อัปเดตล่าสุด 2022-05-11 14:19:56

ตอนที่ 63 เสียง...กลางดึก

ฮูมมมมมมห์!

 

เสียงนั่นดังกึกก้องกัมปนาท ปลุกฉันที่ม่อยหลับไปไม่รู้นานเท่าไหร่ให้ลืมตาตื่นขึ้นมาโดยพลัน และเมื่อกลิ้งกลอกสายตาไปก็พบเจอแต่ความมืดและเงาสลัวรางของข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่วางกันอย่างระเกะระกะอยู่ภายในห้อง

 

“ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก”               

 

พอลองเลื่อนมือลงไปสัมผัสเนินอกด้านซ้ายดูก็รู้สึกถึงแรงเต้นของหัวใจที่ดังระรัวเร็วด้วยความตื่นกลัว

 

 ‘เสียงอะไร!?’ ฉันนึกถามตนเองทันทีเมื่อสมองเริ่มสั่งการอีกหน คงไม่ต้องบอกว่าฉันกำลังตกใจมากแค่ไหนที่จู่ๆ ก็มีเสียงประหลาดๆ ดังขึ้นมากลางดึกสงัด ลักษณะของเสียงที่ได้ยินฟังดูทุ้มต่ำยาวต่อเนื่องในจังหวะเดียวราวกับเสียงคำราม ซึ่งฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน

 

‘เอ๊ะ!...หรือเคยได้ยินมาก่อน’ ฉันลองทบทวนดูอีกที

 

‘ใช่แล้วเสียงนั่น!’ หลังจากปฏิภาคกับเสียงปริศนาที่ได้ยินเมื่อครั้งก่อนในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่ามันเป็นเสียงเดียวกันอย่างไม่ต้องสงสัย

 

สิ่งต่อมาที่ทำคือการเอี้ยวมือไปเขย่าตัวเพื่อนเบาๆ แต่แสงพลอยมีนิสัยอย่างหนึ่งคือเธอเป็นคนหลับลึก ถ้าหลับแล้วก็ตื่นยาก

 

และถ้ามีใครมาปลุกยัยแก้วกลางคันสาวเจ้าก็จะวีนแตก ร้ายกาจเสียยิ่งกว่าพายุทอร์นาโดถล่มเสียอีก พอฉุกคิดได้ดังนั้นฉันก็รีบหดมือกลับทันทีราวกับแตะโดนหม้อน้ำร้อน แล้วหันมาพึ่งพาตนเองแทนน่าจะดีกว่า

 

คราวนี้ฉันล้วงมือเข้าไปใต้หมอนใบนุ่มที่รองศีรษะอยู่แล้วควานวืดวาดอยู่ประเดี๋ยวหนึ่งก็คว้ากลักไม้ขีดขึ้นมาได้

 

 “แกร็ก แชะ…ฟู่” ฉันจุดมันโดยไม่รีรอ แสงจากปลายหัวไม้ขีดลุกโชนสว่างไสว และก่อนที่มันจะมอดไหม้ก้านไม้ผอมๆ ไปจนหมด ฉันก็เอาไฟดวงน้อยๆ นั้นไปต่อกับไส้เทียนได้ทันท่วงที

 

ดีนะที่เสียงนั่นเงียบลงไปแล้ว เพราะถ้ามันยังคงดังอยู่ล่ะก็ รับประกันได้เลยว่าฉันจะไม่มีวันลุกขึ้นมาสอดส่องหาความจริงในยามวิกาลแบบนี้อย่างเด็ดขาด  และเผลอๆ ก็อาจช็อกตายไปก่อนแล้วก็เป็นได้

 

ฉันยกเชิงเทียนซึ่งถูกวางทิ้งเอาไว้บริเวณโต๊ะหนังสือเมื่อวันก่อนขึ้นมาถือไว้ แล้วก้าวอาดๆ ไปที่บานหน้าต่างพร้อมกับยกมืออีกข้างขึ้นป้องเปลวเทียนที่กำลังวูบไหวตามแรงเคลื่อนไปด้วยเพราะเกรงว่ามันจะดับไปเสียก่อน

 

จากนั้นจึงรีบแหวกผ้าม่านสีขาวลายดอกกุกลาบออกดูแล้วเขม้นมองซ้ายมองขวาผ่านแผ่นกระจกออกไป กวาดสายตาโดยถ้วนทั่ว แต่ก็เห็นเพียงรั้วกำแพงหินก่อเตี้ยๆ ตั้งสงบอยู่ภายนอกตัวบ้าน ไร้ร่องรอยของสิ่งมีชีวิต หรือตัวอะไรที่พอจะยัดเยียดให้เป็นจำเลยในคดีนี้ได้เลยสักตัว

 

‘ทุกอย่างปรกติ’ หรืออย่างน้อยไอ้ตัวก่อเหตุมันก็คงหายไปพร้อมกับเสียงนั่นแล้วกระมัง

 

ทว่าเมื่อฉันกำลังจะถอนสายตาออกมา ก็กลับพบว่ามีดวงหน้าของใครคนหนึ่งกำลังจับจ้องฉันอยู่เช่นกัน

 

 ‘……’

 

“ว้าย!” ฉันอุทานออกมา ใจหายวาบไปที่ตาตุ่มก่อนจะเอามือทาบอกติเตียนตัวเองเมื่อเห็นว่าร่างที่เห็นและเกือบทำให้หัวใจวายตาย แท้จริงก็คือเงาตนที่สะท้อนบานกระจกกลับมานั่นเอง

 

“โธ่ยัยบ้า…แค่นี้ก็กลัวไปได้”  ฉันสบถเบาๆ อย่างหัวเสีย

 

“นี่บ้านเรา…นี่บ้านเรา…อย่ากลัว…อย่ากลัว” ก่อนจะพูดท่องคำเหล่านี้ซ้ำไปซ้ำมาราวกับสวดมนต์เพื่อสะกดจิตตนเองให้ไม่ฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ แม้ในใจจะกำลังเต้นระทึกครึกโครมอยู่ก็ตาม

 

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น