อัปเดตล่าสุด 2022-04-04 19:23:28

ตอนที่ 12 เด็กหายรายที่สองในระยะเวลาไม่ห่างกัน

“คุณพ่อกับคุณแม่ของชะเอมใช่ไหมคะ ? ครูชมเป็นครูประจำชั้นที่โรงเรียนของชะเอมค่ะ” ครูชมพูพรรณสังเกตและจำหน้าคนเป็นพ่อกับแม่ของชะเอมได้ หญิงสาวเคยเห็นอยู่บ่อยครั้งเมื่อตอนที่ทั้งสองคนมารับชะเอมกลับบ้าน

“ใช่ครับ ใช่ค่ะ” คนเป็นพ่อกับแม่ตอบกลับครูสาวด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ผู้กองชนแดนมองกวาดสายตาไปรอบตัวชายหนุ่มคิดและจะทำอะไรบางอย่าง สัญชาตญาณความเป็นตำรวจและยุทธวิธีการตามหาตัวเด็กพลัดหลงผู้กองหนุ่มยังคงมีวิธีตรงจุดนี้อยู่พอสมควร

“น้องชะเอมมาที่จุดประชาสัมพันธ์หรือยังคะ ?”

“ยังเลยค่ะครูชม แม่เริ่มใจคอไม่ดีแล้ว ทำยังไงดีพ่อ ?”

“ใจเย็นๆนะครับ ผมเป็นตำรวจจะวิทยุเรียกเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยตามหาอีกแรง คุณแม่กับคุณพ่อใจเย็นๆก่อนนะครับ บางทีน้องเค้าคงยังอยู่ในพื้นที่อยู่”

“แจ้งศูนย์ ขณะนี้ที่ตลาดนัดจุดนัดพบมีเด็กพลัดหลงอยู่ภายในตลาดนัด ผู้ใดอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุขอกำลังมาช่วยผู้กองชนแดนด้วยครับ” ผู้กองชนแดนพูดพลางหยิบวิทยุสื่อสารของตำรวจออกมาจากเอว ชายหนุ่มกดปุ่มเรียกขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศูนย์วิทยุเมื่อได้ยินตำรวจที่รับเรื่องก็พูดตอบกลับมาในทันที

“รับทราบครับผู้กองชนแดน ขณะนี้มีสายตรวจอยู่ในพื้นที่พอดี อีกสักพักคงจะไปถึงที่เกิดเหตุ”

“รับทราบข้อความ ขอบคุณครับ” ผู้กองชนแดนกดวิทยุพูดโต้ตอบชายหนุ่มเดินไปมาตรงจุดประชาสัมพันธ์ของตลาดนัด ขณะที่เขามองดูชำเลืองพื้นที่โดยรอบชายหนุ่มได้เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเดินเข้ามาถึงพอดี เป็นตำรวจในเครื่องแบบยศจ่าสิบตำรวจกับสิบตำรวจเอก

“เด็กหายนานหรือยังครับผู้กอง แล้วรูปประพันสัณฐานเป็นยังไงครับ ?” ตำรวจยศจ่าสิบตำรวจพูดพลางถือวิทยุสื่อสารอยู่ในมือ ชายวัยกลางคนรอข้อมูลของชะเอมจากผู้กองชนแดน

“น่าจะสักพักแล้ว คุณพ่อครับน้องชะเอมแต่งตัวยังไงครับ ?” ผู้กองชนแดนก้าวขาเดินเข้าไปถามคนเป็นพ่อ ชายหนุ่มต้องการข้อมูลของชะเอมอย่างเร่งด่วน เพื่อการสืบตามหาเด็กพลัดหลงที่น่าจะตามกลับมาได้

“ชะเอมแต่งตัวกางเกงขาสั้นสีขาว เสื้อสีครีมเป็นแถบสลับสีดำครับ ทรงผมก็สั้นแบบนักเรียนครับคุณตำรวจ”

“จ่า หมู่ เดี๋ยวเราออกไปตามหารอบพื้นที่ตลาดนัดกันนะ อีกสามสิบนาทีกลับมาเจอกันที่นี่” ผู้กองชนแดนพยักหน้ารับทราบข้อมูลจากประพจน์พ่อของชะเอม ชายหนุ่มหันไปมองตำรวจสายตรวจทั้งสองนายพร้อมกับพูดบอก ตำรวจสายตรวจทั้งสองนายพยักหน้ารับคำ และพูดตอบผู้กองชนแดนเสียงประสานกันอย่างพร้อมเพรียง

“รับทราบครับผู้กอง”

“ใจเย็นๆนะคะ น้องชะเอมคงอยู่แถวนี้แต่ยังไม่เดินมา ผู้กองแดนกับตำรวจกำลังออกตามหาคุณแม่ไม่ต้องคิดมากนะคะ” ครูชมพูพรรณพูดพลางขยับร่างลงไปนั่งข้างมยุรี

หญิงสาวยื่นยาดมซึ่งอยู่ภายในกระเป๋าสะพายข้างให้กับคนเป็นแม่ ครูสาวสังเกตดูสีหน้าของมยุรีหญิงวัยกลางคนแม่ของชะเอมในตอนนี้ มันแลดูไม่ค่อยสู้ดีนักเกิดอะไรขึ้นกับลูกศิษย์ของครูชมพูพรรณ หญิงสาวครุ่นคิดไม่สบายใจตามมยุรีไปด้วย

“คุณแม่ไม่ต้องคิดมากนะคะ ทางตลาดนัดให้รปภ.ออกตามหาด้วยอีกแรง ใจเย็นๆนะคะ” หญิงสาวประชาสัมพันธ์ลุกขึ้นยืนและเดินไปบอกคนเป็นแม่ ประชาสัมพันธ์สาวมองออกไปนอกเต็นท์จุดประชาสัมพันธ์ เรื่องนี้ไม่น่าเกิดขึ้นที่ตลาดนัดจุดนัดพบเลย หญิงสาวประชาสัมพันธ์สีหน้าเป็นกังวลตามแม่ของชะเอมกับครูชมพูพรรณไปด้วยอีกคน

 

รถตู้ขนไอศกรีมของพี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายได้วิ่งแล่นไปบนท้องถนนสี่เลน จนถึงขนาดนี้คนร้ายรายนี้ก็ยังไม่ยอมถอดหน้ากากหัวหมูอมยิ้มออกจากหัว เขากำลังขับรถตู้ไปอย่างช้าๆไม่เร่งเหยียบคันเร่งเครื่องยนต์ รถตู้ขนไอศกรีมได้ถูกมือของพี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายบังคับพวงมาลัยหักเลี้ยวซ้ายไปที่ซอยเปลี่ยวแห่งหนึ่ง

 ที่ด้านท้ายซอยมันมีโกดังร้างตั้งอยู่สถานที่แห่งนี้มีแต่พงหญ้ารกทึบ มันห่างไกลจากบ้านคนโกดังร้างแห่งนี้ยังไม่มีใครรู้จักมากนัก เพราะเจ้าของได้ปล่อยทิ้งร้างไว้แล้วหนีหนี้ที่ท่วมหัว เจ้าหนี้ที่มาดูโกดังร้างเขาก็ไม่ได้ใช้สอยประโยชน์อะไรนั่นเป็นเพราะการขยายเมืองเกิดขึ้นโกดังแห่งนี้จึงดูไกลจากพื้นที่เมือง ไม่มีใครมาเช่าทำธุรกิจด้วยเหตุนี้ที่นี่จึงเป็นสถานที่ของพี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้าย เขาใช้มันเป็นที่พักลักพาตัวเหยื่อเด็กสาวที่จับตัวมา

รถตู้ขนไอศกรีมขับมาถึงที่หมายชายหนุ่มในชุดพี่หมูอู๊ดอู๊ด ได้เปิดประตูและก้าวเดินไปที่ด้านข้างรถตู้ เขาใช้มือผลักประตูออกและค่อยๆดึงร่างของชะเอมออกมา พี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายอุ้มเด็กสาวไว้ในอ้อมอก เขามองไปที่ใบหน้าของชะเอมและพยักหน้าอย่างมีความสุขภายใต้หน้ากากหัวหมูอมยิ้ม จากนั้นก็เดินเข้าไปภายในโกดังร้างพร้อมกับเปิดและปิดประตูโกดัง

“ตื่นได้แล้วน้องชะเอม พี่หมูพามาเที่ยวบ้านตื่นเถอะนะ” น้ำเสียงหนุ่มที่พูดออกมาด้วยความพึงพอใจที่ได้ทำแบบนี้ มันดังออกมาปลุกเด็กสาวให้ตื่น ชะเอมนอนแน่นิ่งเพราะฤทธิ์ของยาสลบยังคงมีอยู่ เด็กสาวยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเธอว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ตอนนี้ชีวิตของชะเอมตกอยู่ในกำมือของพี่หมูอู๊ดอู๊ดตัวร้าย เขาจับเธอมาคงไม่ได้มีจุดประสงค์จะพามาเที่ยวที่โกดังร้างเป็นแน่ ชายหนุ่มในชุดพี่หมูอู๊ดอู๊ดอุ้มร่างชะเอมไปวางไว้ตรงมุมกลางโกดังร้าง เพื่อไม่ให้เป็นการพลาดถ้าชะเอมตื่นขึ้น พี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายจึงใช้เชือกที่อยู่ตรงนั้นมัดมือมัดเท้าชะเอมอีกที กระดาษกาวสีดำได้ถูกตัดและแปะไปที่ริมฝีปากของชะเอม เขารอบคอบอย่างมากในเรื่องการลักพาตัว เผื่อชะเอมตื่นขึ้นมาแล้วเกิดร้องเสียงดัง อย่างไรก็คงไม่มีใครได้ยิน

“หลับให้สบายนะหนูน้อย ถ้าตื่นมาแล้วพี่หมูจะให้กินไอศกรีมอีก” พี่หมูอู๊ดอู๊ดคนร้ายพูดพลางใช้มือขวาของตนเองลูบไล้ไปที่ใบหน้าละมุนของชะเอม เขาลุกขึ้นยืนและเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในชุดปกติชายหนุ่มคนนี้กำลังจะไปทำอะไรบางอย่าง แต่เขาคงไม่ได้ไปลักพาตัวเด็กสาวมาซ่อนไว้ เพราะถ้าเขาทำแบบนั้นก็คงไม่เปลี่ยนชุดจากพี่หมูอู๊ดอู๊ดเป็นชุดธรรมดาปกติ

 

ช่วงเช้าวันจันทร์ที่ห้องเรียนของมะนาวในขณะนี้บรรยากาศภายในห้องเรียน ดูเงียบขรึมไม่มีเสียงเด็กนักเรียนชายหญิงพูดอะไรกันออกมา ข่าวของชะเอมหายตัวไปได้ทำให้เพื่อนๆเด็กนักเรียนภายในห้องแลดูไม่ค่อยมีความสุข มะนาวกับพาสต้าและกระรอกเด็กสาวทั้งสามคนได้พูดคุยกันเมื่อพบเจอหน้า

มะนาวเล่าเหตุการณ์ให้เพื่อนทุกคนฟังเธอกับแม่เดินมาที่จุดประชาสัมพันธ์ของตลาดนัดจุดนัดพบ และได้พูดคุยกับพ่อแม่ของชะเอมเธอจึงรู้ว่าเพื่อนเด็กสาวได้หายตัวไป

“ทำไมชะเอมหายตัวไปได้นะ หวังว่าคงไม่เป็นอะไรเราเป็นห่วงจริงๆ” พาสต้าพูดพลางส่ายหน้าคิดถึงเพื่อนเด็กนักเรียนหญิง เด็กสาวคุ้นเคยและรักชะเอมมากเธอรู้จักเพื่อนคนนี้เป็นคนแรกของห้องเรียน เรื่องหายตัวไปอย่างปริศนาสร้างความไม่สบายใจให้กับตัวของเธออย่างมาก

“ขอให้ชะเอมปลอดภัย ชะเอมต้องไม่เป็นอะไรนะพาสต้า” มะนาวมองเพื่อนเด็กสาวเธอเองก็รู้สึกไม่ดีไม่ต่างกัน เรื่องพลัดหลงหายตัวไปจากอ้อมอกแม่ มันเป็นเรื่องที่ทำให้คนเป็นเพื่อนอย่างเธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย

“อย่าคิดมากสิ มะนาว พาสต้า ชะเอมจะต้องกลับมาหาพวกเราได้ เชื่อเถอะเรารอให้ชะเอมกลับมา” กระรอกมองโลกในแง่ดี เด็กสาวมองต่างมุมจากคนเป็นเพื่อนทั้งสองคน เพื่อนหายตัวไปอย่างไรต้องกลับมาหาพวกเราได้

“ทั้งหมดทำความเคารพ” เสียงหัวหน้าห้องเรียนเป็นเด็กผู้ชายได้เอ่ยบอกให้เพื่อนเด็กนักเรียนทำความเคารพ ครูประจำชั้นชมพูพรรณได้เดินเข้ามาภายในห้องเรียนในชุดครูสีกากี สีหน้าของครูสาวแลดูไม่ค่อยมีความสุขนัก เธออยู่กับพ่อแม่ของชะเอมจนตลาดนัดจุดนัดพบปิดทำการ

“นักเรียน ครูชมมีข่าว...เพื่อนหายตัวไปมาบอกนะ”

“ครูคะมะนาวเมื่อคืนอยู่ในเหตุการณ์ เล่าให้พวกหนูทุกคนฟังแล้วค่ะ” กระรอกรีบพูดบอกครูชมพูพรรณ เด็กสาวยกมือขึ้นพร้อมกับพูดไปด้วย

“พวกเธอรู้เรื่องทั้งหมดแล้วเหรอ ? จริงสินะเมื่อคืนมะนาวกับแม่เดินมาที่จุดประชาสัมพันธ์แล้วก็เจอครู พวกเธอรู้เรื่องหมดแล้ว” ครูชมพูพรรณดูไม่ค่อยสบายใจมากนักที่จะพูดบอกเรื่องนี้ แม้เธอไม่ต้องเล่าเรื่องแล้ว แต่หญิงสาวก็ดูไม่สบายใจอยู่ดีที่จะสอนหนังสือเด็กนักเรียนในชั่วโมงเรียนเช้าวันนี้

“ครูคะแล้วคุณอาผู้กองชนแดนจะตามหาชะเอมกลับมาได้หรือเปล่าคะ ?” มะนาวออกความคิดบ้างเด็กสาวอยากรู้ข้อมูลความเป็นไป เธอเหมือนพูดแทนเพื่อนทั้งห้องเรียน

“คือ...ยังไม่มีวี่แววเลย คงต้องให้เวลากับตำรวจเค้าหน่อย เอาแหละเรามาเริ่มเรียนเถอะนะ ครูเชื่อว่าชะเอมจะกลับมา เรามาเรียนกันเถอะ” ครูชมพูพรรณรีบพูดตัดบทหญิงสาวไม่อยากให้เด็กนักเรียนทุกคนต้องคิดมาก

เธอเลือกตัดสินใจสอนหนังสือพวกเด็กนักเรียนจะดีกว่า เรื่องชะเอมหายตัวไปตำรวจกำลังสืบหาและพาตัวกลับมาให้ได้ พวกเด็กนักเรียนเปลี่ยนจุดสนใจไปที่การสอนหนังสือของครูชมพูพรรณ เด็กนักเรียนทุกคนต้องแยกให้ออกเรื่องเป็นห่วงเพื่อนก็อีกเรื่อง และเรื่องเรียนก็ต้องเรียนหนังสือกันต่อไป

 

“เราจะเอายังไงต่อไปดีครับผู้กองแดน ? ความวัวยังไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรก” จ่าวิกรมยืนส่ายหน้าในขณะที่เห็นผู้กองชนแดนเดินออกมาจากห้องผู้กำกับสถานีตำรวจในช่วงเช้าของวันจันทร์ เรื่องเด็กหายในท้องที่สถานีในช่วงเวลาไม่ห่างกัน มันทำให้เรื่องนี้ผู้กำกับสถานีต้องเรียกผู้กองชนแดนไปพูดคุยอย่างเร่งด่วน

“คดีนี้เริ่มลามไปใหญ่แล้วจ่ากรม ผู้กำกับขีดเส้นใต้ให้ผมหาเบาะแสและตามตัวน้องที่หายตัวไปกลับมาให้ได้ นี่ท่านก็กำชับผมชุดใหญ่” ผู้กองชนแดนพูดพลางเดินไปนั่งที่เก้าอี้โต๊ะทำงานของตนเองที่อยู่แยกมุมสุดด้านใน ชายหนุ่มกำลังคิดหาทางคลี่คลายคดีนี้อยู่ เขากำลังมองมันเป็นเส้นผมบังภูเขา บางทีอาจไม่ยากอย่างที่คิดมันต้องมีหนทางคลี่คลายได้

“แล้วผู้กองแดนจะทำอย่างไรต่อไปครับ ?”

“บางทีเราคงต้องใช้แผนซ้อนแผนแล้ว คืนนี้ผมอยู่เวรกับจ่า ระหว่างตรวจท้องที่เราจะลองหาเบาะแสกันดูอีกทีจ่ากรม”

“รับทราบครับผู้กอง”

“หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง คนร้ายที่เราตามหาบางทีมันอาจอยู่ใกล้ตัวเราก็ได้ ผมมีความรู้สึกแบบนั้นจ่ากรม”

“ผมขอให้พวกเราคลี่คลายคดีและตามหาตัวน้องๆที่หายไปกลับมาให้ได้ครับ ผู้กองคิดอย่างผมไหมครับ”

“คิดสิ ผมกำลังคิดว่าเราน่าจะเข้าใกล้คนร้ายเข้าไปทุกที ความรู้สึกของผมมันบอกอย่างนั้น”

 

บรรยากาศตอนเย็นที่โรงเชือดหมูในขณะนี้ ใช้กับเชิดกำลังกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างมีความสุข ชายวัยกลางคนทั้งสองรอปลิดชีพชำแหละร่างหมูที่กำลังทยอยลำเลียงขนมาถึงช่วงเย็น โรงเชือดหมูแห่งนี้การทำงานจะต้องเริ่มช่วงหัวค่ำไปจนถึงกลางดึก

ร่างของหมูที่ลำเลียงมาจะต้องปลิดชีพชำแหละขายในช่วงกลางคืน สาเหตุที่ทำกลางวันไม่ค่อยได้หรือแทบจะไม่ได้ทำ นั่นเป็นเพราะหมูที่ชำแหละส่วนใหญ่จะมาถึงตอนเย็น ด้วยเหตุนี้เสียงหมูที่ร้องโหยหวนในขณะถูกเชือด จึงสร้างความไม่สบายใจให้กับครอบครัวของศรีอุบลเป็นอย่างมาก ด้วยความที่เป็นบ้านเช่าอยู่ติดโรงเชือดหมูเพียงหลังเดียว ศรีอุบลกับครอบครัวจึงหลีกเลี่ยงเสียงร้องของหมูที่ถูกชำแหละไม่ได้

“ไอ้ใช้คืนนี้ ไอ้เพรียวมันลาหยุด เราจะได้สบายตัวกันแล้วเพื่อน” เชิดพูดพลางกระดกจอกแก้วเหล้าขาวอย่างมีความสุข ชีวิตทำงานที่โรงเชือดหมูถ้าไม่ปลิดชีพชำแหละร่างหมู กิจกรรมอีกอย่างก็กระดกเหล้าขาวดื่มกินกันอย่างสนุก ทั้งที่เฮียเฮงสั่งกำชับห้ามไว้อย่างเด็ดขาด

“กูอยากให้มันออกไปซะให้หมดเรื่องไอ้เชิด อยู่ก็เสือกจ้องจับผิดพวกเรา จะทำอะไรก็ลำบาก เบื่อจริงๆที่เฮียเฮงรับมันเข้ามา” ใช้พูดพร้อมกับลับคมมีดปังตอและฟันมันลงไปบนเขียง จอกแก้วเหล้าได้ถูกกระดกเป็นกิจกรรมต่อมา ชายวัยกลางคนกับเพื่อนของเขาชอบทำแบบนี้อยู่เป็นนิจ

รถขนหมูได้วิ่งเข้ามาถึงตรงหน้าโรงเชือดใช้กับเชิดรีบลุกจากเก้าอี้เดินไปดู ชายวัยกลางคนทั้งสองคนได้เข้าไปช่วยคนส่งหมูยกเล้าที่มีหมูหลายๆขนาด ทั้งสองทำอย่างตั้งอกตั้งใจ จนกระทั่งร่างหมูที่ต้องถูกปลิดชีพชำแหละได้เข้าไปอยู่ภายในโรงเชือด

“เยอะเหมือนกันนะมีหมูตั้งสามสิบตัว คืนนี้เอ็งกับข้าเหนื่อยกันแน่ไอ้ใช้” เชิดพูดพลางขยับเล้าหมูให้อยู่เป็นระเบียบเรียบร้อย ชายวัยกลางคนสำรวจดูอีกครั้งและเขาก็เห็นอะไรบางอย่างที่ร่างของหมูซึ่งนอนอยู่ภายในเล้า เชิดจึงพูดบอกใช้ที่ยืนอยู่ใกล้กัน

“ไอ้ใช้ ของชอบพวกเราคืนนี้มีอยู่ตัวเดียวเพื่อน”

“รูปร่างเป็นยังไงบ้างวะ ?” ใช้พูดพลางก้าวขาไปดูกรงเล้าหมู ชายวัยกลางคนมองตรงไปที่ช่วงอวัยวะเพศของแม่หมูตัวเมีย

“เนื้อดีพิมพ์นิยม ตรงตามสเปคมึงไหมล่ะ ?”

“ตรงสิวะ แบบนี้ของชอบเลย”

“ถ้าอย่างนั้นจะรออะไร จัดเลยดีเปล่าวะ ?”

“ยัง ใจเย็นๆก่อนเอาไว้ดึกๆค่อยจัดการมัน”

“จะเอาแบบนั้นจริงๆเหรอวะ ?”

“มึงก็ดูหมูตัวผู้สิไอ้เชิด มึงแหกตาดูตั้งยี่สิบเก้าตัว ถ้าเราจัดการนังหมูตัวเมียก่อน เรี่ยวแรงจะหมดเอานะ”

“เออหวะ มันก็จริงของมึง ไว้ดึกค่อยมาจัดการมันก็ได้ หมูมีตั้งเยอะเหนื่อยเหมือนกัน” เชิดส่ายหน้าพร้อมกับเดินกลับไปที่เก้าอี้ เขานั่งลงเพ่งพินิจดูความเป็นไปที่จะเกิดขึ้น ชายวัยกลางคนกับเพื่อนคู่หูได้วางแผนเตรียมจะลงมือปลิดชีพและชำแหละร่างหมูตัวผู้ทั้งยี่สิบเก้าตัว

 

ช่วงเวลากลางดึกราวสองนาฬิกาเศษใช้กับเชิดได้ลงมือปลิดชีพ และชำแหละร่างหมูตัวผู้ทั้งยี่สิบเก้าตัวจนเสร็จสิ้น ชายวัยกลางคนทั้งสองบาดเหงื่อพร้อมกับวางมีดปังตอลงบนเขียงอย่างอิดโรย เขาทั้งสองคนเดินไปนั่งพักที่เก้าอี้ประจำตำแหน่งคนละตัว น้ำดื่มที่เตรียมไว้ภายในกระติกถูกใช้กับเชิดผลัดกันตักดื่มอย่างกระหาย

พอทั้งสองคนเริ่มหายเหนื่อยจอกเหล้าขาวจึงถูกใช้รินเหล้าใส่ลงไป แก้วมีอยู่สองใบใช้รินเหล้าขาวของตนเองเสร็จเขาก็รินเหล้าใส่ให้เชิดต่อ เพื่อนคู่หูทั้งสองคนมองสบตากันพร้อมกับชนจอกแก้วเหล้าในเวลาต่อมา คนทั้งสองดื่มเหล้าขาวจนได้ที่ จากนั้นก็ลุกขึ้นและเดินไปที่เขียงเตรียมมีดปังตอไว้ให้พร้อม

“ไอ้เชิดมึงจะหยิบมีดไปทำไมวะ ?”

“อ้าว ก็กูเห็นมึงหยิบกูก็หยิบตาม”

“เฮ้ย! มึงลืมไปแล้วเหรอ ? หมูตัวนี้เป็นแม่หมูตัวเมีย มึงกับกูตกลงกันไว้ยังไงไอ้เชิด ?”

“เออจริงด้วย วางมีดลงก่อน เราไปช่วยกันมัดหมูตัวเมีย แล้วก็...ค่อยจัดการมัน! ไอ้ใช้” เชิดพูดจบเขาก็ก้าวขาเดินนำใช้ไปที่กรงเล้าหมู ชายวัยกลางคนทั้งสองตาลีตาเหลือกรีบก้าวขาไปให้ถึงกรงเล้าหมูโดยเร็ว ร่างแม่หมูเพศเมียถูกปล่อยออกมาจากกรง

ใช้กับเชิดบรรจงมัดขาทั้งสี่ของมันอย่างรัดกุมชายวัยกลางคนทั้งสอง กลัวแม่หมูร่างน้ำหนักร้อยกว่ากิโลกรัมจะสะบัดเชือกหลุดออก ทุกอย่างลงตัวเป็นที่เรียบร้อยในเวลาต่อมา ชายโฉดทั้งคู่ก็ลงมือข่มขืนแม่หมูเพศเมียในทันที ในขณะที่เชิดเป็นคนลงมือกระทำก่อน ใช้ก็กำลังเตรียมตัวถอดกางเกงท่อนล่าง ทั้งสองคนแลดูมีความสุขทั้งที่เรื่องที่กำลังทำกันอยู่มันบัดสีเสียจนอุบาทว์จนไม่รู้จะหาอะไรมาต่อว่าอีกต่อไปแล้ว

“มามะแม่หมู คืนนี้มาเป็นเมียพี่เชิดเสียดีๆ”

“เร็วๆนะไอ้เชิด กูอุตสาห์เสียสละให้มึงเป็นคนทำคนแรก ทำเร็วๆด้วยไอ้เพื่อนรัก”

“เออน่า กูจะรีบทำให้รวดเร็ว แต่ก็อย่างที่บอกนะข้างในแม่หมูตัวก่อนเสียวโคตรๆ ไม่รู้ตัวนี้จะเป็นเหมือนกันหรือเปล่า หรือจะเสียวมากกว่าก็ไม่รู้สินะเพื่อนใช้” เชิดพูดจบเขาก็ค่อยๆก้าวขาพร้อมกับใช้มือของตัวเองทั้งสองข้างจับขา แม่หมูตัวเมียให้ถ่างออกเพื่อความถนัดในการกระทำชำเรา

“หยุด! คุณทั้งสองคนถูกจับแล้ว ใส่กางเกงซะแล้วค่อยมาพูดคุยกัน” เสียงเอ่ยดังแว่วมาจากทางด้านหลังของใช้กับเชิด มันคือเสียงร้องห้ามของผู้กองชนแดนชายหนุ่มตำรวจมือปราบ เขามาที่โรงเชือดหมูพร้อมกับจ่าวิกรม ที่ข้างกายของผู้กองชนแดนมีร่างของใครอีกหลายคนยืนอยู่

คนแรกคือเพรียวสีหน้าโกรธโมโหใช้กับเชิดเป็นที่สุด คนที่สองคือเฮียเฮงสีหน้าท่าทางไม่โมโหแต่ชายวัยกลางคนใช้มือปิดดวงตาทั้งสองของตนเอง เขาไม่กล้ามองภาพอุจาดลูกนัยน์ตา คนที่สามและคนที่สี่คือศรีอุบลกับสุนันท์สองสามีภรรยา ทั้งสองคนมองไปที่ใช้กับเชิดแล้วรีบหันไปมองทางอื่น

ศรีอุบลพอจะเข้าใจและรับได้บ้างกับภาพที่อยู่ตรงหน้าเนื่องจากเขาเป็นผู้ชาย แต่สุนันท์หญิงสาวคุณแม่ลูกหนึ่งเธอไม่กล้าที่จะหันไปมองสิ่งที่เกิดขึ้น หญิงสาวเลือกที่จะกลับหลังหันไปมองดูประตูโรงเชือดหมูแทน

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น