อัปเดตล่าสุด 2022-07-27 22:20:31

ตอนที่ 26 ตอนที่ 26 ใจรักมิอาจลืม

   “ชะเอม” พนักงานคนสนิทที่ทำงานล่วงเวลาได้ยินเสียงแว่วๆ เหมือนมีคนเรียกจึงคิดว่าเป็นคุณปิ่นมุกเจ้านายแน่ๆ จึงเข้ามาดูก็ไม่เห็นใครนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานในขณะที่จะปิดประตูลง บังเอิญสายตาก็เหลือบไปเห็นเหมือนมีใครนอนอยู่บนพื้นจึงรีบวิ่งเข้าไปดู เป็นคุณปิ่นมุกเจ้านายของเธอนั่นเองซึ่งตอนนี้นอนสลบไสลอยู่บนพื้นอย่างไม่ได้สติด้วยความตกใจจึงรีบเรียกให้เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ เข้ามาช่วยนำเจ้านายของตนส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน

   ปิ่นมุกเหมือนครึ่งหลับครึ่งตื่นสะลึมสะลือได้ยินเหมือนเสียงเด็กกำลังร้องไห้อยู่ใกล้ๆ ทำให้ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมามองหาต้นเสียงนั้นรู้สึกประหลาดใจที่มีเด็กน้อยคู่แฝดพันผ้านอนอยู่ข้างๆ ตัวเองแข่งกันร้องไห้เสียงดังลั่นปลุกให้ปิ่นมุกตื่นจากภวังค์ในห้วงแห่งความฝัน พอปิ่นมุกเงยหน้าขึ้นมามองรอบข้างก็พบกับครอบครัวของเธอที่ยืนรายล้อมมองดูเด็กน้อยคู่แฝดอยู่ด้วยสายตาที่รักใคร่ระคนเอ็นดู

   “เด็กสองคนนี้..ใช่ไหมคะ ใช่ลูกของมุกหรือเปล่า”

   “ใช่แล้วล่ะจ้า ลูกแฝดของมุกไง แล้วก็เป็นหลานคุณตากับหลานคุณยายด้วยนะ”

   “เป็นหลานสาวกับหลานชายของหยกด้วยค่ะ พี่มุก น่าเกลียดน่าชังมากเลยนะคะ พี่มุกดูสิคะ”

   “ปิ่นมุก” ยิ้มกว้างด้วยความดีใจและตื้นตันใจเป็นที่สุดรีบก้มลงมามองดูใบหน้าของเด็กน้อยคู่แฝดหน้าตาน่ารักน่าชังมากจริงๆ เหมือนหินผามาก เหมือนพ่อเขามากเลย ปิ่นมุกคิดอยู่ในใจ

   “แล้วพี่มุกตั้งชื่อให้เด็กๆ ไว้แล้วหรือยังคะ ชื่ออะไรดีน๊าาา ลูกสาวคน ลูกชายคนแบบนี้ พี่มุกโชคดีจังเลยค่ะ ที่ได้ลูกแฝดน่ารักเช่นนี้”

   คำถามนี้ของปิ่นหยกทำให้ปิ่นมุกจำต้องขบคิดอย่างหนักในระหว่างที่คิดอยู่นั้นก็ใช้หลังมือแตะไปที่แก้มนุ่มนิ่มของเด็กน้อยทั้งสองคนนั้นเบาๆ หวนนึกไปถึงพ่อของเด็กที่มีดวงตาคมทรงเสน่ห์แกมดุ แต่ก็ชวนให้หลงใหล ปิ่นมุกที่กำลังจะเอ่ยปากพูดชื่อลูกออกมานั้นกับมีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน

   “ลูกสาวชื่อยี่หวา ศิลาลัย ส่วนลูกชายชื่อขุนเขา ศิลาศิลป์ครับ”

   สิ้นเสียงคมเข้มลงทุกคนต่างหันไปมองที่มาของเสียงยังประตูทางเข้าเป็นตาเดียวกัน ไม่ใช่เสียงดุดันแต่เป็นเสียงที่สุขุมนุ่มลึกชวนฟังไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก เขาคนนั้นก็คือพ่อของลูกของปิ่นมุกนั่นเอง หินผาไงจะใครล่ะ และหินผาก็ไม่ได้มาคนเดียว(สี่คนอ้ายมาสี่คน ฮ่าฮ่าฮ่า)มีคุณอรปรียา คุณแทนคุณ และคุณแทนไท ซึ่งเป็นแม่และพี่ชายฝาแฝดของหินผานั่นเองที่มาด้วยกัน สร้างความตกตะลึงและแปลกใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก

   “ปิ่นมุก” นั้นตื่นตระหนกตกใจกลัวขึ้นมาในทันที แต่หินผาในวันนี้ก็ไม่เหมือนหินผาในทุกครั้งที่เจอ เขาแต่งตัวสุภาพเรียบร้อยมากใส่สูทผูกไทด์เรียบหรูดูแพง ใบหน้าหมดจดอย่างหนุ่มเจ้าสำอางก็ไม่ปานดูมีเสน่ห์มาก และหล่อเหลาคมเข้มมากทีเดียว คิ้วหนา ผมดำที่ถูกตัดแต่งทรงเอาไว้อย่างดี หล่อเว่อร์วัง ทำไมหล่อลากไส้แบบนี้เอ๊ะ! หรือว่าเราจะคิดถึงเขามากจนเกินไปถึงชมเขาในใจไม่หยุดเช่นนี้นะ ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลยว่าหินผาจะมาหาเธอถึงที่โรงพยาบาลแห่งนี่ได้ ปิ่นมุกแทบจำหินผาไม่ได้เลยในคราแรกที่เห็น ผมเผ้าที่เคยยุ่งเหยิง หนวดเคราที่เคยรุงรังรกเขียวครึ้มจนดูโหดเหมือนโจรป่าก็ไม่ปาน แต่ในวันนี้กลับเป็นทรงเข้าที่เข้าทางหนวดเคราเกลี้ยงเกลา ใบหน้าผ่องใสผิดกับเป็นคนละคนกันเลย

   ถัดจากหินผาไปก็เป็นคุณอรปรียาที่เป็นแม่ของหินผาก็มาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส สองมือก็ถือของขวัญมาต้อนรับหลานๆ จนเต็มไม้เต็มมือไม่ไกลกันนักก็เป็นพี่ชายฝาแฝดคุณแทนคุณและคุณแทนไทที่ถือกระเช้าผลไม้ และของใช้เด็กอ่อนมาเยี่ยมเธอเช่นกันด้วยใบหน้าที่เปี่ยมสุขเป็นอย่างมาก เหมือนดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้งหนึ่งด้วยความจริงใจ

   หินผาที่หยุดมองสบนัยน์ตากันอยู่กับปิ่นมุกครู่หนึ่ง แล้วจึงก้าวเดินเข้ามาหาพร้อมดอกไม้ช่อใหญ่สีสันสวยงามส่งกลิ่นหอมอบอวลนั้น หินผาค่อยๆ บรรจงวางลงอย่างช้าๆ ที่ข้างลำตัวของปิ่นมุกก่อนที่จะหันไปยกมือไหว้คุณภูวดลและคุณชลมาศ พ่อกับแม่ของปิ่นมุกและยิ้มทักทายปิ่นหยกกับปรินทร์ที่ยืนอยู่ข้างๆ กันซึ่งทุกคนดูไม่ค่อยจะต้อนรับหินผาสักเท่าไหร่ คุณภูวดลซึ่งเป็นพ่อของปิ่นมุกนั้นอยากจะกระโจนเข้าไปต่อยสักหมัดสองหมัดแต่คุณชลมาศซึ่งเป็นแม่ของปิ่นมุกก็ได้ดึงแขนห้ามปรามเอาไว้เสียก่อน ส่วนปรินทร์ก็เช่นกันแทบจะวิ่งเข้าไปกระทืบเสียชุดใหญ่เป็นการแก้แค้นแทนปิ่นมุกที่น่าสงสารของเขาสักหน่อย แต่ก็ถูกภรรยาปิ่นหยกสงสายตาอ้อนวอน และจับมือห้ามเอาไว้เพราะเห็นหินผาไม่ได้มาคนเดียว แต่มีแม่และผู้ชายสองคนที่ตัวใหญ่โตอีกด้วย ถ้าทำอะไรบุ่มบ่ามไปอาจไม่ใช่เรื่องที่ดีจะมีผลกระทบต่อปิ่นมุกพี่สาวของเธอด้วย

   ปิ่นมุกรู้ได้ทันทีด้วยสัญชาตญาณของความเป็นแม่ รีบกอดลูกน้อยทั้งสองคนเอาไว้แน่นด้วยความรู้สึกที่หวงแหน และไม่อาจพรากจากกันตามสัญญาของคนเป็นแม่ได้ เกิดความรักที่ไม่อาจสูญเสียให้กับใครได้อีกปิ่นมุกจะไม่ยอมแยกจากลูกแฝดทั้งสองคนของเธอเป็นอันขาด ให้ตายก็ไม่ยอมปิ่นมุกเพิ่งจะคลอดลูกออกมายังไม่ทันได้เลี้ยงดูให้นมเขาเลยด้วยซ้ำ อุตส่าห์อุ้มท้องมาตั้งเก้าเดือนยังไม่ทันได้เห็นมองหน้าตาของลูกๆ กันชัดๆ เลยด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องมาจากกันแล้วนึกถึงตรงนี้ปิ่นมุกก็ทนรับไม่ได้ เพียงแค่คำสัญญาที่ปิ่นมุกไม่ได้เต็มใจตกลงเลยแม้แต่น้อย ต้องมาแลกกับลูกแฝดทั้งสองคนที่น่าสงสารนี้ คนเป็นแม่อย่างเธอจะไม่ยอมเป็นอันขาด

   “สวัสดีครับผมชื่อหินผาเป็นพ่อของเด็กทั้งสองคนนี้ และเป็นสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณปิ่นมุกครับ”

   “หินผา” แนะนำตัวเองออกไปด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงเพราะไม่มีอะไรต้องกลัวหินผายืดตัวตรงเผชิญหน้ากับครอบครัวของปิ่นมุกได้อย่างสง่างาม และองอาจอาจหาญในสายตาของทุกคนที่มองดูอยู่ยิ่งนัก

   “สวัสดีค่ะ ฉันคืออรปรียาเป็นแม่ของนายหินผาอยากเชิญคุณภูวดล และคุณชลมาศ หนูปิ่นหยกและสามีด้วยนะจ๊ะ เราออกไปคุยกันข้างนอกดีกว่านะคะ ปล่อยให้เด็กทั้งสองคนนี้เขาปรับความเข้าใจกันก่อนเถอะคะ ดิฉันรับรองว่าไม่มีอัตรายใดใดกับหนูปิ่นมุกและเด็กๆ แน่นอนค่ะ เดี๋ยวเราค่อยเข้ามาใหม่นะคะ เชิญทางนี้ค่ะ”

   ทุกคนมองสบตากันต่างคนก็ต่างเข้าใจ และอยากที่จะรู้เหตุผลของต่างฝ่ายจึงแยกย้ายกันออกไปคุยกันด้านนอกเหลือไว้แต่เพียงแต่ปิ่นมุกกับหินผา และลูกน้อยฝาแฝดทั้งสองคนซึ่งตอนนี้ปิ่นมุกกอดลูกทั้งสองคนเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยด้วยความหวงแหน และกลัวต้องพลัดพรากจากลูกน้อยไป

   “ได้โปรด..อย่าเพิ่งพรากพวกเขาไปจากฉันเลยจะได้ไหมคะ ฉันขอร้อง”

   “ปิ่นมุก” ร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ แล้วกอดลูกน้อยเอาไว้แน่นจนเด็กๆ ร้องไห้ออกมาด้วยความตกใจ

   “ปิ่นมุกคุณใจเย็นๆ ก่อนนะครับ คุณฟ้งผมก่อนคุณกอดลูกแน่นขนาดนั้นแกจะหายใจไม่ออกเอานะครับ ขอให้ผมดูหน้าของลูกๆ หน่อยผมขออุ้มแกสักหน่อยเถิด นะ ผมสัญญาว่าผมจะไม่พาแกหนีไปไหนผมสัญญา”

   เมื่อดูท่าทางของหินผาแล้วก็ดูไม่ได้รีบร้อน หรือเร่งรัดอะไรปิ่นมุกจึงลังเลอยู่สักพักหนึ่งแล้วก็ตัดสินใจให้หินผาได้อุ้มลูกของเธอคนหนึ่ง ส่วนอีกคนหนึ่งปิ่นมุกเป็นคนอุ้มเอาไว้เมื่อหินผารับเด็กไปก็ก้มลงมองใบหน้าของเด็กน้อย แล้วก็หอมไปที่หน้าผากนุ่มๆ เล็กๆ แสนจะน่ารักนั้นเบาๆ หอมซ้ำแล้วซ้ำเล่าซ้ำไปซ้ำมาจนเด็กน้อยรู้สึกรำคาญร้องไห้ออกมา

   “คุณหินผาคะ แกคงรำคาญที่คุณไปหอมแกบ่อยๆ ลูกเพิ่งคลอดได้ไม่ถึงวันดียังเล็กอยู่มาก แกยังไม่แข็งแรงดีเลยนะคะ”

   “คุณเองก็ดูแลสุขภาพให้ดีด้วยนะ ผมขออุ้มอีกคนหนึ่งได้ไหม”

   ปิ่นมุกพยักหน้าแล้วสลับให้อีกคนหนึ่งไปหาพ่อ และอุ้มอีกคนหนึ่งเอากลับมาหินผาอุ้มลูกน้อย แล้วเดินมาใกล้ๆ กับปิ่นมุกเขามองสบนัยน์ตากับเธอดวงตาคู่นี้ที่เขาเฝ้าคิดถึงมาตลอด

   “ผมเป็นห่วงคุณมากถ้าคุณเกิดเป็นอะไรขึ้นมาอีกคนนึงผมก็ไม่รู้จะอยู่ได้ยังไงแล้ว”

   “ปิ่นมุก” รีบเงยหน้าขึ้นมองสบตากับหินผาอย่างไม่เข้าใจความหมายออกจะงงๆ ไปสักหน่อยหมายความว่ายังไงกันแน่นะ

   “ฉันขอร้องนะคะ อย่าเพิ่งเอาลูกไปจากฉันเลย ฉันยังไม่มีโอกาสได้เลี้ยงดูแกเลย ลูกยังเล็กมากแกเพิ่งจะคลอด ขอให้ฉัน..”

   “เด็กๆ เป็นตัวแทนความรักของลูกคนแรกที่จากไปของผม และเป็นลูกแฝดของเรา คุณจะให้ผมเอาเด็กๆ ไปไว้ที่ไหนในเมื่อแม่ของลูกๆ ของผมอยู่ที่นี่”

   “ฉันไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหมคะ คุณพูดแบบนั้นหมายความว่ายังไงกันแน่”

   ปิ่นมุกรู้สึกหัวใจเต้นรัวๆ ดีใจเป็นอย่างมากกับสิ่งที่ได้ยินอย่างน้อยๆ หินผาก็ไม่ได้มีความคิดที่จะพรากแม่พรากลูกไปจากกัน มิหนำซ้ำหินผายังยื่นมือมาลูบผมให้กับปิ่นมุกอย่างอ่อนโยนอีกด้วย แสดงถึงความรักใคร่เอ็นดูที่มีต่อเธอ นี่เธอไม่ได้ฝันไปใช่ไหม? มันเป็นความจริงใช่ไหม? อีกทั้งยังลูบไล้แก้มนวลของปิ่นมุกอย่างแผ่วเบาประหนึ่งเป็นกำลังใจให้

   “ขอโทษด้วยที่วันนี้ผมมาช้าไป เพราะต้องแวะไปทำบุญร้อยวันให้กับยี่หวาด้วย ทันทีที่รู้ว่าคุณคลอดลูกแล้วผมก็รีบตรงมาที่รพ.นี้เลย”

   “คะ..คุณว่าอะไรนะคะ!!! คุณยี่หวาทำไมถึง..ไม่จริงใช่ไหมคะ”

   โปรดติดตามตอนต่อไปรอหน่อยนะคะ นักเขียนถุงแป้ง กำลังสร้างสรรค์ผลงานออกมาให้นักอ่านทุกท่านอยู่ค่ะ ฝากกดติดตามเพื่อไม่พลาดตอนต่อไปและนิยายเรื่องใหม่ ฝากกดถูกใจส่งข้อความเป็นกำลังใจติชมผลงานกันเข้ามาได้นะคะ ขอบคุณค่ะ


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น