อัปเดตล่าสุด 2022-09-20 00:05:10

ตอนที่ 16 .. “ บัวปริ่มน้ำ ”

ไม่เป็นอะไร - Mote ปราโมทย์ วิเลปะนะ

นิยาย แนว สืบสวนสอบสวน (Suspense) / Action

ตอนที่ 16 .. “ บัวปริ่มน้ำ ”

“รับรองว่างานที่ข้าจะให้เจ้าไปทำหนะ มันช่างเหมาะกับฝีมือของเจ้ามากๆอย่างแน่นอน เอาไว้รอให้ข้ารวบรวมข่าวคราวบางอย่างให้ครบหมดเสียก่อน แล้วข้าจะบอกเจ้าอีกที แต่ตอนนี้ เจ้ากับเด็กๆของเจ้า รีบกลับไปฝึกฝนฝึกตัวเองไปพลางๆก่อน เขี้ยวเล็บจะได้แกร่งมากขึ้นก่อนทำงานจริงก็แล้วกัน จะไม่ดีกว่ารึ แม่บัวปริ่มน้ำ

   มาดามยิ้มให้แจงแปลกๆ สักพักก็หันกลับไป แต่แจงซิ กลับไม่คิดอย่างนั้น ยิ่งมาว่าเธอเป็นบัวปริ่มน้ำเข้าให้อีก จึงทำให้เธอเริ่มไม่มีความสุขกับการทำงานในองค์กรนี้เสียแล้ว นึกถึงคำพูดของเผด็จขึ้นมาทันที คืออิสระ

“ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว ขอให้ทุกหน่วย แยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองกันได้แล้ว ไปได้” มาดามเลิกประชุม

“ยกเว้นบิงซู เลิกประชุม”  ทุกคนรับคำสั่งแล้วก็รีบทยอยเดินออกไปจากห้องประชุมแห่งนั้น

    แจงโมโหมากที่มาดามทำแบบนี้กับเธอ แจงกำมือแน่นหันไปมองมาดามด้วยหางตาที่ไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย มาดามก็เห็น และรู้ว่าแจงคิดอะไรอยู่ แต่ไม่สนใจ เพราะมีอำนาจที่เหนือกว่าอยู่ในมือ

   โจ้รีบพาน้องสาวไปจากตรงนั้น โดยใช้มือขวาโอบไหล่และดึงตัวออกไปทันที

“ใจเย็นๆเชื่อพี่ ตอนนี้เขาเป็นต่อเรา” โจ้กระซิบที่หูน้องสาว

“สักวันเราต้องเป็นอิสระจากที่นี่ ใจเย็นๆ อย่าเอาแต่ใจตัวเองและทำอะไรบ้าๆ”

    แจงหงุดหงิดมาก

“อย่าคิดแบบครั้งที่แล้วอีก เพราะพี่ไม่สามารถช่วยเจ้าได้ตลอดนะ”

      แจงพยักหน้าให้พี่ชาย ยอมรับว่าโกรธและไม่พอใจ ก้มหน้ายอมเดินออกไปดีๆแบบไม่มีพิรุธอะไร

***** +++++ *****

   ที่มาดามทำเช่นนี้ก็เพราะว่า เริ่มระแวงแจง ไม่มีความไว้วางใจให้กับคนผู้นี้อีกแล้วและพยายามจะลดบทบาทของแจงลงไปทีละนิดละนิดอย่างช้าๆ โดยไม่ให้เธอไหวตัวทัน จึงต้องเอ่ยวาจาโกหกออกไปแบบนั้น เพราะแท้ที่จริงแล้วไม่มีงานอะไรที่จะให้แจงทำหรอก เพราะเมื่อใดที่บทบาทของเธอหมดลงและกำลังพลของเธอที่มีอยู่ในมือ ถูกดึงและยืมตัวไปเรื่อยๆจนหมด อะไรจะเกิดขึ้น

“มาดาม” เธอรู้ว่าบิงซูจะพูดอะไรจึงยกมือห้าม

บัวปริ่มน้ำอย่างมัน ไม่สามารถที่โผล่พ้นน้ำมาได้หรอก อย่าไปสนใจ”

      บิงซูไม่ค่อยสบายใจ จึงเตือนสติมาดาม

“คนเก่งๆที่มีฝีมืออย่างแจง เราไม่ได้พบเจอได้ง่ายๆนะ ยิ่งการฝึกขึ้นมาให้แกร่งได้ถึงขนาดนี้ ในเวลาอันน้อยนิดนั้น น้อยคนนักที่จะมีพรสวรรค์ ไหวพริบและปฏิภานดีเช่นนี้” บิงซูพยายามเตือนสติมาดาม

“ข้าไม่อยากให้มาดามทำอะไรลงไป เพราะความอคติส่วนตัว” บิงซูคิดเช่นนั้น

“งานใหญ่ต้องมาก่อน ขอให้มาดามจงช่วยกลับไปพิจารณาใหม่ด้วยเถิดนะ”

    บิงซูยังคงพูดพยายามเกลี่ยกล่อม หว่านล้อม

“เอาหละ เรื่องนั้นแล้วข้าจะเอาเอากลับไปคิดดูอีกที ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว เจ้ากลับไปก่อนก็แล้วกัน ข้าจะพักผ่อน เย็นนี้มีงานกินเลี้ยงต้องไปกับท่านรัฐมนตรีช่วยอีก ยังไงแล้วอย่าลืมนะบิงซู ลองเสาะและเฟ้นหานักสู้คนใหม่มาให้ข้าด้วยถ้ามีเวลา อย่าเอาแบบนังแจงมันอีก ข้าไม่ชอบเลยให้ฟ้าผ่าตายซิเอ้า เอาแบบที่มันหัวไม่แข็ง เหมือนนังนี่ คิดแล้วข้าอยากจะกระอักเลือดตายวันละหนสองหน”

  พูดจบ บิงซูก็ขอตัวจากไป มาดามก็เดินกลับไปยังห้องพักตัวเอง เพื่อหาชุดเตรียมตัวออกงานกาล่าดินเนอร์กับพวกเจ้าใหญ่นายโตทั้งหลาย นี่แหละหน้าฉากเป็นผู้ดี คนดีของสังคม เป็นคนมีหน้ามีตาโอบอ้อมอารีย์ ช่วยเหลือผู้ยากไร้ แต่หลังฉากซิ กับสกปรกสิ้นดี มาดามไม่ได้สนใจว่าใครจะคิดเช่นใดเลย แม้แต่นิดเดียว

   เรื่องทุกๆอย่างที่ได้กล่าวและประชุมกันในวันนี้และทุกๆครั้งต่อไปจากนี้ เผด็จและภณจะได้รับรู้เสมอ จึงสามารถไปช่วยทุกคนได้ทันเวลา ทันท่วงทีเสมอ และที่สำคัญไปกว่านั้น เผด็จได้บันทึกเทปเก็บเอาไว้เป็นหลักฐานอย่างดีหมดด้วยเลยทีเดียว เพื่อที่จะส่งให้กับวิทย์หลานชาย นำมาเป็นหลักฐานเอาผิดกับองค์กรกงจักรทองในภายหลังได้ ช่วยลดความกดดันที่จักรพันธ์ได้ทำเอาไว้ เพราะได้ความร่วมมือจากกวง โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้เลยแม้แต่คนเดียว แม้กระทั่งเพื่อนรักอย่างตุ้ม กวงก็ไม่เคยปริปากให้ล่วงรู้เลยแม่แต่น้อย

((((( ----- )))))

  วิทย์หายดีแล้วจึงกลับมาอยู่คอนโดของตัวเองดังเดิม เผด็จได้ส่งข่าวให้หลานชายตัวเองรู้อย่างลับๆ เพื่อไม่ให้ขิงตกใจ และจะได้ทำการวางแผนป้องกันครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งสองทำงานร่วมกันอย่างลับๆในเวลาต่อมา วิทย์ดีใจมากที่ลุงของเขายอมมาช่วยงานในครั้งนี้ ด้วยความรักหลานและไม่อยากให้หลานเป็นอะไรไปมากกว่านี้ เผด็จจึงให้ภณแปลงตัวเป็นเด็กส่งพิซซ่าให้กับวิทย์เพื่อที่จะส่งข่าวคราวและความเคลื่อนไหวต่างๆตลอดเวลาให้ โดยที่ไม่ให้พวกกงจักรทองรู้ว่า เขาได้ล่วงรู้แผนการต่างๆของพวกมันจนหมดสิ้นแล้ว เวลาพวกมันลงมือครั้งใด มันจึงพลาดและลงมือไม่สำเร็จทุกครั้งไป จึงทำให้มาดามเริ่มหัวเสียอย่างมากขึ้นทุกที

{{{{{ ===== }}}}}

   ทางด้านชื่นก็ยังคงรักษาเนเน่ต่อไปแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เผด็จอยากจะมาหาลูก แต่ชื่นก็ยังไม่หายโกรธหลานชายคนนี้ จึงไม่ยอมให้พบหน้า นิ่มจึงต้องออกมารับหน้าเผด็จทุกครั้งไป

“นายท่าน อย่าทำแบบนี้เลย หนูขอร้องหละ กลับไปก่อนเถอะนะ ยังไงยายก็ไม่ให้นายท่านเข้าไปอยู่ดี” นิ่มเป็นหนังหน้าไฟอยู่คนเดียว

“ยายชื่นบอกไว้ หัวเด็ดตีนขาดยังไง ก็ไม่อนุญาตให้นายท่านพบหน้าคุณหนู ถ้านายท่านยังฝืนคำสั่งยายแล้วกล้าบุกเข้าไป อย่าหาว่ายายไม่เกรงใจไม่ได้นะ”

   พูดจบ นิ่มก็รีบเดินเข้าเรือนไทยไปเลยทันที ปูนรีบดึงตัวเผด็จซึ่งนั่งคุกเข่าที่อยู่หน้าประตูรั้วใหญ่ขึ้นมาทันที

“อาหนูว่าเรากลับกันก่อนดีกว่า จริงอย่างที่นิ่มมันพูดนะ”

    ปูนฟังแล้วเข้าใจเลยว่ายายชื่นโกรธแค่ไหน

“ยายชื่นคงยังไม่หายโกรธอาง่ายๆนักหรอก หนูขอโทษที่ทำอะไรลงไปในวันนั้น โดยไม่ได้คิด” ปูนโทษตัวเอง

“ถ้าวันนั้นหนูห้ามใจตัวเองสักหน่อย มันก็คงจะไม่เกิดเรื่องบ้าๆแบบนั้นขึ้นมาอย่างแน่นอน หนูขอโทษ”

      ปูนรู้สึกผิดขึ้นมาทันทีกับความรักแบบเห็นแก่ตัวในวันนั้น คิดแต่อยากจะหาความสุขใส่ตัว เลยลืมนึกถึงหัวอกของคนอื่น จนทำให้เกิดเรื่องบานปลาย จึงนั่งลงคุกเข่าก้มหน้าให้กับเผด็จเสียเอง จนเผด็จต้องดึงตัวปูนขึ้นมา

“ไม่เอาน่าปูนอย่าทำแบบนี้ได้ไหม” ปูนส่ายหัวไม่ยอมลุกขึ้น

“หนูมันเหมือนบัวปริ่มน้ำ คิดอะไรตื้นๆไม่มองการณ์ไกลอะไรเลย”

    ปูนยังคงไม่ลุกขึ้น

“คิดแต่หาความสุขใส่ตัวไปวันๆ จนทำให้อาต้องมาหมางใจกับใครอีกหลายๆคน” ปูนเสียใจมาก

“หนูสมควรได้รับการลงโทษ ขออาได้โปรดลงโทษหนูด้วยเถอะ ไม่งั้นหนูจะนอนไม่หลับอีกเลยตั้งแต่นี้”

“ได้ ถ้าเธอต้องการแบบนั้น เตรียมตัวรับการลงโทษ แม่นาง”

  พูดจบเผด็จก็รวบขาของปูนแล้วอุ้มขึ้นหลังรถโฟวิลและดันเบาะลงทันที รีบดันเสื้อยืดของปูนออกให้พ้นหัวและดึงกางเกงขาสั้นที่เธอใส่ออกอย่างรวดเร็ว แล้วรีบแกะบราของปูนออกอย่างว่องไว

“อาจะทำอะไร ปล่อยหนูเดี๋ยวนี้นะ นี่มันกลางวันแสกๆจะทำอะไร”

  เผด็จไม่สนใจ รีบดึงประตูหลังปิดลงมาทันที และตรงเข้าดูดเต้าทั้งสองข้าง จากนั้นก็ ดึงบิกินี่ตัวน้อยออกอย่างไว และรีบเข้าไปสำรวจถ้ำลึกลับอย่างว่องไว ปูนส่งเสียงไม่เป็นภาษาแล้ว

“โอ๊ว อูย ซี๊ด อ๊าว ผัวขา เบาๆ”

  ไม่นานก็เสร็จกิจ การทำโทษเมียสาวครั้งที่ 1

“อาหนะหมู่นี้เป็นอะไรคึกจัง เครียดหรือเก็บกดอะไรมาจ๊ะผัวขา อาทิตย์นี้บ่อยมากแล้วนะน้องสาวหนูเจ็บไปหมดแล้วเบาๆหน่อยก็ได้ หนูไม่หนีไปไหนหรอก น้องหนูจะพังเข้าสักวัน เข้าใจไหมคะทูนหัว ต่างจากอาทิตย์ก่อนๆมากเลย และวันนี้ก็เปลี่ยนบรรยากาศซะด้วย ในป่าหลังรถอีกต่างหาก ถ้าลูกเกิดมา หนูจะตั้งชื่อมันว่าทาร์ซานเลยนะ จะบอกให้ถ้าเป็นผู้ชายหนะ”

   เผด็จไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น หลังจากที่ดื่มน้ำทานอะไรลองท้องแล้วได้พักใหญ่ ก็จัดการทำโทษเมียสาวอีกในครั้งที่สองทันที

“อา โอ๊ว อูย ซี๊ด ผัวขา แรงอีก แรงอีก เมียชอบ”

   เผด็จรักปูนก็ตรงนี้แหละ ที่อึดและทนพอๆกับเนตรอัปสร ซึ่งต่างจากโบว์เอามากๆ รถเขย่าไปทั้งคัน พวกเด็กสาวใช้ๆและคนสวนในบ้านชายหญิง ต่างก็แอบดูการลงโทษของเผด็จกับปูนอย่างสนุกสนานเฮฮากัน

“แรงอีกผัวขา อืม อ๊าว แรงอีก อย่างนั้นผัวขา มาแล้ว ซี๊ดๆ ผัวขา อร๊าย”

>>>>> ***** <<<<<

    แตงโมตั้งแต่แยกห้องกันนอนกับปูน ก็แทบจะไม่ได้พบหน้ากันเลย ทั้งๆที่อยู่บ้านเดียวกันแท้ๆ เขาหันหน้ามุ่งทำแต่งานอย่างเดียวเพื่อที่จะให้ลืมเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้น นานๆถึงเดินเข้าไปหาลูกสักที ปูนก็ไม่ได้ว่าอะไร

   ในเมื่อแตงโมทำตัวเฉยชา และเย็นชากับเธอก่อน รถก็แยกใช้คนละคัน ทั้งที่ๆเมื่อก่อนไปไหนก็ไปด้วยกันช่วยกันประหยัด ใช้คันเดียวเท่านั้น แต่ปัจจุบันตั้งแต่ปูนหันไปเลือกเผด็จ เพราะเขาให้รถสปอตป้ายแดงคันหรูมาใช้ ต่างคนก็ต่างปลีกตัวแยกอิสระต่อกัน ออกบ้านก็ออกต่างเวลากัน

   แตงโมจะออกไปก่อนเสมอเพราะไม่อยากที่จะเห็นหน้าปูน จะว่างอนก็ไม่เชิง เรียกว่าไม่พอใจมากกว่า ไม่นานปูนก็จะออกตามไป เพราะต้องเตรียมของให้ลูกหลายอย่าง ไหนจะนม ไหนจะอาหารและพี่เลี้ยงอีก 2 คน ปูนจึงถึงที่ทำงานประมาณ 9 โมงทุกวัน บางครั้งทั้งๆที่ทำงานอยู่ห่างกันเพียงแค่ชั้นเดียว แตงโมก็ยังไม่กล้าลงมาหาลูกถ้าปูนอยู่ เขาจะแอบมาหาและเล่นกับลูกก็ต่อเมื่อปูนไปสอนแทนเนเน่นั่นเอง

   ซึ่งก็คือ จันทร์ พุธและศุกร์ ปูนรู้ว่าแตงโมทำเช่นนี้อยู่เป็นประจำ แต่ก็ไม่พูดอะไรทำเป็นไม่สนใจ เพราะยังไงเขาก็คือพ่อของลูกเธอ เพียงแค่แยกกันอยู่เท่านั้น พูดง่ายๆเหมือนหย่าขาดกันไปแล้วโดยปริยาย แค่ไม่ได้จดทะเบียนหย่าก็เท่านั้นเอง

“ปูน เมื่อไหร่เธอถึงจะกลับมาอยู่กันเหมือนเดิมนะ พี่คิดถึงเธอมากนะรู้ไหม”

===== <> =====

   สองอาทิตย์ผ่านไป (อังคารที่ 16 ก.ค.) เนเน่ก็กลับมา ทำงานได้ดังเดิม แต่ดูเหมือนว่าจะไม่เหมือนเดิม เธอเปลี่ยนไปมาก พูดจาน้อยลง เล่นน้อยลง ชอบปลีกตัวอยู่คนเดียว ไม่ค่อยชอบที่จะสุงสิงกับใครๆ ที่สำคัญ ไม่ขับมอเตอร์ไซด์มาทำงานด้วย แถมยังมีคนมารับมาส่งอีกด้วยต่างหาก ปูนแอบมองดูอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่นพที่เธอรู้จัก ใครก็ไม่รู้ แม้กระทั่งปูนเองก็ยังมองไม่ออกว่าทำไมเนเน่ถึงได้เปลี่ยนไปมากมายขนาดนี้

    แต่นิสัยบางอย่างยังคงเหมือนเดิมคือกระโดกกระเดก คล้ายทอม และไม่ชอบขี้หน้าเธอ จึงรอดตัวไป

///// +++++ /////

  ไอ้หลง ลูกน้องคนสนิทของแจง เดินเข้ามาบอกแจงขณะที่เธอกำลังนั่งอารมณ์เสียอยู่แถวๆริมแม่น้ำเพราะการกระทำของมาดาม

“เจ๊หงส์” แจงหันมาด้วยสีหน้าที่บอกบุญไม่รับ

“มีอะไร” แจงถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่สู้ดี แล้วก็หันกลับไปยังแม่น้ำอีก

  หลงค่อยๆขยับเข้าไปไม่ใกล้นัก ขออยู่ห่างๆก่อน เพราะเห็นสีหน้าแล้วกลัวโดนหางเลข ซึ่งตอนนี้แจงยังอยู่ในชุดหงส์ฟ้า

“เด็กคนนั้นกลับมาทำงานเหมือนเดิมแล้วครับ”

    แจงไม่หันกลับไป ได้แต่ส่งเสียงออกมาแทน

“เฝ้าดูมันเอาไว้ ว่ามันทำอะไร มันใช้เส้นทางไหน เดินทางยังไง อยู่กับใคร และที่สำคัญ” แจงกำลังคิดอะไรอยู่

“ที่ซุกหัวนอนมันอยู่ไหน ฉันต้องการที่จะรู้ชีวิตของมันทั้งหมด ไปสืบมา แล้วรีบมารายงานให้เร็วที่สุด”

    หลงรับคำสั่งแล้วรีบหายตัววับไปดำเนินเรื่องให้ทันทีโดยไม่รอช้า

“อีเน่ อีเด็กนรก คราวหน้ามึงอย่าหวังว่ามึงจะมีชีวิตรอดอีกเลย มึงทำกูแสบยิ่งนัก กูเกิดมา ไม่เคยเสียหน้าอะไรแบบนี้มาก่อนเลย”

 แจงมองไปที่แม่น้ำ แล้วบีบแก้วน้ำที่ถืออยู่ในมือจนแตกกระจายไปโดยไม่รู้ตัว ดีนะที่ใส่ถุงมือ เศษแก้วจึงไม่บาดมือ

“ชีวิตของแก ต้องแตกกระจายเหมือนแก้วใบนี้ อีเน่อีเด็กเวรอีเด็กนรก”

***** ฿฿฿฿฿ *****

    ก็อย่างว่า บัวปริ่มน้ำอย่างแจง คงจะช่วยกันดึงและนำขึ้นมาให้พ้นน้ำยากมาก ถ้าไม่มีใครแนะนำหรือชี้นำทางให้ไปทางที่ดี ไม่มีอะไรที่ดีไปกว่าการมีศักดิ์ศรี อำนาจ วาสนา ที่ใครหลายคนก็ต้องการจะมี หลังๆแจงจะทำอะไรก็ต้องให้ดูดีและไม่ยอมให้ใครมาฉีกหน้า เนื่องจากเธอเคยจนมาก่อน เมื่อมีโอกาสร่ำรวยมีอำนาจ ใครบ้างที่ต้องการจะเสียมันไปง่ายๆ ถ้าไม่ฉกฉวยโอกาสนั้นไว้

  ไม่รู้ว่าอีกเมื่อไหร่ เธอถึงจะมีวันนี้ได้อีก แจงจึงหมั่นฝึกฝนตัวเองเมื่อมีเวลา ไม่ยอมที่จะเสียตำแหน่งนี้ไป เหนื่อยปานใดก็จะยอมสู้จนกว่าจะหมดลมหายใจเฮือกสุดท้าย เธอตั้งปณิธานไว้เช่นนั้น เมื่อตัดสินใจเดินทางมืดนี้แล้ว จะชั่วจะเลวยังไงเธอไม่สน ขอให้จุดหมายปลายทางสำเร็จตามที่เธอต้องการเป็นใช้ได้

   ส่วนกลางทางจะเป็นเช่นใดนั้น จะใช้วิธีไหนช่างมัน ขึ้นชื่อว่าเลว มันก็คือเลว ไม่เกี่ยงวิธีอยู่แล้ว จริงไหม

----- ^^^^^ -----

  (16 ก.ค.) เนเน่เริ่มทำงานตามปกติ ทับทิมเดินมาดูที่ห้องเรียนที่กระจกด้านนอกไม่เข้าไป ปูนก็เช่นกัน ทั้งสองเมื่อเจอหน้ากัน ก็เหมือนลิ้นกับฟัน ไม่อยากที่จะเสวนากันสักเท่าใด ทับทิมเริ่มจิกเพื่อนก่อน

“ไง สบายใจหละซิ ที่เห็นลูกสาวสุดที่รักกลับมาทำงานได้ตามปกติแล้วหนะ”

“ปากเสีย” ปูนพูดใส่หน้าทับทิมเบาๆ

“อีปูน” ทับทิมทำตาถลนใส่ปูน

“อย่าคิดนะว่าแกเป็นน้องสาวพี่โมแล้วฉันจะไม่กล้าทำอะไรแกหนะ”

    ปูนเอามือขึ้นมาชี้หน้าเพื่อนรัก

“ก็เอาซิ ให้มันรู้ไปว่า 26 ปีที่ผ่านมา มันจะไม่มีค่าอะไรเลย”

    ทับทิมเอามือผลักอกปูนให้ถอยออกไป

“อย่าเอาเรื่องนั้นมาพูดมาขู่ฉันเลยไอ้เตี๊ย” ปูนพูดออกมา

“ฉันว่าแกรู้ดีอยู่แก่ใจ” ปูนพูดไป พร้อมกับเอานิ้วชี้ขวาจิ้มไปที่หน้าอกซ้ายของเพื่อนตลอด

“เพราะแกเองต่างหากที่เป็นคนทำให้มันพังไปหมดแล้วเอง ไม่ใช่ฉัน”

      แล้วปูนก็ใช้สองมือผลักทับทิมคืนกลับไป แล้วก็ยกมือซ้ายชี้หน้าเพื่อน

“ขอร้องอย่ากัดฉันอีก แล้วจะหาว่าฉันไม่เกรงใจ” คราวนี้ปูนเอาจริง

“ต่างคนต่างอยู่ จะดีกว่า” ปูนไม่ไว้หน้าทับทิมแล้วคราวนี้

“นี่มันเรื่องของคนในครอบครัวฉัน แกเป็นคนนอก ไม่เกี่ยว”

“เออ ไม่ยุ่งไม่เกี่ยวก็ได้” ทับทิมก็ใจเด็ดเช่นกัน

“แล้วแกจะเสียใจที่แกพูดแบบนี้ออกมาไอ้ปูน” ทับทิมชี้หน้าปูนกลับเช่นกัน

“แกก็รู้ดีว่าฉันเป็นคนยังไง 26 ปีที่คบกันมา ฉันไม่เคยลืมความทรงจำพวกนั้น” ปูนทบทวนอดีต

“แต่ถ้าแกต้องการจะให้มันไม่มีความหมายอีกต่อไป ฉันก็ยินดีจะลืม” ปูนยืนยันความคิดของเธอ

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกต่อไปจากนี้ ขอให้คิดเสียว่า เราไม่ได้เป็นอะไรกัน” ปูนลั่นวาจาออกมาแล้ว

“เพราะแกกับฉันขาดกัน ตั้งแต่วันนั้นแล้ว” ปูนพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังที่สุดเท่าที่เคยคุยกัน

   ไม่มีคำตอบจากปากของทับทิมอีกเลย เมื่อเจอประโยคนี้เข้าไป แล้วปูนก็ผลักทับทิมออกไปจนเซ ทับทิมทำหน้าไม่ถูกเลย เพราะตัวเองเป็นคนที่จ้องหาเรื่องเขาเองจริงๆ ทุกครั้งปูนไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่ม

  ปูนหันไปมองเนเน่ในห้องอีกครั้ง เนเน่หันมายิ้มให้ ทับทิมหันไปเห็นสายตาและรอยยิ้มของเนเน่เข้าก็เกิดอาการไม่พอใจอะไรก็ไม่รู้  รีบเดินออกไปจากหน้าห้องนั้นทันทีแบบหัวเสีย หงุดหงิดเอามากๆ

***** +++++ *****

 แตงโมกลับไปรื้อแฟ้มคดีเก่าๆเมื่อหลายปีก่อน เพราะข้องใจอะไรบางอย่าง ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีที่แล้วในคดีของเสี่ยคนหนึ่งที่จำได้ติดตาว่าเกิดการต่อสู้และมีปัญหาเล็กน้อยก่อนที่จะขึ้นศาลและก็ชนะในเวลาต่อมา

  เขาจำได้ว่าหนึ่งวันก่อนที่จะขึ้นศาล ทนายทางจำเลยได้นัดทานข้าวกับเขาและครอบครัวหนึ่งมื้อ และทางลูกความขอยื่นความจำนงค์ให้เขายอมความโดยที่จ่ายเงินใต้โต๊ะให้ แต่พอแตงโมไม่ยอม ก็เลยเกิดการต่อสู้และวิวาทกันขึ้นอยู่พักใหญ่ ไวน์ชั้นดีที่พวกนั้นเตรียมมาให้แตงโมเลยไม่ได้ทาน

    แต่กลับเป็นปูนที่ทานเสียเองจนเกือบหมด ขวดตกลงมาแตกเสียก่อน ขณะที่เกิดการต่อสู้ จนปูนเกิดอาการแปลกๆบางอย่างในวันนั้น แต่แตงโมก็ไม่ได้สนใจอะไร สนใจแต่ที่จะทำคดีและเอาเรื่องของจำเลยอย่างเดียว และในช่วงชุลมุนนั้นเองที่เผด็จได้เข้ามาช่วยปูนไว้ทัน แล้วได้พาปูนหายไปจากตรงนั้น

  หลังจากจบเรื่องการวิวาท แตงโมก็ตามหาตัวปูนไม่เจออีกเลย จนอีก 2 สัปดาห์ต่อมา ปูนถึงกลับมาดังเดิม และเริ่มมีปฏิกิริยาแปลกไป เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แต่สุดท้าย เมื่อปูนอธิบายเรื่องทุกอย่างให้ฟัง แตงโมก็ไม่ได้ติดใจอะไรอีกกับเรื่องนั้น ปูนบอกแค่เพียงว่า เผด็จเป็นคนพาเธอไปไว้ที่โรงพยาบาล หลังจากรักษาตัวจนหายดี จึงกลับมาก็เท่านั้น แตงโมจึงไม่ได้ติดใจและสืบหาเรื่องราวความเป็นมาอีกเลย เพราะมุ่งแต่ทำคดีเท่านั้น

<<<<< ----- >>>>>

 เผด็จรีบบอกให้ภณรีบตามหาคนที่ชื่อแจ้ง หลายปีแล้วที่คนๆนี้ได้หายตัวไปตั้งแต่ที่เกิดเรื่องในวันนั้น แก็งค์มังกรดำได้หายไปอย่างลึกลับจากเมืองไทย กับข่าวคราวของแก็งค์นี้ระยะหลังๆแทบจะหาร่องรอยอะไรไม่ได้ หรือเป็นเพราะมันไม่ได้มีสาขาอยู่ที่เมืองไทย มันมาจากต่างประเทศ ยังไงก็ต้องตามหาให้เจอ ไม่งั้นเรื่องของปูนจบไม่สวยแน่ ขืนเป็นอย่างนี้อีกต่อไป ถ้ายังไม่ได้ยาถอนพิษ นานวันถ้ามันซึมเข้าถึงกระแสเลือดหรือไม่ได้ทำการบำบัดและรักษาอย่างถูกวิธี ถึงจะมีเพศสัมพันธ์เพื่อให้ทุเลาได้บ้าง ปูนก็ต้องตายอยู่ดี

    เธอมีเวลาอยู่ได้อีกไม่เกินปีหน้า เพราะพิษชนิดนี้เท่าที่รู้มา คนที่ถูกและยังไม่ตาย จะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 4 ปี ก่อนตายอาการจะกำเริบ กระตุ้นให้มีเพศสัมพันธ์ถี่ขึ้นจาก 7 วันจะกลายเป็นทุกวันและวันละหลายๆครั้งๆละหลายรอบจนไม่มีแรง ผิวของร่างกายจะค่อยๆมีสีเขียวคล้ำ ริมฝีปากจะดำขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นผมก็จะกลายเป็นสีขาว เริ่มหลุดร่วงเหมือนคนแก่ชรา แก่ก่อนวัยไปในพริบตา เพียงไม่กี่วันถ้าถึงเวลาของมัน กระดูกเปื่อยชีพจรจะเต้นช้าลง พูดไม่ชัด ร่างกายจะไม่มีเรี่ยวแรง เพราะผ่านการร่วมเพศ หรือมีเพศสัมพันธ์บ่อยครั้งนั่นเอง

\\ +++++ \\

    3 วันต่อมา (19 ก.ค.) ทุกหน่วยของกงจักรทองจะเริ่มงานพร้อมกันคืนนี้ วิทย์และทีมต้องไปล้อมจับพวกค้าอาวุธสงคราม

“ลุงหนูกลัว” ขิงพูดกับเผด็จหลังจากที่เขามาส่งขิงที่บ้าน เพราะวันนี้วิทย์ไม่ได้กลับคอนโดอีก เพราะมีงานใหญ่ที่ต้องไปทำ

“อย่ากลัวเลย ลุงให้นพมาคอยอยู่ดูแลหนูแล้ว ถ้าไม่จำเป็นอย่าออกไปไหน ถ้าจำเป็นจริงๆบอกนพออกไปซื้อให้แล้วกัน นพมีฝีมือ พวกนั้นยังไงก็มาทำอันตรายอะไรหนูไม่ได้ แต่ถ้ามันจำเป็นจริงๆ ก็ใช้นี่ ลุงให้ไว้ติดตัวเพื่อฉุกเฉิน แต่ต้องจำเป็นจริงๆนะ”

“มันคืออะไรคะ” ขิงไม่เคยเห็น มันดูแปลก

“ถุงมือละลายเนื้อเยื่อ” ขิงยิ่งฟังก็ยิ่งงง

“แล้วมันใช้ยังไง” เผด็จหยิบถุงมือนั้นออกมา มันหนาๆคล้ายถุงมือผ้าสำหรับจับจานชามที่ใช้กับไมโครเว๊ป

“ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร ใช้งานง่ายมากๆ แต่หนูขิงอย่าไปถูกตรงนี้เชียวนะ”

  เผด็จชี้ให้ดูตรงพื้นที่ว่างๆกลางถุงมือ มันมีวงกลมสีขาวขุ่นอยู่ คล้ายผงเจลหรือของเหลวอะไรสักอย่าง

“เพราะมันจะกัดผิวหนังของเราจนละลายหายไป คล้ายๆกับน้ำกรดยังไงยังงั้น”

    เผด็จบอกถึงสรรพคุณ

“โดนแค่นิดเดียวก็เดี้ยงแล้ว เอาไว้ใช้สำหรับเวลาที่จวนตัวจริงๆ”

    เผด็จช่วยได้แค่นี้

“เช่น ถูกจับตัว หนูขิงก็ใส่ถุงมือนี้แล้ว แตะไปที่มือ ขา หรือตามร่างกายส่วนใดก็ได้ของพวกมันก็ได้” เผด็จอธิบายถึงวิธีใช้เบื้องต้น

“ผงนี้มันจะกัดทะลุพวกผ้าและผิวหนังที่บางๆกินวงได้กว้างเลยทีเดียว”

“มันร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอคะพ่อ”

    ขิงเผลอหลุดปากเรียกเผด็จออกมาอย่างนั้นจากจิตใต้สำนึก

“ครับ..เดี๋ยวนะ เมื่อกี้หนูเรียกลุงว่าอะไรนะ”

    เผด็จได้ยินชัด แต่ไม่แน่ใจ เลยถามกลับ

“เออ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ หนูเรียกผิด นึกว่าเป็นพ่อป๋อง เพราะลุงเป็นเพื่อนกัน เลยจำผิด” เผด็จเชื่อที่ขิงพูด

“เครๆ งั้นเก็บเอาไว้นะ ลุงต้องไปหละ ยังมีงานที่ต้องทำอีกเยอะ”

“ลุงคะ” เผด็จหันมา ขิงโอบกอดเผด็จเอาไว้ จิตใต้สำนักมันกระตุ้นขึ้นมาอีกแล้ว

    เพราะเธอรักเผด็จเหมือนพ่อของเธออีกคน เนื่องจากเผด็จคอยช่วยเหลือเธอมาตลอด

“ดูแลตัวเองด้วยนะคะ” ขิงหอมแก้มเผด็จทั้งสองข้าง

    เผด็จเอามือยีหัวขิงเล่น แล้วก็ผละออก

“เด็กโง่ ลุงไม่เป็นอะไรหรอก” ลุงต้องไปแล้ว ขิงหลุดปากออกมาอีกครั้ง

“พ่อ” เผด็จหยุดกึก และหันมามองหน้าขิงอยู่พักใหญ่ ไม่พูดอะไร ขิงโบกมือให้ เผด็จเอามือแตะไหล่ขวานพ

“ฉันฝากด้วยนะนพ” นพยิ้มให้

“ครับนาย ไม่ต้องห่วง ไอ้พวกนั้นไม่สามารถเข้าถึงตัวคุณขิงได้แน่ ผมเอาหัวเป็นประกัน นายไปเถอะ พวกนักข่าวสองคนกำลังมีภัย”

   นพเข้าใจเผด็จดี ว่ายังมีคนที่คอยให้ช่วยอีกเยอะ

“ขอบใจมาก” เผด็จหันไปมองขิงอีกที แล้วก็รีบขับรถไปช่วยเบิ้มกับดลทันที ก่อนที่จะไม่ทัน

  ทางด้านทับทิมเผด็จไม่กลัว เพราะให้ปูนไปสแตนบายแล้ว ถ้าทับทิมไม่ไหวจริงๆค่อยปรากฏตัวช่วย ที่เผด็จให้ปูนไปคอยช่วยอยู่ห่างๆเนื่องจากทับทิมมีลูกน้อยสองคน อาจจะห่วงหน้าพะวงหลัง ไหนจะป๋องที่พิการขาเป๋อีก คงอาจจะรับมือไม่ไหว ที่ปูนรับงานนี้ก็เพราะว่า เธอแยกแยะออกว่าอะไรคืออะไร ไม่เอาเรื่องส่วนตัวมารวม

>>>>> ***** <<<<<

  ทั้งสามหน่วยของกงจักรทองกระจายกันไปทำงาน สวนทางด้านอาวุธสงคราม มาดามให้หงส์ฟ้าและหน่วยน้ำของเธอมาช่วยคุ้มกัน เนื่องจากข่าวที่มาดามได้มามันกะทันหัน จึงจำเป็นต้องพึ่งพาแจง ทั้งๆที่ไม่อยากจะเห็นหน้าสักเท่าใด

“นั่นพวกมันมาแล้ว ไอ้หลงไปดูซิ” 

    หลงพยักหน้าแล้วเปิดประตูรถลงไปส่งสัญญาน

“มาดาม จะให้ทำยังไงต่อ จะลงไปตอนนี้หรือจะให้มันมาหาเราที่นี่”

“เจ้า ไปดู ถ้าเงินครบ ก็ส่งของให้มันได้เลย แล้วเอากระเป๋าเงินมาให้ข้า” มาดามขอดูลาดราว

“แต่ถ้ามันตุกติก เก็บพวกมัน แล้วเอาของเรากลับมา” มาดามยังคงรอบคอบ ไม่มีทางเสียเปรียบแน่

    แจงรับคำสั่ง แล้วเดินลงไป ทางดลกับเบิ้มกำลังนั่งรถกลับสำนักงานหลังจากออกทำข่าวในช่วงค่ำเสร็จ อีกไม่กี่กิโลจะถึงอยู่แล้ว อยู่ดีๆก็มีระเบิดลงตูมขวางหน้าไว้ จิตรีบหันหัวรถเข้าข้างทางทันที กวงบอกให้ลูกน้องรัวปืนใส่ทันที

“ฆ่ามัน” หมายจะเด็ดชีพคนที่อยู่ในรถทั้งหมด

    ดล เบิ้มและจิต หาทางออกจากรถ แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะลูกน้องของกวงล้อมรถไว้หมด ลงไปก็ไม่เหลือชีวิตอย่างแน่นอน

“เอาไงดีวะดล พวกมันล้อมอยู่เต็มไปหมด พวกนี้มันพวกไหนวะเนี่ย” เบิ้มทำข่าวมาหลายปี ไม่เคยเจอแบบนี้

“กงจักรทองพี่ ผมจำสัญลักษณ์ผ้าคาดเอวของพวกมันได้”

    ดลพูดไปด้วยและมองดูข้างนอกด้วย

“แล้วพวกนั้นมันจะมาฆ่าพวกเราทำไมวะ” เบิ้มทำเหมือนไม่เข้าใจ

“แค้น และไม่พอใจมั้งพี่” จิตยังเดาออก

“ใช่พี่ อย่าที่พี่จิตพูดนั่นแหละ” เบิ้มเข้าใจแล้ว

“ก็เราทำข่าวเจาะลึกเล่นงานมันถึงขนาดนี้ ไหนจะเรื่องแบ็งค์ปลอม”

    ดลอธิบายจนละเอียด

“ไหนจะเรื่องค้ากาม และเรื่องเลวๆของมันอีกกระบุงโกย”

    เบิ้มฟังแล้วเสียวสันหลังเลย

“พวกมันก็เลยต้องมาเก็บพวกเราให้พ้นทาง เพื่อที่ได้ไม่มีคนสาวไส้ความชั่วของพวกมันไง Get ไหมเฮีย”

    เบิ้มพยักหน้า .. ทางด้านบ้านของทับทิม หลังจากที่อาบน้ำลูกทั้งสองคนและให้นมทานจนอิ่ม ทับทิมก็อุ้มลูกเข้าเปลนอนพร้อมกับเห่กล่อม หูของทับทิมยังใช้การได้ดี ถึงแม้ว่าช่วงหลังจะไม่ได้ออกศึกสักเท่าใด

   เมื่อมีสิ่งผิดปกติ ก็เตรียมตัวรับศึกทันที โยนปืนให้ป๋องถือไว้ .. ทางด้านขิง โจ้และพวกค่อยๆย่องเข้าไปที่หน้าห้องและระเบียงคอนโดอย่างเงียบๆ แบ่งเป็นสองทาง ทางหนึ่งด้านหน้า อีกด้านห้อยตัวลงมาจากด้านบน นพบอกให้ขิงระวังตัว เพราะพวกนั้นมาแล้ว ที่รู้เพราะ นพติดเซ็นเซอร์เอาไว้ทุกด้านที่คิดว่าพวกนั้นจะลอบเข้ามาได้

“คุณขิงเข้าไปหลบในห้องนอนก่อนครับ และล๊อกประตูให้แน่น ใครเรียกห้ามออกมา ถ้าผมไม่ให้รหัสลับเข้าใจไหมครับ”

   ขิงรีบวิ่งเข้าห้องและทำตามที่นพบอกทันที เมื่อเข้าห้องขิงก็เข้าไปซ่อนตัวอยู่ในห้องลับที่อยู่ในห้องแต่งตัวอีกที .. เผด็จซัดอาวุธลับใส่พวกที่ล้อมรถโอบีดับไปที่ละคนสองคน

“ใครวะ เฮ๊ยพวกเรายิงมัน เจอใครที่แปลกหน้าไม่ใช่พวกเรา ยิงแม่งให้หมด สันดานเอ๊ย”

 แล้วเสียงห่ากระสุนก็ดังขึ้นภายนอกไม่หยุด ดลมีความรู้สึกว่ามีคนมาช่วย เพราะอยู่ดีๆจำนวนคนลดน้อยลงไปเรื่อยๆ

“พี่ทั้งสองคนอยู่ตรงนี้นะ ผมจะออกไปลุยกับพวกมันเอง พี่จิต พี่เตรียมสตาร์ทรถรอได้เลย” ดลมั่นใจมาก

“ถ้าผมให้สัญญานพี่ขับรถพาพี่เบิ้มกลับสำนักข่าวเลยนะ” ดลเลยตัดสินใจลุยเดี่ยวดีกว่าตายหมู่

“ผมไปหละ” พูดจบก็รีบเปิดประตูและดูจังหวะที่ปลอดภัย

  ดลกระโดดตีลังกาม้วนตัวลงไปลุยกับพวกนั้นทันทีด้วยมือเปล่า เผด็จใส่ชุดดำโผกหน้าลุยกับพวกนั้นอยู่แล้ว จึงเข้าไปช่วย หันหลังชนกันประจันหน้ากับพวกนั้นทันที หลังจากที่แย่งอาวุธและมีดสั้นจากพวกนั้นได้ ก็วิ่งหาที่หลบ ยิงกราดพวกนั้นโดยไม่รอช้า และส่งสัญญานให้จิตรีบขับรถออกไปเลย

    ทีมของตุ้มเยอะมากจริงๆ จู่โจมแบบสายฟ้าแล่บ ทับทิมกับป๋องก็ช่วยกันต่อสู้พวกนั้นอย่างเต็มที่ เสียงปืนดังขึ้น เด็กก็ส่งเสียงร้องซิครับ เอาแล้วคราวนี้ทับทิม ไม่มีสมาธิแล้ว เธอจึงรีบเรียกพี่เลี้ยงมาเอาเด็กออกไปจากห้องนี้ทันที แต่เพี่เลี้ยงก็ไม่สามารถฝ่าเข้าไปได้ เพราะพวกนั้น ยิงปืนดักเอาไว้ตลอด ทับทิมเจ็บใจมาก

   เป็นจริงอย่างที่เผด็จคิด ทับทิมพะวงเรื่องลูก จึงสู้ได้อย่างไม่เต็มที่ ปูนจึงต้องรีบปรากฏตัวออกมาช่วยเพื่อนทันที

“ไอ้ตุ้ม นิสัยเหี๊ยๆของมึงทำไงถึงจะหายวะ” ตุ้มหันไป

“วิหคขาว”

“เออกูเอง” ปูนกอดอกพูดกับตุ้ม

“มึงมาได้ยังไงวะ” ตุ้มสงสัยมาก

“แม่มึงกระซิบบอกกูไง ว่าให้มากำราบลูกชั่วๆอย่างมึงให้ที”

“อีเวรเอ๊ย เล่นถึงแม่กูเลยเหรอ พวกเราเอามัน”

    มีเหรอที่ปูนจะยอมปล่อยไป ตุ้มฉุนมากที่ปูนเล่นแรง รีบสั่งการลูกน้องๆก็ต่างรีบโถมเข้าจู่โจมปูนแบบหมาหมู่

“อย่าให้มันรอด” ปูนกระโดดหมุนลอยตัวแล้วซัดอาวุธลับออกไป ล่วงลงมาตายหมดทุกคน

“ยิงแม่งเข้าไปซิ ปืนที่พวกมึงถือมาหนะ จะเอาไว้ทำเหี๊ยอะไรกัน ยิง”

   พวกนั้นรุมยิงถล่มกินโต๊ะปูนกันใหญ่ ปูนนั่งชันเข่าขวาขึ้นแล้วดึงผ้าคลุมพิเศษที่สามีทำขึ้นมาให้ใหม่มาปิดร่างตัวเอง จากนั้นพอเสียงและควันจางลง ปูนก็ขอคืนบ้าง

“หมดกระสุนแล้วใช่ไหม ไอ้พวกเวร ตาฉันบ้างหละ”

  ปูนซัดลูกเหล็กและระเบิดจิ๋ว ไปยังกลุ่มพวกนั้นทันที ระเบิดดังตูมตาม ร่างแหลกเหลวไม่เหลือสักคน แล้วปูนก็ชี้หน้าตุ้ม

“สันดานเอ๊ย กูไม่น่าปล่อยมึงให้ลอยนวลตั้งแต่เมื่อ 3 ปีที่แล้วเลย”

    ปูนต่อว่าตัวเอง

“ถามจริงๆเถอะมึงกับไอ้กวงรอดมาได้ยังไงวะ”

    ปูนข้องใจมาก เลยขอถามสักหน่อย เพราะอยากรู้จริงๆ

“ถ้าอยากรู้ กูจะบอกให้ก็ได้ ก่อนที่มึงจะตายแบบตาไม่หลับ” ตุ้มยอมบอก

“ถ้าวันนั้นกูกับไอ้กวงไม่แกล้งตาย โดยกินยาหยุดหายใจชั่วคราวไป”

    ปูนงงมาก เมื่อได้ยินชื่อยา

“วันนั้นกูคงได้ไปคุยกับยมบาลนานแล้ว” ปูนหลุดปากออกมา

“มียาแบบนี้ในโลกด้วยเหรอวะ” เธอนึกขึ้นมาได้ขนาดเธอยังโดนพิษบำเรอรักได้เลย แล้วนับประสาอะไรกับยาที่ตุ้มทานจะไม่มี คิดจบปูนก็ช่วยเหลือเพื่อนกับป๋องอย่างเต็มที่ ทั้งๆที่ไม่อยากจะช่วย

“ปูน” ปูนรีบตะโกนบอกเพื่อน

“อย่าเรียก” ดีนะที่พวกนั้นไม่ได้ยิน เพราะอยู่ไกล ทับทิมลืมตัวไปชั่วขณะ

  ถ้าพวกนั้นรู้ตัวตนของปูนอีกคนจะลำบาก พวกนั้นรีบสาดกระสุนปืนมาอีกชุด ปูนรีบกางแขนกันทับทิมกับครอบครัวไว้ แล้วให้รีบให้ออกไป ทับทิมพยักหน้า ตอนนี้ทับทิมขอสงบศึกกับเพื่อนชั่วคราว

“แกรีบพาลูกกับอาป๋องไปจากตรงนี้ก่อน ทางนี้ฉันรับมือได้สบายมาก ของเล่นฉันเยอะ ไป”

   ป๋องขอบคุณปูนอีกคน ปูนยิ้มและพยักหน้าให้ พูดจบ ปูนก็ซัดอาวุธลับออกไปทันที เสร็จไปอีก 3 ทับทิมกับป๋องอุ้มลูกไปคนละคน ตุ้มวิ่งตามทับทิม ปูนเหวี่ยงแส้ไปรัดคอตุ้มเอาไว้และดึงกลับมา

“อย่าอยู่เลยมึง” ตุ้มรีบยิงปืนใส่ ปูนต้องปล่อยแส้ และหลบทันที ตุ้มแก้แส้ที่รัดคอออก แล้วยิงใส่ปูนแบบมั่วๆ

***** ----- *****

“ไอ้กวง ถ้ามึงยังไม่อยากตาย และสูญเสียไปมากกว่านี้ กูว่ามึงพาลูกน้องของพวกมึงกลับไปซะเถอะ หน่วยไฟของมึง ระวังจะมอดนะ เดี๋ยวจะหาว่ากูไม่เตือน”

  เผด็จมีการพูดขู่และข่มขวัญศัตรูอีกด้วยต่างหาก พูดจบเผด็จก็ยิงปืนไฟใส่พวกที่ยังยืนเจ๋ออยู่ตรงนั้นอีกสิบกว่าคน ต่อหน้าต่อตากวง กวงทำอะไรไม่ถูกเลย

“อ๊าก” พวกที่โดนไฟเผา ต่างก็ร้องกันโอดโอยไปตามๆกัน เผด็จฌาปนกิจให้เสร็จ กวงเห็นท่าไม่ดี รีบสั่งลูกน้องที่เหลือถอยทัพกลับทันที

“ถอย หน่วยไฟกลับ ตัวใครตัวมัน” ดลวิ่งไล่เตะไอ้พวกกะเลกะลาดบางคน

   สักพักก็เดินกลับมาว่าจะขอบใจเผด็จสักหน่อย แต่ก็ไม่ทันแล้ว เผด็จหายตัวไปจากตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่ดลเดาได้ว่าใครมาช่วยเขา เพราะจำอาวุธพวกนั้นได้

“สมแล้วที่ได้ฉายามือปราบเทวดา ผู้การ/ท่านรองฯเผด็จ นับถือจริงๆ ยิ่งแก่ ยิงเผด็จริงๆ ผับผ่าซิ ยอมใจให้เลย ตาแก่หนังเหนียว อีตาเขี้ยวลากดิน 5555+”    

<<<<< ===== >>>>>

   นพกำลังลุยกับพวกนั้นอย่างสนุกมือ อาวุธที่เผด็จให้ไว้ใช้พอไหว กระบองมีดคู่ เมื่อต่อเข้ากันจะกลายเป็นทวนยาว และไหนจะระเบิดจิ๋วอีก โจ้พยายามวิ่งหาว่าขิงอยู่ตรงไหน นพก็วิ่งเข้าไปขัดขวาง โจ้จึงยังไม่สามารถเข้าไปในห้องได้

“อยู่ไหนวะ ออกมา อย่าหลบ อย่าหดหัว เก่งจริงออกมาซิวะ”

    โจ้กำลังหัวเสีย เมื่อหาขิงไม่เจอ ลูกน้องก็ตายไปเยอะแล้ว เพราะมาขวางไว้ให้นั่นเอง นพจึงต้องหันไปสู้ตรงนั้น ไม่นานโจ้กับลูกน้องอีกส่วนหนึ่งจึงสามารถพังประตูห้องนอนเข้าไปได้ทันทีด้วยปืนหลายนัด ลูกปิดพังทันที โจ้จึงสามารถวิ่งเข้าไปได้

\\ ----- /////

   หลงหันไปบอกแจง “เงินครบครับเจ๊ ไม่มีสอดไส้ ผมตรวจดูหมดทุกปึกแล้ว Ok” แจงหันไปพยักหน้าให้กับมาดาม มาดามสะบัดมือ แจงพาพวกลูกค้าทหารรับจ้างที่มาจากชายแดนไปดูอาวุธสงครามที่อยากได้

   แจงให้หลงเปิดลังอาวุธ พวกนั้นหยิบตรวจดู ทั้งปืนกลและระเบิด เมื่อครบ พวกนั้นก็สั่งให้ลูกน้องมาขนถ่ายของทันที ระหว่างนั้นวิทย์จึงแสดงตัวออกจับทันที

“นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอให้พวกแกวางอาวุธเดี๋ยวนี้ พวกเราได้ล้อมที่นี่ไว้หมดแล้ว อย่าได้คิดต่อสู้และหนีเป็นอันขาด เราไม่อยากให้มีการสูญเสีย มอบตัวซะ โทษหนักจะได้เป็นเบา” แจงไม่สนใจ สั่งลูกน้องลุยทันที

“พวกเราลุย คุ้มครองมาดาม”

   สิ้นเสียงของแจง พวกหน่วยน้ำของเธอ เริ่มเปิดฉากทันที พวกทหารรับจ้างนับสิบก็ต้องสู้ด้วย รีบเปิดลังที่พึ่งซื้อหมาดๆ หยิบเอาอาวุธมาใช้ทันที รวมถึงระเบิดด้วย อาวุธนับสิบๆลังที่อยู่ในรถทั้งสองคันนั้นเป็นหลักฐานอย่างดีเลยทีเดียว

    มาดามตกใจมากที่วิทย์รู้ได้ยังไง รีบให้ลูกน้องขับรถหนีทันที วิทย์เห็นว่างานนี้มาดามมาด้วย จึงรีบวิ่งออกไปขัดขวาง ยิงปืนใส่รถคันนั้นไม่นับ โชคดีที่เป็นรถกันกระสุน จึงไม่เป็นไรหนีไปได้อย่างหวุดหวิด

    แจงรีบวิ่งมาขัดขวาง และได้ต่อสู้กับวิทย์แบบประชิดตัว ฝีมือสูสีพอๆกัน

“มาแล้วเหรอหงส์ฟ้าปลอม ยอมโผล่หัวออกมาจนได้”

“นี่นะเหรอ สารวัตร มือปราบดีเด่น หน้ายังอ่อนอยู่เลยนี่”

“อ่อนไม่อ่อน ก็สามารถจับแกได้ก็แล้วกัน” ว่าแล้วทั้งสองคนก็ปะมือกัน

   แจงก็ไม่สามารถที่จะเอาชนะวิทย์ได้ เพราะเผด็จสอนมาดีกับลีลาการต่อสู้ที่ไม่เหมือนใคร บวกกับลูกเล่นต่างๆ ที่เพิ่มเติมขึ้นในช่วงที่พักฟื้นอยู่ที่อัมพวานั่นเอง วิทย์ดึงพลองคู่ขึ้นมาใช้ เขารู้สึกว่าชอบ เนื่องจากมันเล็กและกะทัดรัดคล่องตัวดี เพราะมันสามารถดัดแปลงในการต่อสู้ได้หลายแบบ

“เข้ามาหงส์ฟ้าปลอม วันนี้ฉันจะจับแกให้ได้”

    แจงสะแหยะยิ้มให้วิทย์ เพราะก็มั่นใจในฝีมือตัวเองเช่นกัน

“ถ้าคิดว่าแน่และเก่งจริงก็เข้ามา”

     ทั้งสองต่อสู้และประลองฝีมือกันอยู่พักใหญ่ ก็ไม่มีใครแพ้ใคร

***** ///// *****

    โจ้เดินดูว่าขิงอยู่ไหน มันค้นทุกซอกทุกห้องที่คิดว่าจะอยู่ ใต้เตียง ห้องน้ำ ในตู้ รวมถึงห้องน้ำ และสุดท้ายเข้ามาถึงห้องแต่งตัว

“อยู่ไหนวะ” โจ้เดินไปตะโกนไป

“ออกมาให้ฉันจับซะดีๆ นังตัวดี ท้องโย้ออกขนาดนั้น จะไปไหนได้”

  โจ้และลูกน้อง เดินดูทุกตู้ทุกซอกว่าหลบตามหลังตู้ไหม ขิงตัวสั่น เพราะไม่เคยเจอเรื่องหนักๆแบบนี้ รีบใส่ถุงมือที่เผด็จให้ไว้ทั้งสองข้างเอาไว้ทันที กลัวก็กลัว

“อยู่ไหน บอกให้ออกมา อย่าให้ฉันจับได้นะ มีเจ็บตัวแน่”

    ถ้าเป็นเมื่อก่อน จะไม่ว่าอะไรเลย เพราะร่างกายปกติ แต่นี้ดันมาท้องซะนี่เลยทำอะไรมากไม่ได้ กลัวเด็กในท้องเกิดอันตราย โจ้และลูกน้องฟาดข้าวของเสียหายไปทั่ว จนกลับออกไป

“บอกให้ออกมา ฉันเหนื่อยแล้วนะ ออกมา ออกมา อย่าดื้อ เร็ว”

  แต่เนื่องจากด้วยความกลัวขิงจึงขยับถอยหลัง แล้วไปโดนกล่องใบหนึ่งในตู้ จึงหล่นลงมาเสียงดังไปหมดโจ้ได้ยินจึงรีบวิ่งเข้าไปใหม่อีกครั้ง และให้ลูกน้องช่วยกันตรวจดูตามข้างฝาว่ามีห้องลับตรงไหนอีก

“นั่นมันอยู่ข้างใน พวกแกกลับเข้าไปใหม่เร็ว แล้วหาให้เจอเร็ว”

    โชคช่างเข้าข้างโจ้ซะเหลือเกิน

“ว่าไงเจอไหม” ลูกน้องตะดกนกลับมาคนนึง

“เจอแล้วพี่ มันอยู่นี่ อยู่ทางนี้”  โจ้รีบวิ่งไปทันที

“5555+” สุดท้ายก็เจอจนได้ เพราะกล่องใบหนึ่งมันดันประตูลับเลื่อนออกมานิดหนึ่ง จึงเห็นว่ามีคนอยู่ข้างใน โจ้จึงสั่งให้ลูกน้องไปลากตัวขิงออกมา

“ไปเอาตัวมันออกมา มีห้องลับจริงๆด้วย” โจ้ดีใจมากที่เจอเสียที

“แสบจริงๆ ใช้ฝาผนังเพื่อให้กลมกลืนกับห้อง สุดยอดประทับใจจริงๆ เอาตัวมันไป” โจ้ใช้ปืนจ่อให้ขิงออกมาจากห้องลับตรงนั้น

“ปล่อย ฉันออกมาเองได้ ไม่ต้องมาแตะต้องถูกเนื้อตัวฉัน”

“จ๊ะเอ๋ สาวน้อยท้องโย้ ออกมา ถ้าไม่อยากให้ลูกแกต้องตาย หรือแท้งค์ไปเสียก่อน เร็ว” ลูกน้องสองคนเดินเข้าไปลากตัวขิงออกมา

  ขิงพยายามจะทำให้ตัวเองหลุดเป็นอิสระ จึงนึกถึงที่เผด็จบอกได้หลังจากที่สติแตกอยู่พักนึง รีบเอามือทั้งสองข้างจับไปที่แขนของทั้งสองคน ทั้งสองคนนั้นแหกปากร้องและปล่อยมือขิงทันที เพราะปวดแสบปวดร้อนที่ข้อมือของตัวเองมาก เพราะโดนพิษที่ฉาบไว้ที่ถุงมือ มันกำลังทำงาน กำลังกัดกินเนื้อเยื่อต่อหน้าต่อตาขิงอย่างเห็นได้ชัด โจ้ตกใจมาก คราวนี้ขิงไม่กลัวแล้ว จึงรีบวิ่งไล่แตะพวกนั้นอย่างสนุกสนาน โจ้กับพวกนั้น จึงต้องวิ่งหนีขิงแทน ไม่กล้าเข้าใกล้ขิงอีกเลย ขิงแตะได้อีก 2-3 คน ล้มลงตายต่อหน้า เพราะแตะโดนหน้าบ้าง หลังบ้าง นพวิ่งเข้าจัดการกับพวกที่เหลือต่ออีก โจ้รีบผลักลูกน้องที่อยู่ใกล้ตัวบังตัวมันไว้ แล้วรีบหนีกลับออกไปทันที ไม่ถึง 5 นาทีพวกหน่วยดินของโจ้นั้น ก็เผ่นกลับออกไปแบบไม่คิดชีวิต แตกผ่ายไม่เป็นท่า

“แหม ถุงมือของพ่อนี้ดีจริงๆ รอดตายก็เพราะสิ่งนี้ เห็นทีจะต้องขอพ่อเก็บเอาไว้ใช้ซะแล้ว ไม่อยากคืนเลย”

  ขิงรีบดึงถุงมือนั้นเก็บและเผลอลืมตัวเรียกเผด็จว่าพ่อจนติดปากเสียแล้ว นพเดินเข้ามาถามปูนด้วยความเป็นห่วง

“เป็นยังไงบ้างครับคุณขิง ปลอดภัยนะ”

    ขิงยิ้มและพยักหน้าให้ แล้วก็มานั่งพักทานน้ำกัน นพรีบโทรแจ้งตำรวจท้องที่ให้มาจัดการกับศพพวกนั้น และเก็บหลักฐานเท่าที่จำเป็นไปเพื่อดำเนินคดีขยายผลในอนาคต เมื่อตำรวจกลับไป จากนั้นทั้งสองก็ช่วยกันเก็บข้าวของที่แตกกระจายวายวุ่นให้เรียบร้อย

<<<<< ***** >>>>>

  ทางฝั่งหมวดบูรณ์กับจ่านึก ก็ยิงต่อสู้และพยายามจับพวกนั้นให้ได้ พวกทหารรับจ้าง หยิบระเบิดปาใส่พวกตำรวจไม่นับ

“สารวัตร พวกมันใช้ระเบิดหนักมาก พวกเราไม่มีของเล่นอย่างมัน กระสุนก็ใกล้หมดแล้ว จะเอายังไงดีครับ ช่วยรีบสั่งการด้วย ผมกับจ่า จะต้านไว้ไม่ไหวแล้ว กำลังพลของเราบาดเจ็บกันหลายคนเลยทีเดียว”

   หมวดบูรณ์ตะโกนถาม เพราะเริ่มจะต้านไม่ไหวแล้ว และยังไม่ทันที่วิทย์จะตอบอะไรกลับ ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงปืนกล ดังกราดมาจากไหนไม่รู้ ดังยังกะปะทัดเป็นชุดตับใหญ่ พร้อมกับรถมอเตอร์ไซด์ติดปืนกลลึกลับคันหนึ่งเหาะลอยผ่าเปลวไฟและผู้คนฝูงนั้นข้ามมาลงจอดอย่างสง่าผ่าเผย แล้วหันไปปาระเบิดใส่อีก 2 ลูก <บึ้มๆ>

  พวกทหารรับจ้างและหน่วยน้ำของแจงนั้น ตัวปลิวลอยกระจายกันคนละทางสองทาง พวกนั้นไม่ทันตั้งตัว เจอการจู่โจมแบบกองโจรเข้าให้ ต่างก็ล้มตายกันละเนละนาดไปตามๆกันในพริบตา

   ไม่ใช่ใคร เผด็จนั่นเอง พร้อมกับโดรนปืนกลพิฆาตของภณอีกต่างหาก ทำงานต้องใช้สมอง ไม่ต้องใช้คนเยอะถ้าไม่จำเป็น นี่แหละหลักการทำงานของเผด็จ

“วิทย์ หงส์ฟ้าปล่อยเป็นหน้าที่ของลุงเอง แกไปจัดการพวกนั้นซะ อย่าให้มันเอาของกลางไปได้ ไป” เผด็จตะโกนออกไป

“ครับลุง” วิทย์รีบผละตัวออกจากแจงทันที

  แจงเจ็บใจมากที่เผด็จมาขวางเธออีกแล้ว แจงรู้ว่าสู้เผด็จไม่ได้ จึงคิดจะหนี แต่ช้าไปแล้ว

“จะไปไหนจ๊ะเนตร ทำไมนะ พี่ขอหนูดีๆ บอกกับหนูกี่ครั้งแล้ว ว่าอย่ามาเดินทางนี้ ทำไมหนูไม่ฟังและไม่เชื่อพี่เลย ทำไมนะ”

>>>>>>>>> ********** <<<<<<<<<<

โปรดติดตามตอนต่อไปใน  ตอนที่ 17 .. “ คนึงหา ”


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น