อัปเดตล่าสุด 2022-08-27 11:53:29

ตอนที่ 15 บ้านลืมตาย ตอน ๓

บทที่ 15

บ้านลืมตาย ตอน 3

 

                ทันทีที่คนเบื้องล่างล้มลง บุหงาก็รู้สึกว่าตัวเองอยู่กลางอากาศและกำลังร่วงลงสู่พื้นดิน!

               อ่อก!

               “ตายห่าแล้ว รีบช่วยป้าเรี่ยมเร็ว!” เสียงผู้ช่วยผู้กำกับยังไม่ทันได้สั่งคัต แต่ความโกลาหลเกิดขึ้นทันที เบื้องล่างคือทีมงานสามถึงสี่คนกำลังขึ้นบันไดมาถึงชั้นสอง และไม่ใช่เธอที่ต้องได้รับความช่วยเหลือเพราะภาพที่เธอตกจากชั้นบนนั้นใช้มุมกล้องในการถ่ายทำ

               ผู้หญิงที่แสดงเป็นป้าเรี่ยมต่างหากที่ต้องได้รับการช่วยเหลือ เธอดีดดิ้นอยู่กับบ่วงเชือกผูกคอที่พาดกับระเบียงชั้นสอง สงสัยจะมีสลิงบางเส้นที่ขาด หรืออาจเป็นอุปกรณ์ช่วยพยุงด้านหลังชำรุด ตอนนี้ป้าเรี่ยมไม่ต่างอะไรกับคนที่กำลังผูกคอตาย!

               แต่บุหงากลับรู้สึกแปลกใจ ทั้งที่เมื่อครู่เธอคิดว่าตัวเองร่วงลงมาจากชั้นสองแล้ว แต่กลายเป็นว่าบุหงายังยืนอยู่บนระเบียงชั้นสอง สงสัยจะถ่ายมาหลายเทกจนเธอสับสนไปเอง และถ้ามองจากตรงนี้เธอน่าจะอยู่ใกล้ที่สุดที่พอจะช่วยป้าเรี่ยมได้  เธอไม่รอช้ารีบวิ่งอ้อมไปยังฝั่งตรงข้ามของระเบียง หากแต่เศษฝุ่นเศษดินของที่นี่มีมากเกินไป บุหงาจึงไม่ทันระวังตัว

               พรวด!

               หญิงสาวตกจากชั้นสองลงมากระแทกพื้น!

               “บุหงา!” เสียงสมาชิกในทีมกองถ่ายร้องระงม โชคดีที่บุหงาตกลงมาที่กองฟางจึงไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก หญิงสาวพลิกตัวเงยหน้าเป็นจังหวะเดียวกับที่ได้เห็นดวงตาของป้าเรี่ยม

                กรี๊ด!!!

               หญิงสาวกรีดร้องแต่ไม่มีใครสนใจ บุหงาพยายามยันตัวเองให้ลุกขึ้นจากกองฟาง ทันทีที่ยืนขึ้นได้เธอก็ได้สบตากับป้าเรี่ยมอีกครั้ง คราวนี้มันเหลือกขึ้นบนเห็นเพียงตาขาว! บุหงารู้สึกขนลุกเกรียวไปทั้งตัว ป้าเรี่ยมยังไม่ตายแต่พยายามดีดดิ้นเพื่อสูดอากาศหายใจ มือของป้าเรี่ยมพยายามดึงเชือกที่รัดแน่น ลำคอที่ถูกเชือกกดรัดไว้ทำให้บุหงาแทบล้มทั้งยืน เพื่อนนักแสดงของเธอกำลังจะตายต่อหน้าต่อตา

               ทีมงานรีบขึ้นไปยังชั้นสองแล้วเอาตัวป้าเรี่ยมลงมา ทุกคนพยายามทำเวลาเพื่อช่วยป้าเรี่ยม ทว่าถึงจะทำเวลาได้เร็วแค่ไหนมันก็สายเกินไป ในตอนนี้หญิงวัยกลางคนนอนตาเหลือก ลมหายใจรวยริน ร่างกายไม่ขยับเขยื้อนเสียแล้ว

               ระหว่างที่ทีมงานกำลังถกเถียงกันว่าจะทำอย่างไรต่อดี หากเรียกรถพยาบาลแล้วป้าเรี่ยมตายกลางทาง ก็เท่ากับว่าพวกเขามีความผิดฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แต่ถ้าจะจัดการศพให้เรียบร้อยก็ต้องฝังไว้ที่นี่เท่านั้น

               “หรือเราจะช่วยกันฝังป้าเรี่ยมไว้ที่นี่ ?” ช่างไฟคนหนึ่งพูดขึ้น บุหงาฟังแล้วรู้สึกสะท้านไปถึงกระดูก นี่พวกทีมงานจะอำพรางซ่อนเร้นศพอย่างนั้นหรือ นั่นเท่ากับว่าทุกคนในที่นี้จะกลายเป็นผู้ร่วมกระทำความผิด บุหงาไม่เอาด้วยแน่เธอเป็นนักแสดงที่เพิ่งเข้าวงการ จะให้มาจบอนาคตแบบนี้ไม่ได้

               “มึงจะบ้าเหรอ คนทั้งคนนะเว้ย อยู่ ๆ หายตัวไปลูกหลานแกก็ต้องออกตามหา” ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ตะโกนออกมาด้วยความโมโห บุหงารู้สึกใจชื้นขึ้น อย่างน้อยก็มีคนคิดเหมือนเธอ และที่สำคัญหญิงสาวไม่ต้องรีบหนีไปแจ้งตำรวจ

               “ไม่มีหรอก ผมรู้จักป้าเรี่ยมดี ลูกหลานตายหมด หายไปตอนนี้ก็ไม่มีใครรู้” ช่างไฟยังยืนกรานความคิดเดิม บุหงาใจหล่นวูบอีกครั้ง เธอเพ่งมองคนที่กำลังพยายามจัดการศพป้าเรี่ยม หัวใจมันทำด้วยอะไรกัน

               “นี่มึง เอาจริงเหรอวะ ?” ผู้กำกับหันมาถามพวกทีมงานกองถ่าย ไม่มีใครเอ่ยคัดค้านเลยสักคน บุหงาพยายามขยับออกไปทีละก้าวเพื่อไม่มีใครสนใจ อาศัยจังหวะที่พวกมันกำลังถกเถียงกันอยู่หนีออกมาโทรแจ้งตำรวจ

               “ว้าย!” บุหงาพลาดสะดุดล้มลง ตอนแรกเธอคิดว่าแย่แน่เพราะในมือเธอกำโทรศัพท์ไว้แน่น แต่ทันทีที่เงยหน้าขึ้นมองกลับไม่มีใครสนใจเธอเลยสักคน

               “เอาตามนี้ รีบยกป้าเรี่ยมไปหลังบ้านแล้วขุดหลุมฝังมันทั้งอย่างนั้นแหละ” ช่างไฟเป็นคนออกความเห็น

               “แล้วคนที่เหลือล่ะ ?” ผู้กำกับขอความเห็นคนคิดแผนการ

               “เดี๋ยวค่อยมาจัดการ” ช่างไฟรีบพาคนยกร่างป้าเรี่ยมไปยังหลังบ้าน บุหงาอยากลุกหนี แต่เธอรู้สึกเกร็งไปทั้งตัว ไม่กล้าขยับไปไหน

               ‘คนที่เหลือ’ บุหงาสะดุดกับคำนี้ แต่พอเธอมองไปรอบ ๆ ก็ไม่เห็นนักแสดงคนอื่นแล้ว แดนดินกับวิทูรย์หายไป หญิงสาวพยายามออกตามหารอบบริเวณบ้านก็ไม่พบใครเลย ...ทุกคนหายไปไหน ?

               “บุหงา...” เสียงหญิงวัยกลางคนฟังคุ้นหู หากแต่พอเธอหันไปตามทิศทางของเสียงก็ให้ต้องชะงัก

               “ป้าเรี่ยม!” บุหงารีบถอยหลังจนเดินสะดุด ป้าเรี่ยมเพิ่งตายไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน แล้วร่างที่อยู่ตรงหน้านี่คือ...จะเป็นอะไรไปได้นอกจากผี!

               “ป้ายังไม่ตายจ้ะ เมื่อกี้แค่สลบไป พอรู้ตัวอีกทีทีมช่างไฟก็หิ้วป้าอย่างกับจะเอาไปทิ้ง ไม่เชื่อลองจับแขนป้าดูสิ” ป้าเรี่ยมยื่นแขนมาให้หญิงสาวจับ

               บุหงาเอื้อมมือไปจับแขนป้าเรี่ยมอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แล้วเธอก็สัมผัสได้ถึงเนื้อหนังของหญิงวัยกลางคน

               ป้าเรี่ยมยังไม่ตาย!

               พอหมดสิ้นความสงสัย ป้าเรี่ยมก็ชวนบุหงาออกมากินข้าวที่ทางกองถ่ายจัดเตรียมไว้ให้ 

               บุหงาเห็นว่าตอนนี้ทีมงานถ่ายทำไม่มีใครอยู่ในบ้านไม้หลังนี้เลยสักคน คงถึงเวลาพักกองแล้ว เธอเองก็หิวจึงรีบเดินออกมาข้างนอก ประจวบเหมาะกับได้ยินเสียงช่างไฟคุยกัน

               “กูบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าไปยุ่งกับคาถานั่น ผู้กำกับแม่งก็ไม่ฟัง” ทีมงานชายสองคนที่นั่งกินข้าวอยู่ด้านนอกกำลังสุมหัวคุยกันใต้ต้นไม้ใหญ่

               “เอ้า ไอ้คาถาที่เขียนบนผนังนั่นของจริงเหรอวะ กูนึกว่าทีมพร็อปเป็นคนทำ”

               “คาถาจริงสิวะ ตอนกูรู้ว่าโลเคชันคือที่นี่ก็จะขอเปลี่ยนแล้วนะ แต่ผู้กำกับไม่ยอมว่ะ” หนึ่งในทีมงานยังคงพูดต่อไป และเล่าถึงเรื่องอาถรรพ์ของบ้านหลังนี้

               อันที่จริงสถานที่ที่ใช้ถ่ายทำเป็นบ้านร้างท้ายซอยที่ไม่มีคนอาศัยอยู่มานานนับ 10 ปีแล้ว เมื่อก่อนมีสามีภรรยาคู่หนึ่งอาศัยอยู่ที่นี่กันแค่ 2 คน แต่อยู่มาวันหนึ่งภรรยาแอบจับได้ว่าสามีพาชู้มานอนที่บ้าน และชู้คนนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น ดันเป็นเพื่อนสนิทของสามีที่ชอบมาทำงานล่วงเวลาที่บ้านของเธอ และที่สำคัญเพื่อนของสามีคนนี้เป็นผู้ชาย

               เมื่อจับได้ว่าสามีของตนเป็นภรรยาคนอื่น ตัวภรรยาก็แทบจะอกแตกตาย ไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้งแต่ทันทีที่ภรรยาเข้านอน ฝ่ายสามีก็แอบมาจัดฉาก 18+ กันนอกห้องแบบไม่อายผีบ้านผีเรือน ภรรยาได้แต่แค้นใจจนไฟสุมทรวง ในที่สุดเธอก็เลือกให้สามีทำประกันชีวิต และคิดจะวางแผนฆ่าเพื่อเอาเงินประกัน

               หากแต่ถ้าเธอเป็นคนลงมือเองก็จะชวดเงินประกัน เพราะฉะนั้นเธอจึงต้องยืมมือชู้เพื่อฆ่าสามี และวิธีที่จะใช้จัดการโดยไม่ให้เหลือหลักฐานใด ๆ สาวมาถึงเธอได้นั่นก็คือ ทำยาสั่ง!

               เธอก็ใช้เลือดหมาดำเขียนคาถาบนกำแพง พอท่องจบก็เขียนชื่อสามีและชายชู้ตามลงไป ก่อนนำเลือดหมาดำที่ใช้ในพิธีสาปแช่งมาทำเป็นยาสั่งผสมน้ำสมุนไพรให้ชายชู้และสามีดื่ม และคืนนั้นทันทีที่สามีและชายชู้หลับ เธอก็รีบออกจากบ้านไปอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัด

               3 วันต่อมา ตำรวจพบศพสามีของเธอถูกฆ่าปาดคอ แต่ทว่าไม่พบร่องรอยของฆาตกร นั่นก็แปลว่าไอ้ชู้นั่นมันหายไป...หายไปไหน มันต้องนอนตายอยู่ด้วยกันสิ

               บุหงาและป้าเรี่ยมที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่โต๊ะใกล้ๆ ก็ฟังทีมงานคุยกันไปด้วย แต่กับตัวบุหงานั้นมีคำถามมากมายเกิดขึ้นในหัวของเธอ โดยเฉพาะร่างที่ก่อนหน้านี้คิดว่าตายแล้วแต่กลับมานั่งกินข้าวแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับเธอ เหตุใดป้าเรี่ยมถึงกลับมาโดยที่ไม่รู้สึกโกรธเคืองที่ตัวเองเกือบตายเพราะความผิดพลาดของทีมงาน

และที่บุหงาสงสัยที่สุดก็คือ...ความรู้สึกแปลกที่เกิดกับตัวเธอเอง!

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น