อัปเดตล่าสุด 2022-07-27 22:14:32

ตอนที่ 22 ตอนที่ 22 ด้วยรักและผูกพัน

   หินผาแค่ต้องการแก้แค้นเธอก็เท่านั้น ส่วนลูกของเธอก็เป็นเครื่องมือต่อรองของความเกลียดชังที่หินผาได้สูญเสียเมีย และลูกอันเป็นที่รักไปถึงแม้ว่าเหตุจะไม่ได้เกิดขึ้นมาจากปิ่นมุกโดยตรงก็ตาม แต่ในทางกลับกันนั้นก็เป็นเพราะปิ่นมุกเองที่ให้ปิ่นหยกเป็นคนขับรถในวันนั้น จึงทำให้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเสียใจขึ้นจนถึงทุกวันนี้ ส่งผลให้ปิ่นมุกต้องมารับกรรมต้องมาทนดูยี่หวาน้องสาวของหินผาทุกข์ทรมาน ต้องนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่อย่างไม่มีกำหนดที่จะฟื้นตื่นขึ้นมา

   ช่างเป็นภาพที่น่าสงสารเวทนายิ่งนัก ซึ่งมันก็สมเหตุสมผลแล้วกับสิ่งที่เธอควรจะได้รับกรรมนี้ก็ยังดีกว่าที่จะต้องทนเห็นปิ่นหยกมารับผิดชอบนี้แทนเธอ กับสิ่งที่เกิดขึ้นนี่ซึ่งปิ่นมุกก็ยอมรับไม่ได้เช่นกันก็ได้แต่หวังว่าการมีลูกให้หินผาในครั้งนี้จะจบสิ้นปัญหาทุกอย่างที่มีต่อกันมา และจบพันธสัญญาทุกอย่างระหว่างเธอกับหินผาเช่นกัน ต่อไปก็คงไม่ต้องมาจองเวรจองกรรมร่วมกันอีก และที่สำคัญเธอก็ไม่ต้องทุกข์ทรมานที่ต้องพบเจอ

   หรือร่วมหลับนอนกับหินผาอีกต่อไป ปิ่นมุกคิดขึ้นมาภายในใจก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วเดินขึ้นบันไดไปดูยี่หวาที่ห้องสักหน่อย พอมาถึงก็ยืนมองยี่หวาที่นอนหลับอยู่บนเตียงนอนอย่างไร้ความรู้สึกเฉกเช่นเดิม ทางด้านข้างก็มีนางพยาบาลซึ่งอยู่ไม่ห่างกายของยี่หวาเท่าไหร่นัก นางพยาบาลดูแลเอาใจใส่ยี่หวาเป็นอย่างดีทำให้ปิ่นมุกรู้สึกเบาใจขึ้นมาเป็นกองอย่างน้อยๆ ก็มีคนมาทำหน้าที่นี้แทนเธอแล้วทำได้ดีกว่าตัวของเธอเองเสียด้วยซ้ำก็ดีแล้วล่ะ

   “คุณปิ่นมุกคะ คุณหินผาโทรมาค่ะ นี่ค่ะ”

   “จุ๊บแจง” สาวใช้รีบวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นมายังชั้นบนที่ห้องนอนของยี่หวา เพราะรู้ว่าปิ่นมุกขึ้นมาอยู่ที่นี่จึงรีบนำโทรศัพท์มายื่นให้เพื่อคุยสายกับเจ้านายของตน

   “ปิ่นมุกพูดค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”

   “ปิ่นมุก” รับสายโทรศัพท์มาจากจุ๊บแจงแล้วเอ่ยผ่านเสียงตามสายออกไป ด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ

   “ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่รู้สึกเป็นห่วงคุณขึ้นมา และอยากจะถามคุณว่า..วันนี้คุณเป็นอย่างไรบ้างครับ”

   “ปิ่นมุก” เมื่อได้ยินเสียงตามสายที่ดังเข้ามานั้นทำให้หัวใจก็กระตุกสั่นไหวแปลกๆ น้ำเสียงที่หินผาเอิ้นเอ่ยออกมานั้นมันช่างไพเราะเสนาะหูยิ่งนัก จนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคนคนเดียวกันกับชายที่ปิ่นมุกเคยคิดว่าเป็นโจรป่าที่โหดร้ายทารุณเสียด้วยซ้ำไป แต่ในวันนี้เหมือนกับว่าเป็นคนละคนกันเลยซึ่งแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

   “ก็ดีค่ะ มีเวียนหัวบ้างนิดหน่อยก็เท่านั้น”

   “เช้านี้คุณทานอาหารแล้วหรือยังครับ แล้วทานได้เยอะไหม? มื้อกลางวันถ้าคุณอยากจะทานอะไรเป็นพิเศษก็บอกจุ๊บแจงได้เลยนะครับ ของทุกอย่างจัดเตรียมไว้ให้แล้วในตู้เย็น”

   “มื้อเช้าฉันทานเรียบร้อยแล้วค่ะ ก็พอทานได้ไม่มากเท่าไหร่ค่ะ”

   “วันนี้มื้อกลางวันผมไม่สามารถไปทานร่วมกับคุณได้ เพราะมีงานมากมายที่กองเอาไว้รอผมเซ็นต้องรีบเคลียร์ก่อน แต่มื้อเย็นผมจะรีบกลับไปทำให้คุณทานเองรอผมหน่อยนะครับ”

   “ขอบคุณค่ะ”

   “ผมอาจกลับไปถึงบ้านช้าสักหน่อยเพราะต้องแวะซื้อของด้วย ถ้าคุณหิวให้จุ๊บแจงทำอะไรเบาๆ รองท้องไปก่อนก็ได้นะครับ ผมจะรีบกลับไปให้เร็วที่สุด เวลาเดินไปไหน มาไหน หรือจะขึ้นลงบันไดก็ให้ระวังด้วยนะครับผมเป็นห่วง”

   สิ้นสุดการสนทนาหินผาก็วางสายลงไป ส่วนปิ่นมุกนั้นก็ยื่นโทรศัพท์คืนให้กับจุ๊บแจงที่ยืนรออยู่ห่างๆ จากนั้นปิ่นมุกก็ก้าวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว เพื่อกลับไปยังห้องนอนของตัวเองแล้วซบหน้าลงที่หมอน ร้องไห้ออกมาอย่างสุดที่จะกลั้นด้วยน้ำตาที่ไหลอาบนองไปทั้งสองแก้ม อย่างไม่ขาดสายเสียงสะอื้นร่ำไห้ราวกับว่าจะขาดใจ อย่างไม่คิดที่จะเก็บเอาไว้อีกต่อไปรู้สึกเจ็บปวดในหัวใจเป็นอย่างมากกับสิ่งที่หินผาได้แสดงออกมา ถึงความเอื้ออาทรที่มีให้ต่อเธออย่างกับว่าเป็นคนรักกันก็ไม่ปาน รักกันมากเสียอย่างนั้นแต่ความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่เลย สิ่งที่หินผาทำลงไปทั้งหมดนี้ก็เพียงแต่ห่วงลูกของเขาก็เท่านั้น ลูกที่อยู่ในท้องของเธอ หินผาก็แค่กลัวว่าลูกจะไม่สมบูรณ์แข็งแรงสินะ ไม่ได้เป็นห่วงเธอเลยแม้แต่น้อยฮือฮือฮือ..

   “จุ๊บแจง คุณปิ่นมุกล่ะ ขึ้นนอนไปแล้วเหรอ”

   “หินผา” รีบกลับมาบ้านขณะที่ยื่นของต่างๆ ที่ซื้อมาให้กับจุ๊บแจงรับเอาไปเก็บก็ถามหาปิ่นมุกไปด้วย เพราะตั้งแต่เดินเข้ามายังไม่เห็นปิ่นมุกอยู่แถวนี้เลย

   “คุณปิ่นมุกเธอนั่งคุยอยู่กับคุณพยาบาลที่ห้องนอนของคุณยี่หวาค่ะ คุณหินผาจะให้จุ๊บแจงขึ้นไปตามคุณปิ่นมุกลงมาพบไหมคะ”

   “ไม่ต้องหรอก แล้ววันนี้คุณปิ่นมุกทานอาหารได้เยอะไหม? ทานยาตามที่ฉันสั่งเอาไว้รึเปล่า”

   “ทานได้เยอะอยู่นะคะ จุ๊บแจงจัดการตามคำสั่งของคุณหินผาเรียบร้อยทุกประการไม่ขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่น้อยค่ะ”

   “อืมมม ดีมาก ขอบใจนะ”

   เมื่อจบการสนทนาลงจุ๊บแจงก็แยกย้ายออกไปทำงานของตัวเองที่ทำค้างเอาไว้ต่อ ส่วนหินผานั้นก็ลงมือทำกับข้าวให้กับปิ่นมุกได้ทานเป็นครั้งแรก หินผาทำอาหารด้วยตัวเองทั้งล้างผักเอง ปรุงอาหารเอง จัดจานเองอีกด้วยจนแล้วเสร็จทุกอย่างพร้อมเสิร์ฟ เสร็จสักที..อืม..น่ากินแฮะ..หวังว่าปิ่นมุกคงจะชอบนะ..หินผายืนมองชื่นชมผลงานที่เรียงรายอยู่บนโต๊ะอาหารอย่างภาคภูมิใจ เขาได้แต่แอบหวังอยู่ในใจลึกๆ ว่าปิ่นมุกคงจะทานได้มากและชื่นชอบไม่มากก็น้อยสำหรับอาหารมื้อนี้ ที่มาจากฝีมือของเขาเองที่ได้ลงมือทำในมื้อนี้เพื่อเธอกับลูกที่อยู่ในท้องเป็นครั้งแรก

   “จุ๊บแจง จุ๊บแจง ฉันทำอาหารเสร็จแล้วล่ะ ไปเชิญคุณปิ่นมุกลงมาทานอาหารได้แล้วนะ บอกว่าฉันรอทานข้าวอยู่ที่โต๊ะอาหาร”

   “ขาาา มาแล้วค่ะ ได้ค่ะ”

   “จุ๊บแจง” เมื่อได้รับคำสั่งก็รีบวิ่งขึ้นไปยังชั้นบนอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวเท่านั้นก็ลงมาพร้อมกับปิ่นมุกที่มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะอาหาร เมื่อหินผาเห็นปิ่นมุกมาแล้วจึงรีบลุกขึ้นมาเลื่อนเก้าอี้นั่งให้กับปิ่นมุกในทันทีที่เธอมาหยุดยืนอยู่ ด้วยรออยู่ก่อนแล้วอย่างใจจดใจจ่อ อยากเจอ อยากเห็นหน้า(คิดถึงก็ว่าไป แต่พระเอกของเรายังไม่รู้ใจตัวเองนี่สิคะ ลุ้นกันต่อไปจ้าาา)จากนั้นก็กลับมานั่งทานข้าวตรงกันข้ามกับปิ่นมุก แต่ก็ไม่วายที่จะละสายตาไปจากใบหน้างามนั้นได้เลย หินผาจ้องมองดูปิ่นมุกอยู่ตลอดเวลาใบหน้าที่งามหมดจดสดใส ทำให้หวนคิดถึงวันแรกที่เจอกันวันนั้นหินผายังจำได้ดี ตัวเขาเองยังตะลึงในความงามในวันนั้นไม่เคยจางหายไปเลยจวบจนถึงในตอนนี้

   “ผมขอโทษด้วยที่กลับมาช้า คุณคงหิวมากแล้วใช่ไหมครับ วันนี้ผมเข้าครัวเอง ทานให้เยอะๆ เลยนะครับ”

   “ปิ่นมุก” เงยหน้าขึ้นมาสบตากับหินผาอย่างไม่เข้าใจ

   “วันนี้ผมทำอาหารหลายอย่างเพราะไม่รู้ว่าคุณชอบหรือไม่ชอบอะไรเลยทำออกมาเยอะแยะเต็มโต๊ะอย่างที่เห็น”

   “หินผา” พูดไปด้วยก็ตักอาหารแต่ล่ะอย่าง อย่างล่ะนิด อย่างล่ะหน่อยใส่ไปจนเต็มจานของปิ่นมุกเลย โดยที่ปิ่นมุกก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำได้แต่นั่งทานอยู่อย่างเงียบๆ ก็ต้องยอมรับว่าอาหารหน้าตาก็น่าทานอยู่หรอกนะ รสชาติก็ดีมากอีกด้วยถูกปากเธอมาก

   “ต้มซุปไก่นี้มีประโยชน์มากๆ เลยนะครับ ผมคัดสรรคุณภาพเลือกทุกอย่างเองกับมือเลยนะ อย่างเช่นมันฝรั่ง แครอท หอมใหญ่ มะเขือเทศ ขึ้นฉ่าย น่องไก่ก็เลือกที่ขาวอวบน่าทานมากๆ เลยนะครับ ผมใช้เวลาตุ๋นจนทุกอย่างเข้ากันดีแล้วก็กลิ่นหอมกลมกล่อมน่าทานมากเลย คุณลองทานดูสิครับ เป็นสูตรพิเศษของคุณยายของผมเลยนะ ใช่ใครก็จะได้กินฝีมือของผมง่ายๆ นะครับ บอกเลย หึหึ”

   หินผายิ้มกว้างอย่างสุขใจและภาคภูมิใจที่จะนำเสนออาหารเลิศรส ที่หินผาชื่นชอบและชอบทำให้คนในครอบครัวของเขาได้ทาน โดยเฉพาะคุณแม่ของหินผาเอง ท่านชอบทานซุปไก่นี้เป็นอย่างมากและหินผาก็มักจะทำเป็นประจำในวันสำคัญต่างๆ อย่างเช่นวันรวมญาติ วันเกิดอะไรประมาณนี้ และหินผายังแนะนำอาหารจานอื่นๆ ต่อไปอีกด้วย

   “ส่วนจานนี้ผมคิดขึ้นมาเองเลยนะครับ พอดีว่าผมเห็นว่ามีน้ำจิ้มสุกี้อยู่ก็เลยนึกอยากทานขึ้นมา เลยเอามาลองทำให้คุณได้ชิมไปพร้อมๆ กันด้วยเลยผมใช้พริกสดหั่นเป็นท่อนๆ ขนาดพอดีคำตัดหัวตัดท้ายทิ้งเอาไส้ในพริกสดออก แล้วนำเห็ดเข็มทองมาเสียบเข้าไปตรงกลางให้เต็มพอดีช่อง จากนั้นก็เอาน้ำจิ้มสุกี้มาผัดในกระทะให้เดือดจนหอม แล้วนำพริกสดที่ยัดไส้เห็ดเข็มทองนั้นใส่ลงไป พอเดือดทั่วกันแล้วกลับอีกด้านหนึ่งให้น้ำจิ้มสุกี้ซึมเข้าไปจนทั่ว จากนั้นก็ตักมาเสิร์ฟหน้าตาก็จะออกมาประมาณนี้ อย่างที่คุณเห็นมันน่าทานมากๆ กลิ่นช่างหอมอบอวนเสียจริงๆ นะคุณว่าไหมล่ะ ลองชิมดูสิครับ”

   “ปิ่นมุก” พอได้ยินได้ฟังหินผาพูดสาธยายเกี่ยวกับอาหารจานโปรด ชุดใหญ่บนโต๊ะในแต่ละเมนูทุกๆ จานปิ่นมุกก็ชิมไปซะทุกอย่างคำแล้วคำเล่าอย่างเพลิดเพลินเอร็ดอร่อยโดยแท้

   โปรดติดตามตอนต่อไปรอหน่อยนะคะ นักเขียนถุงแป้ง กำลังสร้างสรรค์ผลงานออกมาให้นักอ่านทุกท่านอยู่ค่ะ ฝากกดติดตามเพื่อไม่พลาดตอนต่อไปและนิยายเรื่องใหม่ ฝากกดถูกใจส่งข้อความเป็นกำลังใจติชมผลงานกันเข้ามาได้นะคะ ขอบคุณค่ะ


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น