อัปเดตล่าสุด 2022-03-11 18:32:12

ตอนที่ 8 บริษัทไอศกรีมหมูหมู จำกัด

“นี่แหละครับ โต๊ะทำงานของเจ้าของบริษัท ผมขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ผมณฐโชค เจ้าของบริษัทไอศกรีมหมูหมู จำกัด จำหน่ายไอศกรีมทั้งปลีกและส่ง แฟรนไชส์ก็มีขาย อย่าบอกนะคุณตำรวจสองคนอยากจะมาทำธุรกิจร่วมกันกับผม อ้อลืมไปสนิทเลยเชิญนั่งก่อนครับ” ณฐโชคพูดพลางผายมือขวาเชิญให้ผู้มาเยือนตำรวจหนุ่มทั้งสองนายนั่งลง

ผู้กองชนแดนกับจ่าวิกรมได้นั่งลงพร้อมกับยิ้มออกมาด้วยกันทั้งสองคน ชายหนุ่มเจ้าของบริษัทรายนี้ดูเป็นกันเองดีมีอารมณ์ขันกับแขกผู้มาเยือน

“คุณณฐโชค เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่านะครับ คือ...ผมผู้กองชนแดนเป็นตำรวจที่ย้ายมาใหม่ที่สถานีตำรวจในท้องที่ เรามีเรื่องให้คุณช่วยนิดหน่อย อย่างแรกเลยผมขอถามว่า” ผู้กองชนแดนพูดพลางยิ้มอย่างเป็นมิตร ชายหนุ่มเริ่มเข้าเรื่องจุดประสงค์ที่มาเยือนในครั้งนี้ ขึ้นชื่อว่าเป็นตำรวจเรื่องสาเหตุที่มาย่อมมีจุดประสงค์อะไรที่เกี่ยวกับเรื่องกฎหมายเป็นแน่ จ่าวิกรมหยิบสมุดคู่ใจออกมาจากมือซ้ายที่แนบอกไว้ ชายหนุ่มจรดปากกาเตรียมจดรายละเอียดในการสืบสวนคดี

“ผมสงสัยว่าหนึ่งในพี่หมูอู๊ดอู๊ดที่เป็นมาสคอตของบริษัทคุณ หนึ่งในนั้นจะต้องมีใครคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีลักพาตัวเด็กหายเมื่อหลายวันก่อน” ผู้กองชนแดนพูดพลางเปลี่ยนสีหน้าจริงจังขึ้นในทันที ชายหนุ่มเอาจริงในเรื่องนี้จุดประสงค์ที่เขามาก็เพื่อขอความร่วมมือกับบริษัทไอศกรีมหมูหมู จำกัด

“แล้ว...มันเกี่ยวกันยังไงเหรอครับผู้กอง คือ...คนที่แต่งชุดมาสคอตพี่หมูอู๊ดอู๊ด ถ้าจะให้เรียกมาสอบสวน ผมเกรงว่าจะช่วยไม่ได้ เฉพาะที่นี่ก็มีเป็นร้อยแล้ว ไหนจะตามต่างจังหวัดอีก ถ้าเรียกมาผมว่าผู้กองกับจ่าไม่น่าจะสอบปากคำไหวนะครับ” ณฐโชคออกความเห็นในจุดที่เป็นเรื่องต้องคิด ชายหนุ่มพูดพลางส่ายหน้าไม่สามารถให้ความร่วมมือตรงจุดนี้ได้

“ผมไม่ได้มาเพื่อสอบสวน แต่...”

“แต่อะไรเหรอครับผู้กองชนแดน ?”

“ผมมาเพื่อขอความร่วมมือจากคุณ”

“ด้วยความยินดี แต่จะให้ผมร่วมมือยังไงครับ ?”

“จ่าวิกรม เอาอุปกรณ์ให้คุณณฐโชคเค้าดูหน่อยสิ”

“ได้ครับ”

“ผมรู้มาว่า บริษัทของคุณณฐโชค ช่วงตอนเช้าจนถึงเย็นจะมีการขนถ่ายสินค้าไอศกรีม นี่เป็นอุปกรณ์ติดตามตัว GPS ผมอยากให้คุณช่วยเอาไปติดตามถังไอติมทุกถังด้วยครับ”

“ติดทำไมเหรอครับ ? แล้ววิธีแบบนี้จะช่วยตามหาอะไรได้”

“ผมจะสืบควานหาตัวจากเบาะแสถังไอติม คุณไม่ต้องติดทุกถังก็ได้คุณณฐโชค คุณแค่ติดเฉพาะถังที่คุณจำหน่ายให้พี่หมูอู๊ดอู๊ดต่อหนึ่งคันรถเท่านั้น พี่หมูอู๊ดอู๊ดในท้องที่เกิดเหตุเท่าที่ผมรู้มามีอยู่เพียงแค่หลักสิบคน มุมก็จะแคบลงเท่านี้เราก็พอจะสืบหาตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว คุณโอเคไหม คุณณฐโชค ?”

“ได้ครับผู้กองชนแดน ว่าแต่เราจะเริ่มทำตอนไหนดี วันนี้หรือ...”

“ตอนนี้เลยครับ คุณอย่าให้ใครรู้เป็นอันขาด นี่ผมเตรียมมาให้ยี่สิบอัน คุณเอาไปติดไว้เลย”

ได้ครับผู้กองชนแดน หวังว่าเราคงเจอตัวพี่หมูอู๊ดอู๊ดผู้ต้องสงสัยนะครับ”

“ผมไม่มีอะไรแล้ว จ่าวิกรมเรากลับกันเถอะ”

“เดี๋ยวผมเดินไปส่งครับ”

จบบทสนทนาระหว่างผู้กองชนแดนกับณฐโชค เจ้าของบริษัทไอศกรีมหมูหมู จำกัดได้ลุกจากเก้าอี้ที่นั่งเดินไปส่งแขกผู้มาเยือนผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ก่อนไปเขาไม่ลืมที่จะสั่งให้ผู้จัดการบริษัทนำอุปกรณ์ติดตามตัว GPS ไปติดไว้ที่ใต้ถังไอศกรีมตามที่ได้พูดคุยกันไว้

 

มะนาวไปอยู่ที่โรงเรียนเป็นที่เรียบร้อยเด็กสาวเริ่มมีเพื่อนเพิ่มมากขึ้น กระรอกกับบรรดาเพื่อนอีกสี่คนให้การต้อนรับมะนาวเป็นอย่างดี ตอนเรียนก็ชวนให้เข้ากลุ่มเดียวกันช่วงเช้าที่ครูชมพูพรรณได้เข้ามาสอน มะนาวก็ไม่ต้องเอ่ยปากขอเข้ากลุ่มกับเพื่อนคนไหนเลย กระรอกเป็นคนชวนเธอเองด้วยมิตรไมตรีที่มีให้อย่างจริงใจ

“มะนาวกลุ่มนิทานภาษาอังกฤษเธอมาอยู่กลุ่มเดียวกับพวกเราไหม ?” เสียงของกระรอกกล่าวพร้อมกับยิ้มชวนให้มะนาวเข้ากลุ่ม คนถูกชักชวนที่อยู่เพียงลำพังมาโดยตลอดมีหรือที่เธอจะปฏิเสธ มะนาวยิ้มตอบรับและเดินไปเข้ากลุ่มเพื่อนกระรอกในทันที

“นี่กระรอก ถามหน่อยเถอะนะ เธอเอายัยเด็กใหม่เข้ากลุ่ม ไม่กลัวเป็นตัวถ่วงเพื่อนบ้างเหรอ!?” พาสต้าพูดพลางยืนจากเก้าอี้ที่เธอนั่ง เด็กสาวมีกลุ่มของตัวเองอยู่แล้วโดยไม่ต้องจัดหา เพื่อนเด็กชายที่เหลืออีกสิบห้าคนพวกเขาก็แบ่งกลุ่มกันเองโดยไม่มีเด็กนักเรียนหญิงอยู่ด้วย

“เธอเห็นไหมกระรอกกลุ่มผู้ชายที่เหลือ ? ไม่เห็นจะมีใครอยากจะเอายัยมะนาวเข้ากลุ่มด้วยเลย คิดดีแล้วเหรอ ?” คำพูดช่างเจรจาของพาสต้าเธอพูดได้เกินอายุปัจจุบันของตัวเองเสียจริงๆ

ด้วยความที่มีพ่อรวยแม่รวยที่บ้านมีฐานะ ตอนอยู่บ้านก็มีคนคอยรับใช้เป็นคุณหนู เมื่อมาอยู่ที่โรงเรียนเด็กสาวจึงติดนิสัยแบบที่ใช้อยู่บ้านมาทำที่โรงเรียน พาสต้าคือคุณหนูเอาแต่ใจ

“มาๆมะนาวเธอมาอยู่กับเรา อย่าไปสนใจเสียง...อะไรนี่เลย” กระรอกไม่ต่อล้อต่อเถียงเด็กสาวคุยกับมะนาวโดยไม่สนใจสิ่งรอบตัวที่เป็นอะไรไร้สาระ

“อยากลองดีกับเราใช่ไหมยัยกระรอก ? ไว้เจอกันระวังตัวไว้เถอะ!” พาสต้ายังไม่วายพูดข่มขู่กระรอก จากตอนแรกที่เธอหันไปเล่นงานมะนาว ตอนนี้เด็กสาวเปลี่ยนทิศทางหันไปจ้องเล่นงานกระรอกแทน

“เธอจะทำอะไรเราเหรอพาสต้า ?”

“ไม่รู้ ไม่ชี้ ถ้ารีบบอกเดี๋ยวก็ไม่สนุก ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“นักเรียนเงียบๆกันหน่อย ครูชมพูพรรณให้เวลาอีกสิบนาทีนะ เลือกนิทานที่ชอบแล้วไปทำบทพูดง่ายๆเป็นภาษาอังกฤษมา กิจกรรมนี้ครูอนุญาตให้มีผู้ใหญ่ช่วยเหลือได้”

“แต่พวกเธอต้องจดจำบทพูดและเอามาใช้พูดกันเอง กิจกรรมนี้พวกเธอจะต้องไปแสดงที่เวทีในห้องประชุมของโรงเรียน ถ้ากลุ่มไหนได้คะแนนมากที่สุด ครูชมพูพรรณจะเลือกไปแสดงโชว์ในงานวันประชุมผู้ปกครองนะ ตั้งใจทำตั้งใจเรียนประเดี๋ยวครูมา อย่าส่งเสียงดังนะ Please don't make noise! ครูสาวพูดจบเธอก็ปลีกตัวออกไปจากห้องเรียนในทันที เสียงพูดขัดจังหวะทำให้สงครามระหว่างเด็กนักเรียนหญิงสองกลุ่มต้องยุติลงก่อน

กระรอกกับพาสต้าต่างมองจ้องหน้ากัน เพื่อนในกลุ่มที่เหลือก็มองตอบส่งสายตาท้าทายกัน เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆแน่สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งด่วนตัดสิน มะนาวพยายามสะกิดแขนของกระรอกเพื่อเตือนสติ เด็กสาวไม่อยากจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้กลุ่มของกระรอกกับกลุ่มของพาสต้าต้องมีเรื่องกัน มะนาวมาเพื่อเรียนหนังสือไม่ได้มาเพื่อเป็นตัวยุยงให้เพื่อนต้องทะเลาะกัน

“ใจเย็นๆนะกระรอก เราคุยกันเรื่องนิทานภาษาอังกฤษจะดีกว่า กลับมานั่งที่เถอะกระรอก” มะนาวพูดพลางเขย่าแขนเพื่อนเด็กนักเรียนหญิง เธอเปลี่ยนความสนใจให้เพื่อนใหม่ทุกคนเลิกสนใจกลุ่มของพาสต้าที่มี หัวหน้ากลุ่มคุณหนูเอาแต่ใจยืนมองอยู่ พาสต้าเมื่อเห็นว่ากระรอกกลับไปนั่งประจำที่ของตนเอง เด็กสาวก็กลับมานั่งที่เก้าอี้ของเธอและพูดคุยเรื่องนิทานภาษาอังกฤษกันต่อ

“กระรอกเธออย่าไปมีเรื่องกับกลุ่มของพาสต้าเลยนะ เรารู้สึกไม่ดีเลย เราคือต้นเหตุให้เธอกับพาสต้าต้องมีเรื่องกัน อย่ามีเรื่องกันเลยนะ” มะนาวยังคงพูดเตือนสติเพื่อนของเธอต่อ เด็กสาวไม่อยากให้เพื่อนห้องเรียนเดียวกันต้องมาขัดใจทะเลาะกันเพราะเธอ

“อย่ากลัวไปเลยมะนาว ถึงไม่มีเธอมาเรียนที่นี่ เรากับยัยพาสต้าก็ไม่ค่อยจะถูกกันอยู่แล้ว เธอไม่ได้เป็นต้นเหตุอะไรหรอก” กระรอกไม่มองว่ามะนาวคือต้นเหตุของเรื่องนี้ เด็กสาวแยกแยะได้เธอเป็นคนใจกว้าง กล้าคิดและก็กล้าทำกล้าเผชิญตั้งแต่เด็กๆ อนาคตถ้าโตขึ้นกระรอกน่าจะไปทำงานด้านความยุติธรรม ประมาณว่าทนายความหรือตำรวจ อะไรทำนองนี้

เวลาผ่านไปจนถึงตอนเที่ยงมะนาวได้ไปพักรับประทานอาหารกลางวันกับกลุ่มของกระรอก เด็กสาวไม่ลืมที่จะหยิบตุ๊กตาลูกหมูที่เธอตั้งชื่อมันว่า “พี่หมู” ไปด้วยกัน กระรอกกับเพื่อนที่เหลือสี่คนพวกเธอชอบตุ๊กตาลูกหมูของมะนาวมาก เวลามองและเข้าไปหยิบจับกอด พวกเธอรู้สึกว่าตุ๊กตาลูกหมูมีชีวิตจริง ความรู้สึกไม่เหมือนกับตนเองกำลังกอดตุ๊กตา แต่พวกเธอรู้สึกราวกับว่ากำลังกอดกับลูกหมูตัวเป็นๆ

“มะนาวเธอชอบดื่มน้ำโค้กเหรอ ? คิวซื้อน้ำก็ยาวเราเห็นเธอไปยืนรอก่อนจะซื้อข้าวเที่ยงอีก” กระรอกพูดถามเพื่อนเด็กสาวด้วยความสงสัย ผู้ใหญ่ส่วนมากรวมถึงครูผู้สอนโดยรวมไม่มีใครคนไหนชักชวนให้ ลูกเล็กเด็กแดงทั้งเด็กชายเด็กหญิงดื่มน้ำจำพวกนี้ นั่นเป็นเพราะมันกัดกระเพาะเป็นสาเหตุทำให้เป็นโรคอ้วนได้ถ้าดื่มเป็นประจำ

“ก็ชอบอยู่นะ เราจะดื่มแค่วันละแก้วไม่เยอะหรอก” มะนาวพูดตอบกระรอกเด็กสาวก็ยกแก้วน้ำโค้กขึ้นมาดื่ม เธอดื่มไปในขณะที่มือขวาก็วางช้อนไว้ตรงขอบจาน เด็กสาวค่อยๆจรดปลายหลอดเข้ามาที่ริมฝีปาก เธอกำลังจะดื่มแต่แล้วจู่ๆน้ำโค้กภายในแก้วก็พลันหายไปในชั่วพริบตา ทั้งที่มะนาวยังไม่ได้ดื่ม

กระรอกกับเพื่อนอีกสี่คนถึงกลับดวงตาเบิกโพลง เด็กสาวทั้งห้าคนนิ่งเงียบ กระรอกไม่พูดอะไรต่อเธอเห็นภาพที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคงไม่ได้เป็นมายากลที่จัดแสดงโชว์ให้เห็นเป็นแน่ น้ำโค้กหายไปทั้งที่เจ้าของยังไม่ได้ดื่มกิน

“อ้าว! หมดแล้วเหรอ กระรอกทุกคนเดี๋ยวเราขอตัวไปซื้อน้ำโค้กก่อนนะ” มะนาวพูดจบเธอก็ลุกจากเก้าอี้เดินไปซื้อน้ำโค้กตามที่เธอบอก เด็กสาวทิ้งปริศนาให้เพื่อนที่นั่งอยู่ภายในโต๊ะครุ่นคิด เพื่อนของกระรอกรีบเป็นคนเปิดประเด็นก่อนเป็นคนแรก เด็กสาวเขย่าแขนกระรอกพร้อมกับพูดออกมา

“กระรอก เธอเห็นเหมือนกับที่เราเห็นไหม ?”

“นั่นสิ มะนาวเด็กใหม่เลี้ยงกุมารทองไว้หรือเปล่า” เด็กสาวอีกคนนั่งตรงข้ามเพื่อนที่ถามกระรอกพูดขึ้น

“ไม่น่าใช่นะ บ้านเราพ่อก็เลี้ยงกุมารทอง ที่เราพอจะรู้กุมารทองเค้าชอบดื่มน้ำแดง น้ำเขียว” เด็กสาวคนที่นั่งใกล้เพื่อนซึ่งนั่งตรงข้าม เธอได้พูดออกความเห็นตามกันไป

“หรือว่า มะนาวจะเลี้ยงผี!” เด็กสาวคนที่นั่งถัดมาจากเพื่อนคนที่สะกิดแขนกระรอกพูดออกความเห็นของตนเอง สิ่งที่เธอพูดทำเอาบรรยากาศบนโต๊ะอาหารดูวังเวงขึ้นมาชั่วขณะ ทั้งที่เป็นเวลากลางวันเด็กนักเรียนผู้คนพลุกพล่าน

“ทุกคนหยุดพูดก่อน มะนาวเดินมาถึงพวกเราแล้ว” เด็กสาวคนที่ต้นคิดว่ามะนาวเลี้ยงผีได้เอ่ยพูดขึ้น กระรอกกับเพื่อนอีกสี่คนจึงหยุดพูดโดยฉับพลันขึ้นมาทันที ทุกคนทำตัวเป็นปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่แท้จริงแล้วมันมี เรื่องนี้กระรอกกับเพื่อนรู้เรื่องและเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด จะมีคนที่ไม่เห็นหรือเห็นแต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ก็คงจะมีแต่มะนาวเพียงคนเดียว

“ทุกคนกินข้าวอิ่มแล้วเหรอ ? เออกระรอกถ้ากินข้าวเที่ยงเสร็จแล้ว เรื่องที่เราคุยกันไว้ พวกเราไปซ้อมบทพูดและเลือกเรื่องที่จะทำนิทานภาษาอังกฤษกันนะ” มะนาวพูดบอกกระรอกและเพื่อนอีกสี่คน เธอพูดจบปากก็จรดไปที่หลอดน้ำดื่มต่อ เด็กสาวดื่มน้ำโค้กท่ามกลางสายตาที่จ้องมองของกระรอกและเพื่อนที่เหลือ

“พวกเธอมีอะไรหรือเปล่า ? ทำไมถึงจ้องมองเรา ?” มะนาวสงสัยเธอจึงพูดถามเพื่อนที่มองจ้อง

“เปล่า คือเราก็มองอะไรไปเรื่อย เออมะนาวเธอติดตุ๊กตาลูกหมู เอ้ย พี่หมูมากเลยเหรอ เราเห็นเธอกอดแนบอกอยู่ตลอด ตอนไปซื้อน้ำโค้กก็เอาไปด้วย เธอกลัวมันหายอย่างนั้นเหรอ ?” กระรอกพูดถามด้วยความสงสัยเธอเหมือนเป็นตัวแทนถามแทนเพื่อนอีกสี่คนที่นั่งอยู่ สายตาของเด็กสาวรวมกระรอกต่างจ้องมองมะนาวรอคำตอบที่อยากรู้

“ก็เราชอบนี่ ถ้ามีพี่หมูอยู่ด้วยจะรู้สึกดี กอดแล้วรู้สึกอบอุ่นใจ ฮะอะไรกัน!” มะนาวพูดพลางกอดตุ๊กตาลูกหมูไว้แนบอก เธอกอดไว้ในแบบหลวมๆไม่ได้รัดแน่นอะไร เด็กสาวกำลังวางแก้วน้ำโค้กที่เธอดื่มจนหมดลงไปบนโต๊ะ

จู่ๆเธอก็ต้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ นั่นเป็นเพราะชะเอมได้เดินย่องเข้ามาที่ด้านหลังในแบบไม่ให้กระรอกและเพื่อนที่นั่งอยู่รู้ตัว เด็กสาวกระชากตุ๊กตาลูกหมูออกมาจากอกของเจ้าของตุ๊กตา มะนาวใช้แขนซ้ายโอบรัดไม่แน่นนักจึงทำให้ชะเอมกระชากตุ๊กตาลูกหมูออกไปจากตัวของเธอได้

“เอาของเรามานะชะเอม เธอเอาคืนมานะ!” มะนาวรีบลุกจากเก้าอี้ในทันทีกระรอกกับเพื่อนที่เหลือก็ทำไม่ต่างกัน เด็กสาวทั้งห้าคนรีบลุกขึ้นและเข้าไปช่วยเหลือมะนาวเพื่อนเด็กใหม่ด้วยความสงสาร

“ชะเอม! เธอทำบ้าอะไรส่งตุ๊กตาคืนมานะเร็ว!” กระรอกพูดพลางชี้หน้าชะเอมอย่างเอาเรื่อง เด็กสาวไม่ยอมให้เพื่อนใหม่ต้องถูกรังแกอย่างเดียวดาย ครั้งนี้ไม่ง่ายเหมือนครั้งก่อนมะนาวไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์โดดเดี่ยวเพียงลำพัง

“ไม่ให้! จ้างให้ก็ไม่คืน ถ้าอยากจะได้ก็ตามมาเอา ไปเร็วพาสต้า!” ชะเอมพูดพลางส่งตุ๊กตาลูกหมูโยนต่อไปให้พาสต้าอย่างรวดเร็ว

หัวหน้ากลุ่มจอมเจ้าคิดรีบอ้ามือรับเธอส่งต่อไปให้เพื่อนที่เหลือช่วยโยนสลับกันไปมา กระรอกกับเพื่อนๆอีกสี่คนพยายามวิ่งเข้าไปช่วยเหลือ แต่พวกเธอก็ทำอะไรไม่ได้มากเพราะพาสต้ากับชะเอมและเพื่อนที่เหลืออีกสามคน ทุกคนต่างช่วยกันอ้ามือรับตุ๊กตาลูกหมูแล้ววิ่งหนีหายออกไปนอกโรงอาหาร

“มะนาวไม่ต้องกลัวนะ เธอมากับเรา มะยม ส้ม แก้ว องุ่น พวกเธอรีบวิ่งตามกลุ่มพาสต้าไปนะ เราว่าพวกนั้นน่าจะวิ่งไปแถวหลังโรงเรียน ก็ดีเหมือนกันวันนี้เราจะได้เคลียร์เรื่องที่ค้างคากันให้จบไป รีบไปกันเถอะ มะนาวตามเรามา” กระรอกพูดพลางจับข้อมือขวาของมะนาวพร้อมกับวิ่งออกไปในทันที เพื่อนที่เหลืออีกสี่คนวิ่งออกไปก่อนหน้านี้แล้ว มะนาวโชคดีที่มีเพื่อนรักเธอ แต่เด็กสาวโชคร้ายที่ต้องพบเจอพาสต้าเพื่อนที่ชอบแกล้งเพื่อน

 

กลุ่มของมะนาวนำโดยกระรอกเป็นหัวหน้าทีม เด็กสาวพามะนาววิ่งไปจนถึงหลังโรงเรียน พวกเธอทั้งหกคนได้พบเจอกับตัวต้นเหตุพาสต้ากับชะเอมและพรรคพวกที่เหลืออีกสามคน พวกนั้นได้ยืนรออยู่ตามที่กระรอกได้คาดเดาเอาไว้ กระรอกกับมะนาวและเพื่อนอีกสี่คน เด็กสาวได้แต่มองตรงไปที่ร่างของพาสต้าซึ่งตอนนี้ในมือได้ถือตุ๊กตาลูกหมูอยู่ กระรอกรีบพูดถามเพื่อช่วยเหลือมะนาวเพื่อนใหม่

“ตกลงเธอจะเอายังไงพาสต้า!?”

“แล้วพวกเธออยากจะให้เราเอายังไงดี ? เอาตุ๊กตาลูกหมูน่าเกียจตัวนี้โยนทิ้งออกไปนอกรั้วเลยดีไหม ?” พาสต้าพูดพลางชักมือขวาขึ้นเด็กสาวทำท่าจะโยนตุ๊กตาลูกหมูทิ้งไปจริงๆตามที่ได้พูดไว้

“อย่านะพาสต้า อย่าโยนตุ๊กตาพี่หมูของเราออกไปนอกรั้วนะ เธอไม่ชอบเราคนเดียว เธอมาทำกับเราเถอะ กระรอกกับเพื่อนคนอื่น รวมถึงตุ๊กตาพี่หมูไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย เธอส่งตุ๊กตาพี่หมูคืนเรามาเถอะนะพาสต้า” มะนาวพยายามพูดอ้อนวอนอย่างเอาน้ำเย็นเข้าลูบให้ได้มากที่สุด จนถึงตอนนี้เด็กสาวก็ยังไม่มีอาการโกรธโมโหพาสต้าเพื่อนจอมแกล้งเจ้าคิดเจ้าแค้นแต่อย่างใด มะนาวยังคงให้อภัยและแสดงความจริงใจให้พาสต้าอยู่เสมอ

“นี่เธอกล้าตั้งชื่อตุ๊กตาเรียกมันว่า พี่หมูอย่างนั้นเหรอ ? แหวะไม่เห็นจะน่ารักสวยก็ไม่สวย มะนาวเธออยากจะได้มันคืนใช่ไหม ? เดินเข้ามาเอาเราจะให้มันคืนกลับเธอ” พาสต้าพูดพลางยื่นตุ๊กตาลูกหมูส่งให้มะนาวในระยะที่เธอกับเพื่อนเด็กสาวอยู่ห่างกันราวหกเมตร มะนาวยิ้มดีใจเธอกำลังจะเดินเข้าไปหาตามที่พาสต้าพูดบอก เด็กสาวก้าวขาออกเดินแต่เธอก็ต้องหยุดชะงักหันไปมองกระรอก

“มะนาว เธอให้เราเข้าไปเอาตุ๊กตาแทนไหม ?”

“ไม่เป็นไรกระรอก เราคิดว่าพาสต้าคงให้ตุ๊กตาพี่หมูคืนจริงๆ เธอไม่ต้องเป็นห่วงเราหรอก” มะนาวพูดจบเธอก็เดินเข้าไปเอาตุ๊กตาลูกหมูในทันที เด็กสาวเดินไปจนใกล้ถึงร่างของพาสต้าเธอยิ้มและยื่นมือขวาจะหยิบตุ๊กตาจากมือของพาสต้า มะนาวจะทำอย่างนั้นแต่เธอก็ต้องหยุดก่อนเพราะ

“ก่อนส่งคืนเราขอเหยียบตุ๊กตาลูกหมูเน่าๆเป็นที่ระลึกหน่อยนะมะนาว!” พาสต้าพูดจบเด็กสาวก็ทิ้งตุ๊กตาลูกหมูลงพื้นไปในทันที ชะเอมกับเพื่อนที่เหลือทุกคนต่างยิ้มหัวเราะชอบใจ กระรอกกับเพื่อนอีกสี่คนแสดงสีหน้าไม่พอใจเด็กสาวกับพรรคพวกรีบวิ่งเข้าไปใกล้ร่างของมะนาว

“ตายเสียเถอะตุ๊กตาลูกหมูสกปรก!”

พาสต้าพูดพลางยกฝ่าเท้าขวาขึ้นสูงเด็กสาวทำอย่างที่ตนเองพูดไว้ ฝ่าเท้าของเธอกำลังจะเหยียบลงไปที่ตุ๊กตาลูกหมู ท่ามกลางเสียงหัวเราะและรอยยิ้มที่สนุกสนานของบรรดาชะเอมกับเพื่อนที่เหลือ

“โอ๊ย อะไรมาบังไว้นะ ทำไมเราถึงเหยียบมันไม่ได้ เกิดอะไรขึ้น” พาสต้าพูดพลางกดฝ่าเท้าลงไปที่ร่างของตุ๊กตาลูกหมูอยู่ตลอด เธอทำไม่ได้มันเหมือนมีอะไรมาบดบังและรั้งไว้ไม่ให้เด็กสาวทำอย่างนั้น

“อู๊ด อู๊ด อู๊ด!”

“เสียงหมูร้องออกมาจากตุ๊กตาอย่างเป็นปริศนา ทุกคนดวงตาเบิกโพลงมองจ้องไปที่ตุ๊กตาลูกหมู กระรอกกับเพื่อนอีกสี่คนมองลงไปที่พื้นอย่างใจจดใจจ่อ ชะเอมกับเพื่อนอีกสามคนก็มองจ้องไปในแบบกระรอกเช่นเดียวกัน เด็กสาวหัวใจเต้นรัวระทึกพวกเธอมองอย่างสงสัย ตุ๊กตาลูกหมูจะมีเสียงร้องออกมาได้อย่างไรก็ในเมื่อมันไม่ได้มีชีวิต!

พาสต้าเป็นเด็กสาวที่หัวใจเต้นรัวแรงที่สุดนั่นเป็นเพราะเธอเป็นเจ้าของฝ่าเท้า เด็กสาวเหงื่อแตกพลั่กเธอกลัวจนพูดอะไรไม่ออก จะขยับขาก็ทำไม่ได้จะกดฝ่าเท้าลงไปมันก็ยิ่งทำไม่ได้เข้าไปอีก พาสต้าอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทำอะไรไม่เป็นตัวของตัวเอง

มะนาวเป็นเด็กสาวเพียงคนเดียวที่ไม่ตกใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เธอเหมือนรู้และเข้าใจในความเป็นไปทั้งหมด เด็กสาวขอคืนตุ๊กตาลูกหมูจากพาสต้าดีๆแล้ว แต่พาสต้ามีลูกเล่นไม่ยอมให้ พอจะส่งให้ก็ทำท่าจะแกล้งเหยียบตุ๊กตาลูกหมูอีก ผลคือเธอต้องได้รับบทเรียนบ้าง

“โอ๊ย! เจ็บขา อะไรกัดเรานะ ช่วยด้วย!” พาสต้าพูดพลางชักเท้าขวากลับเข้าหาตนเอง เธอรีบก้าวถอยหลังเหงื่อแตกพลั่กจิตวิตกกังวลเป็นที่สุด ชะเอมกับเพื่อนที่เหลือได้เข้าไปประกบร่างของพาสต้า เด็กสาวกับเพื่อนอีกสามคนช่วยกันปลอบใจพาสต้าให้เธอหายจากอาการตกใจ

มะนาวเดินเข้าไปเอาตุ๊กตาลูกหมูที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นปูน เด็กสาวหยิบมันขึ้นและเอากอดไว้แนบอกพร้อมกับพูดออกมา ทำเอาเพื่อนเด็กนักเรียนหญิงที่ยืนรายล้อมอยู่ทุกคนต้องฉงนใจ

“ให้อภัยพาสต้าเถอะนะพี่หมู เพื่อนมะนาวได้รับบทเรียนแล้ว พี่หมูไม่ต้องกัดเค้าอีกนะคะ!”

 

 

 

 

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น