อัปเดตล่าสุด 2022-04-18 17:20:00

ตอนที่ 13 ไล่ออกไปซะคนแบบนี้

“พวกแกสองคนกำลังทำอะไรกันฮะ ใช้ เชิด อุบาทว์ที่สุด! แกสองคนทำแบบนี้กับแม่หมูมานานหรือยัง ?” เฮียเฮงชี้หน้าพร้อมกับพูดต่อว่าใช้กับเชิดด้วยอารมณ์โมโหเป็นที่สุด

“ใจเย็นๆเฮีย ผมกับไอ้เชิดก็แค่ล้อเล่น เราสองคนไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นซะหน่อย” ใช้ยังคงทำตัวเป็นปกติเรื่องที่เกิดขึ้นตรงหน้าชายวัยกลางคน อ้างว่ามันคือเรื่องที่ไม่เป็นความจริง เขาตอบกลับเฮียเฮงไปพร้อมกับดึงกางเกงขายาวมาใส่อย่างรวดเร็วจนเสร็จเรียบร้อยที่ข้างกายใช้ เชิดกำลังมองไปที่ผู้กองชนแดนกับจ่าวิกรมพร้อมกับพูดออกมาในขณะที่ตนเองก็ใส่กางเกงขายาวเสร็จแล้วเช่นกัน

“คุณตำรวจ คุณสองคนจะมาจับอะไรผมกับไอ้ใช้ เราสองคนไม่ได้ทำความผิดอะไรนะ พรบ.คุ้มครองหมาเค้าห้ามทำร้ายมัน แต่นี่ผมกับไอ้ใช้ไม่ได้ทำร้ายหมา ถึงผมกับไอ้ใช้ข่มขืนหมูตัวเมียจริงๆ ผู้กองกับจ่ายังไงก็จับผมไม่ได้หรอกครับ”

“คุณนี่ดูจะมั่นใจในบทลงโทษตามกฎหมายมากเลยสินะ เอาแหละผมจะบอกให้ที่อยู่ตรงนั้นไม่ใช้หมา แต่เป็นหมู พรบ.คุ้มครองไม่ได้ห้ามฆ่าหมู หมูเป็นสุกรที่เป็นสัตว์เศรษฐกิจเราอนุญาตให้ฆ่ามันได้ เพื่อนำเนื้อไปขายในเชิงพาณิชย์ แต่...สิ่งที่พวกนายกำลังจะทำอยู่ และเอาจริงๆก็ทำไปบ่อยแล้ว มันเป็นเรื่องของการทารุณกรรม”

“หมูเราฆ่ามันเพื่อนำเนื้อมารับประทาน มันก็บาปคนทำกรรมของคนกินอยู่แล้ว แต่สิ่งที่พวกคุณทำอยู่ นี่พวกคุณสองคนไปกระทำชำเราข่มขืนมัน แบบนี้มันผิดกฎหมาย จ่าควบคุมตัวไปเสียค่าปรับ 300 บาท” ผู้กองชนแดนพูดบอกรายละเอียดตัวบทกฎหมาย สีหน้าใช้กับเชิดถอดสีมองไปที่เฮียเฮงเพื่อขอความเมตตาให้ช่วยเหลือ ตอนแรกมันก็เป็นแบบนั้นแต่พอชายวัยกลางคนทั้งสองรู้ว่าพวกตนเองจะรับโทษแบบไหน สีหน้าก็พลันเปลี่ยนไปเนื่องจากคดีพลิก

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า อะไรนะครับคุณผู้กอง โดนจับและปรับ 300 บาท ไอ้ใช้เราไปกับผู้กองแล้วก็จ่ากันเถอะ แค่ 300 บาท ขนหน้าแข้งไอ้เชิดไม่ร่วงเลยหวะ” เชิดหัวเราะพร้อมกับพูดออกมาอย่างภาคภูมิใจในการกระทำของตนเอง ชายวัยกลางคนยังคงไม่สลดในสิ่งที่ตัวเองกับเพื่อนได้ทำลงไป ใบหน้าเขาแลดูไม่สะทกสะท้าน

“จับเลยครับ คุณตำรวจ คุณจ่า จับผมกับไอ้เชิดเลย เงินแค่นี้นี่เอาไปเลย 500 บาทไม่ต้องทอน” ใช้พูดพลางดึงธนบัตรใบละห้าร้อยบาทออกมาจากกระเป๋าสตางค์ ชายวัยกลางคนทำตัวไม่สลดเช่นเดียวกับเพื่อนคู่หูของเขา

“แกสองคนนี่ไม่สลดจริงๆเลยนะ ไอ้ใช้ไอ้เชิด” เฮียเฮงพูดพลางส่ายหน้าเอือมระอาในการกระทำของลูกน้องทั้งสองคน เจ้าของโรงเชือดหมูมองไปที่ตำรวจทั้งสองนายพร้อมกับพูดต่อ

“ผู้กองครับ จ่า ถึงกฎหมายจะเล่นงานไอ้สองตัวได้แค่นี้ แต่ไม่เป็นไรครับ นับแต่นี้เป็นต้นไปผมจะไล่มันออกจากโรงเชือดหมู ต่อไปผมจะให้นายเพรียวทำงานแทน ถ้ามีคนอยากทำงานผมก็จะเอามาช่วยงานเพรียวอีกแรง ตกลงนะเพรียวเฮียจะให้เราทำงานแทนไอ้สองคนนี้ทั้งหมด”

คำพูดของเฮียเฮงถือเป็นจุดสิ้นสุดการทำงานระยะยาวของใช้กับเชิด กฎหมายอาจจะลงโทษได้น้อย ผู้กองชนแดนกับจ่าวิกรมก็ทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ ตอนแรกพูดเหมือนจะจับกุมใช้กับเชิดไปดำเนินคดีและอาจจะถึงขั้นติดคุกเรือนจำและเปรียบเทียบปรับ แต่มันก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นกฎหมายไม่มีคุ้มครองหมูเพราะเป็นสัตว์เลี้ยงในเชิงพาณิชย์ ผู้กองชนแดนกับจ่าวิกรมทำได้เพียงเท่านี้ ใช้กับเชิดจึงดูไม่สลดกับเรื่องถูกจับมากนัก แต่พวกเขาสองคนต้องสลดใจเศร้าที่ตนเองต้องถูกไล่ออกจากงานที่ทำตอนแก่!

“เฮียเฮงอย่าไล่ผมกับไอ้เชิดออกเลยนะครับ” ใช้พูดพลางเดินไปจับแขนของเฮียเฮงสายตาอ้อนวอน พร้อมกับทำหน้าเศร้าเพื่อให้เจ้าของโรงเชือดหมูสงสารตนเอง

“ใช่ครับเฮียเฮง เฮียจำได้ไหมตอนพวกเราสามคนเป็นเด็ก ผมกับไอ้ใช้เป็นเพื่อนวิ่งเล่นกับเฮียมาตั้งแต่เด็กๆนะครับ” เชิดจับที่แขนขวาของเฮียเฮงเขายืนอยู่คนละมุมกับใช้ซึ่งยืนเกาะแขนซ้ายอยู่ สายตาของเชิดพยายามบีบน้ำตาเรียกร้องพูดชักแม่น้ำทั้งห้าย้อนกลับไปเรื่องวันวานในอดีต

“เออจริงสินะ แกสองคนเป็นเพื่อนเฮียมาตั้งแต่เด็กๆ เอาแหละเงินเดือนของแกสองคนเดือนนี้ ฉันจะตัดมันเพิ่มคนละ 1,000 บาท โทษฐานทำผิดกับแม่หมู สัตว์ที่ฉันกับพ่อถือเป็นบุญคุณท่วมหัวเพราะให้เงินทอง ให้ข่าวให้น้ำ นี่มันยังน้อยไปนะ ผู้กองครับเอาตัวมันสองคนไปเสียค่าปรับด้วยครับ ผมไล่มันออกจากโรงเชือดแล้ว นี่เงินเดือนของแกฉันหักมันเรียบร้อยแล้ว เอาไปซะไอ้จิตวิปริต จิตวิตถาร” เฮียเฮงร่ายคำพูดเสียยาวชายวัยกลางคนไม่เสียดายและไม่เสียใจเลย แม้แต่น้อยนิด ตรงกันข้ามเขากลับรู้สึกดีที่ได้ทำแบบนี้

“พวกคุณสองคนไปที่สถานีตำรวจกับผมเดี๋ยวนี้ หมดเวลาที่นี่แล้ว!” จ่าวิกรมพูดพลางเดินเข้าไปดึงแขนใช้กับเชิดให้เดินออมามาจากเฮียเฮง ชายวัยกลางคนทั้งสองพยายามบีบน้ำตาให้มันไหลออกมา มันแลดูมองแล้วน่าสมเพชมากกว่าน่าสงสาร

“ปล่อยผมจ่า ผมไม่ออกเฮียเฮง!” ใช้พูดพร้อมกับทำท่าทางจะสลัดแขนตนเองออกจากจ่าวิกรม เขาดิ้นเล็กน้อยขัดขืนที่ตนเองถูกจับ

“ไม่ไปจ่า ผมกับไอ้ใช้ไม่ไปไหนทั้งนั้น!” เชิดดิ้นเล็กน้อยเขาเองก็ไม่ยอมที่จ่าวิกรมจะจับกุมพาไปสถานีตำรวจ จ่าวิกรมส่ายหน้าชายหนุ่มดึงกุญแจมือออกมาพร้อมกับพูดบอก

“จะไปดีๆหรือจะให้ผมใส่กุญแจมือครับ คุณใช้ คุณเชิด” สิ้นคำพูดของจ่าวิกรมใช้กับเชิดก็ยอมเดินไปที่รถตำรวจแต่โดยดี ก่อนไปชายวัยกลางคนทั้งสองยังไม่วายอาฆาตเพรียวพร้อมกับต่อว่าศรีอุบลกับสุนันท์

“มึงไอ้เพรียว มึงเป็นคนบอกตำรวจใช่ไหม!?” ใช้พูดพลางชี้หน้าพร้อมกับจะก้าวขาเดินไปทำร้าย จ่าวิกรมเห็นจึงรีบดึงแขนไว้

“พวกคุณสองคนโทรไปแจ้งตำรวจใช่ไหม ? ระวังนะ ระวังตัวด้วย!” เชิดไม่ได้ชี้หน้าแต่เขาตวาดศรีอุบลกับสุนันท์ ด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจเป็นอย่างมาก

“จับไปเลยค่ะจ่า จับไปเลยค่ะผู้กอง สุจะแจ้งข้อหาเพิ่มข่มขู่ทั้งที่อยู่ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ” สุนันท์ชี้หน้าไปที่เชิดกับใช้ หญิงสาวเอาจริงเธอไม่ยอมให้ตนเองกับสามีถูกข่มขู่ได้ง่ายๆ ศรีอุบลเห็นท่าไม่ดีชายวัยกลางคนรีบดึงแขนภรรยาห้ามปราบพร้อมกับเดินกลับไปที่บ้านเช่าของตนเอง เฮียเฮงส่ายหน้าและเดินตามศรีอุบลกับสุนันท์ออกไปจากโรงเชือดหมู ก่อนไปเจ้าของโรงเชือดหมูได้หันไปพูดบอกเพรียวพร้อมกับตบบ่าหนึ่งครั้ง

“เพรียว เดี๋ยวเราจัดการส่วนที่เหลือด้วยนะ เฮียขอกลับบ้านก่อน”

“ครับเฮีย ผมจะติดต่อพ่อค้าแม่ค้าหมูมารับหมูไปขายที่ตลาดครับ”

“ดีมากเพรียว เฮียฝากด้วย ขอบใจเรามาก”

 

คฤหาสน์หลังโตมีลานน้ำพุอยู่ตรงกลางสวนหย่อม ที่นี่คือบ้านที่พักอาศัยของพาสต้าลูกเจ้าของห้างดังใจกลางเมือง เวลาในขณะนี้ค่อนข้างดึกมากแล้วภายในห้องนอนของพาสต้า เด็กสาวสะดุ้งตื่นนอนกลางดึกเธอรู้สึกปวดปัสสาวะอย่างกะทันหัน พาสต้าลุกจากเตียงนอนหรูเธอเดินไปที่ห้องน้ำและก็ต้องหยุดอยู่ที่หน้าประตู

“จริงด้วย แม่บ้านป้าจุงบอกเราว่า ห้องน้ำเสียไม่เป็นไรเราไปเข้าห้องคุณพ่อกับคุณแม่ก็ได้ คุณพ่อบอกว่าถ้าอยากไปหาให้เข้าไปได้ตลอดเวลา” พาสต้าพูดกับตัวเองจบเด็กสาวก็เปิดประตูห้องนอนก้าวขาเดินมุ่งตรงไปที่ห้องนอนของคนเป็นพ่อในทันที

เด็กสาวกลัวพ่อกับแม่จะตื่นนอนเธอจึงค่อยๆเปิดประตูและย่องเบาเข้าไปภายในห้องนอน ประตูห้องนอนถูกเปิดอย่างช้าๆพาสต้ารีบเข้าห้องน้ำที่อยู่ใกล้กับประตูโดยเร็ว เด็กสาวทำธุระส่วนตัวของเธอจนเสร็จสรรพ จากนั้นเธอจึงค่อยๆเปิดประตูห้องน้ำออกมา

ขาซ้ายของพาสต้าค่อยๆย่องก้าวออกมาและมุ่งตรงไปที่เตียงนอนของคนเป็นพ่อกับแม่ เด็กสาวอยากทำเซอร์ไพรส์ เธอชอบกระโดดขึ้นไปบนเตียงนอนของพ่อและกอดเขาพร้อมกันกับแม่ พาสต้ากำลังจะทำแบบนั้นแต่แล้วเธอก็ต้องหยุด เพราะมีเสียงพูดของคนเป็นพ่อดังออกมาทำเอาเด็กสาวสะดุ้งตกใจ

“คุณจะเอายังไงคุณสโรชา ผมไม่อยากจะทนกับคุณอีกแล้วนะ!” น้ำเสียงของคนเป็นพ่อดังในขณะที่ลุกจากเตียงนอนเปิดไฟห้องให้สว่าง พาสต้าหยุดไม่ก้าวขาเดินต่อไปเด็กสาวหลบมุมอยู่ตรงผนังห้องน้ำ โดยที่คนเป็นพ่อกับแม่ไม่รู้นั่นเป็นเพราะทั้งสองคนกำลังทะเลาะกัน

“ก็ไม่เอายังไงหรอกคุณทวีวุฒิ โรอยากจะฟ้องหย่า คุณมันทำตัวแย่มากขนาดพนักงานระดับล่างคุณยังไม่เว้น!” สโรชาคุณแม่วัยสาวเธออดทนกับสามีที่เจ้าชู้มานานมาก

หญิงสาวรับไม่ได้ที่ตัวของเธอต้องปั้นหน้าแสร้งทำเป็นคุณแม่ผู้ดี ที่เบื้องหลังถูกสามีเจ้าชู้ควงผู้หญิงไม่เลือกหน้า สโรชาทนมานานมากแล้วตั้งแต่เธอแต่งงานกับทวีวุฒิ จนกระทั่งคลอดพาสต้าออกมาหญิงสาวกัดฟันทำเพื่อครอบครัวโดยตลอดทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เธอพยายามอดทนจนตอนนี้คืนนี้ไม่ไหวอีกต่อไป ในเมื่อคนเป็นสามีนับวันจะเจ้าชู้ไม่เลือกหน้า สโรชาพูดในขณะที่เธอนั่งพิงหัวนอนเตียงหลุยส์สุดหรู คุณแม่ยังสาวพูดพลางส่ายหน้าอยู่ตลอดเวลา

“คุณก็ทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้ ถามจริงๆ ตั้งแต่คลอดพาสต้าจนโตมาขนาดนี้แล้ว คุณยังไม่ชินอีกเหรอ?”

“ชินนี่คุณกล้าใช้คำๆนี้กับฉันเหรอคุณวี พูดออกมาได้ทุเรศที่สุด”

“ถ้าคุณอยากจะฟ้องหย่าแล้วไปจากผม ก็เอาสิแต่คุณต้องไปแต่ตัวนะคุณโร”

“ได้ค่ะ โรจะไปแต่ตัว โรจะเอาพาสต้าไปอยู่เมืองนอกด้วย คุณคงไม่ขัดข้องนะคุณวี”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า จะเอาลูกสาวผมไปอยู่ด้วย ผมไม่ให้คุณพาพาสต้าไปไหนได้หรอก ถ้าจะไปก็ต้องไปแต่ตัว อยากฟ้องหย่าพรุ่งนี้ไปที่อำเภอเลยไหม!?” ทวีวุฒิพูดจบเขาก็กระโจนขึ้นไปนั่งข้างคนเป็นภรรยา ชายวัยกลางคนร่างท้วมใบหน้าอ่อนกว่าวัยซึ่งเป็นเพราะดูแลตัวเองมาดี เขาเป็นคนมีเงินมีฐานะมรดกที่คนเป็นพ่อกับแม่ทิ้งไว้ให้ลูกชายเพียงคนเดียว ห้างสรรพสินค้าสุดหรูที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง มันทำให้ทวีวุฒิอยากจะได้อะไรเขาก็ต้องได้ตามใจตนเอง

“ไม่เอาน่าคุณโร ผมว่าเรามาหาน้องให้พาสต้ากันเถอะนะ” ทวีวุฒิเริ่มยื่นริมฝีปากไปจรดที่ซอกแก้มของคนเป็นภรรยา ชายวัยกลางคนเจ้าของห้างกำลังทำตามแบบที่เขาชอบทำกับผู้หญิงที่เขาต้องการ

“หยุดคุณวี! คืนนี้ฉันจะไปนอนตรงโซฟา ถึงพรุ่งนี้เช้าเมื่อไหร่คุณอย่าลืมทำตามที่พูดก็แล้วกัน!” สโรชาพูดจบเธอก็พลันลุกจากเตียงนอนและไปที่โซฟาตัวยาวในทันที หญิงสาวไม่ยอมให้คนเป็นสามีวัยกลางคนกดขี่เธออีกต่อไปแล้ว ตอนสมัยเป็นแฟนกันหลายคนก็เตือนเรื่องคารมกับความเจ้าชู้ของทวีวุฒิ

หญิงสาวคุณแม่ลูกหนึ่งเธอไม่เคยเชื่อฟัง ผลสุดท้ายเมื่อได้แต่งงานกันไปแล้วสโรชาเหมือนตายทั้งเป็น ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากให้สามีเป็นคนเจ้าชู้ ถึงแม้จะเป็นความเจ้าชู้ที่ปกปิดหรือไม่ยกย่องบรรดาเมียเก็บเหล่านั้นก็จริงอยู่ แต่ถึงอย่างไรมันก็เจ็บปวดทุกข์ในหัวอกคนเป็นภรรยาอย่างเธออยู่ดี

“คุณจะเอาอย่างนั้นจริงๆใช่ไหมโร แล้วพาสต้าคุณจะบอกลูกว่ายังไง ?”

“เรื่องพาสต้า ถ้าคุณตกลงว่าจะเลี้ยงแกให้ดีที่สุดก็ไม่เป็นไร ฉันจะ บอกลูกเองว่าแม่ไปทำงานเมืองนอกสักพัก ไว้แกโตขึ้นมากกว่านี้ เราค่อยบอกเรื่องที่เราหย่ากันให้ลูกรู้!” ประโยคคำพูดที่เน้นว่าเลิกกันจากปากของสโรชา ทำให้พาสต้าถึงกลับน้ำตาไหลขึ้นมาในทันที

เด็กสาวใช้มือขวากุมริมฝีปากไว้เธอต้องกลั้นเสียงร้องไห้ไม่ให้คนเป็นพ่อกับแม่รู้ พาสต้าค่อยๆเปิดประตูห้องนอนออกมาเธอเดินไปที่ห้องนอนตัวเองช้าๆสายตาความรู้สึกเลื่อนลอย จากเด็กที่เคยร่าเริงเป็นคุณหนูที่อยากจะได้อะไรก็ต้องได้ ตอนนี้เธอเปลี่ยนไปกลายเป็นเด็กมีปัญหาคุณหนูที่พ่อกับแม่เลิกกัน!

“ฮือ ฮือ ฮือ ทำไมถึงเป็นแบบนี้! ทำไมพ่อกับแม่ต้องเลิกกันด้วย หนูไม่เข้าใจ” พาสต้าพูดพลางร้องไห้น้ำตาไหลไม่หยุดอยู่บนเตียงนอน เด็กสาวไม่รู้จะเอาอะไรเป็นที่พึ่งในยามที่เธอทุกข์ใจ ตุ๊กตาหมีตัวใหญ่สีชมพูตัวโปรดจึงเป็นเพื่อนที่แสนดีของเธอในเวลานี้

“พี่หมีพาสต้าผิดอะไรทำไมพ่อแม่ต้องเลิกกัน แล้วพ่อพาสต้าทำไมถึงต้องเจ้าชู้ พี่หมีบอกพาสต้าได้หรือเปล่า ?” เด็กสาวรำพันกับตัวเองโดยมีตุ๊กตาหมีสีชมพูเป็นเพื่อน เธออยากให้พ่อแม่อยู่ด้วยกันพาสต้าไม่ต้องการเห็นคนที่เธอรัก ทั้งสองคนต้องแยกทางเดิน เด็กสาววัยเจ็ดขวบไม่อยากรับรู้เรื่องนี้ เธอเศร้าใจพร้อมกับทิ้งหัวลงไปบนหมอนใบใหญ่ จากนั้นก็นอนหลับไปทั้งที่มีโคมไฟเปิดไว้บนหัวเตียง

 

โกดังร้างในยามเช้าราวแปดโมงเศษชายหนุ่มคนร้ายในชุดพี่หมูอู๊ดอู๊ดได้หิ้วข้าวของมาอย่างพะรุงพะรัง มือขวาของเขาสาละวนอยู่กับการเปิดประตูโกดังร้าง ชายหนุ่มคนนี้ตอนออกไปเขาอยู่ในชุดปกติเสื้อผ้ากางเกงขายาวธรรมดาเสื้อยืดพอดีตัว นั่นคือตอนออกไปแต่พอกลับเข้ามาเขาดันแปลงโฉมให้รูปลักษณ์เปลี่ยนไปเป็นพี่หมูอู๊ดอู๊ดดังเดิม

“ตื่นแล้วเหรอน้องชะเอมคนสวย ?” พี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายพูดพลางขยับล่างลงไปมองใบหน้าและดวงตาของชะเอม ข้าวของอาหารกล่องได้วางไว้บนพื้นบริเวณใกล้เคียงกัน ชะเอมพยายามขยับปากตะโกนพร้อมกับกรีดเสียงร้องจนเธอได้ร้องไห้ออกมา เด็กสาวตัวสั่นเทากลัวพี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายเป็นที่สุด

“หิวหรือยังพี่หมูอู๊ดอู๊ดซื้อข้าวกล่องมาให้ มีข้าวหมูแดงผสมหมูกรอบ และก็ข้าวมันไก่ไม่เอาหนังผสมไก่ทอด เมนูนี้เป็นของโปรดของพี่หมู น้องชะเอมอยากจะพูดกับพี่หมูใช่ไหม ? สัญญากับพี่นะถ้าดึงเทปกาวออกจะไม่ตะโกน ตกลงนะ” ชายหนุ่มในชุดพี่หมูอู๊ดอู๊ดค่อยๆดึงเทปกาวออกตามที่ตนเองพูดบอกไว้ เขาดึงอย่างช้าๆนัยน์ดวงตาแฝงความอำมหิตไว้เต็มเปี่ยม

“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยหนูด้วย ช่วยชะเอมด้วยค่ะ!” เด็กสาวร้องเสียงหลงกรีดเสียงแผดดังไปทั่วโกดังร้างสุดเสียง เธอตั้งใจให้ใครก็ได้ที่อยู่ใกล้บริเวณนี้รับรู้เด็กน้อยคนนี้ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

“ก็พี่พูดแล้วไงอย่าตะโกน! อยากถูกพี่หมูทำโทษอย่างนั้นเหรอ!?” น้ำเสียงเข้มของชายหนุ่มจิตใจไม่ปกติเขาตวาดชะเอมจนเด็กสาวหยุดร้องเงียบไม่พูดอะไรอีก

“น้องชะเอมจะให้พี่หมูป้อนหรือกินเองดีครับ ? พี่ถามแล้วก็กรุณาช่วยตอบด้วย!”

“หนูกินเองได้ค่ะพี่หมู”

“เอาอะไรดีข้าวมีสองกล่อง”

“อะไรก็ได้ชะเอมกินได้หมด”

“ถ้าอย่างนั้นเอาข้าวมันไก่กับไก่ทอดก็แล้วกัน เอานี่อยู่ตรงนี้” พี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายพูดจบเขาก็เอื้อมมือไปแก้เชือกออกให้ชะเอม ชายหนุ่มแก้มัดเพียงมือให้เด็กสาวได้รับประทานอาหารเช้า

เขายังไม่ยอมถอดหน้ากากหัวหมูอมยิ้มออก ใบหน้าที่แท้จริงของคนร้ายยังคงไม่ปรากฏเผยตัวตนออกมา ชะเอมค่อยๆรับประทานข้าวกล่องอย่างช้าๆเด็กสาวหิวก็จริงอยู่อาหารบางทีมันก็ไม่สำคัญเท่าอิสรภาพ ชะเอมครุ่นคิดถึงแผนการหนีออกไปจากที่แห่งนี้ให้จงได้ เธอต้องรอดเงื้อมมือพี่หมูอู๊ดอู๊ดตัวร้ายรายนี้ไปอย่างปลอดภัย

“พี่หมูคะ ชะเอมอยากเข้าห้องน้ำ ขอเข้าห้องน้ำได้ไหมคะ ?”

“ปวดท้องฉี่เหรอ ?”

“ใช่ค่ะ ชะเอมปวดฉี่จะแตกแล้ว”

“ได้ เดี๋ยวพี่หมูจะพาไป” ชายหนุ่มในชุดพี่หมูอู๊ดอู๊ดแก้เชือกมัดชะเอมที่ข้อเท้าออก เขาดูไม่ค่อยวิตกกังวลเรื่องเด็กสาวหลบนี้มากนัก ความมั่นใจเรื่องการหลบหนีแลดูเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับคนร้ายอย่างเขา

ชะเอมเป็นอิสระแล้วเด็กสาวมองกวาดสายตาไปมาซ้ายขวา เธอนับหนึ่งสองสามในใจจากนั้นก็ลุกกระโดดวิ่งหนีออกไปจากพี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายในทันที หน้ากากหัวหมูอมยิ้มได้หันไปมองแผ่นหลังของชะเอม ชายหนุ่มคนร้ายส่ายหน้าและลุกขึ้นอย่างช้าๆค่อยๆเดินตามร่างเด็กสาวที่วิ่งหนี

“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย! ชะเอมถูกจับตัวมาคนร้ายอยู่ในนี้ ช่วยด้วยค่ะ!” น้ำเสียงตะโกนของเด็กสาวร้องลั่นดังกังวานไปรอบโกดังร้าง ชะเอมแผดเสียงร้องไปพร้อมกับหาทางออกไปจากที่นี่ เด็กสาวพยายามหาช่องทางออกไปแต่มันก็ไม่มีทางเลย พี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายปิดประตูทางออกไว้หมดประตูเดินเข้าออกโกดังร้าง เขารอบคอบตั้งแต่เดินเข้ามาก็กดปิดล็อกแม่กุญแจเรียบร้อย

“น้องชะเอม! หยุดเถอะนะ พี่หมูขี้เกียจเดินตามแล้ว หนูจะวิ่งไปทางไหนก็หนีไม่พ้นที่นี่ได้หรอก”

“ไม่จริง แกมันไม่ใช่พี่หมูใจดี แกเป็นไอ้หมูโรคจิต คอยดูนะถ้าออกไปจากที่นี่ได้ จะฟ้องพ่อให้แจ้งตำรวจมาจับ!”

“เอาเลยน้องชะเอม ขี่ม้าสามศอกสี่ศอกหรือมากกว่านั้นไปเร็วๆเลย พี่หมูจะคอยดู ว่าแต่หนีออกไปให้ได้ก่อนนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” พี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายหัวเราะร่วนเสียงดังลั่นราวกับคนเสียสติ เขาอยู่ในชุดพี่หมูอู๊ดอู๊ดภาพลักษณ์ที่ออกมาจึงแลดูตลกแต่มันเป็นตลกร้ายที่แฝงร่างกายอยู่ในชุดพี่หมูผู้ใจดี

“ช่วยด้วย! ช่วยหนูด้วย! หนูอยากกลับบ้าน หนูไม่อยากอยู่ที่นี่!” ชะเอมร้องไห้กลัวสุดขีดเด็กสาวไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป เพราะตอนนี้ร่างของพี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายค่อยๆก้าวเท้าเข้ามาหาเธอทีละนิดๆ

ชายหนุ่มคนร้ายทำอย่างใจเย็นเป็นเรื่องปกติที่ทำอยู่บ่อยครั้ง เขาเดินถึงร่างเด็กสาวต่อมาก็กระชากแขนโอบเอวแบกไว้บนบ่าขวา ชะเอมยังคงร้องไห้ไม่ยอมหยุดเด็กสาวมองไปที่ประตูทางออกโกดังร้าง นัยน์ดวงตาแดงก่ำไม่รู้ชะตากรรมว่าจะเป็นอย่างไรนับจากนี้


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น