อัปเดตล่าสุด 2022-05-09 17:55:24

ตอนที่ 17 ที่อยู่ของเด็กน้อย รอคอยความช่วยเหลือ

     ครูชมพูพรรณนั่งปลอบใจมะนาวกับพาสต้าอยู่ภายในรถตำรวจของผู้กองชนแดน หญิงสาวดีใจที่ลูกศิษย์เด็กตัวน้อยทั้งสองคนปลอดภัยกลับมาสู่อ้อมกอดของพ่อกับแม่ได้ ครูสาวมองไปที่ใบหน้าของมะนาวกับพาสต้าเธอเอามือลูบหัวเด็กนักเรียนหญิงทั้งสองคน

“ครูดีใจนะที่เธอสองคนกลับมาปลอดภัย รู้ไหมพ่อแม่เป็นห่วงกินไม่ได้นอนไม่หลับ ? มะนาวกับพาสต้าเธอสองคนไม่เป็นอะไรใช่ไหม ?”

“ไม่เป็นอะไรค่ะครูชมพูพรรณ เราสองคนไม่ถูกพี่หมูอู๊ดอู๊ดคนไม่ดีทำร้าย โชคดีที่คุณอาตำรวจไปช่วยได้ทัน” มะนาวพูดบอกเล่าเรื่องเหตุการณ์ทั้งหมด เด็กสาวพูดแทนพาสต้าที่นั่งซึมอยู่ พาสต้านั่งนิ่งตั้งแต่เธอเข้ามาอยู่ภายในรถตำรวจ เด็กสาวไม่พูดอะไรออกมาเธอนิ่งเงียบ จนครูชมพูพรรณสงสัยจึงสอบถาม

“พาสต้าเธอเป็นอะไรไป มีอะไรจะเล่าให้ครูชมฟังหรือเปล่า ?”

“คือหนูเป็นห่วงชะเอมค่ะครู เมื่อตอนอยู่ภายในโกดังร้างเค้าหายตัวไป”

“จริงด้วยชะเอมหายไปไหนนะ เรากับเธอมัวแต่วิ่งหนีพี่หมูอู๊ดอู๊ดตัวร้าย จนลืมนึกถึงชะเอมกับหวานตาเพื่อนคนใหม่ไปเลย”

“เดี๋ยวนะ ชะเอมอยู่ที่นี่ด้วยเหรอ ?” ครูชมพูพรรณสงสัยจึงพูดถามพลางขมวดคิ้วชนกัน

“อยู่สิคะ หนูกับมะนาวยังเจอเลย ใช่ไหมมะนาว ?” พาสต้าเริ่มพูดออกมาบ้างเด็กสาวยืนยันในคำพูดของตัวเธอ

“ใช่ค่ะ เอ๊ะแล้วชะเอมหายตัวไปไหน ?” มะนาวสงสัยอีกคนหนึ่งเด็กสาวยืนยันในคำพูดตามพาสต้า กระจกรถตำรวจได้ถูกเปิดไว้พอให้ครูกับลูกศิษย์ทั้งสามคนได้หายใจ ครูชมพูพรรณมองเห็นอะไรบางอย่าง หญิงสาวเห็นร่างของชะเอมกับหวานตายืนอยู่นอกรถ

“พาสต้า มะนาว นั่นใช่ชะเอมกับเด็กผู้หญิงอีกคนใช่ไหม ?”

“ใช่จริงๆด้วย ครูชมคะรีบออกไปดูเร็ว” พาสต้าพูดบอกเด็กสาวรีบเปิดประตูแค็บรถตำรวจออกไปดูชะเอมกับหวานตา เธอนั่งอยู่ริมสุดจึงเอื้อมมือไปผลักประตูได้ง่าย ครูชมพูพรรณกับมะนาวรีบขยับร่างออกตามพาสต้า ร่างของชะเอมค่อยๆเดินออกห่างไปพร้อมกับหวานตา เด็กทั้งคู่จับมือกันเดินเข้าไปภายในพงหญ้ารกร้าง

“หยุดก่อนชะเอม!รอครูก่อน” ครูชมพูพรรณพูดพลางจับมือมะนาวกับพาสต้าเดินตามชะเอมกับหวานตาไปติดๆ ร่างของเด็กทั้งสองไม่หันมาพูดบอกอะไร ทั้งคู่ยังคงเดินไปเรื่อยๆลักษณะต้องการให้ครูชมพูพรรณกับพาสต้าและมะนาวเดินตาม

“ชะเอม หวานตา เธอสองคนจะไปไหน ?” พาสต้าพูดถามเสียงดังออกมาประมาณหนึ่ง เด็กสาวสงสัยชะเอมเพื่อนรักของเธอทำไมต้องเดินหนีตนเองกับครูชมพูพรรณและมะนาวด้วย

“ทั้งสองคน จะไปไหน หยุดคุยกันก่อน” มะนาวร้องบอกพร้อมกับเดินนำหน้าพาสต้ากับครูชมพูพรรณออกไป ในอ้อมกอดของเด็กสาวยังคงมีตุ๊กตาลูกหมูตัวเดิมอยู่ ตุ๊กตาที่มีวิญญาณหมูตัวเมียเข้าสิงมันกำลังจะบอกอะไรกับมะนาว ในดวงตามีประกายสีแดงออกมา วิญญาณหมูตัวเมียต้องการให้มะนาวกับเพื่อนและครูของเธอได้เห็นอะไร ที่ชะเอมกับหวานตาต้องการจะให้เห็น

“อ้าวหายไปแล้ว ตรงนั้นมีกองไฟระวังนะเด็กๆบางทีมันอาจมีคนร้ายอยู่ ครูชมว่ารออาผู้กองแดนมาตรวจสอบดีกว่านะ ผู้กองชนแดนคะ ได้ยินไหมมาทางนี้ด้วยค่ะ” ครูชมพูพรรณพูดพลางยื่นมือไปดึงแขนของมะนาวไม่ให้เข้าใกล้กองไฟ สภาพของกองไฟเป็นเถ้าถ่านที่ไม่มีไฟติดอยู่ มองจากสายตาก็ดูปลอดภัยแต่อย่างไรครูชมพูพรรณก็ไม่อยากให้ลูกศิษย์ตัวน้อยทั้งสองคนเข้าไปใกล้

“มีอะไรครับครูชม” ผู้กองชนแดนเมื่อได้ยินเสียงชายหนุ่มก็รีบวิ่งเข้ามาดูพร้อมกันกับจ่าวิกรม ชายหนุ่มทั้งสองคนมองกวาดสายตาไปรอบตัว จึงเห็นกองไฟที่มอดสนิทอยู่ตรงหน้าเลยพงหญ้ารกร้างออกไป

“จ่าวิกรม เราเข้าไปดูกันเถอะตรงนั้นมีอะไรน่าสงสัย” ผู้กองชนแดนพูดบอกพร้อมกับเดินนำจ่าวิกรมกับทุกคนเข้าไปตรงบริเวณกองไฟจุดนั้น คนทั้งหมดจึงรู้และตกใจร้องไห้ออกมา ครูชมพูพรรณน้ำตาไหลอาบแก้มปลอบใจพาสต้ากับมะนาว สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือเถ้ากระดูกของหวานตากับชะเอม บริเวณใกล้เคียงยังมีเสื้อผ้าที่เพรียวถอดออกมาจากร่างของเด็กทั้งสองคน ดวงวิญญาณของชะเอมกับหวานตาต้องการให้ทุกคนมาเห็นสภาพร่างกายของพวกเธอ

“นายเพรียวนี่น่ากลัวมากนะครับผู้กอง ข่มขืนเด็กยังไม่พอมันฆ่าหั่นศพ แล้วก็นำมาเผาอีก” จ่าวิกรมพูดพลางส่ายหน้าสงสารในจุดจบของเด็กผู้หญิงเหยื่อเคราะห์ร้าย

“จ่าเก็บหลักฐานไว้ให้หมดนะ เราต้องเอาไปให้พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบอีกที” ผู้กองชนแดนนั่งลงก้มตัวไปมองเถ้ากระดูกที่มอดไหม้ตามจ่าวิกรม ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ทั้งสองคนเศร้าเสียใจที่ช่วยอะไรเหยื่อไว้ไม่ได้

“โธ่ชะเอม ทำไมเธอถึงหน้าสงสารขนาดนี้ เราคิดถึงเธอนะเพื่อน ฮือ ฮือ ฮือ” พาสต้าน้ำตาคลอเบ้าร้องไห้ฟูมฟายออกมาไม่ยอมหยุด มะนาวเองก็เป็นตามเพื่อนเด็กสาวน้ำตานองแก้มเสียใจ ที่ทั้งชะเอมกับหวานตาต้องตายน่าอนาถขนาดนี้

“ครูชมขอให้ดวงวิญญาณของเธอสองคนไปสู่สุคตินะ เกิดชาติหน้าขออย่าให้ต้องมาเจอเรื่องร้ายแบบนี้อีก”

ภาพที่อยู่ตรงหน้ามันคือเหตุการณ์อันเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับเด็กที่เป็นเหยื่อ ผู้ใหญ่ทั้งสามคนกับเด็กอีกสองคนยังคงเสียใจอยู่ตลอดเวลา ตุ๊กตาลูกหมูหยุดกระพริบตาสีแดงสีหน้าของมันดูเปลี่ยนไป น้ำตาของตุ๊กตาได้ไหลออกมาอาบแก้ม มะนาวมองตุ๊กตาลูกหมูที่มีวิญญาณหมูตัวเมียเข้าสิง เด็กสาวเห็นถึงใบหน้าซึ่งมีน้ำตาไหลเธอสวมกอดตุ๊กตาเอาไว้แนบอก จากนั้นก็ร้องไห้คิดถึงชะเอมและสงสารหวานตาเพื่อนใหม่ที่เพิ่งรู้จัก

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายเข้ามาเคลียร์พื้นที่ ศพของเพรียวกับกองเถ้ากระดูกของเหยื่อทั้งสองคน ได้ถูกตำรวจพิสูจน์หลักฐานชันสูตร ต่อมาเจ้าหน้าที่รถเก็บศพก็ช่วยกันนำร่างของเพรียวขึ้นไปไว้บนรถ ผู้กองชนแดนมองครูชมพูพรรณชายหนุ่มรับอาสาไปส่งหญิงสาวกับลูกศิษย์ตัวน้อยทั้งสองคน จ่าวิกรมได้รับการปฐมพยาบาลจากทีมแพทย์

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วผู้กองชนแดนจึงขับรถตำรวจพาครูชมพูพรรณมะนาวกับพาสต้าไปส่งที่บ้าน ครูสาวตัดสินใจพาพาสต้าไปส่งก่อนที่คฤหาสน์ของทวีวุฒิเวลาที่พาไปส่งเริ่มค่ำมืดแล้ว ทวีวุฒิกับสโรชาได้ยืนรออยู่ที่ด้านหน้าคฤหาสน์ทั้งสองคนต่างดีใจที่พาสต้าปลอดภัยกลับมา

“ขอบคุณมากนะคะคุณตำรวจ แล้วก็คุณครูด้วยนะคะ คนเป็นแม่กินไม่ได้นอนไม่หลับ ลูกกลับมาปลอดภัยแม่ก็ดีใจแล้วพาสต้า” สโรชาน้ำตาไหลออกมาเล็กน้อยหญิงสาวสวมกอดลูกสาวพร้อมกับอุ้มเอาไว้แนบอก

“ขอบคุณคุณทั้งสองคนมากนะครับ ถ้าไม่รีบไปส่งเชิญไปรับประทานอาหารเย็นข้างในก่อน เชิญครับ” ทวีวุฒิเอ่ยบอกพร้อมกับผายมือเชิญแขกผู้มาเยือน ชายวัยกลางคนอยากจะเลี้ยงขอบคุณเล็กน้อยให้ผู้กองชนแดนกับครูชมพูพรรณ

“ขอบคุณครับ แต่ผมต้องรีบพาเด็กผู้หญิงอีกคนไปส่งที่บ้านผู้ปกครอง ยังไงขอตัวก่อนนะครับ” ผู้กองชนแดนพูดพลางก้มศีรษะเล็กน้อยเป็นการบอกลา ครูชมพูพรรณยิ้มและจับไหล่ของมะนาวพาเปิดประตูขึ้นไปนั่งบนรถตำรวจ ผู้กองชนแดนเดินไปนั่งที่เบาะคนขับรถ ชายหนุ่มปิดประตูรถพร้อมกับครูชมพูพรรณจากนั้นก็ขับรถออกไป

หลังจากผู้กองชนแดนกับครูชมพูพรรณกลับไปเรียบร้อยแล้ว ทวีวุฒิก็พาพาสต้าเดินกลับเข้าไปภายในคฤหาสน์ สีหน้าของหัวหน้าครอบครัวแลดูไม่สดใสเขาขมวดคิ้วเล็กน้อย มองไปทางพาสต้าจากนั้นก็พูดออกมา

“พาสต้าบอกพ่อมาสิลูก หนูทำไมถึงต้องหนีออกจากโรงเรียนด้วย ?”

“คือ...หนู...”

“หนูอะไรลูกบอกพ่อเค้าไปสิ พ่อเค้าทำท่าดุไปอย่างนั้นแหละ ไม่ต้องกลัวนะ” สโรชาพูดพลางเดินอุ้มพาสต้าเข้าไปภายในคฤหาสน์ หญิงสาวยิ้มเพื่อให้ลูกสาวคลายกังวล

“พ่อกับแม่ทำไมต้องเลิกกันด้วยคะ พาสต้าแอบได้ยินเมื่อคืนก่อน คุณพ่อกับคุณแม่ทะเลาะกัน” เด็กสาวน้ำตาไหลอาบแก้มเมื่อเธอพูดจบ สีหน้าของสโรชาเปลี่ยนไปหญิงสาวมองหน้าคนเป็นสามี เธอตัดสินใจพูดอะไรบางอย่างออกมา

“อย่าคิดมากสิพาสต้า ถึงพ่อกับแม่จะเลิกกัน แต่พาสต้าก็ยังเป็นลูกของพ่อกับแม่เหมือนเดิมนะ”

“ฮือ ฮือ ฮือ พ่อกับแม่จะเลิกกันจริงๆใช่ไหมคะ ?”

“มาคุณโรเดี๋ยวผมอุ้มลูกเอง พาสต้าฟังพ่อนะแม่เค้ายังไม่ไปไหนหรอก เราตกลงคุยกันแล้วถึงอยู่เมืองนอกก็จะบินมาหาลูกบ่อยๆ ถ้าลูกคิดถึงแม่เค้า เดี๋ยวพ่อก็จะพาไปหาได้ตลอดทุกเวลาเลยลูก”

“ไม่เอา ฮือ ฮือ ฮือ พาสต้าอยากให้พ่อกับแม่อยู่ด้วยกัน”

“ไม่เอานะคนเก่งของแม่ มานี่ดีกว่าเย็นนี้มีของโปรดของลูกทั้งนั้นเลย แม่ให้คนทำอาหารที่ลูกชอบ”

“พาสต้าไม่กิน แม่คะ พ่อคะ ไม่เลิกกันได้ไหมคะ ?” จบประโยคคำพูดของพาสต้าสโรชาก็มองตรงไปที่ใบหน้าของสามี หญิงสาวสีหน้าไม่ยิ้มแย้มตอนนี้เธอกับทวีวุฒิมีสถานะเป็นแค่อดีตสามีภรรยากันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เย็นนี้ที่รอพาสต้ากลับมานั่นเป็นเพราะช่วงตอนดึกคนเป็นแม่จะต้องเดินทางไปต่างประเทศ

“คุณวี คุณดูแลลูกให้ดีๆนะ อย่าให้พาสต้าต้อง...” คนเป็นแม่สะอึกคำพูดร้องไห้ออกมา เธอเข้าไปสวมกอดลูกสาวพร้อมกับอดีตสามี ทวีวุฒิสีหน้านิ่งเรียบแต่ก็แฝงความเศร้าทุกข์ใจอยู่ ชายวัยกลางคนพยักหน้าและเขาก็พูดบอกอดีตภรรยา

“ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ผมจะเลี้ยงลูกของเราให้ดีที่สุด”

“ไปทานข้าวกัน พาสต้าหยุดร้องไห้เถอะลูก แม่อยู่นี่ไม่ได้ทิ้งลูกไปไหน” สโรชาพูดพลางพยักหน้ามองไปที่หญิงสาวคนรับใช้ที่ตอนนี้ก็เศร้าใจเมื่อเห็น คุณหนูเด็กสาวของบ้านขาดคนเป็นแม่ไปจากอ้อมกอด เธอตอบรับคำอดีตนายผู้หญิงจากนั้นก็เดินไปตักข้าวใส่จานให้กับคนเป็นเจ้านาย

ครอบครัวของพาสต้าแม้จะร่ำรวยล้นฟ้าปานใดมันก็ทดแทนความรักที่แม่มีให้ลูกสาวไม่ได้ ในโลกใบนี้ไม่มีอะไรสุขสมหวังไปหมดทุกอย่าง พาสต้าเกิดในครอบครัวที่มีคนเป็นพ่อร่ำรวยก็จริง แต่เธอก็เสียคนเป็นแม่ไปเพราะเหตุผลชีวิตคู่ที่จบด้วยการหย่าร้าง

 

ที่หน้าบ้านของมะนาวศรีอุบลกับสุนันท์ยืนรอลูกสาวกลับเข้ามาสู่อ้อมกอดนานแล้ว สักพักรถตำรวจของผู้กองชนแดนก็วิ่งแล่นเข้ามาจอด ชายหนุ่มเปิดประตูรถออกพร้อมกันกับครูชมพูพรรณ มะนาวเมื่อเห็นพ่อกับแม่เด็กสาวก็รีบวิ่งเข้าไปกระโดดกอดด้วยความดีใจ

“มะนาวขอโทษนะคะที่ทำให้พ่อกับแม่ต้องเป็นห่วง” มะนาวพูดบอกคนเป็นพ่อกับแม่ที่ต่างก็สวมกอดเธอพร้อมกัน ในอุ้มมือเด็กสาวยังคงมีตุ๊กตาลูกหมูกอดอยู่ ครูชมพูพรรณสงสัยหญิงสาวจึงเอ่ยถามออกมา

“มะนาว จะกอดคุณพ่อคุณแม่ทำไมยังไม่ยอมปล่อยตุ๊กตาตัวนี้อีก มันมีอะไรพิเศษหรือเปล่าจ๊ะ ?”

“ตุ๊กตาพี่หมูเข้าช่วยมะนาวกับพาสต้าไว้ มะนาวเลยต้องกอดพี่เค้าไว้แน่นๆค่ะครูชม”

“ขนาดนั้น เดี๋ยวยังไงไม่มีอะไรแล้ว ครูขอตัวกลับก่อนนะคะ” ครูชมพูพรรณพูดพลางรับไหว้จากศรีอุบลกับสุนันท์ ที่ข้างกายของหญิงสาวผู้กองชนแดนได้ยืนตรง และก็ยกมือรับไหว้คนเป็นพ่อกับแม่ทั้งสองคนเช่นเดียวกัน หมดหน้าที่ของตำรวจและครู ชายหนุ่มกับหญิงสาวก็เข้าไปนั่งภายในรถตำรวจ จากนั้นผู้กองชนแดนก็บังคับพวงมาลัยรถพร้อมกับเหยียบคันเร่งขับแล่นออกไป

ครอบครัวของมะนาวพากันเดินเข้าไปภายในบ้าน เด็กสาวได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้ผู้ปกครองทั้งสองคนฟัง สุนันท์ถึงกลับเอามือตบอกตกใจที่คนร้ายคือคนใกล้ตัวเป็นคนที่เธอกับสามีรู้จัก ศรีอุบลตักกับข้าวให้มะนาวรับประทาน ไม่ต่างกันสุนันท์ก็เอาใจลูกเธอขยับชามต้มยำกุ้งตักให้ลูกสาวพร้อมกับรอยยิ้ม

สุนันท์มองไปที่ใบหน้าของลูกสาวแม้เธอจะยิ้มแต่ความสงสัยก็มีอยู่เต็มอก หญิงสาวคุณแม่ลูกหนึ่งจึงเอ่ยถามอะไรจากมะนาวขึ้น

“มะนาวบอกแม่กับพ่อมาสิ ทำไมลูกต้องหนีออกจากโรงเรียนไปกับเพื่อนด้วย”

“คือว่า...”

“มีอะไรเหรอลูก บอกพ่อกับแม่มาเถอะ”

“มะนาวได้ยินพ่อกับแม่ทะเลาะกัน แล้วก็บอกว่าจะเลิกกันนี่คะ” เด็กสาวน้ำตาเริ่มไหลซึมออกมา คนเป็นพ่อกับแม่ต่างมองหน้ากัน จากนั้นทั้งคู่ก็คิดถึงเหตุการณ์ในคราวนั้นขึ้น

“คุณจะเอายังไงคุณศรี ลูกตกลงใครจะเลี้ยงดี ?” สุนันท์เรียกคนเป็นสามีผิดเพี้ยนไปจากเดิม ปกติสรรพนามจะเรียกพี่นำหน้าชื่อเสมอ แต่ครั้งนี้สรรพนามแลดูเปลี่ยนไปจากเดิม คำว่า คุณ มันดูไม่คุ้นเคยอย่างไรชอบกล

“ก็ไม่เอายังไงหรอก แต่ผมเบื่อ เบื่อๆมานานแล้ว เธอมันน่าเบื่อ ขี้เหนียว ขี้งก ชอบดุด่าสามี ด่าตลอดผัวตัวเอง ถามจริงๆเถอะพูดเพราะแบบเมียคนอื่นเป็นบ้างไหม ?”

“อ้าวทำไมแกพูดแบบนี้ ด่าอะไร ด่าแบบไหน ฉันไม่เคยไปด่าอะไรคุณเลยนะศรีอุบล คุณนั่นแหละขี้งก โกหกชอบเอาเปรียบครอบครัว เอาเปรียบเมีย ฉันเลี้ยงเด็กมะนาวอยู่งกๆลำพังเหนื่อยใจแทบขาด เฮ้อ!”

“ใจแทบขาด มันเป็นยังไงเหรอใจแทบขาด ลองเล่าให้ฟังหน่อยสิ ?”

“นี่แกกล้าย้อนฉันเหรอศรีอุบล ?”

“ทำไมจะพูดมีอะไรหรือเปล่า มีปัญหาอะไร ?”

“มีก็แบบนี้ไงเอาไอ้นี่ไปกินซะ!” จบคำพูดของสุนันท์หญิงสาวก็ประเคนหมัดเท้าเข่าศอกใส่ไปที่คนเป็นสามีไม่ยั้งมือ เธอทำราวกับว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเป็นกระสอบทรายให้ระบายอารมณ์

“โอ๊ย เจ็บนะโว้ย!”

“เจ็บใช่ไหมเอากำปั้นฉันไปกินอีก!”

“พอแล้ว มะนาวถ้าเธออยากจะเลี้ยงก็เอาไป ฉันไม่ขอยุ่งด้วย แค่นี้นะจะไปรอที่รถ” ศรีอุบลพูดจบเขาก็รีบก้าวขาเดินหนีไปที่รถกระบะในทันที ชายวัยกลางคนทะเลาะกับคนเป็นภรรยาจนหนำใจเรียบร้อยแล้ว ข้อตกลงบทสรุปจบลงตรงที่มะนาวต้องอยู่กับสุนันท์คุณแม่วัยสาว

 

“มะนาวฟังแม่ให้ดีๆนะลูก พ่อกับแม่กำลังซ้อมบทละครกันอยู่” คำพูดของสุนันท์ทำให้มะนาวหัวใจพองโตขึ้นมาในทันที เด็กสาวยิ้มแก้มปริรู้สึกดีใจที่พ่อกับแม่ไม่ได้เลิกรากันจริงๆ

“บทละคร แล้วพ่อกับแม่จะไปเล่นที่ไหน ช่องอะไรเหรอคะ ?”

“ทุกช่องเลยลูก ที่มะนาวเห็นพ่อกับแม่ซ้อมละคร เราสองคนจะไปแคสโฆษณา แต่ก็ไม่รู้จะผ่านหรือเปล่านะ โฆษณาเป็นแนวพ่อกับแม่แยกทาง แล้วลูกกลายเป็นเด็กมีปัญหาอะไรทำนองนี้”

“เฮ้อ! โล่งใจมะนาวก็คิดว่าพ่อกับแม่จะเลิกกันจริงๆเสียอีก”

“พ่อกับแม่จะเลิกกันได้ยังไงมะนาว ถ้าแม่ไม่บอกให้เลิกพ่อเค้าก็ไม่เลิกหรอกลูก” สุนันท์พูดพลางใช้สายตามองจิกไปที่คนเป็นสามี เธอต้องการให้ศรีอุบลบอกลูกไปว่าไม่เลิกกัน

“ใช่มะนาว พ่อรักแม่ของลูกจะตายไป ดูนี่พ่อหอมแก้มแม่เค้าเลยหนึ่งฟอด” ศรีอุบลพูดพลางบรรจงหอมไปที่แก้มซ้ายของคนเป็นภรรยา  สุนันท์เขินอายตีแขนคนเป็นสามีอยู่ต่อหน้าลูกสาวเธอก็รู้สึกอายอยู่ไม่น้อย

“กินข้าวๆ นี่กินให้เยอะๆนะมะนาว” คุณแม่ลูกหนึ่งตักกับข้าวอีกชามให้คนเป็นลูกสาวรับประทาน มะนาวกล่าวขอบคุณในอ้อมกอดของเธอยังคงมีตุ๊กตาลูกหมูอยู่ตลอด

ครอบครัวของมะนาวแม้จะไม่ได้ร่ำรวยอะไร ชีวิตอยู่ในสถานะพอมีพอกิน ศรีอุบลเป็นคนขยันส่วนสุนันท์ก็เป็นแม่ศรีเรือน ชีวิตครอบครัวถึงไม่มีเงินทองมากมาย แต่ความรักที่พ่อกับแม่มีให้คนเป็นลูกสาวนั้นเต็มเปี่ยม


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น