อัปเดตล่าสุด 2022-05-20 17:04:33

ตอนที่ 19 จากผู้เชือดกลายเป็นผู้ถูกเชือด

“กี่โมงแล้ววะไอ้เชิด จวนได้เวลาหรือยัง ?” ใช้กระดกแก้วเหล้าเข้าปากพร้อมกับมองตรงไปที่ใบหน้าเชิดเพื่อนคู่หู

“น่าจะใกล้ตีสองแล้ว ไปๆแม่หมูรออยู่” เชิดพูดพลางลุกเดินนำหน้าใช้ ชายวัยกลางคนไม่ลืมที่จะหยิบมีดปังตอเหมือนสมัยที่ยังรับหน้าที่ชำแหละร่างหมู ใช้เดินตามเขาหยิบมีดปังตอถือไว้เช่นเดียวกัน

อาชีพที่ทำมานานสำหรับสองคนนี้ความคุ้นชินที่ทำอยู่เป็นประจำ แม้สถานที่แห่งนี้จะเป็นโรงเลื่อยร้าง แต่ทั้งเชิดกับใช้ก็ยังคิดว่านี่คือโรงเชือดหมู ชายวัยกลางคนทั้งคู่เดินมาถึงตรงร่างของแม่หมูที่นอนแน่นิ่งถูกมัดพันธนาการด้วยเชือกทั้งสี่ขา

“ใครจะจัดการก่อนดีวะ กูหรือมึงไอ้ใช้”

“ก็ต้องเป็นกูสิวะ มึงอย่าลืมไอ้เชิด แม่หมูตัวนี้กูเป็นคนขโมยมาจากเล้าหมู มึงต่อคิวกูก็แล้วกัน”

“ได้ยังไงวะ!? มึงก็พูดไปตอนมึงไปขโมยกูก็ไปด้วย มึงแค่เป็นคนต้นคิดแล้วหาสถานที่เล้าหมูชาวบ้านเท่านั้น!”

“กูบอกว่ากูก่อน! ก็ต้องก่อนสิวะ! มึงนี่มีปัญหาหรือว่าอยากเจอไอ้นี่!” ใช้พูดพลางชูคมมีดปังตอข่มขู่เชิด ชายวัยกลางคนเอาจริงหมูข้าใครอย่าแตะ จิตวิปริตโดยแท้ทั้งสองคนจะเสพสังวาสกับแม่หมูก็ยังต้องแย่งกัน ใช้กับเชิดไม่เคยสำนึกและละอายใจเลยในเรื่องที่พวกตนกำลังทำกันอยู่ เชิดจำยอมให้ใช้เป็นคนเสพสังวาสก่อนชายวัยกลางคนจึงรับหน้าที่ไปคอยจับร่างแม่หมูตัวเมีย

“รออีกนิดนะจ๊ะที่รัก เดี๋ยวพี่ใช้จะมอบความสุขยัดเยียดความเป็นผัวให้มึงอีหมู!” ใช้พูดพลางจ้องไปที่อวัยวะเพศของแม่หมู ชายวัยกลางคนถอดเสื้อผ้าออกหมดเขาอยู่ในร่างเปลือยเปล่าล่อนจ้อน

“ไอ้เชิดจับให้ดีๆนะมึง เตรียมตัวทนรับแรงเหวี่ยง”

“อู๊ดดดดดดๆ”

เสียงหมูร้องดังแว่วแผ่วมาพร้อมกับสายลมประหลาด ภายในโรงเลื่อยร้างมีผนังเหล็กปิดกั้นทุกมุม ประตูหน้าโรงเลื่อยก็ถูกปิดไปแล้ว จู่ๆเสียงหมูก็ร้องออกมา ถ้าจะคิดว่าเป็นแม่หมูที่นอนอยู่ก็ไม่น่าจะใช่  เพราะถ้าแม่หมูร้องอย่างไรใช้กับเชิดก็ต้องได้ยินเพราะร่างของตนเองอยู่ใกล้แม่หมู

“ไอ้เชิดมึงได้ยินเสียงอะไรหรือเปล่าวะ!?” ใช้พูดถามเชิดมือซ้ายของเขาก็ปิดกุมอวัยวะเพศชายของตน เชิดสีหน้านิ่งเรียบชายวัยกลางคนมองตรงไปที่ใบหน้าของใช้เพื่อนคู่หู ดวงตาของเชิดได้เปลี่ยนไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ จู่ๆมันก็แดงก่ำสีเหมือนเลือดเข้ามาอยู่ในดวงตา

“ไอ้เชิดตามึงมันเป็นอะไรไปวะนั่น!?”

“อู๊ดดดดดดๆ” เชิดพูดออกมาชายวัยกลางคนน้ำเสียงเปลี่ยนไป เขาร้องเป็นเสียงหมูรัวๆอยู่หลายครั้ง

“ไอ้เชิดมึงเป็นบ้าอะไรวะ กูต้องป้องกันตัวก่อน อย่าเข้ามานะไม่งั้นกูจะเอามีดฟันมึงแน่!” ใช้ลนลานกลัวกับการเปลี่ยนแปลงของน้ำเสียงเพื่อนคู่หู เชิดยังคงร้องเป็นเสียงหมูอยู่ตลอดเวลา เขาลุกขยับออกจากร่างแม่หมู ชายวัยกลางคนถอดเสื้อผ้าออกจนร่างเปลือยล่อนจ้อนตามเพื่อนใช้ที่ยืนถือมีดปังตอข่มขู่ แต่น้ำเสียงฟังแล้วดูจะกลัวมากกว่าขู่เชิดที่มีดวงตาสีแดงก่ำ

“อู๊ดดดดดดๆ” เสียงแม่หมูร้องออกมาพร้อมกับมีบางอย่างเปลี่ยนไป หมูเพศเมียน้ำหนักร่วมสามร้อยกิโลกรัมมันลุกขึ้นยืนทั้งที่ถูกมัดขา เชือกที่มัดพันธนาการขาดออกจากแรงเหวี่ยงขาของแม่หมู ดวงตามันสีแดงก่ำเหมือนเชิดแม่หมูร้องดังไม่ยอมหยุดสายตาจ้องไปที่ใช้ซึ่งยืนร่างเปล่าไม่มีโอกาสจะหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่

“ไอ้เชิด เป็นไปได้ยังไงวะ กูไม่อยู่แล้วโว้ย!”

“โอ๊ยยยยยย!” ใช้ร้องเสียงหลงเพราะตนเองถูกแม่หมูกระโดดกัดเข้าอย่างจังที่ลำคอ มีดปังตอหลุดจากมือขวาตกลงพื้น เชิดที่ตัวเปล่าล่อนจ้อนหยิบมีดปังตอของตนเอง ชายวัยกลางคนค่อยๆเดินเข้ามาหาใช้เพื่อนรักอย่างช้าๆ

“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยทีนี่มันเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ไอ้เชิดมึงหยิบมีดมาทำไม อย่านะกูเป็นเพื่อนมึงนะไอ้เชิด!” ใช้ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับพูดบอกเตือนสติเชิดที่กำลังเดินเข้ามาหาตนเอง สายตาของเชิดเอาจริงชายวัยกลางคนเมื่อเดินถึงร่างใช้เขาก็ไม่รอช้า มีดปังตอทำงานตามคำสั่งของผู้ถือเชิดง้างมันสุดข้อมือและฟันไปที่หน้าท้องของใช้จนเลือดพุ่งกระจายออกมาเลอะเต็มพื้น

“โอ๊ยยยยยย! ไอ้เชิดกูเป็นเพื่อนมึงนะโว้ย โอ๊ยไส้จะไหลหรือเปล่าก็ไม่รู้ อีหมูนี่ก็กัดคอกูไม่ปล่อย” เลือดจากลำคอได้ไหลออกมาพร้อมกับคมเขี้ยวของแม่หมู ใช้ไม่มีแรงจะยืนชายวัยกลางคนทรุดล้มลงไปนอนกองอยู่กับพื้น แม่หมูยังคงกัดอยู่ที่ลำคอของใช้อยู่ตลอด มันกัดไม่ยอมปล่อยลักษณะเหมือนโกรธแค้นหมายจะปลิดชีพใช้ให้ตายไปอย่างช้าๆ

“อู๊ดดดดดดๆ” เชิดร้องออกมาเป็นเสียงหมูอยู่ตลอดเวลา ชายวัยกลางคนง้างมีดปังตอขึ้นสูงอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้ง้างมันเพื่อทำร้ายใช้ เชิดกดแรงมือขวาปาดเข้าไปที่หน้าท้องของตัวเองจนเลือดพุ่งกระฉูดเต็มพื้น ชายวัยกลางคนทำให้ตนเองมีลักษณะเหมือนกับใช้เพื่อนคู่หู ที่ตอนนี้กำลังนอนหายใจรวยรินจวนเจียนจะหมดลมขาดใจตาย

“เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นวะไอ้ใช้ หมูตัวเมียมันหลุดจากเชือกได้ยังไง ? แล้วทำไมมันถึงกัดมึง แต่ท้องของกูนี่สิ ทำไมมันถึงเลือดไหลออกไม่หยุดเลยวะ! โอ๊ยยยยยย!” เชิดได้สติกลับคืนมาชายวัยกลางคนรู้สึกตัวในขณะที่ตนเองบาดเจ็บหนัก แม่หมูถอนคมเขี้ยวออกจากลำคอของใช้ที่นอนแน่นิ่ง มันมองจ้องไปที่ร่างของเชิดจากนั้นก็กระโจนกัดไปที่ลำคอในทันที

“โอ๊ยยยยยย! ช่วยด้วย ไอ้ใช้มึงช่วยกูด้วยเจ็บ” เชิดร้องเสียงดังระงมไปทั่วบริเวณ ชายวัยกลางคนเจ็บทั้งแผลที่หน้าท้องและลำคอเป็นที่สุด มีดปังตอที่ถืออยู่เชิดขยับมันไม่ได้ เขาพยายามจะใช้มีดฟันไปที่ร่างของแม่หมูอยู่ตลอดเวลา ชายวัยกลางคนพยายามอยู่หลายครั้งแต่ก็ทำไม่ได้ ใช้ลุกขึ้นยืนพร้อมกับหยิบมีดปังตอของตนเองถือไว้เป็นมั่น ชายวัยกลางคนดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำเหมือนเชิดในตอนแรก

“อู๊ดดดดดดๆ” ใช้ร้องออกมาเป็นเสียงหมูดังระงมถี่ๆตลอด ชายวัยกลางคนค่อยๆเดินไปที่ร่างเพื่อนคู่หูที่มีสภาพบาดเจ็บอย่างหนัก แม่หมูได้คลายคมเขี้ยวออกมาจากลำคอของเชิด มันก้าวถอยออกห่างคนทั้งคู่ดวงตาแดงก่ำมองจ้องในระยะห่างราวห้าเมตร แม่หมูเหมือนต้องการรอดูอะไรที่รอคอยมานาน มันกำลังจะเกิดขึ้นในขณะนี้

“ไอ้ใช้กูบังคับมือไม่ได้ ทำไมมันเป็นแบบนี้วะ!”

“ไอ้เชิดกูก็บังคับมือไม่ได้เหมือนกัน มีด มีด”

ฉับบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ!

คมมีดปังตอได้ฟันลงไปที่ลำคอของอีกฝ่ายเข้าอย่างจัง คอของทั้งใช้กับเชิดเกือบจะขาดกระเด็น คมมีดมันตัดไปที่เส้นเลือดใหญ่บาดแผลลึกเข้าไปภายในหลอดลม ใช้กับเชิดร้องออกมาไม่ได้ทั้งสองคนหายใจรวยรินมือทิ้งมีดปังตอหล่นลงพื้น คนทั้งสองมองจ้องหน้ากันเลือดชโลมทั่วร่างกายเต็มไปหมด บาดแผลมีอยู่หลายจุดตรงลำคอก็มีเลือดไหลอยู่ตลอด

“ไอ้ใช้!”

“ไอ้เชิด!”

“อู๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด” สิ้นเสียงเรียกของชายวัยกลางคนทั้งสอง ร่างใช้กับเชิดก็ทรุดลงไปนอนกองกับพื้นโรงเลื่อยร้าง คนทั้งคู่เปลือยกายล่อนจ้อนไม่มีอาภรณ์คลุมร่าง ตายอย่างน่าอนาถและสมเพชสังเวชเป็นที่สุด

 

บ้านเช่าติดโรงเชือดหมูฮวดเฮงทรัพย์ครอบครัวของศรีอุบลกับสุนันท์และมะนาว กำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่บนเตียงภายในห้องนอนของตนเอง มะนาวจะติดตุ๊กตาลูกหมูที่มีวิญญาณหมูตัวเมียสิงอยู่แทบจะตลอดเวลา เด็กสาวสวมกอดมันไว้ในอ้อมกอดเมื่อยามที่เธอนอนหลับ คืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่มะนาวนอนอยู่กับตุ๊กตาลูกหมู

“อู๊ดดดดดดๆ” เสียงตุ๊กตาลูกหมูร้องออกมาเบาๆในอ้อมกอดของมะนาว เด็กสาวเจ้าของตุ๊กตาลืมตาตื่นนอนขึ้น เธอมองไปที่ตุ๊กตาที่มีวิญญาณหมูตัวเมียเข้าสิง จากนั้นก็พูดออกมาเบาๆเพื่อถามไถ่

“มีอะไรหรือเปล่าคะพี่หมู ?”

“อู๊ดดดดดดๆ”

“พี่หมูจะไปจากมะนาวแล้วอย่างนั้นเหรอคะ ?”

“อู๊ดดดดดดๆ”

“มองที่ดวงตาของพี่หมู ได้ค่ะ”

มะนาวมองจ้องไปที่ดวงตาคู่น้อยของตุ๊กตาลูกหมู เธอเพ่งมองอยู่สักพักจากนั้นภาพสถานที่ก็บังเกิดขึ้นให้มะนาวได้เห็น หมูตัวเมียวิ่งนำหน้ามะนาวไปยังทุ่งดอกไม้หลากหลายสี ที่นี่สวยงามมากมีดอกไม้นานาชนิดปลูกอยู่บนเนินเขาสูง มะนาวมองเห็นหมูอยู่หลายตัวที่บนเนินเขา เด็กสาวยังคงวิ่งตามหมูตัวเมียไปตลอดเธอขึ้นไปถึงด้านบนเนิน

“อู๊ดดดดดดๆ”

เสียงหมูหลายตัวทั้งตัวผู้ตัวเมียต่างร้องดังระงม มะนาวน้ำตาไหลเธอไม่อยากจะจากวิญญาณหมูตัวเมีย วิญญาณหมูตัวเมียและตัวอื่นๆที่ดวงตาของมันได้มีน้ำตาไหลออกมา รอยน้ำตาแห่งการจากลาได้เกิดขึ้นที่สถานที่แห่งนี้เป็นที่สวยงาม วิญญาณหมูตัวเมียวิ่งไปรวมกับเพื่อนหมูตัวอื่นหมูทุกตัวยิ้มออกมาจากมุมปาก มะนาวยืนโบกมือลานี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้อยู่กับวิญญาณหมูตัวเมีย

“แล้วเจอกันนะพี่หมู มะนาวจะคิดถึงและเก็บพี่ไว้ในใจตลอดไป เกิดชาติหน้าขอให้พวกพี่ๆไม่ต้องเกิดเป็นหมูอีกนะคะลาก่อน ฮือ ฮือ ฮือ” มะนาวน้ำตาไหลพรากออกมาจากดวงตา เด็กสาวยืนร้องไห้อยู่นานเธอเอามือขยี้ดวงตาจากนั้นก็ปล่อยมือลง

จึงทำให้เห็นว่าตอนนี้เหล่าบรรดาหมูที่ยืนอยู่หลายสิบตัวได้หายไปแล้ว มะนาวไม่รู้ว่าวิญญาณเหล่านั้นไปที่ไหนไปเกิดเป็นอะไร เด็กสาวยืนยิ้มให้กับภาพแห่งความว่างเปล่าที่เธอจะเก็บมันไว้ในความทรงจำตลอดไป มะนาวค่อยๆลืมตาขึ้นในอ้อมกอดของเธอยังคงมีตุ๊กตาลูกหมูอยู่ เด็กสาวมองไปที่ตุ๊กตาลูกหมู เธอค่อยๆเขย่ามันเบาๆ

“พี่หมูๆ พี่หมูไปจากมะนาวแล้วสินะ ต่อไปตุ๊กตาลูกหมูตัวนี้ก็ไม่มีพี่หมูอยู่ แต่ถึงไม่มีมะนาวก็ยังรักตุ๊กตาตัวนี้เหมือนเดิม” มะนาวพูดจบเธอก็กอดตุ๊กตาลูกหมูตัวน้อยไว้แน่นอก แม้ตุ๊กตาจะไม่มีวิญญาณหมูตัวเมียสิงอยู่ แต่มะนาวก็ยังคงรักมันเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

 

ผู้กองชนแดนกับจ่าวิกรมตำรวจผู้ช่วยคู่หูในขณะนี้ ตำรวจทั้งสองนายกำลังนำทีมออกล่าตามจับพี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายทั้งสองราย จากเบาะแสของชาวบ้านในละแวกโรงเลื่อยร้างทุกคนได้ให้ความเห็นตรงกัน เรื่องที่มีชายสองคนแอบเข้าไปพักอาศัยอยู่ที่นั่น

สุนัขตำรวจกึ่งวิ่งกึ่งเดินนำหน้าจ่าวิกรมไปที่ภายในโรงเลื่อยร้างในช่วงเวลากลางดึก ตำรวจชุดจับกุมหลายนายได้แยกย้ายกันเดินตรวจสอบ ในมือของพวกเขาถือปืนตั้งขึ้นปากกระบอกปืนจรดเล็งไปพื้นที่ภายในโรงเลื่อย ตำรวจทั้งหมดเดินมาถึงที่เกิดเหตุกลางโรงเลื่อยร้าง

“ผู้กองแดนครับ มาทางนี้หน่อยครับ” จ่าวิกรมมองตรงไปที่ร่างของใช้กับเชิดที่ในตอนนี้มีเลือดไหลชโลมทั่วร่างกาย ชายหนุ่มผู้พิทักษ์สันติราษฎร์สังเวชดวงตาของตนเองเป็นที่สุด ตำรวจอีกหลายนายรวมผู้กองชนแดนได้เดินเข้ามาดูตามเสียงเรียกของจ่าวิกรม

“มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงจ่ากรม ? ใช้กับเชิดฆ่ากันตายเองอย่างนั้นหรอกหรือ ?” ผู้กองชนแดนในชุดตำรวจนอกเครื่องแบบพูดถามจ่าวิกรมซึ่งอยู่นอกเครื่องแบบเช่นเดียวกัน

“ผมว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้น จากร่องรอยการต่อสู้ มันมีรอยเท้า...” จ่าวิกรมสันนิษฐานตามหลักฐานที่มีในที่เกิดเหตุ ชายหนุ่มมองดูศพทั้งสองร่างเขาหยิบกล้องถ่ายรูปออกมาและกดสวิตซ์ถ่ายภาพไว้

“เหมือนรอยเท้าหมูนะ”

“ใช่ครับผู้กอง หรือว่าจะมีหมูอยู่แถวนี้ด้วย ผมถ่ายรูปเสร็จแล้วครับ ที่เหลือก็ให้พิสูจน์หลักฐานเค้าจัดการต่อ”

“จ่ากรม ผมว่าเหมือนจะมีอะไรอยู่แถวนี้นะ”

“ผู้กองแดนหมายถึงอะไรเหรอครับ ?”

“อู๊ดดดดดดๆ” เสียงแม่หมูตัวเมียได้ร้องดังออกมามันหลบอยู่ตรงมุมด้านในโรงเลื่อยร้าง ผู้กองชนแดนกับจ่าวิกรมและตำรวจนายอื่นๆได้เดินเข้าไปดู

จะมีตำรวจเหลืออยู่หนึ่งนายคอยยืนเฝ้าศพของใช้กับเชิดเพียงเท่านั้น ผู้กองชนแดนเดินไปถึงตรงร่างแม่หมูตัวเมียเป็นคนแรก ชายหนุ่มยื่นมือขวาจะไปจับหัวมันผู้กองชนแดนพยายามบอกให้แม่หมูรับรู้ถึงการมีไมตรีจิตที่ดี เขาต้องการจับแม่หมูให้อยู่นิ่งโดยละมุนละม่อม

“อู๊ดดดดดดๆ” แม่หมูร้องดังก่อนที่มันจะวิ่งออกไปจากตรงนั้น ผู้กองชนแดนวิ่งตามความโกลาหลได้เกิดขึ้น จ่าวิกรมและตำรวจอีกหลายนายได้ช่วยกันวิ่งปล้ำจับร่างแม่หมูซึ่งวิ่งรอบโรงเลื่อยร้างไม่ยอมหยุด

“จ่ากรมทุกคน ช่วยกันจับหมูด้วย!” ผู้กองชนแดนพูดพลางวิ่งนำหน้าตำรวจทุกนายตามไล่จับแม่หมู ชายหนุ่มพยายามอยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่เขาก็ยังจับตัวแม่หมูไม่ได้

“ผู้กองแดนครับ ผู้กองจะจับหมูไปเชือดย่างทำหมูหัน อย่างนั้นเหรอครับ ?” จ่าวิกรมวิ่งหน้าตั้งพูดถามผู้บังคับบัญชา ชายหนุ่มใช้มือขวากับซ้ายช้อนร่างแม่หมูอยู่หลายครั้ง แต่เขาก็ยังจับไม่ได้แม่หมูวิ่งออกไปนอกโรงเลื่อยร้าง มันวิ่งเข้าไปหลบตัวภายในพงหญ้าสูง ผู้กองชนแดนทำสัญญาณให้จ่าวิกรมและตำรวจนายอื่นๆค่อยๆโอบล้อมแม่หมูเข้าไปทีละนิดทีละน้อย ตำรวจทั้งห้านายได้กระโจนเข้าไปหาร่างแม่หมูพร้อมกัน ผลปรากฏว่าตำรวจทุกคนนำทีมโดยผู้กองชนแดนสามารถจับกุมแม่หมูได้โดยละม่อมแต่ไม่ละมุนมากนัก ทุกคนเหนื่อยจนหอบและลิ้นห้อยไปตามๆกัน

“กว่าจะจับแกได้ เหนื่อยเอาเรื่องเหมือนกันนะเนี่ย” จ่าวิกรมพูดพลางโถมร่างทับและใช้เชือกมัดที่สองขาหลังของแม่หมู ส่วนขาหน้ามีตำรวจอีกนายใช้เชือกมัดช่วยกันอีกแรง แม่หมูสิ้นฤทธิ์เมื่อถูกตำรวจอีกสองนายและผู้กองชนแดนโถมร่างกดเอาไว้ไม่ให้ขยับตัวได้

“อู๊ดดดดดดๆ”

“ผู้กองครับจะเอาไปเชือดที่ไหนดี ของกลางแบบนี้มันน่าอร่อยนะครับ” จ่าวิกรมพูดและยิ้มให้ผู้กองชนแดน ชายหนุ่มคิดว่าที่ผู้กองชนแดนให้ไล่จับแม่หมู จุดประสงค์คงต้องการนำไปเชือดและทำเป็นอาหารเป็นแน่ ลาภปากตำรวจทั้งสถานีแบบอร่อยปากสบายพุงไปโดยปริยาย

“ใครบอกจ่าว่าที่เราช่วยกันจับหมู เราจะนำมันไปเชือด ที่ผมให้จับเราจะเอาหมูตัวนี้ไปปล่อยที่วัดต่างหาก”

“โธ่ ผมก็คิดว่าจะเอาไปกินเสียอีก อดเลยเรา”

“ไม่เป็นไรหรอกจ่า เอาไปปล่อยที่วัดพวกเราก็ได้บุญ สงสารมันอย่าเอาไปฆ่าแกงเลย!” ตำรวจยศสิบเอกพูดพลางกดทับร่างแม่หมูไว้ ชายหนุ่มมีความคิดเห็นเหมือนกันกับผู้กองชนแดน การไถ่ชีวิตแม่หมูจะช่วยให้ชีวิตสัตว์ตัวหนึ่งรอดไม่ต้องตายเพราะถูกฆ่า

“ทุกคน ช่วยกันหน่อย ผมคงต้องขอกำลังให้ช่วยออกแรง เราจะยกแม่หมูไปขึ้นรถตำรวจ ช่วยกันนะ หนึ่ง สอง สาม” ผู้กองชนแดนพูดพร้อมกับออกแรงช่วยยกร่างแม่หมูไปไว้ที่ท้ายรถตำรวจ การยกออกจะดูทุลักทุเลไปบ้าง แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยดีร่างแม่หมูได้ลงไปนอนอยู่ที่ท้ายรถอย่างเรียบร้อย


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น