อัปเดตล่าสุด 2021-09-25 10:36:19

ตอนที่ 34 วาร์ด เยอร์มูห์

บทที่ 34  วาร์ด  เยอร์มูห์

 

                   อ่อนเยาว์  กับ  อาวุโส

              อ่อนโยน  กับ  เหี้ยมโหด

              ลังเล  กับ  มุ่งมั่น

              ต่อสู้เพื่อเพื่อนพ้อง  กับ  ต่อสู้เพื่อตัวเอง

              ไม่มีสิ่งใดที่ชายสองคนซึ่งกำลังเผชิญหน้ากันอยู่เหมือนกันเลยสักนิด  หนึ่งตารางแสง  กับสิบพลังพิเศษ  การต่อสู้ครั้งสุดท้ายกับศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดกำลังจะเริ่มต้น  ชะตากรรมของโลกขึ้นอยู่กับการต่อสู้ครั้งนี้...

 

                   หัวหน้าเงารัตติกาลไม่แปรเปลี่ยนสีหน้าเมื่อเห็นผมเข้ามาขัดขวางการสังหารซูอัล  ดวงตาเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกเสียดแทงเข้ามาเมื่อตาสบกัน   แม้จะเสียหลักจากการปะทะ  แต่เคียวยาวในมือยังคงตั้งตรงเตรียมพร้อมโจมตีซ้ำอีกรอบ

                   ร่างผมเปล่งแสงสีทองจากพลังความเร็วที่เพิ่มถึงขีดสุด  แรงกดดันจากพลังมหาศาลจนตรึงหัวหน้าเงารัตติกาลให้อยู่กับที่ไม่กล้าผลีผลามโจมตี  ผมประคองซูอัลไปสมทบกับเซราห์ที่ส่งสายตามองบาดแผลลึกบนท้องอย่างเป็นห่วง 

                   “ฝากด้วยนะครับ”

                   เซราห์โอบร่างซูอัลอย่างอ่อนโยน  ข้างกายมีเน็กเธอร์นอนหอบหายใจรวยริน  ทั้งคู่ไม่อยู่ในสภาพต่อสู้ได้อีกแล้ว  แต่เมื่อเพื่อนทั้งสองมีเซราห์ดูแล  ผมก็วางใจ  ใบหน้าหันกลับไปเผชิญชายที่เป็นผู้นำเหล่านักฆ่านับร้อย..  วาร์ด  เยอร์มูห์

                   แต่สายตาพลันเบิกกว้าง  เมื่อเคียวใหญ่ที่เคยอยู่ในมือ  บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นธนูสีทองโค้ง  นิ้วเหนี่ยวเส้นแสงพร้อมลูกธนูยาวไปด้านหลัง 

                   Moon  Airrow!!”

                   กระสุนแสงพุ่งใส่ด้วยความเร็วเกินกว่าตาจะมองทัน  แต่เพราะจิตสังหารที่พุ่งเข้าใส่ก่อนอาวุธยิง  ตารางแสงจึงถูกสร้างดักทางไว้ล่วงหน้า

                   ลูกกระสุนพุ่งผ่านตารางและถูกลดความเร็วด้วยชุดตัวเลขที่ผมใช้บ่อยที่สุด  สองขาพุ่งสวนทางก่อนเอียงร่างเพียงเล็กน้อยหลบลูกธนู  ผมกระโจนเข้าใส่พร้อมง้างขาเหวี่ยงฟาดใส่ใบหน้าของวาร์ดที่ยังไม่ทันตั้งตัว

                   ‘วูบ!!’

                   ท่อนขาฟาดใส่อากาศ  ร่างใหญ่ที่ยืนจังก้าอยู่เบื้องหน้ากลับหายไปจากจักษุสายตา  และกว่าจะรู้ตัวอีกที  กลับเป็นผมที่ถูกกระแทกเข้าที่กลางหลังจนร่างลอยละลิ่วกลิ้งไปชนโต๊ะหินตัวใหญ่แตกพังกระจายเป็นชิ้น

                   “อะ.. ไรกัน”

                   ผมครางอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง  ความเร็วของผมถูกเพิ่มขึ้นจนถึงขีดสุดที่ร่างกายจะรับได้  แต่วาร์ดกลับหลบและโจมตีสวนกลับอย่างง่ายดายราวกับความเร็วไม่มีผลต่อเขาสักนิด

                   ร่างในชุดสูทสีดำสมกับชื่อกองโจรยืนตระหง่านอยู่กึ่งกลางโถงทางเดิน  แสงจันทร์สาดฉายผ่านหน้าต่างใสมาอาบไล้ร่างใหญ่จนวาร์ดดูคล้ายเทพเจ้า...

                   เทพเจ้าแห่งความตาย!!

                   พลังพิเศษอันน่าตื่นตระหนกของเขาทำให้พวกเราฉงน  อาวุธมากมายถูกสร้างสับเปลี่ยนอย่างอิสระ  กระทั่งการเพิ่มความเร็วที่น่าจะมีผมเพียงคนเดียวที่ใช้ได้  กลับถูกวาร์ดใช้ความสามารถนี้อย่างเหนือกว่า 

                   “หรือว่า..  คุณเชื่อมต่อ SSS ได้หลายชิ้น”

                   วาร์ดหัวเราะหึ ๆ

                   “SSS ของชั้นมีเพียงชิ้นเดียว..  SSS ที่ใช้พลังของ ‘จักรวาล’ ได้”

                   วาร์ดพูดจบก็ล้วงหยิบกระจกทรงกลมขึ้นมาแนบตา  ดวงตาที่มองผ่านกระจกขยายกว้างทำให้ผมรู้ว่า SSS ชิ้นนั้นคือ ‘เลนส์’

                   “Mercury Staff!!”

                   ไม้เท้ารูปร่างประหลาดมีงูตัวยาวเลื้อยพันปรากฏในมือ  ส่วนหัวมีปีกเล็ก ๆ ติดอยู่ยิ่งทำให้ลักษณะของมันดูแปลกเข้าไปใหญ่  แสงสีน้ำเงินจากไม้เท้าไหลอาบร่างของวาร์ดถ่ายทอดพลังลำดับที่สามให้แก่หัวหน้าเงารัตติกาล  ผมจ้องมองสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างระวัง

                   แต่การเคลื่อนไหวของเขาอยู่เหนือขีดจำกัดที่ตาจะมองทัน

                   หมัด  เข่า  เท้า  ระดมโจมตีผมซึ่งยังตั้งตัวไม่ติด  ร่างกระเด็นกระดอนไปซ้ายที  ขวาที  รอยช้ำปรากฏทั่วร่างอย่างต่อเนื่อง  หมัดที่สายตามองเห็นว่าพุ่งเข้าใส่เพียงครั้งเดียว  กลับสร้างรอยแผลให้นับสิบจุด  ร่างผมกระแทกกำแพงก่อนดีดตัวกลับมาให้เขาใช้ปลายเท้าเหยียดถีบเข้าใส่ท้องน้อยจนน้ำย่อยแทบไหลย้อนออกทางปาก

                   แค่โดนเท้าสะกิด  ผมก็ลอยข้ามฟากห้องโถงขนาดใหญ่ไปถูกหยุดด้วยเกราะเหล็กซึ่งตั้งประดับห้องโถงไว้จนสะบักสะบอม  เข่าค้ำยันร่างไม่ให้ล้ม  ทั้งความเร็วและพละกำลังของวาร์ดเหนือกว่าผมอย่างมาก

                   เมื่อสู้ด้วยกำลังไม่ได้  ก็ต้องใช้อาวุธ!!

                   ดาบเล่มยาวจากชุดเกราะโบราณที่ตกอยู่บนพื้นคืออาวุธหนึ่งเดียวที่ผมเห็น  มือฉวยคว้าดาบก่อนพุ่งเข้าใส่วาร์ดทั้งที่ยังจุกไม่หาย  ความเร็วที่ถูกเพิ่มกับความคมของดาบยาว  ย่อมผ่าแยกร่างวาร์ดให้ขาดในครั้งเดียว

                   ‘เคร้ง!!!’

                   โล่กลมขนาดใหญ่  วาดลวดลายรูปรถเทียมศึกโบราณถูกสร้างกั้นขวางการโจมตีด้วยอาวุธคม  แรงสะท้อนจากโล่ดีดร่างผมให้กระดอนขึ้นไปบนอากาศ

                   Mars Lance&Shield!!”

                   นอกจากโล่ในมือซ้ายแล้ว  ศาสตราวุธยาวในมือขวาก็เสือกแทงเข้ามาทันทีที่ผมเสียจังหวะ

                   ‘ฉัวะ!!!’

                   เพราะท่อนแขนที่ยังมีผลจากตารางแสงเพิ่มความแข็งแกร่ง  ทำให้ผมยื่นมันออกมารับการโจมตีจากหอกเล่มยาว  คมหอกไม่อาจสะกิดผิวให้เกิดบาดแผล  แต่แรงกระแทกก็ส่งให้ร่างผมลอยคว้างสูงขึ้นไปอีก

                   Neptune Trident!!”

                   โล่พลันสลายไป  หอกด้ามยาวกลับมีปลายแหลมยืดออกมาซ้ายขวากลายเป็นตรีศูล  เพียงหมุนควงเบา ๆ ไอน้ำก็กระเด็นพร่างพราว  วาร์ดยื่นชูปลายแหลมของอาวุธสามง่ามมาที่ผม  กระแสน้ำพวยพุ่งจากปลายตรีศูลเข้าใส่ราวน้ำพุ  แรงดันน้ำมหาศาลผลักร่างผมให้ลอยขึ้นไปกระแทกเพดานโค้ง  ร่างผมถูกพันธนาการด้วยมวลน้ำที่แผ่พุ่งมาอย่างไม่ขาดสาย  ผมสำลักน้ำหูน้ำตาไหลเพราะน้ำเข้าทั้งจมูกและปาก

                   Sun Attack!!!”

                   มือขวาสร้างบอลไฟขนาดใหญ่  ไอความร้อนแผ่พุ่งเข้ามาจนแม้ผมที่ตกอยู่ในวังวนแห่งน้ำพุยังร้อนผ่าว  เมื่อสายตาเบิกมองภาพเบื้องล่าง  แสงสีแดงจ้าจากดวงสุริยะก็ทวีความเข้มข้นขึ้นทุกขณะ  พร้อมกับกระสุนลูกกลมที่พุ่งเข้าใส่หมายสังหาร

                   ‘ตูมมม!!!!!’

                   เพดานหินถูกทำลายแตกกระจายเป็นผุยผง  มุมโค้งมีรูขนาดใหญ่จากการทำลายล้าง  แสงจันทร์ส่องทะลุลงมาราวกับแสงไฟแห่งการปิดม่านการแสดงละครเวที  มวลน้ำมากมายถูกความร้อนระเหยกลายเป็นไอคลุ้งตลบอบอวลจนมองไม่เห็นสภาพภายในห้อง

                   วาร์ดยิ้มอย่างพึงใจ  การโจมตีต่อเนื่องขนาดนี้ต่อให้ศัตรูแข็งแกร่งแค่ไหนคงไม่อาจทานทนยื้อชีวิตให้รอดต่อไปได้

                   หากการโจมตีนั้นโดนผม

                   “เนเปียร์โบนส์!!”

                   การโจมตีจากมุมอับทำให้นักฆ่าผู้แข็งแกร่งที่สุดของเงารัตติกาลไม่อาจต้านทานได้  หมัดเสยจากด้านล่างพุ่งเข้าใส่ปลายคางของวาร์ดอย่างจัง  แรงกระแทกสะเทือนถึงสมองจนตาพร่ามองอะไรไม่ชัดเจน

                   แต่กระนั้นวาร์ดก็ยังคงเป็นวาร์ด

                   พลังที่มหาศาลระดับหัวหน้าสูงสุดย่อมไม่เปิดช่องโหว่ให้ศัตรูนานนัก  เขารีบตั้งสติก่อนใช้พลังเรียกไม้เท้าเร่งความเร็วให้ตัวเองจนเหนือกว่าผม  ปลายเท้าสะกิดผนังหินก่อนร่างจะพุ่งกระแทก  แรงสะท้อนส่งร่างให้พุ่งย้อนกลับมาพร้อมเคียวขนาดใหญ่ในมือ 

                   ผมซึ่งไร้อาวุธและเครื่องป้องกันจะปัดป้อง  คงโดนผ่าเป็นสองซีกด้วยอาวุธโค้งขนาดใหญ่

                   หากคู่ต่อสู้ของวาร์ดมีเพียงผม...

              ไอน้ำที่หนาทึบคือเครื่องอำพรางร่างสูงใหญ่ได้เป็นอย่างดี  ซูอัลที่ถูกเพิ่มความเร็วจากตารางแสงพุ่งลงมาจากช่องว่างของเพดานที่ถูกทำลาย  เท้าสองข้างพุ่งถีบวาร์ดที่มุ่งเป้าโจมตีผมเพียงคนเดียว 

                   เพราะอาวุธขนาดใหญ่อย่างเคียวด้ามยาว  ทำให้วาร์ดไม่อาจสะบัดคมเคียวขึ้นฟาดฟันคู่ต่อสู้จากด้านบน  ด้ามเคียวถูกยกขึ้นป้องกันลูกถีบอย่างกะทันหัน  แต่พลังทำลายของร่างที่ถูกเร่งความเร็วนั้นมีมากเกินกว่าแขนสองข้างของวาร์ดจะต้านทานไหว  อาวุธโค้งในมือจึงถูกซูอัลถีบกระเด็นหลุดมือหมุนติ้วกับพื้นดุจลูกข่าง

                   วาร์ดชะงักเท้าเพราะไม่คาดคิดถึงการโจมตีจากศัตรูที่หมดสภาพไปแล้ว 

                   และเขาคงไม่คาดคิด  ว่าศัตรูอีกคนที่หมดสภาพไปเช่นกันจะโผล่ขึ้นมาจากพื้น...

                   X-Ray!!”

                   ฝ่ามือยื่นขึ้นจากพื้นทางเดินที่ปูด้วยพรมผืนหนาคว้าจับที่ข้อเท้าของวาร์ด  พลังทะลุผ่านทำให้ร่างโปร่งใส  จมลงสู่พื้นดิน

                   Pluto Chain!!”

              โซ่ติดลูกตุ้ม  อาวุธอย่างที่สิบของวาร์ดถูกเหวี่ยงขึ้นด้านบน  ตะขอแหลมรูปตัว ‘L’ ที่ปลายอีกด้านเจาะกับช่องว่างของอิฐเพดานพอดิบพอดีช่วยรั้งร่างหัวหน้าเงารัตติกาลไม่ให้จมลงไปมากกว่านั้น 

                   แต่เพียงเท่านี้  ก็เป็นการเปิดช่องโหว่ครั้งแรกของวาร์ดสำหรับผม

                   กำปั้นที่เพิ่มความแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า  กับความเร็วในการพุ่งตัวดุจลูกกระสุน  ผสานกันกระแทกที่ท้องของวาร์ดจนเขาตัวงอเป็นกุ้ง  ยิ่งร่างถูกตรึงไว้กับพื้น  แรงโจมตียิ่งสะสมเป็นสองเท่า  รอยยุบเป็นวงใหญ่ที่หน้าท้องบอกถึงอาการบาดเจ็บอย่างรุนแรง  อวัยวะภายในแหลกเหลว  กระดูกซี่โครงแตกละเอียด  ร่างทรุดฮวบลงกับพื้นพร้อมลมหายใจที่หอบรวบรินและใกล้จะขาดช่วง

                   ซูอัลและเน็กเธอร์เดินมาสมทบ  สภาพร่างกายทั้งคู่ที่ไม่มีร่องรอยของความบาดเจ็บหรือบาดแผลแม้แต่น้อยยิ่งสร้างความตกตะลึงให้วาร์ดจนสีหน้าเขาบิดเบี้ยว 

                   “เป็นไป..  ไม่ได้”

                   เน็กเธอร์ยิ้มยียวน  เขาเสยผมที่เริ่มไม่เป็นทรงให้เรียบพลางส่งสายตามองวาร์ดอย่างผู้มีชัย

                   “แต่มันก็เป็นไปแล้วเฟ้ย!!  ถึงจะมี ‘พลังจากสัญลักษณ์ของดวงดาว’ สิบอย่างก็เถอะ  แต่แค่เพียงคนเดียวคิดเหรอว่าจะมาสู้กับพวกฉันทุกคนได้”

                   เพียงแค่เห็นอาวุธแต่ละชนิดของวาร์ด  เน็กเธอร์ก็รู้ทันทีว่าพลังพิเศษของหัวหน้าเงารัตติกาลคืออะไร

                   ดวงดาวทั้งสิบแห่งระบบสุริยจักรวาลต่างมีสัญลักษณ์ที่สอดคล้องกับลักษณะของดาวแต่ละดวง  และบุคคลสำคัญของโลกที่เป็นจิตวิญญาณให้วาร์ดเชื่อมต่อเป็นใครไปไม่ได้เลย  นอกจาก....

                   ‘กาลิเลโอ  กาลิเลอี’[1]

              บิดาแห่งดาราศาสตร์ยุคใหม่  ผู้จับจ้องเฝ้ามองดวงดาวแต่ละดวงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันในยามค่ำคืน  ดาวแต่ละดวงล้วนมีเอกลักษณ์ที่แตกต่าง  และเอกลักษณ์นั้นถูกแสดงด้วยสัญลักษณ์ที่เหมาะสม  สัญลักษณ์ที่แปรเปลี่ยนเป็นศาสตราวุธและพลังพิเศษของวาร์ด 

                   ไม่มีพลังพิเศษใดเหมาะกับผู้ครองตำแหน่งหัวหน้าแห่งกองโจรชื่อก้องโลกได้ดีเท่านี้อีกแล้ว!!!

                   แต่บัดนี้หัวหน้าแห่งเงารัตติกาลกลับถูกพันธนาการเพื่อรอการพิพากษาความผิดบาปที่ได้กระทำมาต่อหน้าพวกเราเหล่าผู้เชื่อมต่อ    

                   “มีอะไรจะสั่งเสียมั้ยลุง  ก่อนจะไม่มีโอกาสได้พูดอะไรอีก”

                   สายตาของวาร์ดเหลือบมองผ่านพวกผมไปเห็นเซราห์ที่นั่งหอบเพราะฝืนใช้พลังพิเศษอย่างต่อเนื่อง  คราบ ‘รังไหม’ แสงสีเขียวที่กระจัดกระจายบนพื้นทำให้เขารู้ว่าเพื่อนทั้งสองคนของผมฟื้นจากสภาพบาดเจ็บสาหัสได้อย่างไร  ความแค้นส่งผ่านแววตาเย็นชาเข้ามาทิ่มแทงจนผมรู้สึกเสียวแปล๊บในจิตใจ

                   “ฉันควรจัดการยัยตัววุ่นวายนั่นก่อนสินะ”

                   สายตาวาร์ดจับจ้องไปที่เซราห์จนหญิงสาวผงะ  แต่พวกผมทั้งสามคนไม่ยอมให้เขาทำอย่างนั้นแน่

                   ไม่สิ...  พูดให้ถูกคือสภาพของวาร์ดตอนนี้คงไม่มีโอกาสทำแบบนั้นได้อีกแล้ว

                   “ถ้าสงบเสงี่ยมเตรียมใจรับความตาย  ก็จะให้ตายสบาย ๆ อยู่หรอก  แต่ยังปากดีอยู่แบบนี้ฉันก็ไม่รู้จะเก็บแกไว้ทำอะไร”  เน็กเธอร์ใช้ฝ่ามือกดที่ศีรษะหัวหน้าเงารัตติกาล  “จมหายไปกับพื้นซะ..  X-Ray!!!”

                   ร่างสะบักสะบอมของวาร์ดถูกเน็กเธอร์ใช้พลังพิเศษฝังทั้งเป็นอยู่ใต้พื้นปราสาทหลังใหญ่นี้

                   ทั้งหัวหน้า  รองหัวหน้า  และนักฆ่าระดับสูงของเงารัตติกาลถูกจัดการจนสิ้น  บัดนี้กองโจรชื่อก้องโลกถูกทำลายลงแล้ว  ผมอยากเอาข่าวดีนี้ไปบอกคาซีเร็ว ๆ เหลือเกิน

                   ซูอัลรีบหันหลังกลับเพื่อไปประคองเซราห์ที่ใกล้จะหมดสติ  แต่แล้วเขากลับต้องชะงักเท้าและเบิกตาค้าง

                   “ฉันควรจัดการ ยัย ตัว วุ่น วาย นี่ ก่อน สิ นะ!!”

                   “เซราห์  ระวัง!!!”

                   เสียงตะโกนไม่ทันการณ์  ซูอัลรีบพุ่งตัวด้วยความเร็วที่ถูกเพิ่มจากตารางแสง  ส่งให้ร่างเคลื่อนที่ได้เร็วปานสายฟ้า  ท่อนแขนล่ำโอบกระชับร่างเซราห์และเอาตัวเข้าบังลูกธนูแสง

                   ‘ฉึก!!’

                   ปลายแหลมของลูกธนูพุ่งเจาะทะลุกลางหลัง  แต่ความแรงของมันกลับส่งให้ธนูแสงพุ่งเสียบเซราห์ที่ถูกปกป้องไว้อีกคนหนึ่ง  ร่างของทั้งคู่ถูกตรึงติดกันด้วยลูกธนูใหญ่

                   “ซูอัล..  เซราห์..  ม่ายยยยย!!”

                   เน็กเธอร์แม้รู้ว่าผู้โจมตีคือใคร  แต่ใจก็ยังไม่ยอมรับเพราะเขาเพิ่งจะสังหารชายคนนั้นไปหมาด ๆ

                   เพราะความวู่วามและขาดสติ  ทำให้มองไม่เห็นโซ่ยาวที่เหวี่ยงหวือเข้าหาตัว  ลำคอเรียวถูกรัดพันก่อนที่ปลายแหลมของตะขอจะค่อย ๆ ม้วนเข้าหา  และตำแหน่งสุดท้ายของมันก็คือกึ่งกลางหน้าผากของเน็กเธอร์

                   ผมรีบทะยานร่างเข้าหาเน็กเธอร์  มือคว้าจับตะขอก่อนที่มันจะเจาะใบหน้าของเขาได้อย่างฉิวเฉียด  แต่เพียงพริบตา  มือก็ต้องปล่อยตะขอแหลม  เมื่อแรงกระชากมหาศาลดึงร่างเน็กเธอร์ให้ลอยละลิ่วเข้าหาเจ้าของอาวุธโซ่

                   วาร์ด เยอร์มูห์  ถือเคียวขนาดใหญ่รออยู่แล้ว!!

                   แต่แม้อยู่ในวินาทีฉุกเฉิน  เน็กเธอร์ก็ยังมีสติเพียงพอ  เขาใช้พลังทะลุผ่านทันทีที่เห็นคมเคียวเหวี่ยงฟาดเข้าหา  ปลายแหลมของอาวุธโค้งพุ่งผ่านร่างไปโดยไม่ทันได้สัมผัสผิวกาย

                   “อึก!!”

                   แต่ก่อนที่ร่างจะตกถึงพื้น  มวลน้ำมหาศาลซึ่งพวยพุ่งจากตรีศูลสัญลักษณ์แห่งดาวเนปจูน  ก็อัดแน่นเป็นก้อนกลมขังร่างเน็กเธอร์ไว้ด้านใน  ไม่ว่าเน็กเธอร์จะเคลื่อนกายไปที่ใด  ก้อนน้ำขนาดใหญ่ก็เคลื่อนตามไปตลอด  ระยะเวลาที่พลังพิเศษทะลุผ่านจะกลับคืนสู่สภาพเดิมใกล้เข้ามาทุกขณะ

                   สายตาเน็กเธอร์มองหันกลับมาราวกับจะฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่ผม  เพียงครู่เดียวฟองอากาศก็ผุดจากปากเป็นสัญญาณว่าร่างกายเขากลับสู่สภาพปกติแล้ว 

                   เน็กเธอร์กำลังอยู่ในสภาพ ‘จมน้ำ!!’

                   สีหน้าเรียบเฉยส่งสายตาคมกริบราวกับใบมีดจนผมชะงักงัน 

                   “แค่จัดการ ‘เงาสะท้อน’ ของฉันได้  คิดว่าพวกแกจะล้มล้างเงารัตติกาลได้แล้วอย่างนั้นหรือ”

                   กระจกเงาขนาดเล็กในมือวาร์ด ฉายภาพสะท้อนสีหน้าที่ตกตะลึงของผมออกมาอย่างชัดเจน  สัญลักษณ์ของดาวศุกร์  ที่สามารถสร้างร่างเงาสะท้อนทำให้พวกเราเข้าใจผิดคิดว่าร่างที่ถูกจัดการไปคือวาร์ดตัวจริง  คิดได้แบบนี้ยิ่งทำให้ผมแทบไม่มีแรงยืน

                   แต่ภาพของซูอัลและเซราห์ที่ถูกเสียบร่างด้วยลูกธนูแสง

                   ภาพของเน็กเธอร์ที่อึดอัดทรมานจนใกล้จะขาดใจ

                   ทำให้สองขาที่หมดแรงตั้งตรงมั่นได้อีกครั้ง...

                   “เนเปียร์โบนส์!!”

                   ผมสร้างตารางแสงขนาดใหญ่และวิ่งผ่านมันด้วยความมุ่งมั่น  ร่างอาบไล้ด้วยแสงสีเหลืองนวลบริสุทธ์เปล่งประจายเจิดจ้าราวดวงตะวัน  ความเร็วที่กลับเป็นปกติกลับถูกกระตุ้นให้เร่งขึ้นเป็นสิบเท่าอีกครั้ง

                   แต่ความเร็วนี้ไม่ได้มีแต่ผมเพียงคนเดียวที่ใช้ได้

                   ไม้เท้าแห่งดาวพุธถูกสร้างในมือ  แสงสีฟ้าเปล่งประกายสว่างจ้าทัดเทียมกัน  แต่สิ่งที่วาร์ดเหนือกว่าคือความเร็วในการเคลื่อนที่

                   “หลีกไป!!”

                   ผมตะโกนก้องพลางระดมซัดหมัดเป็นชุด   พายุหมัดรวดเร็วจนมองเห็นเพียงประกายวับวาบราวแสงไฟกระพริบ

                   วาร์ดเพียงปัดป้องเบา ๆ  การโจมตีทั้งหมดก็ถูกเบี่ยงทิศทาง  ผมมุดร่างเตะกวาดที่ข้อเท้าของเขา  แต่โล่ขนาดใหญ่กลับตั้งรับการโจมตีอย่างมั่นเหมาะ  หอกแหลมแทงเข้าใส่ร่างที่ไร้สิ่งป้องกันจนผมต้องขยับตัวซ้ายขวาหลบเป็นพัลวัน  หนึ่งเสือกแทง  หนึ่งปัดป้อง  โล่และหอกสัญลักษณ์แห่งดาวอังคารในมือทั้งสองของวาร์ดไร้ซึ่งช่องโหว่

                   “ก็ลองทำให้ข้าหลีกดูสิ”

                   สองศาตราวุธสลายราวหมอกควัน  ก่อนประกายสายฟ้าจะแลบแปลบปลาบบนฝ่ามือใหญ่ของหัวหน้าเงารัตติกาล  วาร์ดทาบฝ่ามือลงบนพื้น  สายฟ้าลามเลียแผ่เป็นวงกว้างราวใยแมงมุม  ผมรีบกระโดดหลบไม่คิดชีวิต  แต่โซ่เส้นยาวก็ถูกเหวี่ยงขึ้นมารัดข้อเท้าและกระชากผมลงมากระแทกพื้นอย่างแรงจนผมจุกจนตัวงอ

                   “เน็ก.. เธอร์  ซูอัล...  เซ.. ราห์”

                   แม้อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ  ผมกลับช่วยเหลือพวกเขาไม่ได้  ความตั้งใจที่มีไม่อาจทำให้เป็นจริง 

                   ผมช่างกระจอกสิ้นดี...

                   น้ำตาที่ไหลอาบแก้มไม่ใช่เพราะเสียใจกับความอ่อนด้อยไร้ฝีมือของตน  แต่เพราะพลังที่มีไม่สามารถช่วยเหลือเพื่อนทั้งสามได้ 

                   ผมภาวนาต่อพระผู้เป็นเจ้า  ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตหรือสิ่งใดก็ยอม   ขอเพียงให้ช่วยเพื่อนทั้งสามให้ได้

                   พระผู้เป็นเจ้า...

                   สายตาที่พร่าเลือนเบิกกว้าง  เมื่อคำขอสัมฤทธิ์ผล

                   ร่างเน็กเธอร์ลอยจากคุกน้ำราวติดปีก  เขาสำลักจนน้ำหูน้ำตาไหล  ก่อนมองร่างตัวเองอย่างแปลกใจที่อยู่ดี ๆ ก็ลอยได้ราวกับ ‘ไร้แรงโน้มถ่วง’

                   ลูกธนูแสงกลายเป็นก้อนแสงดวงเล็กคล้ายหิ่งห้อย  ก่อนไหลเลื่อนจากร่างของเซราห์และซูอัลเข้าสู่  ‘ปากกระบอกปืนคู่’  ปล่อยร่างของทั้งคู่ให้นอนกอดประคองกันอย่างไม่ได้สติ

                   ผมภาวนาต่อพระผู้เป็นเจ้า

                   แต่ผู้ตอบรับคำขอ  กลับเป็นชายสองคนที่มีรังสีอำมหิตยิ่งกว่าซาตานจากขุมนรก...

              คาซีและชายผมยาวที่ผมไม่รู้จัก  จ้องหัวหน้าเงารัตติกาลราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ!!!

                  

              มีคำกล่าวเปรียบเปรยว่า  ดวงตาเปรียบเสมือนหน้าต่างของหัวใจ

                   อารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ ถูกส่งผ่านจากดวงตาได้ดีกว่าคำพูดนับร้อยพัน

                   และหากผู้ที่ได้จ้องมองดวงตาสามารถรับความรู้สึกได้แล้วล่ะก็  วาร์ดคงรู้สึกเหมือนถูกมีดแหลมคมกรีดแทงทั่วร่างจนขาดวิ่นไม่มีชิ้นดี

                   จากดวงตาของผู้ที่มีจุดยืนเดียวกัน ....

                   โค่นล้มเงารัตติกาลให้สิ้นซาก!!!

                   “Newton’s Gravity!!!”

              “ปลดปล่อย!!”

                   แรงโน้มถ่วงจากด้านบนไหลเคลื่อนลงมากดทับด้วยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจนมวลอากาศบิดเบี้ยวเห็นชัดด้วยตาเปล่า

                   ธนูแสงที่ถูกดูดมาไว้ในกระบอกปืน  ถูกปลดปล่อยออกมาในรูปแบบเดียวกัน  ทั้งรูปร่าง  ขนาด  ความเร็วและความรุนแรงไม่ผิดเพี้ยนจากเมื่อครั้งที่วาร์ดจู่โจมเซราห์และซูอัล             

                   ไร้ความปรานี...

                   ไร้ความลังเล...

                   การโจมตีที่รุนแรงถูกปลดปล่อยทันทีที่เห็นศัตรูคู่อาฆาตยืนอยู่ตรงหน้า

                   แต่ระดับหัวหน้าเงารัตติกาลย่อมไม่พลาดให้กับการโจมตีซึ่งหน้าแบบนี้  วาร์ดสร้างโล่ดาวอังคารขึ้นรับลูกธนูแสง  ก่อนใช้ไม้เท้าดาวพุธเร่งความเร็วของตัวเองเคลื่อนหลบตำแหน่งแรงโน้มถ่วงที่กดทับลงมา  แม้พลังของผู้เชื่อมต่อทั้งสองจะรุนแรงเพียงใด  แต่หากไม่สัมผัสผิวกายก็ไม่อาจทำอันตรายวาร์ดได้

                   ตรีศูลแห่งดาวเนปจูนเล่มยาวกวัดแกว่งส่งเสียงฟึ่บฟั่บในอากาศ  สายน้ำพวยพุ่งสาดซัดซ่านกระเซ็นจนละอองน้ำพร่างพราย  แรงดันน้ำมหาศาลราวคลื่นยักษ์สึนามิถาโถมเข้าใส่ผู้เชื่อมต่อทั้งสอง

                   “Absorption!!”

                   ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่ต่างจากลูกธนูแสง  นอกจากวัตถุแล้วแดเนียลสามารถดูดกลืนพลังงานทุกอย่างเข้ามาเป็นพลังของตัวเองได้ด้วยพลังพิเศษอย่างที่สอง  มวลน้ำมหาศาลถูกปืนลูกโม่ดูดเข้ามาสู่ลำกล้องราวเครื่องสูบน้ำ  วาร์ดเองแม้รู้ถึงพลังพิเศษของอดีตรองหัวหน้าดีอยู่แล้ว  แต่ก็ไม่คาดว่าแดเนียลจะสามารถดูดกลืนมวลน้ำมหาศาลทั้งหมดได้โดยง่ายดายเพียงนี้

                   “ปลดปล่อย!!”

                   คลื่นยักษ์เปลี่ยนทิศทางพุ่งย้อนกลับไปยังเจ้าของพลัง  วาร์ดสบถเบา ๆ เมื่อเห็นพลังของตนกลับมาทำร้ายตัวเองแบบนี้  บอลกลมสีแดงเจิดจ้าในมือถูกสร้างในพริบตาพร้อมการแผ่พุ่งของคลื่นความร้อนมหาศาล

                   ‘ฟู่!!!’

                   วาร์ดยื่นมือที่มีลูกบอลพลังพระอาทิตย์ออกมาด้านหน้า  เพียงคลื่นน้ำสัมผัสรังสีความร้อน  ก็พลันเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นไอน้ำในทันที 

                   ต่อให้มวลน้ำจะมากมายเพียงใด 

                   ต่อให้การไหลหลั่งจากปากกระบอกปืนจะรุนแรงแค่ไหน

                   ก็ไม่อาจทำอันตรายวาร์ดได้แม้แต่น้อย

                   รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้า  หัวหน้าเงารัตติกาลจ้องมองแดเนียลอย่างเดือดดาล  เขาตั้งใจส่ง SSS ไอโซเทอมของแลงเมียร์ไปให้แดเนียล  เพื่อหวังให้รองหัวหน้าหนุ่มใช้จัดการเหล่าผู้เชื่อมต่อทั้งห้า  จากนั้นก็กำจัดทิ้งในฐานะผู้ทรยศ  แต่แทนที่แดเนียลจะเดินตามหมากที่เขาวางไว้  ชายหนุ่มกลับร่วมมือกับศัตรูและหันมาแว้งกัดเขาแบบนี้  ความผิดบาปมหันต์ที่แดเนียลทำจึงสมควรได้รับการชำระอย่างสาสม

                   อีกเพียงนิดเดียว  คลื่นน้ำที่ถูกดูดกลืนก็จะระเหยจนหมด  วาร์ดเตรียมสร้างเคียวยักษ์เพื่อเกี่ยวคร่าชีวิตหมากที่ใช้การไม่ได้อย่างแดเนียล  สายน้ำครามพยายามถาโถมเข้าใส่แต่ก็ต้องถูกบอลเพลิงสลายการโจมตีไปจนสิ้น  วาร์ดหัวเราะร่าอย่างพึงใจ

                   กลับเป็นแดเนียลที่ปรากฏรอยยิ้มเหยียดส่งมา!!

                   การโจมตีสวนกลับด้วยคลื่นน้ำคงไม่อาจทำอันตรายเจ้าของพลังได้

                   หากการโจมตีมีแค่หนึ่งเดียว...

                   ความร้อนจากพลังเพลิงแม้จะสลายคลื่นน้ำได้  แต่ไม่อาจสลายพลังที่มองไม่เห็นและไม่มีตัวตนอย่าง ‘แรงโน้มถ่วง’ ได้

                   ปืนลูกโม่อีกกระบอกดูดกลืนแรงโน้มถ่วงของคาซีและปลดปล่อยแฝงมากับคลื่นน้ำ  วาร์ดที่มองเห็นเพียงพลังน้ำของตนเองไม่รู้ถึงแผนการณ์ที่คาซีและแดเนียลวางเอาไว้  ร่างจึงถูกแรงโน้มถ่วงกดทับจนล้มกองกับพื้นทันที

                   เพียงช่องโหว่เดียวที่เกิดขึ้น  การโจมตีชุดใหญ่ก็ระดมใส่หัวหน้าแห่งเงารัตติกาลอย่างไม่รอช้า

                   คาซีเพิ่มพลังแรงโน้มถ่วงกดทับร่างที่นอนหมอบจนไม่อาจยันกายลุกขึ้นมาได้ 

                   แดเนียลรีบบรรจุกระสุนปืนก่อนรัวนิ้วลั่นไกส่งลูกตะกั่วเข้าใส่วาร์ดเป็นชุด  พันธนาการจากคาซีทำให้วาร์ดไม่อาจหลบเลี่ยงหลีกหนีไปไหน  การรุกรับสอดประสานราวกับทั้งคู่คือสหายร่วมศึกมาอย่างช้านาน 

                   “ปลดขีดจำกัดสปิริต!!”

              เส้นวงกลมถูกวาดล้อมรอบตัววาร์ด  ก่อนที่เส้นตรงสองเส้นจะลากตัดผ่านเป็นรูปตัว ‘X’ โดยมีวาร์ดเป็นจุดศูนย์กลาง

                   “Earth  Latitude/Longitude!!!”

                   กระสุนสังหารยังไม่ลดความเร็ว  มันยังคงพุ่งเข้าใส่เป้าหมายไม่เปลี่ยนแปลงทิศทาง  แม้รูปร่างจะเป็นเพียงก้อนตะกั่วกลม  แต่แรงขับดันจากปากกระบอกปืนส่งให้พลังทำลายของมันสามารถทะลุทะลวงร่างเนื้อของมนุษย์อย่างง่ายดายไม่ต่างจากเข็มแหลมที่ทิ่มแทงบนผ้าผืนบาง

                   ‘ฉึก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ’

                   กระสุนสังหารทำงานอย่างแม่นยำ  ร่างบนพื้นถูกกระหน่ำยิงใส่จนพรุนเป็นรังผึ้ง  เลือดไหลย้อมชโลมพื้นทางเดินเป็นแอ่งกว้าง  ลมหายใจกระตุกเบา ๆ เพียงไม่กี่ครั้งก่อนร่างนั้นจะแน่นิ่งพร้อมดวงวิญญาณที่หลุดลอย

                   แต่สีหน้าคาซีกับซีดเผือด

                   แม้ชุดที่สวมใส่จะเป็นสูทสีดำสนิทเหมือนกัน  แต่รูปร่าง  ทรงผม  และความรู้สึกที่ส่งผ่านจากร่างไร้วิญญาณนั้นกลับเป็นความรู้สึกที่เขาคุ้นชินเป็นอย่างดี 

                   สองเท้าเดินเปะปะเข้าหาศพที่นอนคว่ำหน้าอยู่  เข่าทรุดลงกับพื้นก่อนใช้มือประคองร่างพลิกขึ้น  และเมื่อเห็นใบหน้าซีดของร่างที่จมกองเลือด  คาซีก็รู้สึกเหมือนหัวใจถูกกระชากจากอก

                   “ไม่..  จริง  เน็กเธอร์!!!”

                   แม้แรกพบจะเริ่มต้นด้วยความเข้าใจผิด  แถมตลอดระยะเวลาการเดินทางที่ผ่านมา  เขากับเน็กเธอร์จะกระทบกระทั่งกันโดยตลอด  แต่มิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นในจิตใจทำให้คาซีไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าผู้ชายที่อยู่ในอ้อมแขนเขาคือเพื่อนที่เขารักที่สุดคนหนึ่ง

                   วาร์ดยืนกอดอกมองสภาพอันน่าสังเวชของคาซีและเน็กเธอร์  พลังระดับปลดขีดจำกัดของเขาเมื่อเทียบกับเหล่าผู้เชื่อมต่อทุกคนที่สามารถใช้พลังขั้นนี้ได้  นับว่าอยู่ในระดับต่ำมาก  เพราะพลังสัญลักษณ์ของดาวเคราะห์สีน้ำเงินที่มนุษย์ทุกผู้อาศัยอยู่  เป็นเพียงการ ‘สลับตำแหน่ง’ ของตนเองกับผู้อื่นด้วยการเคลื่อนเปลี่ยนของเส้น ‘ละติจูด’ และ ‘ลองติจูด’ เท่านั้น  แต่เมื่อรวมกับพลังพิเศษของดวงดาวอีกเก้าดวงที่เหลือ  คงไม่มีคำใดจะอธิบายความร้ายกาจของหัวหน้าเงารัตติกาลผู้นี้ได้ดีไปกว่าคำว่า...

                   ไร้เทียมทาน!!

                   กระจกเงาถูกสร้างในอากาศ  ภาพสะท้อนบนกระจกคือภาพของวาร์ด  และเพียงแค่พริบตา  ร่างที่เคยมีอยู่หนึ่งกลับเพิ่มขึ้นมาเป็นสอง

                   แค่เพียงหนึ่ง  ก็สามารถโค่นล้มเหล่าผู้เชื่อมต่อได้ไม่ยาก  ยิ่งมีสอง  ความน่าสะพรึงกลัวยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทบทวี

                   แต่วินาทีนี้  ความน่ากลัวของวาร์ดไม่อยู่ในสมองของคาซีอีกแล้ว!!

                   เขาวางร่างเน็กเธอร์ลงอย่างเบามือ  ความแค้นเรื่องครอบครัวที่ถมทับในจิตใจจนหนักอึ้ง  ยิ่งเพิ่มน้ำหนักด้วยความตายของเพื่อน  ร่างกายเคลื่อนก่อนความคิด  เพียงแค่กระพริบตาก่อนที่วาร์ดร่างเงาจะทันได้เรียกใช้อาวุธจากดวงดาว  มือเรียวก็คว้าหมับที่คอพร้อมพาร่างใหญ่พุ่งกระแทกกระจกบานหนาแตกกระจายสู่สวนกว้างด้านข้างปราสาท

                   จากสองรุมหนึ่งกลายเป็นการต่อสู้ตัวต่อตัว

                   วาร์ดร่างต้นเหลือบมองร่างแยกอย่างไม่แยแส  เคียวด้ามยาวหมุนเป็นวงชวนตาลาย  หากแดเนียลกระพริบตาคงกลายเป็นเหยื่อคมสังหารของอาวุธโค้งแน่

                   “GPS!!”

                   กระสุนที่ฝังค้างในร่างเน็กเธอร์ถูกควบคุมให้ลอยคว้างอีกครั้ง  เมื่อเป้าหมายยังไม่ถูกสังหาร  การทำงานของมันจึงยังไม่หยุดลง  ห่ากระสุนกระจายตัวเป็นวงกว้างรอบห้องโถงใหญ่  ก่อนหมุนวนราวพายุเพื่อหาจังหวะจู่โจม

                   หนึ่ง!!  สอง!!  สาม!!

                   กระสุนสามลูกแรกพุ่งเข้าใส่วาร์ดที่อยู่ในกลางวงเพื่อหยั่งเชิง  แต่เพียงแค่หัวหน้าเงารัตติกาลกวาดมือครั้งเดียว  คมเคียวสังหารก็ผ่าแยกกระสุนจนขาดเป็นสองท่อน 

                   แดเนียลเร่งสมาธิ  แม้จะพอรู้ฝืมือของวาร์ดอยู่บ้าง  แต่เขาไม่คิดว่าศัตรูจะร้ายกาจกว่าที่คิดมากเช่นนี้  กระสุนที่เหลือพุ่งซิกแซกไปมาเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายจับทางถูก  บางลูกเคลื่อนขึ้นลง  บางลูกเคลื่อนซ้ายขวา  การเคลื่อนไหวด้วยความเร็วอย่างไม่เป็นระบบระเบียบเช่นนี้ต่อให้มีดวงตารอบตัวก็ไม่อาจคาดเดาทิศทางได้

                   วาร์ดยืนหลับตานิ่ง  มือสองข้างกระชับเคียวยาวมั่น  เพียงเปิดเปลือกตา  เขาก็กระโดดสุดแรงพลางตวัดเคียวตามแนวนอนรอบตัว

                   รัศมีสีม่วงแผ่กระจายจากร่างประหนึ่งวงคลื่นบนผิวน้ำ  เพียงสัมผัสลูกตะกั่ว  ห่ากระสุนนับสิบก็ถูกผ่าเป็นสองซีกร่วงกราวลงกองกับพื้นแน่นิ่ง  ก่อนร่างในชุดสูทจะใช้ปลายเท้าสะกิดเพดานเบา ๆ พุ่งตัวเข้าใส่แดเนียลที่มีเพียงปืนคู่เปล่าไร้กระสุน

                   “ตัวเบี้ยอย่างแก  มีค่าเพียงแค่เป็นตัวล่อให้หมากศัตรูทำลายทิ้งเท่านั้น!!”

                   เคียวใหญ่ถูกง้างราวกับน้ำหนักมหาศาลไม่เป็นอุปสรรค  แดเนียลยืนนิ่งมองมัจจุราชในคราบมนุษย์พุ่งเข้าหาโดยที่สายตาไม่มีร่องรอยแห่งความตระหนก

                   “แต่หมากตัวคิงอย่างแก  ถ้าเดินซี้ซั้วก็ถูกเบี้ยจับกินได้เหมือนกันนะ”

                   กระสุนที่วาร์ดคิดว่าตนทำลายไปแล้ว  กลับสั่นดิกบนพื้น  ก่อนพุ่งสู่ฟ้าและทะยานเข้าหาวาร์ดซึ่งยังคงลอยค้างกลางอากาศ  จากกระสุนนับสิบลูก  เมื่อถูกผ่าแยกเป็นสองซีก  ทำให้จำนวนกระสุนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า 

                   แม้ถูกทำลาย  แต่หากยังหลงเหลือเศษเสี้ยว  แดเนียลก็สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของกระสุนได้อยู่  การต่อสู้กับหนึ่งในต้นแบบ ‘เร็นเนอร์ ไมอัส’ คือตัวอย่างได้เป็นอย่างดี

                   วาร์ดเปรยตามองด้านหลัง  แน่นอนว่าอาวุธใหญ่ในมือสามารถทำลายกระสุนที่พุ่งเข้าใส่ได้โดยง่าย  แต่การเคลื่อนไหวกลางอากาศที่มีข้อจำกัดทำให้เขาไม่สามารถฟาดฟันห่ากระสุนจากทุกทิศทางได้หมดทันท่วงที  หากไม่มีปีกวาร์ดย่อมไม่อาจหลบเลี่ยงการโจมตีไร้ช่องโหว่เช่นนี้ได้

                   เว้นเพียง.. 

                   เขาสามารถเคลื่อนที่กลางอากาศได้!!

                   “Uranus Heaven!!!”

                   เท้าเหยียบย่างกลางอากาศราวกับมีขั้นบันไดที่มองไม่เห็นสร้างเอาไว้  เคียวตวัดฟาดกระสุนจากด้านหลังสลายไปดุจหมอกควัน  ก่อนปลายเท้าจะสืบเคลื่อนหมุนร่างให้พาเคียวใหญ่ฟาดมาที่ด้านหน้า  คลื่นพลังสีม่วงจากคมเคียวกระแทกกระสุนอีกชุดหายตามชุดแรกไปติด ๆ

                   แดเนียลทำได้เพียงเบิกตาค้างอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง  เพราะไม่ได้เข้าร่วมในการช่วงชิงกางเขนศักดิ์สิทธิ์ที่วอชิงตัน ดี ซี  ชายหนุ่มจึงไม่มีโอกาสได้เห็นการ ‘เดินบนอากาศ’  ด้วยพลังพิเศษแห่งดาวยูเรนัส  ทำให้แผนการที่วางเอาไว้มีช่องโหว่เช่นนี้

                   และช่องโหว่ที่ว่า  ก็นำมาซึ่งหายนะที่ร้ายแรง

                   ตุ้มเหล็กเหนี่ยวนำโซ่เส้นยาวให้พุ่งรัดพันรอบลำคอของแดเนียล  น้ำหนักของมันพาตัวเองหมุนวนอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับระยะของโซ่ที่หดสั้นลงเรื่อย ๆ  ตำแหน่งสุดท้ายที่มันจะหยุดลงคือใบหน้าของชายหนุ่ม

                   ‘เคร้ง!!’

                   ปืนกระบอกใหญู่ถูกยกขึ้นกันแรงกระแทกทันท่วงทีก่อนกะโหลกศีรษะจะถูกทุบจนบุบ  แต่แค่นั้นไม่อาจต้านทานระลอกการโจมตีต่อเนื่องที่โหมกระหน่ำเข้าใส่ได้

                   วาร์ดใช้มืออีกข้างกำรอบเส้นโซ่ในมือขวา  กระแสไฟฟ้าแห่งดาวพฤหัสบดีที่เปล่งประกายเจิดจ้าในมือนั้นไหลตามโซ่โลหะที่เปรียบประดุจตัวนำไฟฟ้าชั้นดีเข้าช็อตร่างแดเนียลจนชายหนุ่มผมยาวเกร็งร่างร้องครวญครางอย่างทรมาน 

                   “เจ้าเด็กคนที่มากับแก  ถ้าชั้นจำไม่ผิดมันคือลูกชายของทริมิดาศัตรูของแกไม่ใช่เหรอ”

                   วาร์ดเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเหยียดหยัน

                   “SSS ชิ้นที่สองที่อุตส่าห์ส่งไปให้  ก็น่าจะทำให้แกจัดการพวกมันได้ง่าย ๆ แล้วทำไมแกถึงร่วมมือกับศัตรูที่ฆ่าพ่อแม่ตัวเอง  ประสาทเสียไปแล้วเหรอ!!”

                   แม้ร่างกายจะทรมานเพียงใด  แต่ประกายในดวงตายังไม่ลางเลือน 

                   “ศัตรูของฉันไม่ใช่หมอนั่น”

                   ปืนในมือถูกยกค้าง  พลังพิเศษลำดับที่สองแสดงผลอีกครั้งเมื่อจิตใจที่มีแต่ความคั่งแค้นปะทุออกมา

                   “แต่เป็นทริมิดา  และสมาชิกเงารัตติกาลทุกคน!!”

                   สายฟ้าถูกดูดเข้าสู่ปากกระบอกปืน  ก่อนที่นิ้วจะเหนี่ยวไกปลดปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าโจมตีวาร์ดอีกครั้ง 

                   การโจมตีรูปแบบเดิมที่เห็นหลายต่อหลายครั้ง  ไม่อาจสร้างความตื่นตระหนกให้หัวหน้าเงารัตติกาลได้อีกต่อไป  โล่ดาวอังคารถูกสร้างเพื่อป้องกันพลังพิเศษของตนเอง

                   “GPS!!”

                   เพราะการโจมตีที่เห็นจนชินตา  ทำให้รูปแบบของมันฝังอยู่ในหัวของวาร์ด  เขาคิดเพียงว่าพลังสายฟ้าจะพุ่งเข้ามาโจมตีจากทิศทางที่ปากกระบอกปืนเล็งใส่  โล่กลมขนาดใหญ่จึงถูกตั้งเพื่อป้องกันจากทางด้านหน้า  โดยที่วาร์ดไม่รู้เลยว่าพลังพิเศษทั้งสองของแดเนียลสามารถแสดงผลร่วมกัน

                   สายฟ้าเส้นยาวไหลเลี้ยวก่อนจะกระทบโล่  ประกายสายฟ้าเจิดจ้าแยงสายตาของวาร์ดที่มองอย่างตกตะลึง

                   แต่มิใช่เพียงวาร์ดที่ประมาท...

                   หากแต่แดเนียลที่มั่นใจในพลังพิเศษทั้งสองอย่าง  ก็หลงลืมพลังพิเศษระดับปลดขีดจำกัดของวาร์ดไปเช่นกัน

                   ‘เปรี้ยง!!!’

                   ร่างถูกช็อตจนเสื้อผ้าขาดวิ่น  ร่างกายช็อตเกร็งกระตุกไม่เป็นจังหวะ  หัวใจเต้นถี่รัวราวเครื่องขุดเจาะถนน  บาดแผลไหม้เกรียมปรากฏทั่วร่าง  แขนขามือเท้าไม่รู้สึกและไม่อาจขยับได้

                   แดเนียลที่ถูกสับเปลี่ยนตำแหน่งกับวาร์ด  ล้มลงกองกับพื้นหมดสภาพต่อสู้ทันที...

 

                   สองหมัด  สองเท้า  กระหน่ำประเคนใส่ศัตรูคู่อาฆาตอย่างไม่ยั้งมือ  คาซีระดมโจมตีต่อเนื่องไม่เปิดโอกาสให้หัวหน้าเงารัตติกาลสร้างอาวุธจากดวงดาวได้  สองมือโน้มคอวาร์ดลงมารับเข่าที่ประเคนเสยเข้าที่ปลายคางจนร่างใหญ่ลอยละลิ่วสู่ท้องฟ้า 

                   “Uranus Heaven!!”

                   แทนที่ร่างจะตกลงมารับการโจมตีต่ออีกชุด  วาร์ดกลับหยุดยืนกลางอากาศได้อย่างน่าอัศจรรย์ด้วยพลังพิเศษแห่งดาวยูเรนัส  ธนูโค้งสีเหลืองอร่ามถูกสร้างพร้อมกระสุนที่กราดยิงลงมาใส่คาซีเป็นชุด

                   “Newton’s Gravity!!”

                   คาซีเองก็ใช่จะเสียเปรียบจากตำแหน่ง  แรงโน้มถ่วงถูกใช้กับตัวเองจากด้านล่าง  ส่งให้ร่างสูงลอยค้างกลางอากาศหลบเลี่ยงลูกธนูแห่งดวงจันทร์ได้ง่ายดาย 

                   เมื่อความสูงเท่ากัน  การต่อสู้กลางเวหาจึงเปิดฉาก!!

                   อาวุธดวงดาวถูกเปลี่ยนเป็นเคียวใหญ่ที่ถนัดมือ  วาร์ดก้าวเดินกลางอากาศอย่างพลิ้วไหวราวร่ายรำ  เคียวในมือแกว่งไกวฟาดฟันคาซีที่ใช้แรงโน้มถ่วงบังคับร่างให้ลอยขึ้นลงหลบการโจมตีอย่างฉิวเฉียด

                   แต่คาซีเองใช่จะตั้งรับการโจมตีอย่างเดียว  แรงโน้มถ่วงแผ่พุ่งโจมตีวาร์ดทั้งจากด้านบนและด้านล่าง  หากแต่การเคลื่อนไหวของวาร์ดว่องไวเกินกว่าการไหลเคลื่อนของแรงโน้มถ่วงจะทันสัมผัสผิวกาย  รอยปริแยกบนเสื้อผ้าและร่างกายเพิ่มขึ้นทีละรอย  ยิ่งเวลาผ่านทั่วร่างของคาซียิ่งเต็มไปด้วยบาดแผล

                   กระแสลมกรรโชกแรงประหนึ่งบรรยากาศพิเศษรับรู้ได้ถึงการต่อสู้อันดุเดือด  ความมืดมิดไม่ใช่อุปสรรค  เพราะเพียงจิตสังหารที่แผ่พุ่งจากชายสองคนก็ทำให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงตำแหน่งและการมีตัวตนของคู่ต่อสู้ได้เป็นอย่างดี

                   ‘ฉัวะ!!’

                   แม้จะควบคุมแรงโน้มถ่วงได้อย่างแม่นยำเพียงใด  แต่บาดแผลก็ทำให้สมาธิของคาซีหลุดไปช่วงหนึ่ง  เคียวเล่มใหญ่เฉือนถากหน้าอกเป็นทางยาวพาดลงมาเกือบถึงสะดือ  เลือดพุ่งกระเซ็นสาดเป็นสายพร้อมร่างที่ตกร่วงลงมายังพื้นดินแข็ง

                   วาร์ดเองรู้ดีว่าแผลแค่นั้นคงไม่ถึงแก่ชีวิต  ร่างใหญ่ลอยลงมาประหนึ่งพญามัจจุราช  เคียวโค้งในมือทาบทับดวงจันทร์กลมโตราวกับมีจันทร์เสี้ยวซ้อนอยู่อีกดวง  โลหะสีเงินเปล่งประกายสีม่วงจาง ๆ ออกมาอย่างน่าสะอิดสะเอียน 

                   “คาซี..  มีอา  สินะ”

                   เคียวโค้งจ่อที่ลำคอชายหนุ่มที่บัดนี้นอนหอบหายใจอยู่บนพื้นที่แตกยุบเป็นหลุม 

                   “นึกว่าพ่อแกจะโง่คนเดียว  สุดท้ายลูกไม้ก็หล่นไม่ไกลต้นจริง ๆ”

                   เมื่อได้ยินคำค่อนแคะดูถูกถึงพ่อ  ร่างกายที่บอบช้ำก็พลันลุกขึ้น  หากแต่เคียวคมที่จ่อลำคออยู่รั้งร่างเขาเอาไว้กับพื้นดังเดิม

                   “แกต้องการอะไร!!”

                   คาซีเปิดปากพูดกับวาร์ดเป็นครั้งแรก

                   วาร์ดจ้องดวงตาสีเทาขุ่นมัวแล้วก็ต้องถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย

                   “เกียรติยศ  ชื่อเสียง  เงินทอง  ความยิ่งใหญ่  เหล่านั้นล้วนเป็นสิ่งที่ทริมิดาต้องการ  แต่มันไม่เคยรู้เลยว่ายิ่งไขว่คว้าภาพลวงตาพวกนั้นมาเท่าไหร่  ก็จะยิ่งมีคนทุกข์ทรมานมากขึ้นเท่านั้น”

                   คาซีย่นคิ้ว  เขาไม่เข้าใจสิ่งที่วาร์ดพูด  ชายหนุ่มจ้องลงไปในดวงตาสีดำสนิทแต่ไม่อาจตีความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังดวงตาและคำพูดของวาร์ดได้

                   สิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง  ที่ทำให้วาร์ดทะยานอยากได้ตำแหน่งหัวหน้าเงารัตติกาลมากถึงเพียงนี้

                   หากความแค้นของแดเนียลและคาซีที่มีต่อเงารัตติกาลเกิดจากการสูญเสียครอบครัว

                   ความคั่งแค้นที่สุมอยู่ในจิตใจของวาร์ดก็ไม่ต่างกันนัก...

                   ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีที่แล้ว  วาร์ด เยอร์มูห์ ก็เป็นเพียงพนักงานสายการบินอิสราเอล ที่มีวิถีชีวิตเยี่ยงปุถุชนทั่วไปคนหนึ่ง  ลูกสาวสามคนกับภรรยาที่อ่อนวัยกว่าเกือบสิบปีทำให้ชีวิตครอบครัวของวาร์ดสมบูรณ์แบบ  เช้าไปทำงาน  เย็นกลับบ้านใช้เวลากับครอบครัว  ทานอาหารฝีมือภรรยา  สอนการบ้านให้ลูกสาวตัวน้อยที่น่ารักราวกับนางฟ้า  ตกดึกเมื่อส่งลูกเข้านอนก็นั่งอ่านหนังสือเล่มโปรดก่อนฟุบหลับคาโซฟารับแขก  ภาพเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นกิจวัตร

                   24  ธันวาคม  ในปีเดียวกัน  ภรรยาและลูก ๆ ทั้งสามนั่งรอวาร์ดอยู่ที่จุดนัดพบในอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานเบน กูเรียน  วันนี้ผู้โดยสารไม่คึกคักนักเนื่องจากเป็นวันคริสต์มาสอีฟ  ผู้คนต่างใช้เวลาอยู่กับครอบครัวเพื่อสังสรรค์และพบปะญาติพี่น้องที่ไม่ได้พบกันมานาน 

                   ครอบครัวของวาร์ดเองก็เช่นกัน  เขาต่างรีบเร่งทำงานเพื่อให้เสร็จก่อนกำหนด  จะได้พาภรรยาและลูกไปซื้อกับข้าวมาทำอาหารเพื่อเฉลิมฉลองวันแห่งความสุขนี้

                   โดยที่วาร์ดไม่อาจรู้เลย  ว่าเขาจะไม่มีโอกาสพบหน้าภรรยาและลูก  ในสภาพที่ยังมีชีวิตอยู่อีกแล้ว...

                   ‘ตูมมมม!!!’

                   เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาท  ตามมาด้วยเสียงหวีดร้องอย่างเสียงขวัญและตื่นตกใจของผู้คนที่วิ่งหนีตายอลหม่าน  เมื่อโผล่หน้าออกจากสำนักงาน  ภาพที่เห็นก็ทำให้วาร์ดแทบทรุดเข่าลงกับพื้น 

                   อาคารผู้โดยสารถูกวางระเบิด  ผู้ก่อการร้ายชาวปาเลสไตน์เลือกจุดที่มีผู้คนพลุกพล่านที่สุดอย่างจุดนัดพบซุกซ่อนระเบิดไว้ในกระเป๋าก่อนวางแอบซ่อนไว้อย่างลับตา   เพียงกดสวิตซ์ที่โทรศัพท์มือถือ  ระเบิดก็ทำงานส่งผลให้ตัวอาคารถูกทำลายเสียหาย  ผู้คนรอบบริเวณถูกแรงระเบิดฉีกกระชากร่างเป็นชิ้น ๆ อย่างน่าเอน็จอนาถ

                   วาร์ดเดินฝ่าฝูงชนที่กรูกันหนีออกนอกอาคาร  ระยะทางระหว่างสำนักงานสายการบินถึงบริเวณจุดนัดพบห่างกันพอสมควรทำให้แต่ละย่างก้าวของวาร์ดหนักอึ้งเหมือนมีตะกั่วถ่วงอยู่ที่เท้า  แต่กระนั้นภาพใบหน้าของภรรยาและลูกก็ยังคงเป็นเหมือนแรงกระตุ้นให้ชายหนุ่มก้าวเดินต่อไปโดยหวังว่าจะมีเหตุอะไรดลใจให้พวกเธอทั้งสี่ไม่ได้รออยู่ยังจุดที่นัดหมายกันไว้

                   ร่างบอบบางที่เอาตัวบังซากศพเด็กหญิงทั้งสามแหลกเละจนคาดเดาสภาพเดิมไม่ออก  เลือดกระเซ็นซ่านย้อมตัวอาคารที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังจากแรงระเบิด  แม้จะพยายามเท่าใดเพื่อปกป้องลูกน้อยด้วยสัญชาตญาณของความเป็นแม่  แต่เพราะอยู่ใกล้จุดซ่อนระเบิดที่สุด  ทำให้ทั้งสี่ชีวิตถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหดด้วยเหตุวินาศกรรมครั้งนี้

                   วาร์ดร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด

                   เขาต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานนับเดือนเพื่อรักษาอาการเศร้าโศกเสียใจ  กระนั้นก็ยังต้องเข้ารับการบำบัดอาการทางประสาทร่วมปี

                   ภาพข่าวทางโทรทัศน์ประกาศแถลงการณ์ของกลุ่มผู้ก่อการร้าย  ว่าทำไปเพียงเพราะต้องการล้างแค้นให้พี่น้องชนชาติเดียวกันที่ถูกทหารอิสราเอลสังหารในการสู้รบ 

                   แล้วมันเกี่ยวข้องอะไรกับครอบครัวชั้น!!!

                   คำถามนี้ดังวนเวียนสะท้อนก้องอยู่ในสมอง  ต่อให้สะบัดศีรษะแรงแค่ไหนก็ไม่อาจลบมันออกไปได้

                   สงคราม  การฆ่าฟัน  การสู้รบ  ความขัดแย้ง 

                   มัน เกี่ยว อะ ไร กับ ครอบ ครัว ชั้น!!!

                   วาร์ดเป็นเหยื่อของภัยสงครามที่เขาไม่ได้เป็นผู้ก่อ  และไม่ได้ต้องการมีส่วนเกี่ยวข้องกับมัน  เช่นเดียวกับประชาชนบริสุทธิ์ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ที่ถูกลูกหลงจากเหตุการณ์วินาศกรรมหลายต่อหลายครั้งที่เกิดขึ้นในโลกนี้  พวกเขาเหล่านั้นล้วนเพียงต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุข  แต่กลับต้องมาสูญเสียชีวิต  สูญเสียคนในครอบครัว  เพียงเพราะความขัดแย้งของคนเพียงไม่กี่คนหรือกลุ่มคนเพียงไม่กี่กลุ่ม

                   ต่อให้องค์กรระดับโลกกี่ร้อยองค์กรจะเข้ามายุติปัญหา  ออกมาตรการหรือแนวทางในการแก้ไขปัญหา  ก็ไม่เห็นว่าสงครามหรือความขัดแย้งจะเบาบางลงเลย  กลับยิ่งเพิ่มพูนความรุนแรงและแผ่ขยายไปยังทุกทวีปทั่วโลก

                   ทำอย่างไรจะกำจัดความขัดแย้งนี้ให้หมดไปได้ล่ะ?

                   ในเมื่อความขัดแย้งเกิดจากมนุษย์

                   หากจะกำจัดความขัดแย้งให้หมดไป...

                   ก็ต้องกำจัดมนุษย์ให้หมดสิ้นไปเสียก่อน!!!

 

                   เป้าหมายของวาร์ดถูกถ่ายทอดผ่านคำพูดเกรี้ยวกราดจนคาซีตกตะลึง  ชื่อเสียงลาภยศที่ทริมิดาต้องการกลายเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสิ่งที่วาร์ดปรารถนา  เมื่อทุกสิ่งในชีวิตถูกทำลาย  วาร์ดก็ไม่จำเป็นต้องอยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไป  หากแต่เพียงก่อนที่เขาจะตาย  เขาจำเป็นต้องกำจัดภัยที่อันตรายที่สุดต่อโลกใบนี้.. 

                   นั่นคือมนุษย์!!

                   “หากฉันได้รับพลังจากพระผู้เป็นเจ้า  มนุษย์ทุกผู้บนโลกจะตกอยู่ภายใต้ความศรัทธา  ศรัทธาในตัวฉันที่จะขึ้นเป็นศาสดาองค์ใหม่ของพวกมัน  และเมื่อนั้น  คำสอนเดียวที่ฉันจะมอบให้กับมนุษย์ทุกคน  ก็คือการชำระบาปของตัวเองให้หมดสิ้น  ด้วยการ ‘ฆ่าตัวตาย’ ยังไงล่ะ  ฮ่า ๆ ๆ ๆ”

                   “แกมันบ้าไปแล้ว”

                   วาร์ดเบิกตาโพลงราวกับคนเสียสติ

                   “ฉันไม่ได้บ้า!!  พวกแกต่างหากที่บ้า  มนุษย์ทุกคนต่างหากที่บ้า”  น้ำเสียงเกรี้ยวกราดราวกับต้องการปลดปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างในใจออกมาจนสิ้น  “พ่อแกเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดไม่ใช่เหรอ  ชื่อเสียงลาภยศเงินทอง  ไม่ใช่เพราะต้องการสิ่งเหล่านี้หรอกเหรอ  ถึงได้แย่งชิง  ไขว่คว้า  เข่นฆ่า  จนสร้างความแค้นให้กับคนอื่นต่อไปอีกไม่รู้กี่คนต่อกี่คน”

                   คาซีไม่อาจเอ่ยปากได้เพราะสิ่งที่วาร์ดพูดคือความจริง

                   “แย่งชิง  ไขว่คว้า  ใครที่คิดไม่เหมือน  ทำไม่เหมือน  ก็ไม่ใช่พวกเดียวกัน  ก็ขัดแย้งกันจนต้องฆ่าแกงกัน  นี่หรือคือคนปกติที่แกพูดถึง  รบราฆ่าฟันจนคนบริสุทธิ์ต้องตายตั้งเท่าไหร่เพียงเพื่อผลประโยชน์ของผู้นำเพียงคนเดียว  นี่ หรือ คือ คน ปกติ ที่ แก พูด ถึง!!

                   เคียวสังหารกดเข้าที่ลำคอจนบาดผิวขาวซีดเป็นทางยาว  เลือดไหลซึมออกมาตามปากแผล  แต่สีหน้าคาซียังนิ่งไม่แปรเปลี่ยน

                   “น่าเสียดายที่แกไม่ได้อยู่ดูวันสิ้นโลกด้วยคำพิพากษาของฉัน  แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะเหงา  เพราะอีกไม่นานฉันจะส่งเพื่อนกว่า ‘เจ็ดพันล้านคน’ ตามแกลงไปในนรก”

                   วาร์ดเกร็งข้อมือตวัดเคียวแหลมเพื่อตัดคอคาซีอย่างเลือดเย็น

                   ‘กึก!!’

                   แต่ร่างกายกลับไม่อาจขยับได้ตามคิด  เขารู้สึกเหมือนมีแรงกดจากทั้งด้านบนและด้านล่าง  เมื่อหลุบตาลงต่ำมองหน้าที่เด็ดเดี่ยวคล้ายตัดสินใจได้เด็ดขาดของคาซีก็คิดได้ว่าตนเองพลาดไปแล้ว

                   เมฆหนาที่แผ่ปกคลุมราวกับหลังคาท้องฟ้าพลันแตกกระจาย  เมื่อวัตถุจากนอกโลกพุ่งลงมาด้วยความเร็วมหาศาล  ประกายไฟจากแรงเสียดสีกับชั้นบรรยากาศส่งให้หินก้อนเท่ารถยนต์ลุกไหม้เป็นลูกไฟ 

                   และตำแหน่งที่มันตกลงมาคือตำแหน่งที่วาร์ดยืนอยู่

                   “แก..  แกจะบ้าหรือไง  ถ้าทำแบบนี้คนที่จะตายไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียวนะ”

                   วาร์ดเอ่ยปากพูดอย่างยากลำบาก  แรงโน้มถ่วงจากสองทิศทางที่พันธนาการเขาไว้  ย่อมไม่ได้ส่งผลต่อตัวเขาเพียงคนเดียว  แต่คาซีที่นอนแผ่อยู่นั้นก็ต้องได้รับผลกระทบด้วย

                   นั่นหมายความว่าอุกกาบาตที่เกิดจากพลังพิเศษระดับปลดขีดจำกัดของคาซี  จะตกลงมาบดขยี้ร่างของชายหนุ่มไปพร้อมกับเขา

                   “ถ้าแลกกับเจ็ดพันกว่าล้านชีวิต  ชั้นว่าแค่สองชีวิต มัน คุ้ม ว่ะ!!

                   รอยยิ้มบางคล้ายยอมรับความตายผุดขึ้นที่ริมฝีปาก  ปอยผมเทาตกลู่  ใบหน้าและร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลไม่เหลือสภาพชายหนุ่มรูปงามราวเทพสวรรค์  แต่กระนั้นจิตใจอันกล้าแกร่งของคาซีที่ต้องการหยุดยั้งความเลวร้ายของหัวหน้าเงารัตติกาล  ก็ทำให้เขาดูยิ่งใหญ่ขึ้นมาในสายตาของวาร์ดทันที

                   อันที่จริง  วาร์ดที่ต่อสู้อยู่กับคาซีนี้  เป็นเพียงวาร์ดที่สะท้อนจากกระจกเงาเท่านั้น  แม้จะถูกอุกกาบาตโจมตีจนตายไป  ก็ไม่ส่งผลกระทบถึงร่างจริงที่ยังคงอยู่ในปราสาทอยู่ดี

                   แต่ถึงอย่างนั้นความคิด  ความรู้สึก  และจิตใจของร่างเงาก็ไม่แตกต่างจากตัวจริง  การไม่ยอมรับความตายจนกว่าจะได้ทำตามเป้าหมายก็เหมือนกันไปด้วย 

                   “Sun!!  Moon!!  Mercury!!  Venus!!  Mars!!  Jupiter!!  Saturn!!  Uranus!!  Neptune!!  Pluto!!”

              สิบพลังพิเศษแห่งดวงดาวถูกใช้งานพร้อมกันอย่างที่ไม่เคยมาก่อน  ก่อกำเนิดเป็นพลังงานมหาศาลที่พวยพุ่งจากร่างของวาร์ดเพื่อหยุดยั้งอุกกาบาตที่ใกล้พื้นโลกเข้ามาทุกขณะ 

                   หนึ่งพุ่งตก

                   หนึ่งผลักดัน

                   คาซีเร่งกำลังเต็มที่บังคับอุกกาบาตให้ฝ่ากระแสพลังของวาร์ดเข้ามาเพื่อบดขยี้และหยุดยั้งความเลวร้ายทั้งมวล

                   “ไม่มีทางหรอก  ไอ้หนู  ย้ากกกกกกกกก!!!!”

                   วาร์ดอัดกระแทกคลื่นพลังทั้งหมดในคราวเดียว  สัญลักษณ์ประจำดวงดาวหมุนวนรอบคลื่นพลังก่อกำเนิดเป็นศาตราวุธทั้งสิบ  เกลียวคลื่นแห่งสัญลักษณ์ไหลเลื่อนตามกระแสพลังเส้นยาวก่อนพุ่งเข้ากระแทกอุกกาบาตก้อนใหญ่ให้แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยตกลงมาสู่พื้นสร้างแรงสั่นสะเทือนมหาศาล  บางลูกพุ่งเข้าโจมตีปราสาทจนปราสาทหลังใหญ่อันงดงามเว้าแหว่งไม่ต่างจากเนยถูกหนูแทะ

                   วาร์ดมองมือตัวเองทั้งสองข้างที่ซีดจางและกำลังจะสลายไปเพราะใช้พลังพิเศษมากเกินกว่าร่างกายจะรับไหว  เพียงไม่นานร่างก็ระเหยเป็นไอราวกับน้ำถูกความร้อน 

                   ส่วนคาซีเองก็ถูกแรงกระแทกจากพลังอุกกาบาตจนสลบไสลไม่ได้สติ

                  

                   ภายในปราสาท  แรงสั่นสะเทือนทำให้ทุกอย่างหยุดเคลื่อนไหวคล้ายนาฬิกาหยุดเดิน

                   แต่เมื่อทุกอย่างเงียบสงบ  รอยยิ้มของวาร์ดตัวจริงก็ผุดขึ้นทันทีที่มองรอบตัว

                   “เนเปียร์โบนส์  ต้นแอปเปิ้ลของนิวตัน  กระดาษฉาบแบเรียมปลาติโนไซยาไนต์  เหรียญทองของนิโคลัส  ฟอสซิลของดาร์วิน  อุปกรณ์ตรวจจับของเคิร์ชเนอร์  และไอโซเทอมของแลงเมียร์...  SSS ทุกชิ้นที่ถูกขโมยไปบัดนี้กลับคืนมาสู่มือของเงารัตติกาลแล้ว”

                   ผมกำเนเปียร์โบนส์แน่น  จริงอยู่ว่าวาร์ดยังไม่ได้ชิง SSS ของพวกเราทุกคนไป  แต่ถึงอย่างนั้นสภาพของแต่ละคนก็ไม่อาจต่อกรกับวาร์ดได้หากเขาคิดจะแย่งชิง

                   “แต่ก็ไม่จำเป็น  ฉันไม่ต้องการ SSS กระจอกพวกนี้อีกแล้ว  เมื่อ SSS ชิ้นที่ยิ่งใหญ่ที่จะมอบพลังแห่งพระผู้เป็นเจ้า  อยู่ในเงื้อมมือของฉันเรียบร้อย”

                   วาร์ดหัวเราะร่า  เป้าหมายที่เฝ้ารอคอยมานานใกล้จะบรรลุผล  อีกเพียงแค่วันเดียวหากร่างได้ทาบทับลงบนกางเขนศักดิ์สิทธิ์  จิตวิญญาณแห่งพระผู้เป็นเจ้าก็จะมอบพลังอันวิเศษสุดที่ไร้ผู้ต้านทานให้กับเขา

                   “แต่เพื่อไม่ประมาท  ฉันจะไม่ยอมปล่อยให้มีอุปสรรคเพียงเล็กน้อยเกิดขึ้นขณะทำพิธี”

                   เคียวยักษ์ถูกสร้างขึ้นในมืออย่างน่าสะพรึงกลัว  นอกจากเน็กเธอร์แล้ว  เหล่าผู้เชื่อมต่อคนอื่นยังคงมีชีวิตอยู่  วาร์ดมองไปที่ซูอัลและเซราห์ที่นอนหอบหายใจรวยรินใกล้จะสิ้นใจ  สองขาย่างกรายเข้าหาดุจมัจจุราชที่พร้อมจะกระชากวิญญาณของทั้งคู่ออกจากร่าง

                   ‘ไม่นะ!!’

                   ผมร้องตะโกนในใจ  ร่างกายที่อ่อนล้าเพราะฝืนใช้พลังพิเศษอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เข้ามาในปราสาทแห่งนี้  รวมถึงบาดแผลจากการต่อสู้ทำให้ผมไม่สามารถเคลื่อนไหวเพื่อไปช่วยเหลือเพื่อนทั้งสองได้

                   ‘หยุดนะ!!’

                   จิตใจตะโกนก้องอย่างบ้าคลั่ง  ดวงตาที่จะปิดแหล่มิปิดแหล่มองเห็นเพียงแผ่นหลังของวาร์ดกับอาวุธโค้งขนาดใหญ่ในมือที่กวัดแกว่งไปมาเบา ๆ

                   ‘ใครก็ได้  ขอพลังให้ผมที’

                   คำภาวนาครั้งสุดท้ายดังขึ้นเพื่อหวังให้เกิดปาฏิหาริย์  ใบหน้าของเน็กเธอร์ที่ดวงตายังเบิกค้างแต่ไร้แววแห่งชีวิตยิ่งทำให้จิตใจผมสั่นสะท้าน  ผมไม่ต้องการให้เกิดเรื่องแบบนี้อีกแล้วไม่ว่ากับใครทั้งนั้น

                   ‘จอห์น เนเปียร์..  ขอพลังให้ผมด้วย…’

              เอี๊ยด...  อ๊าด...

              เสียงเก้าอี้โยกแผ่วเบาลอยตามสายลมจากช่องหน้าต่างเข้าสู่โสตประสาท  ดวงตาที่ใกล้ปิดพลันเหลือบมองตาม  ผมเห็นรอยยิ้มอ่อนโยนของชายชราที่มอบพลังพิเศษให้ 

                   “เจ้าอยากได้พลังงั้นเหรอ”

                   ผมพยักหน้ารัว  จอห์นยังคงโยกเก้าอี้ไม้ช้า ๆ  แต่สีหน้าเขากลับแฝงความหวั่นไหว

                   “แต่หากเจ้าใช้พลังนี้..  เจ้าจะไม่สามารถใช้พลังพิเศษของเนเปียร์โบนส์ได้อีกต่อไป”

                   ผมอ้าปากค้าง 

                   “ไม่สามารถใช้พลังได้อีก..  อย่างนั้นเหรอครับ”

                   ชายชราพยักหน้าช้า ๆ 

                   “ยังอยากจะได้พลังอีกมั้ย”

                   ผมเหลียวมองรอบกาย  เพื่อนทุกคนไม่อยู่ในสภาพต่อสู้ได้อีกแล้ว  ชายผมยาวที่ร่วมต่อสู้ก็มีสภาพไม่แตกต่าง  เน็กเธอร์คือศพที่หนึ่ง  และเพื่อนที่ผมรักทุกคนกำลังจะเป็นศพที่สอง  ที่สาม  และศพต่อมา

                   สายตามองผ่านช่องว่างของบานกระจก  เห็นร่างคาซีนอนแน่นิ่งอย่างไม่รู้เป็นหรือตาย  มือชื้นเหงื่อกำแท่งไม้เล็กแน่นพลางตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

                   “ผมยอมครับ!!”

                   จอห์น  เนเปียร์ส่งยิ้มให้เป็นครั้งสุดท้าย  เสียงเก้าอี้ไม้หยุดลง  เพียงกระพริบตาร่างที่นั่งโยกเก้าอี้อยู่ก็พลันหายไป

                   แต่เขาไม่ได้หายไปเฉย ๆ  ชายชรากลับมอบบางสิ่งบางอย่างทิ้งไว้ให้ 

                   ผมรู้สึกได้จากสัมผัสที่แตกต่างจากท่อนไม้ในมือ

                   “ปลดขีดจำกัดสปิริต!!”

              เสียงตะโกนก้องทำให้วาร์ดชะงักเท้า  หัวหน้าเงารัตติกาลหันกลับมามองด้วยสายตาหวาดระแวง

                   !!! (Infinity)”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[1] กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei) นักฟิสิกส์ นักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ชาวอิตาลี มีผลงานโดดเด่นมากมาย เช่น การพัฒนาเทคนิคของกล้องโทรทรรศน์จนสามารถสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์  ได้รับสมญานามว่า “บิดาแห่งดาราศาสตร์ยุคใหม่”


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น