อัปเดตล่าสุด 2021-09-12 14:28:12

ตอนที่ 2 จดหมายจาก ‘พ่อ’

คุณน้าลดายื่นจดหมายสีขาวฉบับหนึ่งให้ฉัน 

 

ฉันแปลกใจจึงเอื้อมมือไปหยิบมาอ่านดูหน้าซอง        

   

“จากคุณพ่อของหนูจ้ะ น้าเห็นมันตั้งแต่เมื่อวานแล้วแต่ลืมหยิบมาให้” คุณน้าพูดขึ้น

 

‘จากคุณพ่อ’

 

นั่นยิ่งทำให้ฉันรู้สึกแปลกใจเข้าไปใหญ่

 

คุณน้ามีท่าทีอึกอักเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ฉันก็ชิงตัดบทขึ้นมาเสียก่อน

 

“ขอบคุณค่ะ” ฉันน้อมหัวให้น้าลดา แล้วเดินกลับเข้ามาในห้อง

 

“รีบแต่งตัวนะจ้ะริณ เดี๋ยวจะสาย” เธอกล่าวก่อนจะเดินกลับลงไปตระเตรียมอาหารเช้าต่อ               

 

ส่วนฉันก็เดินไปรูดม่านสีขาวมุก เปิดให้พอมีแสงยามเช้าลอดเข้ามาแล้วจึงนั่งลงตรงขอบเตียงแกะซองจดหมายสีขาวขนาดห้าคูณเจ็ดนิ้วซึ่งเขียนชื่อพ่อและที่อยู่ไว้อย่างชัดเจนด้วยความระมัดระวังด้วยความรู้สึกแปลกใจระคนดีใจ

 

เพราะปกติเราสองพ่อลูกจะสื่อสารกันโดยการใช้โทรศัพท์หากันเสียมากกว่า ทว่าทำไมคราวนี้พ่อถึงเขียนจดหมายมาถึงฉันกันนะ  หรืออาจจะเป็นเพราะอาการป่วยไข้ของท่านในพักหลังๆ นี้ก็เป็นได้ละมั้ง

 

ภายในซองมีกระดาษแผ่นหนึ่งซึ่งถูกพับครึ่งสอดไว้อยู่ข้างใน ฉันไม่รีรอที่จะหยิบและเปิดอ่านข้อความในหน้าจดหมายอย่างรวดเร็ว

 

เพลงพิรุณลูกรัก

           

            ตอนนี้ลูกเป็นอย่างไรบ้าง พ่อคิดถึงลูกเหลือเกิน แต่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้มีชิวิตอยู่ทันเห็นหน้าลูกอีกสักครั้งมั๊ย  พ่อกำลังป่วยหนัก และมีบางอย่างอยากจะบอกลูกก่อนที่จะลาจากโลกนี้ไป  เพลงพิรุณถ้าลูกได้อ่านจดหมายฉบับนี้ พ่ออยากให้ลูกกลับบ้าน มาหาพ่อ ได้โปรดกลับมาหมู่บ้านของเรา สักครั้ง พ่อคิดถึงลูก กลับมาหาพ่อนะ พ่อจะคอย

 

                                                                                                                    

รักลูกเสมอ                                                                                                             ธินกร

 

“พ่อคะ” พอฉันเงยหน้าขึ้นมาอีกที น้ำใสๆ ก็เอ่อท้นออกมาจากขอบตามาด้วยความคิดถึงและเป็นห่วงท่านจับใจ ฉันรีบโทรกลับไปที่บ้านทันที แต่คนที่รับสายกลับเป็นน้าสายทิพย์แม่เลี้ยงของฉัน

 

“ฮัลโหล คุณพ่ออยู่มั๊ยคะ? คือหนูเพิ่งได้รับจดหมาย…”

 

“ตอนนี้พ่อแกกินยาหลับไปแล้ว”  เนื้อเสียงที่ตอบกลับมานั้นแหบห้าวและฟังดูเย็นชาราวกับผู้ใหญ่ที่ไว้เนื้อถือตัว

 

“เอ่อ...แล้วคุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ ท่านเป็นอะไร?” ฉันถามรู้สึกใจคอไม่ดี

 

“ถ้าอยากรู้แกก็มาดูเอาเองสิ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงแบบมะนาวไม่มีน้ำ

 

ฉันพยายามข่มความโกรธเคืองไว้ในใจ น้าสายทิพย์มักจะพูดจาไม่เข้ารู้หูฉันอยู่บ่อยๆ และนี่คือหนึ่งในการแสดงออกของเธอ ที่ทำให้รู้ว่าเธอไม่ชอบฉัน

 

“งั้นพรุ่งนี้หนูจะกลับหมู่บ้านนะคะ กว่าจะถึงก็คงเย็น พอจะมีใครมารับหนูได้ที่ปากทางเข้ามั๊ยคะ?”

 

 ถึงแม้ว่าจะปรับน้ำเสียงให้นอบน้อมเพียงไร แต่ก็ไม่เคยช่วยให้อะไรมันดีขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย ฉันรู้จักน้าสายทิพย์มาตั้งแต่ยังเด็ก เธอเป็นลูกสาวของผู้ใหญ่บ้านคนก่อน หน้าตาสะสวย รูปร่างสูงระหง ดูฉลาดเฉลียว แต่ก็เป็นบุคคลที่ไม่น่าเข้าใกล้อย่างที่สุด

 

เพราะเธอทั้งเย่อหยิ่ง และอารมณ์ร้าย โดยเฉพาะเมื่อเธอได้เข้ามาเป็นแม่เลี้ยงของฉันด้วยแล้ว ก็ยิ่งจองหองผองขน และทำเสมือนว่าพ่อเป็นสมบัติของตนแต่เพียงผู้เดียวโดยชอบธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันไม่อาจยอมรับได้

 

ทว่าฉันก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงความจริงที่ว่า ผู้ที่เปิดประตูเชื้อเชิญให้เธอเข้ามาอยู่ในครอบครัวของเรานั้นก็คือ พ่อของฉันนั่นเอง และ ณ ตอนนั้นฉันก็มาอยู่ในที่ที่ไกลแสนไกล เกินกว่าจะทำอะไรได้อีกต่อไปแล้ว   

 

“ฉันจะลองถามอาสุบรรณให้ดู...แค่นี้นะฉันต้องไปทำงานต่อพ่อแกน่ะทำความลำบากให้ฉันมากเลยรู้มั๊ย” เธอพูดค่อนแคะจนฉันรู้สึกสะอึก

 

“เอ่อเดี๋ยวก่อนค่ะ...คุณน้าพอจะมีเบอร์โทรศัพท์ของคุณอาสุบรรณมั๊ยคะ?” ฉันยิงคำถามเพราะเกรงว่าเจ้าหล่อนจะตัดบทวางสายไปเสียดื้อๆ

 

น้าสายทิพย์บอกเบอร์โทรศัพท์ของคุณอามาตามสายอย่างรวดเร็ว ฉันรีบจดเลขเหล่านั้นลงกระดาษบันทึก

 

“ไม่ทราบว่าพอจะมีเบอร์มือถือมั๊ยคะ?” ฉันถามต่อ

 

“หึหึ…เธอคงจะไปอยู่ในเมืองเสียนานจนจำไม่ได้ว่าคนที่นี่เขาไม่ค่อยใช้ของพวกนี้กันหรอกนะ” น้าสายทิพย์เหน็บแนมก่อนจะกระแทกหูโทรศัพท์ใส่ฉัน

 

“ตู๊ดด ตู๊ดด ตู๊ดด ตู๊ดด!”

 

ในตอนนั้นฉันอยากจะเขวี้ยงหูโทรศัพท์ทิ้งเพื่อระบายความโกรธ แต่ก็ได้แค่คิดแล้วจึงต่อสายถึงเบอร์ที่เพิ่งได้รับมาเป็นรายต่อไป  หลังจากโทรนัดแนะกับคุณอาสุบรรณเรียบร้อยแล้วจึงโทรไปหาแสงพลอยเป็นคนสุดท้าย


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น