อัปเดตล่าสุด 2022-07-31 13:18:08

ตอนที่ 83 สองแม่มด

เมื่อได้ยินดังนั้น พวกเหล่าดิโยซ่าก็พากันหัวใจหล่นร่วงไปที่ตาตุ่ม ต่างพากันร่ำร้องวิงวอนอย่างน่าเวทนา ทั้งหมดไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อนว่าจะต้องพบพานกับจุดจบ ณ ที่แห่งนี้ นี่พวกเขาทำผิดอะไรกันโทษทัณฑ์ถึงได้รุนแรงถึงเพียงนี้?

 

“พระองค์จะทำแบบนี้กับพวกเราไม่ได้นะ ข้าไม่ได้…” นักบวชชราที่มีศีรษะล้านเลี่ยนแต่ไว้หนวดไว้เคราโวยวายเสียงลั่น

 

ฉับพลันนั้นเอง

 

“ฉึก!”

 

หัวลูกธนูปักเข้าไปกลางหน้าผากของชายชราคนนั้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีนิลของผู้เฒ่าเบิกโพลงพร้อมกับก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวก่อนจะล้มฟุบลงกับพื้น

 

“ตุบ”

 

“อ๊าาค / กรี๊ดดด!!!” เสียงร้องสั่นสะอื้นด้วยความกลัวของกลุ่มคนดังขึ้นระงม เปิดฉากความตายอย่างไม่ทันตั้งตัว

 

 “ฉึก….” ดิโยซ่าชายอีกคนถูกคมหอกแทงกลางท้องจนตัวงอ ลิ้นจุกปาก เมื่อเจ้าของอาวุธชักมือกลับโลหิตสีเงินก็พุ่งออกมาสาดกระเซ็น             

 

ขณะที่หญิงสาวอีกคนซึ่งกำลังเผ่นหนีก็ถูกฟันเข้ากลางหลัง

 

“ฉั่วะ!”

 

“อย่า อย่าทำข้า!” เหยื่อผู้โชคร้ายอ้อนวอนด้วยความตื่นกลัวสุดขีด แต่ก็ไม่อาจไขว้คว้าได้ถึงความปราณี “กรี๊ดดด!!!”

 

คมดาบหลายเล่มเสือกแทงเข้าไปที่ลำตัวผอมบางนั้น และจบชีวิตยังเยาว์ลง แน่นิ่งจมกองเลือด

 

อย่างง่ายดาย

 

“ท่านพี่เราจะทำยังไงดี?” วลันดาร้องถามพี่สาวเสียงสั่น ความเจ็บปวด ผิดหวัง ตกใจ ผสมปนเปกันไปหมด ทำไมกษัตริย์รูปงามถึงได้โหดร้ายเลือดเย็นปานนี้

 

“ทุกคนอย่าไปกลัว!” กิดายันหันไปบอกพวกพ้องที่กำลังตกขวัญหนีดีฝ่อ ก่อนจะยกสองมือขึ้นกุมท้องโค้งตัวสำรอกเลือดตนเองออกมา “อ็อก  อ็อก อ็อก”

 

“นะนี่มันยาพิษนี่” หญิงชรายกมือขวาขึ้นรองลิ่มเลือดสีดำมากมายที่ขับดันออกมาจากกระเพาะ  “พวกมันวางยาเรา”

 

ความโกรธแค้นที่ผุดพลุ่งขึ้นมาราวภูเขาไฟระเบิด ทำให้แววตาของกิดายันเปลี่ยนไป นางจ้องไปยังพระพักตร์ราชันย์ที่อยู่เหนือขึ้นไปบนแท่นบัลลังก์ด้วยความโกรธแค้น พลางขยับปากร่ายมนตราแล้วชักกริชขึ้นมา ปักลงบนพื้น

 

ทว่า…ไม่เป็นผล มนตราของนางเสื่อมสลายไม่อาจใช้เวทย์ได้

 

ความแค้นของหญิงชรายิ่งโหมกระพือ ใบหน้าเรียวตอบบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความเจ็บปวดที่สูญสิ้นพลังอำนาจที่ตนเคยมี

 

ราชาโอกุลด์หัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง หยามหยันพวกจอมเวทย์ที่มิอาจใช้มนต์วิเศษได้อย่างหวัง ยาพิษซึ่งตนอุตส่าห์ควานหามาทั่วแว่นแคว้นแดนดิน จ่ายด้วยราคาทองคำอันสูงลิบลิ่วบัดนี้บังเกิดผลแล้ว

 

หากแต่พระองค์ทรงคาดคิดผิดไป เมื่อหนึ่งในสิบสามคนนี้มิได้แตะต้องเหล้าทัมนุสอันเลิศรสแม้เพียงหยดเดียว

 

“ท่านพี่หลบอยู่หลังข้าเร็วเข้า” วลันดาในชุดคลุมสีกรมท่าเอ่ยเตือนก่อนจะใช้ปลายแหลมของกริชแทงลงไปบริเวณมือขวาแล้วล้วงหยิบลูกแก้ววิเศษประจำตัวขึ้นมา ชูขึ้นระดับอก เลือดสีเงินยวงราวโลหะเหลวถูกดูดซึมไหลเวียนอยู่ภายในแก้วใสนั้น ริมฝีปากบางขยับขมุบขมิบร่ายมนต์ตอบโต้อีกฝ่ายทันใด

 

“อัศนีบาต จงเปิดทางให้ข้า…”

 

วื้บบ…เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ ตูมม  โครมม!!!

 

  กระแสไฟฟ้ามากมายแผ่ขยายออกไปจากวัตถุแก้วทรงกลม เห็นเป็นเส้นสายฟ้าวิ่งแลบแปลบปลาบไปทั่วอาณาบริเวณกระแทกเข้าใส่พวกทหารในชุดเกราะเหล็กพากันล้มระเนระนาด ชักดิ้นชักงอ บ้างก็เจ็บหนักจากสายฟ้าฟาดจนแผลเหวอะ

 

ส่วนคนที่โชคร้ายก็โดนกระแสไฟฟ้าช็อตเอาเสียไหม้เกรียม  พลังของเวทย์รุนแรงถึงขนาดฟาดไปถูกเพดานหินข้างบนทะลุพังลงมาเป็นรูโหว่

 

แม้แต่องค์ราชาก็ต้องกระแสไฟฟ้าซัดเปรี้ยงจนกระเด็นไปกระแทกผนังดังอั่ก ร่วงฟุบลงกับพื้น แสงสว่างจ้าเกิดขึ้นไปทุกสารทิศ ฝนห่าใหญ่ตกลงมายังพื้นปราสาทชะเลือดที่หลั่งออกมาจากร่างไร้วิญญาณของชายหญิงทั้งหลายไหลเป็นทาง

 

วลันดาเปลี่ยนคาถาร่ายมนต์ ร่างบางย่อตัวคุกเข่าขวาลงกับพื้นแล้วจุ่มปลายนิ้วมือข้างซ้ายทั้งห้ากับแอ่งน้ำ

 

“หยาดพิรุณบนพื้นนี้ จงเป็นพลังให้แก่ข้า”

 

ทันใดนั้นเอง กลุ่มน้ำที่ไหลเจิ่งนองพื้นก็กลับกลายเป็นผลึกเล็กใสด้านนึงป้าน ด้านหนึ่งแหลม พุ่งทะยานกลับขึ้นไปบนฟ้าอย่างพร้อมเพรียง กระสุนน้ำนับพัน นับหมื่น อัดกระแทกทะลุร่างทุกคนในบริเวณนั้นจนร่างพรุนเลือดกระฉูด ไม่เว้นแม้แต่พี่น้องเผ่าพันธุ์เดียวกัน

 

“ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!”

 

“อั่ก เอื้อ อ้าค กรี๊ดด!”

 

“เสด็จพี่!” ราชินีนาตูเรียซึ่งลากสังขารออกมาจากห้องบรรทมกรีดร้องเสียงหลง กับภาพความพินาศย่อยยับที่อยู่ตรงหน้าแล้วจึงสลบสไลลงไปอีกครา

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น