อัปเดตล่าสุด 2022-09-14 14:01:54

ตอนที่ 10 .. “ อสรพิษ ”

ไม่รู้ส่วนไหน - วงชายส์ 

นิยาย แนว สืบสวนสอบสวน (Suspense) / Action

ตอนที่ 10 .. “ อสรพิษ ”

“ข้าน้อยสมควรตายตอนนี้ข้าน้อยอยากจะรู้แล้วว่า แม่นางน้อยทำงานอยู่ที่ใดมิทราบ”

  จากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มเฮฮามีความสุขมากขึ้น เนเน่เริ่มจะไว้ใจดลมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“ฉันทำงานอยู่ที่ แองเจิ้ลฟิตเนต เป็นครูสอนศิลปป้องกันตัว แถวๆบางบัวทอง”

“ไม่น่าเชื่อ ก็ต้องเชื่อ ว่าตัวแค่นี้ จะเป็นครูคนแล้ว”

“ก็แค่สอนเด็ก อายุไม่เกิน 15-16 ไม่ได้เก่งกาจอะไรมากนักหรอกจร้าพ่อหนุ่ม”

“ยังไงก็ถือว่าเก่ง ข้าน้อยขอคารวะ แม่นางน้อย 1 จอก” เนเน่เล่นตอบกับดลด้วย เพราะกำลังมีความสุข

“ยินดีๆ เอ้า 1 จอก” จากนั้นทั้งสองก็พูดคุยกันเล่นเรื่อยเปื่อยไม่รู้ว่าสรรหาเรื่องอะไรมาคุยกันจนเวลาได้ล่วงเลยไปโดยไม่รู้ตัว ดลดูเวลา ที่ข้อมือ ใกล้จะ 2 ทุ่มแล้ว

“ข้าน้อยต้องขอตัวก่อนหละนะแม่นางน้อย นี่เวลาก็ล่วงเลยมาหลายชั่วยามแล้ว ขอตัวไปทำงานก่อน โอกาสหน้า ถ้ามีโอกาสแล้วค่อยมาสังสรรค์กันใหม่” เนเน่รับคำตามที่ดลบอกทันที

“ยินดีๆ เชิญ” แล้วดลก็ลุกขึ้น

   ก่อนที่จะเดินออกจากร้านนี้ไป ก็หันกลับมาบอกสั้นๆ

“อย่าลืมวันเสาร์ เรามีนัดกันนะแม่นางน้อย”

  ดลหันมาชี้นิ้วไปที่เนเน่ เนเน่ยกมือซ้ายรับทราบ พอดลขับรถกลับไปทำงาน เนเน่ก็ค่อยๆเดินอมยิ้มออกมา ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว แต่ความสุขของเธออยู่ได้ไม่นาน ก็ต้องสะดุดลงทันที เมื่อเธอเงยหน้ามาพบกับคนๆหนึ่งที่เธอไม่อยากจะเจอเอาเสียเลย

“แม่เพ็ญ”

\ ----- /////

  ดลกลับมาถึงสถานีในเวลาประมาณ 2 ทุ่มเศษๆ รีบทำสกรู๊ปพิเศษต่อให้จบและแล้วในคืนนี้ เบิ้มก็เริ่มนำเสนอข่าวในช่วงเบรก 4 ทุ่มเพื่อลวงให้ฝ่ายมาดามหลงกลติดกับ ผลจะออกมายังไงไม่มีใครรู้ ก็ต้องดูกันต่อไป ดลทำหน้าที่ช่างกล้องดังเดิม เริ่มให้สัญญาน

“พร้อมนะพี่” เบิ้มยกมือ Ok

“เสียงพร้อม ภาพพร้อม เดินสัญญาน”

    ดลกับเบิ้ม เริ่มเปิดฉากทำสงครามจิตวิทยากับกงจักรทองทันที

“ตอนนี้ทางตำรวจฝ่ายปราบปรามพิเศษ ได้เบาะแสสำคัญมาส่วนหนึ่ง เพราะสามารถจับกุมพวกที่ใช้เงินปลอมกลุ่มใหญ่ได้บ้างแล้ว และหนึ่งในคนร้ายกลุ่มนี้ ได้ให้เบาะแสรวมถึงที่มาและเส้นทางการเดินของเงินด้วย ผู้ใดที่คิดว่ามีแบ็งค์ปลอมครอบครองอยู่ ช่วยกรุณานำเงินเหล่านั้นมาคืนให้กับทางสถานีตำรวจด้วยได้ทุกสถานีและทุกท้องที่นะครับ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะไม่มีความผิดใดๆทั้งสิ้น 1 เดือนจากนี้ไปเราจะเปิดรับการคืนธนบัตรปลอม และหลังจากนี้ไปแล้ว ถ้าใครยังมีครอบครองเอาไว้ แล้วนำมาใช้ ทางตำรวจตรวจเจอเมื่อไหร่ ถือว่ามีความผิดตามกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ทันที จะถูกจับดำเนินคดีโดยไม่มีข้อยกเว้น สำหรับรายละเอียดและความคืบหน้าต่อไป เมื่อมีเพิ่มทางสถานีจะนำมานำเสนอให้อีกในครั้งต่อไป .. บรรชา รายงาน ปวรรัชดล ถ่ายภาพ .. จบข่าว”

 มาดามได้ฟังข่าวนี้แล้วเต้นขึ้นมาทันที อย่างที่ดลคิดเอาไว้ มาดามรีบยกหูโทรศัพท์ตามห้าแกนนำขององค์กร มาประชุมด่วนทันทีในเช้าวันรุ่งขึ้น เพื่อเตรียมแผนที่จะแก้เกมส์ของดล ทำให้เกิดการปั่นป่วนในองค์กรแบบไม่นึกไม่ฝันได้เหมือนกัน

<<<<< ===== >>>>>

 เนื่องจากในเช้าวันนี้ ดลได้ติดต่อขอพบกับวิทย์ เพราะครั้งหนึ่งวิทย์เคยให้นามบัตรกับดลเอาไว้ ถ้ามีอะไรพิเศษก็ให้ติดต่อเขาได้ตลอดโดยตรง ครั้งนี้ดลจึงลองเชื่อใจตำรวจอย่างวิทย์ดูสักครั้งว่า จะเป็นตำรวจมือสะอาดอย่างที่เขาคิดไหม โดยดลได้ขอให้วิทย์ทำหนังสือเวียนเรื่องขอรับคืนแบ็งค์ปลอมทั่วประเทศภายใน 1 เดือน รวบรวมแบ็งค์ปลอมทุกชนิด 100,500และ1,000 บาท ที่กำลังทำความวุ่นวายเสียหายอยู่ในท้องตลาดปัจจุบันนี้กลับมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ได้เท่าไหร่เอาเท่านั้น ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

   วิทย์เล่นด้วย ได้เขียนหนังสือแจ้งขึ้นไปยังเจ้านายที่มีอำนาจ หลังจากที่คำสั่งได้รับการอนุมัติอย่างเร่งด่วน วิทย์จึงบอกให้พวกลูกทีมแฟ็กซ์กระจายคำสั่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั่วระเทศอย่างเร่งด่วน ตั้งแต่บ่ายแล้ว ไม่งั้น ดลไม่กล้าให้เบิ้มนำเสนอข่าวนี้ออกไปหรอก

***** ///// *****

  ขิงภรรยาสาวของวิทย์ ซึ่งกำลังนั่งชมรายการทีวีอยู่ได้ยินและรับฟังข่าวนี้จึงหันหน้าไปถามสามี

“มิน่าหละ เมื่อตอนสายวันนี้ที่วิทย์ให้ขิงรีบเอาหนังสือคำสั่งรีบเข้าไปเซ็นต์ด่วน เพราะแบบนี้นี่เอง วิทย์คิดว่ามันจะได้ผลไหม” ขิงยังไม่มั่นใจสักเท่าใด “ไม่รู้ซิ” วิทย์เองก็ไม่มั่นใจเช่นกัน

“แต่อย่างน้อยเราก็สามารถดึงและเรียกเก็บพวกแบ็งค์ปลอมต่างๆกลับมาได้บ้างไม่มากก็น้อย” วิทย์ขอวัดดวง

“ประชาชนทั่วประเทศจะได้ไม่ต้องนอนหวาดระแวงเรื่องการใช้เงินสดอีกต่อไป” วิทย์คิดเช่นนั้น

“ไอ้พวกเรามีแอปธนาคาร มันก็ไม่ค่อยน่าห่วงสักเท่าใด แต่วิทย์ห่วงพวกตาสีตาสา พวกคนเฒ่าคนแก่ที่เขาไม่มีแอปใช้อย่างพวกเราก็เท่านั้น วิทย์ว่าคนชนชั้นนี้มีเยอะมากกว่าชนชั้นอย่างพวกเราซะอีกนะ ขิงว่าจริงไหม”

“ก็น่าจะจริงนะ” วิทย์เดินไปลูบท้องเมียสาว แล้วเอาหูอิงฟังเสียงลูกในท้อง

“ขอให้แข็งแรงนะลูก จะเป็นหญิงหรือชายพ่อไม่ว่า ขอให้แข็งแรงก็พอ” จากนั้นวิทย์ก็จูบไปที่ท้องของเมีย

        สักพักป๋องเดินเข้ามา เมื่อเห็นผัวเมียคู่นี้รักกันดี ขิงเลยยิงคำถาม ถามป๋องไปตรงๆ เพราะไม่อยากให้ป๋องทำหน้าแบบนี้ตลอดเวลา

“พ่อขา หนูขอถามพ่อตรงๆเลยนะ ที่พ่อมาอยู่กับหนูและวิทย์ที่นี่เนี่ย ไม่ใช่เพราะอยากมาดูแลหนูอย่างที่พ่อบอกใช่ไหม” ป๋องพยักหน้า

“แล้วตกลงมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นหละคะ” ขิงถามตรงๆ

“พ่อพอจะบอกหรือเล่าทุกอย่างให้กับหนูและวิทย์ฟังจะได้ไหม” ขิงอยากช่วย

“เผื่อหนูกับวิทย์อาจจะช่วยพ่อได้บ้าง บอกตามตรงนะว่าหนูไม่สบายใจเลยที่เห็นพ่อเป็นแบบนี้” ขิงมองหน้าพ่อ

“เวลาที่หนูไปทำงาน หนูก็อดคิดไม่ได้ว่ามันเกิดเรื่องขึ้นกับคนที่หนูรัก หนูกับวิทย์รักพ่อมากนะคะ พ่ออายุก็มากแล้ว หนูอยากให้พ่อมีความสุขในบั้นปลายของชีวิต นะคะพ่อ” ขิงเล่นพูดตรงแบบนี้ ป๋องตอบไม่ถูกเลย

“เออ..” ป๋องยังคงอายที่จะบอกเรื่องนั้นกับขิงและวิทย์

        แต่สุดท้ายก็ไม่อยากให้ทั้งสองคนไม่สบายใจ ป๋องจึงต้องยอมบอกความจริง แล้วป๋องก็เล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้กับขิงและวิทย์ฟัง พอเล่าจบ ขิงจึงทำเรื่องเครียดให้เป็นเรื่องตลกซะงั้น

“โธ่เอ๊ยพ่อ นึกว่าเรื่องอะไร”

   เพื่อกลบเกลื่อนไม่ให้พ่อเสียหน้าและอายมากไปกว่านี้ วิทย์เองฟังแล้ว ยังไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่ขิงทำไมถึงหัวเราะออกมาได้ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

   ป๋องกับวิทย์เลยหันไปมองหน้าขิง แล้วทำหน้างง

“พ่อขา นี่มันเรื่องธรรมชาติ” ขิงจึงอธิบายให้ฟัง

“อย่าไปคิดมาก ถ้าหนูเป็นพ่อหนูก็ทำ ความอยากในเรื่องแบบนี้มันไม่เข้าใครออกใครหรอก เห็นนมอยู่ข้างหน้าเต้าใหญ่ๆแบบนั้น ใครบ้างจะอดใจไหว นมไอ้ทิมมันเล็กซะที่ไหน” วิทย์กับป๋องตั้งใจฟัง

“ใหญ่เกินตัวขนาดนั้น เป็นหนูอยู่ตรงนั้นหนูก็ต้องทำแบบพ่อ”

    ขิงพูดความจริงออกมาให้ฟัง

“แต่สิ่งที่พ่อทำหนะ มันผิด ไม่ถูกต้อง ตรงที่ว่า ทำไมไม่ขอไอ้ทิมมันดีๆก็เท่านั้น” ขิงพูดเหมือนกันเปี๊ยบ

“มันก็บอกแล้วว่า ถ้าขอมันดีๆ มันก็ให้ ผัวเมียกันเรื่องแบบนี้เขาถือว่าปกติ ธรรมชาติ” ขิงพูดจนหมดเปลือก

“ดีนะที่ลูกไม่เป็นอะไร ที่มันโกรธพ่อหนะไม่ใช่เรื่องที่พ่อเยสมัน”

    ขิงพยายามหลีกเลี่ยงคำตรง

“แต่มันโกรธที่พ่อไม่ห่วงลูกของพ่อเองที่กำลังดูดนมมันอยู่ ต่างหาก เข้าใจรึยังคะคุณพ่อขา”

“อ้าวเหรอ ก็พ่อไม่รู้นี่ ก็อย่างที่บอก พอเห็นแล้วมันก็อดใจไม่ได้ อดไม่ไหวจริงๆ” ป๋องยอมรับออกมา

“ทั้งใหญ่ทั้งขาวออกอย่างนั้น จนลืมไปเลยว่าทิมกำลังทำอะไรอยู่ ทีแรกก็แค่คิดว่าจะแกล้งนิดเดียวเท่านั้นเอง แต่พอทำไปทำมา เครื่องมันเสือกติด มันก็เลยเกิดติดลมขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ก็เลยเลยเถิดไปจนเสร็จ”

    ป๋องทำหน้าเจี๋ยมเจี๊ยมต่อหน้าขิงและวิทย์ ขิงเผลอหัวเราะออกมาโดยไม่รู้ตัว จนป๋องงง

“อย่าว่าแต่พ่อเลย วิทย์ก็ยังเคยทำแบบนี้กับหนูเลย ผิดตรงที่ว่า หนูยังไม่มีเจ้าตัวเล็กให้ดูดนมก็เท่านั้น แล้วตอนที่ทำหนะ ไม่ใช่บนเตียงนะ”

    ขิงอธิบายแบบไม่อายกันเลย

“โน่น ในห้องน้ำ” ขิงชี้ไปที่นั่น

“พ่อกับลูกนี่ เหมือนกันเป๊ะเลย พออยากขึ้นมาเมื่อไหร่ ตรงไหนก็ไม่เลือก”

    วิทย์ทำหน้าเหยเกเหมือนกัน

“หนูถึงบอกพ่อไงหละคะว่า อย่าคิดมาก แค่พ่อ ยอมรับผิด”

    ขิงสอนพ่อสามีไปในตัวกับเรื่องนี้

“ยอมให้มันด่าสักหน่อย ไม่กี่วันไอ้ทิมมันก็หายโกรธแล้ว หนูรู้นิสัยเพื่อนคนนี้ของหนูดี” ขิงบอกความลับให้

“แค่ยอมรับผิดก็จบ เชื่อหนู พรุ่งนี้พ่อไปทำตามที่หนูบอกได้เลย” ขิงยุส่ง

“รับรอง พ่อได้กลับบ้านไปอยู่กับลูกเมียแบบชิวๆอย่างแน่นอน”

“ได้แบบนั้นก็ดีซิลูกเอ๊ย พ่อกลัวจะไปกันใหญ่นะซิขิง” ป๋องไม่มั่นใจ

“หนูถามพ่อจริงๆนะ”

“อะไรเหรอ” ขิงอยากรู้อะไรบางอย่าง

“ตอนที่พ่อมาอยู่นี่ อาการหื่นอยากผู้หญิงของพ่อมันมีไหมหละ”

“เออ นั่นนะซิ ทำไมมันไม่มีหละ นี่ก็หลายวันเกือบอาทิตย์แล้ว ทำไมถึงไม่มีหละ”

“ก็เพราะพ่อเป็นคนรักเดียวใจเดียว รักไอ้ทิมคนเดียวจริงๆ ไม่ได้เป็นโรคจิต”

    ขิงพยายามบอกให้เข้าใจ

“เวลาเห็นสาวคนอื่น พ่อก็ไม่มีอารมณ์ เข้าใจรึยัง”

    ขิงอธิบายจนไม่รู้จะอธิบายยังไงแล้ว

“ยังไงพ่องงไม่เข้าใจ” ป๋องยังคง ทำหน้าซื่อบื้อ

    จนขิงต้องยอมเอาตัวเองเข้าเสี่ยงแล้วในคราวนี้ เพื่อทำให้พ่อสามีเข้าใจอะไรมากขึ้น

“เอ้า ไม่ต้องดูอะไรอื่นไกล ตอนนี้พ่อเห็นหนูแล้วเป็นยังไงบ้างหละ พอจะมีอารมณ์บ้างไหม ถึงหนูจะนมไม่ใหญ่และไม่อึ๋มเท่าไอ้ทิมมัน”

 ป๋องลองจ้องดูเรือนร่างของขิงแบบตาไม่กระพริบ ซึ่งตอนนี้ขิงใส่ชุดนอนกระโปรงยาวบางๆ แขนกุดเว้าอกนิดหน่อย พอเห็นหน้าอกหน้าใจบ้างเล็กน้อย ป๋องส่ายหน้า วิทย์เห็นดังนั้น ด้วยความหึงหวงชั่วขณะ ลืมตัวว่าคนที่นั่งอยู่ข้างๆนั่นคือบุพการีแท้ๆของตนเอง จึงเอ่ยวาจาออกมา

“โอโห เอาอย่างนี้เลยเหรอขิง ถึงจะเป็นพ่อ วิทย์ก็คิดนะ”

    ป๋องหันไปมองลูกชายทันที

“แหม ช่างกล้าเนาะ ผัวนั่งอยู่ตรงนี้ทั้งคนนะ มันจะเสี่ยงไปไหม”

  ขิงหันไปชี้หน้าวิทย์ทันที ป๋องยกมือขึ้นมาห้ามทัพแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว เพราะตอนนี้ขิงได้เสียความรู้สึกกับผัวตัวดีไปแล้ว

“หยุดคิดอกุศลแบบนั้นได้เลยนะวิทย์ทุเรศ คิดแบบนั้นกับพ่อตัวเองได้ยังไง ที่ขิงกล้าพูดเนี่ย ก็แค่เปรียบเทียบให้ฟัง ถ้าพ่อเป็นคนหื่นแบบนั้น ปาดนี้ ขิงคงไม่มีโอกาสได้มานั่งคุยกับคุณแบบนี้หรอก” ขิงโกรธผัวจริงๆ

“เสร็จพ่อผัวไปนานแล้ว คิดได้ยังไง ช่างอุบาทว์อะไรสิ้นดี ที่ขิงกล้าพูดกล้าถามก็เพราะขิงรู้ว่าพ่อเป็นคนยังไง คุณเป็นลูกท่านแท้ๆ แต่กลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพ่อตัวเองเลย อสรพิษชัดๆ” ขิงใส่ไม่ยั้ง

“ขิงผิดหวังในตัวคุณมากนะวิทย์ ถ้าพ่อจะทำอะไรฉันจริงๆหละก็ อยู่สองต่อสองด้วยกันมาเกือบอาทิตย์เนี่ย ปาดนี้ขิงเป็นผีขึ้นอึดไปนานแล้ว ไม่มานั่งส่งเสียงปาวๆแบบนี้หรอก” ขิงด่าเป็นชุด

“ผับผ่าซิ จำไว้ อะไร พูดมาขนาดนี้ ยังไม่รู้ว่าพ่อตัวเองมีนิสัยเป็นยังไง ฉันเลือกแต่งงานผิดคนหรือเปล่าเนี่ย”

    พูดจบขิงก็ลุกเดินหนีเข้าห้องนอนทันที

“ขิง” ขิงไม่สนใจเดินเข้าห้องและปิดประตูดังปัง

  สักพักก็เปิดประตูแล้วโยนหมอนกับผ้าเช็ดตัวออกมาให้ รู้เลยว่าวันนี้ไม่ได้นอนกอดเมียแล้ว เพราะปากแท้ๆ

   ป๋องเดินมาตบไหล่ขวาลูกชายสุดที่รัก วิทย์ถึงกับส่ายหัวตัวเองเลย รู้ตัวเลยว่าปากไม่ดี คิดได้ยังไงเนี่ย

“พ่อต้องขอโทษแกด้วยนะไอ้หนู ที่ทำให้แกต้องทะเลาะกับเมีย คนท้องคนไส้ก็แบบนี้แหละอารมณ์เหวี่ยงเสมอไม่แน่นอน พ่อชินแล้วตอนที่เจ้าทิมมันมีน้อง มันก็มีอาการและอารมณ์แบบนี้บ่อยๆ” ป๋องเอามือมาลูบหัวลูกชาย

“ไม่เป็นไรหรอกพ่อ หนูผิดเอง ที่คิดกับพ่อแบบนั้น หนูขอโทษพ่อด้วย ไม่ได้ตั้งใจ แค่จะหยอกเย้าขิงเค้าเล่นๆ แต่ขิงเขากลับคิดเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาซะะนี่”

    วิทย์ยกมือไหว้ที่อกพ่อ

“ไม่เป็นไร คนเรามีความคิดที่ไม่เหมือนกัน ไป อย่าคิดมาก นี่แหละ รสชาติของซีวิก”

“แหม เอากับเขาด้วยนะพ่อ” วิทย์เริ่มมีรอยยิ้ม

“สักหน่อยลูกเอ๊ย นานๆเล่นที โอกาสแบบนี้ มีไม่บ่อยนัก”

    สองคนพ่อลูกหันมาหัวเราะใส่กันได้

“ไปลูก คืนนี้ไปนอนกับพ่อในห้องก็แล้วกันนานๆจะได้นอนกอดลูกไม่ได้นอนกอดมานานหลายปีแล้ว ไม่รู้ว่าจะยังขี้อ้อน นอนซุกพ่อเหมือนเมื่อก่อนไหม”

    วิทย์พยักหน้า “ครับ” พูดจบ วิทย์ก็เดินไปหยิบหมอนและผ้าเช็ดตัว แล้วเดินเข้าห้องพ่อทันที สบายไป อยู่ดีไม่ว่าดี เสียเพราะปากจริงๆ วิทย์เอ๊ย

“ยังจำได้ไหม สมัยก่อน ตอนที่ลุงเด็จของแกมา แกนี่..”

<<<<< ***** >>>>>

   รุ่งเช้าวันใหม่ (31 พ.ค.) วันศุกร์วันทำงานตามปกติของเธอ เนเน่ขับรถมาถึงที่ทำงานในตอนเช้าจอดรถแล้วเดินเข้าไปตอกบัตรตามปกติ ก็ต้องแปลกใจว่าทำไม เพื่อนๆในที่ทำงานมีอาการแปลกๆ ด้วยความอยากรู้เลยหันไปถามทับทิม

“พี่ทิม มันมีอะไรเกิดขึ้นเหรอเช้านี้ ทำไมทุกคนถึงมองหนูแปลกๆแบบนั้น ยิ้มแบบมีเลสนัย ยังไงไม่รู้ หนูเริ่มใจไม่ดีแล้วนะ”

   ทับทิมยิ้มให้แล้วก็เปรยสายตาไปที่ช่อดอกไม้ช่อโตที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์

“ก็นี่ไง ต้นตอสาเหตุของอาการแปลกๆในวันนี้”

   เนเน่หันไปมองช่อดอกไม้นั้น ตอนเดินเข้ามาเธอจึงไม่ทันได้สังเกตุ เนื่องจากมัวแต่สนใจกับสายตาของเพื่อนๆมากกว่า เลยมองข้ามไป

“ช่อดอกไม้นี้ อย่างนั้นเหรอ หมายความว่าไง หนูไม่เข้าใจ”

    ทับทิมเดินมาใกล้ๆเนเน่แล้วก็เขย่าหัวน้องสาวเบาๆ

“แกก็หยิบการ์ดขึ้นมาอ่านดูซิเด็กโง่ เอ้า ช่อดอกไม้ช่อนี้เป็นของแก มีคนเขาส่งมาให้ พี่เดาเอาไว้ได้เลยว่า น่าจะมาจากชายหนุ่มอย่างแน่นอน” เนเน่จ้องมองไปที่ช่อดอกไม้นั้น

    ทับทิมจับยื่นส่งให้กับมือเลยทีเดียว เพราะเห็นเนเน่ยืนรังเลอยู่นานแสนนาน

“ไม่มีทาง” เนเน่ไม่รับ

   ทับทิมไม่สนใจ เมื่อไม่รับ ก็ยัดใส่มือของเนเน่ทันทีแกมบังคับ พูดง่ายๆ ไม่สนใจ วางหมับเข้าให้ในมือเลย

“มีไม่มีไม่รู้ แต่ที่แน่ๆหลักฐานมันก็คาตาแกอยู่ตรงนี้ไงไอ้เน่ อยากรู้ว่าใคร แกก็เปิดอ่านเอาเอง คราวนี้รู้หรือยังว่าทำไมเพื่อนๆ ถึงมีอาการแปลกกับแกในวันนี้”

    เนเน่อึ้งเลย “อยู่ดีๆสาวห้าวอย่างแกก็มีดอกไม้สวยๆช่อโตมาให้ ตั้งหลายปีผ่านมา ที่นี่ไม่เคยมีแบบนี้มาก่อนเลย ฉันจำได้ครั้งสุดท้ายตั้งแต่ผัวฉันเอามาให้เมื่อ 4 ปีที่แล้วโน่น ก็ยังไม่มีใครได้รับช่อดอกไม้แบบนี้อีกเลย” ทับทิมจบดื้อๆ

“จบนะ ฉันไปหละ มีงานทำอีกเยอะ แกก็ไปได้แล้ว อ้อ วันนี้เปิดคอร์สใหม่ด้วย อย่ามัวแต่ชื่นชมดอกไม้จนลืมเข้าสอนหละแม่คุณคนงาม แม่นางน้อยเนเน่ ไป เร็ว” พอสิ้นคำของทับทิม เนเน่ก็รีบเดินปรู๊ดเข้าไปในห้องพักส่วนตัวทันที

  ระหว่างนั้นปูนก็เดินเข้ามาทำงานตามปกติ ผ่านตรงนั้นพอดีก็มองไปยังทับทิม ทับทิมเหลือบมองแว๊บนึงก็หันหน้ากลับไปดูลูกทั้งสองของตัวเองไม่สนใจเพื่อน ปูนก็ไม่รู้จะทำยังไงที่จะทำให้เพื่อนกลับมาเข้าใจ และดีเหมือนกันดังเดิมเหมือนแต่ก่อน เมื่อเพื่อนไม่อยากคบอยากคุยด้วย เธอก็ไม่อยากทำให้บรรยากาศในตอนเช้าที่ดีๆของวันนี้เสียไปโดยใช่เหตุ ปูนจึงหันหน้าเดินขึ้นบันไดไปชั้นสองอย่างเร็วเข้าห้องทำงานตัวเองไปทันที

  พี่เลี้ยงเด็กทั้งสองคนเดินตามขึ้นไปแทบไม่ทัน เพราะกำลังอุ้มลูกของเธออยู่กลัวตื่น พอถึงเปลก็รีบวางเจ้าตัวเล็กทั้งสองใส่เปลทันที แล้วนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย

“อาเด็จ หนูทำผิดหรือถูกเนี่ย นี่หนูถูกเพื่อนมองเป็นนางอสรพิษคิดทำร้ายคนใกล้ตัวไปแล้วเหรอ ไม่นะ ต้องไม่ใช่แบบนี้”

  เนเน่เดินเข้ามาถึงห้องพัก เพื่อนๆที่นั่งอยู่ในห้องแซวกันใหญ่ต่างๆนาๆ จนเนเน่ไม่รู้จะบอกกับเพื่อนยังไง จึงได้แต่ยิ้มให้ เขินก็เขิน เพราะไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนเลย เนเน่วางช่อดอกไม้ลงบนโต๊ะ แล้วก็ดึงการ์ดขึ้นมาอ่าน อยากรู้ว่าใครเล่นพิเรนทร์กับเธอ

“สำหรับคนน่ารัก อยากบอกว่าคิดถึง..ปวรรัชดล”

    พออ่านจบเนเน่ก็บ่นพึมพัมออกมาเบาๆ

“คนบ้า” สักพักเพื่อนคนหนึ่งตะโกนถาม

“ไอ้เน่ แฟนหรา อิจฉาจัง เข้ามาทำงานไม่เท่าไหร่ ก็มีคนรู้ใจ ตามมาให้กำลังใจแล้ว” เนเน่หันไปบอกเพื่อนคนนั้น

“เปล่า พี่ ไม่ใช่แฟนซะกะหน่อย เพื่อน เพื่อนหนูต่างหาก หนูขอตัวไปสอนแล้วนะ ได้เวลาแล้ว” พูดจบ เนเน่ก็รีบเดินไปเปลี่ยนชุดด้วยใบหน้าที่เขินอายแดงกล่ำเป็นลูกตำลึงสุกเชียว

   จนเพื่อนๆเห็นได้ชัด จากนั้นต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปทำงาน และหารู้ไม่ว่า ดลได้มาแอบดูเนเน่ โดยที่เธอไม่รู้ตัวด้วยอีกต่างหาก ดลมีความสุขมากที่เห็นเนเน่ในภาพแบบนี้ ไม่อยากให้เธออยู่ในสภาพเมื่อวาน หรือวันอื่นๆที่เคยพบเห็น ดลจึงตั้งปณิธานว่าต้องช่วยคนที่เขารักให้ผ่านจุดนี้ไปให้จงได้ในเร็ววัน

***** \ *****

  เผด็จเปลี่ยนแปลงแก้ไขปรับจูนย่านความถี่ใหม่ เพื่อไม่ให้เนเน่ต้องมาเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้อีก โชคดีที่ตัวรับสัญญานของเนเน่เผด็จเป็นคนออกแบบ เผด็จจึงสามารถแก้ไขเองได้จากที่นี่ นอกจากเนเน่จะไม่สามารถรับคลื่นจากเขาได้แล้ว เผด็จยังสามารถรู้ด้วยว่าเนเน่อยู่ที่ไหนอีกต่างหากถ้าเนเน่เปิดเครื่องนั้นขึ้นมา

   หลังจากที่ปรับแต่งอุปกรณ์สื่อสารพิเศษเป็นที่เรียบร้อย เผด็จก็ลองเปิดเครื่องดู ได้ผล สัญญานขึ้นสามสี สีแดงคือของแจง ส่วนสีเขียวคือของเนเน่ สำหรับสีฟ้าคือตัวของเขาเอง พอเผด็จเปิดเครื่องก็รู้ทันทีว่าแจงอยู่ที่ใดทันที จึงรีบโทรบอกให้ภณเตรียมโดรนตรวจการไว้ให้เขาหนึ่งตัว จากนั้นเผด็จก็รีบขับรถมุ่งตรงไปยังสถานที่นั้นทันที แต่ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น สิ่งที่เผด็จทำได้ มีเหรอที่เนเน่จะไม่รู้เท่าทัน ดูถูกเนเน่น้อยไปเสียแล้ว

  เนเน่คิดไว้แล้วว่าพ่อต้องทำแบบนี้เธอจึงปรับแต่งและจูนคลื่นเผื่อเอาไว้เช่นกัน เมื่อเผด็จเปิดเครื่อง สัญญานก็มาดังที่เธอเช่นกัน

“เสร็จหนูหละพ่อ ให้มันรู้ไป คิคิ อะโด่ คิดหราว่าหนูจะไม่รู้ทัน ไอคิวมันผิดกัน คุณพ่อขา”

>>>>> ----- <<<<<

  มาดามเรียกทุกคนมาประชุม แต่ยังขาดเพียงคนเดียวคือจุ๊บแจง เพราะมัวแต่แต่งสวย จนทำให้เสียเวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมง

“ทำไมอีแจงยังไม่มาอีกเนี่ย มัวไปทำอะไรอยู่ที่ไหน ไม่รู้หรือไงว่าหัวกำลังจะขาดกันอยู่แล้ว” มาดามโมโหมาก

“มาแล้วค่ะมาดาม” แจงรีบผลักประตูห้องเข้ามา

“ต้องขอโทษด้วยที่มาช้า ก็มาดามเรียกกะทันหันนี่ค่ะ เมื่อคืนหนูไม่ได้เปิดเครื่อง มีปัญหานิดหน่อย พึ่งเปิดเมื่อเช้านี่เอง”

    มาดามชำเรืองมองดูชุดที่แจงใส่มา เลยกระแนะกระแหนเล็กน้อย

“ที่มาช้าเนี่ย เพราะมัวแต่แต่งตัวไปล่อตะเข้อยู่ใช่ไหมหละ”

    แจงไม่พอใจมากที่มาดาม มาวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวมากจนเกินไป

“มาดาม มันจะมากไปแล้วนะ นี่มันเรื่องส่วนตัวของหนู ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกันเลย” แจงไม่พอใจสักเท่าใด

“งานก็ส่วนงาน หมดงานหนูจะแต่งอะไรแบบไหน มันก็เรื่องของหนู อีกอย่างมาดามเป็นคนพูดเองว่าให้หนูหยุดงานเป็นเวลา 7 วัน แล้วจู่มาเรียกกระทันหันแบบนี้ มาดามจะเอายังไง” มาดามโมโหมาก ที่แจงขัดใจ

“อีนี่นับวันจะปากดีขึ้นทุกวันแล้วนะ นับวันจะเริ่มไม่เห็นหัวฉันแล้ว ถ้าไม่เห็นว่ามีผลงานให้ฉันหละก็..”

  ก่อนที่แจงจะพูดอะไรออกมา โจ้รีบขัดจังหวะทันที ก่อนที่อะไรมันจะบานปลายไปมากกว่านี้

“เอาน่าแจง มาดามท่านก็พูดไปแบบนั้นแหละ แกมาสาย แกผิด จบนะ  มาดามครับข้าว่าเราเริ่มเปิดการประชุมเรื่องเร่งด่วนได้แล้ว” แจงหน้าบูดเลย อารมณ์กำลังดีๆ มาเจอเบรกแบบนี้เข้า ยิ้มไม่ออกกันพอดี

“ก็ได้” มาดามเริ่มไม่พอใจแจงที่ชักจะไม่อยู่ในความควบคุมแล้วในตอนนี้ เพราะเวลานี้ ลูกน้องในสังกัดของเธอ ก็มีมากพอสมควรไม่น้อยไปกว่าหัวหน้าคนอื่นๆเลย ถ้าแจงจะก่อการแข็งข้อขึ้นมาเมื่อใด ก็ทำให้มาดามหนาวได้เหมือนกัน มาดามจึงต้องดูเชิงไปก่อน

“เอาหละ ที่เรียกพวกเรามาประชุมด่วนในวันนี้ เพราะ..”

 จากนั้นมาดามก็เริ่มการประชุมแบบเร่งด่วน เพื่อที่จะแก้เกมส์ลวงของดลให้ได้ ก่อนที่อะไรๆมันจะสายจนเกินไป

----- ***** -----

  ที่จริงดลก็อยากจะปรากฏตัวออกมาให้เนเน่เห็นใจจะขาด แต่ก็ขอห้ามใจตัวเองไว้ก่อน ขณะที่ดลกำลังแอบมองเนเน่อยู่นั้น ปูนก็สังเกตเห็นอยู่นานแล้ว ว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งกำลังทำอะไรแปลกๆลับๆล่ออยู่ที่หน้าห้องสอนตั้งนานแล้ว จึงเดินลงมาจากชั้นสอง และตรงไปยังดลทันที

“น้องคะ” ดลหันมา “ครับพี่”

 ปูนจำหน้าของดลได้ดีว่าคือโจทย์เก่าของเธอนั่นเอง แต่ตอนนั้นเธออยู่ในหน้ากากวิหคขาว ดลจึงไม่รู้ ปูนจึงมองเข้าไปด้านใน

“มายืนทำอะไรลับๆล่อๆที่หน้าห้องนี้ รู้จักใครในห้องนี้หรือเปล่า”

   ดลไม่รู้จะตอบยังไงดี เพราะไม่รู้จะออกตัวยังไง เลยตัดสินใจหันหลังเดินออกไปเฉยๆดื้อซะอย่างนั้น เนเน่หันไปพอดี แต่เห็นเพียงปูนที่กำลังเหมือนจ้องมองใครคนหนึ่งจากกภายนอก เนเน่จึงไม่สนใจอะไรสอนเด็กต่อไป ปูนไม่สบายใจ จึงเดินตามออกไปอยากรู้ว่าดลมาที่นี่ทำไมกันแน่

    ปูนเดินทันดลหน้าประตูทางออกพอดี

“เดี๋ยวน้อง” ดลกำลังจะเปิดประตูออกไป จึงหยุดนิ่งแต่ไม่หันกลับไป

“พี่ว่า พี่จำน้องได้นะ น้องเป็นนักข่าวใช่ไหม ถ้าพี่จำไม่ผิด”

    ดลหันกลับมา และมองหน้าปูน

“ทำไมพี่คิดว่าผมเป็น” ปูนไม่อยากต่อปากต่อคำ

“ก็ตอบมาซิว่าใช่หรือไม่ใช่”

    ดลไม่อยากเปิดเผยตัวตอนนี้จึงปฏิเสธ

“เปล่า ไม่ใช่” แล้วก็ผลักประตูออกไป เจอกับทับทิมเดินสวนเข้ามาพอดี ทับทิมก็จำหน้าของดลได้ จึงได้แต่มอง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ไม่ได้สนใจตรงนั้นเลยแม้แต่น้อย แต่ทว่าสายตาของทับทิมกลับไปจ้องมองโฟกัสไปที่ปูนเสียมากกว่า ทั้งสองเมื่อเห็นหน้ากันต่างก็สะบัดหน้าหนีไปคนละทาง แล้วเดินหายไปจากประตูทันที ปูนเดินขึ้นชั้นสอง ส่วนทับทิมก็เดินเข้าไปที่เคาน์เตอร์

  สักพักเนเน่สอนเสร็จก็เดินออกมาจากห้องสอน งงว่าทับทิมเป็นอะไร หันไปมองปูนที่พึ่งเดินขึ้นไป

“สองคนนี้เขาเป็นอะไรกันนะ อย่าบอกนะว่า เรื่องพ่อ พ่อนะพ่อ อสรพิษชัดๆ ทำให้เพื่อนทะเลาะกันได้”

  ยังไม่ทันที่เนเน่จะเดินกลับไปยังห้องพัก ป๋องก็ถือช่อดอกไม้ช่อโตเข้ามาง้อเมียพอดี เนเน่เลยหลบแล้วแอบดูลีลาของป๋องทันที

“อาป๋องนี่ มาทำอะไรที่นี่เนี่ย ถือดอกไม้ช่อโตมาขนาดนี้ สงสัยมาง้อพี่ทิมแน่เลย Sure ไปทำผิดอะไรไว้อีกหละเนี่ย อาป๋องเอ๊ย”

    ป๋องมายืนยิ้มแหง อยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์

“เมียจ๋า” ทับทิมหันมา

“มาทำไม” ป๋องยื่นกุหลาบแดงช่อโตให้ ทับทิมเมินเฉยไม่รับ

“พี่ขอโทษ ต่อไปพี่จะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว” ทับทิมแกล้งโกรธไปแบบนั้นแหละ ใจหนะก็อยากจะให้ผัวมาง้อตั้งหลายวันแล้ว

“รู้ตัวเหมือนกันเหรอว่าผิดหนะ” ป๋องพยักหน้า

“ไงหละ ไปดูดของใครที่ไหนมาบ้างหละ 5 วันที่ผ่านมาเนี่ย”

“ไม่เลยจ๊ะ ไม่ดูด” ทับทิมหันมามองหน้าผัวตัวดี

“แล้วไง มันจะลงแดงตายไหม ถ้าไม่ได้ดูดหนะ ไอ้เต้าเนี่ย”

   ทับทิมเดินมาจ้องหน้าป๋องที่หน้าเคาน์เตอร์ แล้วเอานิ้วชี้ขวาจิ้มไปที่หน้าผากป๋อง

“ไม่มีใครให้ดูดแล้วใช่ไหม ถึงได้บากหน้ากลับมาหาหนูเนี่ย”

    ป๋องพยักหน้าอย่างเดียว รับผิดตลอดทุกข้อหา

“แล้วจะทำอีกไหม” ป๋องตอบแบบไม่มองหน้า

“ไม่แล้วจร้า ผัวเข็ดแล้ว ต่อไปอยากเมื่อไหร่ จะขอดีๆไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว”

“ก็ขอให้มันจริงเถอะ น้ำหน้าแบบนี้ไม่อยากจะเชื่อเลย ไอ้แก่”

    ทับทิมได้ที ใส่ป๋องเป็นชุด เนเน่แอบฟังอยู่อดขำไม่ได้ จึงเผลอหัวเราะออกมา จนทับทิมหันไปดู

“ใครอยู่ตรงนั้นหนะ ออกมาเดี๋ยวนี้นะ” เนเน่ต้องรีบออกมาทันที

“ไอ้เน่ แกมาแอบฟังฉันคุยกันอยู่นานหรือยัง” เนเน่ยกมือส่ายไปมา

“เปล่านะ หนูไม่ได้แอบฟังพี่กับอาป๋องคุยกันนะ หนูจะเดินกลับเข้าห้องพักต่างหาก อาป๋องเดินเข้ามาพอดี หนูก็เลยไม่อยากโผล่ออกมาให้อาเขาเขิน เมื่อไม่มีอะไรแล้ว หนูขอตัวหละนะ ไปหาอะไรทานก่อน เดี๋ยวบ่ายมีสอนต่ออีก ไปหละ บาย โชคดีนะอา” เนเน่แอบโบกมือให้กำลังใจป๋อง

    แล้วก็วิ่งจู๊ดเข้าห้องพักไปเลย ทับทิมรับช่อดอกไม้แล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้

“เมียจ๋า” ยังไม่ทันที่ป๋องจะพูดอะไร ทับทิมก็พูดขึ้นมาก่อนเลยทันที

“กลับไปก่อน จะทำงาน อย่าเรื่องมาก เดี๋ยวลูกตื่น”

“แล้วเมื่อไหร่หนูจะกลับบ้านเราซะทีหละ” ป๋องถามเพราะกลัวเมียไม่กลับ

“กลับเมื่อไหร่ก็เห็นเองแหละ อย่าพูดไม่รู้เรื่อง ไม่ชอบ”

   ทับทิมเริ่มใช้กฏกับผัวอีกแล้ว

“ไป กลับได้แล้ว จะทำงาน งานเยอะ  ยิ่งไม่มีคนช่วยอยู่ด้วย” ทับทิมไล่ผัวทันที

“ยังอีก ถ้าพูดไม่รู้เรื่อง ดอกไม้ช่อนี้จะโยนทิ้งด้วย หรือว่าจะเอาแบบนั้น”

“เครๆ กลับก็กลับ เย็นนี้พี่จะรอนะ พี่คิดถึงหนูกับลูกมากนะ”

  ทับทิมหยิบช่อดอกไม้ตั้งท่าจะโยน ป๋องรีบถอยหลังออกไปจากฟิตเนตทันที พอป๋องกลับออกไป ทับทิมก็แอบนั่งยิ้มอยู่คนเดียว

“ตาแก่บ๊องส์นี่ฉันคิดผิดหรือเปล่าเนี่ย หลงมาแต่งงานกับพี่แล้วมีลูกให้ตั้งสองคนได้ยังไงวะเนี่ย เอาอะไรมาคิดวะเรา  เฮ้อ กรรม”

    หลังจากบ่นให้กับความคิดตัวเองแล้ว ก็ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป

***** ..... *****

  เวลาผ่านไปจนเย็น หลังจากแจงประชุมเรื่องด่วนเสร็จ ก็ออกมาช๊อปปิ้ง ใช้ชีวิตตามประสาของเธอ แต่หารู้ไม่ว่า เวลาและชีวิตของเธอไม่ได้เป็นส่วนตัวอย่างที่คิดเลยอีกแล้ว เมื่อผู้ชายที่ชื่อเผด็จได้เข้ามาพัวพันเข้าให้แล้ว คงยากที่จะสลัดจากเขายากแน่ ขณะที่เธอเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ อย่างมีความสุขอยู่ได้พักใหญ่ เผด็จก็ออกมาปรากฏกายให้เธอหมดความสุขทันที

“นี่ครับ ค่าไอติม” แจงหันไปดูว่าใครที่ยื่นมือมาจ่ายค่าไอติมให้

“นาย” แจงไม่พอใจที่เผด็จมาวุ่นวายกับชีวิตเธออีก

อสรพิษ” แจงด่าเผด็จแบบไม่เกรงใจ และไม่มองหน้าเผด็จด้วย

“ทำไมว่าพี่อย่างนั้นหละน้อง” แจงรีบเดินหนีทันที และพูดออกไปด้วย เพื่อจะให้เผด็จเข้าใจ

    เผด็จยังคงเดินตามแจงแบบไม่ลดละ ถึงแม้ว่าจะโดนแจงด่าแบบเสียๆหายๆ

“ก็ตัวอะไรหละ ที่ชอบแว้งกัดคนแบบไม่เลือกหน้าหนะ ขอร้องได้ไหม ไหว้หละ ขอให้ฉันมีชีวิตเป็นส่วนตัวบ้างจะได้ไหม” เผด็จหน้าทนซะอย่าง

“ได้ ถ้าเธอจะยอมรับเสียทีว่าเป็นเมียฉัน”

    แจงเจอคำนี้เข้าไป ถึงกับต้องหยุดเดิน แล้วหันหน้าไปมองหน้าเผด็จ

“ทำไมถึงได้หน้าด้านหน้าหนาแบบนี้นะตาแก่ เมียเมอที่ไหน จะให้ฉันบอกกี่ครั้งว่าไม่ใช่ๆ ฉันชื่อจุ๊บแจง อายุ 30 ยังไม่มีผัว แฟนก็ไม่มี ได้ยินชัดเจนรึยัง”

    เผด็จพยักหน้ารับทราบ

“ดีเมื่อรับทราบ ก็ไปได้แล้ว ฉันจะไปตามทางของฉัน นายก็ไปตามทางของนายเลย เชิญ อ้อ แล้วขอร้องเลยนะว่ากรุณาอย่ามาตามจองล้างจองผลาญฉันอีก หวังว่าต่อไปนี้ฉันคงจะไม่เจอหน้านายอีกนะ” แจงสาปส่งเลย

“ไปเหม็นขี้หน้า ขอบใจนะสำหรับไอติมถ้วยนี้ที่เลี้ยง” พูดจบ แจงก็เดินถึงรถมอเตอร์ไซด์ของตัวเองพอดี

 จากนั้นก็เอาเป้คล้องคอใส่หมวกกันน๊อคขึ้นนั่งรถ เผด็จกระโดดขึ้นซ้อนท้าย แล้วเอามือโอบเอวของแจงไว้เฉยเลย

“นายทำอะไรของนายเนี่ย” แจงรีบแกะมือของเผด็จที่กอดเธออยู่ออก ดันขาตั้งลง แล้วลงจากรถ

“ลงไปเดี๋ยวนี้นะ คนอะไรพูดจาไม่รู้เรื่อง ลงมา” เผด็จนั่งกอดอกทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่ที่หลังเบาะ

“จะจีบฉันใช่ไหม บอกกันมาตามตรงเลยก็ได้ ไม่ต้องเอาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาอ้าง หาว่าฉันเป็นเมียเก่าบ้างหละ ฉันความจำเสื่อมบ้างหละ มันจะอะไรกันนักกันหนา บอกตามตรงว่าฉันไม่ชอบ” แจงเริ่มจะหมดความอดทนแล้ว

“ที่ชอบมาตอแยกับฉันเนี่ยต้องการแบบนั้นใช่ไหม เป็นลูกผู้ชายหรือเปล่า ทำไมถึงไม่ยอมรับ กล้าทำก็กล้ารับซิ ไม่แน่นะ ถ้าบอกมาตรงๆ ฉันก็อาจจะใจดี ให้โอกาสจีบก็ได้” แจงใจดีเสียด้วยแฮะวันนี้

“ถือว่าให้ทานแก่ผู้ชราภาพ ก่อนที่จะตายหมดลมหายใจไปเสียก่อน ได้ทานเนื้อห่านเนื้อหงส์กับเขาบ้าง ว่าไง”

 คราวนี้แจงมาในอารมณ์ใหม่ไม่วีนเหมือนเมื่อก่อนๆที่ผ่านมาอีกแล้ว ใช้ความสงบสยบความตื้อดื้อด้านการตามของเผด็จ เพราะเริ่มจับทางของเผด็จได้บ้าง ว่าที่มาเนี่ย ต้องการอะไรจากเธอกันแน่ เธอจึงใจเย็นลง เพราะรู้ว่าจริงๆแล้ว เผด็จไม่ทำร้ายเธออย่างแน่นอน เมื่อเธอมั่นใจว่าเผด็จไม่มีอะไร เธอจึงไม่คิดจะใช้วิธีเดิมๆที่ต้องทำให้เสียแรงและกำลังโดยเปล่าประโยชน์อีกแล้ว หันมาใช้ไม้นิ่มจะดีกว่า หนีไปก็เท่านั้น ยิ้มให้ดีที่สุด

   แจงจึงหันไปส่งยิ้มให้ เผด็จงงมากที่อยู่ดีๆแจงส่งยิ้มให้ อยู่ดีๆแจงเดินเข้ามาหาเขาอย่างช้าๆ

“อยากไปกับฉันใช่ไหม” เผด็จนิ่งเหมือนโดนสะกดจิตไปพักนึง เผลอพยักหน้ารับปากไปโดยปริยาย

  แจงไม่พูดอะไรมาก ส่งหมวดกันน๊อคสำรองอีกใบให้เผด็จใส่ แล้วเธอก็หยิบหมวกของเธอใส่ แล้วก็ขับรถออกไปทันที แจงวัดดวงกับความรู้สึกของเธอ ว่าสิ่งที่เธอคิดมันผิดหรือถูก

  ณ.ตอนนี้เวลานี้ แจงไม่คิดว่าเธอเป็นคู่อริของเผด็จ คิดแค่ว่า ขอใช้ชีวิตตามแบบฉบับของเธอ ที่จริงแล้ว แจงเป็นคนที่อ่อนหวานและชอบอิสระ ไม่ชอบอยู่ภายใต้กฏเกณฑ์การบังคับ หรือวงการกดขี่ของใคร

  คืนนี้แจงพาเผด็จนั่งซ้อนท้ายไปทุกหนทุกแห่ง แบบสบายใจ มีความสุขแบบบอกไม่ถูก และไม่คิดระแวงว่าเผด็จจะทำอะไรเธอแม้สักนิดเดียว จอดตรงนั้น จอดตรงนี้ และมีการสลับรถกันขี่ บางครั้งแจงก็เป็นฝ่ายมาซ้อนท้าย และเผด็จเป็นฝ่ายขี่ เผด็จขับรถเรื่อยมาจนถึงชายทะเลเงียบๆแห่งหนึ่ง

   ทั้งสองถอดหมวกวางไว้ที่รถ แล้ววิ่งลงเล่นน้ำกันเหมือนคนที่พึ่งคบ และจีบกันใหม่ๆ เวลาในช่วงนั้นทั้งสองมีความสุขมาก พอเหนื่อยก็ลงนอนขนานกับพื้นน้ำ ทิ้งตัวกับพื้นทรายเอาหัวชนกัน ยาวเป็นไม้บรรทัดเชียว และยกมือขึ้นฟ้า ร้องตะโกนขึ้นฟ้า แหกปากตะโกนแบบไม่เกรงใจใครทั้งสิ้น

“ฮู้ มีความสุขจริงโว๊ย” แจงก็ทำบ้าง

“ฮู้ มีความสุขจังโว๊ย” แล้วทั้งสองคนก็หัวเราะออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย จากนั้นก็หันมามองจ้องหน้าและยิ้มให้กัน

“ฉันให้” เผด็จให้สร้อยคอล๊อกเก็ตม้าวิ่งกับแจง

“ให้ฉันทำไม” เผด็จไม่ตอบ แต่กลับสวมให้เลย

“เพื่อนและมิตรภาพ” แจงยิ้มอายๆ

 ทั้งสองคนใช้เวลาอยู่กับความสุขนี้ โดยไม่สนว่า เวลาจะผ่านพ้นไปถึงยามใด เผด็จก่อกองไฟ และนั่งจิบเบียร์ไปพร้อมกับสาวน้อยที่น่ารัก แล้วก็หาเรื่องคุยกับแจง นั่งคุยกันแบบมีความสุขหยอกล้อเล่นกันเหมือนคนที่สนิทกันมานาน จนแทบอยากจะหยุดเวลาตรงนี้เอาไว้จริงๆ จนรุ่งเช้าวันใหม่มาถึง กองไฟที่ก่อไว้มอดดับลง เผด็จเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ และไม่รู้ว่าหมดเบียร์ไปกี่กระป๋องตอนที่ท้าชนกับสาวแจงแบบเพลินใจ เผด็จงัวเงียขึ้นมามองหาแจงไม่เจอ แต่ปากยังคงเรียกแจงว่าเนตรอยู่เสมอ

“เนตร เนตร หนูอยู่ไหน”

        เผด็จลุกขึ้นและเดินหาอยู่พักใหญ่ เดินกลับขึ้นมาจากชายหาดก็พึ่งสังเกตุว่า รถมอเตอร์ไซด์ไม่อยู่เสียแล้ว เผด็จหันไปหยิบเสื้อหนังที่แขวนไว้จะเอามาใส่ ก็พบกับจดหมายฉบับหนึ่งเสียบอยู่ที่กระเป๋าเสื้อ จึงเปิดอ่าน

“ขอบใจนะที่ทำให้ฉันมีความสุขมากในคืนนี้ หลายปีที่ผ่านมา ฉันไม่เคยมีความสุข แบบนี้มาก่อนเลยจริงๆ ฉันจะขอจดจำวันเวลาในวันนี้เอาไว้ไปจนตาย ลืมฉันเสียเถอะนะตาแก่บ็องส์ ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายชื่ออะไร ขอบใจจริงๆที่ทำให้ความฝันของฉันเป็นจริง ฉันรู้ว่านายเป็นคนดีมีน้ำใจ และที่สำคัญมีความรักที่มั่นคง เราสองคนอย่าได้เจอกันอีกเลย ฉันเป็นคนไม่ดี ขอบใจนะที่นายชอบฉัน ฉันก็บอกนายไม่ถูกเหมือนกันนะว่าชอบไหม เพราะเวลาที่เรารู้จักกันมันช่างสั้นสิ้นดี เอาเป็นว่า ฉันมีความรู้สึกดีๆให้นายก็แล้วกัน ลาก่อน จากคนที่สังคมไม่ต้องการ ฉันขอสารภาพไว้ ณ.ตรงนี้เลย ว่าฉันเป็นอาชญากรที่ตำรวจกำลังต้องการตัว อยู่ให้ห่างฉันไว้เป็นดีที่สุด เพราะฉันไม่อยากให้คนดีๆอย่างนายได้รับอันตราย ไม่รู้ทำไมต้องเป็นห่วงนายด้วย ทางที่ดีเราสองคนอย่าเจอกันอีกเลย อย่าตามหาฉันอีก อย่าตามสืบประวัติของฉัน และที่สำคัญอย่ามารักฉัน ลืมฉันซะ เพราะฉันเป็นคนไม่ดี ไม่คู่ควรกับคนดีๆอย่างนาย...จุ๊บแจง”

   พอเผด็จอ่านจดหมายฉบับนี้จบลง ยิ่งทำให้เผด็จรักแจงมากขึ้น และอยากจะดึงแจงให้กลับตัวกลับใจเหมือนกับโบว์ในอดีตที่ผ่านมาให้ได้

“ไม่ว่าเธอจะเป็นอะไร ฉันจะไม่ให้เธอเป็นอะไรไปอย่างแน่นอน เธอต้องกลับมาอยู่ข้างกายฉัน จะเนตรหรือจุ๊บแจง ฉันต้องช่วยเธอให้หลุดพ้นจากวังวนนี้ให้ได้ ฉันขอสัญญา”

   จากนั้นเผด็จก็รีบเดินทางกลับ กทม.ทันที เพื่อเตรียมวางแผน ช่วยคนที่เขารักโดยไม่รอช้า

%%%%% ----- %%%%%

   เช้าวันเสาร์ที่ 1 มิ.ย. ดลมารอเนเน่ตามนัดที่จุดนัดพบ ดลให้เนเน่จอดรถไว้ที่นี่ แล้วให้เนเน่ซ้อนท้ายเขาไป เนเน่ก็ยินดีไม่งอแงอะไร ดลพาเนเน่ไปหาบุคลสำคัญคนหนึ่ง ที่เขาคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ให้กับเนเน่บ้าง ไม่มากก็น้อยตามสัญญาเนเน่กอดเอวและซ้อนท้ายดลอย่างมีความสุขลืมตัวไปเลยในช่วงเวลานั้น

  เธอมีรอยยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ขณะที่สวมกอดร่างของดลเอาไว้ ยามใดที่เนเน่ไม่บู๊ล้างผลาญ เธอก็เป็นเหมือนเด็กสาววัยรุ่นที่สดใสน่ารักคนหนึ่ง ดลเองก็อยากจะให้เป็นเช่นนั้นตลอดไป แต่จะเมื่อไหร่หละก็เท่านั้นเอง จึงต้องพยายามหาทางช่วยเนเน่ให้ถึงที่สุด เผื่อเนเน่จะได้เห็นใจและรับรักเขาบ้างในอนาคต

***** ^^^^^ *****

   ขิงยืนทำอาหารเช้าอยู่อย่างมีความสุข และฮัมเพลงไปด้วย วิทย์ยังกล้าๆกลัวๆ ไม่รู้ว่าจะหาทางคืนดีกับเมียสาวยังไง ขิงยกหม้อต้มจืดมาวางไว้ที่โต๊ะเตรียมอาหาร จากนั้นก็เดินกลับไปทอดพวกไส้กรอก แฮมและหมูยอต่อ โดยไม่ได้สนใจว่าสามีจะอยู่จะกินเช่นไร วิทย์จึงค่อยๆยกอาหารพวกนั้นทยอยออกไปวางไว้ที่โต๊ะอาหารด้านนอกอย่างเงียบๆช้าๆ โดยที่ไม่ให้ขิงรู้ พอขิงหันกลับมาเห็นว่าอาหารไม่อยู่ตรงที่เดิมแล้วก็รู้ทันทีเลยว่าใครเป็นคนเอาออกไป จึงท้าวสะเอวแล้วตะโกนออกไปทันที

“ออกมาเดี๋ยวนี้นะ บ้านนี้มีกันอยู่แค่เพียงสองคนเท่านั้น พ่อก็กลับไปแล้ว ถ้าไม่ใช่คุณแล้วจะเป็นใครออกมา ไม่ต้องแอบ ออกมา” ไม่ทันขาดคำ วิทย์ก็ค่อยๆย่องออกมาจากข้างบันไดที่ขึ้นชั้นบน

    ขิงจ้องหน้าวิทย์ด้วยสายตาที่ยังไม่หายโกรธผัวสักเท่าใด

“โธ่เมียจ๋า นี่ก็ 2 วันแล้วนะ ยังไม่หายโกรธผัวอีกเหรอ วิทย์คิดถึงอยากกอดขิงกับลูกแล้วนะ เค้าผิดไปแล้ว ยังไม่ยกโทษให้อีกเค้าอีกเหรอ”

    วิทย์ทำหน้า ให้น่าสงสาร จนขิงต้องหันหลังแอบยิ้ม

“ต้องจัดการซะให้เข็ดซ่าส์ดีนัก ต้องปรามเสียบ้าง” ขิงคิดเช่นนั้น

“แล้วจะทำอีกไหม” ขิงหันมาชี้หน้าวิทย์

“ไม่ทำแล้วจร้า” วิทย์รีบพูดทันที

“วิทย์ปากไม่ดีเอง วิทย์ขอโทษที่คิดไม่ดีกับพ่อแบบนั้น เข็ดแล้วจร้า”

“ดี ถ้าคิดได้ก็จะยกโทษให้ แต่ถ้ามีอีก เราขาดกัน ขิงไม่ชอบ คนนิสัยไม่ดี เอ้า มาทานข้าวได้แล้ว นี่อุตส่าห์ยืนทำให้ เห็นบ่นว่าอยากทานไม่ใช่เหรอต้มจืดลูกดิ่งเนี่ย” วิทย์รีบหอมแก้มเมียสาวทันที

“บ้า วิทย์เนี่ย หน้าตาก็ไม่ล้างมาหอมเค้า ไปเลย ไปอาบน้ำก่อน ไป”

“ขิงไปช่วยอาบให้วิทย์หน่อยซิ คันหลังจัง ไม่มีคนถูหลังให้หลายวันแล้ว นะนะ”

    ขิงเอามือทุบไหล่วิทย์เบาๆ

“บ้า คนผีทะเล” วิทย์ไม่รอให้ขิงตอบ รีบช้อนขาเมียรักเข้าห้องน้ำทันที คงไม่ต้องบอกนะครับ ว่าเมื่อเข้าห้องน้ำไปแล้ว เขาจะทำอะไรกันบ้าง อิอิ

xxxxx ===== xxxxx

   เพ็ญขับรถมาแอบดูปูนที่หน้าบ้าน แต่ไม่ได้รอคุยนะ แค่จะสะกดรอยตามว่าปูนจะแอบออกไปหาเผด็จจริงหรือไม่ ตามที่ทับทิมได้สืบมา และสรุปประมวลผลจากการแชทมาเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา

  เนื่องจากบังกะโลที่นัดพบจะอยู่แถบชานเมืองห่างไกลจาก กทม.มาก ปูนยังไม่รู้ว่าเพ็ญได้มาอยู่ที่ กทม.แล้ว เลยไม่ทันได้ระมัดระวังตัว จึงออกไปหาเผด็จคนรักของเธอตามปกติ ด้วยรอยยิ้มเสมอ

  ประมาณ 10 โมงเช้าหลังจากที่ให้นมลูกทั้งสองคนจนอิ่มแล้วและสั่งงานพี่เลี้ยงทั้งสองคนจนเสร็จเรียบร้อย ปูนก็ออกไปหาเผด็จ ตามวันเวลาเหมือนปกติทุกครั้ง แตงโมไม่อยู่บ้าน เพราะสำนักงานทนายความ เปิดทำการทุกวันจันทร์-เสาร์ ปูนจึงเลือกวันเสาร์เพราะเธอสะดวกที่สุด ฟิตเนตชั้นสองที่เธอดูแลอยู่นั้นจะปิดทุกวันเสาร์ เปิดบริการ วันอาทิตย์-วันศุกร์ ตั้งแต่ 8.00 น.-22.00 น. 

  ปูนเปิดประตูเดินออกมาหน้าบ้าน ไม่ได้ขับรถไปเองเพราะขากลับเผด็จจะมาส่งเสมอ Taxi ที่เธอโทรจ้างไว้มารับที่หน้าบ้านตรงเวลา เพ็ญขับรถตามไปไม่ทิ้งระยะห่างกันสักเท่าใด ปูนนั่งโทรศัพท์คุยกับคนรักตลอดทางจนถึงจุดนัดพบกลางทาง ทั้งสองคนยังไม่ได้ไปทำรักกันตอนสว่างคาตาแบบนี้หรอก ปูนขอให้เผด็จอยู่กับเธอ 1 วันตามที่ขอ เผด็จก็ไม่ขัดใจ ตามใจเสมอ ปูนอยากไปไหน จะใกล้หรือไกล เผด็จจะพาไป ค่ำที่ไหนก็ทำรักกันที่นั่น บางวันก็ใช้รถเก๋ง บางวันก็ใช้มอเตอร์ไซด์ ตามแต่ว่า ณ.เวลานั้นเผด็จกำลังติดงานอะไรอยู่ ปูนลงจาก Taxi ที่หน้าห้างแห่งหนึ่ง แล้วเดินหายเข้าไปด้านใน เอาหละซิ เพ็ญจะทำยังไงหละทีนี้

“ตายหละจะทำยังไงหละทีนี้ไม่น่าเอารถมาเลยเรา รู้งี้นั่ง Taxi มาก็ดี เอาวะเอาไงเอากัน ตามมาถึงขนาดนี้แล้วนี่”

   คิดได้ดังนั้น เพ็ญก็รีบเลี้ยวรถเข้าไปหาที่จอดในห้างทันที คิดว่าปูนจะนัดพบเผด็จ และเดินเที่ยวในห้างนี้ เธอคิดผิด ไม่ทันปูนแล้ว เพราะขณะที่เพ็ญเลี้ยวรถเข้าไปหาที่จอด เผด็จก็พาปูนออกไปจากตรงนั้นแล้ว

>>>>>>>>> ********** <<<<<<<<<<

โปรดติดตามตอนต่อไปใน  ตอนที่ 11 .. “ อสรพิษ 2 ”


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น