อัปเดตล่าสุด 2022-07-05 00:34:45

ตอนที่ 4 .. “ ออกศึก ”

น้ำในตา - โป่ง ปฐมพงศ์ (หิน เหล็ก ไฟ)

นิยาย แนว สืบสวนสอบสวน (Suspense) / Action

ตอนที่ 4 .. “ ออกศึก ”

   ส่วนดล หลังจากที่เอาชนะชายคนนั้นได้แล้วก็วิ่งมาดูเนเน่ แต่ก็ไม่ทันแล้ว หันไปดูรถมอเตอร์ไซด์ของเธอก็ไม่อยู่เช่นกัน

“หายไปไหนแล้วนะ แล้วใครกันที่มาช่วย ฉันต้องรู้ให้ได้”

    พูดจบดลรีบออกไปจากโรงงานนี้ทันที ก่อนที่พวกนั้นจะกลับมาอีก

***** ..... *****

   ชายลึกลับขับรถพาเนเน่มาที่หน้าบ้านของป๋องโดยไม่ดับเครื่อง พร้อมกับมอเตอร์ไซด์ที่ผู้ติดตามอีกคนของชายลึกลับที่ขับตามมา

“เอายังไงต่อนาย” ผู้ติดตามเอ่ยปากถามออกมาขณะที่นั่งอยู่บนรถมอเตอร์ไซด์

“ดับเครื่องรถซะ แล้วจอดรถไว้ตรงข้างกำแพงนี่ และแกก็ไปยืนรอที่หน้าประตูบ้านนั่น”

    ชายลึกลับเอาผ้ายางมาปูไว้ที่หน้าประตู และอุ้มเนเน่มาวางลงนอนในนั้น

“แกกดกริ่งที่หน้าบ้านนะ แล้วรีบขึ้นรถ เราจะรีบไปกันเลย ไป”

  ชายลึกลับ หันดูซ้ายดูขวาว่าปลอดภัยไม่มีใครผ่านไปมาอย่างแน่นอน จึงลุกขึ้น หันไปมองเนเน่ที่นอนหมดสติอยู่อีกที และรีบขึ้นไปนั่งบนรถ

“พ่อไปก่อนนะลูก ปลอดภัยแล้ว ดูแลตัวเองด้วย ไปภณ”

    หลังจากที่ภณกดกริ่งหน้าบ้านก็กระโดดขึ้นรถทันที

>>>>> ##### <<<<<

  ไม่นาน ป๋องกับทับทิมเดินออกมาดูที่หน้าบ้าน โดยที่ป๋องถือปืนออกมาด้วย มันผิดปกติ เพราะไม่เคยมีใครมาหาในยามวิกาลแบบนี้ ป๋องใช้มือซ้ายห้ามทับทิมไว้ ขณะที่มือขวาถือปืนอยู่

“ระวังตัวไว้ด้วยนะ” ทับทิมตาไวมาก เธอจ้องมองดูจนแน่ใจ

“นั่นพี่ มีใครนอนอยู่ที่หน้าประตูบ้านเราด้วย” ทั้งสองรีบเดินออกมาอย่างช้าๆ

“ไอ้เน่” ทับทิมตะโกนออกมาอย่างลืมตัว เธอวิ่งเข้าไปกอดร่างอันไร้สติของน้องสาวที่หลับสนิท

“พี่ป๋องช่วยที ช่วยอุ้มไอ้เน่เข้าไปในบ้านด้วย เดี๋ยวหนูจะเอามอไซด์มันเข้าไปเอง” ไม่นานทั้งสองก็เอาเนเน่ไปไว้ในห้องนอนสำหรับรับแขกชั้นบน

“จะเอายังไงต่อดีเนี่ย” ป๋องถามเมีย

“พี่ไปนอนเหอะ ทางนี้เดี๋ยวหนูจัดการเอง เพราะมันเป็นเรื่องของผู้หญิงล้วนๆ ขอบใจนะที่ช่วยอุ้มมันขึ้นมาให้ ยังไงไอ้เน่มันก็ได้ชื่อว่าเป็นหลานพี่ และน้องสาวของหนู เราต้องช่วยมันให้ถึงที่สุด ไปๆ ไปซิ ยังอีก”

  ป๋องรีบออกไปทันทีหลังจากที่ทับทิมเช็ดเนื้อเช็ดตัวและเปลี่ยนชุดใหม่ให้เนเน่เรียบร้อย เพื่อที่จะได้นอนแบบสบายๆ เธอก็ออกมานั่งคุยกับสามีนอกห้องนั้นที่ห้องรับแขกชั้นบน ทับทิมงงมากว่าใครเอาเนเน่มาไว้ให้ที่นี่ เพราะลำพังตัวเนเน่เองคงไม่สามารถพาตัวเองมาได้อย่างแน่นอน เนื่องจากสะบักสบอมขนาดนั้น

“พี่ พี่ว่าใครเอามันมาไว้ที่หน้าบ้านเรา” ป๋องคิดไปคิดมา ไม่น่าจะเป็นไปได้

    แต่เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเบื้องต้นเท่านั้น

“จะใครหละ ถ้าไม่ใช่พ่อมัน” ทับทิมทำท่าตกใจ

“อาเด็จนะเหรอ” ทับทิมไม่อยากจะเชื่อ

“ไม่ หนูไม่เชื่อ เมาหัวลาน้ำขนาดนั้น” ทับทิมไม่เชื่อ

“เมื่อเย็นนี้หนูยังโทรคุยกับไอ้เพ็ญอยู่เลย มันบอกว่าอาเด็จเมากอดขวดเบียร์อยู่ที่บังกะโล ไม่ได้ออกไปไหนเลยมาแล้ว 2-3 วันนี้ แล้วคนเมาอย่างนั้นจะมาออกศึกในค่ำคืนนี้ได้ไวขนาดนั้นเชียวเหรอ หนูว่าพี่เดาผิดแล้วหละ”

“หนูคิดให้ดีนะ ว่าถ้าไม่ใช่เฮียแล้วจะเป็นใคร” ป๋องพยายามเตือนสติเมีย

“ลูกเขาทั้งคน ถ้าเป็นคนอื่นไม่ได้สติแบบนี้ ก็กลายเป็นศพไปแล้ว ไม่มานอนอยู่หน้าบ้านเราสบายแบบนี้หรอก แล้วไหนจะยังรถมอไซด์อีกหละอย่างน้อยต้องมีสองคนขึ้นไป คนเดียวทำไม่ได้อย่างแน่นอน”

 ป๋องพูดออกไปแบบนี้ ทำให้ทับทิมคิดไม่ตกเหมือนกัน เธอหันไปมองเนเน่ที่นอนอยู่ในห้องอย่างห่วงๆ

“เอาเถอะพี่ เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน แต่พรุ่งนี้ หนูต้องพูดกับไอ้เน่ให้รู้เรื่อง เคยบอกแล้วว่าอย่าใจร้อน ทำไมถึงรั้นแบบนี้ก็ไม่รู้”        

    ป๋องไม่พูดอะไรมาก ประคองเมียเข้าห้องทันที

“ครับ กลับเข้าห้องพักผ่อนเถอะ อย่าคิดอะไรมากเลย”

    ทับทิมยังคงไม่สบายใจเลย แต่ก็ต้องทำใจ

***** +++++ *****

   ชายลึกลับขับรถจิ๊บออกไปทันทีก่อนที่ป๋องและทับทิมจะออกมา

“เอาเครื่องติดตามออกมาจากมอไซด์รึยัง” ชายลึกลับตรวจดูเพื่อความมั่นใจ

“เรียบร้อยแล้วนาย” หลังจากที่ภณเอาเครื่องติดตามชูให้ดู

    ชายลึกลับก็ถอดหน้ากากยางหนังคนออกทันที ไม่ใช่ใครที่ไหน เผด็จนั่นเอง

“นายจะทำแบบนี้ไปอีกนานไหมเนี่ย ผมหละเหนื่อยแทนนายเลย ผมเข้าใจนะว่านายหนะรักลูก” เผด็จหันไปมองหน้าภณแป๊บนึง

“คงสักพักแหละ ตอนนี้ฉันยังไม่อยากให้ไอ้เน่มันรู้ว่าฉันแอบช่วยมันอยู่ ฉันอยากจะให้มันหยุดด้วยซ้ำ ฉันรู้นิสัยลูกของฉันดี ว่ามันรักแม่มันแค่ไหน ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ฉันก็เลยต้องปล่อยตามน้ำไปก่อน แล้วค่อยๆอธิบายให้มันฟังภายหลัง เข้าใจไหมไอ้ภณ ที่ฉันไม่ตอบและตกปากรับคำมันในครั้งแรก เพราะฉันไม่อยากให้มันเป็นอันตราย แต่นี่มันมากเกินไป ฉันวางอนาคตให้มันไว้แล้ว”

“ก็ถ้านายไม่บอกมัน แล้วมันจะรู้ไหมว่านายรักและหวังดีกับมันแค่ไหน มันก็ยังคงโกรธและไม่พอใจนายอยู่แบบนี้ แถมยังเข้าใจผิดอยู่ว่านายไม่รักพี่เนตรแม่มันเลย สู้บอกๆมันไปซะแล้วส่งมันไปเรียนต่อเลยมันก็จบรึเปล่า ที่เหลือพวกเราจะได้ทำงานกันง่ายและสะดวกขึ้น ไม่ต้องคอยมาทำงานสองด้านอยู่แบบนี้ บอกตามตรงนะว่าผมห่วงมัน นายด้วย” ภณเป็นห่วงเผด็จและเนเน่ไปพร้อมๆกัน

“ฉันขอบใจแกนะภณ ที่ยอมมาช่วยฉันในครั้งนี้ แกก็รู้ว่าฉันไม่อยากให้มันเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ตั้งแต่แรกแล้ว เพราะชีวิตวัยรุ่นของมันหายไป ตั้งแต่ฉันลากมันเข้ามายุ่งเกี่ยวกับงานของฉัน พอเรื่องนั้นจบฉันก็เลยอยากจะกันมันออกไปจากเรื่องเสี่ยงๆซะที และส่งมันไปเรียนต่อที่เมืองนอก ไปอยู่กับแม่ฉันที่อเมริกา ฉันคิดแบบนั้นจริงๆ ไม่อยากให้มันตายไปแบบเนตรกับโบว์”

  ภณเข้าใจว่าเผด็จรักเนเน่ลูกเลี้ยงคนนี้มากแค่ไหน เพราะเนเน่ถือว่าเป็นลูกสาวคนโตและคนแรกของเขาเลยทีเดียว

“ฉันรู้ว่าครอบครัวแกไม่ค่อย Happy ที่แกมาทำงานกับฉันในครั้งนี้ ฉันเข้าใจ”

     เผด็จขับรถไปและพูดไปด้วยแบบช้าๆ

“พลอยใสเขาเข้าใจครับนาย ผมอธิบายให้น้องเขารับรู้แล้ว เขาอนุญาต ตอนนี้ผมให้เขาเอาลูกไปอยู่กับพ่อแม่เขาที่ต่างจังหวัดแล้ว สบายใจได้”

     เผด็จเอามือซ้ายแตะไหล่ของภณและยิ้มให้

“ขอบใจมากนะไอ้เพื่อนรัก ที่ไม่ทิ้งกัน” ยังไงภณก็ทิ้งเผด็จไม่ลง เพราะคำว่าบุญคุณเท่านั้นจริงๆ

“ไม่เป็นไรนาย ชีวิตผมเป็นของนาย ถ้านายไม่ช่วยผมไว้ในวันนั้นและให้งานผมทำ คนขี้คุกอย่างผมคงไม่มีใครรับเข้าทำงานหรอก กะอีแค่เรื่องแค่นี้สบายมากจิ๊บๆ อย่าคิดมากเลยนายไป ผมว่าเรากลับไปพักผ่อนกันดีกว่า”

    ภณอยากพักแล้วตอนนี้ “ยัง” ภณหันไปมองหน้าเผด็จ

“ทำไมหละนาย ไอ้เน่ก็ปลอดภัยแล้วนี่” ภณไม่เข้าใจที่เผด็จพูด เผด็จเปิดแผงหน้าจอและชี้จุดแดงๆที่กำลังเคลื่อนไหวบนหน้าจอดสีเขียวให้ภณดู

“นี่ไง แกลืมไปแล้วเหรอว่าอะไร ว่าไง ลืมรึ” ภณพยักหน้าทันที

“เออ ผมลืมไปเลยนะเนี่ย แล้วนายจะเอายังไงต่อหละ” เผด็จชี้ไปที่หน้าจอนั้น

“ก็ไปที่นั่นไง เราจะได้รู้กันเสียทีว่า หงส์ฟ้าปลอมกำลังจะทำอะไร”

   พูดจบเผด็จก็รีบบึ่งรถตามสัญญานนั้นไปทันที เพราะคลาดกันนานแล้ว ไม่รู้ว่าหงส์ฟ้าปลอมทำอะไรไปถึงไหนแล้ว

“ภณ” ภณหันมา

“ครับนาย” เผด็จถามเบาๆ ด้วยน้ำเสียงปกติ

“โดรนลาดตระเวนของแกพร้อมทำงานหรือยัง” ภณยิ้มให้เผด็จ

“พร้อมนานแล้วนาย”

“งั้นแกเตรียมปล่อยได้เลย เมื่อถึงที่หมาย ดูแลและควบคุมให้ดี เพราะครั้งนี้ ฉันอยากจะให้มันฉิบหายมากที่สุด”

   ภณไม่รอช้ารีบหันกลับไปที่เบาะหลัง และหยิบหระเป๋ามหัศจรรย์ของเขา ขึ้นมาทันที

“พร้อมออกศึกทุกเมื่อครับนาย โดรนสอดแนมรุ่นใหม่ พร้อมอาวุธเต็มพิกัด และถ่ายภาพได้ด้วยอีกต่างหาก ภาพและเสียงคมชัด จัดไป”

   หลังจากพูดจบ ภณก็เปิดระบบรอไว้ทันที เพราะเมื่อถึงที่จะได้ใช้งานได้ทันทีอย่างไว

///// +++++ /////

   หงส์ฟ้าขับรถมาถึงที่นัดโจ้ดูเวลาที่ข้อมือตรงเวลาตามที่นัดกัน หงส์ฟ้าเดินนำหน้าเข้ามาถึงสถานที่นัดหมาย

“ของอยู่หลังกระบะ ให้ลูกค้าไปตรวจดูก่อนได้”

     หงส์ฟ้าบอกถึงรายละเอียดของสินค้า

“ลังแรกแบ็งค์ 100 ลังถัดไปแบ็งค์ 500 และสุดท้ายแบ็งค์ 1,000 งานดีก๊อปเกรด A”

    ลูกค้าฝรั่ง 3 คนในชุดสูทสีดำเดินเข้าไปตรวจสอบดู

“Ok” ฝรั่งคนหนึ่งสังเกตุเห็นโดรนบินวนเวียนไปมาอยู่ด้านบน ขณะที่เงยหน้าจุดไฟสูบบุหรี่

“เฮ๊ยนั่นอะไรอยู่บนนั้น” โจ้และหงส์ฟ้าส่องกล้องขึ้นไปดู

“โดรนลาดตระเวณใคร อีแจง มีใครตามมึงมารึเปล่าเนี่ย”

    โจ้รีบตะโกนถามน้องสาว

“ไม่นะเฮีย ฉันดูดีแล้ว” หงส์ปลอมตะโกนบอก

“ฉิบหายแล้ว แล้วนั่นอะไร ทุกคนแยกย้าย คุมกันรถขนเงินด้วย”

   พวกนั้นกำลังขนย้ายลังธนบัตรปลอมได้อย่างละ 1 ลังจาก 6 ลัง เมื่อพวกนั้นเห็นโดรน และกำลังจับปืนยิงไปที่โดรน เผด็จจึงสั่งให้ภณยิงระเบิดรถขนธนบัตรปลอมทันที ก่อนที่โดรนจะถูกทำลาย

“ทำลายเป้าหมายเลยภณ เร็ว อย่าให้มันเอาของไปได้”

   ภณจัดให้ตามคำสั่งเจ้านาย เผด็จพูดจบก็กระโดดลงจากรถวิ่งหายไปในความมืดทันที ขณะที่ภณกำลังจับภาพรถคันนั้นอยู่

“ได้ครับนาย” ภณกดปุ่มปล่อยจรวดทำลายล้างทันที 4 ลูกติดๆกัน ตรงไปยังรถกระบะคันนั้นทันที <บึมๆๆๆ>

   ทุกคนตรงนั้นไม่ทันระวังตัว หลบแรงระเบิดกันไม่ทัน กระเด็นกระดอนไปตามๆกัน รถกระบะไฟลุกไหม้ทั้งคันทันที ลังเงินอีก 3 ลังที่เหลือถูกไฟไหม้เป็นจุล บางลังก็ระเบิดเงินกระเด็นปลิวกระจุยกระจายเต็มบริเวณแถวนั้นเต็มไปหมด โจ้และพวกฝรั่งทั้ง 3 คนโมโหมาก

“ที่มันอะไรกันเนี่ย ใครวะ ใคร จะรออะไรกันหละ ไป”

   หงส์ฟ้าโมโหมาก รีบชักปืนออกมา แล้วยิงไปที่โดรนนั้นไม่นับ จนโดรนระเบิดไปต่อหน้า

“นาย โดรนเราระเบิดแล้วทำไงต่อ” ภณหันมาไม่เห็นเผด็จแล้ว

“อ้าว หายตอนไหนหละเนี่ย ไวจริงเจ้านายเรา” ภณเกาหัวแกร็กๆ

“ไปหนีก่อนพวกเรา เหลือกี่ลัง อีแจง” โจ้ตะโกนถามน้องสาวตัวเอง

“3 ลัง ลังละชนิดเฮีย” โจ้รีบกวักมือให้หงส์ปลอมคุ้มกันเงินที่เหลือนั้นให้กับพวกฝรั่งออกจากที่นี่ให้ได้

“ไป แกรีบคุ้มกันรถคันนั้นก่อน พาฝรั่ง 3 คนนี้ออกไปจากที่นี่เร็ว ก่อนที่พวกนั้นจะกลับมาอีก เราไม่รู้ว่ามันมีโดรนกี่ตัว ไป” แจงรีบรับคำสั่งพี่ชาย

“ไป ทางนี้ขึ้นรถเลย”

    ฝรั่ง 3 คนรีบวิ่งขึ้นรถ เผด็จยิงปืนกันไว้ โดนหลังฝรั่งตายไป 1 คน

“ไปซิฉันจะยิงกันไว้ให้ เฮ๊ยพวกแกที่เหลือจะยืนรออะไรวะ ยิงถล่มแม่งเลยซิวะรอห่าอะไรกันอยู่” แจงเปลี่ยนใจ

“เฮียโจ้ เฮียนั่นแหละไป ฉันขอคิดบัญชีกับไอ้นี่ก่อน”

    แจงอยากแก้แค้นและเอาคืน

“ไปซิ มันชอบขัดขวางฉันนัก ไป เร็ว ไม่ต้องห่วงฉัน ฉันเอาตัวรอดได้ บอกให้ไปไง”

“เออๆ ฝากด้วยนะ”

   โจ้รีบวิ่งไปที่รถและขับออกไปทันที เผด็จวิ่งหลบกระสุนปืนจึงรีบวอร์บอกภณ

“ภณ เปิดระบบจับ สัญญานจับรถอีกคันให้ได้ ส่งโดรนตามมันไป”

    เผด็จยังไม่รู้ว่าโดรนพังไปแล้ว

“คงไม่ได้แล้วนาย” ภณยังพูดไม่จบเผด็จรีบถามเสียก่อน

“อ้าวทำไมหละ”

“โดรนถูกพวกนั้นยิงตกไปแล้วนาย” เผด็จเจ็บใจมาก

“แล้วไม่ได้เอาติดมาสำรองไว้บ้างรึไงวะ”

“เปล่าครับนายตัวที่ผมเอามาเป็นเพียงตัวทดลอง ต้นแบบจริงๆอยู่ที่คอนโดครับ”

“บ้าเอ๊ย เออๆ งั้นระวังตัวไว้ด้วย เดี๋ยวฉันกลับไป ขอจัดการกับทางนี้ก่อน สักพักวิทย์คงจะมา”

    พูดจบเผด็จก็ปิดวอร์ทันที .. จุ๊บแจงที่เป็นหงส์ฟ้าปลอมเดินตะโกนท้าเผด็จ

“อยู่ไหนออกมาเดี๋ยวนี้นะ ชอบเผือกเรื่องของกูจัง ออกมา เก่งจริงอย่าหลบหน้า” ขณะนั้นวิทย์กับพวกกองปราบกำลังตามมา หลังจากที่เผด็จส่งข่าวให้ไปรู้ได้พักใหญ่ เผด็จลุกขึ้นและเดินออกมาจากที่ซ่อน

“ว่าไงจ๊ะน้องหงส์ปลอม จะมอบตัวแล้วใช่ไหม ถึงได้เรียกพี่ออกมาแบบนี้หนะ” เผด็จถือปืนเดินออกมา

“แกเป็นใคร ทำไมถึงชอบมายุ่งวุ่นวายกับฉันเสียจริงบอกมา รำคาญ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าหน้าไหนที่เป็นหน้าจริงหรือหน้าปลอมของแกกันแน่ เพราะฉันจำได้ว่า เจอแกทีไร มันไม่ซ้ำหน้ากันสักที แต่ฉันก็รู้ว่า ยังไงมันก็คือแก คนที่ชอบมาป่วนกับชีวิตฉัน ถึงแกจะมาสักกี่หน้า ฉันก็จำรูปร่างและน้ำเสียงของแกได้”

   แจงจับปืนจ่อไปที่หน้าของเผด็จและเดินหมุนไปรอบๆดูเชิงอย่างช้าๆ เผด็จไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าประชิดตัวแจงอย่างไว ไม่น่าเชื่อว่าคนอายุ 59 อย่างเผด็จ ยังมีความไวอยู่ เผด็จวิ่งเข้าไปปลดอาวุธที่มือขวาของแจง และต่อสู้แบบประชิดตัวกันอยู่พักใหญ่

   เผด็จพยายามจู่โจมแบบไม่เอาชนะ เป็นฝ่ายรับอย่างเดียว เพียงแต่หยอกเอินเพราะยังอยากสนุกและถ่วงเวลาเพื่อให้ตำรวจมาเท่านั้น แจงเริ่มอารมณ์เสีย ที่ทำอะไรเผด็จไม่ได้

“ปล่อยฉันนะไอ้บ้า” เผด็จยังแหย่แจงเรื่อยๆ เผด็จถือโอกาสหอมแก้มซ้ายและขวาแจงข้างละครั้งเมื่อมีโอกาส นี่แหละคือข้อเสียของเขา ชอบเล่นไม่เป็นเวลา

“อย่านะ อึ๊ย”

“แก้มหอมจัง ทั้งสองข้างเลย” แจงโมโหมากที่โดนเผด็จลักหอมแก้มสาวไม่หยุดอยู่หลายครั้ง ตลอดเวลาที่ต่อสู้กันจนหน้าแดงแล้ว

“อย่าให้ฉันหลุดไปได้นะ แกตายแน่” แจงมีอาฆาตด้วย

“ที่บังอาจทำกับฉันแบบนี้ ไอ้บ้า ใครอนุญาต เกิดมาไม่เคยมีใครทำกับฉันแบบนี้เลย แก ไอ้บ้า” เผด็จไม่สนใจ

“ถ้าไม่อยากโดนแบบนี้ ก็เลิกทำชั่วซะซิจ๊ะ เลิกทำไม่ดี เลิกใส่ร้ายคนอื่น และที่สำคัญ ไปมอบตัวซะนะจ๊ะ” เผด็จพูดเป็นอยู่ประโยคเดียว

“ไม่ เป็นตายร้ายดียังไง ฉันก็ไม่” แจงใจเด็ดมาก

“ในเมื่อสังคมไม่เคยให้ความยุติธรรมกับฉัน ฉันเบื่อแล้วกับความจน ฉันไม่อยากจะกลับไปใช้ชีวิตแบบนั้นอีกแล้ว ปล่อยฉันได้แล้ว ฉันเจ็บนะ”

 ตอนนี้เผด็จรวบตัวแจงไว้ได้ และเบื่อแล้วกับการเล่น เพราะตำรวจมาแล้ว  เผด็จเข้าโอบกอดแจงจากข้างหลัง และรวบเอามือทั้งสองข้างของแจงมาไว้ โดยใช้มือขวาบีบไว้และดึงตัวเธอมาพิงตัวเขา เผด็จอยากเห็นหน้าของหงส์ปลอมชัดๆ จึงเลิกเล่นที่แก้มทั้งสองข้าง ขยับปากเขามาที่หูข้างซ้ายของจุ๊บแจงและกระซิบเบาๆ

“ไหนขอดูหน่อยซิว่าหน้าตาที่แท้จริงของเธอเป็นใครกัน” เผด็จต้องการอย่างนั้น

“จะสวยงามน่ารัก หรือขี้เหร่แค่ไหนกันเชียว ถึงได้เอาแต่ใส่หน้ากากปิดบังไว้ตลอดเวลา”

  แจงเริ่มเหงื่อออกหนักกว่าเดิม กลัวก็กลัว หลับตาปี๋ ได้แต่ขอร้องและอ้อนวอนเผด็จ

“อย่านะ อย่าถอดนะขอร้อง ฉันไม่อยากให้ใครเห็น ฉันน่าเกลียด ฉันอาย”

 แจงได้โอกาสที่เผด็จเผลอ ใช้ส้นเท้าขวาของเธอกระทืบลงไปที่เท้าขวาของเผด็จอย่างแรง

“โอ๊ย” เผด็จจึงต้องปล่อยมือจากแจงทันที เพราะมันเจ็บ เนื่องจากมาเร็วมาก

 แจงได้โอกาส ใช้หัวของเธอโขกกลับไปที่หน้าของเผด็จอีกครั้ง เผื่อความมั่นใจ เธอก้มหัวลงแล้วหันกลับไป ใช้สองมือกระทุ้งไปที่ท้องของเผด็จอย่างเร็วและแรง จนเผด็จกระเด็นหงายหลังล้มลงอย่างแรง จังหวะนั้นแจงรีบก้มเก็บปืนและมีดของเธอที่หล่นแล้ววิ่งหนีไปทันที

 เผด็จเสียทีแจงจนได้เพราะความขี้เล่นของเขานั่นเอง แจงวิ่งหนีหายไปกับความมืด แต่เนื่องจากยังเหนื่อยจึงไปได้ไม่ไกลนัก คงหาที่หลบแถวๆนั้นก่อน พวกตำรวจบางส่วน ก็ยังคงเดินกันเพ่นผล่านอยู่ ออกไปตอนนี้คงไม่รอดแน่       แจงหันซ้ายแลขวา เมื่อคิดว่าปลอดภัยแน่แล้ว จึงนั่งพิงต้นไม้แบบสบายใจ และระหว่างที่แจงนั่งหลบตำรวจอยู่นั้น ก็ได้แต่นั่งจับแก้มทั้งสองข้างของตัวเองอยู่ไม่หยุด และนึกถึงภาพตอนที่เผด็จหอมแก้มเธอ

“บ้า ไอ้คนผีทะเล กล้าดียังไงถึงมาทำกับฉันแบบนี้”

    แจงเหมือนจะมีรอยยิ้มออกมา

“แก้มทั้งสองข้างนี้ ไม่เคยมีใครกล้ามาทำแบบนี้กับฉันเลย แล้วแกเป็นใครถึงได้กล้ามาทำแบบนี้กับฉันได้ แกต้องรับผิดชอบ ไอ้บ้า คอยดูนะ อย่าให้ฉันเจอแกอีก ฉันจะฆ่าแกให้ได้ไอ้บ้า ไอ้ผีทะเล ไอ้..”

  พูดไปพูดมาจากหน้าบึ้งโกรธกลับกลายเป็นหน้าแดงขึ้นมาซะเฉยๆโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย มีรอยยิ้มแทน อารมณ์เปลี่ยนไปกะทันหัน

<<<<< ----- >>>>>

        วิทย์และพวกกองปราบมาถึง รีบเข้าคุมสถานการณ์

“ทุกคนเก็บของกลางที่เหลือให้หมด ใครขัดขืนจับตาย ดูซิว่ามีใครหลงเหลืออยู่บ้าง”

   พวกลูกน้องบางคน ก็ยิงสู้ บางคนก็หลบหนี บางคนก็ถูกยิงตาย พวกตำรวจวิ่งไล่จับ และตามบางส่วนไปคนละทาง วิทย์เดินเข้าไปดูของกลางที่ปลิวและตกกระจายอยู่ข้างรถที่กำลังไฟไหม้อยู่

“เงินนี่” วิทย์ก้มลงเก็บธนบัตรใบละ 500 ขึ้นมา 1 ใบ

“ทำไมมันถึงได้ปลิวเกลื่อนเยอะขนาดนี้ มีการซื้อขายอะไรกันที่นี่เหรอ”

    แต่พอสังเกตุดีๆ เปลวไฟจากกองไฟของรถสว่างขึ้นมาวิทย์ จึงรู้ว่านี่มันแบ็งค์ปลอมนี่ วิทย์จึงก้มลงเก็บบางส่วนที่กระจัดกระจายอยู่อีกทั้งแบ็งค์ใบละ 100 และ 1,000 อีก 2 ใบขึ้นมา ลองส่องดูอีกครั้ง

“นี่มันปลอมทั้งหมดเลยนี่ ตายหละจะทำยังไง ถ้ามันหลุดออกไป”

     สักพักหมวดคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามารายงาน ยกมือตะเบ๊

“ว่าไงหมวด เหลือใครบ้างและได้เบาะแสอะไรบ้างไหม” หมวดยืนตะเบ๊อีกครั้ง

“ไม่มีใครเหลือเลยครับบางคนหนีไป บางคนเสียชีวิต และที่หน้าแปลก ทุกศพจะมีรอยสักอะไรสักอย่างที่หลังมือขวาครับสารวัตร” วิทย์จึงเดินไปดู

  เผด็จลุกขึ้น และเดินตามหาแจง ด้วยสัญญานที่เขาติดเอาไว้ที่ตัวเธอเมื่อกี้ตอนที่แกล้งหอม ไม่นานเผด็จก็เจอแจงที่พุ่มไม้ทึบๆแห่งหนึ่งบริเวณนั้น เผด็จแอบมาข้างหลังจากนั้นก็เอาขวามือปิดปากแจงไว้

“ว๊าย” เธอหันไปดูว่าใครกัน เผด็จเอานิ้วมือปิดปากเขาไว้และทำท่าจุ๊ๆ

“เงียบๆอย่าเสียงดัง ถ้ายังไม่อยากถูกจับ”

    ตอนนี้แจงนอนอยู่ในอ้อมกอดของเผด็จ  แต่ก็แปลกที่เธอยอมทำตามที่เผด็จบอก กลับไม่แผลงฤทธิ์อะไรเลย ว่านอนสอนง่ายเหมือนลูกแมวเชื่องๆซะงั้น ว่าแต่ตอนนี้ แจงกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ หลังจากที่เสียงเงียบลง เผด็จจึงค่อยๆปล่อยมือออกจากปากของแจง และหันซ้ายแลขวาอีกที

“ปลอดภัยแล้วนะ” 

  เผด็จบอกแจงโดยที่ไม่ได้มองหน้า จากนั้นก็หันมามองหน้าแจงที่นอนอยู่ในอ้อมกอดเขา

“ทำไมถึงจ้องหน้าฉันแบบนั้นหละ”

  แจงคิดในใจ และสับสน ไม่เข้าใจว่าเผด็จมาช่วยเธอไว้ทำไม ทั้งๆทุกครั้งที่เจอ เผด็จก็อยากที่จับตัวเธอส่งให้กับตำรวจ เผด็จไม่รอช้าที่จะเปิดหน้ากากแจงทันที พอหน้ากากหลุดออก เผด็จตกใจมากกับภาพที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้า และหลุดปากออกมาเบาๆโดยไม่ตั้งใจ

“เนตรอัปสร” 

     สายตาของเผด็จจ้องมองไปที่หน้าของแจงแบบว่า จะดีใจหรือเสียใจดีที่เห็นอย่างนั้น พฤติกรรมของเผด็จเปลี่ยนไปทันที เขารีบดึงแจงมากอดไว้กับตัวทันที จนแจงเองก็งงตั้งตัวไม่ติดเช่นกัน เผลอใจให้เผด็จกอดอยู่พักใหญ่

   เพราะแสงจันทร์ที่ส่องเข้ามาให้เขาเห็นนั้น มันคือหน้าตาของเนตรอัปสรเมียรักของเขาที่ได้ตายไปแล้วเมื่อ 3 ปีที่แล้วชัดๆนั่นเอง Impossible เผด็จไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นเนตรอัปสร ได้แต่กอดแจงเอาไว้ แล้วลูบหลังเบาๆ อาการเหมือนคนที่กำลังดีใจกึ่งตกใจเสียมากกว่า และบ่นออกมาอย่างเบาๆ

“เนตร เนตร เป็นเนตรจริงๆ เนตรของพี่ เนตรของพี่กลับมาแล้ว”

   ตอนนี้เผด็จจิตฟุ้งซ่านไปแล้ว ดึงตัวแจงออกมา แล้วมองหน้า ระหว่างนั้นแจงจึงเอ่ยปากถามเผด็จเบาๆ

“นายมาช่วยฉันทำไม ทั้งๆที่นายเองอยากจะจับฉันส่งให้กับตำรวจทุกครั้ง ที่เราเจอกัน”

  ไม่มีคำตอบจากปากของเผด็จ มีเพียงสายตาที่เศร้าๆเท่านั้น สายตาของเขาจ้องเข้าไปที่ดวงตาของแจงอย่างเดียว จนเล่นเอาแจงเขินต้องหลบสายตาเช่นกัน จู่ๆเผด็จก็ดึงแจงเข้ามาจูบปากเลยทันที แบบไม่พูดไม่จาอะไร

   คราวนี้แจงตาโตขึ้นมาทันที แค่หอมแก้มก็โกรธแทบตาย นี่ถึงขั้นจูบปากเลย เอาไว้ไม่ได้แล้วคราวนี้

    แจงรีบผลักเผด็จออกจากตัวของเธอและตบหน้าอย่างแรง เพื่อเรียกสติ

“ไอ้บ้า ไอ้เลว นี่แกทำอะไรกับฉัน กล้ามากเลยนะไอ้เลว ไม่ ไม่เคยมีใครกล้าทำแบบนี้กับฉันเลยในชีวิตนี้ แกเป็นคนแรก ไอ้บ้า”

 แจงหยิบปืนขึ้นมาจ่อไปที่หน้าของเผด็จ แต่ทำไมถึงไม่ลั่นไกก็ไม่รู้ทั้งๆที่มีโอกาส แจงยกปืนจ่ออยู่นาน พอได้ยินเสียงของวิทย์ที่เดินผ่านมาแถวนี้ จึงรีบลุกขึ้น แล้ววิ่งหนีออกไปจากตรงนั้นทันที โดยที่หันหลังไปมองเผด็จอยู่พักนึง แล้วก็หันกลับไปมองทาง

“นั่นใครหยุดนะ” วิทย์เห็นหลังไวๆจึงยิงปืนออกไป 2-3 นัดฝ่าความมืด

    แต่ก็ไร้ผล มองดูแล้วเงียบไม่มีเสียงอะไรเล็ดรอดออกมา หลังจากไม่โดน จึงหันหน้า และจ่อปืนนำหน้าเข้าไปยังพุ่มไม่นั้นทันที พอโผล่เข้าไปก็ไม่เจอใครแล้ว จึงเดินออกมาด้วยความเจ็บใจ

     สรุปคืนนี้เหลวอีกตามเคย จึงได้แต่เก็บหลักฐานเท่าที่จะทำได้ และเดินทางกลับทันที เผด็จปิดสัญญานติดตามของแจงทันทีไม่รู้ว่าทำไม ภณที่ซ่อนตัวอยู่จึงโผล่ออกมาถาม

    เผด็จหันปืนไปจ่อหัวภณ จนภณต้องดันปืนหนี

“ผมเองนาย อย่าเล่นแบบนี้ซิ”

“กลับคอนโดกันเถอะ ขอพักยาวหน่อยคราวนี้”

    ภณงงว่าอยู่ดีๆทำไมนายถึงพูดแบบนี้ ไม่น่าเชื่อว่านายจะเอ่ยคำนี้ออกมาได้

“เร็วซิ ฉันเหนื่อย ไป แกจะรอให้ไอ้วิทย์มาเจอก่อนรึไงวะ ไป ยัง ยังจะมามองหน้าอีก”

    ภณรีบสตาร์ทรถทันที เผด็จดึงเบาะแล้วนอน ไม่นานภณก็พาเด็จกลับคอนโด ส่วนแจงที่หลบออกมาจากตรงนั้นได้ ก็เดินออกมาจากที่หลบซ่อนตัวในความมืด แอบดูการจากไปของเผด็จอย่างเงียบๆ และบ่นเบาๆ

“ใครกันเนตรอัปสร ทำไมอีตานั่นถึงเรียกเราแบบนั้น ฉันต้องรู้ให้ได้ ทำไมเขาถึงทำแบบนั้น”

    จุ๊บแจงจึงรีบขับรถกลับที่พักของเธอทันที พร้อมกับมีรอยยิ้มแปลกๆ หลังจากที่เอามือลูบไปที่แก้มและปากของเธออยู่บ่อยครั้ง

“บ้าที่สุด ไอ้คนผีทะเล จูบเข้ามาได้ หอมเข้ามาได้ คนบ้า คราวหน้าจะเอาให้เจ็บเลย คอยดู”

***** ฿฿฿฿฿ *****

   เช้าขึ้นข่าวทั้งสองออกอย่างครึกโครม ข่าวแรกดลเป็นผู้เขียนเอง เพราะอยู่ในเหตุการณ์ ส่วนข่าวที่สองเบิ้มเป็นผู้เรียบเรียง เพราะมีแหล่งข่าวจากวงใน จึงพอที่จะรู้เรื่องราวอย่างละเอียดบ้าง ถึงจะไม่ละเอียดยิบเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริงอย่างดล จนดลได้ตั้งฉายาให้เธอใหม่ทันทีว่า ธิดาพญายม เรียกให้สั้นลง เพราะชื่อเต็มๆมาจาก นางฟ้า 1 ในทีมของพญายม มันยาวไป สืบเนื่องมาจากเนเน่เป็นลูกของเผด็จ จึงใช้คำใหม่เสีย เลยตัดคำว่านางฟ้าออกและใช้คำว่า ธิดาซึ่งแปลว่าลูกสาวแทน จึงเป็นที่มาของ ธิดาพญายม นั่นเอง

>>>>> ***** <<<<<

   มาดามได้ฟังข่าวในตอนเช้าไม่ค่อยพอใจสักเท่าใด เพราะตั้งแต่เกิดเรื่อง 2 พี่น้องได้หายหน้าไปพักใหญ่ แต่ก็มีลูกน้องบางส่วนหนีกลับมาส่งข่าวให้มาดามได้รู้ ว่าโจ้พาลูกค้าหนีได้และสามารถนำธนบัตรปลอมบางส่วนออกใช้งานได้ในเวลาต่อมา มาดามจึงโล่งอกและเบาใจไปได้บ้างเปราะนึง

   ส่วนเนเน่กว่าจะฟื้น และตื่นขึ้นมาได้ก็เล่นเอาเกือบเย็น (เสาร์ที่ 11 พ.ค) 16.35 น. ปูนและทับทิมผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลเนเน่ เพราะทั้งคู่ต่างก็ต้องเลี้ยงลูก ไม่มีเวลามากนัก เนเน่ค่อยๆลืมตาขึ้นมา

“นี่เราอยู่ที่ไหนเนี่ย” เนเน่มองไปรอบๆ สักพักก็เห็นเด็กๆคลานเล่นอยู่ที่พื้นห้อง จึงค่อยๆดันตัวเองขึ้นมา

  สักพักปูนเดินยกถาดข้าวต้มเข้ามา พร้อมกับทับทิมที่ขวดนมของเด็กทั้งสองคนตามหลังมา

“เอ้าตื่นแล้วเหรอไอ้เน่ มา มาทานข้าวต้มร้อนๆสักหน่อย พี่เตรียมไว้ให้นานแล้ว” ปูนเอ่ยปากออกมา เนเน่ยังมึนๆหัวอยู่เลย

“หนูมาอยู่นี่ได้ยังไงคะพี่ปูน” ทับทิมพูดขณะที่ส่งขวดนมให้เด็กๆ

“นี่แกจำอะไรไม่ได้เลยเหรอไอ้เน่” เนเน่ส่ายหัว “ก็เมื่อคืนหนะซิ” ทับทิมบอก

“ไม่รู้ว่ามีพลเมืองดีที่ไหน เอาแกกับมอเตอร์ไซด์มาส่งให้ไว้ ที่หน้าประตูบ้านพี่ สภาพแกดูไม่ได้เลย”

“พ่อ” เนเน่หลุดปากออกมาเบาๆ

“ไหนแกว่ายังไงนะ ใคร แกรู้เหรอว่าใครพาแกมาที่นี่”

    ปูนถามอีกครั้งขณะที่กำลังให้นมลูกอยู่

“พ่อ หนูบอกว่าพ่อ” เนเน่ย้ำแบบชี้ชัดเลย

“ต้องเป็นพ่อแน่ๆที่มาช่วยหนู หนูจำอาวุธลับของพ่อได้” เนเน่มั่นใจมาก

“ไม่มั้งไอ้เน่ แกคงคิดถึงพ่อแกมากเกินไปหรือเปล่า พี่พึ่งจะวางสายกับไอ้เพ็ญมันเมื่อกี้เอง ก่อนที่จะขึ้นมาเนี่ย พ่อแกยังเมาหัวลาน้ำ สิงสู่อยู่ที่บังกะโลตลอดไม่ได้ไปไหนเลย แล้วจะเป็นพ่อแกไปได้ยังไง”

    ยังไงทับทิมก็ยืนยันเช่นนั้น เพราะมันเป็นความจริง .. ปูนเอาลูกนอนที่ตักและจับขวดนมลูกแล้วพูดกับเนเน่

“บอกตามตรง พี่กับทิมก็ยังงง และสับสนอยู่ เดาไม่ถูก แต่ที่รู้ๆ แกเสี่ยงมากไปรู้ไหมที่ไปคนเดียว เมื่อเช้านี้พอพี่รู้ข่าว พี่ก็รีบมาเลย และปรึกษากันแล้วว่า เราสองคนจะช่วยแกสืบหาเรื่องนี้เองอีกแรง”

“ไม่นะพี่ อย่าเลย พี่ทั้งสองคนต้องเลี้ยงน้อง อีกอย่างหนูไม่อยากให้พี่ทั้งสองคนได้รับอันตราย อาป๋องกับน้าโมคงจะว่าหนูได้ที่ลากเมียเขาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้”

   เนเน่ไม่อยากให้ทั้งสองเข้ามายุ่งเกี่ยว เกรงใจด้วย เมื่อมองหน้าเด็กน้อยทั้งสองคนที่กำลังทานนมอยู่

“อย่าห่วงเลยไอ้เน่พี่กับปูนเราปรึกษากันดีแล้ว พิราบเทากับวิหคขาวคงต้องฟื้นคืนชีพอีกครั้งกับงานเฉพาะกิจนี้”

“แต่” ปูนยกมือห้ามเนเน่

“หยุดเลยแกไอ้เน่ ถ้าแกทำงานคนเดียว มันก็จะเป็นอย่างเมื่อคืนนี้ไง อย่าห่วงเรื่องนั้นเลย เราสองคนเอาอยู่” ทับทิมพูดบ้าง

“สำหรับเรื่องลูกและสามี แกไม่ต้องห่วง” ทับทิมไม่อยากให้เนเน่คิดมาก

“เราได้คุยและปรึกษาหารือกันแล้ว ทั้งสองคนนั้นไม่ว่าอะไร ขอแค่งานนี้จบ เราก็จะไม่ยุ่งอีกเลย”

  พอลูกทานนมหมดเธอก็ปล่อยให้คลานเล่น จึงลุกและเดินมานั่งข้างๆเนเน่ที่เตียงเอามือขวาบีบมือทั้งสองของเนเน่เบาๆและใช้มือซ้ายลูบหัวเนเน่อย่างเอ็นดู

“เราคือครอบครัวเดียวกันนะไอ้เน่ก่อนที่อาเด็จจะจากไป พ่อแกได้ฝากแกไว้กับฉัน คอยดูแลแกเวลาไปเรียนและหาเงินให้แกใช้ อาเด็จเขารักแกมากนะไอ้เน่ รักมากกว่าลูกแท้ๆอย่างไอ้ผิงและไอ้เบื้องอีกจะบอกให้ เขายังเคยบอกกับฉันและพี่ป๋องเลยว่า อยากให้แกเรียนสูงๆ พอแกเรียนจบ อาเด็จจะส่งแกไปเรียนต่อที่อเมริกา ฉันถึงต้องห้ามแกอยู่นี่ไง”

“พ่อ หนูขอโทษ..แต่ทำไมพ่อถึง ใจร้ายไม่มาช่วยหนูคลีคลายเรื่องนี้เลยหละพี่ ถ้าพ่ออยากให้หนูไปเรียนอย่างมีความสุข พ่อก็น่าจะปรากฏกายออกมาได้แล้ว นี่อะไร มัวแต่เมาอยู่ได้” สักพักป๋องเดินขึ้นมาอย่างรีบร้อน

“แย่แล้วๆ” ทั้งสามคนหันไปดู

“มีอะไรเหรอพี่ ถึงได้หน้าตาตื่นขนาดนี้” ทับทิมหันไปถามสามี

“ก็ไอ้วิทย์นะซิ มันโทรมาบอก เมื่อกี้ว่า เมื่อคืนตอนที่มันไปบุกจำของผิดกฎหมายที่นอกเมืองแถวๆสมุทรสาคร มันเจอธนบัตรของกลางปลิวตกอยู่เต็มไปหมด และหลังจากที่มันได้ตรวจสอบอย่างแน่นอนแล้ว ปรากฏว่ามันคือธนบัตรปลอม” ทั้งสามคนตกใจมากจึงเอ่ยปากออกมาพร้อมกัน

“แบงค์ปลอม” เนเน่นึกถึงโกดังเมื่อคืนที่เธอย่องเข้าไป ถ่ายรูปเก็บไว้ได้บางส่วน เนเน่จึงขอโทรศัพท์ของเธอจากทับทิม

“พี่คะ หนูขอโทรศัพท์หนูหน่อย ใครเก็บไว้ หนูมีอะไรจะให้พวกพี่ๆดู”

“อาป๋องหนูรบกวนอะไรหน่อยได้ไหมคะ”

   ทับทิมรีบค้นหาโทรศัพท์ของเนเน่ในเป้ ส่วนป๋องขยับไปนั่งใกล้ๆเนเน่

“มีอะไรเหรอเน่” เนเน่คิดว่ายังไงๆก็ต้องเป็นพ่ออย่างแน่นอนที่ไปช่วยเธอเมื่อคืนนี้ เพราะสัญชาตญานของความผูกพันมันสื่อตรงถึงกันเสมอทุกเวลา

“คุณอายังเก็บเครื่องสื่อสารพิเศษที่ใช้สื่อสารระหว่างอากับพ่ออยู่ไหม”

    ปูนงง เพราะไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน

“เครื่องอะไรเหรอคะ อาป๋อง ทำไหนูไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย”

   ปูนหันไปถามป๋อง ทับทิมยื่นโทรศัพท์ส่งให้เนเน่

“มันเป็นเครื่องสื่อสารพิเศษ ที่ทำขึ้นมาต่างหาก ไม่มีใครสามารถแอบจับสัญญานได้ ปลอดภัยเวลานัดเจอกัน มีแค่เพียง 5 เครื่องเท่านั้น คนที่ใช้ในตอนนั้น มีเพียงเฮีย อา เทียนหอม เนตรและโบว์ เครื่องนี้สามารถติดตามและพูดคุยได้ทุกเวลา โดยใช้สัญญานคลื่นต่ำของวิทยุ แล้วแกจะเอาไปทำอะไรไอ้เน่ อาไม่แน่ใจว่ามันจะยังใช้ได้หรือเปล่านะ  เพราะตั้งแต่จบงานที่ไทรโยค อาก็ไม่ได้ใช้มันอีกเลย”

“หนูขอ” เนเน่พูดสั้นๆ

“หนูซ่อมได้ ถ้าหากมันใช้ไม่ได้ หนูต้องรู้ให้ได้ว่าใครเป็นคนช่วยหนูเมื่อคืน เพราะหนูมั่นใจว่าต้องเป็นพ่อ” ยังไงๆเนเน่ก็ยังคงมั่นใจ ว่าเป็นเผด็จล้าน%

“ได้ๆ รอแป๊บนะ อาจะไปค้นให้ ไม่รู้ว่าอยู่ไหนแล้ว เครื่องมันเล็กนิดเดียว”

  เนเน่ยกมือไหว้ป๋องและขยับตัวนั่งทานข้าวต้ม จากนั้นป๋องก็รีบไปยังห้องเก็บของ หลังจากที่เนเน่ทานอาหารหมด ก็หันมาเปิดโทรศัพท์และไล่ดูภาพที่เธอถ่ายมาเมื่อคืน มันมืด มองเห็นไม่ชัด แต่รู้ว่ามันเป็นแท่นพิมพ์อะไรสักอย่างและกองกระดาษอะไรสักอย่างที่ใช้สำหรับการพิมพ์ ไม่ใหญ่มาก

“นี่ไงพี่ ดูซิ หนูว่าที่นี่ต้องเป็นที่ผลิตไอ้แบงค์นรกนั่นแน่ๆเลย ถ้ามันออกมาจริงๆหนูว่าเศรษฐกิจบ้านเรายุ่งแน่”

  ทั้งสองคนเลื่อนภาพที่เห็นดูไปมา 3-4 รอบแล้วทั้งสามคนก็มองหน้ากัน เริ่มเป็นห่วงสถานการณ์ในอนาคตขางหน้านี้ขึ้นมาแล้ว

“เอ้าเน่ อาหาเจอแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะใช้ได้รึเปล่านะ” ป๋องยื่นเครื่องนั้นให้เนเน่

“เพราะมันเก่ามาก อีกอย่างอาไม่ได้เปิดมันมา 3 ปีแล้ว ถ้าแกคิดว่า สามารถทำให้มันใช้ได้ก็เอาไป เพราะอยู่กับอา มันก็คงจะไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว ขอให้โชคดีนะ และขอให้แกคิดถูกด้วย”

“ขอบคุณ คุณอาอีกครั้งนะคะที่ยังเก็บเจ้านี่อยู่” เนเน่หยิบเครื่องสื่อสารขนาดจิ๋วมาชูขึ้น และมองไปที่นั่น

“แล้วเจอกัน พ่อ หลบหนูให้ตลอดแล้วกัน”

    ว่าแล้วเนเน่ก็เก็บเครื่องนั่นเข้ากระเป๋าเป้ตัวเองไปแบบมีความสุข

----- ^^^^^ -----

  จุ๊บแจง กลับมากบดานอยู่ที่บ้านของตัวเอง ในสวนแถวๆเมืองนนท์ ซึ่งเป็นสมบัติเก่าของยายที่ปิดเอาไว้นานแล้ว หลังจากที่พ่อและแม่ของเธอได้เสียไป เพราะโจรปล้นสวนเมื่อหลายปี ตั้งแต่เธอยังเด็กๆ อายุประมาณ 5-6 ขวบ เธอนอนฝันร้ายกับเหตุการณ์นี้มาตลอดหลายปี ถึงแม้ว่าความทรงจำบางอย่างจะหายไปจากอุบัติเหตุรถคว่ำ แต่ความทรงจำนี้ ยังคงติดตามหลอนเธอมาตลอด

“พ่อ แม่ อย่า อย่า อย่ายิง อย่า” แจงตกใจตื่นหลังจากที่ฝันร้ายในช่วงเย็น

  เธอนอนพักเอาแรงเพราะเมื่อคืนเจออะไรหนักๆมาเยอะมาก นอกจากเรื่องปมอดีตแล้ว เธอยังคงนึกถึงรอยจูบและรอยหอมของเผด็จอีกด้วยเสมอ

“อีตาบ้า ยังตามมาหลอกหลอนอยู่ได้ บ้าจริง”

\ +++++ \

   จุ๊บแจง หรือ หงส์ฟ้าปลอม วัย 30 ปี น้องสาวแท้ๆของโจ้ ที่หน้าตาและโครงหน้า ดันมาละม้ายคล้ายคลึงกับเนตรอัปสรมากที่สุด ราวกับฝาแฝดเลยทีเดียวก็ว่าได้ สาเหตุสืบเนื่องมาจาก เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ได้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนตร์ขึ้นกับเธอ ขณะที่เธอนั่งมารถกับเพื่อน กลับมาจากการฉลองสงกรานต์ที่ต่างจังหวัดแถวๆภาคอีสาน

    รถของเธอได้เกิดประสานงากับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อที่เบรกแตก พุ่งมาชนรถเธออย่างจัง ทำให้เพื่อนๆในรถของเธอตายหมดทั้ง 4 คนรวมทั้งคนขับด้วย เหลือเธอรอดชีวิตเพียงคนเดียวเท่านั้น เหมือนปาฏิหาริย์ แต่อาการหนักและสาหัสมากเป็นตายเท่ากัน ถ้าไม่ได้รับการผ่าตัดอย่างทันท่วงทีโดยด่วน

  สาเหตุมาจากเศษกระจกที่แตกละเอียดได้บาดหน้า รวมทั้งตามร่างกายของเธอ จนมีบาดแผลฉกรรจ์เต็มไปหมด เพราะเธอนั่งอยู่ด้านหน้าของรถ ทำให้เธอเสียโฉมทันที แต่ยังสามารถช่วยได้ ถ้าได้รับการผ่าตัดโดยด่วน

   มาดามรู้ข่าว และเห็นใจโจ้จึงตามมาดู เนื่องจากโจ้ เป็นลูกน้องคนสนิทที่ทำงานดีมาตลอด เมื่อเธอได้เห็นรูปของจุ๊บแจงในกระเป๋าตังของโจ้โดยบังเอิญว่าหน้าตาของแจงนั้นช่างละม้ายคล้ายคลึงกับเนตรอัปสรมากเสียนี่กระไร ราวกับฝาแฝดก็ว่าได้เลยทีเดียว ขณะที่โจ้เปิดกระเป๋าขึ้นมาดูหน้าน้อง กลัวว่าน้องจะตายและไม่รอด

   มาดามเลยเกิดความคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาทันทีในตอนนั้น จึงยื่นมือเข้ามาช่วยโจ้ โดยมีการยื่นข้อเสนอบางอย่างให้ เมื่อตกลงกันรู้เรื่องเป็นที่น่าพอใจ มาดามจึงทำการจ้างจุ๊บแจงให้มาทำงานนี้ทันทีในเวลาต่อมา โดยลงทุนทำศัลยกรรมให้หน้าของเธอกลับมาสวยดังเดิม 100% โดยไม่มีใครรู้นอกจากโจ้และมาดามเพียงสองคนเท่านั้น และหลังจากนั้นมาดามก็ได้ส่งจุ๊บแจงไปเรียนการต่อสู้เพิ่มเติม โดยเข้าคอร์สที่ฝึกหนักที่สุดในชีวิตเธอ

  เนื่องจากจุ๊บแจง ได้รับแรงกระแทกจากการอุบัติเหตุในครั้งนี้อย่างมาก จึงทำให้ความทรงจำบางอย่างของเธอขาดหายไป มาดามจึงใช้โอกาสนี้ให้โจ้ป้อนข้อมูลที่เกี่ยวกับเนตรอัปสรเข้าไปในหัวเธอให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้และหามาได้ เช่นวันเดือนปีเกิด ครอบครัว สถานะ รวมถึงความสามารถต่างๆของเนตร

  แต่ไม่ให้บอกว่าเธอชื่อเนตรอัปสร โดยให้บอกไปว่า เธอเป็นหงส์ฟ้าไปเลยอย่างเดียวเท่านั้น เนื่องจากแจงยังมีความทรงจำเก่าหลงเหลืออยู่บ้าง เลยทำให้เธอไม่สามารถรับข้อมูลได้หมด สับสนไม่รู้ว่าอันไหนเท็จอันไหนจริง จึงทำให้บางครั้ง เธอมีการปวดหัวเอามากๆเวลาที่บังคับให้เธอทำอะไรที่ไม่อยากทำ

    อารมณ์เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย สับสนไปหมด ทำให้ข้อมูลบางอย่างที่เกี่ยวกับเนตรอัปสรขาดหายไป เช่นมีลูกชื่ออะไร และเป็นอะไรกับเผด็จ จุ๊บแจงยังคงใช้ชื่อและนามสกุลเดิมเดียวกันกับโจ้มาตลอด

  นอกนั้นเธอจำได้หมดเช่นจบอะไรมา มีความสามารถทางไหน มีพี่น้องกี่คน ความจำทั้งเก่าทั้งใหม่ตีกันให้วุ่นและเละไปหมด จากนั้นอีก 6 เดือนหลังจากที่เธอหายดี มาดามจึงมาทวงสัญญากับโจ้ แรกๆเธอก็ไม่อยากทำ แต่พอมาดามป้อนข้อมูลเข้าไปว่าสังคมและโลกใบนี้ทำอะไรกับเธอไว้บ้าง เธอจึงตัดสินใจรับทำงานให้ทันที

“ถ้าแกอยากที่จะหนีความจน อยากรวยและมีชีวิตที่สุขสบาย แกต้องมาทำงานให้กับฉัน นังแจง ไม่งั้นแกจะต้องชดใช้ค่าทำศัลยกรรมใบหน้า และการรักษาตัวของแกคืนให้กับฉันทั้งหมด”

  ซึ่งมันคงไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะคนจนๆไม่มีงานทำอย่างเธอ จะเอาเงินมากมายขนาดนั้นมาคืนมาดามได้อย่างไร มิฉะนั้นแล้วมาดามจะขอทวงชีวิตนั้นคืนกลับไป คือทำให้เธอตายเหมือนก่อนนี้ตอนที่ยังโคม่าอยู่

   เมื่อไม่มีทางเลือก จุ๊บแจงจึงต้องตัดใจรับทำงานนี้ โดยปริยายแบบไม่มีทางเลือกและเงื่อนไขใดๆเลยตั้งแต่นั้นมา โดยต้องสวมบทเป็นหงส์ฟ้า 1 ในทีมของพญายม ในเวลาที่ออกทำงาน และมาดามมีเวลาส่วนตัวให้ในยามที่ปกติ โดยไม่ขอเข้าไปยุ่งวุ่นวายในส่วนนี้ของเธอ เมื่อข้อตกลงเป็นไปด้วยดี จึงเป็นที่มาทั้งหมดของ หงส์ฟ้าพญายม ตัวปลอม

***** >>><<< *****

    เผด็จกับภณกลับไปนอนที่คอนโดตัวเอง ที่ให้พลอยใสแอบมาเช่าไว้ให้ โดยพลอยใสให้เพื่อนของเธอมาช่วยทำการเช่าให้อีกต่อหนึ่ง ซึ่งมันดูสลับซับซ้อนมาก ที่ทำเช่นนี้เพื่อไม่ให้รู้ว่าใครคือผู้เช่าที่แท้จริงนั่นเอง

   คอนโดนี้เดิมเป็นของเผด็จ แต่หลังจากที่เผด็จยกให้กับเนตรและพอเนตรเสียชีวิตลง สิทธิ์จึงตกเป็นของเทียนหอมโดยปริยาย เพราะก่อนตายเนตรฝากกรรมสิทธิ์ไว้ที่เทียนหอม และตอนนี้เทียนหอมย้ายไปอยู่อเมริกา

   การเช่าต่างๆ จึงต้องใช้วิธีโอนเงินผ่านทางโทรศัพท์เท่านั้น ดังนั้นการตามรอยจึงต้องทำให้ยุ่งยากนิดหน่อย เพื่อไม่ให้เทียนหอมตามรอยได้ว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้เช่าคอนโดแห่งนี้ เนื่องจากเทียนหอมก็เป็นเมียคนหนึ่งของเผด็จและเป็นพี่สาวคนหนึ่งของเนตรอัปสร ถ้ารู้ว่าเผด็จเดือดร้อน เพราะกำลังตามสืบเรื่องของเนตรอัปสร เธอคงจะไม่อยู่นิ่งเฉย ต้องบินกลับมาช่วยสามีสุดที่รักของเธออย่างแน่นอน

 เนื่องจากเทียนหอมรักเผด็จมาก ที่ยอมจากไปก็เพราะความน้อยใจเท่านั้น เผด็จไม่ต้องการให้ทุกคนที่เขารัก เข้ามายุ่งเกี่ยวในเรื่องนี้อีก แต่เพราะไม่อยากจะไปหลบซ่อนที่ไหน ที่ที่ดีที่สุด ก็คือคอนโดเก่าของเขานั่นเอง

   พลอยใสจึงยินดียื่นมือเข้ามาช่วย เพราะอยากให้สามีของเธอปลอดภัยเท่านั้นเอง นี่ถ้าเทียนหอมรู้ว่าคนที่เช่าที่แท้จริงก็คือเผด็จสามีของเธอ คงสนุกแน่หละคราวนี้ ระเบิดลง Sure 5555+

<<<<< ===== >>>>>

   ตั้งแต่กลับมาจากการออกศึกวันนั้น หลายวันที่ผ่านมากับการเก็บตัวเพื่อรักษาร่างกายและการบอบช้ำ เผด็จก็ไม่เคยที่จะลืมหน้าของจุ๊บแจงสาวน้อยที่หน้าตา เหมือนเนตรอัปสรเมียเก่าที่ตายไป

   เผด็จยังคงเข้าใจและมีความคิดว่าเนตรอัปสรยังไม่ตาย ต้องมีคนช่วยเธอออกมาได้อย่างแน่นอน แต่ที่เนตรจำเขาไม่ได้ ก็คงเพราะแรงระเบิดในวันนั้นทำให้เธอสูญเสียความทรงจำไปเป็นแน่แท้

“ถ้าเนตรยังไม่ตาย แล้วโบว์หละ” เผด็จคิดเช่นนั้น

“โบว์ก็น่าจะยังไม่ตาย แล้วลูก ลูกของเราทั้งสองคน ก็น่าจะยังมีชีวิตรอด ไม่ได้ ฉันต้องตามหาเนตรให้เจอ ต้องเจอลูกของเราให้ได้ 3 ปี ลูกเราคงจะโตมากแล้วอย่างแน่นอน ถ้าเจอเนตร เราก็ต้องเจอโบว์”

   เมื่อคิดได้ดังนั้น เผด็จจึงรีบเรียกภณทันที

“ภณ ภณ ไอ้ภณ”

   ภณกำลังนอนหลับอย่างสบาย ถูกเผด็จปลุกกลางดึกของคืนวันหนึ่ง

“อะไรนาย คนกำลังนอนหลับสบายๆ” ภณหันไปดูเวลาที่ข้างฝา

“ตี2..นาย ทำไมยังไม่หลับอีกเหรอ โอย ปลุกผมทำไม”

“ฉันว่าเนตรกับโบว์ยังไม่ตาย” อยู่ดีๆเผด็จก็พูดขึ้นมาแบบไม่มีที่มาที่ไป

 

>>>>>>>>> ********** <<<<<<<<<<

โปรดติดตามตอนต่อไปใน  ตอนที่ 5 .. “ เป็นไปไม่ได้ ”


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น