อัปเดตล่าสุด 2022-11-01 13:10:49

ตอนที่ 17 .. “ คนึงหา ”

ต่างคนต่างไป - เท่ห์ อุทน พรหมมินทร์

นิยาย แนว สืบสวนสอบสวน (Suspense) / Action

ตอนที่ 17 .. “ คนึงหา ”

“จะให้บอกกี่ครั้งนะตาแก่ ว่าฉันไม่ได้ชื่อเนตร ฉันชื่อจุ๊บแจง ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน นายไม่เกี่ยว ขอร้องหละ ปล่อยฉันไปเถอะ ขอให้เห็นแก่มิตรภาพดีๆที่เราเคยมีต่อกันสักครั้งจะได้ไหม แล้วฉันจะไม่ลืมพระคุณนายเลย ฉันรับปากนายก็ได้ ถ้าพ้นจากคืนนี้ไปแล้ว ฉันจะไม่ทำแบบนี้อีก พอใจหรือยัง”

    แจงพยายามหว่านล้อม แต่เผด็จยังไงก็ไม่เชื่อ จึงไม่ยอมปล่อยแจงไปง่ายๆ

“ไม่ จนกว่าเธอจะไปกับพี่ แบบนั้นพี่ถึงจะเชื่อ เข้าใจไหมจ๊ะที่รัก เมียที่แสนจะดื้อของผัว”

    ไม่ทันขาดคำ เผด็จรีบจู่โจมแจงทันที ประชิดตัวอย่างไวหลอกล่อจนแจงตามไม่ทัน หลบซ้ายก็ไปทางขวา หลบขวาก็หลีกไปทางซ้าย ทำยังไงก็หนีไม่พ้นอุ้งมือของเผด็จสักที จนแจงต้องตกอยู่ในอ้อมกอดของเผด็จในเวลาต่อมา เผด็จจับแขนเธอทั้งสองมาไว้ด้านหลัง โดยแจงหันหลังชนอกของเผด็จ

    เขาได้โอกาสหันไปหอมแก้มซ้ายของแจงทันที และแช่ไว้นานมาก

“ไอ้บ้า ฉันจะฆ่าแกไอ้แก่ ทำไมถึงชอบทำกับฉันแบบนี้”

    แจงพูดเหมือนน้อยใจ

“ทำไมถึงชอบรังแกฉันนักนะ จะฆ่าก็ฆ่า ขอร้องหละ อย่าทำแบบนี้ได้ไหม”

   เผด็จไม่สนใจคำอ้อนวอนขอร้องของเธอ หันมาจุมพิตหอมที่แก้มขวาอีก จนแจงร้องไห้ออกมาเบาๆ

“พี่ขาหนูขอร้องเถอะนะ ปล่อยหนูไปเถอะ”

    แจงไม่มีแรงที่จะดิ้นขัดขืนเผด็จอีกแล้ว

“เสียใจด้วยนะน้องหนูอย่าดิ้นและขอร้องซะให้ยากเลย”

    เผด็จไม่ใจอ่อนซะด้วยซิ

“วันนี้ เธอคงต้องตีตั๋วไปเที่ยวห้องกรงแล้วหละ”

    เผด็จพูดออกมาแบบหน้าตาย

“ไม่นะ ฉันไม่ไป” แจงพยายามดิ้นและขอร้อง

    เอายังไงหละทีนี้ แจงพยายามใช้ความคิดว่าจะไปจากเผด็จได้ยังไง

“เอาไงดีเนี่ยฉัน ยังไม่อยากเข้าคุกนะ”

  เธอจึงยืนหลับตา เพื่อใช้สมาธิในการที่จะเอาตัวรอด เผด็จยังไม่รู้ว่าแจงทำอะไรอยู่ จึงไม่ได้สนใจอะไรเห็นเงียบไป ก็นึกว่าคงหมดแรงและหมดฤทธิ์แล้ว

***** \ *****

   ตุ้มและหน่วยลม หนีปูนลงมายังสนามหญ้าด้านล่าง ปูนวิ่งไล่ตามลงมา และต่อสู้แบบสิบรุมหนึ่ง แบบไม่รู้จักเหนื่อย ปูนยังคงพริ้วไหวอยู่ เพราะมีกำลังใจดีจากสามีที่ให้ไว้เพียบ ปูนตีลังกาหลบแล้วดึงปืนไฟขึ้นมา ยิงสาดไปยังพวกนั้น โดนไปหลายคนเลยทีเดียว ตุ้มเห็นดังนั้น คงจะต้านไม่ไหวแล้ว

 คืนนี้คงทำงานไม่สำเร็จแน่ เอาชีวิตรอดก่อนดีกว่า คิดได้ดังนั้นจึงรีบหาทางออกทันที ปูนเก็บปืนไฟ แล้วดึงโยโย่พิฆาตมาใช้ เหวี่ยงซัดใส่ ปาดคอและตามขาตามลำตัวพวกนั้นได้อีก 4-5 คนเพราะกำลังวิ่งหนีกระเจิงเพื่อหาทางออกกันต่างคนต่างหนีแบบไม่คิดชีวิตแล้ว จากนั้นปูนก็ซัดอาวุธลับดาวกระจายออกไปอีก พวกที่กำลังจะปืนกำแพงหนีก็ล่วงกันอีก 5-6 คน

   จากนั้นก็ดึงมีดบินติดโซ่เหวี่ยงใส่ตุ้มทันที ด้วยความรักตัวกลัวตายตุ้มไม่สนใจ รีบดึงลูกน้องของตัวเองคนนึงมาบังเอาไว้ มีดปักคาอกสิ้นใจในบัดนั้น

   จากนั้นก็รีบเหยียบบ่าของคนนั้น และกระโดดพ้นกำแพงหนีออกไปทันที

“จะหนีไปไหนไอ้ตุ้ม อึ๊ย โธ่เว๊ย”

>>>>> ----- <<<<<

  เผด็จจับตัวแจงหมุนหันมาตรงหน้าแล้วเอามือซ้ายตบแก้มขวาแจงเบาๆ เพราะความเป็นห่วง จังหวะนี้แหละแจงได้โอกาสที่เผด็จเผลอ จึงใช้เท้าขวาของเธอกระทืบลงไปที่เท้าซ้ายของเผด็จอย่างแรงจนเผด็จต้องร้อง

“โอ๊ย” ออกมาทันที ส้นสูงนี่เนาะทั้งหนาทั้งหนัก กับแรงกระแทกอย่างแรงลงไปที่ร้องเท้าผ้าใบ อะไรจะเหลือและเกิดขึ้นหละ เจ็บซิครับท่าน แจงรีบรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีอยู่ไปที่ฝ่ามือทั้งสองของเธอ แล้วตบไปที่หน้าอกของเผด็จอย่างแรง จนเขาเสียหลักกระเด็นออกไป และล้มลงก้นจ้ำเบ้ากับพื้นทันที

    แจงจึงใช้ช่วงเวลานั้น วิ่งหนีกระโดดขึ้นมอเตอร์ไซด์คู่ชีพของเธอ แล้วขับหนีไปทันที วิทย์วิ่งเข้ามาหมายจะช่วยแต่ไม่ทันเสียแล้ว ได้แต่ยิงปืนตามไป แจงไปไกลหายไปกับความมืดเป็นที่เรียบร้อย จึงรีบดึงเผด็จขึ้นมา

“เป็นไงบ้างลุง เสียรู้สาวอีกแล้วซินะ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น ไม่ไหวลุงเรา”

    วิทย์หัวเราะใส่ลุงตัวเอง

“เออ แล้วแกก็อย่าไปบอกไปเล่าให้ใครฟังหละ อายเขา พยัคฆ์กลายเป็นหมาแน่” เผด็จหันไปกอดคอหลานรัก

“แล้วเป็นไงบ้างหละแก เก็บหลักฐานได้หมดไหมไอ้หนู” เผด็จเดินไปดูหลักฐานพร้อมกับวิทย์ พอถึง ก็เปิดลังใบนึงดู และหยิบของขึ้นมาดู

“ว๊าว ยัยมาดามนี่ ไปเอาของพวกนี้มาจากไหนเนี่ย ท่าทางจะเส้นใหญ่ไม่ใช่เล่น” เผด็จมีอารมณ์ขัน 

    จากนั้นก็เปิดลังลูกระเบิดนานาชนิดและลังลูกปืนดูอีกอย่างละลัง

“ไม่ธรรมดาจริงๆยัยนี่ หนักกว่าฉัตรเทพอีกนะเนี่ย น่ากลัวมาก”

“แล้วจะเอายังไงต่อครับลุง”

    วิทย์อยากเรียนรู้วิธีทำงานของเผด็จบ้าง เพราะอยากเก่งเหมือนลุง

“เล่นไม่ยากไอ้หลานชาย” เผด็จหันซ้ายแลขวา แล้วพาวิทย์เดินออกมาให้ห่างจากหลักฐานพวกนั้นพอประมาณ เผด็จกอดคอหลานชายและกระซิบเบาๆ

“เอาอย่างนี้นะ” วิทย์ตั้งใจฟังอย่างเต็มที่

“แกเก็บทุกชนิด ขอย้ำว่าทุกชนิดบางส่วนเท่านั้นไว้ที่หน่วย ไม่ต้องทำรายการส่งไป เพื่อที่จะได้มีคลังแสงย่อมๆไว้ป้องกันตัวเองเวลาทำศึกกับพวกมันครั้งต่อไป เพราะกว่าที่แกจะเบิกได้แต่ละทีมันยากและนาน เข้าใจไหม”

“ครับ เข้าใจแล้ว อย่างนี้นี่เอง” เผด็จตบไหล่หลานชายแล้วก็จากไป

“ภณแกกลับไปก่อนนะ ฉันต้องไปรับคนอีก มีรออยู่อีก 1 ป้าย”

“ครับนาย ราตรีสวัสดิ์” แล้วภณก็เก็บโดรนพิฆาตที่สามารถแปลงเป็นโดรนตรวจการได้อีกด้วยในเวลาต่อมา

   วิทย์รีบบอกให้ลูกน้องเก็บของบางส่วนที่จำเป็นอย่างละลังแยกใส่หลังรถของเขาไปเก็บไว้ที่หน่วย

“ทำตามที่ฉันบอก ไม่ต้องถาม เอาไปไว้ที่ Save House ลับของฉัน” เป็นอีกหนึ่งที่เผด็จให้ไว้ และที่เหลืออีกจำนวนหนึ่งส่งไปที่สำนักงาน ปปป.ดังเดิม หมวดบูรณ์และจ่านึกเดินมาคุยกับวิทย์ เรื่องเผด็จ

“แหม อยากจะกระทบไหล่คนดังอย่างท่านรองเผด็จสักหน่อย อดเลย ท่านไปมาไร้ร่องรอยจริงๆ” บูรณ์บอก

“เสียดายจัง ที่ไม่เคยได้เจอตัวจริงจั๋งๆสักที อิจฉาสารวัตรนะครับที่ได้เห็นตัวจริง” นึกกว่าเสริม

“ลืมไปว่า ท่านเป็นลุงแท้ๆของสารวัตร” บูรณ์นึกขึ้นมาได้

“นั่นซินะครับสารวัตร วันนี้ถ้าไม่ได้ท่านมาช่วย ปาดนี้พวกเราดับไปแล้ว”

    จ่านึกนึกขึ้นมาที่ไรสยองทุกที

“ใช่ครับ คงไม่มีโอกาสได้มานั่งคุยกันแบบนี้เป็นแน่แท้ทีเดียวเชียว”

    หมวดบูรณ์ก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน

“สักวันนะหมวด จ่า คุณสองคนจะได้พบกับท่านเองนั่นแหละ สักวัน”

    วิทย์ให้กำลังใจลูกน้อง

“ไป วันนี้เรากลับกันเถอะ เหนื่อยมานานแล้ว ไปพักผ่อนกัน”

    ทั้งสองคนพยักหน้า แล้วก็รีบเดินทางกลับ

***** ^^^^^ *****

  ไม่นานเหตุการณ์ในบ้านของป๋องก็สงบลง ศพนอนตายกันให้เกลื่อนสนามและบนห้อง ทั้งสองคนอุ้มลูกวิ่งออกมาหาปูน

“ขอบใจมากนะปูนที่มาช่วย” ป๋องรีบขอบใจปูน

    ปูนรีบถอดหน้ากากออกเพราะอึดอัด ถ้าไม่จำเป็นไม่อยากใส่เลย

“แล้วนี่ทำไมถึงมาช่วยอาได้หละเนี่ย”

    ปูนยังยืนหอบอยู่ ไม่ทันที่จะได้ตอบอะไร ทับทิมก็จิกไป 1 ดอก

“ไม่น่าถามเลยพี่ เห็นอาวุธและของเล่นแบบนี้ ไม่ต้องถามก็น่าจะรู้ว่าใครใช้ให้มา” ปูนถึงกับมองหน้าเพื่อน

“มีอยู่คนเดียวเท่านั้นแหละตอนนี้ ที่สามารถจะใช้งานวิหคขาวให้ทำงานแบบนี้ได้ คิดออกหรือยัง”

   ป๋องพยายามที่จะไม่คิดเพราะเรื่องแบบนี้เขารู้ดี นอกจากคนที่เป็นแฟนและคนรักกันจริงๆเท่านั้น จึงจะยอมเสี่ยงชีวิตเสี่ยงตายมาทำเรื่องแบบนี้ได้ เพราะเหตุการณ์แบบนี้เขาเคยผ่านมาแล้วในอดีต จึงหันไปมองหน้าปูน

“หนูหละเชื่อเลย ดูซิชุดก็สวยงามมากขึ้น” ทับทิมเล่นปูนอีกดอก

    เดินไปจับผ้าคลุม ผืนใหม่เพราะรู้สึกอิจฉาที่เธอไม่มี แต่ปูนมี

“ผ้าคลุมกันไฟกันกระสุน ทนความร้อน ชุดก็ออกแบบใหม่”

    ทับทิมกัดไม่ปล่อย

“เนื้อผ้าอย่างดี ยิงและฟันแทงไม่เข้า ลงทุนน่าดูเนาะ คงคุ้มแหละพี่”

    ปูนถึงกับส่ายหน้า

“ไม่เอาน่าทิม ปูนเขาอุตส่าห์มาช่วยเรานะ”

    ป๋องพยายามไกล่เกลี่ยกับเรื่องที่เกิดขึ้น ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ตื้นลึกหนาบางสักเท่าใด แต่ก็อยากจะให้เพื่อนที่เคยรักกันกลับมาสนิท และไว้ใจเชื่อใจกันอีกดังเดิม แต่ทับทิมยังไม่อยากคืนดีด้วย งอนว่างั้น จึงทำหน้ามุ่ยใส่ป๋อง

“ช่างเถอะค่ะอา หนูทำหน้าที่ของหนูเสร็จแล้ว ก็ถือว่าภารกิจของหนูจบแล้ว”

    ปูนพูดแบบผู้ใหญ่

“หนูขอตัวหละนี่ก็ดึกแล้ว หนูง่วง ขอตัว ใครเขาจะคิดยังไง ก็ปล่อยเขา”

    ป๋องอยากให้ปูนค้างที่นี่

“งั้นก็ค้างที่นี่ซะเลยซิ จะเดินทางกลับไปให้เหนื่อยทำไม”

    สักพักก็มีเสียงบีบแตรส่งสัญญานดังเข้ามา

“ขอบคุณค่ะที่ยังมีน้ำใจกว่าใครบางคนแถวนี้เสียอีก”

    ปูนว่าแดกทับทิมเข้าให้

“หนูคงต้องไป ไม่อยากให้ใครบางคนอึดอัด และขอขอบใจอีกครั้งนะคะที่มีน้ำใจ มีคนมารับแล้ว Taxi ส่วนตัวค่ะ” แล้วปูนก็ใช้แส้ตวัดไปที่ต้นไม้สูงที่อยู่ข้างกำแพง แล้วโหนลอยตัวข้ามกำแพง หายวับไปกับตาคนทั้งสอง

“เหนื่อยไหมจ๊ะเมียจ๋า”

    เผด็จเอามือเชยคางปูน ปูนลอยหน้าลอยตาใส่สามี

“เหนื่อยมากค่ะผัวขา”

“น่าสงสารจัง ไป เดี๋ยวเฮียจะให้รางวัล”

   ปูนยิ้มให้ แล้วก็จุ๊บปากสามีอย่างดูดดื่ม 1 ที เก็บแต้มไว้ก่อน จากนั้นก็เอามือสวมกอดเอวและเอาหน้าพิงซบหลังเผด็จไปตลอดทาง จนถึงรังรักของเขาทั้งสองคน และเมื่อถึงที่ ทั้งสองคนก็มีความสุขกันแบบลืมโลกกันไปเลย ไม่รู้ว่าปูนยังมีแรงเหลือที่จะทำภารกิจกับผัวต่อหรือไม่

***** >>><<< *****

  เบ็นซ์นั่งเลี้ยงลูกสาวคนโตในวัยขวบเศษอยู่คนเดียว ที่บ้านหลังเล็กๆ ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งแถวๆชนบทซึ่งไม่ห่างไกลตัวเมืองเท่าใดนัก เพราะหนีการตามหาของเผด็จ จึงต้องทำให้เธอร่อนเร่คนเดียวอยู่พักใหญ่มาเกือบปีแล้ว เพียงเพราะความรักจริงๆ เธอร้องเพลงเห่กล่อมลูกไปพร้อมๆกับคิดถึงใครคนหนึ่ง

   แน่นอนต้องไม่ใช่ต้นกล้าแน่ แต่กลับเป็นหน้าของเผด็จคนที่เธอคนึงหาอยู่ทุกวี่วัน เพราะหลังจากที่โบว์ได้เสียชีวิตไป ทำให้เธอมีความรู้สึกแปลกๆขึ้นมา ก่อนที่เธอจะคลอดลูกคนแรกคนนี้เสียอีก

   แรกเริ่มเดิมที เธอก็ไม่ได้คิดอะไร จนวันนั้น เมื่อต้นปีที่แล้ว วันที่เผด็จแอบปีนห้องเข้าไปหาเธอ ขณะที่ต้นกล้าไม่อยู่ และได้เธอเป็นเมียอีกคน แต่ด้วยเพราะเธอรักเผด็จเป็นทุนอยู่แล้ว เบ็นซ์จึงไม่ขัดขืน เต็มใจและยอมเป็นของเผด็จอย่างโดยดี โดยที่เธอไม่ก็รู้ว่า เผด็จนั้นได้ปูนเป็นเมียมาก่อนหน้าเธอแล้วอีกคน

“อาเด็จขา หนูขอโทษ ที่ต้องทำแบบนี้ มันช่างทรมานเสียเหลือเกิน หนูรักอามากนะคะ ยกโทษให้เมียคนนี้ด้วย”

----- ***** -----

   จุ๊บแจง หลังจากที่หนีเผด็จกลับมาซ่อนตัวอยู่ที่บ้านแถวกำแพงแสน กลับมาครั้งนี้ทำให้จุ๊บแจงมีความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ได้แต่เอามือลูบคลำแก้มทั้งสองข้างอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งเวลาอาบน้ำ นอนแช่ตัวอยู่ในอ่างก็ทำตาลอยๆคนึงหาใครบางคนอยู่เสมอ ยิ้มหวานแล้วมีความสุขเวลานึกถึงตอนที่เผด็จหอมแก้มเธอ

“บ้า ตาแก่บ๊องส์ เกเรที่สุด เกลียดนัก ชอบรังแกเค้า”

    จากนั้นก็ร้องฮัมเพลงอยู่คนเดียว

***** ..... *****

  เช้าวันต่อมา ป๋องต่อว่าทับทิมถึงการแสดงออกต่อเพื่อนเมื่อคืน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะโกรธหรือไม่พอใจอะไร ห้ามทำแบบนั้น

“ทิม พี่เคยขอแล้วใช่ไหม กับนิสัยที่เอาแต่ใจตัวเองแบบนั้นหนะ”

    ทับทิมหน้ามุ่ยเลย

“ปูนเค้าอุตส่าห์มาช่วย คำขอบใจจากปากสักคำก็ไม่มี” ป๋องเล่นเป็นชุด

“แถมยังไปกัดไปแขวะเขาอีก ทำไม มันเกิดอะไรขึ้นไหนบอกมาซิ”

    ป๋องอยากรู้เหตุผลจริงๆ

“พี่อยากรู้เหตุผล ไม่น่ารักเลย คนที่มีเหตุผลคนเดิมหายไปไหนแล้ว ไม่เข้าใจ”

“หนูเกลียดมัน สั้นๆ พี่เข้าใจไหม” ทับทิมไม่พอใจที่สามีเข้าข้างคนอื่น

“แล้วไปเกลียดเขาเรื่องอะไร” ทับทิมฉุนจึงเผลอปากพูดออกไป แบบไม่คิด

“ก็มันเป็นชู้..” พอนึกขึ้นได้ก็เอามือปิดปากตัวเองทันที ป๋องรีบถามต่อทันที

“พูดมา พูดมาให้หมดอย่ากั๊ก ในเมื่อหลุดปากออกมาแล้ว ก็พูดออกมา อย่าอ้ำอึ้ง พี่ไม่ชอบ”

“เออ พูดก็ได้ พี่จะได้รู้สักทีว่าเพื่อนตัวดีของพี่มีนิสัยเป็นยังไง”

“หมายความว่ายังไง” ป๋องไม่เข้าใจ

“ก็อาเด็จเพื่อนพี่เป็นชู้กับไอ้ปูนเมียพี่โม ได้ยินชัดหรือยัง”

    ป๋องตกใจมาก ถึงกับเซถอยหลังไปนิดนึง

“ว่าไงนะ เฮียกับปูน เป็นชู้กันงั้นเหรอ”

“ใช่เกือบ 2 ปีแล้วมั้ง ที่เขาสองคนแอบคบและได้กัน”

    ทับทิมได้โอกาส จึงพูดบ้าง

“ตอนนี้ทุกคนยังสงสัยกันอยู่เลยว่าลูกสาวคนที่สองนี้ของไอ้ปูนเนี่ย เป็นลูกของใครกันแน่”

“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเฮียจะเป็นคนแบบนี้ไปได้  ยืนยันแน่นอนแล้วเหรอ”

    ป๋องยังไม่อยากจะเชื่อ เลยถามย้ำอีกครั้ง

“ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแหละ เมื่อคืนพี่ก็เห็นเต็มตา” ทับทิมยืนยันเต็มที่

“ไม่งั้นอาวุธทุกอย่างที่มันงัดขึ้นมาใช้ มันจะเอามาจากไหน”

    ทับทิมพูดแบบโมโห

“ถ้าผัวใหม่มันไม่ประเคนให้” ทับทิมยกเหตุผลมา มันก็สมเหตุสมผล

“อืม ก็คงจะจริง เพราะอาวุธแปลกๆแบบนั้น ไม่ค่อยมีใครประดิษฐ์ขึ้นมาใช้ ถ้าไม่ใช่พวกจารชนอย่างเฮีย”

“แล้วคราวนี้จะมาว่าหนูอีกไหมที่ ทำแบบนั้น”

    ทับทิมมองหน้าสามี พี่เลี้ยงเด็กเดินเข้ามาหาทับทิมพอดี

“คุณผู้หญิงขา เรียบร้อยหมดแล้วค่ะ จะให้พาคุณหนูทั้งสองขึ้นรถเลยไหมคะ”

“ขึ้นเลย เดี๋ยวฉันตามไป” ทับทิมหันมาย้ำกับป๋องอีกครั้ง

“จำไว้นะพี่ อีปูนมันมีชู้ มันทรยศพี่โม หนูเกลียดมัน รวมถึงอาเด็จเพื่อนพี่ด้วย”

    ป๋องพูดอะไรไม่ออกเลย

“ตราบใดที่หญิงโฉดชายชั่วสองคนนี้ยังอยู่บนโลกนี้ หนูจะไม่ญาติดีกับพวกมันเลย” พูดทิ้งท้ายจบ ทับทิมก็รีบเดินไปขึ้นรถ แล้วขับออกไปทำงานทันที ทิ้งให้ป๋องยืนหน้าเมื่อยอยู่คนเดียว

%%%%% ----- %%%%%

  (เสาร์ที่ 20 ก.ค.) “ถึงซะที ไม่ไหวแล้ว หยุดเลย ก่อนที่ยายจะถามอะไรหนู หนูขอถอดหน้ากากยางนี้ออกก่อนนะ อึดอัดมาก”

   นิ่มไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบดึงหน้ากากยางหน้าของเนเน่ออกทันที พอเอาออกได้ก็โล่งทันที

“ทนหน่อยนะ ถือว่าทำเพื่อตอบแทนบุญคุณของนายท่าน”

    ยายชื่นย้ำเตือนความทรงจำ

“อย่างน้อยนายท่านก็เคยช่วยชีวิตแกเอาไว้เมื่อหลายปีมาแล้ว”

  นิ่มพยักหน้าเข้าใจดีว่าควรทำเช่นไร นิ่มเดินเข้ามากอดเอวยายชื่นจากข้างหลัง

“จร้ายาย..” ยายชื่นหันมาลูบหัว แล้วหอมลงไปที่หน้าผาก

“หนูสำนึกบุญคุณนายท่านอยู่เสมอ ชีวิตหนูเป็นของนายท่าน หนูจำได้ไม่ลืม”

“ดีแล้วนิ่ม เกิดเป็นคน เราต้องอย่าลืมบุญคุณใคร” ยายนิ่มสั่งสอนนิ่มอีกครั้ง

“แม้ข้าวสุกหนึ่งหยิบมือ น้ำหนึ่งถ้วยเล็กๆ ก็ถือว่าเป็นบุญคุณตลอดชีวิตแล้วนะ จำไว้” ยายนิ่มเอามือลูบหัวหลานสาว

“แล้วคุณหนูอาการเป็นยังไงบ้างจ๊ะยาย” นิ่มอยากรู้ความเป็นไปบ้าง

“ทำไมนางยังนอนนิ่ง ไม่ขยับเลยหละ” นิ่มก็ช่างสังเกตุเสียจริง

“ดีนะที่มือหายหงิกงอ และตาหลับลงได้แล้ว” นิ่มดีใจอย่างบอกไม่ถูก

“ไม่งั้นหนูนึกภาพไม่ออกเลยว่า จะเป็นยังไงต่อ ถ้ารักษาไม่หาย”

    ยายชื่นเอามือตบปากนิ่มเบาๆ

“ปากเสีย อย่าพูดแบบนี้ให้นายท่านได้ยินเชียวนะ หัวจะขาดเอาโดยไม่รู้ตัว”

    ยายนิ่มเอ็ดนิ่มเข้าให้

“รู้เอาไว้ด้วยว่า คุณหนูเนเน่เนี่ย เป็นยิ่งกว่าแก้วตาดวงใจของนายท่านเลยทีเดียวนะ” นิ่มแปลกใจมาก

“รักมากกว่าลูกแท้ๆทั้งสองคนนั้นอีก จำไว้”

    นิ่มจึงเอ่ยปากถามเพราะข้องใจมากนานแล้ว

“ทำไมหละยาย ก็กะอีกแค่ลูกเลี้ยง ลูกบุญธรรมคนนึง ทำไมถึงรักมากกว่าลูกแท้ๆอีกหละ”

“แกอย่ารู้เลย เรื่องมันยาว อธิบายไป แกก็คงจะไม่เข้าใจ เพราะเรื่องนี้มันซับซ้อนกว่าที่แกคิดอีกเยอะ” นิ่มจะเอ่ยปากถาม ยายนิ่มชี้หน้าทันที

“หยุด และห้ามถามอะไรอีก จำไว้ รู้แค่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ว่าแกต้องดูแลคุณหนูให้ดี ข้อสำคัญ อย่าปากพล่อย ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ในโลกนี้อีกต่อไปหละก็ ไป จะไปไหนก็ไป”

   ยายนิ่มเล่นชุดใหญ่ในเรื่องความลับสุดยอดของเนเน่ ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะพ่อและแม่ของเนเน่นั้น เป็นคนที่มีบุญคุณกับเผด็จมากคนนึงเลยทีเดียวในอดีต การที่เขาสองคนยอมตาย ก็เพราะเสียสละเพื่อประเทศชาติจริงๆ

“ส่วนเรื่องที่ให้ไปสืบเดี๋ยวยายจะเข้าไปถามเจ้าเองตอนค่ำๆ ตอนนี้ไปอาบน้ำพักผ่อนก่อนไป” ยายนิ่มรีบไล่นิ่มให้ไปพักผ่อนก่อน

“ยายจะขอดูคุณหนูต่ออีกหน่อย ไปไป อย่ามาร่ำลี้ร่ำไร” นิ่มรับคำ

“ค่ะยาย” ยายชื่นให้นิ่มปลอมตัวเป็นเนเน่โดยใส่หน้ากากยางและชิฟเสียง วิชานี้ชื่นก็พอจะทำได้ เพราะเผด็จเคยสอนเอาไว้ ตอนที่หนีฉัตรเทพใหม่ๆ ใช้เพื่อสำหรับอำพรางตัว และมันก็ใช้ได้ผล ไม่งั้นไม่มีชีวิตรอดมาถึงบัดนี้

 สาวน้อยนิ่มต้องออกไปขัดตาทัพ หลอกตบตาคนทั่วไปก่อนชั่วคราวสักระยะหนึ่งอาจจะยาว จนกว่าเนเน่ตัวจริงจะรักษาหาย และกลับออกไปใช้ชีวิตได้ดังเดิม เนื่องจากวิชาศิลปะการป้องกันตัวเบื้องต้นไม่ได้ยากอะไร นิ่มเองก็เคยเรียนและศึกษาผ่านมาตามาบ้าง

   อาการของเนเน่เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ คิดว่าไม่นานคงจะหายดีในไม่ช้า ชื่นดีใจมากที่เนเน่ฟื้นตัวได้เร็ว อาจเป็นเพราะว่าในอดีตเธอถูกฝึกฝนมาอย่างหนัก จึงทำให้ร่างกายของเธอปรับสภาพได้ไม่ยากในเวลาต่อมา เพราะร่างกายของเธอแข็งแกร่งกว่าที่คิด กว่าชายบางคนซะอีก จึงหายได้เร็ว

xxxxx ===== xxxxx

  ที่นิ่มปลอมตัวมาเป็นเนเน่เผด็จเองก็ไม่รู้ เพราะเขาไม่คิดว่าชื่นจะกล้าใช้วิธีนี้ในการช่วยเหลือ และปกป้องชีวิตในชีวิตประจำวัน แต่มันก็มีผลเสียตามมาโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน หลังจากที่ปูนรู้ว่าเนเน่ได้กลับมาทำงานแล้วได้สักพัก จึงบอกเผด็จ เพราะหลังจากวันนั้น เผด็จไม่ได้โผล่ไปที่อัมพวาอีกเลย กลัวชื่นว่า เลยได้แต่หักโหมทำงานอย่างอื่นแทน เพื่อให้คลายความกังวล และกลัวว่าลูกสาวจะเป็นอะไรไป เลยต้องข่มใจไม่ไป เพื่อที่จะให้ชื่นรักษาเนเน่แบบไม่ต้องกังวลใจและดีที่สุด ซึ่งมันก็เลยทำให้เผด็จทำงานเอาเป็นเอาตาย แบบไม่คิดชีวิต

    วันนี้เป็นวันเสาร์ วันนัดพบทำรักกันตามปกติของเขาและเธอ หลังจากที่เผด็จปลดปล่อยอารมณ์ที่คั่งค้างออกมาจนหมดในยกแรก ก็มานอนหอบแทบตาย วันนี้ไม่รู้เป็นอะไร เผด็จดูไม่ค่อยสบายใจเอาเสียเลย ปูนเมียสาวจึงเข้ามากอดมาหอมปลอบใจสองฟอด และบีบนวดลำคอให้

“เป็นอะไรคะผัวขา ทำไมวันนี้ดูหน้าตาไม่ดีเอาซะเลยหละ เมียบริการไม่ดีเหรอ”

    เผด็จยกมือไปมาเล็กน้อย

“เปล่า ดี ดีมากเลยทีเดียว แต่อามีเรื่องอื่นที่ไม่สบายใจต่างหาก”

  เผด็จพูดจบก็ถอนหายใจเบาๆ คล้ายกับไม่มีความสุขเลย ปูนปล่อยมือที่คอแล้วเลื่อนมาคลึงบริเวณหน้าอกสามี และโน้มตัวลงมาหอมแก้มเผด็จเบาๆที่แก้มซ้ายจากข้างหลัง

“บอกเมียได้ไหม เผื่อเมียจะทำให้หายเครียดได้”

    สักพักปูนนึกขึ้นมาได้เรื่องหนึ่ง ไม่รู้ว่าเผด็จรู้หรือยัง จึงแกล้งถามไป

“เออ อารู้เรื่องไอ้เน่หรือยัง” เผด็จดึงปูนลงมานอนที่หน้าตักเบาๆ

“ไอ้เน่เป็นอะไร อาการไม่ดีขึ้นเหรอ”

    ปูนกำลังลูบไล้หน้าอกและดึงมือซ้ายมาหอม

“เปล่า” ปูนรีบลุกขึ้นมานั่งข้างๆอยู่ในอ้อมแขนทางซ้าย

“อ้าว นี่อายังไม่รู้อีกเหรอ ว่าไอ้เน่มันกลับมาทำงานได้เกือบอาทิตย์แล้วนะ”

    ปูนจับมือซ้ายเผด็จมาจับเต้าขวาเธอเล่นแล้วบีบไปมาไปด้วยพลางๆ

“ว่าไงนะ” เผด็จตกใจเผลอบีบเต้าเมียอย่างแรงเพราะไม่รู้จริงๆ

“โอ๊ย เจ็บนะ” ปูนเอามือซ้ายตีมือเผด็จอย่างแรง จนเผด็จต้องปล่อย

“ขอโทษ อาไม่ได้ตั้งใจ” ปูนเอามือซ้ายคลึงเต้าตัวเอง

“ตกใจอะไร ทำไมต้องบีบด้วย เจ็บนะ” ปูนเจ็บเลยทำหน้างอน

“คนอะไรไม่ทนุถนอมของของเมียเลย บีบเข้ามาได้” ปูนบ่นอุบ

“ขอโทษแล้วไง”

    เผด็จเอียงตัวไปทางซ้าย แล้วดูดเต้าทางซ้ายอยู่พักนึงแล้วถอนขึ้นมา

“นี่ไง ใครบอกว่าไม่ทนุถนอมเต้าทั้งสองข้างเนี่ย อาคนึงหาทุกวัน แล้วหนูจะมา บอกว่าอาไม่ทนุถนอมได้เช่นไร”

“เครๆ หนูเชื่อแล้ว คราวหน้าอย่าทำแบบนี้อีกนะ ถ้าทำอีกหนูจะ..”

    ปูนรีบเอามือขวาล้วงลงไปจับน้องชายแล้วบีบทันที แต่ไม่แรง

“ทำแบบนี้ไง” แล้วก็ดึงขึ้นดึงลง ดึงเข้าดึงออก หมายจะแกล้งเผด็จ

   เล่นไปเล่นมาจนได้เรื่อง เพลินไปหน่อย จนน้องชายตื่น ปูนเลยเจ็บตัวโดยไม่รู้ตัวทันที

“อร๊าย คุณอา เบาๆก็ได้” เผด็จผลักปูนให้หน้าขมำลงกับที่นอนแล้วจับสะโพกขึ้นมา แล้วจัดการเลยทันที

“อา อูย โอ๊ว เสียว แรงอีก อีก อืม ผัวขา เสียว”

  เผด็จใส่เต็มแม็กซ์ มือทั้งสองข้าง อ้อมไปจับเต้าทั้งสองข้างไว้ แล้วคลึงตลอดเวลา นานๆปูนจะเจอท่านี้ ไม่น่าปลุกน้องที่กำลังหลับอยู่เลยจริงๆ ปูนขอทำบ้าง เผด็จเอนตัวนอนลงกับที่นอน ปูนรีบควบม้าอย่างไว ไม่ถึง 20 นาที ลาวาก็ระเบิดออกมาเต็มไปหมด ปูนหงายหลังลงมานอนทับร่างเผด็จ

“สุดยอดเลยผัวขา เมียชอบมาก” แล้วปูนก็ดึงมือทั้งสองข้างของเผด็จขึ้นมาวางไว้ที่เต้าทั้งสองของเธอแล้วคลึง สักพักก็หมุนตัวกลับไป จูบปากเผด็จอย่างดูดดื่ม แล้วเลื่อนขยับตัวลงไปเพื่อเอาน้องชายที่กำลังแข็งตัวอยู่ใส่ถ้ำเธออีกครั้งแล้วก็เริ่มในยกที่สามทันที ทำไปด้วยและพูดไปด้วย

“ผัวขา ถ้าไม่เชื่อ วันจันทร์นี้ก็ลองไปดูและหามันก็ได้นี่ เดี๋ยวจะหาว่าเมียโกหก”

“จร้าๆ อูย เรื่องนั้นเอาไว้ตรวจสอบทีหลัง แต่ตอนนี้ ขอตรวจภายในเมียก่อนแล้วกันนะ” พูดจบเผด็จก็ รีบดันตัวขึ้น คราวนี้ปูนลงไปอยู่ด้านล่าง

    เผด็จก้มลงไปดูดเต้าทั้งสองของปูนอย่างเมามันส์ และมีความสุขกันไปจนจบเกมส์รัก ไม่รู้ว่าวันนี้ทั้งสองคนเก็บเกี่ยวความสุขกันได้เท่าใด คงเท่าที่เวลาจะอำนวย สี่ทุ่มเผด็จก็ไปส่งปูนที่บ้านดังเดิม

“คิดถึงหนูบ้างนะผัวขาคืนนี้ บาย” แล้วปูนก็จูบเผด็จ และเดินเข้าบ้านไป

“จร้า” เผด็จหารู้ไม่ว่า มีคนคอยดักรอเขาอยู่ ไม่ใช่ใคร เพ็ญนั่นเอง

 เมื่อไม่รู้ว่าเผด็จพาปูนไปเสพสมทำรักกันที่ใด เพ็ญก็ต้องมาดักรอที่หน้าบ้านของปูนนี่แหละ เพราะยังไงหลังเสร็จกิจทุกครั้ง เผด็จจะต้องมาส่งปูนที่นี่อย่างแน่นอนทุกวันเสาร์

   เพ็ญแอบถ่ายรูปของปูนกับเผด็จไว้ทุกอริยาบทไม่ว่าจะจูบ หอม กอด โอบคอ เพ็ญเก็บไว้หมดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงถ่ายคลิปเก็บไว้ด้วยอีกต่างหาก ว่าทั้งสองคนทำอะไรไว้บ้าง

“หลักฐานคาตาแบบนี้ มึงจะรอดไหมอีปูน รูปและคลิปทั้งหมดนี้ คุณโมต้องได้เห็นอย่างแน่นอน แล้วมึงจะรู้สึก ว่าเล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับอีเพ็ญ นางแมวป่าอย่างอีโบว์ กูยังกำจัดและทำให้กระเด็นออกไปจากชีวิตผัวกูได้เลย แล้วกะอีแค่มึง อีปูน วิหคขาว ทำไมกูจะทำไม่ได้ มึงคอยดูกูบ้าง อีปูน ไม่นานหรอกที่มึงจะได้เสพสมและแอบมีความสุขกับผัวกูแบบนี้ เมื่อมีโอกาสมึงก็รีบเก็บเกี่ยว กันซะให้พอ พอถึงเวลานั้นเมื่อไหร่ แล้วมึงจะรู้สึก ว่าสิ่งที่พวกมึงทำกับกูเอาไว้ มันจะเจ็บแสบแค่ไหน คันไปถึงรูจิ๋มมึงแน่นอนอีปูน” เพ็ญอาฆาตปูนมาก

“แล้วนับประสาอะไรกับมึง อีวิหคขาว กูถึงจะเด็ดปีกมึงให้ล่วงลงมาไม่ได้ แล้วมึงจะรู้ว่านรกมีจริง”

  พูดจบก็ขับรถออกไปทันที อย่างน้อยก็สมอยากกับความตั้งใจที่ได้เสียเวลา อดตาหลับขับตานอนมารอคอยแล้วไม่เสียหลาย ในคืนนี้ เมื่อกลับถึงบ้าน เพ็ญก็รีบถ่ายข้อมูลทุกอย่างจากโทรศัพท์ เก็บลงไว้ใน NoteBook ประจำตัวของเธอโดยไม่รอช้า และรีบ Upload เก็บขึ้นไปไว้ในคลาวด์ของเธอใน Gmail อีกทีเพื่อสำรองเอาไว้

+++++ ***** +++++

 ที่เผด็จทุ่มเทใจให้กับปูนมากมายขนาดนี้นั้น ก็เพราะว่าโบว์และเนตรซึ่งเป็นสองคนที่เขารักมาก ได้ตายจากไปแล้วนั่นเอง และเทียนหอมก็มาทิ้งเขา หนีหน้าไปอยู่อเมริกาอีก เขาจึงไม่มีใครเป็นที่พึ่งและยึดเหนี่ยวทางใจเลย เมื่อไม่มีใครเขาจึงต้องหาใครสักคนเพื่อที่จะทำให้ชีวิตเขาเดินหน้าต่อไป

   ถึงแม้ว่ามันจะผิดศีลธรรมก็ตามเขาก็ยอม อีกอย่างตบมือฝ่ายเดียวมันคงไม่ดังหรอกถ้าอีกฝ่ายไม่มีใจให้หรือเล่นด้วย ซึ่งต่างจากเบ็นซ์ที่ได้หนีเขาไป จนปาดนี้แล้ว เขาก็ยังตามหาเมียคนนี้ไม่เจอเลย

  ถ้าเจอขึ้นมาอะไรจะเกิดขึ้น ไม่อยากที่จะคิดเลย ถึงเพ็ญจะอยู่ แต่เขาก็ไม่ได้รักหรือมีใจให้ดั่งเช่นปูน ที่ปูนยอมทำผิดกับแตงโมและทับทิม ก็เพราะความรักบังตานั่นเอง หลังจากที่รู้ว่าโบว์และเนตรได้เสียชีวิตลงไปแล้ว จึงเป็นโอกาสของเธอที่จะได้ครอบครองเผด็จจริงๆแต่เพียงผู้เดียวเสียที

  เพราะเธอรู้ว่า เผด็จไม่เคยมีใจให้กับเพ็ญเลยแม้แต่นิดเดียว นี่จึงเป็นชนวนหนึ่งที่ทำให้เพ็ญไม่พอใจปูนเป็นอย่างมาก จึงเปิดศึกอย่างลับๆในการแย่งชิงสามีกันในเวลาต่อมา โดยมีทับทิมเป็นคนช่วยสนับสนุนอยู่ข้างหลัง

    แต่ปูนซิไม่มีใครเลย แถมยังมีข้อพิพาทกับเนเน่ ลูกสาวของคนรักอีกต่างหาก เกมส์นี้จะจบลงเช่นไร ต้องคอยดูกันต่อไป แตงโมจะทำเช่นไร ถ้าเพ็ญส่งหลักฐานต่างๆให้ดู คงจะโกลาหลน่าดูทีเดียว

“เสร็จกูหละมึงอีปูนอีวิหคขาว ต่อหน้าสาธารณะ มึงเป็น Hero ก็จริง แต่ในชีวิตจริงมึงเป็นโจร โจรสวาทเสียด้วย”

>>>>> @@@@@ <<<<<

   (จันทร์ 22 ก.ค.) เผด็จมาหาเนเน่ที่ทำงานตามที่ปูนบอกในตอนสายๆ มาถึงก็กดกริ่งที่เคาน์เตอร์เบาๆ ทับทิมหันมา ขณะที่กำลังก้มหน้าทำบัญชีเงินเดือนอยู่ พอเห็นเป็นเผด็จก็ทำหน้าบูดทันที ยกมือไหว้แบบเสียไม่ได้

 “สวัสดีค่ะอา” เพราะเขายังไม่รู้ว่า ทับทิมนั้นได้รู้เรื่องระหว่างเขากับปูนแล้ว

     ทับทิมบันทึกงานเก็บและเดินมาหา

“มาหาไอ้เน่เหรอคะ” เผด็จยิ้มให้ตามปกติ

“ใช่จร้า หนูทิมเรียกมันมาหาอาหน่อยได้ไหม อาไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน”

    ทับทิมเลยพาไป

“ตามหนูมาเลยค่ะ ปาดนี้คงกำลังนั่งพักอยู่ นั่นไงคะในนั้น อาเข้าไปได้เลยคะ”

    แล้วทับทิมก็รูดคีย์การ์ดให้

“หนูขอตัวก่อนนะคะ”

    เผด็จหันไปโบกมือให้ แล้วก็รีบเดินตรงไปหาลูกสาวทันที นิ่มนั่งหันหลังทานน้ำและใช้บาล์มนวดมืออยู่

“ใครหนะ” สักพักก็เหลือบเห็นขาของใครคนหนึ่ง อยู่ทางซ้ายข้างหลังเธอ

    นิ่มจึงหันกลับไป

“นาย” นิ่มอุทานเบาๆในใจ ไม่นึกว่าเผด็จจะมาในวันนี้

“ตายห่า” จึงไม่ทันตั้งตัวและเตรียมใจ

    เผด็จตรงเข้ากอดและหอมลูกสาวด้วยความคิดถึง

“ไอ้เน่” นิ่มซึ่งตอนนี้อยู่ในคราบของเนเน่ต้องปล่อยเลยตามเลยไปก่อน

“ค่ะพ่อ” ขืนขัดขืน แผนแตกแน่

    เผด็จลูบหน้าลูบตา และหมุนตัวนิ่มสำรวจร่างกายลูกสาว

“หายดีแล้วเหรอลูก ปลอดภัยดีไหม”

    เผด็จเล่นเป็นชุดจนนิ่มตั้งตัวไม่ติดอีกแล้ว

“แล้วๆ ทำไมถึงไม่โทรบอกพ่อหละ” เผด็จต่อว่าลูกสาวนิดหน่อย

“รู้ไหมว่าพ่อคิดถึงหนูจะตายอยู่แล้วไอ้เน่”  

  ด้วยความคิดถึง เผด็จกอดและจูบ หอมลูกสาวไม่นับจนนิ่มสยิว ลืมตัวผลักเผด็จออกไปแบบไม่รู้ตัว และไม่พูดอะไร ยืนตัวสั่นๆอยู่ข้างห้องหลบหน้าเผด็จ

“เป็นอะไรไปลูก”

    เผด็จไม่เข้าใจว่าเด็กขี้อ้อนอย่างเนเน่ วันนี้ทำไมถึงเป็นเช่นนี้

“หนูเป็นอะไร” เผด็จแปลใจมาก

  เริ่มสงสัยขึ้นมาตะหงิดๆ แต่ก็ยังไม่คิดไปถึงเรื่องนั้น ธรรมดาเด็กขี้อ้อนอย่างเนเน่ จริงๆแล้ว ถ้าเจอหน้าพ่อ จะเป็นฝ่ายกระโดดใส่เองด้วยซ้ำไป โดยที่ไม่ต้องร้องขอเลย แล้วนี่เกิดอะไรขึ้น ปูนเดินเข้ามาพอดี เพราะเห็นว่ารถของเผด็จมาจอดอยู่ที่หน้าสำนักงาน

“Honey เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงทำหน้าแบบนั้น เจอกับลูกหรือยัง”

    สักพักปูนหันไป เห็นนิ่มยืนตัวสั่นอยู่ข้างห้องและหลบหน้า จึงเดินไปหา

“มีอะไรหรือเปล่าไอ้เน่ พ่อมาหา ทำไมถึงไม่ดีใจ”

    ปูนเข้าไปตบแขนซ้ายเบาๆ

“มะ ไม่มีอะไร พอดีหนูตกใจ พอดีพึ่งฟื้นไข้ขึ้นมา ก็เลยยังไม่ชิน”

    นิ่มแก้ตัวไปเช่นนั้น

“ต้องขอโทษด้วย พี่ปูนมีอะไรกับหนูหรือเปล่า”

    ปูนเลยสังเกตุอาการของเนเน่ว่ามีอะไรแปลกๆ

“ไม่มี พอดีเห็นว่าพ่อแกมา เลยลงมาดูว่าเจอกันหรือยัง”

    ปูนก็พยายามคิดในทางที่ดีไว้ก่อน

“เอางี้ เดี๋ยวหมดเวลาแล้วแกขึ้นไปหาพี่ที่ห้องด้วยแล้วกัน” ปูนไม่พูดอะไรมาก

“ตอนนี้แกทำงานไปก่อนก็แล้วกัน ตามนี้นะ” ปูนตัดสรุปให้ง่ายดี

“ไปอา ขึ้นไปรอมันข้างบนก่อน เที่ยงมันก็เลิกแล้ว” ปูนอธิบายให้ฟัง

“อีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเอง เดี๋ยวเที่ยงนี้เราสามคนไปหาอะไรทานกัน”

   ปูนเลยหาความสุขให้กับตัวเองก่อน โดยไม่สนใจว่า ใครจะ Ok กะตัวเองไหม

“ไป อย่าดื้อ ปล่อยให้มันทำงานไปก่อนไป ไปเลยค่ะคุณสามีขา ไปซิ ยังจะดื้ออีก โตแล้วนะ” ปูนลากสามีสุดที่รักออกไปจากห้องเรียน ยังกะแม่ลากลูกให้กลับบ้านเลยทีเดียว

“เออๆ ก็ได้ๆ รู้แล้ว ไม่ต้องลากขนาดนี้ก็ได้ อายเค้าปูน คำเดียวก็รู้แล้ว”

   ทับทิมหันไปดู ขณะที่ปูนลากเผด็จออกมาจากห้องและเดินผ่านขึ้นชั้นสองไปต่อหน้า

“กลางวันแสกๆแท้ๆ ไม่อายฝีสางกันเลยรึไงวะ ลากกันไปทำอะไรกันอีกเนี่ย”

  ทับทิมคิดไปถึงไหนก็ไม่รู้ ปากก็บอกว่าไม่สนใจ แต่เวลาเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา ไหงต้องขอเผือกกะเขาไปซะทุกเรื่องทุกทีก็ไม่รู้

..... +++++ .....

   ดลคิดถึงเนเน่มาก หลังจากที่ไม่เห็นหน้ามาหลายเพลา และคนึงหาอยู่ทุกวัน เมื่อความคิดถึงล้นอก เก็บไว้ไม่อยู่ จึงตัดสินใจขับรถมอเตอร์ไซด์เสี่ยงไปหาหวานใจถึงที่ทำงานทันที โดยไม่ได้มีตารางนัดหมายล่วงหน้าหรือแพลนอะไรเลย คิดปุ๊บไปปั๊บทันที มาดูกันต่อซิว่า ดลจะทำเช่นไร เมื่อเจอกับเนเน่และครอบครัวครบหน้า

$$$$$ ----- $$$$$

    แจงกลับมาที่ฐาน เจอพวกหน่วยทั้งสามที่หน้าแหกกลับมาเช่นกัน ดีนะที่มาดามไม่อยู่ ไปออกรอบตีกอล์ฟกับท่านรองฯ

“ไงหละ ท่านหัวหน้าหน่วยทั้งสาม ได้ข่าวว่า หางจุกตูดตามๆกันไม่เป็นท่าเลยรึ ไม่ใช่เหรอ” กวงสวนกลับก่อนคนแรก

“อย่าปากดีเลยอีแจง ทำยังกะว่าแกดีนัก” กวงมีเหรอจะยอมให้ใส่ฝ่ายเดียว

“ได้ข่าวว่าแพ้ไม่เป็นท่า หนีออกมาแทบไม่ทันเหมือนกันหละว๊า”

    พูดไปก็ทำหน้ายียวนให้อีกต่างหาก

“เป็นไงหละ โดนมันกอดมันจูบไปกี่ครั้ง เสียวซ่านไปทั้งตัวถึงขั้วหัวใจไหม”

    แถมยังจี้ใจดำอีกต่างหาก

“มันจับโดนตรงไหนบ้างหละ ถึงได้หนีออกมาช้านัก ทั้งๆที่ ของก็ถูกยึดไปตั้งนานแล้วหนะ อีแจง”

“แก ไอ้กวง ไอ้ปากหมา ไอ้ปากจัญไร ไอ้..” โจ้ตะโกนออกไปห้ามทัพ

“พอๆ พอกันได้แล้ว อะไรวะเจอหน้ากัน แทนที่จะช่วยกันวางแผน ดันเสือกมากัดกันอีก” โจ้ไม่เข้าข้างใคร

“แกก็เหมือนกันกวงเก็บปากหมาๆของแกบ้าง”

    แจงทำหน้าไม่พอใจเป็นอย่างมาก

“ยังไงแจงมันก็น้องฉัน ให้เกียรติ์กันหน่อย”

    กวงก็ทำหน้าไม่ค่อยพอใจเช่นกัน

“แล้วนี่จะเอายังไงกันต่อหละ คราวนี้เละทุกหน่วย ของก็ถูกซิว”

    ตุ้มหลุดปากออกมา

“แล้วแบบนี้มาดามจะว่ายังไงวะเนี่ย” ตุ้มนั่งบ่นออกมา

“ก็ไม่ต้องทำอะไร” บิงซูเดินเข้ามา

“เฮีย” ตุ้มอุทานออกมา

“เอ๊ย อย่าคิดมาก ทำงาน มันต้องมีพลาดกันบ้าง มาดามเข้าใจ”

    บิงซูพยายามปลอบใจ

“ท่านไม่ได้โกรธและต่อว่าอะไรพวกเราหรอก ทุกหน่วยทำดีที่สุดแล้ว”

    บิงซูเป็นกาวใจให้

“ไม่เอาๆ อย่าคิดมาก มา มา ดูแผนงานชิ้นต่อไปกันดีกว่า มา”

  ทุกคนเลยยิ้มออกได้ .. บิงซูดำรงตำแหน่งในฐานะรองหัวหน้าองค์กร ให้ขวัญและกำลังใจกับพวกใต้บังคับบัญชา จากนั้นก็เริ่มประชุมกันต่อทันที

“เอ้า นี่นะ เป็นงานชิ้นต่อไป ของพวกเรา ทุกคนขยับเข้ามาฟังกันให้ชัดๆ นี่นะ เราจะ..”

##### ^^^^^ #####

  นิ่มในคราบเนเน่ หลังจากที่สอนเสร็จ ก็ขึ้นไปชั้นบนตามที่ปูนบอกไว้ ถ้าไม่ขึ้นไป มันก็น่าเกลียด จึงค่อยๆเดินขึ้นไปอย่างช้าๆ ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน เพราะไม่เคยขึ้นมาเลย ปูนกับเผด็จนั่งรออยู่นาน

    ผ่านไป 5 นาทีนิ่มก็ยังหาห้องของปูนไม่เจอ เพราะห้องฟิตเนตด้านบนเป็นที่โล่งกว้างมาก ปูนจึงตัดสินใจเดินออกไปตามเองทันที สักพักก็เจอนิ่มขณะที่กำลังเดินหลงอยู่

“ไอ้เน่ ทางนี้” นิ่มรีบเด่นไปหาทันทีและแก้ตัว

“ขอโทษด้วยพี่ พอดีเข้าห้องน้ำ เลยทำให้เสียเวลา”

    ปูนไม่ได้สงสัยอะไรรีบโอบคอนิ่มแล้วพาเข้าไปในห้องเธอ

“เอาพามาให้แล้ว พ่อลูกคุยกันไปก่อนนะ”  

    นิ่มยังคงเกร็งๆเมื่ออยู่กับเผด็จเพียงสองคน

“หนูขอตัวไปสั่งงานพี่เลี้ยงเด็กก่อนแป๊บนึง พอดีพึ่งให้นมลูกไปเมื่อกี้”

“ตามสบาย” แล้วเผด็จก็หันไปจับมือนิ่ม

“พ่อขอโทษนะลูกที่ทำให้หนูต้องเป็นแบบนี้” นิ่มพยักหน้า

“ต่อไปนี้พ่อจะไม่ห่างจากหนูอีกแล้ว พ่อจะทำตามที่หนูขอ ทุกอย่างเลย พอใจไหม” เผด็จให้นิ่มนั่งลงที่เก้าอี้ตัวหนึ่งแถวนั้น แล้วเขาก็นั่งยองๆอยู่ข้างๆไม่นั่งบนเก้าอี้ และจับมือนิ่มอยู่

“พ่อจะกลับไปอยู่กับหนูที่บ้านเราเหมือนเดิม”

    เผด็จพูดไป ก็ยิ้มไป โดยไม่ได้ดูหน้านิ่มเลย

“จะนอนกอดหนูทุกวัน ตามที่หนูต้องการ ดีใจไหม”

    หลังจากบีบมือลูกอยู่นาน คราวนี้เขาจึงเงยหน้าขึ้นไป

“ดะๆ ดีๆ ค่ะพ่อ ดี” นิ่มตอบแบบตะกุกตะกัก

“งั้นเดี๋ยวเย็นนี้พอเลิกงาน พ่อมารับนะ” นิ่มรีบยกมือห้าม

“ยังก่อนพ่อ” เผด็จไม่เข้าใจ

“อ้าว ทำไมหละ” เผด็จจ้องหน้า

“มีปัญหาอะไร หรือว่ายังโกรธพ่ออยู่” เผด็จสงสัย

“เปล่า หนูไม่ได้โกรธ แต่หนูยังไม่พร้อม” นิ่มพยายามหาทางออก

“อีกอย่างหนูยังไม่ได้บอกยายชื่นเลย” นิ่มคิดได้เท่านี้จริงๆ

“ตอนนี้หนูยังนอนบ้านที่อัมพวา เดินทางไปกลับทุกวัน ยายให้ตาคงขับรถรับส่งหนูอยู่ เพราะเห็นว่าหนูยังไม่ค่อยแข็งแรง เอาไว้ให้หนูแข็งแรงดีกว่านี้ก่อนดีกว่า แล้วค่อยว่ากันใหม่นะพ่อ หนูไหว้หละ”

“เอางั้นเหรอ ก็ได้” นิ่มโล่งอกที่เผด็จเชื่อ

    ปูนเดินเข้ามาพอดีหลังจากสั่งงานลูกจ้างเสร็จ

“ไปที่รัก หนูหิวแล้ว ไปไอ้เน่ ปาดนี้คงหิวแย่หละซิ ดูทำหน้าเข้าซิ สงสัยจะหิวกันแล้วแน่เลย” เนเน่นั่งนิ่งเงียบ

“นี่ก็เหมือนกัน ดูทำหน้าเข้า ไป ลุกเลยสามีขา ทั้งพ่อทั้งลูกคู่นี้ เป็นอะไรกันนะวันนี้ ยังอีก”

 ปูนเดินเข้าไปจับมือของทั้งสองและดึงขึ้นมา ใช้มือซ้ายผลักสามีเดินนำหน้า และมือขวาจูงมือซ้ายของเนเน่ตามหลังไป เดินลงมาจากชั้นสองแล้วออกประตูไปเลย ทับทิมมองดูครอบครัวนี้แล้วบ่นเบาๆ

“แหมรักกันจริงครอบครัวนี้ สามคน พ่อ แม่ ลูก ชิ อ๊วกจะแตก ทำกันเข้าไปได้ ระวังเถอะ โป๊ะจะแตกเข้าสักวัน”

   เมื่อมาถึงรถรถสปอตที่จอดอยู่ เผด็จเปิดประตูให้ลูกและเมียเข้าไปนั่ง และขับรถออกไปทันที ลูกน้องของแจงสองคน ที่ปลอมตัวเป็นคนขับมอเตอร์ไซด์วินและลูกค้าซ้อนท้ายอยู่นั้น ก็ได้ขับรถสะกดรอยตามหลังเผด็จไปติดๆ โดยที่เผด็จและปูนไม่ได้เอะใจอะไร เพราะไม่คิดว่าจะมีใครติดตามมาในสภาวะการณ์เช่นนี้ หลังจากที่เผด็จ ปูนและนิ่มออกไปได้สักพัก ดลก็ขับรถมาถึง คลาดกันนิดเดียว เผด็จขับรถสปอตคันหรูที่ให้ปูนเมียรักไว้ใช้ออกไปหาที่ทานข้าวกัน

   ดลเดินเข้าไปถามหาเนเน่ที่เคาน์เตอร์เช่นเดิม ทับทิมเห็นหน้าดลรู้เลยว่ามาหาใคร ไม่ต้องถามให้เสียเวลา

“ไอ้เน่ไม่อยู่ พ่อกับแม่มันมารับออกไปทานข้าวข้างนอกเมื่อกี้นี้เอง เธอคลาดไปนิดเดียวเอง โชคไม่ดีจริงๆ เสียใจด้วย”

    ดลแปลกใจ กับคำบอกเล่าของทับทิม

“แม่ อย่างนั้นเหรอครับ ผมจำได้ เนเน่เคยบอกไว้นี่ ว่าไม่มีแม่”

    ทับทิมจึงตอบให้ดลหายสงสัย

“แม่เลี้ยงไง ก็เมียใหม่พ่อมัน Get ไหม ไม่รู้ว่าจะกลับเข้ามาเมื่อไหร่ เพราะวันนี้ไอ้เน่มันมีสอนแค่ช่วงเช้า”

>>>>>>>>> ********** <<<<<<<<<<

โปรดติดตามตอนต่อไปใน  ตอนที่ 18 .. “ หมาบ้า ”


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น