อัปเดตล่าสุด 2021-09-12 14:30:01

ตอนที่ 3 ไปด้วยคนนะ

“แก้วกำลังทำอะไรอยู่เหรอ?” 

 

“กำลังนอนเล่นอยู่บนเตียง แล้วก็แชทกะหนุ่มๆ อิอิ” เธอบอกอย่างอารมณ์ดี ขณะที่ฉันกลับรู้สึกเหมือนมีก้อนเมฆขมุกขมัวก่อตัวขึ้นในใจ 

 

“อืม...แก้วเดี๋ยวพรุ่งนี้เราต้องลับบ้าน พ่อกำลังป่วยหนักน่ะ” ฉันซึ่งกำลังยืนน้ำตารื้นอยู่ จำต้องบอกเธอไปตามตรง

 

“อ๊ะ…ตายจริงพ่อเธอเป็นอะไรเหรอริณ?” แก้วมีท่าทีตกใจเมื่อได้ยินดังนั้น 

 

“ขอโทษทีนะที่ฉันคงไปเที่ยวกับเธอไม่ได้”  ฉันพูดเสียงอ่อน รู้สึกผิดที่ต้องผิดนัดกับเพื่อนทั้งๆ ที่ได้รับปากไว้เป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะไปเดินเที่ยวห้างซื้ออุปกรณ์การเรียนด้วยกัน

 

“บ้า..ไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่เธอจะกลับมาวันไหนเหรอ?” แสงพลอยถาม

 

“ก็คงอยู่ที่นั่นสักสองสามวันแล้วค่อยกลับ คงต้องอยู่ดูอาการพ่อด้วย ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเลยแก้ว” อีกฝ่ายคงได้ยินเสียงอันสั่นเครือของฉัน จึงเอ่ยปลอบประโลม

 

“พ่อเธอคงไม่เป็นไรหรอกริณ อย่าเพิ่งคิดมากเลย”

 

“แต่ในจดหมายที่พ่อเขียนมา...มันทำให้ฉันกลัว” และแล้วหยดน้ำใสๆ ก็ไหลอาบแก้ม จิตใจของฉันในตอนนี้อ่อนแอเกินกว่าจะทำเป็นเข้มแข็งอยู่ได้ ถึงแม้ว่าฉันจะออกจากหมู่บ้านเพื่อเข้ามาเรียนต่อในเมืองตั้งแต่ยังเด็กๆ

 

แต่เราสองพ่อลูกก็ไม่เคยห่างกัน พ่อมักจะส่งผ่านความห่วงใยมาทางปลายสายโทรศัพท์อยู่เสมอ จวบจนกระทั่งสองเดือนก่อนหน้านี้ ที่น้ำเสียงของพ่อแปรเปลี่ยนไป จนในวันนี้ พ่อเขียนจดหมายมาบอกฉันว่าท่านกำลังจะจากฉันไป นี่ฉันจะทำอย่างไรดี

 

“งั้น....ฉันมีแผนใหม่” 

 

“เอ๋......แผนใหม่?” ฉันนึกสงสัยแต่ไม่ทันจะเอ่ยถาม แก้วก็ชิงพูดขึ้นมา

 

“งั้นให้ฉันไปเยี่ยมพ่อเธอด้วยสิ”

 

“เอ๋…แต่ว่า”

 

“ฉันเบื่อนั่งๆ นอนๆ อยู่กับบ้านแล้วล่ะ ถ้าไม่ได้เจอเธอหลายวันฉันคงเหงาแย่ อีกอย่างฉันก็อยากอยู่เป็นกำลังใจให้เธอนะยัยริณ”

 

“แล้วที่บ้านเธอเค้าไม่....” ฉันรู้สึกอึดอัดใจที่จะเปิดประตูต้อนรับแสงพลอยให้เข้ามาในหมู่บ้านที่แม้แต่ตัวฉันเองก็ยังรู้สึกอยากจะหลีกเร้นไปให้ไกล

 

“หายห่วงจ้ะที่นี่เค้าไม่มีใครสนใจชั้นหรอกน่า...แล้วตอนนี้ป๊ากับม๊าของฉันก็บินไปเที่ยวฮ่องกงอยู่ กว่าจะกลับก็โน่นอีกสองสามวัน ปล่อยให้เจ้หยก กับอาเฮงมันอยู่เฝ้าบ้านสองคนก็พอแล้วย่ะ”

 

“แต่ว่าหมู่บ้านของฉันมันกันดารนะ เธอคงอยู่ไม่ได้หรอก” คำพูดกันท่าของฉันดูเหมือนจะไม่มีผลต่อความตั้งใจของแก้ว เธอยังคงยืนยันที่จะไป

 

“ให้ฉันไปเถอะนะ นะ นะ” เสียงรบเร้าของเพื่อนสาวทำให้ฉันเกิดความรู้สึกลังเล และต้องเป็นฝ่ายจำยอมในที่สุด

 

“เรื่องตั๋วกับค่าเดินทางอ่ะเดี๋ยวฉันจัดการให้เองนะ ส่วนเธอก็เตรียมเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าได้แล้วนะคะคุณริณ แล้วพรุ่งนี้ฉันจะไปรับแล้วเราก็ไปท่ารถด้วยกันนะ โอเคตกลงตามนี้ ไหนบอกมาสิเพื่อนว่าบ้านเกิดของเธออยู่ที่ไหน........” เจ้าตัวกล่าวเสียงเจื้อยแจ้วมาตามสาย

 

เราคุยกันต่ออีกสักพัก แก้วถามเอาข้อมูลกับฉันเพื่อจะจองตั๋วรถทัวร์ให้ แม้จะพูดปฏิเสธไปหลายครั้งเรื่องค่ารถ แต่อีกฝ่ายก็ยังดึงดันจะจัดการเอง และก่อนวางสายเธอก็พูดทิ้งท้ายไว้เป็นปริศนาให้ฉันฉงนใจเล่นว่า

 

“ฉันขอชวนเพื่อนไปอีกคนนะ...อืมแค่นี้แหละบายแล้วคุยกันย่ะ”                                  

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น