อัปเดตล่าสุด 2018-09-30 10:01:12

ตอนที่ 11 ต้มยำเครื่องในมนุษย์


       รำพึงหาบขนมไปขายที่ตลาดอย่างที่เคยทำเป็นกิจวัตร ทว่าวันนี้เธอเดินออกนอกเส้นทางที่เคยใช้เป็นประจำ เป้าหมายคือบ้านของศัตรูตัวร้ายที่เธออยากจะส่งมันไปตายเสียวันนี้วันพรุ่ง แต่ในเมื่อยังไม่มีโอกาส วันนี้จึงทำได้เพียงแค่ส่งความปรารถนาดีมาทางต้มยำเครื่องในที่บรรจงทำมาให้...เครื่องในของไอ้ประกิต!
       ปิ่นโตที่ภายในบรรจุต้มยำเครื่องในมนุษย์ถูกรำพึงนำไปวางไว้ตรงหัวบันไดทางขึ้นเรือนของไอ้ทองในจังหวะที่ยังไม่มีใครตื่น อยากจะเห็นเวลาที่คนในบ้านนี้ได้ลองลิ้มชิมรสต้มยำเครื่องในมนุษย์เสียเหลือเกิน หวังว่าพวกมันคงจะเอร็ดอร่อยจนเหมือนขึ้นสวรรค์กันเลยทีเดียวเชียว!
       อีชดเป็นคนแรกที่เห็นปิ่นโตนิรนามวางอยู่ตรงบันไดทางขึ้นเรือน เจ้าหล่อนรีบนำไปให้กับไอ้ทองซึ่งนั่งฟังวิทยุอยู่ที่ชานเรือนอย่างสบายอารมณ์
       “คุณทองคะ มีใครไม่รู้เอาปิ่นโตมาวางไว้ที่หน้าบันไดเรือนค่ะ” อีชดบอกพลางยกปิ่นโตขึ้นให้ผู้เป็นนายดู ไอ้ทองไม่ได้สนใจนัก ทำได้แค่ถามส่ง ๆ
       “ข้างในเป็นอะไรล่ะ ?”
       “แป๊บนึงนะคะ ชดจะเปิดออกดูเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” ไม่รอรีให้เสียเวลา อีชดรีบเปิดปิ่นโตออก เผยให้เห็นต้มยำเครื่องในส่งกลิ่นหอมฟุ้ง เป็นความหอมที่ปนเปกับความคาวพิลึก
       “ต้มยำเครื่องในค่ะคุณทอง ดูน่ากิ๊นน่ากินค่ะ” อีชดจีบปากจีบคอบอก คนเป็นนายจึงยื่นหน้าเข้ามามองแล้วยิ้ม
       “แหม...ใครนะช่างรู้ใจเสียจริง ข้าอยากกินต้มยำเครื่องในมาหลายวันแล้ว อีชด...เอ็งเอาไปอุ่นให้ร้อนแล้วตักมาให้ข้ากินสิ เช้า ๆ แบบนี้ได้ซดน้ำต้มยำคงดี” ไอ้ทองยิ้มกริ่ม ยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองว่ากำลังจะได้ลองลิ้มชิมรสเครื่องในมนุษย์เป็นครั้งแรกในชีวิต!
       “ได้ค่ะคุณทอง ถ้าอย่างนั้นชดตั้งโต๊ะเลยนะคะ”
       คนเป็นนายสั่งด้วยความเปรี้ยวปาก อีชดกำลังจะลุกไปยังครัวแต่เจอวศีที่แต่งตัวสวยเดินออกมาจากห้องพอดี ครั้นเมื่อผู้เป็นนายเห็นว่าคนรับใช้ถือปิ่นโตมาจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
       “ อีชด ปิ่นโตใครน่ะ ?”
       “ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ชดเห็นมันวางไว้ที่หน้าบันไดเรือน คงมีใครทำมาให้กระมังคะ คุณทองท่านเป็นคนกว้างขวาง ชอบช่วยเหลือคนอื่น เขาคงทำมาตอบแทนน่ะค่ะ ข้างในเป็นต้มยำเครื่องใน น่ากิ๊นน่ากินนะคะ นี่คุณทองให้ชดไปอุ่นแล้วเอาไปจัดโต๊ะ” อีชดบอกพลางเปิดปิ่นโตนิรนามให้วศีดู อีกฝ่ายยื่นหน้ามามองแล้วย่นจมูก
       “ทำไมมันเหม็นคาวแบบนี้ล่ะ ?”
       “ต้มเครื่องในก็กลิ่นแบบนี้แหละค่ะคุณวศี เดี๋ยวคุณวศีไปรอที่โต๊ะเลยนะคะ อีกประเดี๋ยวชดจะตั้งโต๊ะแล้ว” คนรับใช้บอกแล้วเดินตูดบิดหายเข้าไปในครัว ทิ้งให้วศีรู้สึกพะอืดพะอมพิลึกอยู่ตรงนั้น ปกติเธอก็เป็นคนกินเครื่องใน แต่ทำไมครานี้จึงรู้สึกเหม็นคาวชอบกล หรือว่าจะต้มไม่ดีไม่เหมือนอย่างที่แม่ของเธอเคยทำให้กิน เธอจำได้ว่าเวลาแม่จะต้มเครื่องใน แม่จะนำเครื่องในมาล้างน้ำสะอาดก่อนหนึ่งครั้ง จากนั้นใช้มะกรูดที่ผ่าเป็นชิ้น ๆ บีบเอาน้ำมาขัดถูเครื่องในสัตว์แล้วไปล้างอีกครั้ง เพียงเท่านี้เครื่องในก็จะไร้กลิ่นกินได้อย่างสบายใจ

       วศีเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะกินข้าวคนแรก เพียงอึดใจผู้เป็นพ่อก็เดินเข้ามาร่วมโต๊ะอย่างอารมณ์ดี ลูกสาวจึงได้ทีเอ่ยถาม
       “พ่อสั่งให้ใครมาส่งปิ่นโตหรือเปล่า ?”
       “เปล่านี่ ก็คงเป็นพวกชาวบ้าน หรือไม่ก็พวกลูกหนี้นั่นแหละ คนกว้างขวาก็มักจะมีลาภปากแบบนี้แหละ ต้มยำเครื่องในของโปรดซะด้วย แกก็กินด้วยกันสิวศี พ่อจำได้ว่าแกก็ชอบกินเครื่องในเหมือนกันไม่ใช่หรือ ?” คนเป็นพ่อเอ่ยชวน วศีรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันที
       “แหวะ ถ้าไม่ใช่ต้มเครื่องในฝีมือแม่วศีไม่กินหรอก เหม็นคาวจะตาย ที่สำคัญไม่รู้ว่าเป็นของใคร ใส่ยาเสน่ห์มาหรือเปล่าก็ไม่รู้ วศียิ่งสวย ๆ อยู่ด้วย พ่ออยากกินก็กินไปคนเดียวเถอะ เพราะอย่างพ่อถึงโดนยาเสน่ห์ก็คงไม่มีผลอะไร” วศียักไหล่แล้วหัวเราะคิกคัก ได้ความหลงตัวเองมาจากพ่อเต็ม ๆ จังหวะเดียวกับที่อีชดยกถาดสำรับอาหารเช้ามาวาง ซึ่งประกอบด้วยน้ำพริกผักต้ม ปลาทูทอด ต้มจืดหน่อไม้กับซี่โครงหมู และอาหารจานสำคัญ...ต้มยำเครื่องในมนุษย์!
       “ตักข้าวเร็ว ๆ อีชด” ไอ้ทองเร่ง ยิ่งได้กลิ่นต้มยำเครื่องในยิ่งอยากจะลองลิ้มชิมรสเสียเต็มประดา สาวรับใช้ไม่รีรอ รีบคดข้าวใส่จานให้ผู้เป็นนายทันใจ ไอ้ทองรีบตักชิ้นเครื่องในจากต้มยำออกมาใส่จานของตัวเอง กำลังจะตักมันเข้าปากแต่มารกระเพาะก็มาขวางไว้เสียก่อน
       “พี่ทอง...พี่ทองอยู่หรือเปล่าจ๊ะ ?” เสียงของแขกยามรุ่งอรุณเอ่ยเรียกมาจากทางหน้าเรือน ไอ้ทองจำต้องวางช้อนลงแล้วเดินไปที่ชานเรือนพลางบ่นกระปอดกระแปด
       “ใครวะ ? มาเรียกแต่เช้า คนกำลังจะกินข้าวกินปลา!” 
       แล้วคำตอบก็อยู่ตรงหน้า ไอ้ช่วง ชายหนุ่มลูกน้องของไอ้ทองยืนทำหน้าตาตื่นอยู่ไม่ไกลนัก ครั้นเมื่อเห็นเจ้าของบ้านออกมาจึงรีบล่ำละลักบอกจนไม่เป็นภาษา
       “พี่ทองจ๊ะ...แย่แล้วพี่...พี่ประกิต...พี่ประกิตจ้ะ...คือ...พี่ประกิตแย่แล้ว!” คนนำสารมาบอกปากคอสั่นจนไอ้ทองต้องร้องเรียกสติ
       “เดี๋ยว ๆ เอ็งใจเย็น ๆ ก่อนไอ้ช่วง ค่อย ๆ พูด ข้าไม่หนีไปไหนหรอก ทำไม ? ไอ้ประกิตมันไปเมาแล้วไปตีกับใครอีก บ๊ะ! ไอ้นี่ สอนเท่าไหร่ไม่จำ” ไอ้ทองคาดเดา เพราะหลายต่อหลายครั้งที่ไอ้ประกิตลูกน้องของเขาชอบเมาแล้วไปมีเรื่องกับคนอื่น นี่เป็นสาเหตุที่เขาส่งให้มันไปอยู่กระท่อมปลายนา คอยเฝ้าข้าวในนาแทนที่จะมาเป็นสมุนติดตามเขาเหมือนเมื่อก่อน เพราะเบื่อกับการต้องตามล้างตามเช็ดสิ่งที่ไอ้ประกิตก่อ
       “เปล่าจ้ะพี่ทอง พี่ประกิตมัน...เอ่อ...มันถูกฆ่าตายแล้วจ้ะ” อีกฝ่ายหยุดกลืนน้ำลายแล้วพูดต่อ “ศพน่ากลัวมากจ้ะ ถูกตัดหัวออกจากตัว ที่ท้องถูกกรีดเอาเครื่องในออกไป ที่น่ากลัวกว่านั้นคือหัวกับเครื่องในของพี่ประกิตหายไปจ้ะ คนแถวนั้นช่วยกันหาก็ไม่เจอ ไม่รู้คนฆ่าแค้นอะไรนักหนา พี่ทองจะไปดูหน่อยไหมจ๊ะ ?” คนมาแจ้งข่าวเอ่ยถาม ไอ้ทองอึ้งไปชั่วครู่ ก่อนจะตั้งสติแล้วรีบวิ่งลงจากเรือนไป
       “เออ เดี๋ยวข้าไปดูเดี๋ยวนี้แหละ”
       อีกทางด้านหนึ่งนั้น วศีที่ได้ยินทุกอย่างก็ถึงกับหน้าถอดสี แม้เธอกับประกิตจะไม่ได้สนิทชิดเชื้อ แต่เธอก็เห็นประกิตมาตั้งแต่เด็ก ประกิตเป็นลูกน้องที่ซื่อสัตย์กับพ่อของเธอมาโดยตลอด ถ้าไม่นับเรื่องติดเหล้าเมามายก็นับว่าเป็นคนที่ไว้ใจได้คนหนึ่ง อยู่ ๆ มาตายจากไปโดยไม่ทันได้ร่ำลา มิหนำซ้ำยังตายในสภาพน่าสยดสยองอีก วศีจึงอดที่จะเวทนาไม่ได้
       “อีชด เก็บสำรับ ฉันกินไม่ลง” คนเป็นนายบอกพลางจะลุกขึ้นจากโต๊ะ อีชดได้ทีรีบถาม
       “แล้วสำรับนี่จะให้เก็บไว้ให้คุณทองไหมคะคุณวศี?”
       “แกเอาไปกินเถอะ วันนี้พ่อคงยุ่งทั้งวัน น่าจะไม่ได้กลับมากินข้าวหรอก” วศีบอกแล้วเดินกลับเข้าไปในห้อง ทิ้งให้อีชดยืนทำตาวาว มองซ้ายขวาว่าไม่มีผู้ใดเห็นแล้วจึงตักต้มยำเครื่องในเข้าปากพลางเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
       บ๊ะ! อร่อยแท้ ลาภปากของอีชดเสียจริง! 

       ปาหนันนั่งมองเงาของตัวเองที่สะท้อนมาจากผืนน้ำที่เรียบนิ่ง หญิงสาวหยิบก้อนหินขึ้นปาเงาของตัวเองจนภาพเงาที่เห็นแตกกลายเป็นวงน้ำกระเพื่อมไปชนกับขอบตลิ่ง หญิงสาวเฝ้าถามตัวเองว่าเธอมีความสุขในการได้เป็นคุณปาหนันจริงหรือ...คุณปาหนันที่ไม่ใช่เธอ ยิ่งคิดน้ำตาเจ้ากรรมก็พานไหลอาบแก้ม นึกโทษโชคชะตาที่ทำให้ชีวิตของเธอมีแต่เรื่องที่น่าปวดหัวไม่เว้นแต่ละวัน
       “นั่นปาหนันใช่ไหม ?”
       เสียงของใครบางคนเอ่ยถามขึ้นจากทางด้านหลังของปาหนัน หญิงสาวสะดุ้งเฮือกแล้วหันมองก่อนจะเบิกตาโพลง
       “ผา!”
       “นั่นไง! เธอคือปาหนันจริง ๆ ใช่ไหม ไม่อย่างนั้นเธอจะรู้จักฉันได้ยังไง ?” ผาจับผิดสตรีแปลกหน้า ปาหนันไม่รู้จะหนีไปไหนได้ทันจึงทำได้เพียงอึกอักแล้วพยายามหาข้อแก้ตัว คำสั่งของแม่ยังดังก้องในหู
       “ไม่ได้! ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมว่าเรื่องนี้จะมีแค่ฉันกับแกเท่านั้นที่รู้ กับไอ้ผาเองก็ไว้ใจไม่ได้ ถ้าบอกมันแล้วมันกระโตกกระตากขึ้นมาจะทำยังไง ห้ามเด็ดขาด แล้วนับจากวันนี้ห้ามแกไปสุงสิงกับไอ้ผามันอีก แกเป็นผู้หญิงสวย ไอ้ผามันเป็นผู้ชายก็เหมือนน้ำมันอยู่ใกล้ไฟไว้ใจไม่ได้” 
       “ฉันไม่ใช่ปาหนันหรอกจ้ะ ฉันชื่อปาหนัน แต่ไม่ใช่ปาหนันคนที่คุณรู้จักหรอกจ้ะ” ปาหนันปฏิเสธเสียงเเข็ง พยายามจะเดินเลี่ยงไปอีกทางแต่ผาขวางไว้
       “เดี๋ยวสิ! เธอบอกว่าเธอคือปาหนัน แต่ไม่ใช่ปาหนันคนที่ฉันรู้จัก แล้วเธอรู้ได้ยังไงว่าปาหนันคนที่ฉันรู้จักคือปาหนันคนไหน ที่สำคัญถ้าเธอไม่ใช่ปาหนัน เธอจะรู้ได้ยังไงว่าฉันชื่อผา!” ผายังไม่ยอมเลิกรา เขาจ้องเขม็งตรงไปยังสตรีร่างงามอย่างจับผิด ปาหนันอึกอักไม่กล้าสบตาเพื่อนรัก เพราะกลัวเขาอ่านสายตาออกว่าเธอคือปาหนันคนเดียวกับที่ผารู้จักมาตลอดชีวิตนั่นแหละ!
       “หลีกทางให้ฉันเถอะจ้ะ ฉันจะกลับบ้านแล้ว” ปาหนันบอกแล้วพยายามหาทางที่จะเดินออกไปจากที่ตรงนั้น แต่ดูเหมือนผาจะไม่ยอมง่าย ๆ
       “ฉันไม่ให้เธอไปจนกว่าเธอจะตอบคำถามของฉันได้ ว่าทำไมเธออยู่บ้านเดียวกับปาหนัน ทั้งที่เธอบอกว่าไม่ใช่ปาหนัน!” ผาพยายามจ้องตาของอีกฝ่าย ในขณะที่ปาหนันหลบตาแล้วบอกด้วยเสียงสั่นเครือ
       “อย่าคาดคั้นอะไรฉันเลย ฉันตอบคุณไม่ได้หรอก”
       “ทำไมตอบไม่ได้ล่ะ ? ก็แค่บอกว่าเธอคือปาหนันคนที่ฉันรู้จัก...แค่นั้นเอง” ชายหนุ่มยังไม่ลดละความพยายาม แต่กระนั้นสาวเจ้าก็ยังปากแข็ง
       “ฉันไม่มีอะไรจะพูดหรอกจ้ะ ให้ฉันไปเถอะ” 
       เมื่อเห็นว่าป่วยการจะคาดคั้น ผาจึงเดินหลีกทางให้ปาหนันเดินผ่านเขาไป แต่เพียงแค่ปาหนันเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เธอก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินบทเพลงแห่งความหลัง เพลงที่มีแต่เธอกับผาเท่านั้นที่ร้องได้
       ตะล็อกแก๊กก๊อก...
       ขอเชิญออกมาร้องรำกันเถิดหนา
       ตะล็อกแก๊กก๊อกกันเถิดพี่ยา
       สุขอุราเฮฮา...ตะล็อกแก๊กก๊อก!

       ปาหนันร่ำไห้ ใจหนึ่งอยากจะหันไปบอกกับผาว่าเธอคือปาหนันคนเดียวกับนังเป๋อัปลักษณ์คนนั้น แต่อีกใจก็รั้งไว้ด้วยคำสั่งของมารดา สุดท้ายปาหนันจึงตัดสินใจวิ่งออกจากที่ตรงนั้น แต่เท้าเจ้ากรรมดันสะดุดรากไม้ริมตลิ่งจนล้มลง ผารีบตรงเข้าประคองอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นทันที
       “เป็นอะไรหรือเปล่า ?”
       “ฉันไม่เป็นอะไรหรอกจ้ะ” ปาหนันบอกแล้วพยายามประคองร่างของตัวเองให้ยืนขึ้น แต่กระนั้นก็ยังเซเสียจนผาต้องประคองไว้อีก
       “เอ้า! ยืนดี ๆ ก่อน ฉันไม่ทำอะไรหรอกน่า” พลันสายตาของผาที่กำลังจับแขนของปาหนัน เหลือบไปเห็นรอยแผลเป็นที่ข้อศอกขวาของอีกฝ่าย ชายหนุ่มจึงมั่นใจว่าผู้หญิงตรงหน้าคือปาหนัน...ปาหนันจริง ๆ
       “เธอคือปาหนันจริง ๆ ด้วย!”
       “เปล่านะ ฉันไม่ใช่ปาหนัน” สาวเจ้ายังยืนยันคำพูด ก่อนจะดึงแขนของตัวเองออกจากมือของผา อีกฝ่ายน้อยใจเหลือเกินที่เห็นว่าปาหนันพยายามปกปิดตัวตนกับเขา ทั้งที่เขาเป็นคนที่อยู่ข้าง ๆ เธอมาโดยตลอด
       “ปาหนันจำวันนั้นได้ไหม วันที่ปาหนันถูกเด็กคนอื่นปาหินใส่ วันนั้นฉันเป็นคนเข้าไปช่วยปาหนัน ปาหนันล้มจนข้อศอกถลอก ฉันก็เป็นคนทำแผลให้ แต่บางทีฉันอาจสำคัญตัวผิดไปว่าฉันเป็นเพื่อนรักของปาหนัน เป็นคนที่หวังดีกับปาหนันที่สุด และคิดว่าปาหนันจะคิดเหมือนกัน ไม่เป็นไรหรอกถ้าปาหนันจะไม่ยอมรับว่าปาหนันคือปาหนัน แต่ฉันอยากให้รู้ว่า...ไม่ว่าปาหนันจะเป็นอย่างไร จะสวยหรือจะอัปลักษณ์ สำหรับฉันปาหนันคือที่หนึ่งเสมอ แม้ว่าความจริงฉันอาจจะไม่มีค่าอะไรเลยสำหรับปาหนันก็ตาม” ผาบอกอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ ชายหนุ่มหันหลังจะเดินออกไปจากที่ตรงนั้น แต่ปาหนันกลับดึงแขนของชายหนุ่มผู้นั้นไว้ในสภาพน้ำตานองหน้า
       “ยอมแล้ว...ฉันยอมบอกแล้ว ผา...ฉันเอง ปาหนัน...ปาหนันคนเดิมของผา”
       แล้วความลับก็ไม่เป็นความลับอีกต่อไป...

       ขนาดยังเดินไปไม่ถึงกระท่อมของประกิต กลิ่นคาวเลือดก็ลอยคลุ้งมากับสายลมจนชวนอาเจียนเสียแล้ว
       ที่หน้ากระท่อมของประกิตเวลานี้มีชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนมุงอยู่ มีเสียงซุบซิบว่าที่ประกิตถูกฆ่าตายนั้นคงเป็นเพราะนิสัยเมาแล้วกร่างจนไปมีเรื่องกับใครเขาไปทั่ว นี่อาจเป็นฝีมือของอริที่ผู้ตายสร้างไว้...มนุษย์เรานี่หนอ กับคนตายก็ยังไม่พ้นคำนินทา จะเอาอะไรกับคนที่ยังหายใจอยู่
       “ขอทางหน่อย...ขอทางหน่อย” ไอ้ทองเดินแหวกผู้คนเข้าไปในกระท่อม ภาพที่เห็นนั้นทำเอาเขาผงะไปชั่วครู่ ยอมรับว่าจินตนาการภาพไว้น่ากลัวแล้ว แต่เมื่อมาเห็นสภาพศพของประกิตจริง ๆ มันน่ากลัวกว่าหลายเท่านัก เลือดของผู้ตายสาดกระเซ็นจนทำให้ห้องทั้งห้องเป็นดั่งห้องสีเลือด สภาพศพที่นอนอยู่กลางห้องนั้นถูกตัดศีรษะออก หน้าท้องถูกกรีดจนกลวงโบ๋เพราะถูกควักเครื่องในออกไป แต่มีอีกอย่างที่ลูกน้องเขาไม่ได้บอก คาดว่าคงไม่ทันได้สังเกต
       “นอกจากศีรษะและอวัยวะภายในที่หายไปแล้ว ผู้ตายยังถูกตัดอวัยวะเพศไปด้วย ฆาตกรคงมีความแค้นเป็นการส่วนตัวกับผู้ตายมากทีเดียว” นายตำรวจหนุ่มบอกกับไอ้ทอง ผู้เป็นลูกพี่ย่นคิ้วแล้วครุ่นคิด ต่อให้แค้นขนาดไหนแค่ฆ่ากันก็ว่าเลวร้ายแล้ว นี่ทำไมต้องทรมานและฆ่ากันด้วยความเหี้ยมโหดแบบนี้
       มันเป็นใครกัน ?

       “ไม่อยากจะเชื่อเลย...ไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ” ผาพูดประโยคเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าในขณะที่มองหน้าของปาหนัน อีกฝ่ายถอนหายใจยาว ๆ แล้วบอก
       “ฉันเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน แต่มันก็เป็นไปแล้ว ฉันว่าแม่น่าจะรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับฉันเพียงแต่ว่าแม่ไม่ยอมบอก ผา...ฉันสังหรณ์ใจยังไงก็ไม่รู้ เหมือนว่ามันอาจไม่ใช่เรื่องดีนัก” ปาหนันรู้สึกแบบนั้นตั้งแต่ครั้งแรกที่พบว่าตัวเองตื่นขึ้นมาในร่างของคุณปาหนันสาวสวย ถามว่าชอบหรือไม่ คงต้องตอบว่าเธอชอบร่างของคุณปาหนัน ชอบในความสวยงามแบบที่ผู้หญิงทุกคนปรารถนา ชอบเวลามีคนเอ่ยชมแบบที่นังปาหนันคนพิการไม่เคยได้รับ แต่ ‘ความชอบ’ กับ ‘ความสุข’ บางครั้งมันก็เป็นคนละเรื่องกัน
       “ฉันจะไปถามน้ารำพึงให้รู้เรื่องว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” ผาบอกเสียงเข้มพลางลุกขึ้นจากที่ตรงนั้น แต่ปาหนันดึงแขนของอีกฝ่ายไว้
       “เดี๋ยวผา! ถ้าทำแบบนั้นผาอาจไม่ได้เจอฉันอีกเลยนะ แม่สั่งฉันนักหนาว่าห้ามบอกเรื่องนี้กับใคร รวมถึงผาด้วย ถ้าแม่รู้ว่าผารู้ แม่อาจพาฉันหนีไปไหนก็ได้” สิ่งที่ปาหนันบอกทำเอาผาจำต้องนั่งลงที่เดิมแล้วขมวดคิ้วเครียด เขาเอื้อมจับมือของปาหนันแล้วบีบเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ
       “ไม่เป็นไรนะปาหนัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะอยู่กับปาหนันตลอดไป” ผาให้สัญญากับเพื่อนรัก 
       ปาหนันยิ้มรับ ได้แต่หวังว่าสักวันเธอคงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และได้แต่ภาวนาว่ามันจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอย่างที่เธอสังหรณ์ใจ...ได้แต่ภาวนา

       อากาศภายในถ้ำเบาบางเสียจนหายใจไม่สะดวก มิหนำซ้ำกลิ่นคาวเลือดของไอ้สารเลวประกิตยังเหม็นตลบอบอวล จะไม่ให้เหม็นได้ยังไง เพราะในเวลานี้ร่างกายของรำพึงนั้นแดงฉานดั่งไปนอนอาบน้ำเลือดมาอย่างไรอย่างนั้น อาจจะต้องแวะล้างเนื้อล้างตัวที่บ่อน้ำก่อนกลับเข้าบ้าน และเสื้อผ้าชุดนี้คงต้องเผาทิ้งสถานเดียว
       รำพึงยืนนิ่งอยู่หน้าแท่นศิลาแลง ก่อนจะโยนศีรษะของประกิตไปที่ตรงนั้น
       “ฉันเอาวิญญาณมาสังเวยแล้ว ขอโทษที่เอามาได้แต่หัว ฉันลากร่างของมันมาไม่ไหว แต่ถึงจะเอามาแต่หัวก็มั่นใจได้ว่ามันตายแล้ว และดวงวิญญาณของมันจะเป็นของท่านอย่างที่ต้องการ” สิ้นเสียงของรำพึง ก็พลันได้ยินเสียงครางต่ำ ๆ ดังรอบบริเวณถ้ำชวนขวัญผวา ทันใดนั้นเงาลึกลับก็ปรากฏตัวทางด้านหลังแท่นศิลาแลง มันค่อย ๆ ยื่นมือมาดึงศีรษะของไอ้ประกิตหายเข้าไปในมุมมืด 
       รำพึงยิ้มที่มุมปาก เธอยอมทำบาปเพื่อการแก้แค้นอันหอมหวานที่รอคอยมาตลอดชีวิต!

       “แม่จ๊ะ เผาอะไรเหรอจ๊ะ ?” เสียงของปาหนันที่เอ่ยถามทำเอารำพึงสะดุ้งเฮือก รีบใช้ไม้ในมือเขี่ยเสื้อผ้าเปื้อนเลือดให้ไฟแผดเผาเสียให้สิ้นซาก
       “ขยะน่ะ ว่าแต่แกหายหัวไปไหนมา ฉันสั่งแล้วใช่ไหมว่าให้อยู่แต่ในบ้าน ถ้ามีคนมาเห็นแล้วสงสัยจะทำยังไง” รำพึงทำเสียงดังกลบพิรุธ คนเป็นลูกสาวจึงรีบบอก
       “เอ่อ...ฉันอยู่แต่ในบ้านมันอึดอัด เลยออกไปนั่งเล่นที่ริมน้ำจ้ะ เอ๊ะ...ฉันเห็นแม่เชื่อมมันไว้ แม่จะเอาไปขายที่ตลาดวันพรุ่งนี้เหรอจ๊ะ ?” ปาหนันเอ่ยถามเพื่อให้แม่เปลี่ยนเรื่องที่เธอหายออกจากบ้านไป คนเป็นแม่ที่กำลังนั่งเขี่ยอะไรบางอย่างในกองไฟจึงบอก
       “เปล่า ฉันจะเอาไปขายที่งานวัดหมู่บ้านข้าง ๆ คืนนี้ แกเตรียมไปอาบน้ำอาบท่าแล้วแต่งชุดสวยที่ได้มาจากร้านเสื้อ ผัดหน้าผัดตาให้ผ่อง แกต้องไปกับฉัน” รำพึงเอ่ยปากสั่งอย่างมีแผนการในใจ งานวัดแบบนี้นังวศีต้องไม่พลาดแน่ และถ้าเดาไม่ผิด มันต้องพาคู่หมั้นที่ชื่อบรรณไปด้วยเป็นแน่แท้ นั่นแหละคือเป้าหมายสำคัญที่จำเป็นต้องพาปาหนันไปด้วย
“ฉันไม่ไปได้ไหมจ๊ะ ฉันไม่ชอบที่ที่มีคนเยอะ ๆ “
       “ไม่ได้ ฉันบอกให้แกไปก็ต้องไป แกจะกลัวอะไรตอนนี้ แกไม่ใช่นังปาหนันขาเป๋อีกแล้ว แกคือคุณปาหนันสาวบางกอกสุดสวย ใคร ๆ ก็ต้องชื่นชมแก ไม่ได้ดูถูกแบบเมื่อก่อน ที่สำคัญ ถ้าคืนนี้แกเจอผู้ชายที่ชื่อบรรณ แกต้องไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ ทอดสะพานได้ก็ต้องทำ จำไว้ว่าแกมีดีกว่านังวศีนั่น และถ้าแกชอบไอ้หมอนั่นก็ต้องแย่งชิง อยู่เฉย ๆ มันไม่มีทางได้สิ่งที่ต้องการ ไม่เคยได้ยินหรือไง...เห็นแก้วแวววับที่จับจิต ไยไม่คิดอาจเอื้อมให้ถึงที่ เมื่อไม่เอื้อมจะได้อย่างไรมี อันมณีฤๅจะโลดไปถึงมือ อันของสูงแม้ปองต้องจิต ถ้าไม่คิดปีนป่ายจะได้ฤๅ” รำพึงสอนลูกสาวแล้วยิ้มอย่างมีแผนการ
       “ก็ได้จ้ะ” รู้ว่าไม่มีทางปฏิเสธ ปาหนันจำต้องทำตามที่สั่ง หญิงสาวเดินกลับเข้าไปในบ้าน นั่งมองเงาของตัวเองผ่านกระจกแล้วถอนหายใจยาว ๆ
       ความรักที่ต้องแย่งชิง...มันจะเป็นความรักที่สุขใจได้จริงหรือ ?

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น