อัปเดตล่าสุด 2022-04-26 18:59:31

ตอนที่ 15 เหยื่อแพ็คคู่ โดยไม่ต้องออกแรง

     โกดังร้างสถานที่ลักพาตัวของพี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายในขณะนี้ มะนาวค่อยๆลืมตาขึ้นมองกวาดสายตาไปรอบตัวเอง เด็กสาวมองจากด้านบนเพดาน เธอมองไปที่ประตูทางเข้าจากนั้นจึงมองกลับมาที่ตนเองกับตุ๊กตาลูกหมูที่เธอนำติดตัวมาด้วยกัน มะนาวคิดย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาหลายต่อหลายเรื่อง

เธอจะคิดมากน้อยใจพ่อแม่ขนาดไหน แต่สิ่งหนึ่งที่เธอไม่เคยลืมและมักจะนำติดตัวมาด้วยตลอดเวลานั่นก็คือตุ๊กตาลูกหมู มะนาวยิ้มพยักหน้าให้กับตนเองโชคดีที่ข้างกายยังมีตุ๊กตาลูกหมูอยู่ด้วย เธอมองไปที่พาสต้าเด็กสาวเอ่ยเรียกชื่อเพื่อนเบาๆเพื่อให้ได้สติตื่นจากอาการสลบของยา

“พาสต้า พาสต้า เป็นยังไงบ้างตื่นเร็ว” คำเรียกของมะนาวทำให้พาสต้าค่อยๆตื่นลืมตาขึ้น จึงทำให้เธอรู้ว่าสภาพร่างกายในตอนนี้มันไม่เหมือนเดิม ร่างของพาสต้าถูกมัดข้อมือและข้อเท้าด้วยเชือกอย่างแน่นหนา จะมีเพียงริมฝีปากที่ไม่ถูกกระดาษกาวปิดไว้เพื่อกันไม่ให้ส่งเสียงดัง มะนาวเองก็มีสภาพไม่แตกต่างจากพาสต้าเธอมีเชือกพันธนาการที่ข้อมือและข้อเท้า มีเพียงริมฝีปากที่ไม่มีอะไรปกปิดเพื่อให้สามารถพูดส่งเสียงเรียกเพื่อนของเธอได้

“มะนาวใครทำอะไรกับพวกเราแบบนี้ ?”

“จะมีใครล่ะถ้าไม่ใช่...”

“ตื่นแล้วเหรอลูกหมูของพี่หมู สวัสดีและต้อนรับอีกครั้ง ขอแนะนำที่นี่บ้านพักของพี่หมูอู๊ดอู๊ดเองครับผม” พี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายจู่ๆก็เดินเข้ามาพูดคุยกับมะนาวและพาสต้า

“นี่พี่หมูพาหนูกับเพื่อนมาที่นี่ทำไม ? แล้วทำไมถึงมัดมือมัดเท้าพวกเราด้วย ?” พาสต้าเพิ่งเริ่มสงสัยในพฤติกรรมอันแสนชั่วร้ายของพี่หมูอู๊ดอู๊ด เด็กสาวยังคงไร้เดียงสาพูดถามพยายามมองโลกในแง่ดี

“พี่หมูอยากเล่นอะไรสนุกๆสักหน่อย น้องกับเพื่อนมาเล่นเกมกับพี่หมูหน่อยไหมครับ ?”

“เกมอะไรเหรอคะ ? มันต้องไม่ใช่เกมของคนปกติแน่ๆใช่ไหมคะ ?” มะนาวพูดถามจี้ให้ตรงประเด็นเด็กสาวไม่กลัวพี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายจะเข้ามาทำร้ายตนเอง พูดถามตรงๆไปเลยเป็นไงเป็นกัน

“น้องมะนาวนี่ฉลาดและก็พูดเข้าใจง่ายดีนะ ดีมากพูดตรงๆพี่หมูก็จะตอบตรงๆ เกมไม่มีให้เล่นหรอก พี่หมูอยากให้น้องมะนาวกับน้องพาสต้ามาอยู่ด้วยกันกับพี่ที่นี่ เราจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข”

“มีความสุขยังไงเหรอคะ พาสต้าอยากรู้ ?”

“เรื่องนั้นไว้พี่จะบอกตอนหลัง ตอนนี้น้องสองคนคงหิวข้าว เอานี่ข้าวกล่องพี่หมูเอามาให้คนละกล่อง พี่หมูจะแก้มัดให้เราสองคนนะ แก้มัดที่ข้อมือพอให้กินข้าวได้ ถ้ากินเสร็จแล้วพี่หมูจะพาไปหาความสุขกัน น้องมะนาวกับน้องพาสต้าจะต้องมีความสุขสนุกไม่อยากจะกลับบ้านอย่างแน่นอน” ชายคนร้ายในชุดพี่หมูอู๊ดอู๊ดพูดทิ้งท้ายเป็นปริศนาให้ชวนคิด เขาพูดจบก็แก้มัดให้มะนาวกับพาสต้า

จากนั้นก็เดินออกไปจากตรงจุดที่เด็กสาวสองคนนั่งอยู่ เขาเดินหลบเข้าไปในมุมมืด มะนาวมองแผ่นหลังของคนร้ายเด็กสาวคิดจะทำอะไรบางอย่าง เธอกับพาสต้าจะต้องรอดปลอดภัยก่อนมาเป็นอย่างไรตอนกลับไปก็ต้องปลอดภัยเหมือนตอนมาที่นี่

 

ที่โรงเรียนของมะนาวกับพาสต้าครูชมพูพรรณได้โทรศัพท์ไปเล่ารายละเอียดเรื่องราวทั้งหมด เธอบอกศรีอุบลกับสุนันท์แล้วครูสาวจึงโทรศัพท์ไปบอกทวีวุฒิกับสโรชา ดังนั้นช่วงเวลาเย็นในตอนนี้จึงมีผู้ปกครองของเด็กสองคนนี้อยู่ที่โรงเรียน ครูชมพูพรรณไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปแจ้งผู้กองชนแดนกับจ่าวิกรม หญิงสาวต้องรีบชี้แจงรายละเอียดเรื่องที่ลูกศิษย์ตัวน้อยหายตัวไปให้ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ได้รับรู้ หลังจากโทรศัพท์แจ้งไม่นานผู้กองชนแดนกับจ่าวิกรมก็รีบมาที่โรงเรียนในทันทีทันควัน

“เราจะทำยังไงต่อไปดีคะผู้กองชนแดน ชมไม่รู้จะทำยังไงแล้ว เด็กสองคนหายไปตอนบ่าย ไม่รู้ไปทางไหน ถามลุงยามก็ไม่รู้ มืดแปดด้านไปหมดแล้ว” ครูชมพูพรรณสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนักหญิงสาวกังวลเป็นอย่างมากเรื่องนี้ เธอดูแลเด็กนักเรียนไม่ดีครูสาวโทษตัวเองอยู่ตลอดเวลา

“ใจเย็นๆครับ ผมกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ตามหาแล้ว ตอนนี้เรากำลังให้ตำรวจช่วยกันตรวจดูกล้องวงจรปิดทุกตัวที่อยู่ในละแวกโรงเรียนหรือจุดอื่นที่พอจะตรวจสอบได้” ผู้กองชนแดนยังคงมีความหวังในการสืบตามหาตัวเด็กหายอยู่เสมอ ครั้งนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เขาต้องเผชิญเรื่องนี้และต้องผ่านมันไปให้ได้

“ผู้กองครับเมื่อครู่มีสายตรวจโทรมาบอกผม เราตรวจดูกล้องวงจรปิดแล้วพบเบาะแสน้องที่หายไปทั้งสองคนแล้วครับ มีกล้องวงจรปิดก่อนขึ้นสะพานลอยตรวจพบ ระยะทางห่างจากโรงเรียนประมาณสิบกิโลเมตรครับ” จ่าวิกรมหลังจากพูดคุยกับสายโทรศัพท์มือถือที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเหมือนกันจบแล้ว ชายหนุ่มก็รีบชี้แจงรายละเอียดที่ตนเองรับข้อมูลข่าวสารมาให้ผู้กองชนแดนรับรู้เพื่อการสืบตามหาตัวเด็กหายให้มีประสิทธิภาพ

“จะมัวรออะไรจ่าวิกรม เรารีบไปที่ตรงนั้นกันเร็ว ไปตอนนี้กันเลย” ผู้กองชนแดนพูดจบเขาก็ไม่รีรออะไรชายหนุ่มรีบก้าวขาเดินออกจากห้องพักครูมุ่งตรงไปยังจุดเกิดเหตุ ก่อนไปครูชมพูพรรณขออาสาตัวไปด้วยหญิงสาวเป็นห่วงลูกศิษย์ทั้งสองคนของเธอ ผู้กองชนแดนเห็นใจเขาจึงอนุญาตให้ติดตามตัวไปด้วยกัน

“คุณพ่อกับคุณแม่ของมะนาวกับพาสต้าอยู่รอผลที่นี่จะดีกว่านะครับ ถ้ายังไงผมอยากจะให้พวกคุณกลับไปฟังผลที่บ้านพักก็ได้ ผมได้ข่าวคราวความคืบหน้ายังไง ผมจะรีบติดต่อกลับไปทันที” ก่อนไปผู้กองชนแดนยังไม่ลืมที่จะบอกกล่าวรายละเอียดของการติดตามตัวลูกสาวของพ่อกับแม่ทั้งสองคนให้ได้รับรู้ ผู้กองชนแดนสีหน้าจริงจังการตามหาตัวเด็กหายในครั้งนี้ เขาต้องไม่คว้าน้ำเหลวเด็กทั้งสองคนต้องปลอดภัยกลับมาครบถ้วนสามสิบสองประการ

 

รถตำรวจของผู้กองชนแดนขับไปถึงที่เกิดเหตุตรงจุดทางขึ้นลงสะพานลอย ตำรวจสายตรวจที่จอดรถมอเตอร์ไซค์รอ ได้เปิดภาพจากกล้องวงจรปิดให้ดูเป็นที่เรียบร้อย ผู้กองชนแดนถึงกับส่ายหน้าไปมาชายหนุ่มไม่คิดว่าพี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายจะเข้ามาปรากฏตัวพัวพันธ์เรื่องเด็กหายในครั้งนี้ด้วย มันเป็นเรื่องที่ผู้กองชนแดนกำลังตามสืบ จะว่าไปแล้วชายหนุ่มก็คิดว่าดีเหมือนกันคดีจะได้ถึงจุดที่ต้องสะสางและคลี่คลายให้ปิดคดีกันไป

“จ่าวิกรมเราคงต้องกลับไปที่สถานีตำรวจ และก็เตรียมความพร้อมให้มาก บางทีจ่ากับผมคงต้องออกแรงกันหน่อยคืนนี้ จ่ากรมพร้อมใช่ไหม ?” ผู้กองชนแดนพูดด้วยสีหน้าจริงจังชายหนุ่มเตรียมความพร้อมทั้งกายใจ คดีเรื่องนี้มีความเสี่ยงในการคลี่คลาย ความพร้อมจำเป็นต้องมีเพื่อความสงบสุขของประชาชน

“พร้อมครับผู้กอง เป็นไงเป็นกันครับ ผมก็อยากจะรู้ภายใต้หน้ากากของพี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้าย แท้จริงแล้วมันคือใคร...?” จ่าวิกรมตอบกลับผู้กองชนแดนชัดถ้อยชัดคำ อาชีพตำรวจมีความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลาคนทำงานต้องใจแข็งเด็ดเดี่ยว เพื่อรักษากฎหมายนำตัวคนทำผิดมาลงโทษ

“ครูชมครับ เดี๋ยวผมจะไปส่งคุณที่บ้านนะครับ เรื่องตามหาเด็กหายไว้เป็นหน้าที่ของผมกับจ่าวิกรมจะดีกว่า ครูชมกลับไปรอข่าวที่บ้านนะครับ ผมจะไปส่ง” ผู้กองชนแดนเป็นห่วงครูสาวชายหนุ่มไม่อยากให้เธอต้องมาเหนื่อยใจเป็นกังวล เรื่องนี้มันมีความเสี่ยงมากครูชมพูพรรณเป็นผู้หญิงสมควรรอฟังข่าวคราวอยู่ที่บ้านจะดีกว่า

“ชมขอไปด้วยนะคะผู้กองแดน ถ้าให้ชมอยู่รอฟังข่าวที่บ้านชมคงนอนไม่หลับ ลูกศิษย์หายตัวไปหลายคนแบบนี้ ชมขอตามไปด้วยนะคะ รับรองจะไม่ไปเกะกะผู้กองแน่นอน” ครูชมพูพรรณสายตาจริงจังขอร้องผู้กองชนแดนให้อนุญาตตามไปด้วยกันให้ได้ ผู้กองหนุ่มมองที่ใบหน้าครูสาวเขาเห็นใจครูชมพูพรรณและเข้าใจ สุดท้ายจึงตัดสินใจอนุญาตให้ติดตามไปสืบคดีด้วยกัน

“ถ้าจะไปด้วยกันยังไงก็คงต้องระมัดระวังนะครับ ปกติแล้วทางตำรวจจะไม่อนุญาตให้มีใครติดตามพวกเราไปทำคดี แต่ครั้งนี้ถือเป็นกรณีพิเศษ อย่างไรครูชมก็ต้องระมัดระวังตัวให้มากๆนะครับ”

“ขอบคุณนะคะ ชมเป็นห่วงลูกศิษย์ จะระมัดระวังให้มากๆค่ะ”

ผู้กองชนแดนกับครูชมพูพรรณพูดคุยกันจบ จ่าวิกรมก็เข้าไปนั่งที่เบาะคนขับรถสตาร์ทเครื่องจากนั้นก็เดินมาหาผู้กองชนแดนพยักหน้าเตรียมความพร้อม ทั้งสามคนเข้าไปอยู่ภายในรถจ่าวิกรมขับรถกลับไปที่สถานีตำรวจ ผู้กองชนแดนจะต้องทำอะไรบางอย่าง ครั้งนี้เขาต้องทำด้วยความพยายามการสืบหาเด็กหายจะต้องพบเบาะแส และพบตัวพี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายที่เขาต้องการพบเจอตัวมานาน

 

โกดังร้างในขณะนี้มะนาวมองหน้าพาสต้าและอยากจะบอกแผนการที่ตนเองคิดไว้ ข้าวกล่องที่พี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายนำมาให้ตอนนี้มันหมดเกลี้ยงไปเป็นที่เรียบร้อย มะนาวกับพาสต้าหิวมากกองทัพต้องเดินด้วยท้อง มีอะไรรองท้องไว้เพื่อเป็นกำลังให้ได้คิด

“พาสต้าเดี๋ยวเรามาแก้มัดเชือกกันนะ แล้วถ้าแก้เสร็จแล้วเราก็หาทางหนีออกไปจากที่นี่” มะนาวไม่พูดอะไรมากเมื่อเธอพูดจบ เด็กสาวก็ลงมือรีบแก้เชือกที่ข้อเท้าของตนเองก่อน พาสต้าเมื่อเห็นเพื่อนแก้มัดเชือกเธอก็รีบทำตาม อิสรภาพรออยู่ไม่ไกล เด็กสองคนไม่คิดอะไรไปมากกว่าการหนีออกไป เชือกที่มัดอยู่ได้ถูกแก้ออกตอนนี้ทั้งมะนาวกับพาสต้าต่างเป็นอิสระเป็นที่เรียบร้อย

“มะนาวเราสองคนจะหนีไปทางไหนกันดี ?”

“เราก็ไม่รู้เหมือนกัน มองไปทางไหนมันก็เป็นทางตันไปหมด”

“พี่หมูตัวร้ายทำไมถึงได้ปล่อยเราไว้แบบนี้ แต่จะว่าไปมันก็ดีเหมือนกัน มะนาวเอาไง” พาสต้าพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาให้ได้มากที่สุด เด็กสาวยิ้มดีใจที่ตนเองกำลังจะหนีออกไปจากโกดังร้างแล้วในขณะนี้

“ถ้าจะให้เราหาทางออกไป ตรงนั้นเป็นประตูเข้าออกโกดัง แต่ว่า...” มะนาวลังเลที่จะเดินไปที่ประตูเธอรู้อยู่แล้วว่าตรงจุดนั้นมันมีแม่กุญแจล็อกไว้ เดินไปถึงอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์

“ตามมาทางนี้ ตามมาทางนี้ ตามมาทางนี้” น้ำเสียงเด็กสาวคนหนึ่งมันดังในแบบเย็นเยือก มะนาวกับพาสต้าฟังแล้วก็รู้สึกขนลุกขึ้นในทันที เด็กสาวทั้งสองคนค่อยๆหันไปมองหาที่มาของเสียงที่เอ่ยบอก เด็กสองคนมองอยู่นานและทั้งสองคนก็เห็นต้นตอของเสียงที่เรียก ชะเอมยืนอยู่กลางโกดังร้างพร้อมกับหวานตา เด็กทั้งสองคนยังคงกวักมือเรียกมะนาวกับพาสต้าอยู่ตลอดเวลา

“ใช่จริงๆด้วยมะนาวนั่นชะเอมใช่ไหม ? ไปกันเราไปหาชะเอมกันเถอะ” พาสต้าพูดจบเธอก็ดึงมือมะนาววิ่งไปที่กลางโกดังร้างในทันที ร่างเด็กสองคนไปยืนประกบประจันหน้ากับร่างเด็กที่เรียกพวกเธอ มะนาวยืนประกบกับหวานตา ส่วนพาสต้ายืนมองตรงไปที่ชะเอม

“เธอเป็นอะไรหรือเปล่าชะเอม ? เราเป็นห่วงมากนะไปกันกลับบ้าน เธอกลับพร้อมกับเราแล้วก็...?” พาสต้าดีใจจับมือชะเอมมาพูดคุยพลางกระโดดโลดเต้น เด็กสาวสงสัยถึงเพื่อนใหม่ที่ยืนอยู่ข้างกาย เธอจึงพูดถาม

“เราชื่อหวานตานะ ยินดีที่ได้รู้จัก” หวานตาพูดแนะนำตัวพร้อมกับกวาดสายตาไปมารอบตัว มะนาวพยักหน้าเด็กสาวกอดตุ๊กตาลูกหมูไว้ในอ้อมอกตลอดเวลา ตุ๊กตาลูกหมูยิ้มให้ชะเอมกับหวานตาเด็กสาวทั้งสองคนยิ้มตอบ เด็กทั้งสี่คนรู้สึกดีใจที่ได้พบเจอกัน จนพวกเธอลืมไปแล้วว่าตอนนี้ร่างพี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายได้เดินเข้ามาหาทีละก้าวอย่างช้าๆ

“พาสต้า พี่หมูมาตรงนั้นแล้วเรารีบหนีกันเร็วเข้า!” มะนาวพูดจบเด็กสาวก็จับข้อมือพาสต้าวิ่งหนีไปมารอบโกดังร้าง เธอไม่รู้จะวิ่งไปทางทิศไหนเพราะวิ่งไปก็มีแต่ทางตัน ในมือพี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายถือมีดปังตออันแหลมคมอยู่เป็นมั่น เขาเดินกวัดแกว่งพร้อมกับพูดออกมาด้วยความมั่นใจ

“ไม่ต้องวิ่งหนีไปหรอก ยังไงก็ไม่รอด ยอมให้พี่หมูอู๊ดอู๊ด เชือดเสียดีๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

“โอ๊ย มะนาวเธอวิ่งหนีไปก่อน เราวิ่งหนีไม่ไหวแล้ว” พาสต้าหกล้มเด็กสาวบอกให้มะนาววิ่งหนีไปโดยไม่ต้องห่วงตัวเอง มาถึงขนาดนี้แล้วคุณหนูที่มีคนคอยเอาใจ เธอเลือกเป็นผู้เสียสละเพื่อเพื่อนจะได้มีชีวิตรอดปลอดภัย

“ไม่พาสต้า เราเป็นเพื่อนกันเราต้องไปด้วยกัน เธอเกาะหลังเราไว้นะ ถ้าจะไปเราต้องไปด้วยกัน เพื่อนกันต้องไม่ทิ้งกันจำไว้” มะนาวไม่ยอมทิ้งเพื่อนที่เคยแกล้งเธอสารพัด เด็กสาวเป็นห่วงพาสต้าเป็นที่สุดยามเคราะห์หามยามร้าย มะนาวก็ไม่ทิ้งเพื่อนที่ครั้งหนึ่งชอบแกล้งเธออยู่ตลอด

“โอ้ ช่างเป็นภาพที่หน้าประทับใจจริงๆเลยนะครับ พี่หมูซึ้งในความรักของพวกเราสองคนจริงๆ เอาแหละเพื่อให้มิตรภาพระหว่างเพื่อนจะคงอยู่ไม่มีวันเสื่อมคลาย พี่หมูจะจัดการเราทั้งสองคนพร้อมกันเริ่มจากเธอก่อนก็แล้วกันพาสต้า!” พี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายง้างมีดปังตอขึ้นตั้งตรง เขาเล็งไปที่ร่างของพาสต้าที่เกาะอยู่กลางหลังของมะนาว เด็กสาวทั้งสองคนวิ่งอย่างช้าๆไปที่ประตูโกดังมะนาวพยายามผลักประตูให้เปิดออก เด็กสาวพยายามอยู่นานแต่มันก็ไม่มีความหวัง

ปัง!

เสียงคมมีดปังตอกระทบกับบานประตูเหล็กของโกดังร้าง พี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายไม่ได้ใช้มีดฟันลงไปที่กลางหลังของพาสต้า ชายหนุ่มได้แต่ขู่และทำให้เด็กสาวทั้งสองคนขวัญผวาเพียงเท่านั้น มะนาวกับพาสต้ายอมจำนนเด็กสาวทั้งสองคนร่างกายสั่นเทายืนนิ่ง

และค่อยๆหันหลังกลับไปมองพี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้าย เหงื่อชโลมกายเด็กทั้งคู่ราวกับเธอทั้งสองคนถูกน้ำสาดทั้งที่ไม่มีน้ำสักหยด มะนาวไม่รู้จะทำอย่างไรพาสต้าไม่กล้าสบตามองพี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายที่ยืนจังก้าอยู่ เด็กสาวเลือกที่จะจับกุมมือมะนาวและหลับตากลัว เธอคิดว่าอย่างไรครั้งนี้ตัวเองคงจะไม่รอดปลอดภัยเป็นแน่

“พี่หมู พี่หมูช่วยให้มะนาวกับพาสต้ารอดปลอดภัยด้วยนะคะ” คำพูดขอร้องให้วิญญาณหมูตัวเมียที่สิงตุ๊กตาลูกหมู หลุดออกมาจากปากของมะนาวในยามที่คับขัน มะนาวขอให้วิญญาณหมูตัวเมียช่วย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะช่วยได้หรือไม่ พี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายมองไปที่ตุ๊กตาลูกหมูในอ้อมอกของมะนาว ชายหนุ่มคนร้ายใช้มือซ้ายยื่นไปจะดึงมันออกมาดู ผลปรากฏว่า

“โอ๊ย!” พี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายร้องลั่นเพราะถูกตุ๊กตาลูกหมูที่มีวิญญาณหมูตัวเมียเข้าสิงกัดเข้าอย่างจังที่ข้อมือ ช่วงเวลานี้เองมะนาวเห็นเป็นโอกาสหลบหนีอีกครั้ง เด็กสาวรีบดึงข้อมือพาสต้าพร้อมกับรับตุ๊กตาลูกหมูกลับเข้ามาในอ้อมกอดของเธอ เด็กสาวทั้งสองคนวิ่งต่อไปทั้งที่มันไม่มีทางจะวิ่งหนี

“หยุด! ทิ้งมีดลงกับพื้นเดี๋ยวนี้แกถูกจับแล้วพี่หมูอู๊ดอู๊ด!” เสียงของผู้กองชนแดนพูดพร้อมกับเล็งปากกระบอกปืนไปที่ร่างของพี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้าย ชายหนุ่มกับตำรวจคู่หูจ่าวิกรมใช้ชะแลงงัดบานประตูเหล็กเข้ามาช่วยมะนาวกับพาสต้าได้แล้วในขณะนี้ พี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายทิ้งมีดลงไปที่พื้น ชายหนุ่มยอมจำนนแต่โดยดี

“ถอดหน้ากากของแกออก แล้วโยนมันลงกับพื้น ทำเดี๋ยวนี้!” ผู้กองชนแดนออกคำสั่งให้พี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายทำตามที่ตนเองบอก ชายหนุ่มคนร้ายทำท่าจะถอดหน้ากากหัวหมูอมยิ้ม

 แต่เขาก็ไม่ทำลูกเล่นตุกติกเริ่มแสดงออกมาให้เห็น ผู้กองชนแดนกับจ่าวิกรมค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ร่างของพี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้าย มะนาวกับพาสต้าเห็นเป็นโอกาสเหมาะเด็กสาวทั้งสองคนรีบวิ่งหนีออกไปจากโกดังร้างในทันที ที่ด้านนอกมีครูชมพูพรรณรออยู่เด็กสาวทั้งสองรู้สึกดีใจที่ได้เจอครูประจำชั้นของพวกเธอ

“ผู้กองเก่งนะครับ ทำไมหาตัวผมเจอได้ ?” พี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายดูไม่กลัวเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองคน ปากกระบอกปืนของผู้กองชนแดนกับจ่าวิกรมได้เล็งตรงไปที่ร่าง แต่เขาก็ยังมีแก่ใจพูดคุยปกติ

“ยกมือขึ้นอย่าพูดมาก หมอบลงไปกับพื้นเดี๋ยวนี้!” ผู้กองชนแดนออกคำสั่งอีกครั้ง ชายหนุ่มเอาจริงตอนนี้เขาถือไพ่เหนือกว่าคนร้าย ฝั่งเขามีสองคนฝั่งคนร้ายมีคนเดียวอย่างไรผู้กองชนแดนก็เหนือกว่า

“แกไม่ได้ยินที่ผู้กองบอกเหรอ ยกมือขึ้นแล้วถอดหน้ากากเร็ว!” จ่าวิกรมออกคำสั่งบ้างชายหนุ่มก้าวขาเดินเข้าไปใกล้พี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายจนเกือบจะถึงตัว ผู้กองชนแดนก็เช่นกันเขาเดินเข้าไปประกบจะถึงร่างพี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายในแบบประชิดตัว

“ผมไม่ทำอยากจะยิงก็เอาสิครับ อยากจะจับก็เข้ามา ให้มันรู้ไปเข้ามาสิ!” พี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายทำตัวไม่กลัวตำรวจที่ยืนถือปืนจ่อปากกระบอกมาที่ตนเอง หมูไม่กลัวน้ำร้อน แต่นี่เป็นคนไม่กลัวปืน

“เอาไงดีครับผู้กองแดน ?”

“จับมันกดลงพื้นแล้วใส่กุญแจมือไขว้หลัง” จบคำบอกของผู้กองชนแดนจ่าวิกรมก็ทำตามในทันที ชายหนุ่มใช้มือซ้ายจับไปที่แผ่นหลังของพี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้าย เขาพยายามทำให้คนร้ายคนนี้ล้มลงโดยที่มีผู้กองชนแดนเข้ามาช่วยอีกแรง ในช่วงเวลานี้เองพี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายก็ได้จังหวะขัดขืน คนร้ายไม่กลัวปืนเขาใจกล้าบ้าบิ่นมากกว่าที่คิด ความชุลมุนได้เกิดขึ้นชายหนุ่มคนร้ายหักปืนของจ่าวิกรมกับผู้กองชนแดนตกลงไปที่พื้น เขาต่อสู้กับตำรวจทั้งสองนายโดยก้มหยิบมีดปังตอไล่ฟันทั้งผู้กองชนแดนกับจ่าวิกรม

ผู้กองชนแดนเพลี่ยงพล้ำล้มลงจ่าวิกรมถูกมีดปังตอฟันที่แขนซ้าย แต่ไม่บาดเจ็บมากนักโดนระยะถากๆไม่เต็มคมมีด พี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายได้ทีเขาเอามีดปังตอจ่อคมไปที่ผู้กองชนแดน จากนั้นก็พูดออกมา

“ถึงคราวผมเป็นต่อบ้างแล้ว มีอะไรจะสั่งเสียไหมครับผู้กองชนแดน”

“นี่แกรู้จักฉันได้ไง แกเป็นใคร ทำแบบนี้ทำไม!?”

“ผู้กองอยากรู้จริงๆเหรอครับว่าผมเป็นใคร ? ได้ครับผมจะเฉลยให้ผู้กองได้รับรู้ รับทราบ” จบประโยคคำพูดของพี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้าย ชายหนุ่มที่ถือมีดปังตอก็ค่อยๆถอดหน้ากากหัวหมูอมยิ้มออก ผู้กองชนแดนกับจ่าวิกรมถึงกลับหน้าถอดสีส่ายหน้าไม่เชื่อว่า คนร้ายที่เขาตามหาตัวมานานจะเป็นคนใกล้ชิดที่เขากับจ่าวิกรมเองก็รู้จัก มันไม่น่าเชื่อ!


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น