อัปเดตล่าสุด 2022-07-19 00:05:20

ตอนที่ 7 .. “ ขัดแย้ง ”

สัญญาใจ - บรั่นดี 

นิยาย แนว สืบสวนสอบสวน (Suspense) / Action

ตอนที่ 7 .. “ ขัดแย้ง ”

    เนเน่เห็นดลผิดสังเกตุ จึงเอียงหน้าไปดู แล้วก็ต้องประหลาดใจ

“นาย” ดลยิ้มแหยๆให้กับเนน่แล้วค่อยๆวางกล่องพวกนั้นลงกับพื้น

“นายทำงานที่นี่เหรอ” ดลพยักหน้า เบิ้มงง เลยรีบถาม

“นี่แกสองคนรู้จักกันด้วยเหรอ” ดลไม่รู้จะตอบยังไง

“มันอธิบายยากหนะพี่ เอาเป็นว่า รู้จักก็แล้วกัน แต่ไม่มาก ผิวเผินผิวเผิน เล็กน้อย” ดลทำมือยื่นไปนิดๆ

“เออ ชั่งมันเถอะเรื่องนั้น ฉันถามอะไรแกหน่อยซิ น้องคนนี้เค้าบอกว่า เค้านัดข้ามาหาเขาเรื่องหงส์ฟ้งหงส์ฟ้าอะไรนั่นหนะ ข้างงหวะ ช่วงนี้ข้าไม่ค่อยได้รับโทรศัพท์ จะมีก็แต่แกที่เป็นผู้ช่วยข้า เป็นแกหรือเปล่าวะที่นัดเขามาหนะ ช่วยบอกความกระจ่างที” ดลไม่พูดอะไรมาก ได้แต่พยักหน้า งึกๆช้าๆ

“ไอ้ดล” เบิ้มตะโกนด่าใส่หน้าดลอย่างจัง ไม่พอใจ

“นี่แกทำอะไรของแก แกคิดอะไรของแกอยู่ อึ๋ย ไม่รู้โว๊ย ไป Clear กันเอาเอง”

    เบิ้มหัวเสียมาก

“ข้าไม่รับรู้กับแกด้วยแล้วไอ้เวร เสร็จธุระแล้วรีบขึ้นไปทำงานด้วย”

    เบิ้มตัดปัญหาทันที

“พี่ต้องขอโทษน้องสาวแทนลูกน้องพี่ด้วยนะที่ทำอะไรลงไปโดยพละการ มันเป็นแค่เด็กฝึกงานใหม่ พึ่งย้ายเข้ามาทำงานในแผนกข่าวอาชญากรรมของพี่ ดังนั้นต่อจากนี้ไป น้องต้องคุยกับมันคนเดียวแล้วหละ” ดลหลบหน้า

“อ้อ ไอ้นี่มันชื่อ ปวรรัชดล ไม่ได้ชื่อเบิ้ม เบิ้มหนะพี่ รับทราบนะครับ”

    เบิ้มจัดการสะสางปัญหาจนเสร็จ

“พี่ขอตัวหละนะเสียเวลามามากแล้ว เห็นแล้วขัดลูกตา”

    แล้วเบิ้มก็เดินจากไป และบ่นเรื่อยเปื่อยเล็กน้อย

“อึ๊ย อารมณ์เสีย มีคนแอบอ้าง โกรธ”

  เนเน่โมโหมากที่ได้รู้ความจริงว่าที่แท้แล้วคนที่เธอคุยอยู่ด้วยทุกวันกลับเป็นดลไม่ใช่เบิ้ม เนเน่จ้องหน้าดล และหันหลังเดินออกไปทันที

      ดลรีบวิ่งออกไปขอโทษเนเน่ที่บังอาจปิดบังและหลอกเธอมาตั้งแต่ต้น

“น้องครับพี่ขอโทษ” เนเน่หยุดนิ่ง แต่ไม่หันกลับมา ดลวิ่งมาเกือบชนเข้าให้ ดีที่เบรกทัน

    ในใจของเนเน่ มันเกิดความขัดแย้งขึ้นมาหลังจากที่ผิดหวังจากปูน พี่สาวที่เธอรักมากคนหนึ่ง ซึ่งเธอคิดว่าปูนแอบทำตัวไม่ดี เป็นชู้กับพ่อของเธอ จนเกิดมีพยานรักออกมาประจานอย่างลับๆแล้วในตอนนี้ แล้วกลับต้องมาเจอกับคนโกหกหลอกลวงอย่างดลเข้าให้อีก เธอจึงไม่อยากจะเชื่อและไว้ใจใครได้อีกแล้ว แม้กระทั่งพ่อของเธอเอง เนเน่วุ่นวายใจมาก ยืนคิดทำอะไรไม่ถูกเลยในตอนนี้

“โกรธพี่เหรอครับน้อง ที่พี่โกหกแบบนั้น มันสุดวิสัยจริงๆ”

    ดลพยายามบอกให้เนเน่เข้าใจ

“พี่ต้องขอโทษด้วยนะ จะด่าจะว่าจะลงโทษพี่ยังไงก็ได้ พี่ยอมทุกอย่าง”

    เนเน่หันมา

“ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าน้องเลย” แล้วชี้หน้าดล

“ดูๆแล้ว อายุนายกับฉัน ก็คงจะไม่ต่างกันสักเท่าไหร่” เนเน่เทียบรุ่นซะแล้ว

“แต่ก็ขอบใจนะที่ช่วยฉันไว้เมื่อวานนี้หนะ ฉันเนเน่ เรียกสั้นๆว่าเน่ก็ได้”

    และก็พยายามผูกมิตร

“แล้วนายหละชื่ออะไร เมื่อกี้ฉันฟังไม่ทัน มันยาว” เนเน่ยื่นมือขวาออกไปเพื่อกระชับมิตร

    ดลยื่นมาขวามาเช็คแฮนด้วย ตอบรับไมตรี แล้วก็แนะนำตัวอย่างเป็นทางการ

“ปวรรัชดล” ดลยิ้มให้

“เนเน่ฟังชื่อแล้วยาวมาก เรียกก็ลำบากจึงแกล้งพูดประชดออกไป

“คนบ้าอะไรชื่อ สับปะดน” ดลรีบยกมืออธิบาย

“ไม่ใช่ .. คนบ้าบออะไรชื่อ สับปะดน” ดลจึงรีบบอก

“น้องครับ พี่ชื่อ ปวรรัชดล” เนเน่ยังคงฉุน

“บอกแล้วไงว่าอย่าเรียกน้อง อยากโดนต่อยรึไง”

“โมโหง่ายจริงแม่คุณ” เนเน่เงื้อหมัดขวาขึ้นจะต่อยดล เพราะกำลังอารมณ์ไม่ดี มายั่วโมโหอยู่ได้

“เออ ไม่เรียกก็ได้ แหม เจ๊นี่ ไม่รู้ว่าอารมณ์เสียมาจากไหน อย่ามาลงที่ผมซิคร๊าบ มันไม่ดีนะ”

“ก็อยากมายั่วโมโหฉันก่อนทำไมหละ ยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่ด้วย หมดกัน ข่าวคราวของหงส์ฟ้า ขาดตอนกันพอดี เป็นเพราะนายคนเดียวเลย นายสับปะดน”

   ดลเอามือท้าวสะเอว บอกเนเน่อีกหน ย้ำถึงชื่อของเขา ว่าไม่ใช่สับปะดน

“ฟังดีๆและช้าๆนะครับเจ๊” เนเน่เงื้อหมัดจะต่อยอีก

“ยังอีก เจ๊ก็ห้ามเรียก ฉันไม่ได้แก่ถึงขนาดนั้นสักหน่อยนะ ไอ้บ้า”

“เครๆๆ ไม่เจ๊ ก็ไม่เจ๊ เธอฟังฉันให้ดีๆนะ ชื่อฉันสะกดว่า ปะ-วอน-รัด-ชะ-ดน”

    ดลเวียนหัวเรื่องชื่อตัวเองเสียจริง “เรียกสั้นๆว่า ดลก็แล้วกัน เครไหม”

“เออ บอกมาตั้งแต่แรกก็จบแล้ว มัวอ้อมโลกอยู่ได้ รำคาญ”

“แล้วตกลงว่าไง เรื่องของหงส์ฟ้าหนะได้อะไรมาบ้าง สงสัยคงไม่ได้เรื่อง คว้าน้ำเหลวอย่างแน่นอนเลยใช่ไหมหละ ถึงทำท่าแบบนี้” เนเน่เอามือดันหน้าของดล แล้วนั่งลงชันเข้าขึ้นที่เนินดินแถวนั้น ดลเดินมาลงนั่งตามใกล้ๆ

“ไกลๆหน่อยก็ได้ๆ ไม่ต้องชิดใกล้กันขนาดนี้ ขอโทษไม่สนิท หมดสิทธิ์ ชิดใกล้ ไปถอยไป” เนเน่งอน

“หรา แหมๆ เอ..แล้วเมื่อวานใครกันน้า ที่นอนอยู่ในอ้อมแขนอันอบอุ่นของเราหว่า” ดลแหย่เนเน่

“ใครกันน้า ก็ไม่รุ” ดลแกล้งยั่วโมโหเนเน่อีก เนเน่หันมาทางซ้ายแล้วเอามือซ้ายทุบเข้าให้ที่ไหล่ขวาอย่างแรง

“นี่แหนะ เมื่อวานหนะมันเหตุสุดวิสัย” เนเน่รีบพูดออกมาทันที

“จร้าๆๆ สุดวิสัยก็สุดวิสัย คนอะไร ผิวกายหอมชื่นใจชะมัด”

    ดลยังไม่เลิกยั่วโมโหเนเน่ ที่จริงที่เขาทำเช่นนั้น ก็เพื่อที่อยากจะให้เนเน่ผ่อนคลายความเครียดเสียมากกว่า อยากให้เธอยิ้ม เพราะเมื่อใดที่เนเน่ยิ้ม มันทำให้โลกทั้งใบของดล ช่างดูสดใสนี่กระไร เนเน่ยกมือซ้ายขึ้นจะทุบอีก ดลใช้มือขวาจับข้อมือเนเน่อย่างไว

“ปล่อยนะไอ้คนฉวยโอกาส บังอาจมากที่มาแต๊ะอั๋งฉัน”

    ดลสะบัดมือออกทันที พร้อมกับยกมือทั้งสองข้างชูขึ้น

“พอแล้ว เลิกยั่วแล้ว ต่อไปฉันสัญญาว่าจะไม่แกล้งเธออีกแล้ว”

   เนเน่สะบัดหน้ากลับไปอย่างเร็ว แล้วทำหน้ามู่ทู่ หยิบก้อนหินแถวนั้นโยนลงไปในคูน้ำข้างล่างตรงหน้าเล่นแก้เบื่อ

“ฉันก็แค่อยากจะให้เธอยิ้มออกมาบ้างก็เท่านั้นเอง ไม่ได้มีเจตนาอื่นเลยจริงๆ”

     ดลแสดงความจริงใจ

“ฉันอยากเห็นรอยยิ้มของเธอ ฉันรับรู้ได้ว่าเธอหนะ มีเรื่องทุกข์ที่อยู่ในใจค่อนข้างเยอะ ฉันก็แค่อยากจะช่วย ให้เธอได้ผ่อนคลายบ้างก็เท่านั้น แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่คิด ยิ่งทำเธอก็ยิ่งจะเครียด ฉันก็เลยหยุดไง ไม่มีอะไรแอบแฝงนอกเหนือมากไปกว่านั้นจริงๆ ขอให้เชื่อฉัน รับรองว่าฉันไม่ได้คิดร้ายอะไรกับเธอนะ”

    เนเน่หันซ้ายไปมองหน้าดล แล้วพูดแบบประชด

“ขอบใจ ทีหลังไม่ต้อง ฉันไม่ชอบ” แล้วก็หันกลับมาที่เดิม เธอนั่งนิ่งอยู่พักใหญ่ จากนั้นก็ลุกขึ้นเตรียมตัวเดินกลับ

“จะไปไหน” ดลเงยหน้าขึ้นถาม “กลับ”

“ทำไมถึงยอมแพ้เสียแล้วหละ” เนเน่ไม่เข้าใจ จึงหันไปมองหน้าดล

“นายหมายความว่ายังไง”

    ดลลุกขึ้นยืน แล้วเดินนำหน้าเนเน่ไปนิดนึงพร้อมกับพูดไปด้วย และหยุดนิ่งไม่ได้หันหน้ากลับไป

“เธอมาที่นี่ทำไมหละ” เนเน่เดินไปหาดลแล้วมองหน้า

“ร่องรอยของแม่ฉัน ถามทำไม”

    ดลก้มหน้าลงมาหาเนเน่นิดนึงแล้วพูด

“ใช่ ร่องรอยของแม่ ในเมื่อมาแล้ว ทำไมถึงจะรีบกลับก่อนเสียหละสาวน้อย”

    แล้วดลก็เดินหลีกเนเน่เพื่อจะกลับขึ้นไปทำงานต่อ

“ก็ในเมื่อนายไม่มีข้อมูล” เนเน่คิดอย่างนั้น

“หรือความคืบหน้าอะไรให้ฉัน ฉันก็ต้องเริ่มหาเองใหม่ ด้วยตัวของฉันเองนะซิ ไม่น่าถาม”

“ถ้าไม่มีเบาะแส ฉันคงไม่นัดเธอมาหรอก ถ้าอยากจะกลับก็เชิญกลับได้เลยนะ ขอตัวทำงานก่อนหละนะ บาย”

“เดี๋ยว” เนเน่พูดเสร็จก็วิ่งไปดักหน้าดลก่อนที่ดลจะพ้นจากสวนแห่งนี้

“นายหมายความยังไง นายมีเบาะแสของแม่ฉันเหรอ”

“มี” ดลยืนตอบแบบนิ่งๆ

“แล้วทำไมไม่รีบบอกฉันหละไอ้บ้า”

     เนเน่เผลอตัวว่าดลอีกแล้ว จึงรีบเอามือปิดปากตัวเองทันที ดลมองหน้าเนเน่แล้วรีบเดินไปแบบไม่สนใจ

“ขอโทษ” เนเน่ตะโกนตามหลังดล ดลหันหน้ามาหาเนเน่

“ถ้าตราบใด เธอยังไม่เลิกนิสัยดื้อ เกเรและเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้ ยอมพูดดีๆกับฉันบ้าง ก็อย่าหวังว่าจะได้รู้ข้อมูลของแม่เธอเลย”

    พูดจบดลก็รีบหันหลังและเดินกลับขึ้นชั้นบนทันที

“นาย เดี๋ยวซิ กลับมาก่อน ขอโทษ ฉันขอโทษ”

    คราวนี้เนเน่เรียกเท่าใด ดลก็ไม่หันหลังกลับไปพูดกับเนเน่อีกเลย เนเน่เจ็บใจมากที่ทำพลาดในวันนี้ จึงเพิ่มความหงุดหงิดให้กับเธอเป็นยิ่งนัก

   เมื่อมาเสียเที่ยว ไม่ได้อะไรกลับไป เนเน่จึงรีบเดินกลับไปที่รถมอเตอร์ไซด์ของตัวเอง แล้วรีบขับรถกลับออกไปจากที่นี่ทันที ดลยืนแอบมองเนเน่อยู่ในห้องที่ทำงาน

“สักวัน ฉันจะทำให้เธอสิ้นพยศให้ได้เนเน่ ทำไมถึงได้ดื้ออย่างนี้นะ หยิ่งยะโสสิ้นดี” ดลพยายามหาทางออก

“ถ้าเธอไม่ยอมเปลี่ยนนิสัย ฉันว่าเธอคงจะอยู่ในสังคมปัจจุบันนี้ลำบากแน่ แม่สาวน้อย” ดลเป็นห่วงเนเน่มาก

“ถึงเธอจะเก่งและมีวิชาการป้องกันตัวดียังไง เธออย่าลืมนะว่า เธอก็เป็นผู้หญิง”

    ดลคิดเช่นนั้นจริงๆ

..... +++++ .....

  17.00 น. โดยประมาณ เผด็จได้ขับรถมอเตอร์ไซด์มาถึงสวนเก่าๆแห่งหนึ่งแถวๆเมืองนนท์ หลังจากที่ได้ขับรถแวะถามและสุ่มมาหลายแห่งหนแล้วที่คิดว่าจะเจอ

“สวนสมุนไพร ไทรงาม มันอยู่ตรงส่วนไหนของเมืองนนท์นะ ทำไมถึงได้หายากเย็นแบบนี้”

 เผด็จหันมองไปรอบๆ เนื่องจากในรูปที่เผด็จเห็นนั้น มันก็นานหลายปีแล้ว อะไรๆมันก็น่าจะเปลี่ยนไปมากแล้วหละ เผด็จลงจากรถแล้วเดินไปหาอะไรทานที่ร้านโชห่วยแถวๆนั้น และไม่ลืมที่จะสอบถามคนเฒ่าคนแก่ที่อยู่ในละแวกนี้ เขาสอบถามจากหลายๆคน ทั้งวัยกลางคนและคนสูงอายุหลายคนผ่านไปก็เหลว

“ขอโทษนะครับคุณยาย” จนมาเจอกับยายชราคนหนึ่ง

     หญิงชราคนนั้นหันหน้ามา

“มีอะไรเหรอพ่อหนุ่ม” เผด็จยกมือไหว้ยายคนนั้น

     แล้วนั่งลงสนทนากับหญิงชราผู้นี้

“คุณยายอยู่แถวนี้มานานแล้วใช่ไหมครับ” ยายชรายิ้มและพยักหน้าให้

“ดีเลย งั้นผมขอถามอะไรหน่อยนะครับ” แล้วเผด็จก็เอารูปป้ายและบริเวณเดิมนั้นในมือถือให้ยายชราคนนั้นดูแล้วไม่ลืมที่จะบอกชื่อที่เขาต้องการรู้

“ไม่ทราบว่า คุณยายรู้จัก สวนสมุนไพร ไทรงาม บ้างไหมครับ”

    เผด็จถามด้วยสีหน้าที่แสนจะเหนื่อย

“ผมหามาทั้งวันแล้ว ไปมาก็หลายที่ ไม่เจอสักที คงจะหมดหวังแล้ว”

“รู้จักซิ” เผด็จหายเหนื่อยทันที ที่ยายชราผู้นั้นเอ่ยปากออกมา

“จริงเหรอครับยาย” หญิงชรายิ้มและพยักหน้าให้อีกครั้ง

“อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้หรอกพ่อหนุ่ม โน้นไปทางโน้นอีกประมาณ 3 กิโล ก็จะเจอเอง ไม่มีป้ายชี้บอกทางหรอก” ยายชราชี้ทางให้เผด็จ

“รูปที่เจ้าให้ฉันดูหนะ มันนานหลายปีแล้ว ตอนนั้นถนนยังเป็นลูกรัง ทางยังไม่เจริญ มันก็เลยหาป้ายเก่าไม่เจอเพราะมันผุและพังไปแล้ว พอตอนที่ทำทางและถนนใหม่เสร็จในเวลาต่อมา เขาก็ไม่ได้ทำป้ายใหม่ให้ เพราะคิดว่ามันไม่สำคัญ ถ้าเจ้าอยากจะไปที่นั่น ต้องใช้ปากถามทางจากคนแถวนั้นแล้วหละ”

 เผด็จคุกเข่าลงกับพื้น แบบไม่อายใคร แล้วก้มลงกราบที่เท้าหญิงชราผู้นั้น เพราะเหมือนพระเจ้าลงมาโปรด

“ไม่เป็นไรๆเจ้าคงไม่ใช่คนแถวนี้หละซิ” เผด็จพยักหน้า

    ก่อนจากไป หญิงชราก็อวยพรให้กับเผด็จด้วย

“ขอให้โชคดีนะ ยายไปหละ” เผด็จประคองหญิงชราไปส่งให้กับคนที่มาด้วยกัน

   จากนั้น เผด็จก็กลับไปที่รถและขับไปตามทางที่หญิงชราบอกทันทีโดยไม่รอช้า เผด็จถามทางคนแถวนั้นมาเรื่อยๆจนมาถึงสถานที่ที่เขาต้องการ

“ใช่แล้ว สวนสมุนไพร ไทรงาม” เผด็จดีใจมากที่มาถึงซะที

“ป้ายอยู่ตรงหน้าเราแล้ว เก่ามากจริงๆด้วย ถึงซะที โอย เล่นเอาเหนื่อยเลยนะเนตรที่รัก รอพี่นะ กำลังจะไปหา”

 เผด็จจอดรถไว้แถวนั้นไม่ขับเข้าไป แล้วค่อยๆเดินเข้าไปอย่างช้าๆ แบบระมัดระวัง ขณะนั้นแจงกำลังนั่งทานข้าวมื้อค่ำพร้อมกับดูทีวีอยู่แบบเพลินๆ แต่ประสาทหูของเธอดีมาก หลังจากที่ประสบอุบัติเหตุในครั้งนั้น เธอจึงระวังตัวได้ทันในเวลานั้น เวลาที่เผด็จกำลังเดินเข้าไปอย่างเงียบๆและช้าๆ

>>>>> @@@@@ <<<<<

   ปูนอุ้มลูกกลับมาถึงบ้าน หลังจากสอนวิชาการป้องกันตัวเสร็จ

“พี่โมๆ อยู่ไหนเนี่ย ที่โต๊ะอาหารก็ไม่มี”

    ปูนส่งลูกที่หลับให้กับคนรับใช้เพื่อเอาไปใส่เปล

“เห็นคุณผู้ชายไหม” และไม่ลืมที่จะถามหาสามีสุดที่รัก

“อยู่ที่สระน้ำหลังบ้านค่ะคุณผู้หญิง” ปูนรีบเดินไปหาแตงโมที่นั่นทันที

  พอพ้นประตูหลังบ้าน ก็มองเห็นแตงโมยืนกอดอกหันหน้าไปทางสระน้ำ ปูนเดินมาสวมกอดเอวแตงโมจากข้างหลัง พร้อมรอยยิ้มและหอมแก้มซ้ายเบาๆ

“คิดถึงพี่จัง” ไม่มีคำตอบจากสามี ปูนเดินอ้อมไปข้างหน้าและหอมแก้มขวาอีกครั้ง แตงโมก็ยังนิ่ง

“เป็นอะไรเหรอคะพี่ ทำไมหน้าตาถึงได้ดูเครียดๆแบบนั้นหละ” ปูนเป็นห่วงสามี

“คดีที่ทำอยู่มีปัญหาเหรอคะ มีอะไรจะให้หนูช่วยแบ่งเบาบ้างไหม”

   แตงโมแกะมือที่ปูนกอดไว้ออก และเดินไปนั่งที่เก้าอี้ริมสระน้ำ ปูนสงสัยจึงเดินตามไป นั่งลงข้างๆ

“มีอะไรทำไมถึงไม่บอกกันหละคะ เก็บไว้คนเดียวมันไม่ดีนะ”

     แตงโมยอมอ้าป้าเผยวจีออกมาอย่างเบาๆ โดยยังก้มหน้าอยู่

“ไม่มีอะไร” ปูนเอามือขวาเชยคางสามีขึ้นมาอย่างช้าๆ

“มันต้องมีซิ อยู่ด้วยกันมา จนมีลูกด้วยกัน 2 คนแล้ว ทำไมหนูจะดูสามีของตัวเองไม่ออก เว้นเสียแต่ว่า พี่จะไม่บอกก็เท่านั้น ตามใจนะคะ ถ้าพี่คิดว่า มันสำคัญจนบอกหนูไม่ได้ หนูก็ไม่ว่าอะไร”

    พอพูดจบปูนก็ลุกออกจากตรงนั้น และเดินเข้าบ้านไปทันที แตงโมไม่รู้จะเอ่ยปากถามปูนยังไงดีกับสิ่งที่ได้ยินในวันนี้ จึงได้แต่เก็บคำถามนี้เอาไว้ ยังไม่อยากที่จะได้รับฟังคำตอบ เพราะกลัวมันจะเป็นจริงอย่างที่เขาคิด เนื่องจากแตงโมรักปูนมาก จึงอยากที่จะขอยื้อเวลาความสุขของเขาออกไปก่อน ถ้ามันไม่ไหวจริงๆหรือจับให้มั่นคั้นให้ตายจริงๆ เมื่อเวลานั้นมาถึง ค่อยว่ากันใหม่อีกที

..... +++++ .....

   ไม่นาน เผด็จก็เข้ามาถึงบริเวณหน้าบ้านหลังน้อยๆของจุ๊บแจง เผด็จค่อยๆย่องเข้าไปอย่างเงียบๆ ลองขยับลูกบิดประตู มันล็อค เขาจึงใช้วิชาสะเดาะกุญแจผีที่ถนัดจนปลดล็อคได้ และค่อยๆผลักประตูเข้าไปอย่างเบาๆ

    เผด็จย่างเท้าอย่างเบา และเงียบที่สุด ไปในบ้านของแจง มองไปรอบๆบ้านไม้หลังนี้ ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ห้องครัวแม้กระทั่งห้องนอนก็ไม่มีแม้วี่แววของคน เผด็จเอามือแตะหม้อและจานชามที่วางอยู่ในซิงค์

ล้างจาน มันยังอุ่นๆอยู่ เอามือมาแตะที่ทีวี ยังคงอุ่นๆเช่นกัน

  ขณะที่เผด็จกำลังหันหลังเพื่อหาร่องรอยอยู่นั้น แจงก็รีบพุ่งตัวออกมาจากที่ซ่อนด้วยความเร็วทันที

“เห้ย” แจงประชิดตัวเผด็จ กระโจนเอามีดมาจ่อที่คอด้วยความว่องไว

    ด้วยสัญชาตญานของเผด็จ ก็ต้องป้องกันตัว จึงเอามือขวาของเขา จับมือขวาของแจงที่ถือมีดจ่อนั้นไว้ได้ทัน จึงเกิดการต่อสู้กันขึ้นทันที

    เผด็จทุ่มแจงลงกับพื้นบ้าน แจงใช้แรงดึงเผด็จตามลงมาด้วย ทั้งสองคนหมุนกลิ้งไปรอบบ้าน เผด็จนั่งคร่อมร่างของแจงอยู่พร้อมกับเอามือซ้าย กดมือขวาแจงซึ่งถือมีดอยู่ ส่วนมือขวาก็กดมือซ้ายของแจงเอาไว้เพื่อไม่ให้เธอทำอะไรเขาได้ และก้มหน้าลงเพื่อที่จะหอมแก้มของแจง เพื่อที่จะหยุดความร้ายกาจของเธอสักนิดก็ยังดี

    แจงหันหน้าหลบไปมาเพื่อไม่ให้ถูกหอมและรังแกได้อีกเหมือนคืนวันนั้น เธอสู้แรงของเผด็จไม่ได้อยู่แล้ว แต่ถึงอย่างไร แจงก็ไม่ยอมแพ้อยู่ดี ดิ้นรนอยู่นาน เผด็จพยายามทำให้มีดในมือแจงหลุดให้ได้อย่างทนุถนอม เพื่อให้แจงเจ็บน้อยที่สุด แจงรู้ว่าสู้ไม่ได้แน่ จึงตัดสินใจก้มไปกัดมือซ้ายเผด็จทันที

        เผด็จโดนแจงกัดจนจมเขี้ยวไปเลยวันนี้

“โอ๊ย” เผด็จปล่อยมือ แจงจึงรีบผลักตัวเผด็จให้พ้นจากตัวเธอทันที

“หมากัด” เผด็จหงายหลังตึงออกไปชนกับข้างฝาแถวนั้นเพราะโดนลอบทำร้าย พอทั้งสองหลุดออกจากกัน แจงรีบลุกขึ้นมา แล้วเอามีดจ่อไปที่เผด็จ

“ว่าฉันเป็นหมาอย่างนั้นเหรอ มันจะมากไปแล้วนะ ไอ้ชั่ว”

   เผด็จเอามือขวาบีบมือซ้ายเขาเอาไว้ แล้วหันไปดูรอยฟันที่แจงกัด เป็นรอยฟันเลือดไหลออกมาซิบๆ

“ขี้โกงพี่นี่เนตร ทำไมถึงเป็นคนเกเรแบบนี้นะ ไม่น่ารักเลย มากัดพี่ทำไม พี่ไม่เคยสอนนะกลยุทธ์นี้หนะ”

“เนตรเนิดบ้าบออะไรของแก ฉันไม่ได้ชื่อนั้น” เนื่องจากเป็นบ้านของตัวเอง แจงจึงรู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน

    ถ้าไม่ทำให้เผด็จกระเด็นออกไปจากตรงนั้น เธอก็คงไม่สามารถหนีเผด็จได้แน่ แจงจึงตัดสินใจช่วงที่เผด็จเผลอวิ่งโถมเข้าใส่ ผลักและดันตัวเผด็จอย่างแรง โดยใช้มือตัวเองดันเผด็จอย่างแรง ให้ถอยหลังไปชนกับข้างฝา จนฝาบ้านทะลุ กระเด็นลงไปในสระข้างบ้านทันที <ตูม> เสียงร่างของเผด็จและเธอปะทะกับน้ำจึงเกิดคลื่นยักษ์กระเด็นขึ้นมาอย่างแรง ไม่นานแจงก็รีบว่ายน้ำขึ้นมา แล้วก็วิ่งหนีหายไปกับความมืดจากตรงนั้นทันที กว่าเผด็จจะขึ้นมา ก็หาแจงไม่ทันเสียแล้ว เผด็จหงุดหงิดมากที่แจงทำแบบนั้นกับเขา

   หลังจากที่ขึ้นมาจากน้ำได้ เผด็จก็รีบเดินกลับขึ้นไปบนบ้านของแจงทันที เพื่อที่จะหาเบาะแสอะไรต่อได้บ้าง เนื่องจากเผด็จมาแบบกระทันหันแจงจึงหยิบฉวยของบางอย่างไม่ทัน โดยเฉพาะโทรศัพท์เครื่องสำคัญ เงินสดจำนวนหนึ่งและกุญแจบ้านออกมาด้วย เก็บใส่กระเป๋าสะพายที่เธอโยนออกมาก่อนหน้านี้ไม่ทัน เผด็จคิดว่าแจงคงต้องย้อนกลับมาเพื่อเอาของพวกนี้อย่างแน่นอน เขาจึงไม่ไปไหน คืนนี้เขาจึงยึดบ้านหลังนี้ของแจงไว้เป็นที่มั่นก่อนในทันที เมื่อคิดได้ดังนั้น จึงกวาดของเหล่านี้ใส่ถุงผ้าที่พอจะหาได้ไว้ก่อน

   แจงย้อนกลับมาจริงๆ แต่เห็นรถของเผด็จยังคงจอดอยู่ และไฟในห้องของเธอยังคงสว่าง เธอจึงไม่ขึ้นไป

“เจ็บใจจริงๆ รู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่ ฝากไว้ก่อนเถอะแก คืนนี้อยู่นี่ไม่ได้แล้ว” คิดได้ดังนั้นจึงรีบถอยกลับออกมา

    โชคดีที่กระเป๋าสตางค์ของเธออยู่ในถุงผ้า พอเดินออกมาถึงทางเข้าหน้าบ้าน ก็หันไปเห็นรถของเผด็จ จึงแก้เผ็ดเผด็จสักทีก็ยังดี

“วุ่นวายกับฉันนักใช่ไหมไอ้แก่ ขอให้มีความสุขกับการเดินทางก็แล้วกันนะ ไอ้เวรตะไล”

   เมื่อคิดได้ดังนั้น แจงจึงใช้มีดสั้นอีกเล่มที่เหลืออยู่ แทงยางรถทั้งสองด้านของเผด็จจนรั่ว เอามีดกรีดเบาะนั่งจนขาดกระจุย นั่งไม่ได้เลย และที่แสบแบบสุดๆก็คือ เธอทุบหลอดไฟหน้าและไฟเลี้ยวหน้าหลังจนแตกกระจุยหมด หักใช้การไม่ได้เลย ก่อนเดินจากไปเธอหันกลับมา เอามีดปาด ตัดสายน้ำมันเพื่อให้น้ำมันไหลออกมาจนหมด

“โชคดีนะไอ้แก่ อยู่ให้สบายนะ ราตรีสวัสดิ์เลยแล้วกัน”

   พอรุ่งเช้าวันต่อมา (23 พ.ค.) ประมาณ 8 โมงเช้า เผด็จรอแจงอยู่นาน เมื่อเธอไม่กลับมา หลังจากล้างหน้าล้างตาเรียบร้อย เขาจึงเดินกลับลงมา เมื่อเห็นสภาพรถมอเตอร์ไซด์สุดที่รักของเขาพังแบบนั้น สภาพที่ดูไม่ได้ ใช้การอะไรไม่ได้เลย เผด็จโกรธแจงมาก จึงตะโกนออกมาเสียงดังลั่นป่า

“เนตรอัปสร” เผด็จทรุดตัวลงกับพื้นดิน แล้วก้มหน้าลงไป กำมือทั้งสองและยกขึ้นเหนือหัวอย่างช้าๆ

“มากไปแล้วนะ ครั้งนี้เธอทำกับฉันเกินไปจริงๆ กัดมือฉันไม่ว่า นี่ถึงกับต้องทำร้ายสมบัติสุดที่รักของฉันถึงขนาดนี้เลยเหรอเนตร”

  จากนั้นจึงรีบโทรหาภณ เพื่อให้เอารถมาขนซากรถมอเตอร์ไซด์ของเขา ไปทำการซ่อมแซมอย่างด่วนทันที ความขัดแย้งในใจของเผด็จ ก็เกิดขึ้นมาทันที ทั้งรักทั้งเกลียดไปพร้อมๆกัน เผด็จไม่เข้าใจว่า ทำไมเนตร ถึงได้เปลี่ยนไปได้มากถึงขนาดนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจ

##### ^^^^^ #####

   เนเน่ออกสืบข่าวจนเจอเบาะแสและได้เจอจุ๊บแจงโดยบังเอิญ แบบไม่ได้ตั้งใจ พร้อมกันนั้นก็เจอดลเช่นกัน จึงเกิดการต่อสู้กันขึ้น ระหว่างเนเน่และจุ๊บแจงในคราบของหงส์ฟ้าปลอม

   เนื่องจากเนเน่กำลังตามรอยแท่นพิมพ์ซึ่งพบจากเศษลังไม้ที่ตกหล่นอยู่ ซึ่งมีตราและสัญลักษณ์ พร้อมที่อยู่ เป็นร่องรอยสำคัญค้างอยู่ที่เศษไม้นั้น

  เนเน่จึงตามไปยังที่อยู่ดังกล่าว ดลก็เช่นกัน ระหว่างทางที่ออกหาข่าวได้พบกับแบงค์ปลอมจากชายคนหนึ่งที่ดึงออกมาใช้โดยไม่เกรงกลัวใครทั้งสิ้น ดลได้สะกดรอยตามชายผู้นั้นไปอย่างเงียบๆ เลยทำให้เจอเข้ากับเนน่โดยบังเอิญ จึงทำให้เกิดการขัดแย้งกันด้วยระหว่างเนเน่กับดลในเวลาต่อมา

“นั่นมันหงส์ฟ้าปลอมนี่ แสดงว่าที่นี่ต้องเป็นเบาะแสชั้นดีจริงๆเลย พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ไอ้เน่เอ๊ย ทำไมแกช่างดวงดีแบบนี้” หลังจากที่แจงหนีเผด็จมาได้เมื่อคืน บ่ายนี้จึงมาตามนัด เพราะคืนนี้ต้องมีการส่งมอบธนบัตรปลอมล๊อตใหญ่อีกครั้ง เธอจึงต้องรีบมาเพื่อดูแล และอารักขาป้องกันตามคำสั่งของมาดาม

    แจงได้นัดหมายกับโจ้พี่ชายให้มารอที่นี่

“ว่าไงพี่โจ้ ตกลงสถานที่นัดหมายได้ที่แน่นอนหรือยัง”

“แล้วนี่แกหายหัวไปไหนมาเกือบ 2 อาทิตย์ห๊ะไอ้แจง ฉันนึกว่าแกจะลืมงานคืนนี้ซะแล้ว”

“ไม่ลืมหรอกพี่ พอดีฉันหลบไปรักษาตัวเองนิดหน่อย วันนั้นพลาดท่าเสียทีไปหน่อย แต่ไม่เป็นไร ตอนนี้ฉันแข็งแรงดีแล้ว” แจงมั่นใจในตัวเอง

“ดี คืนนี้สถานที่คือ กระท่อมร้างกลางทางถนนพุทธมณฑลสาย 7” โจ้บอก

“พอข้ามแม่น้ำไปแล้ว แกเลี้ยวซ้ายและขับรถเข้าไปประมาณ 3 กิโลนะ ให้สังเกตุป้ายกงจักรทองของเรา อยู่ทางซ้ายมือ ฉันจะไปรอแกที่นั่น แกคุ้มกันรถตู้ให้ดีก็แล้วกัน ฉันไว้ใจแกนะไอ้น้องรัก แล้วเจอกัน”

    โจ้เอามือซ้ายแตะไหล่ขวาน้องสาว

“ไม่ต้องห่วงพี่” แจงยกมือซ้ายตัวเองมาแตะที่ไหล่ของโจ้เช่นกัน

“ดี งั้นฉันขอตัวไปก่อน อยู่นานไม่ดี ฉันนัดลูกค้าอีกจ้าวไว้ ต้องรีบไปก่อน และอีก 2 วัน อย่าลืมไปหาพี่ที่ Save House ด้วยนะ” แจงรับทราบ

“ค่ะพี่ รักษาตัวด้วยนะ” หลังจากที่ร่ำลาน้องสาว โจ้ก็รีบหลบออกไปทันที

    จากนั้นแจงจึงรีบเดินเข้าไปดูพวกลูกน้องที่กำลังบรรจุธนบัตรใส่ลังไม้

“อย่าลืมนะ หลังจากบรรจุเสร็จ พวกแกต้องรีบเคลื่อนย้าย แม่พิมพ์ไปยังที่ใหม่ทันที เข้าใจไหม เราต้องย้ายไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้พวกตำรวจ ดมกลิ่นเราได้”

    ลูกน้องคนหนึ่งรับคำสั่ง “ครับเจ๊” และก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ ชายคนที่ใช้แบ็งค์ปลอมไปทำงานข้างนอก เดินกลับเข้ามารายงานผลงานกับจุ๊บแจง

“หัวหน้า ข้าได้ลองเอาแบงค์ล๊อตใหม่ออกไปใช้ตามที่หัวหน้าสั่งแล้ว ปรากฏว่ารุ่นนี้ดีกว่ารุ่นเดิมมาก” ลูกน้องยืนยันผลงาน

“พวกนั้นใช้ที่ตรวจสอบลำแสงสีม่วง ก็ไม่สามารถจับได้ครับ”

“ดีมาก เอานี่รางวัลของแก ไปได้ เอาลังพวกนั้นที่บรรจุเสร็จแล้วลำเลียงขึ้นรถตู้ให้ครบ” แจงประทับใจมาก

“เดี๋ยวคืนนี้ 3 ทุ่มเราจะออกเดินทางกัน ถ้าเอาของขึ้นรถเสร็จหมดแล้ว  อย่าลืมหาเวรยาม ผลัดกันดูแลหละ และไปเอาแม่พิมพ์มาให้ฉันด้วย ฉันจะเอาไปเก็บ”

“ครับหัวหน้า” ชายผู้นั้นรับคำสั่งแล้วก็เดินกลับออกไป

    แจงนึกขึ้นมาได้อีกหนึ่งเรื่องจึงเรียกชายคนนั้นไว้

“เดี๋ยว ชาติ” ชาติหันมา

“ครับ เจ๊” แจงเดินลงมากระซิบที่หูเบาๆ

“แล้วพวกผู้หญิงที่เอามาฝากเก็บที่นี่หละ ยังปลอดภัยไหม”

“ยังอยู่ครบและปลอดภัยดีครับ” แจงมีลางสังหรณ์ยังไงไม่รู้

“คืนนี้พวกแกอย่าลืมย้ายด้วยนะ หลังจากที่ขนธนบัตรออกไปแล้วหนะ”

“แล้วเจ๊จะให้ย้ายไปไว้ที่ไหนครับ” แจงนึกอยู่พักใหญ่

“เอาไปไว้ที่โกดังแถวๆบางบัวทองก่อน ค่ำๆแกรีบเอาลงเรือเลยนะ”

“ครับ” ชาติรับคำสั่ง และรีบไปจัดการตามที่ลูกพี่สั่ง จากนั้นแจงก็เดินไปหาที่นั่งพักและหาอะไรทาน

  เนเน่พยายามหาที่มิดชิด เพื่อจะเปลี่ยนชุด จากธรรมดาเป็นชุดพิเศษ สำหรับออกปฏิบัติการแต่ก็ยังหาไม่ได้ จึงต้องเดินหาไปเรื่อยๆ ดลก็แอบเข้ามาอีกทางคนละด้านกับเนเน่ พยายามถ่ายรูปเพื่อเก็บหลักฐานให้ได้มากที่สุด

“นั่นมันแท่นพิมพ์ธนบัตรปลอมนี่ แล้วนี่หละ”

  ดลมองไปรอบๆ สถานที่นี้เป็นโกดังก็ไม่ใช่ สำนักงานก็ไม่เชิง ดลเอามือจับกระดาษพวกนั้น

“นี่มันกระดาษพิเศษสำหรับทำธนบัตรนี่ บัดซบจริงๆ”

   ส่วนทางเนเน่ ก็ไม่ต่างไปจากดลสักเท่าใด พยายามเก็บหลักฐานเท่าที่ตัวเองหาได้เช่นกัน ถ่ายรูปบ้าง วีดีโอบ้าง เนเน่สืบไปสืบมานอกจากจะเจอว่าใครใส่ร้ายแม่ของเธอแล้วยังเจอกับเรื่องที่ไม่คาดคิดอีก ก็คือเรื่องค้าผู้หญิง การค้ากาม

  เนเน่เห็นดังนั้นทนไม่ได้ จึงต้องออกโรงช่วยทันที เมื่อเห็นว่าสาวๆเหล่านั้นกำลังจะถูกกระทำย่ำยี

“เงียบนะ ถ้ายังไม่หยุดแหกปากส่งเสียงออกมา เดี๋ยวจะโดนมากกว่านี้”

    คนคุมคนหนึ่งส่งเสียงออกมา

“มามะ มาให้พี่ชื่นใจหน่อย” เพื่อที่จะช่วยผู้หญิงที่โดนหลอกลวงมาขายตัวออกไปให้ได้ เนเน่จึงมองหาอาวุธที่ใกล้ตัวที่สุด เธอได้ท่อนเหล็กแป๊บกลมๆกำลังดี ยาวพอประมาณ

“เสร็จฉันหละพวกแก”

  ขณะที่เนเน่กำลังจะใช้ท่อนเหล็กนั้นฟาดไปที่คนคุมที่กำลังยืนหันหลังอยู่ ดลก็เอื้อมมือมาจับมือเนเน่และดึงตัวเธอมาเสียก่อน เนเน่เหลือบตาไปมองว่าเป็นใคร

“นาย” ดลทำมือจุ๊ และบอกให้เนเน่เงียบ เพราะเมื่อกี้ถ้าเนเน่ฟาดเจ้านั่น เนเน่ตายแน่ เพราะหงส์ฟ้ากำลังเดินตรงเข้ามา

“ห้ามฉันทำไม ฉันจะไปช่วยผู้หญิงพวกนั้น” ดลก้มหน้าไปพูดขณะที่กอดเนเน่ไว้

“อยากตายนักรึไงนังหนู ไม่เห็นรึไงหนะว่าใครเดินเข้ามา” ดลกระซิบที่หูเนเน่

“ถ้าเธอฟาดไอ้หมอนั่นล้มลงไป หงส์ฟ้ามิเอาเธอตายรึ”

     ดลชี้ให้เนเน่ดูว่าใครเดินผ่านไป

“แล้วเมื่อไหร่จะปล่อย จะกอดอีกนานไหม”

     เนเน่พูดพึมพำเบาๆ ดลรีบปล่อยทันที

“ขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” เนเน่ทำตาโตใส่ดล และชี้หน้าเล็กน้อย ความขัดแย้งที่เธอกับดลจึงเพิ่มขึ้นอีก เพราะทัศนคติที่ไม่ตรงกัน

“อย่านะ คดีของนายกับฉัน ยังไม่จบง่ายๆ ยังจะมาเพิ่มคดีใหม่อีก บังอาจมาก ที่มากอดฉัน โดยไม่ได้รับอนุญาต ทุเรศไอ้คนฉวยโอกาส” เนเน่ไม่พอใจมาก

“เอาน่า เรื่องของเราเอาไว้สะสางกันทีหลัง” ดลพยายามไกล่เกลี่ย

“แต่ตอนนี้ ฉันว่าเราสองคน ต้องรีบออกไปจากตรงนี้ก่อนเถอะ พวกมันเยอะมาก” ดลเป็นห่วงเนเน่มาก

“เราสองคนถึงจะเก่งยังไงก็เอามันไม่อยู่หรอก ไป” ดลให้เนเน่ออกไป

    แต่เป็นเพราะนิสัยดื้อรั้นของเนเน่ จึงทำให้เธอไม่ยอมลงให้กับดลง่ายๆ

“ไม่ ฉันไม่ได้ขี้ขลาดตาขาวอย่างนายหรอก คนแค่นี้เอง สบายมาก”

    เนเน่อวดดีขึ้นมาทีเดียว

“ฉันจะต้องไปช่วยพวกนั้น ถ้านายไม่ ฉันจะไปเอง”

    ดลไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับเนเน่ดีแล้วในตอนนี้ พูดไม่ขาดคำ เนเน่ก็รีบวิ่งหนีดลไปอีกทาง ระหว่างที่วิ่งนั้น เธอก็ได้วิ่งเซไปโดนชั้นแถวนั้นจนมีของหล่นลงมา เสียงดังฟังชัด แจงหูไวอยู่แล้วจึงหันไปดู

“ใคร” แจงยิงปืนกราดเข้าไปในที่มืดตรงนั้น 6 นัด ดลกระโดดหลบแทบไม่ทัน

“พวกแกไปดูซิว่ามีใครแอบเข้ามา ไปซิ ยังยืนบื้อ กันอยู่อีกทำไม เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ” พวกลูกน้องชายฉกรรจ์ 4-5 คน เดินเข้าไปดูบริเวณนั้น ดลยังไม่อยากโต้ตอบ เพราะดูแล้วเขาเสียเปรียบมาก เนเน่หลังจากที่สร้างปัญหาแล้ว ก็วิ่งหลบลูกปืนไปอีกทางจนเจอห้องมิดชิดที่คิดว่าเธอสามารถเปลี่ยนชุดได้แล้ว เธอจึงรีบเปลี่ยนและออกมาลุยกับหงส์ฟ้าปลอมทันที

    เนเน่เมื่อได้โอกาสจึงกระโดดโถมเข้าใส่ร่างของหงส์ฟ้าด้วยความรวดเร็วจากทางด้านหลัง เนเน่กับหงส์ฟ้าประจัญหน้ากันอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ปะทะกันมานานเกือบเดือน

  ทั้งสองสู้ฟาดฟันกันแบบไม่มีใครยอมใคร จากข้างใน จนออกไปลุยกันยังที่โล่งภายนอก แบบเอาเป็นเอาตาย ส่วนดลเมื่อจวนตัวจริงๆ ตายเป็นตาย ยังไงก็ต้องกลับออกไปให้ได้

“เอาวะ สู้แค่ตาย” ดลมองหาเศษไม้และเหล็กแถวนั้น ที่พอจะออกไปลุยกับพวกนั้นให้ได้

   เมื่อได้แล้ว จึงเดินออกไปลุยกับพวกนั้นทันที มือซ้ายถือไม้หน้า 3 มือขวาเส้นเหล็กแป๊บที่เนเน่วางทิ้งไว้นั่นเอง 10 ต่อ 1 พวกเด็กสาวเหล่านั้นนึกว่าดลมาช่วย จึงได้แต่ตะโกนส่งเสียงกันแซงแซ่

“ช่วยด้วย ช่วยพวกเราด้วย ช่วยด้วย ฉันอยากกลับบ้าน ฉันไม่อยากถูกส่งไปขายที่ต่างประเทศ ช่วยพวกเราด้วย”

  ทั้ง 10 คนวิ่งเข้ามาปะทะกับดล เรียกว่ารุมกินโต๊ะก็ว่าได้ แต่จะด้วยเพราะความดีหรือไม่นั้นไม่มีใครรู้ โชคยังเป็นของดลอยู่ ขณะที่กำลังสู้เพื่อเอาตัวรอดอยู่นั้น ท่ามกลางความชุลมุน

   ทันใดนั้นเอง วิหคขาวกับพิราบเทาก็ปรากฏกายมาช่วยไว้อีกครั้ง

“วิหคขาว” ดลหันไปเห็น จึงหลุดปากออกมา

    ปูนเอาผ้าคลุมกันกระสุนรุ่นใหม่ มาบังตัวดลเอาไว้ เพราะเห็นว่าดลกำลังไม่ไหว “แก ไอ้ฆาตกร”

“เอาเถอะ เรื่องบัญชีความแค้นของเราสองคน ไว้สะสางกันคราวหลังก็แล้วกัน แล้วสักวันเธอจะเข้าใจ ตามนี้นะ”

   ดลเกิดความขัดแย้งในใจอีกครั้ง ว่าตกลงนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ระหว่างวิหคขาวที่โหดร้ายมากในอดีต กับวิหคขาวที่เขาพบเจอในปัจจุบัน 2 ครั้งแล้วที่มาช่วยชีวิตเขา

   พิราบเทากับวิหคขาว กำลังลุยและต่อสู้กับพวกนั้นอยู่แบบไม่คิดชีวิต ดลพอตั้งสติได้ ก็วิ่งเข้าไปลุยกับพวกนั้นต่อ ทางด้านนอกเนเน่กับหงส์ฟ้า ก็สู้กับแบบไม่มีใครยอมใคร

  ทั้งด้านนอกและด้านใน การปะทะกันในครั้งนี้ ไม่สามารถที่จะพ้นหูพ้นตาตำรวจอย่างวิทย์ไปได้ 

“”””” ***** “””””

    เสียงไซเรนตำรวจดังมาแต่ไกล กำลังใกล้เข้ามาถึงโกดังริมน้ำแห่งนี้ หงส์ฟ้าจึงรีบหลบเนเน่เข้าไปด้านในอีกครั้ง เพื่อที่จะสั่งงานลูกน้องบางส่วนที่เฝ้าโกดัง เนเน่ก็วิ่งตามเข้าไปแบบไม่ลดละ

“พวกแก รีบขนย้ายผู้หญิงลงเรือไปเลยตอนนี้ เร็ว ส่วนรถตู้ให้คนขับออกไปได้เลย ไป”

“แล้วเจ๊หละครับ” เนเน่วิ่งตามมาทัน ไม่ฟังเสียง ยิงปืนใส่หงส์ฟ้าทันที หงส์ฟ้ากระโดดหลบแทบไม่ทัน

“ไม่ต้องห่วงฉัน ไป เร็ว”

  เนเน่เมื่อได้ยินคำสั่ง จึงรีบผละจากหงส์ฟ้าเพื่อที่จะไปช่วยพวกผู้หญิง แต่ก็ถูกหงส์ฟ้าขัดขวาง คราวนี้หงส์ฟ้าเป็นฝ่ายยิงใส่เธอบ้างเนเน่จะวิ่งตามไปก็ไปไม่ได้

“จะไปไหนนังหนู แกหมดสิทธิ์ มาซิ แกอยากจะฆ่าฉันให้ได้ไม่ใช่เหรอ แล้วจะไปสนใจทางโน้นทำไม”

   หงส์ฟ้าจับจุดอ่อนของเนเน่ได้ จึงยั่วให้โกรธ เพื่อที่จะเบนความสนใจ ชาติรีบไขกุญแจประตูกรงขัง และให้พวกลูกน้องลากเด็กสาวกว่า 20 คน ลำเลียงลงเรือหลังโกดังทันที

  ทับทิมเห็นเข้า จึงผละมาช่วย แต่ชาติก็ได้ให้พวกลูกน้องยิงขัดขวางเอาไว้ ทับทิมเข้าไม่ถึงตัวสักที ชาติจึงพาเด็กสาวกลุ่มนั้นลงเรือไปได้เกือบหมด

“ไอ้แสง กูฝากด้วย กูจะเอารถตู้ออก” แสงลูกน้องของชาติอีกที รับคำ แล้วรีบออกเรือไปตามที่นัดหมายทันที

“จะหนีไปไหนไอ้พวกชั่ว” ทับทิมตะโกน ปูนรีบวิ่งตามมา

“ทิมแกไปช่วยคนโน้นนะ ฉันจะไปช่วยคนนั้น”

  ยังเหลืออีกเด็กสาวอีก 2 คนที่ยังไม่ได้ลงเรือ เพราะกำลังถูกลากแบบทุลักทุเล อย่างไม่ปราณีปราศัย ปูนวิ่งเข้ามาและสามารถช่วยเอาไว้ได้ 1 คนบนท่าเรือ อีก 1 คนกำลังจะถูกลากลงเรือไป เพราะเรือเริ่มเคลื่อนตัวแล้ว

   ทับทิมเข้ามาช่วยไว้ได้สำเร็จเช่นกัน ดึงมือเอาไว้ได้ทัน ก่อนที่เรือจะแล่นออกไป ดีที่เด็กสาวคนนั้นไม่ตกน้ำลงไป .. ทางน้ำไปแล้ว ทางรถตู้ขนเงินบนบกก็รีบออกไป ดลวิ่งตามไปไม่ทัน เจอกับรถตำรวจ 3 คันดักเอาไว้ รถจำนวน 4 คันของกงจักรทอง พยายามฝ่าด่านตรงนั้นไปให้ได้ ชาติรีบตะโกนสั่งลูกน้อง

“ไอ้พัน เอารถอีก 3 คันขวางตำรวจไว้ก่อน ข้าจะเอาคันนี้ไปอีกทาง คันนี้สำคัญ แล้วคืนนี้เจอกัน”

   พันลูกน้องอีกคนของชาติ รับคำลูกพี่ จึงขับรถไปขวางทางแยกเอาไว้ เพื่อให้รถตู้หลบออกไปได้ วิทย์เห็นว่ารถตู้อีกคันกำลังแยกไปอีกทาง จึงออกคำสั่งลูกน้องทันที ก่อนที่รถของคนร้ายจะหายไปจนตามไม่ทัน

“หมวด จ่า จับพวกนั้นให้ได้ ผมจะตามรถตู้คันนั้นไป”

    ลูกน้องคนสนิททั้งสองคนรับคำสั่ง

“ครับ” แล้วก็รีบปฏิบัติทันที ยิงต่อสู้ เพื่อที่จะจับพวกนี้และนำไปขยายผลให้ได้

   วิทย์ขับรถตามรถตู้ไป ถึงแม้ว่าจะห่างแต่ก็ยังพอเห็นหลังไวๆ โจ้คิดเอาไว้แล้วว่า งานนี้ตำรวจต้องตามกลิ่นมาแน่ จึงบอกให้กวงกับตุ้มมาดักเอาไว้ เพื่อคุ้มกันรถตู้ ขณะที่วิทย์กำลังขับตามมา กวงก็ให้รถบรรทุกขับออกมาจากทางแยกแล้วทำเป็นรถเสีย ขวางรถตู้ไว้ วิทย์บีบแตรเพื่อขอทาง เมื่อรถบรรทุกไม่ขยับวิทย์จึงลงมาจากรถ และวิ่งไปดูว่าไปทางไหนแล้ว พอเห็นว่ารถตู้ไปไกลจนไม่เห็นแล้วจึงค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไป

“ต้องขอโทษด้วยนะครับคุณตำรวจ รถมันเก่าดับๆติดๆ อย่าว่ากัน”

    วิทย์โมโหมาก เจ็บใจจริงๆ จึงรีบขึ้นรถแล้วกลับไปยังที่เกิดเหตุ พวกนั้นสละชีพกันไม่กี่คน เมื่อตุ้มโทรบอกว่ารถตู้ปลอดภัยแล้ว จึงสั่งให้แยกย้ายกันไป ทุกคนจึงสลายตัวทันที เมื่อวิทย์กลับมาถึง ก็คว้าน้ำเหลวอีกตามเคย จึงรีบไปยังโกดังริมน้ำทันที ..

 เมื่อมาถึงก็ปรากฏว่า ไม่มีใครอยู่แล้ว มีแต่ศพพวกมิจฉาชีพนอนตายเกลื่อน และหญิงสาว 2 คนที่ช่วยไว้ได้นั่งรออยู่ที่ศาลาริมน้ำ เพื่อรอส่งข่าวให้กับวิทย์

   วิทย์สั่งให้ทุกคน Clear พื้นที่ ส่วนตัวเองรีบเดินมาที่ศาลาหลังนั้น เมื่อวิทย์มาถึงศาลา สองสาวนั้นก็รีบเอาบางอย่างให้กับวิทย์ทันที ตามคำขอร้องของพิราบเทา วิทย์เปิดจดหมายอ่านทันทีโดยไม่รอช้า

“คุณวิทย์ เด็กสาวสองคนนี้ถูกพวกกงจักรทองจับมาค้ากาม กรุณาช่วยนำเธอส่งกลับบ้านด้วย คืนนี้จะมีการนัดส่งธนบัตรปลอมที่กระท่อมร้างกลางทาง พุทธมณฑลสาย 7” วิทย์อ่านไป ก็มองดูบริเวณรอบๆไปพร้อมๆกัน

“ลองหาข่าวดูเอาเองนะเราช่วยได้แค่นี้ รายละเอียดลึกลงไปไม่ชัดเจน เพราะตอนนี้เนเน่ดื้อมาก คงต้องตามไปกำราบก่อนไม่งั้นเรื่องจะบานปลายไปมากกว่านี้..พิราบเทา” วิทย์อ่านจดหมายแล้วฉีกทิ้งทันที

“ไปครับ รบกวนให้ปากคำด้วย แล้วผมจะพาคุณกลับบ้าน ไปครับ หมวด จ่า เชิญทางนี้ด้วย”

!!!!! &&&&& !!!!!

  ทางเนเน่กับหงส์ฟ้า ยังไม่จบกันง่ายๆทั้งสองหลังจากที่ออกมาจากโกดังริมน้ำ ก็มาลุยกันต่ออีกแถวป่าละเมาะแถวนั้น ซึ่งห่างจากโกดังพอประมาณ เนื่องจากวันนี้เนเน่ไม่ปล่อยให้หงส์ฟ้าหนีไปง่ายๆอีกๆ เพราะตามหาตัวยากมาก เมื่อมีโอกาสต้องประกบและเอาตัวไว้ให้ได้ ทั้งสองคนสู้กันแบบไม่มีใครเหนื่อยเลย สู้กันได้พักใหญ่ พิราบเทากับวิหคขาวก็ตามมา ปรากฏกายให้หงส์ฟ้าเห็น

“มาแล้วเหรอ วิหคขาวและพิราบเทา” แจงยิ้มให้

“ผู้กล้าในอดีต 3 ในทีมพญายม ดี เข้ามาเลย ฉันรอพบพวกแกมานานแล้ว ให้มันรู้กันไป ว่าจะมีฝีมือหรือชื่อเสียงจอมปลอม”

 วิหคขาวและพิราบเทา ได้แต่ยืนจ้องหน้าของหงส์ฟ้า ยังไม่อยากทำอะไร เพราะที่มาวันนี้แค่ต้องการจะเอาตัวเนเน่กลับไปเท่านั้น

“เรื่องของแกเอาไว้ก่อนยัยหงส์ฟ้าปลอม” ทับทิมกล่าวออกไป

“ที่พวกฉันมาวันนี้ ยังไม่ได้มาคิดบัญชี หรือสะสางอะไรกับแก รับรองบัญชีนี้พวกเราต้องกลับมาคิดบัญชีแน่ ที่มาวันนี้ ฉันแค่ต้องการจะเอาน้องสาวของเรากลับเท่านั้น” แจงเฉยๆ

“ก็ตามใจ” แถมไม่ขอยุ่งด้วยอีกต่างหาก

“ถ้ายังไม่สะดวกปะทะกันในวันนี้ อยากจะทำอะไรก็ทำ เรื่องในครอบครัวฉันไม่ขอยุ่งเกี่ยว ถ้างั้นฉันขอตัว” แจงกำลังจะไป เนเน่ไม่ยอม

“ห้ามไปนะ จะไปไหน” เนเน่ยกมือชี้ไปที่แจง ทับทิมรีบตะโกนขัดขวางทันที

“ไอ้เน่ พี่บอกให้หยุดไง ยิ่งแกทำ เรื่องมันจะยิ่งบานปลาย ทำไมแกถึงได้รั้นแบบนี้นะ ไม่เชื่อฟังพี่แล้วเหรอ ถ้าแกเป็นอะไรไป ฉันจะเอาหน้าไปสู้พ่อแกได้ยังไง ถ้าพ่อแกรู้เรื่องเข้า พี่สองคนจะทำยังไง ปล่อยเขาไปก่อน สภาพแกในตอนนี้ ยังไงก็สู้เขาไม่ได้ อย่าดื้อ” เนเน่แสนดื้อยังไงก็ไม่ยอมอยู่ดี

“อ๋อๆ ฉันนึกออกแล้ว เนเน่ นี่เอง นึกว่าใคร ทำไมถึงได้อาฆาตจองเวรฉันนัก”

   แจงหันหน้ามามองหน้าเนเน่แบบชัดๆ

“นี่นะเหรอ เนเน่ ฉายา ธิดาพญายม” แจงเหมือนจะเยาะเย้ย

“ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว พึ่งได้เห็นตัวจริงเป็นๆมาแล้วสองครั้ง ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนคนเดียวของ ผู้การเผด็จ ผู้ก่อตั้งทีมพญายมนี่เอง มิน่าหละถึงได้อึดขนาดนี้ นับถือๆ ลูกสาวสุดที่รักคนเดียวของท่านรองฯ ฉันขอปรบมือให้จากใจจริง ลูกสาวที่น่ารักของแม่หงส์ฟ้า ถ้างั้นเธอก็เป็นลูกสาวฉันนะซิ”

    แจงเริ่มยั่วเนเน่ทันที

“มามะ มาให้แม่กอดหน่อยซิลูก จะมาทำร้ายแม่ทำไม”

    แล้วแจงก็หัวเราะออกมาเสียงดังมาก

“55555+” แจงยั่วโมโหเนเน่ เพราะรู้ว่านี่คือจุดอ่อนของเธอ

“อีชั่ว แกไม่ใช่แม่ฉัน อย่าเอ่ยวาจาสามหาวแบบนั้นออกมาอย่างเด็ดขาด เพราะแม่หงส์ฟ้าของฉัน มีค่าสูงกว่าที่แกจะเอามาลบหลู่เล่นแบบนี้ แกเลวมากที่เอาชื่อเสียงแม่หงส์ฟ้าของฉันมาทำแบบนี้ อีชั่ว อีเลว ยอมมอบตัวซะ ถ้าวันนี้ฉันกระชากหน้ากากของแกออกมาไม่ได้ อย่ามาเรียกว่าธิดาพญายมอีกเลย” พูดจบเนเน่กำลังจะออกไปลุย ปูนรีบพูดเตือนสติออกไปอีกคน

“หยุดนะไอ้เน่ ทำไมถึงได้ดื้อด้านแบบนี้นะ”

    ปูนสุดจะทนกับน้องสาวคนนี้แล้วซะเหลือเกิน เพราะดื้อมาก

“รู้ทั้งรู้ว่าสู้เขาไม่ได้ แกจะยังอยากจะออกไปตายยังงั้นเหรอ”

    ปูนตะโกนออกไปเสียงดังลั่น

“ดูสภาพตัวเองเสียบ้าง เรี่ยวแรงแทบไม่มี ยืนแทบจะไม่ไหวอยู่แล้ว”

    เนเน่ก้มมองดูสภาพตัวเองตามที่ปูนบอก

“ถ้าแกไม่เคารพฉันสองคน ฉันก็ไม่ว่า”

    ปูนพยามยามเปิดใจและให้โอกาสทางรอดอย่างเต็มที่กับเนเน่

“แต่ขอให้นึกถึงคำพูดที่แกเคยรับปากกับพ่อแกไว้ซิ จะได้ไหม”

    ปูนเล่นใช้วิธีนี้เลย

“พ่อรักแกแค่ไหน เรื่องนี้มันซับซ้อนมากกว่าที่แกคิดนะ”

  ปูนพยายามเต็มที่แล้วจริงๆ แจงเริ่มรำคาญกับสามคนนี้แล้ว เพราะเนเน่ดื้อมาก พยายามจะล้างแค้นให้ได้ จึงหลุดปากออกมาทันที

“รำคาญหวะ จะสั่งสอนกันอีกนานไหม จะเอายังไงก็ว่ามา ฉันจะได้ไปเสียที เมื่อยแล้วเนี่ย เอ้า ว่าไง จะได้กลับ”

>>>>>>>>> ********** <<<<<<<<<<

โปรดติดตามตอนต่อไปใน  ตอนที่ 8 .. “ ไม่เป็นอะไร ”


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น