อัปเดตล่าสุด 2022-05-24 15:10:15

ตอนที่ 68 "ปลุก"

ฉันละล้าละลังชั่งใจอยู่นานทีเดียวกว่าที่จะบอกให้เอกลงมือ เขาซึ่งขณะนี้กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนเตียงท่ามกลางแสงเทียนซึ่งส่องแสงรำไรฉาบไล้ไปทั่วห้องนอนเล็กๆ แห่งนี้จนเห็นเป็นสีเหลืองนวลไปหมด ส่งสายตาอิดออดราวกับขอความเห็นใจมายังฉัน…แต่จะให้ทำอย่างไรได้

 

ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เราคงไม่ทำแบบนี้

 

แน่นอน…เรารู้ดีว่าผลที่ตามมาจะเป็นเช่นไร

 

พวกเราทอดมองไปยังร่างของเพื่อนสาวหน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพราที่หลับสนิทอยู่ใต้ผ้าห่มอุ่นอย่างหวั่นๆ  

 

‘ท่าทางกำลังสบายซะด้วยสิ’ นึกแล้วก็รู้สึกผิดขึ้นมา แต่ทว่าจะมามัวนั่งเป็นนางฟ้าโลกสวยในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ได้อย่างไรประเดี๋ยวก็เช้าพอดีหรอก ยัยริณ!

 

“เอาเลยเอกเดี๋ยวฉันช่วย” ฉันซึ่งนั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ ยุพร้อมกับพยักพเยิดหน้าให้เขารีบกระทำการไม่อยากให้เสียเวล่ำเวลาไปมากกว่านี้

 

เขาค่อยๆ ยื่นมือไปยังร่างอวบอิ่มมีน้ำมีนวลนั้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ ราวกับกำลังแหย่นิ้วเข้ากรงเสือพลางกลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อก อย่างยอมรับชะตากรรม

 

และเมื่อเขย่าท่อนแขนขาวที่ทอดทับอยู่เหนือผืนผ้าห่มนั้น เสียงของความโกลาหลก็ดังขึ้น

 

“กรี๊ดดด...อุปส์…พลั่ก...โอ๊ย!”

 

“หยุดนะแก้ว หยุดนะ!”

 

“กรี๊ดดด!”

 

หลังจากปลุกปล้ำต่อสู้กันพัลวันอยู่ชั่วอึดใจหนึ่ง เพื่อนสาวตัวดีจึงมีท่าทีสงบลง เธอนั่งหน้ามุ่ยอยู่ที่ริมขอบเตียง หมอนสองใบถูกจับเหวี่ยงกระเด็นไปไกลคนละทิศละทาง

 

ผ้าห่มผืนหนาถูกดึงทึ้งจนยู่ยี่ ผ้าปูที่นอนก็ยับย่นไม่เหลือเค้าเดิมที่เคยเรียบตึงสวยงาม ส่วนชานนท์กำลังนอนจับหน้าร้องโอดโอยอยู่ตรงปลายเตียงเพราะโดนทั้งข่วนทั้งต่อยไปหลายชุด

 

สำหรับฉันน่ะหรือก็ไม่มีอะไรมากแค่โดนเธอจิกกระชากหัวเสียจนผมยุ่งกระเซิงราวกับอีเพิ้ง และแก้มซ้ายก็โดนเธอปล่อยหมัดเข้าอย่างจังจนเป็นรอยจ้ำแดง ก็เท่านั้นเอง

 

“คราวหลังก็ปลุกฉันดีๆ ก็ได้หนิไม่เห็นต้องใช้กำลังกันแบบนี้เลย” เธอว่าอย่างหัวเสียก่อนจะสะบัดหน้าพรืดค้อนขวับ แต่ถึงแม้ว่าแสงพลอยจะซัดฉันกับเอกซะน่วมขนาดไหนแต่พวกเราก็ไม่ถือโทษโกรธเธอหรอก

 

…อูยยเจ็บชะมัดยาดเลยแหะ

 

“แก้วฟังฉันให้ดีนะ” ฉันกล่าวพลางใช้มือขวาลูบแก้มซ้ายป้อยๆ ก่อนจะพูดต่อไปว่า

 

“พวกเรากำลังตกอยู่ในอันตราย” ฉันตัดสินใจบอกออกไปแค่นั้นเพราะกลัวว่าเพื่อนสาวจะทำอะไรบุ่มบ่ามตามประสาคนใจร้อน ถ้าเกิดเธอรู้ความจริงว่าแม่เลี้ยงของฉันกำลังวางแผนอันเลวร้ายอยู่ล่ะก็มีหวังคงกรี๊ดบ้านแตกแน่ๆ

 

“อะไรนะ…เกิดอะไรขึ้นบอกฉันมาสิริณ!” แก้วซักไซ้ไล่เลียง หน้าตาตื่นเสียยิ่งกว่าตอนที่เธอรู้ว่าตนเองสอบตกสามวิชารวด หรือทำกระเป๋าสตางค์ราคาแพงหายเสียอีก

 

“เรื่องมันยาวน่ะ เอาไว้ค่อยเล่าทีหลังนะแก้ว ตอนนี้ฉันว่าพวกเรารีบไปจากที่นี่กันก่อนดีกว่า” ฉันซึ่งนั่งกอดเข่าอยู่ข้างๆ พูดระรัวอย่างร้อนรน

 

“แต่นี่มัน….ดึกมากแล้วนะ แล้วเราจะไปกันได้ยังไง” แสงพลอยซึ่งหน้าตายังสะลืมสะลือไม่ตื่นเต็มที่และกำลังนั่งห้อยขาอยู่เคียงกันเอ่ยแย้ง

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น