อัปเดตล่าสุด 2022-08-27 10:20:35

ตอนที่ 3 หอหนังเก่า ตอน ๓

บทที่ 3

หอหนังเก่า ตอน 3

 

                แววตาของผู้พูดเปลี่ยนไป น้ำเสียงไม่มีท่าทีล้อเล่น นั่นยิ่งทำให้คนฟังหน้าถอดสี ทุกเสียงสงบเงียบคล้ายกับว่าทุกชีวิตที่อยู่โดยรอบหยุดหายใจไปดื้อ ๆ สีหน้าของเมฆเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด จากเข้มขรึมจริงจัง ตอนนี้แววตาเบิกโพลงด้วยความกลัว ไม่ได้มีเพียงแค่ตัวละครซึ่งกำลังเดินเรื่องที่รู้สึกอึดอัด ผู้ชมที่นั่งอยู่ในโรงอย่างทัศนัยก็รู้สึกอึดอัดตามไปด้วย เขาเริ่มรู้สึกว่าเครื่องปรับอากาศที่เปิดอยู่ตอนนี้เย็นเกินไป แต่ในขณะเดียวกันอากาศเริ่มแห้งและเบาบาง มันอึดอัดแบบที่คนกำลังขาดอากาศหายใจ ในขณะที่เดือนดารายังดูปกติ เธอนั่งกินพ็อปคอร์นแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทัศนัยพยายามจะออกเสียงเรียกเธอแต่เขาเหมือนกำลังจมอยู่ในความเย็นเยียบที่เบาะกำมะหยี่กำลังซึมซับร่างเขาไปเรื่อย ๆ ชายหนุ่มรู้สึกหายใจไม่ออกจนคิดว่าตัวเองต้องขาดใจตายแน่ ๆ และเสียงหนึ่งคล้ายคมมีดที่กรีดแทงโสตประสาทจนเขาสะดุ้งตื่น

              “งั้นมึงนั่นแหละไอ้เมฆ มึงคือรายต่อไป” พอร์ชมีสีหน้าจริงจัง ทั้งที่ตอนมาถึงยังทำท่าทีไม่เห็นด้วยที่ทัดเอาคนในทีมมาเป็นตัวตายตัวแทนให้กับวิญญาณที่นี่ เพื่อแลกกับความสำเร็จของตัวเอง เสียงบรรยายจากลำโพงในโรงภาพยนตร์กำลังบอกให้คนที่ดูอยู่รับรู้ว่า มันกำลังเกิดคำถามมากมายในหัวของเมฆ พอร์ชหักหลังเมฆเพราะอะไร หรือเพราะกลัวว่าตัวเองจะถูกเอ่ยชื่อให้เป็นตัวตายตัวแทน จึงชิงร่วมมือกับทัดเพื่อหักหลังเมฆ เวลาคนเราจนตรอก ธาตุแท้มักจะออกมา

                เมฆชะงักไป ขณะที่พอร์ชพยุงให้ทัดลุกขึ้นจากการเกาะกุมที่ขา ทั้งสองมีท่าทีจะร่วมมือกัน พอร์ชเริ่มทำในสิ่งที่เมฆไม่อยากเชื่อ ซองธูปที่สอดไว้ในกระเป๋ากางเกงด้านหลังถูกแกะออก นิ้วของเพื่อนสนิทหยิบมันออกมาอย่างหน้าตาเฉย ไม่สนใจคนที่กำลังตื่นตระหนกเพราะกำลังจะถูกหักหลัง เพื่อนทั้งสองกำลังจะส่งเมฆไปลงนรก 

               พอร์ชเป็นคนใช้ไฟแช็กจุดธูปและส่งให้ทัดเป็นคนปัก อีกฝ่ายรับไปด้วยท่าทีลังเล แต่มันคงไม่มีทางเลือก สุดท้ายจึงรับธูปที่อีกฝ่ายยื่นให้  พนมมือแล้วบริกรรมคาถาบางอย่างก่อนจะก้มตัวลงเพื่อปักธูป

               “เดี๋ยวก่อน!” เมฆถลามาแย่งธูปจากมือทัดแล้วโยนทิ้ง “ตกลงกูเอาด้วยก็ได้ แต่ห้ามให้กูตาย”

พอร์ชและทัดหัวเราะคิกคักทั้งคู่มองหน้ากันเหมือนมีความลับที่รู้กันอยู่สองคน สีหน้าเมฆในตอนนี้เหมือนคนโกรธแต่พยายามระงับไว้ ชายร่างท้วมสูดหายใจลึก แล้วผ่อนลมออกอย่างช้า ๆ แต่เหมือนว่าฝ่ายตรงข้ามจะไม่สนใจความรู้สึกเมฆเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มเยาะทำให้ฟางเส้นสุดท้ายขาดวิ่น

               “พวกมึงรวมหัวกันหลอกกูเหรอวะ ไอ้สัด” เมฆด่าอย่างหัวเสีย พวกมันกำลังเล่นสนุกกับความเป็นความเป็นความตายของเขา

               “เฮ้ย ๆ อย่าหยาบคาย ในนี้มีวิญญาณถูกไฟคลอกตายเยอะนะมึง” พอร์ชเอ่ยปากเตือนเหมือนจะเป็นการเตือนที่ออกจะวางก้ามข่มให้กลัวเสียมากกว่า นั่นทำให้เมฆยิ่งอารมณ์ขุ่น แต่พอร์ชไม่สนใจยังหยิบธูปจากซองขึ้นมาจุดอีกครั้ง

              ก่อนที่สถานการณ์จะแย่ไปกว่านี้ ทัดจึงเริ่มปริปากพูด

              “ที่นี่เคยเป็นหอหนังเก่าสมัยรุ่นพ่อกูนั่นแหละ แต่หุ้นส่วนถูกโกงก็เลยจุดไฟเผาเอาประกันอัคคีภัย พลาดท่าไฟคลอกลูกชายตัวเองตาย” ทัดมองไปรอบ ๆ แล้วชี้ไปยังบริเวณซากที่เหลือให้เห็นเป็นเสาของโครงสร้างโรงภาพยนตร์ ก่อนกลืนน้ำลายลงคอ ทอดสีหน้าหม่นเศร้า แล้วเล่าเรื่องต่อไป “วิญญาณลูกชายก็เลยไม่ไปผุดไปเกิด”

               “เออทำไมวะ กูดูในรายการล่าเล่าผีของคุณจิตทิพย์ เห็นบอกว่ายังติดห่วงอยู่ เลยไม่ยอมไปผุดไปเกิด ห่วงอะไรอีกวะ ก็พ่อเขาฆ่าตัวตายตามแล้วไง” เมฆก็แอบไปสืบมาตั้งแต่รู้ว่าพวกมันสองคนรู้จักที่นี่ แต่ก็ยังไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงของดวงวิญญาณที่ยังสิงสถิตอยู่ ข้อมูลบนโลกอินเทอร์เน็ตทิ้งท้ายไว้แค่ว่า ดวงวิญญาณโกรธแค้นพ่อที่สั่งคนจุดไฟเผา แต่พ่อที่เป็นต้นเรื่องก็ตายตามไปแล้ว ไม่รู้ว่าดวงวิญญาณยังจะห่วงหรือแค้นใครได้อีก

              “แก้แค้น” ประโยคนี้พอร์ชเป็นคนพูด มวลอากาศรอบ ๆ เริ่มเย็นจัด “ถูกเผาทั้งเป็นขนาดนั้น แถมพ่อยังฆ่าตัวตายตามอีก มันจะแค้นใครได้วะนอกจากหุ้นส่วนคนที่โกงไป”

             “ถ้าอย่างนั้นคนที่ดวงวิญญาณอยากให้ตายจริง ๆ ก็คือ...” เมฆประสานสายตากับพอร์ช คล้ายกำลังเอ่ยถาม และพอร์ชพยักหน้าตอบ เป็นอันว่าสิ่งที่เมฆกำลังคิดอยู่ตรงกับสิ่งที่พอร์ชรู้

             พ่อของเมฆเคยเล่าให้ทั้งเมฆและพอร์ชฟังว่า คนที่เป็นหุ้นส่วนแล้วโกงจนเจ้าของหอภาพยนตร์เก่าต้องฆ่าตัวตายก็คือ...พ่อของทัด ยังไม่มีใครรู้แม้แต่ตัวไอ้ทัดเอง

               “ใครวะ มึงรู้เหรอว่าผีที่นี่อยากเอาชีวิตใคร” ประโยคนี้ทัดเป็นคนถาม และนั่นทำให้เพื่อนอีกสองคนรีบจุดธูปโดยไร้ซึ่งคำตอบ

               พอร์ชยัดก้านธูปให้ทัดเป็นคนถือ

               “ไอ้ทัดมึงฟังกูนะ ถ้ามึงพูดตามที่กูบอก สิ่งที่มึงต้องการจะเป็นจริง หนังที่มึงอยากให้ได้กำไรร้อยล้านก็จะได้ แต่มึงแค่พูดตามกูแล้วปักธูปแค่นั้น” พอร์ชกล่อมทัด และทุกอย่างก็เป็นไปตามแผน

               “เดี๋ยวก่อนพวกมึง ใครกันวะที่ต้องตายเป็นคนต่อไป” ทัดยังยืนงงอยู่ในขณะที่เพื่อนทั้งสองนั่งลงคุกเข่าแล้วพนมมือ ท้ายที่สุดตัวเมฆเองก็เป็นคนดึงทัดให้นั่งลงตาม

               “ผีตายโหงทั้งหลายที่อยู่ ณ ที่นี้ พวกเราขอสัญญาว่า...” ทุกคนพร้อมใจกันเว้นวรรคแล้วมองมาที่ทัดเพียงคนเดียว

               “ขอสัญญาว่า...” ทัดทนสายตากดดันไม่ไหว จำใจต้องพูดตาม

               “จะเอาชีวิตคนที่เป็นต้นเหตุมาสังเวยให้ท่าน”

               “จะ...จะ-เอา-ชี-วิต-คนที่เป็นต้นเหตุมาให้ท่าน” ทัดเริ่มพูดเสียงตะกุกตะกัก แต่ด้วยสายตาบีบคั้นของเพื่อน จึงยอมท่องตามต่อจนจบ

               “หักปลายก้านธูปก่อนปักด้วยมึง” พอร์ชออกคำสั่ง

               “หักทำไมวะ ?” ทัดอิดออด ยังคงไม่ยอมทำตาม

               “เออน่า กูบอกให้ทำอะไรก็ทำเถอะ” พอร์ชเริ่มหัวเสีย สุดท้ายเป็นพอร์ชที่ต้องรีบหักปลายก้านธูปให้ และเมฆเป็นคนกดมือทัดเพื่อปักธูป

               สายลมวูบไหวแปรเปลี่ยนเป็นกระโชก แล้วก็หยุดลงเพียงไม่กี่วินาที เมื่อเมฆได้เห็นประกายไฟที่สว่างไสวแม้จะถูกแรงลมโหมกระหน่ำพัดผ่าน แต่ก็ยังไม่ยอมดับ เขาแอบยิ้มให้กับแผนการล้างแค้นที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น แสงสีแดงระเรื่อที่ปลายธูปจะยังคงโชติช่วงร้อนแรงจนกว่าคำสัญญาแห่งการล้างแค้นจะเสร็จสิ้น

               ทั้งสามคนออกจากบริเวณที่รกร้างซึ่งเคยเป็นซากไฟไหม้ ทางเดียวที่จะทำให้คำอธิษฐานเป็นจริง นั่นคือต้องลงมือ

               พอร์ชแอบหย่อนปลายก้านธูปใส่กระเป๋ากางเกงของทัด แอบแสยะยิ้มเพราะรู้ว่าต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดกำลังจะถูกชำระความ

 

               เชื่อกันว่าพระภูมิเจ้าที่คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้กันวิญญาณชั่วร้ายไม่ให้เข้ามาภายในบ้าน แต่หากสมาชิกที่อาศัยอยู่ในบ้านนำของที่มีดวงวิญญาณสิงอยู่เข้ามา พระภูมิเจ้าที่ก็คงไร้ความหมาย โดยเฉพาะของที่ลูกชายเจ้าของบ้านเอาเข้ามาแบบไม่รู้ตัว

               “มาแล้วเหรอ ฉันมีเรื่องจะคุยกับแก” พ่อของทัดลุกพรวดขึ้นทันทีที่เห็นลูกชายเดินเข้ามา

               ทัดรู้สึกปวดหัวหนักจนจนเริ่มหงุดหงิด ใช้มือกุมหน้าผากก่อนที่จะเลื่อนขึ้นไปขยุ้มศีรษะตัวเอง

                คนรับใช้ภายในบ้านเริ่มตื่นตระหนก แม่บ้านเริ่มกุมมือกันเพราะเห็นสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับทัด แต่คนเป็นพ่อกำลังคิดว่าลูกชายแค่เรียกร้องความสนใจ

               “ฉันรู้เรื่องที่แกคิดจะหนีตามผู้กำกับนั่นไปอเมริกาแล้ว มันจะหลอกแกไปเล่นหนังโป๊ล่ะสิไม่ว่า คิดให้ดีก่อนนะ อยู่ที่นี่ทำตัวดี ๆ แล้วฉันจะให้ในสิ่งที่แกอยากได้” พ่อของทัดเองก็เริ่มหงุดหงิด เพราะลูกชายเอาแต่หลุบตาลงต่ำ กัดฟันกรอด เริ่มเกาตามเนื้อตัวดูไร้มารยาท “นี่แกฟังฉันอยู่หรือเปล่า!?”

                ทันทีที่พ่อกระแทกเสียงเหมือนสติของทัดร่วงหล่น ผู้เป็นลูกชายตาลุกวาว เชิดหน้าขึ้น ทำตาขวางใส่แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คนรับใช้เริ่มกระถดถอยหลังทันทีที่ทัดเริ่มแยกเขี้ยว

               “นี่แก...อย่ามาจ้องหน้าฉันแบบนี้นะ ไอ้ลูกไม่รักดี ใช้นิดใช้หน่อยทำมาเป็นโมโห ที่ฉันให้แกเป็นนักแสดงก็เพื่ออนาคตของแกเอง!” พ่อยังคงใช้เสียงดังกระแทกกระทั้นด้วยความโกรธ

               พ่อบ้านสูงวัยคนหนึ่งเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้ามาจับแขนทัดไว้และพยายามเตือนสติ

               “คุณหนูใจเย็น ๆ ก่อนครับ คุณท่านทำเพื่อคุณหนู” พ่อบ้านพูดได้เพียงแค่นั้น ทัดที่ตาแดงก่ำก็สะบัดแขนออก อย่างแรงจนพ่อบ้านตัวโยน

               “ทำเพื่อตัวเองมากกว่า คนอย่างมึงน่ะเหรอจะทำเพื่อคนอื่น” เสียงของทัดเปลี่ยนไป คล้ายกับว่าเป็นการซ้อนกันหลายเสียง ผู้เป็นพ่อคงไม่ทันได้สังเกตเพราะความโกรธกำลังครอบงำ

               “มันจะมากไปแล้วนะไอ้ทัด ฉันเป็นพ่อแกนะ!” นั่นเป็นการตะคอกครั้งสุดท้าย ก่อนที่คนเป็นพ่อจะถูกลูกชายตัวเองกระโจนเข้าใส่จนล้มลง

               ทัดโกรธจัด เขาแยกเขี้ยวที่งอกยาวผิดปกติ เสียงคำรามดุจสัตว์ป่ามากกว่าคน

               “กูไม่ใช่ลูกมึง!”

 

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น