อัปเดตล่าสุด 2022-05-27 16:44:52

ตอนที่ 20 ความสุขของครอบครัว

“เชิญเลยครับลูกค้าทุกคน ไม่ซื้อไม่ว่า แต่มาลองชิมได้ครับ ชิมฟรีถ้าอร่อยถูกปากก็ซื้อกลับบ้านครับ” ศรีอุบลคนขยันหัวหน้าครอบครัวที่อุปนิสัยเกรงใจศรีภรรยาเป็นที่สุด ช่วงบ่ายในวันเสาร์เขาพาครอบครัวมาเปิดร้านลูกชิ้นหมูศรีอุบลสินค้าโอทอปการันตีห้าดาว ขายประจำอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าของทวีวุฒิพ่อของพาสต้า

“ชิมฟรีเหรอครับพี่ ? น่าสนนะ อร่อยครับ” ชายหนุ่มในวัยนักศึกษามหาวิทยาลัยเขาจูงมือแฟนสาวเดินเข้ามาที่ร้านชั้นจีตลาดสดของห้างสรรพสินค้า ชายหนุ่มใช้ไม้จิ้มฟันกดลงไปที่เนื้อลูกชิ้นหมู เขารู้สึกอร่อยละมุนลิ้นรับรสจึงเอ่ยชมศรีอุบลกับครอบครัว

“ขอบคุณครับ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณนะคะ” ศรีอุบลกับสุนันท์และพาสต้าได้กล่าวขอบคุณในคำชมของลูกค้าวัยหนุ่ม

“อร่อยจริงๆด้วย มีหลายรสให้เลือกด้วยนะ รสหมูกระเทียม กะเพรา แล้วก็...?” แฟนสาวของชายหนุ่มกล่าวชมเชย และอ่านรายละเอียดของลูกชิ้นหมูศรีอุบลที่วางอยู่บนโต๊ะในร้านขายขนาดกว้างห้ายาวห้าเมตร เธอยิ้มอย่างชอบใจที่ลูกชิ้นหมูอร่อยถูกปากทั้งตัวของเธอกับแฟนหนุ่ม

“รสพริกแกงครับ รสนี้จะผสมความเผ็ดร้อนซ่อนไว้ในเนื้อลูกชิ้น ถ้าคุณลูกค้าเป็นคนชอบทานเผ็ด ผมแนะนำเลยครับผม” ศรีอุบลพูดตอบพลางยิ้มกว้างออกมาอย่างมีความสุข ลูกชิ้นหมูเปิดร้านขายประจำภายในห้างสรรพสินค้าเป็นวันแรก เสียงตอบรับก็ถือว่าไม่เงียบเหงาจนเกินไปนัก

“โอ้โห มีหลายรสนะคะ ตัวเองเอากี่รสดี ลูกชิ้นไม้ละเท่าไหร่คะ ?”

“ไม้ละสิบบาท ส่วนแบ่งขายยังไม่ได้ปิ้งเป็นถุง ราคาถุงละหนึ่งร้อยบาทค่ะคุณลูกค้า” สุนันท์เป็นคนตอบคำถามลูกค้าสาวบ้าง เธอช่วยสามีขายของด้วยความขยัน มะนาวเองก็เป็นเด็กดีหลังรับประทานอาหารเที่ยงแล้ว เธอก็ช่วยพ่อแม่หยิบจับไม้ลูกชิ้นส่งขายให้ลูกค้าที่ทยอยเดินเข้ามาซื้อ

“ตามใจตัวเองสิ ซื้อไปหลายๆไม้ก็ได้ แล้วที่หอพักมีตู้เย็นไม่ใช่เหรอ เราซื้อรสกะเพราไปสักถุง ไว้ไปทอดหรือไม่ก็ปิ้งเตาไฟฟ้าก็ได้”

“ถ้าอย่างนั้น เอาลูกชิ้นรวมรสกันสิบไม้แยกน้ำจิ้มนะคะ แล้วก็เอาลูกชิ้นหมูรสกะเพราหนึ่งถุง”

“ได้ครับ ได้ค่ะ” ศรีอุบลกับสุนันท์พูดบอกลูกค้าหญิงสาวอย่างพร้อมเพรียง มะนาวรู้งานของตัวเองเด็กสาวรีบหยิบถุงและไม้ลูกชิ้นใส่เข้าไปพร้อมกับส่งให้คนเป็นแม่ สุนันท์ตักน้ำจิ้มใส่ถุงให้ลูกค้าชายหญิงอย่างคล่องแคล่ว ส่วนศรีอุบลก็รับหน้าที่ปิ้งลูกชิ้นต่อ เมื่อปิ้งเสร็จแล้วเขาก็จะนำไปวางใส่ไว้ภายในถาดรอให้ลูกค้ามาซื้อ

“เข้าท่านะคุณ อร่อยไหมลูก ?” ลูกค้าหญิงวัยสาวพูดถามคนเป็นสามีกับลูกชายวัยไล่เลี่ยกับมะนาว

“อร่อยครับแม่”

“ซื้อไปกินหน้าโรงหนังกันไหม ? กว่าหนังจะฉายก็เกือบครึ่งชั่วโมง”

“เอารสกระเทียมห้าไม้ แล้วก็กะเพราสาม อีกสองไม้ขอเป็นรสพริกแกงก็แล้วกันค่ะ” คนเป็นแม่พยักหน้าเข้าใจสามีกับลูกชาย หญิงสาวพูดพร้อมกับหยิบเงินในกระเป๋าสะพายข้าง เตรียมยื่นส่งให้สุนันท์ซึ่งยืนรอบริการลูกค้าอย่างเตรียมพร้อม

“ได้ค่ะ คุณลูกค้า มะนาวไวมากลูกพอลูกค้าสั่งปุ๊บก็หยิบเสร็จปั๊บ เก่งมากลูกสาวแม่”

“ขอบคุณค่ะ โอกาสหน้ามาอุดหนุนอีกนะคะ” สุนันท์กับมะนาวและศรีอุบลเริ่มมือเป็นระวิงขึ้นเรื่อยๆ ลูกค้าจากหนึ่งคนสองคนเริ่มเพิ่มจำนวน ขายวันแรกก็มีผลตอบรับดีเกินคาด อย่างนี้หัวหน้าครอบครัวคนขยันก็มีเงินเหลือเก็บและพอที่จะไปจ่ายค่าเช่าที่ภายในห้างสรรพสินค้าของทวีวุฒิแบบสบายใจไร้กังวล

“ขายดีไหมครับคุณสุนันท์ คุณศรีอุบล ?” ประโยคคำถามของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีดำภูมิฐานได้เอ่ยขึ้น เขาเดินมาพร้อมเลขานุการวัยสาว ที่ด้านข้างขวามือของชายคนนี้มีเพื่อนสนิทของมะนาวยืนอยู่ ทวีวุฒิเจ้าของห้างสรรพสินค้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากนั่งตรวจงานเซ็นต์เอกสาร มาเดินตรวจงานพื้นที่เช่าขายสินค้าของผู้ประกอบการ

“สวัสดีครับ สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ” พ่อแม่และลูกสาวแม้จะชุลมุนกับการขายลูกชิ้นหมู จนบางทีไม่ได้มองหน้าลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามา แต่พวกเขาก็ไม่ลืมที่จะยกมือไหว้สวัสดีทักทายคุณทวีวุฒิ เจ้าของห้างสรรพสินค้าพูดถามจบก็ยืนรับไหว้และยิ้มให้พร้อมกันกับเลขานุการสาว

“สวัสดีค่ะ คุณอาทั้งสองคน” พาสต้ายกมือไหว้สวัสดีศรีอุบลกับสุนันท์ สองสามีภรรยายกมือรับไหว้พร้อมกับยิ้มให้เพื่อนลูกสาวตัวน้อย

“ขายดีเกินคาดครับคุณทวีวุฒิ ผมไม่คิดเลยว่าจะขายดีขนาดนี้”

“ผมดีใจด้วยนะคุณศรีอุบล ลูกชิ้นหมูของคุณมันอร่อยนี่ เมื่อวันที่ให้ผมชิม ผมยังติดใจจนซื้อไปเก็บไว้ในตู้เย็นเป็นสิบถุงเลย”

“มะนาวไปเล่นกับเราไหม เราจะชวนเธอไปว่ายน้ำ ?”

“ว่ายน้ำอย่างนั้นเหรอ เราคงไปไม่ได้ต้องช่วยแม่ขายลูกชิ้น”

“สงสัยเราจะได้ว่ายน้ำคนเดียวอีกแล้ว” พาสต้าแววตาละห้อยผิดหวังที่มะนาวบอกปฏิเสธในคำชวนของเธอ

“ไปเล่นกับพาสต้าเถอะมะนาว บ่ายนี้แม่อนุญาตให้ลูกไปเล่นกับเพื่อนได้” สุนันท์พูดพลางยิ้มพยักหน้าให้ลูกสาวคนเก่ง หญิงสาวไม่อยากจะยึดตัวลูกสาวไว้ใช้งานตลอดเวลา เด็กในวัยแบบมะนาวถ้ารู้จักหน้าที่ช่วยเหลือแบ่งเบาครอบครัว เพียงเท่านี้ก็ถือว่าเป็นเด็กดีแล้ว

“จริงๆเหรอคะแม่ ไชโยพาสต้าเราไปเล่นกัน วันนี้เธอต้องพาเราไปเที่ยวห้างให้ทั่วเลยนะ” มะนาวพูดพร้อมกับกระโดดดีใจอยู่กับพื้น เด็กสาวก้าวขาเดินไปกุมมือพาสต้าเพื่อนคู่หู เธอรู้สึกดีใจที่แม่อนุญาตให้ไปเที่ยวเล่นได้

“ถ้าอย่างนั้นเรารีบไปที่สวนน้ำชั้นหกกันเลย” พาสต้ากุมมือมะนาวยิ้มแก้มปริดีใจกระโดดโลดเต้นขึ้นเหมือนกัน มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีและมีความสุขสนุกรออยู่ โดยปกติพาสต้าจะต้องเล่นน้ำอยู่ตามลำพัง เด็กสาวจึงไม่ค่อยสนุกกับกิจกรรมนี้มากนัก คราวนี้มีเพื่อนมาว่ายน้ำด้วยพาสต้าจึงรู้สึกว่าตัวเองไม่ต้องเหงาสนุกเพียงคนเดียว

“เดี๋ยวก่อนนะพาสต้า แม่ขอถามอะไรหน่อย ? หนูจะพามะนาวไปว่ายน้ำ แต่มะนาวไม่มีชุดว่ายน้ำมาเปลี่ยน แล้วเค้าจะให้ลงเล่นในสระว่ายน้ำได้เหรอ ?” สุนันท์ถามอะไรบางอย่างก่อนที่ลูกสาวกับเพื่อนตัวน้อยจะเดินไปทำกิจกรรมนั้น คุณแม่รู้สึกสงสัยในเรื่องตรงจุดนี้

“เรื่องนั้นคุณสุนันท์ไม่ต้องกังวลไปครับ ที่สวนสนุกมีชุดว่ายน้ำให้เปลี่ยน ไม่ต้องกลัวว่ามะนาวจะไม่ได้ลงเล่นน้ำ” ทวีวุฒิพูดบอกข้อมูลแทนคนเป็นลูกสาว ชายวัยกลางคนยิ้มให้สุนันท์กับศรีอุบล จากนั้นเขาก็หันไปมองเลขานุการที่อยู่ข้างกายตนเอง

“คุณกุลสตรี เดี๋ยวบ่ายนี้ผมรบกวนเป็นพี่เลี้ยงให้พาสต้าด้วยนะครับ เรื่องเอกสารการประสานงานลูกค้า เดี๋ยวผมให้เลขาอีกคนจัดการให้แทนคุณ”

“ได้ค่ะท่านประธาน”

“ยังไงผมขอตัวก่อนนะครับ พอดีจะเดินตรวจห้างต่อ” ทวีวุฒิพูดจบเขาก็ขอปลีกตัวไปจากหน้าร้านขายลูกชิ้นของศรีอุบล ชายวัยกลางคนเดินไปตรวจพื้นที่ต่อ

เขาต้องการรู้ความเคลื่อนไหวของพนักงานระดับล่างในแบบไม่เตรียมการต้อนรับ การเดินตรวจแบบสุ่มและไม่ให้พนักงานรู้เนื้อรู้ตัวจึงเกิดขึ้น ศรีอุบลกับสุนันท์พยักหน้ายิ้มให้เจ้าของห้างสรรพสินค้า ทั้งสองคนช่วยกันขายลูกชิ้นต่อ ลูกค้ายังคงมีทยอยเดินเข้ามาซื้ออยู่เรื่อยๆไม่ขาดสาย

“มะนาวไปขึ้นลิฟต์กัน ไม่ต้องใช้บันไดเลื่อนหรอกช้า” พาสต้ากุมมือมะนาวเดินนำไปที่ลิฟต์ซึ่งอยู่ด้านหลังตลาดสดของห้างสรรพสินค้า เลขานุการกุลสตรียิ้มและเดินตามตอนนี้เธอรับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงชั่วคราวให้ลูกสาวเจ้านาย เธอต้องทำมันให้ดีที่สุด หญิงสาวจับข้อมือของพาสต้าและมะนาวเธอพาเด็กทั้งสองคนขึ้นลิฟต์ไปยังสวนน้ำชั้นหก

“ถึงแล้วมะนาว เป็นไงบ้างน่าสนุกไหม ?” เมื่อเดินออกจากลิฟต์มาได้พาสต้าก็บอกแนะนำสถานที่สวนน้ำในทันที ประตูทางขึ้นต้องเดินจากชั้นหกไปราวสามสิบขั้น สวนน้ำจะอยู่แยกออกไปด้านนอกตึกเป็นสัดส่วน

เด็กสาวพร้อมกับเลขานุการพี่เลี้ยงได้ผลักประตูและจูงมือพากันเดินเข้าไปภายในสวนน้ำ พาสต้าชี้ปลาโลมาตัวใหญ่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ให้มะนาวดู เด็กสาวยังคงยิ้มแก้มปริตลอดเวลามะนาวรู้สึกตื่นเต้นและกลัวอยู่บ้างกับสถานที่แบบนี้ เด็กสาวยังไม่เคยมาเยือนนี่เป็นครั้งแรกความรู้สึกตื่นเต้นจึงมีค่อนข้างมาก

“พี่กุลคะ เดี๋ยวพาพาสต้ากับมะนาวไปเปลี่ยนชุดเลย ตอนนี้อยากเล่นน้ำจะแย่แล้ว”

“ได้ค่ะคุณหนู ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ทางนั้น เราไปกันเลย” เลขานุการกุลสตรีพูดจบเธอก็เดินจูงมือเด็กสาวทั้งสองคนไปเปลี่ยนชุดว่ายน้ำในทันที ในขณะที่กำลังเดินไปห้องเปลี่ยนชุดระหว่างทางเดินมะนาวกับพาสต้าได้เห็นร่างใครบางคน เดินสวนกับกลุ่มของพวกเธอในชุดว่ายน้ำ ร่างของใครคนที่เด็กสาวสองคนเห็นคือ กระรอก เธอเดินจูงมือมากับแม่

“อ้าวกระรอก วันนี้มาเล่นน้ำที่นี่ด้วยเหรอ ?” พาสต้าพูดถามด้วยความดีใจที่ได้เจอเพื่อนอีกคน

“ใช่ เรามากับแม่แล้วก็พ่อนั่งอยู่ตรงนั้น” กระรอกพูดพลางยิ้มกว้างดีใจที่ได้เจอเพื่อนทั้งสองคน พาสต้ากับมะนาวยกมือไหว้สวัสดีแม่ของกระรอก เลขานุการกุลสตรียิ้มทักทายแม่ของกระรอกในฐานะตัวแทนเจ้าของสถานที่ต้องต้อนรับลูกค้าที่มาเยือน

“เดี๋ยวอย่าเพิ่งลงเล่นน้ำได้ไหมกระรอก เราอยากให้เธอรอเรากับมะนาวเปลี่ยนชุดว่ายน้ำก่อน ?”

“ได้สิ ถ้าเธอสองคนเปลี่ยนชุดว่ายน้ำเสร็จแล้ว เดินไปหาเรากับพ่อแม่นะ นั่งอยู่ทางนั้น”

“ตกลงจ้ะ ไปมะนาวเรารีบเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเถอะ” พาสต้าพูดจบเธอก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งพามะนาวไปเปลี่ยนชุดว่ายน้ำในทันที เด็กสาวทั้งสองคนใช้เวลาในการเปลี่ยนชุดไม่นาน พวกเธอก็เดินออกมาจากห้องแต่งตัว เลขานุการกุลสตรียืนรออยู่ที่ด้านหน้าห้องเมื่อเห็นพาสต้ากับมะนาวเดินออกมา

เธอก็ยิ้มพยักหน้าและพาเด็กทั้งสองคนไปตามจุดที่นัดหมายกันต่อ พ่อแม่กับกระรอกนั่งรออยู่ที่โต๊ะเก้าอี้ข้างสระว่ายน้ำอยู่สักพัก เมื่อเด็กสองคนเดินเข้ามาถึงมะนาวกับพาสต้าก็ยกมือไหว้สวัสดีพ่อของกระรอก

ทุกอย่างลงตัวเรียบร้อยตอนนี้จึงถึงช่วงเวลาของความสนุกสนาน พาสต้ากับมะนาวและกระรอกได้พากันเดินจูงมือลงไปภายในสระน้ำของสวนน้ำ เด็กสาวทั้งสามคนสนุกสนานกับบรรยากาศสวนน้ำที่แปลกตา นอกจากสวนน้ำจะมีสไลเดอร์ขนาดใหญ่หลายขนาดอยู่ตรงกลางสระขนาดใหญ่ ที่สวนน้ำแห่งนี้ยังมีไอเดียจากคนออกแบบที่แปลกออกไปจากสระว่ายน้ำปกติ สระว่ายน้ำจะจำลองเหมือนคลองที่เราพบเห็นทั่วไป น้ำคลอรีนสีฟ้าสวยสดใสกับบรรยากาศที่สนุกสนานของเด็กสาวทั้งสาม พาสต้ากับมะนาวและกระรอกได้สาดน้ำใส่กันและจูงมือเป็นวงกลมพากันเดินไปตลอดรอบสระว่ายน้ำที่จำลองมาจากลำคลอง เด็กทั้งสามคนสนุกสนานกันจนเพลินเล่นน้ำอยู่ภายในสวนน้ำจนถึงช่วงเย็นของวัน

 

ประตูด้านในโรงภาพยนตร์ได้ถูกเปิดออกโดยพนักงาน ผู้คนหลายวัยเด็กชายหญิงวัยรุ่นหนุ่มสาวและผู้ใหญ่วัยกลางคน คนหลายเพศหลายวัยต่างทยอยกันเดินออกมาเมื่อหนังได้ฉายจบแล้ว หนังเรื่องที่ฉายจบเป็นแนวสยองขวัญสืบสวน คนดูเมื่อเดินออกมาทุกคนแทบจะพูดถึงเนื้อหาเรื่องของหนังเพราะมันได้ลุ้นว่าใครคือฆาตกรตัวจริง

“ในหนังกับชีวิตจริงมันไม่เหมือนกันเลยนะครับครูชม ?” ผู้กองชนแดนใช้เวลาว่างในช่วงวันหยุดพาครูชมพูพรรณมาพักผ่อนหย่อนใจ ด้วยการซื้อตั๋วเข้าชมภาพยนตร์ที่เนื้อหาส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับชีวิตของตนเอง ชายหนุ่มเอ่ยถามเรื่องการดูหนังกับแฟนสาว เขาต้องการรู้ว่าครูชมพูพรรณรู้สึกอย่างไรกับหนังเรื่องนี้

“ผู้กองแดนหมายถึงช่วงไหนของหนังเหรอคะ ? ที่พูดจะบอกชมว่าตำรวจในเรื่องชีวิตคล้ายๆคุณ”

“ใช่ครับ ผมกำลังจะบอกแบบนั้น เรื่องคดีที่ชอบมีคนแอบเอาหน้ากากหัวหมูอมยิ้มของไอศกรีมหมูหมู มาทำเรื่องไม่ดี กว่าผมจะสรุปคดีหาตัวผู้กระทำผิดได้ มันใช้เวลาและก็เหนื่อยอยู่ไม่น้อย ตำรวจยังคงทำหน้าที่ของตนเองต่อไป ใครทำผิดก็จับตัวมาดำเนินคดี ใครเดือดร้อนก็ช่วยเหลือ ตำรวจคือที่พึ่งของประชาชนครับ”

“น้ำเสียงหนักแน่นจังนะคะผู้กอง วันนี้เรามาพักผ่อนกันนะ อย่าเคร่งเรื่องงานสิคะ ชมยังไม่คิดเรื่องสอนหนังสือเลย”

“มันอดไม่ได้นี่ครับ จะจองตั๋วซื้อหนังแนวรัก ตั๋วก็ดันเต็มไปก่อน ผมก็เลยได้ตั๋วหนังสยองขวัญแทน ตอนแรกก็คิดว่าครูชมจะขวัญผวากลัวเสียอีก แต่ผิดคาดครูชมดูนิ่งและมีสมาธิอยู่กับตัวเองมาก”

“ชมชอบดูหนังแนวสยองขวัญค่ะ ชอบมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว เพื่อนชมยังถามกันเลย ดูหนังแนวนี้ไม่กลัวเก็บไปฝันร้ายบางเหรอ”

“แล้วครูชมเคยเก็บไปฝันร้ายหรือเปล่าครับ ?”

“ไม่เคยสักครั้งค่ะ หนังเราต้องดูแค่ความสนุกบันเทิง พอจบเรื่องเราก็ปล่อยความคิดให้มันจบไปพร้อมหนัง ชมไม่เก็บภาพร้ายในบางฉากมาอยู่ในความคิดตัวเองเด็ดขาด”

“เยี่ยมเลยครับ เอ๊ะตรงนั้นเค้ามุงดูอะไรกันอยู่ ผู้คนต่อแถวกันเยอะเลย น่าสนใจนะครับ เราไปดูกันไหมครับ ?” ผู้กองชนแดนพูดพลางดึงแขนครูชมพูพรรณก้าวขาเดินไปที่ตรงนั้น ครูชมพูพรรณยิ้มและเดินตามแทนคำตอบ เธอเองก็อยากรู้เหมือนกันเพราะตั้งแต่ก้าวขาเดินออกมาจากโรงหนัง หญิงสาวก็เห็นคนยืนมุงกันอยู่ตรงนั้นนานแล้ว

“ไอศกรีมรสอะไรดีครับคุณลูกค้า หมูกระเทียมเอ้ยไม่ใช่หมูกะทิ หมูช็อกโกแลต หมูมะนาว หรือจะกินหมูอู๊ดอู๊ดดี” คำพูดทะเล้นแฝงความยียวนกวนประสาทของชายที่สวมชุดพี่หมูอู๊ดอู๊ด

สร้างจุดสนใจอยู่ไม่น้อยให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมา ไอศกรีมราคาไม่แพงแถมมีรสชาติอร่อยถูกลิ้น เป็นเรื่องปกติเมื่อไปเปิดร้านขายที่ไหน ถ้ามีชื่อเสียงแล้วผู้คนคุ้นเคยการขายดีและมีจุดขายเรียกลูกค้าอย่างพี่หมูอู๊ดอู๊ด มันยิ่งทำให้คนต้องต่อแถวเข้าคิวซื้อไอศกรีมไปลิ้มลอง

“ไอศกรีมหมูหมูครับ ครูชมจะรับสักโคนไหมครับ เอารสอะไรเดี๋ยวผมต่อแถวซื้อให้”

“ชมเอารสหมูเผือกผสมหมูกะทิ แล้วก็หมูมะนาว ขอใส่ถ้วยนะคะ”

“จัดไปครับ รอเดี๋ยวไม่นาน” ผู้กองชนแดนพูดจบเขาก็ไม่รอช้า ชายหนุ่มมองหัวแถวจนถึงปลาย เขาเลือกแถวที่สั้นที่สุดซึ่งมันก็ไม่มี แถวมีอยู่สามความยาวทุกแถวเหมือนจะเท่ากันหมด ชายหนุ่มเลือกเข้าแถวที่อยู่ใกล้ตนเองเพราะไม่มีประโยชน์ถ้าจะเดินไปอีกแถว อย่างไรเสียมันก็เหมือนกัน

“สวัสดีค่ะครูชม” น้ำเสียงของเด็กสาวทั้งสามคนดังแว่วออกมาพร้อมกับยกมือไหว้คุณครูประจำชั้น ครูชมพูพรรณหันไปมองหาที่มาของเสียง หญิงสาวยิ้มและรับไหว้ลูกศิษย์ตัวน้อยทั้งสาม เธอหันไปมองพ่อแม่ของกระรอกและเลขานุการกุลสตรี หญิงสาวยิ้มทักทายคนทั้งสามที่เดินอยู่ข้างกายลูกศิษย์ตัวน้อยสามคน

“พวกเธอมาว่ายน้ำกันเหรอ ?”

“ใช่ค่ะ พาสต้าเป็นคนพามะนาวมาว่ายน้ำ”

“ส่วนกระรอกก็มาเจอกับพาสต้าและมะนาวโดยบังเอิญที่สวนน้ำ”

“บังเอิญกันจริงๆเลยนะ ครูมาดูหนังกับอาผู้กองแดน ตอนนี้กำลังเข้าแถวซื้อไอศกรีมหมูหมูอยู่ พวกเธออยากกินไหม ครูจะเลี้ยงเอง”

“อยากกิน แต่ครูไม่ต้องเลี้ยงหรอก มะนาวคุยกับกระรอกแล้วก็พาสต้าแล้ว เมื่อครู่พ่อแม่กระรอกให้เงินพวกเรามา ตอนแรกพี่กุลจะอาสาไปซื้อมาให้ แต่พวกเราไม่เอา เราสามคนตกลงจะเดินไปเข้าแถวซื้อกันเอง ขอบคุณนะคะครูชม” มะนาวพูดจบเด็กสาวก็สะกิดแขนเพื่อนทั้งสองคน ก้าวขาเดินเข้าไปภายในแถวซึ่งตอนนี้ดูสั้นลงไปบ้างแล้ว

“ทุกคนครับ พี่หมูมีข่าวร้ายมาบอก” คำพูดของพี่หมูอู๊ดอู๊ดทำเอาลูกค้าที่ต่อแถวหยุดชะงักเงียบไปชั่วขณะในทันที

“ไอศกรีมหมดแล้ว ซะเมื่อไหร่ ล้อเล่น ล้อเล่น หมดแล้วก็เอามาเติมให้ได้ นี่เลยครับไอศกรีมที่ทุกคนรอคอย หมูมะนาวดับเบิ้ลถังใหญ่มาแล้ว” พี่หมูอู๊ดอู๊ดพูดพลางตบเข้าไปที่ถังไอศกรีมใบนั้น ชายในชุดพี่หมูอู๊ดอู๊ดยังบริการลูกค้าที่ทยอยต่อคิวกันเข้ามาอย่างเสมอต้นเสมอปลาย เขาแลดูไม่เหน็ดเหนื่อยเลยเพื่อลูกค้าผู้มีอุปการคุณ พี่หมูอู๊ดอู๊ดทำได้เสมอเพราะลูกค้าคือบุคคลสำคัญ

“รับไอกรีมรสอะไรดีครับคุณตำรวจ ?”

พี่หมูอู๊ดอู๊ดพูดถามผู้กองชนแดนราวกับคุ้นเคยกันมาก่อน คนถูกถามกำลังคิดถึงรายการไอศกรีมที่แฟนสาวบอกไว้  เขากำลังคิดเพลินแต่ก็ต้องหยุดและเอะใจในคำถามที่รู้ถึงอาชีพของตนเอง ผู้กองชนแดนมองตรงไปที่หน้ากากหัวหมูอมยิ้ม ชายหนุ่มเริ่มคิดไปไกลถึงบุคคลภายใต้หน้ากากหัวหมู

“ไม่ต้องอยากรู้หรอกว่าผมเป็นใคร ผู้กองชนแดนจะเอาไอศกรีมรสอะไรบอกมาเถอะ ผมจะได้ตักให้”

“คุณเป็นใคร ถอดหน้ากากออกมาเดี๋ยวนี้ ?”

“นี่คุณ! พี่หมูเค้าไม่ถอดหน้ากากออกมาหรอก มันเป็นสัญลักษณ์ของเค้า คุณจะเอาไอศกรีมรสอะไรก็รีบสั่งเร็ว เสียเวลาคนอื่นรอต่อแถวอยู่” วัยรุ่นชายบุคลิกดูห้าวไม่กลัวใครและไม่ยอมใคร เขาพูดบอกผู้กองชนแดนที่ยืนหันหลังอยู่ ชายหนุ่มเริ่มไม่พอใจที่ผู้กองชนแดนทำให้ตนเองกับคนที่รอคิวเสียเวลาซื้อไอศกรีม

“ใช่ๆ นั่นสิคุณคนอื่นเค้ารอ ถ้าอยากจะถ่ายรูปหรือคุยกับพี่หมูก็ออกไปจากแถวก่อน ฉันกับครอบครัวรอซื้อไอศกรีมอยู่ มันเสียเวลาใช่ไหมพวกเรา” น้ำเสียงของหญิงวัยกลางคนซึ่งยืนอยู่ถัดไปจากวัยรุ่นชาย เธอได้กล่าวออกมาพร้อมกับประจานในการกระทำของผู้กองชนแดนซึ่งแต่งตัวนอกเครื่องแบบ ผู้คนลูกค้าที่ต่อแถวเริ่มไม่พอใจกันมากขึ้นทุกคนต่างส่งเสียงโห่ตะโกนไล่ผู้กองชนแดน

“ทุกคนหยุด ผมเป็นตำรวจมีข้อสงสัยในตัวชายในชุดพี่หมูรายนี้ ผมขอเวลาสักครู่ไม่นาน”

“อ้าวเป็นตำรวจ แล้วจะมาค้นใครสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้นะครับพี่ ถ้าพี่สงสัยใครต้องมีมูลเหตุ ไม่ใช่จู่ๆก็นึกสงสัยจะตรวจค้นก็ทำได้” ชายหนุ่มคนที่ยืนถัดไปพูดจาหัวหมอบอกผู้กองชนแดน เขาดูไม่กลัวและกล้าเผชิญอย่างไม่หลีกเลี่ยง

“ใช่ๆ น้องเค้าพูดถูก เป็นตำรวจแล้วไงมาราชการเหรอ ?” หญิงวัยกลางคนได้จังหวะพูดผสมโรงตามวัยรุ่นชาย คำพูดของเธอกล่าวจบเสียงโห่ก็ตามมาอีกครั้งหนึ่ง

“ทุกคนหยุดก่อนครับ ผู้กองอยากรู้จริงๆเหรอว่าผมเป็นใคร ?”

“คุณถอดหน้าการเดี๋ยวนี้”

“เอาๆถอดก็ถอด ไอ้เราก็แค่ทักทายตามประสาคนรู้จัก ก็ไม่คิดเหมือนกันว่ามันจะบานปลาย” ชายในชุดพี่หมูอู๊ดอู๊ดพูดจบ เขาก็ค่อยๆถอดหน้ากากหัวหมูอมยิ้มออกเพื่อเปิดเผยใบหน้าตนเอง

ทุกคนต่างจ้องไปที่ใบหน้าของชายคนนี้และตัวตนของชายในชุดพี่หมูอู๊ดอู๊ดก็เผยออกมา ผู้คนลูกค้าได้ยิ้มและปรบมือเมื่อเห็นใบหน้าของชายในชุดพี่หมูอู๊ดอู๊ด มะนาวกับพาสต้าและกระรอกก็ยิ้มชอบใจอยู่ในแถวเด็กสาวทั้งสามคนรู้จักเขาดี

“โธ่ผมก็คิดว่าเป็นใคร คุณไม่บอกผมแต่แรกว่าเป็นคุณ”

“แล้วคุณคิดว่าผมเป็นใคร ชอบมีคนเอาหัวหมูอมยิ้มที่ผมออกแบบไปทำเรื่องแย่ๆไว้เยอะ วันนี้ผมว่างและอยากจะเข้ามาดูยอดขายที่สาขานี้ ก็เลยขอรับหน้าที่เป็นพี่หมูอู๊ดอู๊ด”

“ขยันจริงๆนะครับคุณณฐโชค ขอให้กิจการเจริญรุ่งเรือง”

“ขอบคุณครับผู้กองชนแดน อย่าช้าครับสั่งมาเลยเอาไอศกรีมรสอะไรคนต่อคิวรออยู่ ขอผมใส่หัวหมูก่อนนะ” ณฐโชคพูดพลางสวมหน้ากากหัวหมูอมยิ้มไว้ที่ศีรษะ ชายหนุ่มทำหน้าที่พี่หมูอู๊ดอู๊ดของตนเองต่อไป เจ้าของบริษัทมาด้วยตนเองมันเป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์มากสำหรับทุกคน

“ผมเอาไอศกรีมรส...”


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น