อัปเดตล่าสุด 2022-02-15 22:04:42

บทนำ คำจากนักเขียน

     ห้าโลงเดินทางมาถึงตอนสุดท้ายแล้วครับ ขอบคุณทีมงานที่สร้างพื้นที่ให้นักเขียนหน้าใหม่ได้เขียนเรื่องราวสยองขวัญ ผมอาจจะหน้าใหม่ไม่คุ้นหน้าสำหรับนักอ่านที่แวะเวียนเข้ามา ถ้าอย่างไรงานเขียนมีจุดไหนที่ผิดพลาดหรืออยากจะเสนอแนะ นักอ่านที่เข้ามาแวะเวียนอ่านนิยายของผมเสนอแนะนำคอมเม้นท์มาทักทายกันได้นะครับ เพื่อนิยายที่พัฒนาต่อไป

อนึ่งสำหรับห้าโลงตอน โรงชำแหละร่าง เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของหมูหรือสุกรที่ถูกชำแหละร่าง ผู้เขียนเกิดในปีนักษัตรนี้เลยอยากจะเขียนอะไรเกี่ยวกับปีเกิดของตนเองขึ้น หมูไม่ได้ง่าย หมูไม่ได้ขี้เกียจ และหมูไม่ได้มีไว้กินเสมอไป! รับชำแหละทุกร่างที่ขวางหน้า ไม่ว่าร่างนั้นจะเป็นของใคร ?

 

ขอบคุณครับ

ณฐโชค

 

 

โลงที่ 5 โรงชำแหละร่าง

บทนำ เสียงร้องโหยหวนในโรงเชือดติดบ้านเช่า

 

“อู๊ด อู๊ด อู๊ดๆ!”

     เสียงกรีดร้องของหมูได้ดังระงมไปทั่วบริเวณโดยรอบ โดยปกติแล้วหมูจะมีน้ำเสียงที่ดังก้องจนคนฟังต้องตกใจ มันเป็นเรื่องธรรมดา แต่นี่สำหรับค่ำคืนนี้ครอบครัวใหม่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่เป็นคืนแรก

พวกเขาและเธอมีกันสามคนพ่อ แม่ ลูก ความไม่คุ้นเคยในน้ำเสียงกรีดร้องจนบางทีก็รำคาญอยากจะตะโกนบอกให้หยุด แต่ก็ทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะครอบครัวของศรีอุบลเพิ่งย้ายเข้ามา ถ้ากล้าที่จะเดินไปบอกหรือตะโกนข้ามรั้วให้ได้ยิน ชายวัยกลางคนกับครอบครัวของเขาก็คงต้องสร้างศัตรูขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“พ่อเสียงอะไรดังใหญ่เลย แม่นอนไม่หลับสะดุ้งเลย” คนเป็นแม่ลุกมามองสามีของเธอที่ไปยืนมองดูโรงเชือดที่อยู่รั้วติดกันตรงริมหน้าต่าง ชายวัยกลางคนส่ายหน้าพลางพูดออกมาแบบปลงในสภาพที่เป็นอยู่

“เสียงหมูร้อง นี่คงถูกเชือดชำแหละขายแน่ๆ ทำใจเถอะแม่เราเพิ่งมาอยู่ อีกหน่อยก็คงชินไปเอง”

“ชินอย่างนั้นเหรอพี่ศรี สุต้องทนกับเสียงหมูถูกเชือดเหรอ ไม่ได้เรื่องแล้ว สุจะเดินไปบอกเค้าให้เบาๆหน่อย คนจะหลับจะนอน” สุนันท์คุณแม่ลูกหนึ่งในวัยสามสิบต้นๆเธออายุอ่อนกว่าคนเป็นสามีร่วมสิบปีได้

หญิงสาวไม่กลัวที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นกลางดึก ถึงตรงนี้จะเป็นโรงเชือดแต่ก็ใช่ว่าจะส่งเสียงดังรบกวนผู้อาศัยรอบข้างได้ การไปพูดคุยบอกกล่าวน่าจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับเธอ

“อย่าสุ พี่ไม่อยากจะให้มีเรื่องกัน ใจเย็นๆนะเดี๋ยวตอนเช้าพี่จะไปคุยกับเค้าเอง สุไปนอนเถอะหรือไม่ก็ไปดูลูกหน่อยก็ได้ พี่กลัวน้องมะนาวจะนอนไม่หลับ” ศรีอุบลรีบพูดปรามคนเป็นภรรยาชายวัยกลางคนรู้ดีว่า เธอเป็นคนอย่างไร ความกล้าได้กล้าเสียและใจร้อนอาจทำให้เกิดผลเสียมากกว่าดี

“พี่รับปากสุแน่นะ หวังว่าคืนพรุ่งนี้คงไม่ได้ยินเสียง เดี๋ยวสุขอไปดูลูกหน่อยแล้วกัน” สุนันท์ไม่ค่อยจะเห็นด้วยนักกับความคิดของคนเป็นสามี แต่เธอก็ต้องเคารพในการตัดสินใจของเขา หญิงสาวเป็นห่วงลูกสาววัยเจ็ดขวบเธอกลัวว่าจะนอนไม่หลับเหมือนเธอกับสามี เธอจึงเดินไปดูที่ห้องนอนสุนันท์ค่อยๆบิดลูกบิดประตูห้องเปิดเข้าไปดูลูกสาว สิ่งที่เธอกลัวไว้มันกำลังเกิดขึ้นจริง

“เสียงอะไรคะแม่ ?”

“หมูมันร้อง แต่เดี๋ยวก็เงียบนอนต่อเถอะนะนาว”

“แล้วแม่ไม่นอนเหรอคะ ?”

“แม่รอให้ลูกนอนก่อน เดี๋ยวแม่จะไปนอนทีหลัง”

“งั้นนาวนอนต่อนะคะ”

“เดี๋ยวแม่ห่มผ้าให้ลูก นอนนะเดี๋ยวเสียงมันก็เงียบแล้ว” สุนันท์นั่งลงที่ข้างเตียงนอนเธอยื่นมือไปห่มผ้าให้ลูกสาวพร้อมกับเอามือลูบที่หน้าผากพลางยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู

สิ่งที่เธอพูดบอกหญิงสาวก็ไม่ได้รู้ว่าน้ำเสียงหมูที่กรีดร้องจะยุติลงเมื่อไหร่ การพูดปลอบใจไปพลางก่อนจึงเป็นทางออกที่เธอต้องทำ คนเป็นแม่ได้โกหกลูกเธอเพียงอยากจะปลอบให้ลูกไม่ต้องกลัว เพราะมีแม่อยู่ใกล้ไม่ไกลห่างตัว

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น