 

       ปาหนันไม่ได้อยากจับผิดผาหรอก แต่ท่าทางของเขามีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด ปาหนันแอบมองผ่านรอยแยกของฝาบ้านแลเห็นชายหนุ่มกำลังนั่งลับขวานไปมาตั้งแต่เมื่อบ่าย ครั้นถามว่าทำไมต้องลับขวานอย่างจริงจังขนาดนั้น คำตอบที่ได้คือเอาไว้ตัดฟืนมาให้ปาหนันใช้ ทั้งที่ปาหนันเพิ่งตรวจดูว่าในครัวยังเหลือฟืนอีกมากมาย มากพอจะใช้ได้หลายเดือนทีเดียว
       “คืนนี้ปาหนันปิดบ้านนอนเลยนะจ๊ะ ฉันจะไปตัดฟืนกับไอ้มิ่งกว่าจะกลับคงเช้า เอาไว้ถ้าฉันเจอดอกไม้สวยๆจะเด็ดมาฝากนะ” ผาบอกแล้วยิ้มให้เพื่อนรักก่อนจะสะพายย่ามของตัวเองให้เข้าที่ ไม่ลืมที่จะคว้าขวานด้ามคมไปด้วยอย่างถนัดมือ 
       ปาหนันไม่คิดเซ้าซี้อีกฝ่าย เธอทำได้เพียงพยักหน้ารับแล้วมองตามผาที่เดินหายจนลับตา ไม่ลืมที่จะปิดประตูใส่กลอนตามคำสั่งแล้วเดินกลับมาเก็บถ้วยชามที่ผากินอาหารไว้ไปทำความสะอาดอย่างที่ทำเป็นกิจวัตร
       เพียงไม่นานนักเสียงเคาะประตูบ้านก็ดังขึ้น ปาหนันจำคำสั่งได้ดีว่าจะไม่เปิดประตูให้คนแปลกหน้าไม่ว่าใครทั้งนั้น หญิงสาวจึงสอดสายตามองผ่านรอยแยกของประตู พบกับชายร่างกำยำคนหนึ่งยืนชะเง้อชะแง้อยู่ เธอไม่รู้จักเขาว่าเป็นใครจึงทำได้แต่นิ่งเงียบแอบอยู่หลังบานประตู
       “ไอ้ผาเอ็งอยู่หรือเปล่า ข้าไอ้มิ่งเองนะโว้ย เถ้าแก่ให้มาตามไปช่วยงานด่วน ไอ้ผาเอ็งอยู่ไหม ?” ชายผู้มาเยือนตะโกนเรียก ปาหนันได้ยินเช่นนั้นก็ย่นคิ้ว นึกถึงสิ่งที่ผาบอก
       “คืนนี้ปาหนันปิดบ้านนอนเลยนะจ๊ะ ฉันจะไปตัดฟืนกับไอ้มิ่งกว่าจะกลับคงเช้า”
       แบบนี้ก็หมายความว่าผาไม่ได้ไปตัดฟืนกับคนที่ชื่อมิ่งเพราะคนชื่อมิ่งกำลังอยู่หน้าบ้าน และผาก็ไม่ได้ไปบ้านเถ้าแก่เพราะคนชื่อมิ่งเพิ่งมาจากบ้านเถ้าแก่ ถ้าอย่างนั้นผาไปไหน…ทำไมเขาต้องโกหก?
เมื่อเรียกแล้วไม่มีเสียงตอบรับ มิ่งจึงเดินกลับไปยังทิศเดิมที่เดินมา ปาหนันเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไปแล้วจึงค่อยๆแง้มประตูออก หมายจะไปนั่งรอผาเพื่อคุยให้รู้เรื่องว่าเขากำลังทำอะไรและโกหกเธอทำไมกัน เธอเกลียดคนโกหกเขาก็น่าจะรู้...รู้แล้วทำไมยังทำ?
       สายลมเย็นวูบหนึ่งพัดมาทำให้ใบไม้แห้งร่วงลงใส่ศีรษะของปาหนัน หญิงสาวหยิบมันออกแล้วเงยหน้าขึ้นมอง กิ่งก้านของต้นไม้สั่นไหวราวกับมันกำลังจะบอกอะไรบางอย่างกับเธอ แสงจันทร์ในคืนวันเพ็ญสาดส่องผ่านกิ่งก้านของไม้ใหญ่จนเกิดลำแสงสว่างเป็นริ้วงดงาม แต่ในความงดงามนั้นแฝงด้วยคำใบ้บางอย่าง ปาหนันชะงัก
       คืนวันเพ็ญ...ขวานคม...คำโกหก
       หรือว่า?

       ตามสัญชาตญาณของมนุษย์เมื่อมีผู้บุกรุกเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวมักจะรู้สึกตัวแม้ไม่มีใครเอ่ยเตือน บรรณเองก็เช่นกัน เขาลืมตาโพลงทันทีที่ได้ยินเสียงไม้กระดานลั่นเนื่องจากถูก ‘ใครบางคน’ ลงน้ำหนักเท้า เจ้าของบ้านยังแสร้งนอนนิ่ง มือข้างหนึ่งล้วงไปใต้หมอนซึ่งซ่อนปืนลูกโม่เอาไว้เพื่อใช้ป้องกันตัว ครั้นเมื่อผู้บุกรุกเข้ามาใกล้เขาก็ดีดตัวลุกผึงขึ้นทันที ปืนกระบอกโตเล็งไปที่ชายนิรนามซึ่งสวมหมวกไอ้โม่ง ในมือถือขวานด้ามคมที่ง้างสูงเตรียมจะฟันชายเจ้าของบ้าน แต่แล้วมันต้องชะงักเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีปืน ปืนกับขวานไม่ใช่สิ่งที่จะสู้กันได้เลย
       “ถ้าไม่อยากออกไปแต่วิญญาณ โยนขวานทิ้งแล้วยกมือขึ้น!” บรรณออกคำสั่งในฐานะที่เหนือกว่า แรกทีเดียวอีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่ทำตามที่บรรณสั่ง แต่ครั้นพอบรรณง้างลูกโม่ของกระบอกปืนออกเสียงดังแกร็ก ผู้บุกรุกก็ถึงกับชะงักอย่างยอมจำนน มันโยนขวานไปอีกทางแล้วยกสองมือขึ้นตามคำสั่ง
       “แกเป็นใคร เข้ามาในบ้านฉันต้องการอะไร?” บรรณเอ่ยถามเสียงแข็ง ปลายกระบอกปืนยังคงเล็งไปที่ผู้บุกรุกอย่างไม่ประมาท ชายที่สวมหมวกไอ้โม่งอึกอักไม่ยอมตอบคำถามของผู้คุมกระบอกปืน บรรณจึงเดินเข้าไปประชิดตัวแล้วเอื้อมมือไปกระชากหมวกไอ้โม่งที่อีกฝ่ายสวมอยู่ออก ทันทีที่เห็นว่าผู้บุกรุกเป็นใครบรรณก็ถึงกับย่นคิ้วแล้วเอ่ยขึ้น
       “แกมัน...ไอ้ผาคนที่อยู่กับปาหนันนี่!” เป็นความรู้สึกตกใจและแปลกใจในคราเดียวกันที่เห็นว่าผู้บุกรุกคือผา ด้านผาเมื่อจนมุมแล้วเขาจึงค่อยๆคุกเข่าลงกับพื้นอย่างคนยอมแพ้...ซะที่ไหน!
       “ใช่จ้ะ ฉันไอ้ผาเอง เป็นเพื่อนของปาหนัน” ผาแสดงตัวอย่างไม่อาจปิดบัง สายตาที่มองบรรณนั้นเต็มไปด้วยความกลัว แต่เป็นความกลัวที่หาใช่มาจากใจไม่ ความกลัวหรือจะมีอำนาจกว่าความแค้น ไม่มีทางเสียหรอก!
       “แล้วแกเข้ามาที่เรือนฉันทำไม ต้องการอะไร?” เจ้าของเรือนจึงเอ่ยถาม
       “เอ่อ...ฉันกำลังเดือดร้อนมากจ้ะคุณบรรณ เงินจะซื้อข้าวสารกรอกหม้อก็ไม่มี ฉันจำเป็นต้องทำ อย่าทำอะไรฉันเลยจ้ะคุณบรรณ ฉันก็แค่อยากได้ทรัพย์สินเล็กๆน้อยๆไปประทังชีวิตก็เท่านั้น” ในยามจนตรอก คนที่โกหกไม่เก่งก็โกหกขึ้นมาได้อย่างทันควัน แต่กระนั้นอาการไม่กล้าสบตาก็ยังคงอยู่ ผาสนทนากับอีกฝ่ายโดยไม่มองหน้าของเจ้าบ้าน กลัวบรรณจับได้ว่าเขาโกหก ผาไม่อยากได้ทรัพย์สินเงินทองจากชายตรงหน้า แต่สิ่งที่อยากได้คือ ‘วิญญาณ’ ต่างหาก!
       “การขึ้นมาบนเรือนผู้อื่นในยามวิกาลนั้นมันผิดแกก็น่าจะรู้ดี หรือแกอยากจะเข้าไปนอนในตะราง ?” บรรณขู่พลางเล็งปืนตรงไปที่อีกฝ่าย ผารีบร้องบอก
       “ไม่เอาจ้ะ ฉันไม่อยากไปนอนในตะราง จะให้ฉันทำอะไรก็ได้จ้ะ แต่อย่าเอาฉันส่งตำรวจเลย” ผาวอนขอด้วยน้ำเสียงน่าเวทนา เจ้าของเรือนยังเล็งปืนไปที่อีกฝ่ายอย่างไม่วางใจก่อนจะเดินเข้าประชิดตัวแล้วออกคำสั่ง
       “เดินออกไปนอกชาน...แกทำผิดถึงอย่างไรก็ต้องส่งตัวให้ตำรวจจัดการ คนไม่มีกินมีมากมายแต่เขาก็ขวนขวายทำมาหากินไม่ใช่มาลักขโมยของคนอื่นอย่างนี้” ปลายกระบอกปืนยังคงเป็นมัจจุราชที่มีอำนาจสั่งผาได้ในเวลานี้ ชายหนุ่มจำต้องเดินออกไปที่หน้าชานตามคำสั่งของบรรณ“นั่งลง” 
       ผาทำตามคำสั่งของบรรณอย่างว่าง่าย อันที่จริงบรรณเพียงแค่ขู่เท่านั้น เขาไม่คิดจะจับผาส่งตำรวจจริงๆหรอก แต่คนทำผิดควรได้รับบทเรียนและความกลัวการถูกจับส่งตำรวจนั่นคือบทเรียนอย่างหนึ่งที่ผาจะได้รับเพื่อที่จะไม่ไปทำเช่นนี้กับใครอีก
       ในขณะที่บรรณกำลังเดินไปหาเชือกมามัดผานั้น ปลายกระบอกปืนก็ยังเล็งตรงไปยังผู้บุกรุกอย่างไม่วางตา ทันใดนั้นประตูห้องนอนของวศีก็เปิดออกพร้อมเสียงร้องโวยวายราวกับเด็กถูกขัดใจ
       “โอ๊ย! เสียงดังอะไรค่ำมืดดึกดื่น” 
       บรรณที่เผลอหันไปมองวศีนั้นเป็นการเปิดโอกาสให้ผาใช้จังหวะที่อีกฝ่ายเผลอลุกขึ้นจากพื้นวิ่งตรงเข้ามาแย่งปืนจากบรรณแต่อีกฝ่ายไม่ยอม เกิดการยื้อแย่งอาวุธจนปืนลั่นขึ้นสองนัดในขณะที่วศีเองก็หวีดร้องด้วยความตกใจแล้ววิ่งไปนั่งหมอบที่มุมหนึ่งของชานเรือน
       “กรี๊ดดดดดดดดดดดดด...”
       “ปล่อยนะ บอกให้ปล่อย!” บรรณพยายามจะดึงปืนของตนที่บัดนี้อยู่ในมือของผากลับมาแต่อีกฝ่ายหาได้ยอมไม่
       “ปล่อยก็โง่สิวะ!” ผากล่าว ในเวลานี้เขาเหมือนจะได้เปรียบเจ้าของเรือนอยู่สักหน่อย ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่และกำยำกว่าบรรณพอตัว 
       คนเมืองอย่างบรรณหรือจะสู้แรงชาวบ้านใช้แรงงานอย่างผาได้ สุดท้ายชายหนุ่มก็หักแขนของบรรณให้ไขว้หลังไว้ก่อนจะผลักให้เจ้าของบ้านไปนั่งรวมกับวศีที่มุมหนึ่งของชานเรือนโดยมีปลายกระบอกปืนคอยคุมชะตากรรมอยู่อย่างประชิดราวกับเพื่อนสนิท
       “แกใจเย็นๆก่อนนะไอ้ผา ถ้าแกฆ่าใครตายที่นี่แกได้ติดคุกหัวโตแน่ เอาอย่างนี้...แกอยากได้ทรัพย์สินเงินทองอะไรแกเอาไปให้หมด ขออย่างเดียวอย่าทำอะไรฉันกับวศี” ในเวลานั้นบรรณจำต้องเอาน้ำเย็นเข้าลูบ ชีวิตสองชีวิตมีค่ามากกว่าแก้วแหวนเงินทองนัก แต่แทนที่ผาได้ยินเช่นนั้นจะพอใจ เขากลับยิงปืนขึ้นหนึ่งนัดจนบรรณสะดุ้งเฮือก ส่วนวศีเองได้แต่เอาหน้าซุกเข่าของตัวเองแล้วกรีดร้องไม่เป็นภาษา
       “กูไม่อยากได้เงินทองอะไรของมึง สิ่งที่กูอยากได้คือชีวิตและวิญญาณของพวกมึง!” ผาประกาศกร้าว ดวงตาที่มองบรรณกับวศีนั้นเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย จากที่คิดว่าเป็นแค่การปล้นชิงทรัพย์ แต่พอผาพูดเช่นนั้นบรรณก็ถึงกับผงะแล้วย่นคิ้วด้วยความข้องใจ
       “หมายความว่ายังไง ? แกจะเอาอะไรฉันก็ให้ทั้งหมด ทำไมจะต้องฆ่าแกงกันด้วย ?”
       “มึงคิดว่าเงินทองของมึงจะซื้อทุกอย่างได้หรือไง คนมีเงินอย่างพวกมึงมันไม่มีหัวใจ ฆ่าคนบริสุทธิ์ได้อย่างเลือดเย็น ครั้นพอจะถูกฆ่าบ้างกลับจะเอาเงินทองมาซื้อชีวิต ชีวิตมันต้องแลกด้วยชีวิต มีเงินทองท่วมหัวก็ช่วยอะไรไม่ได้!” ผาระเบิดเสียงอย่างอัดอั้น
       “เดี๋ยวก่อนนะไอ้ผา...ฉันรู้ว่าแกเจ็บช้ำเรื่องของปาหนัน แต่ถึงแกจะฆ่าฉันหรือฆ่าวศีปาหนันก็ไม่ฟื้นคืนมา มิหนำซ้ำยังสร้างเวรกรรมให้ติดตัวแกไปอีก วางปืนลงเถอะแล้วทุกอย่างจะจบ ฉันจะไม่เอาเรื่องแก เราจะอโหสิกรรมให้กัน ฉันเชื่อว่าถ้าปาหนันยังอยู่ปาหนันก็คงอยากให้เป็นเช่นนั้น” บรรณกล่าวอย่างใจเย็น แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ใจเย็นด้วยนัก
       “ทีอย่างนี้ทำมาพูดดี รักตัวกลัวตายกันขึ้นมา ชีวิตของใครใครก็รัก พวกมึงมันคนใจทมิฬ ฆ่าคนบริสุทธิ์ได้ลงคอ คราวที่ปาหนันร้องขอชีวิต พวกมึงเคยให้โอกาสไหม ในเมื่อพวกมึงไม่เคยให้โอกาสคนอื่นก็อย่าหวังว่าคนอื่นจะให้โอกาสพวกมึง พวกมึงคิดว่าการเผาคนคนนึงให้ตายทั้งเป็นคือสิ่งที่จะอโหสิกรรมกันได้ง่ายๆอย่างนั้นหรือฝันไปเถอะ ก็อย่างที่กูบอก ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิตเท่านั้น ไม่มีอะไรอย่างอื่นแลกได้...ไม่มี!” 
เสียงง้างลูกโม่ดังขึ้นอีกครั้งประหนึ่งสัญญาณของเพชฌฆาตที่พร้อมจะสังหารเหยื่อซึ่งไม่มีทางสู้ วศีหวีดร้องลั่นในขณะที่บรรณทำได้แค่หลับตานิ่งอย่างยอมรับชะตากรรม สิ่งที่ผาพูดนั้นก็ไม่ผิด สิ่งที่วศีทำกับปาหนันนั้นโหดร้ายเกินกว่าจะมีใครรับได้ เขาเองก็เช่นกัน การไม่เข้าไปช่วยและยอมปล่อยให้วศีสังหารปาหนันนั้นก็เลวร้ายไม่ต่างกันนักหรอก หากผาอยากจะแก้แค้นแทนปาหนันเขาก็คิดว่ามันสมควรแล้ว
       “หยุดนะผา!” เสียงของปาหนันร้องดังขึ้นจนคนที่อยู่บนเรือนทั้งสามต้องหันมองพร้อมกัน วศีเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ
       “ผีหลอก!” สาวเจ้าร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว ในขณะที่บรรณเอาแต่จ้องเขม็งตรงไปที่ปาหนันอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาทำได้เพียงแต่เอ่ยขึ้นเบาๆ 
       “ปาหนัน...นี่มันหมายความว่ายังไงกัน ?!”
       “ปาหนันอย่ามายุ่ง เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างฉันกับพวกใจระยำสองคนนี่!” ผาหันไปตะคอกใส่หญิงสาวทว่าปาหนันกลับไม่ฟัง เธอเดินไปหยุดที่ปลายกระบอกปืนของผาซึ่งกำลังเล็งตรงไปที่บรรณอย่างหมายเอาชีวิต
       “ผา...ฉันตายไปแล้วใช่ไหม?”คำถามของปาหนันทำเอาผาชะงัก แสร้งทำเหมือนทุกอย่างเป็นปกติทั้งที่มันไม่ปกติเลย...ไม่เลย
       “ปาหนันจะตายได้ยังไง...ก็ปาหนันยังยืนอยู่ตรงนี้” เขาพยายามกลบเกลื่อนความจริงแต่สายไปเสียแล้วปาหนันมองเพื่อนรักด้วยสายตาตัดพ้อและผิดหวัง
       “ฉันได้ยินหมดแล้ว ฉันถูกเผาจนตายในคืนนั้น ทุกอย่างไม่ใช่ความฝัน มันคือความจริงที่ผาพยายามปิดบังฉันไว้!” ปาหนันยอมรับความจริงอย่างเด็ดเดี่ยว ความตายเป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้ยาก แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆแล้วเราจะยอมรับมันได้อย่างเข้าใจและไม่อาจปฏิเสธได้
       “แล้วทำไมปาหนันถึง...” บรรณละไว้ในฐานที่เข้าใจ เข้าใจและไม่เข้าใจในคราเดียวกัน
       ปาหนันหันไปมองบรรณเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมาจ้องผาด้วยสายตาที่คาดคั้นเอาคำตอบ แต่ผายังอึกอัก จนเมื่ออีกฝ่ายพูดขึ้น
       “นี่น่ะหรือคนที่ฉันไว้ใจ คนที่บอกจะอยู่เคียงข้างฉันเสมอ แต่วันนี้กลับหลอกลวงฉัน กลับโกหกฉัน แบบนี้เขาไม่เรียกว่าเป็นเพื่อนกันหรอก คนแบบนี้ฉันไม่นับเป็นเพื่อน!” ปาหนันขึ้นเสียงทั้งน้ำตา รู้สึกเจ็บปวดทางความรู้สึกเสียเหลือเกิน ซึ่งความเจ็บปวดของปาหนันนั้นผาก็รู้สึกได้และเขาก็รู้สึกเจ็บปวดมากกว่าปาหนันหลายเท่านักที่ทำให้เพื่อนรักเจ็บปวด
       “ใช่! ฉันเป็นคนไปขอพรให้ปาหนันกลับมาเอง ฉันไปขอพรมา!” ในที่สุดผาก็ยอมสารภาพความจริง เขารู้อยู่แล้วว่าสักวันปาหนันก็ต้องรู้เรื่องนี้เพียงแต่ไม่คิดว่ามันจะเร็วกว่าที่คิด
       เกิดความเงียบเข้ามาขัดจังหวะ ปาหนันจ้องหน้าผาในขณะที่ผาหลบตาแล้วเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตา
       “ฉันยอมรับว่าฉันเจ็บปวด ฉันเสียใจที่ช่วยอะไรปาหนันไม่ได้เลย ฉันเหมือนคนที่ตายทั้งเป็นภาพตอนปาหนันถูกเผานั้นยังติดอยู่ในหัวใจไม่อาจจะลบล้างได้ ฉันโกรธ ฉันเกลียด ฉันแค้น อยากจะฆ่าทุกคนที่ทำให้ปาหนันตาย แต่พอมาคิดดูอีกที ถ้าฉันฆ่าพวกมันไปก็เท่านั้น สู้ให้ฉันฆ่าพวกมันเพื่อแลกกับชีวิตของปาหนันที่ฟื้นคืนมาจะดีเสียกว่า...” ผาจำใจต้องเล่าความจริงทั้งน้ำตา เพียงแค่นึกถึงเหตุการณ์วันนั้นก็เหมือนหัวใจของเขาถูกของมีคมกรีด มันเจ็บปวดมันทรมานเกินกว่าใครจะเข้าใจ

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น