อัปเดตล่าสุด 2021-11-28 14:12:00

ตอนที่ 20 ไม่น่าไว้ใจ

“ก็ถ้าเป็นฉันคงอ้วกแตกไปแล้วล่ะยะ”  แสงพลอยสอดขึ้นมาพลางแสดงอาการขยะแขยง “ริณพาฉันไปเข้าห้องน้ำหน่อยสิฉันปวดฉี่จะราดแล้ว”

 

“อืม...ฉันเองก็อยากไปล้างหน้าล้างตาเหมือนกัน” ฉันเออออ รู้สึกเหนอะหนะไม่สบายเนื้อสบายตัวเอาเสียเลย  

 

“เฮ้ยๆ เราไปด้วยดิจะปล่อยเราไว้คนเดียวหรือไงมันมืดนา” ชานนท์สะดุ้งโหยงรีบเอ่ยปากขอตามมาด้วยแต่ยัยแก้วกลับห้ามไว้ก่อน    

 

“ไม่ต้องเลยยะนายเอก นั่งอยู่ที่นี่แหละ”

 

ฉันลุกขึ้นแล้วจูงมือเพื่อนสาวให้เดินตามไป คุณน้าจุดเทียนไขวางไว้ตามจุดต่างๆ ภายในบ้านจนทั่ว เหตุที่มองจากข้างนอกแล้วดูมืดก็เพราะผ้าม่านหนาทึบที่ถูกรูดปิดจนมิดชิดนั่นเอง

 

ความสว่างจากปลายแสงของเปลวเทียนที่ส่งถึงกันนำพาให้เราสองเดินไปถึงหน้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว

 

“แก้วเธอเข้าไปก่อน”  ฉันบอก

 

“ในนั้นจะมีแมลงเม่ารึเปล่าอ่ะเธอ ฉันกลัวนะ” เธอครวญ

 

ฉันเปิดประตูไม้แผ่นหนาออกแล้วชะโงกหน้าเข้าไปกวาดสายตาจนทั่วห้องน้ำเล็กๆ ที่มีอ่างอาบน้ำ  อ่างล้างหน้า รวมไปถึงโถส้วมแบบกดชักโครกสีขาวอยู่ภายในตัวเสร็จสรรพ ในห้องนี้ก็มีเทียนไขวางอยู่บนแผ่นเซรามิกที่เอาไว้ปิดตรงฝาครอบโถส้วมอีกจุดหนึ่ง 

 

หลังจากแน่ใจแล้วฉันจึงตอบไปว่า

 

“ไม่มีหรอกอย่าคิดมากเลย รีบเข้าเถอะ” 

 

แก้วชะโงกหน้าเข้ามาดูบ้าง ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

 

“ดีนะที่เป็นโถส้วม...ค่อยยังชั่วหน่อย...ขอบคุณมากริณ” แสงพลอยกล่าวทำหน้าโล่งอก จากสภาพหมู่บ้านและบ้านของฉันแล้ว การมีห้องน้ำแบบมีชักโครกคงเป็นสิ่งที่เกินความคาดหมายสำหรับเธอมากเลยทีเดียว  

 

ระหว่างที่ยืนคอยแก้วอยู่นั้นฉันก็นึกขึ้นได้ว่าควรตระเตรียมน้ำให้เพื่อนๆ  ดื่มเสียหน่อยจึงเดินเข้าไปในห้องครัว ก่อนอื่นฉันตรงรี่ไปที่ซิงก์น้ำ รีบล้างหน้าบ้วนปากไปเสียหลายรอบจากนั้นจึงล้วงหยิบผ้าเช็ดหน้าลายหวานในกระเป๋าขึ้นมาซับหน้าเบาๆ

 

ฉันนึกขอบคุณที่น้ำประปาและไฟฟ้ายังเข้ามาถึงที่นี่  ไม่อย่างนั้นแก้วคงจะบ่นมากกว่านี้แน่ และฉันเองก็คงจะเสียใจไปเหมือนกันที่เป็นสาเหตุทำให้เพื่อนต้องมาตกระกำลำบาก และพบเจอกับเรื่องวุ่นวายที่นี่

 

ขณะที่กำลังจะเดินไปที่ตู้เย็นเล็กๆ ซึ่งตั้งอยู่อีกมุมหนึ่งภายในห้องครัว ฉันก็ได้กลิ่นหอมเหมือนพวกไก่ย่างลอยมา ก่อนที่จะเหลือบไปเห็นเงาอะไรบางอย่างวูบไหวอยู่ตรงหางตา

 

เมื่อเพ่งมองออกไปตรงช่องหน้าต่าง ก็แลเห็นร่างผอมเพรียวของแม่เลี้ยงที่มีอายุอานามอ่อนกว่าพ่อไปไม่กี่ปีกำลังยืนยกหูโทรศัพท์คุยกับใครสักคนอยู่

 

สีหน้าของเธอดูเคร่งเครียดวิตกกังวลเหมือนกำลังปรึกษาหารือ หรือถกปัญหาอะไรสำคัญๆ กระนั้นแหละ ท่าทีลับๆ ล่อๆ ไม่น่าไว้ใจสะกิดให้ฉันสงสัย 

 

ฉันพยายามกระเถิบตัวไปให้ใกล้มากที่สุดในระยะที่ฉันคิดว่าเธอจะไม่อาจมองเห็นฉันได้ แม้จะรู้สึกละอายใจอยู่นิดๆ แต่ความอยากรู้อยากเห็นกลับมีมากกว่า

 

“เราจะทำยังไงกันดีคะท่าน...ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านังเด็กนั่นจะชวนเพื่อนมาในที่แบบนี้แถมยังไม่บอกดิฉันก่อนสักคำ”

 

เสียงของน้าสายทิพย์ที่ดังแว่วมาทำให้ฉันรู้สึกตกใจ แน่นอนว่า ‘นั่งเด็กนั่น’ ที่เธอพูดถึงอยู่ก็คือฉันนั่นเอง

                                                                                                         

“อีกไม่กี่วันแล้วสินะ...ดิฉันกลัวจะมีปัญหา” เธอกล่าวต่ออย่างคนร้อนอกร้อนใจ

 

‘นี่มันอะไรกัน…ชักไม่ชอบมาพากลแล้วสิ’ จู่ๆ สังหรณ์ร้ายก็แวบเข้ามาในความรู้สึก                                                                                  

ขณะที่เฝ้ามองพฤติกรรมคุณน้าอยู่นั้น จิตใต้สำนึกก็บอกแก่ตัวเองว่ามีอะไรบางอย่างกำลังจับจ้องฉันอยู่เช่นกัน

 

ความกลัวแผ่ซ่านขึ้นมาอีกครั้งพานให้ขนแขนลุกชัน และหัวใจก็เต้นระส่ำ เพียงแต่ในคราวนี้สิ่งที่ฉันกลัวไม่ได้ปรากฏขึ้นอยู่ตรงหน้า แต่มันกำลังหลอมรวมก่อร่างสร้างตัวอยู่เบื้องหลังฉันนี่เอง...

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น