อัปเดตล่าสุด 2018-09-30 10:01:12

ตอนที่ 13 สวยก็หมดสวยได้ อีปาหนัน!

 

       ผาใช้ช่วงเวลาที่รำพึงออกไปขายขนมมาหาปาหนันที่บ้าน ชายหนุ่มได้ฟังเรื่องราวที่ปาหนันระบายแล้วรู้สึกเห็นใจเธอเหลือเกิน แต่อีกใจก็นึกเวทนาตัวเองไม่น้อยที่ได้รู้ว่าปาหนันเองก็มีใจให้ผู้ชายที่ชื่อบรรณ...ความรู้สึกเหมือนกำลังจะเสียของรักไป ของรักที่เขาหวงแหนยิ่งกว่าชีวิตของตัวเอง
       “ปาหนันลองพูดกับน้ารำพึงอีกทีดีไหม ?” ผาเสนอความเห็น ปาหนันส่ายหน้าแล้วถอนหายใจอย่างท้อแท้
       “ต่อให้พูดอีกกี่ร้อยครั้ง แม่ก็ไม่เปลี่ยนใจหรอก ผาก็รู้ว่าแม่ของฉันเป็นคนยังไง ฉันอยากรู้นักว่าทำไมแม่ถึงแค้นคนบ้านนั้นราวกับมีเรื่องกันมาก่อน ไม่น่าจะใช่เพราะเรื่องของฉันที่ถูกวศีทำร้าย ฉันว่าตอนนี้ฉันกำลังเป็นหมากตัวหนึ่งที่แม่กำลังใช้ในการแก้แค้น” ปาหนันบอกสิ่งที่ข้องใจ เธอไม่มีความสุขเลยตั้งแต่กลายเป็นคุณปาหนัน รูปลักษณ์ภายนอกที่สวยงามไม่ทำให้จิตใจที่เคยเป็นสุขได้อีกเลย
       “เอาอย่างนี้ เดี๋ยวฉันไปพูดกับน้ารำพึงให้ดีไหม ?” ผาอยากช่วยปาหนันใจจะขาด แต่การช่วยของเขานั้นแฝงไปด้วยความหวังลึก ๆ ว่าปาหนันจะเห็นถึงความรักที่เขามีให้ แล้วหันมามองคนที่รักปาหนันคนนี้บ้าง
       “อย่าเลยผา พูดไปก็เท่านั้น ขนาดฉันเป็นลูกแม่ยังไม่ฟัง”
       “แล้วปาหนันจะทำยังไงต่อไป ?” อีกฝ่ายถามอย่างเป็นห่วง คนตอบทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้แล้วส่ายหน้า 
       ไม่รู้เหมือนกัน...ฉันไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง

       วศีกลับบ้านมาด้วยอาการโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง เจ้าหล่อนเขวี้ยงจานขนมหวานที่อีชดจัดมาด้วยหมายให้ผู้เป็นนายกินแล้วจะได้อารมณ์ดี...แต่เปล่าเลย
       “ไม่กิน! อย่ามายุ่งกับกู! อีชดออกไป๊!” วศีแผดเสียงใส่ อีชดจำต้องรีบวิ่งลงจากเรือน สวนกับไอ้ทองที่เดินกลับมาจากบ่อนไก่ท้ายบ้านซึ่งมรดกตกทอดมาจากรุ่นพ่อ
       “อีชด เกิดอะไรขึ้น นังวศีมันอาละวาดอะไร ?” เจ้าของบ้านเอ่ยถามคนรับใช้ยังได้ยินเสียงของวศีหวีดร้องดังมาจากบนบ้าน
       “คุณวศีทะเลาะกับคุณบรรณน่ะสิคะ ทะเลาะกันเรื่องผู้หญิงชื่อปาหนันที่มาจากบางกอกน่ะค่ะ เรื่องมันเกิดมาจาก...” ดูเหมือนอีชดจะคันปากอยากเล่าเสียเต็มประดา คนเป็นนายต้องทำมือห้ามแล้วไล่อีชดให้ไปไกล ๆ 
       “พอ ๆ กูถามนิดเดียว เล่าซะยาว เดี๋ยวกูจัดการเอง มึงจะไปไหนก็ไป”
       “ก็ได้ค่ะ แต่คุณทองต้องระวังนะคะ เขาว่ากันว่าผู้หญิงเวลาหึงนี่น่ากลัวมากนะคะ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ขวางไม่ได้ นี่ชดเองก็...” อีชดจะพล่ามต่อ แต่พอเจอสายตาของไอ้ทองก็รีบวิ่งออกไปอีกทางด้วยความกลัวคนเป็นนายจะเตะเข้าให้ คนเป็นเจ้าของเรือนส่ายหน้าแล้วจึงเดินขึ้นไปบนเรือน ทันใดนั้นก็เจอกับกระโถนที่ลอยสวนมาจากบนเรือน ดีที่หลบทัน...ไม่อย่างนั้นคงได้หัวร้างข้างแตกเป็นแน่
       “กรี๊ดดดดดดดด...!!!”
       “เอ้า! วศี แกเป็นอะไรของแก ? โวยวายเหมือนคนบ้าไปได้” คนเป็นพ่อเอ่ยทักลูกสาวที่กำลังอาละวาดจนบ้านแทบแตก 
       “เกลียด! วศีเกลียดอีปาหนัน! เกลียด! เกลียด! เกลียด!” วศีกระทืบเท้าเร่า ๆ อย่างเอาแต่ใจ ยิ่งนึกถึงหน้าของอีปาหนันยิ่งอยากจะฆ่ามันให้ตายคามือเสียให้รู้แล้วรู้รอด!
       “แกเกลียดแล้วมาทำลายข้าวของแบบนี้ มันจะหายเกลียดได้ยังไง” ไอ้ทองพูดเป็นปริศนา ทำเอาคนที่กำลังอาละวาดหยุดชะงัก
       “พ่อหมายความว่ายังไง ?”
       “ก็หมายความว่าเกลียดใคร ก็ต้องไปทำให้มันรู้ว่าเกลียด มาลงกับข้าวของมันก็ไม่รู้หรอกว่าแกเกลียด...เกลียดนังผู้หญิงที่ชื่อปาหนันใช่ไหม ก็ไปทำให้มันรู้ว่าแกเกลียดสิ ง่ายจะตาย!” คนเป็นพ่อเสนอแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ เรื่องเลว ๆ ละถนัดนักตั้งแต่หนุ่มยันแก่!
       “พ่อจะให้วศีทำยังไง ?” คนเป็นลูกหยุดโวยวาย เชื่อในความคิดของบิดาว่าจะไม่ทำให้ตนผิดหวัง
       “ง่าย ๆ ในเมื่อมันสวยจนทำให้พ่อบรรณคิดจะนอกใจลูกสาวพ่อ ก็ไปทำให้มันไม่สวยซะสิ จะไปยากอะไร...หึหึ” ไอ้ทองยิ้มกริ่ม ในสายตาแฝงความชั่วร้ายอย่างมหันต์ แต่นั่นไม่น่ากลัวเท่าสายตาของวศีที่ดุร้ายราวกับมีผีห่าซาตานสิงสู่ ถ้าเจ้าหล่อนสามารถถือมีดไปแทงปาหนันได้คงทำไปแล้ว
       สวยนักใช่ไหมนังปาหนัน...อยากรู้นักว่าถ้าหน้าแกเละเป็นผี พี่บรรณจะยังสนใจอยู่ไหม!

       พนักงานของห้องเสื้อรพีพรรณซึ่งกำลังจัดเสื้อผ้าให้หุ่นโชว์ในตู้กระจกต้องสะดุดตากับภาพของปาหนันที่มีรอยถูกฉีกออกจากทางด้านหน้าร้าน เจ้าหล่อนรีบวิ่งหน้าตื่นไปบอกกับเจ้าของร้านซึ่งกำลังนั่งตรวจตราเสื้อผ้าที่ลูกค้าจะมารับวันนี้
       “คุณรพีพรรณคะ รูปคุณปาหนันที่หน้าร้านถูกฉีกไปแล้วค่ะ”
       เมื่อได้ยินลูกน้องบอกดังนั้น เจ้าของห้องเสื้อจึงเดินออกไปดู แล้วก็เห็นจริงดังอีกฝ่ายว่า แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากบ่นกระปอดกระแปด
       “พวกมือบอนน่ะสิ เห็นภาพคนสวยล่ะเป็นไม่ได้ ไม่เป็นไรหรอก มีรูปอื่นอีก เดี๋ยวค่อยเอามาแปะใหม่” คนเป็นเจ้านายบอกแล้วกลับไปทำงานต่อ โดยไม่เคยรู้เลยว่ารูปที่แปะไว้หน้าร้านนั้นกำลังจะนำพาความหายนะมาให้ปาหนัน!

       มันเป็นช่วงเวลาที่ปาหนันรู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวเองที่สุดเมื่อได้อยู่กับผา เธอสามารถพูดทุกเรื่องได้กับเขาในแบบที่เคยเป็น ไม่ต้องคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ ว่าคุณปาหนันคนสวยจะเป็นคนเดียวกับนังเป๋ปาหนันคนที่อยู่ ๆ ก็หายไปจากหมู่บ้านหรือไม่ หายไปโดยที่คนอื่นคิดว่าเธอถูกส่งตัวไปอยู่ที่อื่น ทั้งที่เธอยังอยู่ตรงนี้ และเป็นปาหนันคนเดิมคนนั้นไม่ได้หายไปไหน
       “ปาหนัน ฉันซื้อข้าวเกรียบงาที่ตลาดมาฝาก จำได้ว่าปาหนันชอบกิน” ผาวิ่งหน้าระรื่น ถือถุงกระดาษที่ภายในมีข้าวเกรียบงาอุ่น ๆ มาให้เพื่อนรัก ปาหนันยิ้มรับแล้วหยิบข้าวเกรียบงาขึ้นมากิน ผามองหน้าของอีกฝ่ายแล้วยิ้ม...รอยยิ้มของปาหนันเป็นสิ่งมีค่าที่สุด
       “ขอบใจนะผา ถ้าไม่มีผา ไม่รู้ชีวิตของฉันจะเป็นยังไง” สาวเจ้าบอกอย่างซึ้งใจ ผาจึงเอื้อมมือไปจับมือของปาหนันไว้ แม้ตอนนี้มือของปาหนันจะเรียวสวยไม่เหมือนมือที่หงิกงอแบบเมื่อก่อน แต่ความรู้สึกยามที่สัมผัสนั้นไม่เคยเปลี่ยนไป...ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย
       “ฉันยังยืนยัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะอยู่กับปาหนันเสมอ...ตลอดไป” ชายหนุ่มรู้ว่า ปาหนันรู้ว่าเขารู้สึกอย่างไร เพียงแต่ตอนนี้ในใจของเธอมีคนอื่นที่ไม่ใช่เขา แต่ผาไม่ท้อหรอก เขารอมานานขนาดนี้ จะรอต่อไปอีกจะเป็นอะไรไป
       เสียงมอเตอร์ไซค์ที่ไม่คิดว่าจะได้ยินมาหยุดที่หน้าบ้านของปาหนัน สาวเจ้ารีบชักมือที่ผาจับอยู่ออกแล้วหันมองด้วยความแปลกใจที่เห็นชายแปลกหน้าสวมหมวกไอ้โม่งเดินลงมาจากรถมอเตอร์ไซค์ เขามองหน้าปาหนันเล็กน้อยแล้วเอ่ยปากถาม เขาตามหาตัวผู้หญิงที่ชื่อปาหนันมาตั้งแต่เช้า ถามใครที่ไหนก็มีแต่คนรู้จักเพียงแค่ปาหนันขาเป๋หน้าผี และหมู่บ้านนี้ก็มีแค่ปาหนันเดียว ไม่มีใครรู้ว่าปาหนันที่มาจากบางกอกนั้นบ้านอยู่ที่ไหน ชายหนุ่มจึงเสี่ยงขับมอเตอร์ไซค์มาที่บ้านปาหนันขาเป๋ ไม่คิดว่าจะได้เจอปาหนันคนสวยที่นี่ด้วยความบังเอิญ
       “นี่ใช่คนชื่อปาหนันที่มาจากบางกอกไหม ?” มันถามพลางล้วงบางอย่างออกมาจากในเสื้อแล้วมองดู ก่อนจะเก็บลงที่เก่าอย่างรวดเร็ว
       “ถามทำไม ?” ผาถามกลับด้วยความข้องใจ เมื่อเห็นว่าเริ่มไม่ชอบมาพากลจึงเอาตัวเข้าขวางหญิงสาวไว้
       “มีคนฝากของขวัญมาให้” ไม่พูดเปล่า ชายนิรนามล้วงมีดด้ามคมออกจากบั้นเอวตรง เดินตรงเข้ามาหมายจะกรีดใบหน้าอันสดสวยของปาหนันตามคำสั่งของผู้ว่าจ้าง ดีที่ผาปัดมือของอีกฝ่ายได้ทัน แต่ดูเหมือนคนที่ถูกจ้างวานจะมีฝีมือพอตัว มันเหวี่ยงมีดไปมาจนเฉือนเข้าที่ต้นแขนของผาจนเกิดบาดแผล
       “ผา...ระวัง!”
       “มึงอย่าเสือก! นี่เป็นเรื่องของกูกับผู้หญิงที่ชื่อปาหนัน!” มันขู่อย่างผู้เหนือกว่าเพราะมีอาวุธในมือ แต่ผาหาได้กลัวเกรงไม่ การปกป้องปาหนันนั้นสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด แม้กระทั่ง...ชีวิต
     “ไม่เสือกได้ยังไง ปาหนันคือเพื่อนรักของฉัน ถ้าจะทำอะไรปาหนันก็ข้ามศพฉันไปก่อน!” ผาพูดจบก็ตรงเข้าต่อสู้กับชายนิรนามอย่างไม่หวาดกลัวอันใด ปาหนันพยายามร้องขอความช่วยเหลือแต่แถวนั้นไม่มีใคร ครั้นจะเอาตัวเข้าไปช่วยก็รู้ดีว่าไม่มีความสามารถ มิหนำซ้ำจะไปเกะกะขวางผาอีกต่างหาก

       “บอกว่าอย่าเสือก! มันเป็นเรื่องของกูกับอีนังนั่น!” ผู้ร้ายเอ่ยเตือนผาอีกครั้ง แต่ไม่มีผล ผาจ้องเขม็งตรงไปที่มันราวอยากจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนจะพุ่งตรงเข้ากระซวกหมัดไปที่อีกฝ่าย เกิดเหตุชุลมุนขึ้นจนมีดด้ามคมหล่นลงพื้น ชายหนุ่มได้ทีหยิบมันขึ้นมาถือไว้ เดินไปประจันหน้ากับผู้ร้ายแล้วร้องท้า
       “เข้ามาสิ แน่จริงก็เข้ามา หมองูตายเพราะงู เจ้าของมีดก็จะตายด้วยมีดวันนี้นี่แหละ” ผาเอาจริง ปกติเขาไม่ใช่คนที่สู้คนนัก แต่หลาย ๆ อย่างสอนว่าเมื่อถึงตาจนก็ต้องสู้จนยิบตา ดีกว่ายอมตายอย่างหมาจนตรอก
       “แกต้องการอะไรกันแน่ ?” ผาเอ่ยถามชายนิรนาม อีกฝ่ายถอยกรูดจะวิ่งหนีแต่ผาคว้าตัวไว้เสียก่อน “บอกมาเดี๋ยวนี้นะ ว่าใครสั่งให้แกมาทำร้ายปาหนัน ถ้าแกไม่บอก ฉันจะเอามีดของแกนี่แหละปาดคอของแกให้ลูกกระเดือกกระเด็น!” ผาขู่ไปอย่างนั้น เขาไม่โหดร้ายถึงขนาดจะฆ่าใครได้หรอก...หากไม่จำเป็น
       “บอกแล้ว...บอกแล้ว!” มันรีบละล่ำละลักบอกอย่างกลัวตาย
       “ใคร ?!” ผาถามย้ำพลางกระชับคมมีดให้ใกล้กับคอหอยของอีกฝ่าย ใกล้เสียจนมันไม่กล้ากลืนน้ำลายลงคอ!
       “วศี...คนชื่อวศีจ้างให้กูมากรีดหน้าของผู้หญิงที่ชื่อปาหนันที่มาจากบางกอกในภาพ” ไม่พูดเปล่า มันล้วงเอาภาพของปาหนันที่เคยแปะอยู่หน้าห้องเสื้อรพีพรรณออกมาจากกระเป๋าเสื้อของตน 
ปาหนันหยิบภาพนั้นมาดูแล้วใจเสีย...นี่วศีแค้นเธอมากจนถึงขั้นส่งคนมาทำร้ายเลยหรือ

       “บอกหมดแล้วจะปล่อยได้หรือยัง ?” มันเอ่ยถามอย่างหวาดกลัว ผาผลักมันออกจากตัวแล้วใช้ปลายมีดชี้ใส่
       “มึงกลับไปบอกคนที่จ้างมึงมาด้วยนะ ว่าเรื่องไม่จบแค่นี้แน่!” ผาร้องขู่ ผู้บุกรุกรีบกระโดดขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์คันเก่าแล้วสตาร์ทเครื่องออกไปอย่างรวดเร็วจนเกือบจะชนกับรำพึงที่หาบเร่กลับมา ทันทีที่ผู้เป็นแม่เห็นปาหนันอยู่กับผาก็รีบวางหาบลงแล้วตรงเข้าไปหาคนทั้งคู่อย่างไม่พอใจ
       “ไอ้ผา แกมาอยู่กับ...” รำพึงอึกอัก ไม่รู้จะเรียกสตรีรูปงามตรงหน้าว่ายังไงดีเพื่อไม่ให้ผาสงสัย แต่สุดท้ายผาก็เป็นคนพูดขึ้นมาเสียเอง
       “ปาหนัน ยังไงปาหนันก็เป็นปาหนันวันยันค่ำ ฉันรู้เรื่องหมดแล้วจ้ะ” ผาบอกตามความเป็นจริง รำพึงได้ยินเช่นนั้นก็ถลึงตาใส่ลูกสาว ก่อนจะพุ่งตรงเข้าตบตีปาหนันด้วยความโกรธที่ไม่ทำตามที่ตนบอก
       “นังปาหนัน ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมว่าอย่าบอกใคร นังลูกไม่รักดี!”
       “แม่จ๊ะ ฉันเจ็บ!”
       “ถ้าน้ารำพึงจะตีปาหนัน น้ารำพึงตีฉันดีกว่า ที่ปาหนันต้องบอกความจริงเพราะฉันคาดคั้นปาหนันเอง” ผาออกตัวรับแทนปาหนัน รำพึงเลือดขึ้นหน้าชี้หน้าคนนอกแล้วก่นด่า
       “สาระแนนักนะไอ้ผา! แกมันคนอื่น อย่ามายุ่งเรื่องภายในครอบครัวฉัน จะไปไหนก็ไป!”
       “ถึงน้ารำพึงจะไม่เห็นฉันเป็นคนในครอบครัว แต่สำหรับฉันแล้ว น้ารำพึงกับปาหนันคือครอบครัวของฉัน ฉันจะไม่คาดคั้นเอาคำตอบจากน้ารำพึงหรอกจ้ะว่ามันเกิดเรื่องบ้าอะไรกับปาหนัน หรือน้ารำพึงมีความแค้นอะไรกับคนบ้านนั้น แต่ฉันอยากจะขอน้ารำพึง อย่าบังคับให้ปาหนันไปแย่งผู้ชายคนนั้นจากผู้หญิงที่ชื่อวศีเลย ที่ฉันขอนี่ฉันไม่ได้ต้องการอะไร แต่ฉันเป็นห่วงปาหนัน น้ารำพึงรู้ไหมจ๊ะว่าวศีจ้างคนมาทำร้ายปาหนัน ถ้าวันนี้ฉันไม่อยู่ด้วยไม่รู้ปาหนันจะเป็นยังไง” ผาบอกด้วยความจริงใจ แต่ดูเหมือนรำพึงจะยังโกรธปาหนันอยู่ เธอหันไปเล่นงานลูกสาวต่อ
       “นังปาหนัน นี่แกเล่าทุกอย่างให้ไอ้ผาฟังเหรอ นังลูกปากสว่าง!” รำพึงระดมตีปาหนันอีกยกใหญ่ก่อนจะหันมาเล่นงานผา
       “ไอ้ผา แกห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร ถ้าฉันรู้ว่าแกบอกใคร ฉันเอาแกตายแน่ ๆ ส่วนเรื่องนังปาหนัน แกไม่ต้องมายุ่งอีก ลูกคนเดียวของฉันฉันดูแลได้ มันจะเป็นจะตายก็ไม่ใช่เรื่องของแก ต่อไปห้ามมาวุ่นวายอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะพานังปาหนันหนีไปในที่ที่แกไม่มีทางหาเจอ จะไปไหนก็ไป!” 
       รำพึงเอ่ยปากไล่ผาด้วยความเกรี้ยวโกรธ แต่กระนั้นชายหนุ่มก็ยังพะว้าพะวงเป็นห่วงปาหนัน จนปาหนันเองต้องส่งสายตาสื่อความหมายว่าให้เขากลับไปก่อน ผาจึงเดินคอตกออกไป ทิ้งให้รำพึงกระชากร่างของลูกสาวให้เข้าไปในบ้าน
       “เข้าบ้านมาคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้นังปาหนัน!”

       เสียงตบฉาดทำเอาอีชดถึงกับสะดุ้งเฮือกแล้วถอยกรูดออกไปนั่งสังเกตการณ์อยู่ห่าง ๆ ในเวลาที่วศีโกรธไม่ควรเข้าใกล้ในทุกกรณีเพราะบางทีอาจโดนลูกหลงไม่รู้ตัว
       “โง่! ฉันสั่งให้ไปกรีดหน้าอีนังปาหนัน ไม่ใช่ให้แกกลับมาเหมือนหมาถูกฟัด!” วศีหัวฟัดหัวเหวี่ยงเมื่อได้รู้ว่าไอ้ช่วงลูกน้องของพ่อที่ส่งไปจัดการปาหนันนั้นทำงานพลาด พลาดไม่พอ...ยังไปบอกมันอีกว่าเธอเป็นคนว่าจ้าง วศีอยากจะกรีดหน้าไอ้หน้าโง่นี่เสียเอง!
       “ขอโทษจ้ะคุณวศี ตอนแรกก็คิดว่าจะง่าย ๆ แต่มันดันอยู่กับผู้ชาย ไอ้นั่นมันตัวใหญ่กว่าฉัน ฉันสู้มันไม่ไหว” ลูกน้องหน้าจ๋อย ไม่กล้าสบตาวศีที่ดุดันราวกับต้องการจะฉีกเนื้อเขาให้เป็นชิ้น ๆ วศีได้ยินเช่นนั้นก็ย่นคิ้วแล้วเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
       “ผู้ชายเหรอ...ผู้ชายที่ไหน ?”
       “ฉันก็ไม่รู้จักจ้ะ แต่เห็นนังปาหนันเรียกชื่อว่าผา” คนทำงานพลาดบอก ได้ยินอย่างนั้นวศีกับอีชดก็มองหน้าราวกับสงสัยในสิ่งเดียวกัน
       “ผา ? ชื่อเหมือนไอ้ผาที่เคยอยู่กับนังเป๋ปาหนันเลยค่ะคุณวศี จะว่าคนชื่อเหมือนกันก็ไม่น่าจะชื่อเหมือนทั้งคู่ขนาดนี้ หรือนังเป๋ปาหนันกับนังปาหนันที่มาจากบางกอกจะเป็นคนเดียวกันคะ ?” อีชดเอ่ยถามอย่างข้องใจ วศีรีบแว้ดใส่ทันที
       “อีโง่! มันจะเป็นคนเดียวกันได้ยังไง อีเป๋นั่นมันพิกลพิการ มิหนำซ้ำยังอัปลักษณ์ ส่วนอีนังปาหนันที่มาจากบางกอก...” วศีเว้นไว้ไม่อยากพูดต่อเพราะความเกลียดชัง อีชดเสนอหน้าต่อประโยคให้จนจบ
       “...สวย”
       “อีชด!” ไม่เพียงขึ้นเสียง แต่ยังมีของใกล้มือวศีโยนตามมาด้วย แต่เพราะอยู่ด้วยกันมานานทำให้อีชดรู้จังหวะหลบได้ทัน “แต่ที่มึงพูดก็น่าสงสัยนะอีชด ทำไมคนชื่อปาหนันกับไอ้ผาถึงอยู่คู่กันโดยบังเอิญ แต่นังเป๋มันจะกลายเป็นคนสวยได้ยังไง มันไม่มีทางเป็นไปได้เลย” วศีครุ่นคิด พยายามหาเหตุผลสนับสนุนแต่ก็นึกไม่ออก ไม่มีทาง...ไม่มีทางจะเป็นคนคนเดียวกันได้หรอก
       วศีเอ๋ย...โลกนี้มีเรื่องอัศจรรย์มากมายที่เธอคาดไม่ถึง และที่คาดไม่ถึงไม่ได้หมายความว่ามันไม่มี!

       จานข้าวแฉะ ๆ ถูกปาหนันเลื่อนไปตรงหน้าของผู้เป็นแม่ เธอรู้ว่าแม่ชอบกินข้าวแฉะ ๆ ไม่ชอบข้าวร่วน ๆ ยิ่งได้กินกับผัดสายบัวด้วยแล้วแม่จะกินข้าวได้หลายจาน วันนี้เธอจึงทำอาหารเอาใจแม่ ในวันที่อะไรหลาย ๆ อย่างไม่ได้สดสวย อันที่จริงชีวิตของปาหนันก็หาวันสดสวยได้น้อยเหลือเกิน ปาหนันคิดเสมอ...หากวันไหนไม่สดสวยก็ต้องพยายามสร้างความสดสวยขึ้นเองโดยไม่รอโชคชะตาเมตตา
       “แม่จ๊ะ วันนี้ฉันไปเก็บสายบัวมาผัดให้แม่ด้วย กินกับข้าวหุงแฉะ ๆ เข้ากันดี แม่กินเยอะ ๆ เลยนะจ๊ะ” ปาหนันตักผัดสายบัวใส่ในจานของมารดา แต่รำพึงยังนั่งนิ่ง คนเป็นลูกจึงถือโอกาสง้อแม่ของตนด้วยการเดินไปนั่งข้าง ๆ แล้วเอี้ยวตัวไปกอด
       “แม่จ๋า...แม่อย่าโกรธฉันเลย ฉันพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดแล้ว ต่อไปฉันสัญญาว่าจะทำตามแม่สั่งทุกอย่างโดยไม่ขัดขืน ฉันสัญญาจ้ะแม่” ลูกสาวอ้อน รำพึงทำทีจะสะบัดปาหนันออกแต่ลูกสาวไม่ยอมปล่อย
       “อย่ามากอด ฉันอึดอัด”
       “กอด...ฉันจะกอดแม่อยู่อย่างนี้จนกว่าแม่จะหายโกรธฉัน” ปาหนันยิ่งกระชับกอดแน่นขึ้นจนคนเป็นแม่ใจอ่อนแต่ยังแสร้งปากแข็ง
       “โอ๊ย...ฉันอึดอัด เลิกกอดได้แล้ว ฉันจะกินข้าว!” แม้ไม่ได้บอกว่าหายโกรธ แต่การที่รำพึงยอมกินข้าวนั่นหมายความว่าความโกรธได้ทุเลาเบาบางลงแล้ว
       “กินเลยจ้ะแม่ กินเยอะ ๆ เลยนะจ๊ะ” ปาหนันบอกพลางคลายอ้อมกอดออกจากตัวผู้เป็นแม่ กำลังจะตักผัดสายบัวเพิ่มให้แม่แต่รำพึงร้องบอกซะก่อน
       “นังปาหนัน แกฟังฉันนะ ชีวิตของฉันมีสิ่งมีค่าอย่างเดียวคือแก แกเชื่อฉันเถอะ ฉันไม่มีทางทำร้ายแก ที่ฉันทำทุกอย่างก็เพื่อแก คนที่รักและหวังดีกับแกที่สุดคือฉัน” คนเป็นแม่ย้ำให้ปาหนันรับรู้ อีกฝ่ายพยักหน้ารับ เธอรู้ว่าแม่รักและทำทุกอย่างเพื่อเธอ และเธอก็พร้อมทำทุกอย่างเพื่อแม่เช่นกัน
       “ฉันรู้จ้ะแม่ ฉันถึงยอมทำทุกอย่างที่แม่บอกให้ทำ เพราะฉันรักแม่ เรามีกันแค่สองคน ถ้าไม่เชื่อแม่จะไปเชื่อใครล่ะจ๊ะ” ลูกสาวบอกอย่างเอาใจ รำพึงแอบยิ้มปลื้มใจก่อนจะทำเสียงเข้มใส่
       “ต่อไปอย่าให้ไอ้ผามันมายุ่มย่ามอีก ผู้ชายคนเดียวที่แกอยู่ใกล้ได้คือผู้ชายที่ชื่อบรรณ แกเชื่อฉันสิว่าถ้าแกคิดจะได้แกก็จะต้องได้ ฉันจะทำทุกวิถีทางให้แกได้รักกับไอ้หมอนั่น ไม่ว่าจะแลกด้วยอะไรก็ตาม” น้ำเสียงของรำพึงดูมั่นใจเสียเหลือเกิน ในขณะที่ปาหนันเองยังไม่เห็นหนทางนั้นเลย นี่ขนาดแค่ไปวุ่นวายไม่เท่าไหร่วศียังเอาเธอเกือบแย่ ถ้าเข้าไปแย่งบรรณจริง ๆ เธอไม่ถูกฆ่าตายหรอกหรือ ยังมีอีกอย่างที่เธอยังแคลงใจว่าถึงแม่จะทำให้บรรณมารักเธอได้ แต่หากวันหนึ่งเขารู้ว่าแท้จริงเธอหาใช่สาวรูปงาม เขาจะยังรักเธออีกหรือ ? คงต้องรอวันนั้นมาถึงจึงจะรู้คำตอบนั้น...
       รำพึงมองหน้าลูกสาว ในสายตาแฝงคำพูดมากมายที่ไม่ได้กล่าวออกมา หนึ่งในนั้นคือ...ใครที่คิดทำลายปาหนันมันจะเจอกับความหายนะอย่างคาดไม่ถึง!
 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น