อัปเดตล่าสุด 2021-09-18 10:21:22

ตอนที่ 27 คาซี &แดเนียล

บทที่ 27 : คาซี &แดเนียล

 

              “นะ.. นาย...”

              เจ้าของ SSS ดินสอสีของวอลต์ ดิสนีย์ มองลงมาจากด้านบนพลางยักคิ้วให้

              “นายดัมโบ้!!!”

              นักฆ่าผู้มาช่วยเสียหลักแทบตกจากหลังมังกร

                   “เอ่อ..  ฉันชื่อเยลซิท”

                   ผมยิ้มแหย ๆ พลางพยักหน้ารับรู้  สายตายังคงมองค้างที่มังกรสีดำทมิฬอย่างไม่อาจละได้ 

                   ไม่ใช่เพียงแค่ผมคนเดียว  โอลิเวอร์เองซึ่งดูร่าเริงและสนุกสนานกับการต่อสู้มาโดยตลอด  กลับร่างสั่นเกร็งด้วยความหวาดหวั่นเมื่อเห็นมังกรยักษ์ที่จ้องมาที่ตนอย่างมาดร้าย  มีดโค้งสองเล่มในมือยื่นชูมาด้านหน้าด้วยสัญชาติญาณการเอาตัวรอด

                   “เยลซิท..  ทำไมนายถึง”

                   คำพูดระล่ำระลักจากปาก  แม้จะมั่นใจในพลังพิเศษของตัวเอง  แต่ภาพศัตรูขนาดใหญ่มโหฬารตรงหน้าทำให้โอลิเวอร์พรั่นพรึงในจิตใจ

                   “นายชื่อโอลิเวอร์ใช่มั้ย  ฉันมีทางเลือกให้นายสองทาง”  เยลซิทเอ่ยถามเสียงเรียบ   

                   นิ้วชี้ชูขึ้นพร้อมทางเลือกทางแรก  “หนึ่ง!!  ทิ้งศักดิ์ศรีไว้ที่นี่  แล้วหนีไปให้เร็วที่สุด  ส่วนสอง...”

                   สายตาพลันเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลก

                   “แบกศักดิ์ศรีเอาไว้  แล้วยอมทิ้งชีวิต!!”

                   โอลิเวอร์ผงะ  เขาไม่คาดคิดว่าคนที่ปรากฏตัวมาช่วยผู้เชื่อมต่อ  กลับเป็นหนึ่งในนักฆ่าเงารัตติกาลพวกเดียวกันเอง 

                   สายตามองจ้องเข้าไปในดวงตาของเยลซิทอย่างค้นหา  ชายหนุ่มไม่รู้เหตุผลว่าทำไมเยลซิทถึงยอมหักหลังกองโจร  เช่นเดียวกับที่ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน  ว่าทำไมเยลซิทถึงเสี่ยงตายมาช่วย

                   “ศักดิ์ศรีน่ะเหรอ..”  โอลิเวอร์ถอนใจพลางพูดด้วยน้ำเสียงที่หายสั่นเครือ  “ฉันทิ้งมันไปตั้งนานแล้วล่ะ”

                   มือกำกระชับด้ามมีดวงพระจันทร์แน่น  ความกลัวที่เคยมีอยู่พลันสลายไปสิ้น 

                   “สิ่งที่ฉันหลงเหลืออยู่มีเพียงการ ‘ทำตามหน้าที่’ ที่ได้รับมอบหมายโดยไม่บกพร่องเท่านั้น  ย้ากกกกก!!”

                   มีดประสานเป็นกากบาท  ก่อนร่างจะพุ่งเข้าใส่มังกรยักษ์ด้วยความเร็วมหาศาล  ลมกรรโชกแรงส่งให้ร่างของโอลิเวอร์ดุจดั่งกระสุนปืนที่พร้อมจะพุ่งเจาะทุกสิ่งทุกอย่างให้ทะลุทะลวง

                   เว้นแต่เพียงมังกรยักษ์..

                   เยลซิทมอบชีวิตให้รูปปั้นมังกรที่ถูกวางประดับอยู่หน้าตึกของบริษัทผู้สร้างเกมออนไลน์รายใหญ่ของญี่ปุ่น  มังกรตัวนี้เป็นสัญลักษณ์ของเกมที่ทุกคนรู้จักกันดี  และความสามารถของมันที่นอกเหนือจากร่างยักษ์อันน่าสะพรึงกลัวก็คือ..  ลำแสงพิฆาต!!

                   ปากเปิดอ้าเล็งไปที่กระสุนมนุษย์ที่พุ่งใส่อย่างไม่คิดชีวิต  ลำแสงสีขาวนวลบริสุทธิ์ก่อกำเนิดเป็นก้อนในปาก  มวลพลังมหาศาลอัดแน่นจนบรรยากาศโดยรอบแทบปริแยก 

                   ‘เมก้าเฟลม!!’

                   ลำแสงขนาดใหญ่พุ่งจากปากที่เปิดอ้าของมังกรยักษ์อย่างรุนแรงเข้าใส่ร่างเล็กจิ๋วเมื่อเทียบกับขนาดตัวของมัน  โอลิเวอร์บินพุ่งเข้าใส่ลำแสงอย่างไม่กลัวเกรง  คมมีดชูพุ่งชี้เข้าใส่สัตว์ประหลาดยักษ์ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไม่อาจเจาะทะลุผิวกายแข็งราวเหล็กกล้าได้

                   ผมได้แต่ยืนตะลึงมองภาพเหนือจินตนาการเบื้องหน้าจนไม่สามารถขยับตัวได้  โอลิเวอร์ใช้พลังลมควบคุมทิศให้พาร่างบินฉวัดเฉวียนดุจเครื่องบินรบ  ลำแสงแผ่พุ่งความร้อนมหาศาลจนผมรู้สึกได้  อีกเพียงไม่กี่เมตรก็จะซัดเข้าทำลายร่างเล็กของโอลิเวอร์จนแหลกเป็นจุล

                   ‘Flyer!!’

                   นักฆ่าใช้พลังพิเศษอีกครั้ง  แต่หนนี้เขาไม่ได้ใช้กับตัวเอง 

                   มังกรยักษ์ถูกแรงลมหนุนด้านใต้จนร่างลอยขึ้นอย่างรวดเร็ว  ลำแสงที่แผ่พุ่งพลันเปลี่ยนทิศเบี่ยงจากศีรษะของโอลิเวอร์ไปไม่ถึงคืบ 

                   ชั่วพริบตาที่คู่ต่อสู้เสียหลัก  โอลิเวอร์เร่งความเร็วเต็มกำลัง  เป้าหมายของใบมีดไม่ใช่สัตว์ยักษ์ที่ตนไม่อาจจัดการได้ตั้งแต่แรก  แต่สายตาเขากลับจ้องตรงไปยัง ‘ผู้มอบชีวิต’ ให้มันต่างหาก

                   “ขาดเป็นสี่ท่อนไปซะ  เยลซิท!!!”

                   เยลซิทคว้าจับผิวหนังขรุขระของมังกรแน่น  แม้จะเห็นลำแสงพิฆาตไม่อาจจัดการศัตรูได้  แต่สีหน้าของเขายังคงไม่ตื่นตระหนก

                   “ชั้นนึกสภาพนั้นของตัวเองไม่ออกแฮะ  โอลิเวอร์”

                   เยลซิทสะบัดเสื้อโค้ทยาวออก  เผยสิ่งมีชีวิตเล็กจิ๋วที่โผล่พรวดและพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว  พวกมันเคลื่อนไหวเร็วมากจนมองเห็นการเคลื่อนที่เป็นเส้นยาวหลากสีสัน

                   โอลิเวอร์เบิกตากว้าง  แต่เพียงครู่ก็รวบรวมสมาธิใช้พลังพิเศษ ‘สร้างลมใต้ปีก’ แก่ศัตรูที่ยังไม่รู้พิษสง

                   ‘วูบ!!’

                   ไม่ใช่ว่าลมไม่ก่อกำเนิด  โอลิเวอร์สัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวของอากาศบริเวณรอบพวกมัน  แต่ลมเหล่านั้นกลับไม่มีผลกระทบกับร่างเล็กที่พุ่งเข้ามาราวกับจรวด

                   เยลซิทถอนใจยาวให้กับศัตรูที่รักศักดิ์ศรีมากกว่าชีวิต

                   “คิดว่าจะมีใครรู้ทิศทางลมได้ดีไปกว่า ‘นก’ อีกเหรอ”

                   เพียงประโยคที่ได้ยิน  ก็ทำให้รู้ว่าพลังพิเศษของตนไร้ความหมาย  ร่างของโอลิเวอร์ถูกกระแทกด้วยนกตัวเล็กรูปร่างกลมเหมือนลูกบอลสีแดงจนตัวปลิวไม่รู้ทิศทาง

                   เขาพยายามประคองร่างโดยบังคับลมให้หนุนในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับการร่วงหล่น  แต่นกสีเหลืองลำตัวเป็นรูปสามเหลี่ยมที่เมื่อครู่ยังเห็นอยู่ระยะไกล  กลับเร่งความเร็วเหมือนหายตัวได้พุ่งเข้ากระแทกซ้ำอีกครั้งจนตัวงอเป็นกุ้ง   

                   โอลิเวอร์กัดฟันใช้มีดฟันนกเหลืองขาดเป็นสองท่อน  สายตาเหลือบมองนกฟ้าที่พุ่งเข้ามาอย่างช้า ๆ  พลางคิดคำนวณทางหลบเลี่ยง  ลมหนุนให้ร่างลอยขึ้นด้านบน

                   ‘เปรี้ยง!!’

                   ร่างกลมของนกฟ้ากลับแตกกระจายเป็นสามทิศทาง  โอลิเวอร์ทำได้เพียงมองร่างจิ๋วพุ่งปักเข้าที่หัวไหล่จนเลือดพุ่งกระฉูด  นักฆ่าสะบักสะบอมไปทั้งตัว  เช่นเดียวกับพลังลมที่อ่อนแรงจนแทบไม่พัดไหวดังเดิม

                   และนกตัวสุดท้ายที่พุ่งเข้าใส่  คือนกสีดำหน้าตาเหี้ยมเกรียม  หงอนบนหัวของมันกับรูปร่างกลมเกลี้ยงพาลให้นึกถึงวัตถุที่ไม่อยากนึกถึงที่สุดตอนนี้

                   ..... ระเบิด!!

                   ‘ตูมมมม!!!!’

                   ร่างสีดำระเบิดอย่างรุนแรงจนโอลิเวอร์ถูกแรงระเบิดอัดปลิวดุจว่าวขาดสายป่าน  ร่างนักฆ่าผู้เชื่อมต่อ SSS ของสองพี่น้องตระกูลไรท์ไม่อาจโบยบินดุจวิหคได้ดังเดิม 

                   และร่างของเขาก็ถูกหยุดการเคลื่อนไหวโดยผืนดินแห้งผากที่ยุบเป็นหลุมจากการกระแทก  โอลิเวอร์หมดสภาพการต่อสู้ในพริบตา

                   “สงสัยจะไม่เคยเล่นเกม ‘แอ็งกรีเบิดส์’[1] แฮะ”

                   เยลซิลกล่าวติดตลก

                   ปีกมังกรสะบัดสองสามครั้งพาร่างยักษ์ลงสู่พื้น  เยลซิทไต่ลงมาจากไหล่ ผ่านปีกและหางของมังกร  เมื่อเขาเดินมาหยุดยืนตรงหน้าผม  ความสูงที่มากกว่าเกือบยี่สิบเซนติเมตร  ทำให้ผมต้องแหงนหน้าคุยกับเขา

                   “เอ่อ..  ขอบคุณ  ที่มาช่วยนะ”

                   เยลซิทไล่สายตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า  แล้วย้อนกลับขึ้นมามองหน้าด้วยสายตาตำหนิ

                   “คิดจะมาลุยกับเงารัตติกาล  ด้วยฝีมือแค่นี้น่ะเหรอ”

                   ผมชะงักพูดอะไรไม่ออก

                   “ชั้นจำได้ว่า  ตอนไล่ฆ่านายที่อแลสก้า  พลังของนายไม่ได้มีแค่นี้นี่นา”

                   ผมนึกย้อนกลับไปเมื่อครั้งต่อสู้กับเยลซิทก่อนหน้านี้  พลางมองดูสภาพร่างกายตัวเองที่สะบักสะบอมไม่มีชิ้นดี 

                   “พลังของผม..  งั้นเหรอ”

                   เยลซิทพยักหน้า 

                   “ลองคิดดูให้ดีสิ  ว่าสิ่งที่นายขาดไปตอนนี้คืออะไร”

                   ภาพการถูกไล่ล่ายังติดตรึงอยู่ในสมอง  ทั้งรูปปั้นเทพซุสกับโพไซดอน  รูปปั้นหมาป่า  กระทั่งรูปปั้นสิ่งมีชีวิตพิเศษอันน่าสะพรึงกลัวอย่างไทแรนท์  ผมกลับฝ่าฟันจนเอาชนะมาได้ทั้งหมด  สิ่งที่ตอนนั้นมี  แต่ตอนนี้ไม่มี

                   สิ่งที่ผมขาด...

                   “ความรู้สึกปกป้อง!!”

                   เยลซิทคลี่ยิ้มบาง ๆ

                   “เมื่อตอนสู้กัน  นายต้องหาทางช่วยเพื่อนให้กลับคืนสู่สภาพเดิมจากการถูกทำให้เป็นตุ๊กตา  นายจึงระเบิดพลังมหาศาลออกมาโดยไม่รู้ตัว  จำความรู้สึกตอนนั้นเอาไว้ให้ดีล่ะ”

                   ชายร่างสูงพูดจบก็หันหลังเดินกลับไปยืนพิงท่อนขาดำเมื่อมของมังกรยักษ์พลางล้วงหยิบกระดาษจากกระเป๋าเสื้อโค้ทออกมาวาดวิวทิวทัศน์เบื้องหน้ารอการมาเยือนของเหล่านักฆ่าที่กำลังมุ่งหน้ามาจากริมฝั่งทุกทิศทาง

                   “ขอบคุณนะ  เยลซิท”        

                   ผมพูดพลางค้อมศีรษะให้ชายที่เพิ่งรู้จักชื่อ  สองเท้าเหมือนมีแรงกำลังฉุดรั้งให้ร่างวิ่งไปด้านหน้า  อาการเจ็บปวดจากบาดแผลแม้ยังหลงเหลืออยู่  แต่ความรู้สึกที่เอ่อล้นขึ้นมาในจิตใจทำให้ลืมความเจ็บไปปลิดทิ้ง  มือทั้งสองกำหมัดแน่นพลางคิดถึงใบหน้าของเพื่อนทั้งสี่ 

                   สิ่งที่ผมขาด  บัดนี้ถูกทดแทนด้วยเป้าหมายใหม่แล้ว

                   ผมต้องต่อสู้เพื่อปกป้องทุกคนให้มีชีวิตรอดกลับไปให้ได้!!

 

                   สายตาจ้องที่หญิงสาวในชุดกี่เพ้าราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ  เด็กชายผมทรงกะลาครอบขยับแว่นพลางตีสีหน้าเลือดเย็น

                   “นังคนทรยศ  ฉันนึกว่าแกถูกกำจัดไปแล้วเสียอีก”

                   ซุยฟงยังไม่คลายสีหน้ายิ้มยั่ว  แต่นั่นเป็นเพียงใบหน้าเพื่อกลบเกลื่อนความหวาดหวั่นในจิตใจ  เพราะแม้คู่ต่อสู้จะเป็นเด็กที่อายุน้อยกว่าตนเกือบสิบปี  แต่เธอเคยได้ยินเสียงร่ำลือถึงความเป็นอัจฉริยะของโคลล์มาจนชินหู

                   เด็กชายที่สามารถสอบเทียบเข้าสู่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดที่ได้ชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยซึ่งสรรค์สร้างบุคคลอันมีชื่อเสียงระดับโลกมาแล้วหลายต่อหลายคน  โคลล์เป็นเด็กอัจฉริยะคนแรกที่สามารถเข้าเรียนที่นั่นได้ตั้งแต่อายุเพียงสิบสองปี

                   ไม่ใช่เพียงการเรียนอย่างเดียว  แต่เขายังเป็นอัจฉริยะด้านการเล่นเกมชนิดหาตัวจับยาก  ทั้งเกมจากเครื่องเล่นคอนโซลต่าง ๆ  โคลล์ก็สามารถพิชิตเกมได้ในเวลาอันสั้น  กระทั่งเกมออนไลน์  เขาก็ยังเป็นผู้เล่นที่มีระดับสูงสุดในหลายต่อหลายเกม  ไม่มีเกมไหนที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้เด็กชายได้อีก

                   จนกระทั่งเขาได้สัมผัสกับเกมเก่าเมื่อครั้งอดีต  เกมที่ยังไม่มีภาพโพลีกอนสามมิติให้เวียนหัว  เกมที่ไม่มีเนื้อเรื่องยืดยาวหรือภาพกราฟฟิคสวย ๆ  เกมที่อาศัยเพียงจังหวะ ความเร็ว และประสาทสัมผัสเท่านั้น

                   และนั่นคือเกมที่สร้างพลังพิเศษอันร้ายกาจจนยากจะหาผู้ต่อกร

                   ซุยฟงไม่รอช้า  เธอรีบสะบัดฝ่ามือปลดปล่อยหมากฝรั่งเส้นยาวยืดพุ่งไปหาคู่ต่อสู้อย่างไม่ให้ตั้งตัว

                   แต่ความเร็วที่แผ่พุ่งจากหน้าผาฝั่งตรงข้าม  มีหรือจะสู้ความเร็วจากฝ่ามือที่ถอดเปลี่ยนตลับเกมได้..

                   ‘หวือ!!!’

                   เสียงวัตถุลอยแหวกอากาศดังหวีดหวิว  ก่อนที่ซุยฟงจะทันเห็นว่ามันคืออะไร  สัญชาติญาณก็สั่งให้ร่างเคลื่อนหลบอัตโนมัติ

                   ‘โครม!!!’

                   ถังไม้ขนาดใหญ่ถูกเหวี่ยงจากฝั่งตรงข้าม  หมากฝรั่งจากฝ่ามือทั้งสองไม่ทันสัมผัสร่างของโคลล์  ก็โดนถังที่ลอยพุ่งมาขวางเสียก่อนจนหมากฝรั่งสองสายแปะกับถังไม้เหนียวหนึบ 

                   ร่างเล็กของซุยฟงถูกดึงกระชากด้วยแรงเหวี่ยงเพราะหมากฝรั่งที่ยังติดกับฝ่ามือ ไปฟาดกับชะง่อนผาจนร่างเกือบร่วงหล่นจากผาหินสูง  ถังไม้ที่แตกกระจายจากการกระแทกพุ่งเข้าใส่นักฆ่าสาวอย่างแรง  ในสายตาตอนนี้มีเพียงแท่งไม้นับสิบที่จ่อปลายแหลมเข้าหาตัวเองอย่างรวดเร็ว

                   Sticky Gum!!!”

                   ซุยฟงปลดปล่อยหมากฝรั่งออกมาจำนวนมากก่อนกางกั้นมันเป็นดั่งโล่ขวางร่างเธอไว้  แท่งไม้เมื่อพุ่งเสียบกับหมากฝรั่ง  ก็ถูกลดทอนความเร็วลง  ปลายไม้ยืดออกมาอีกด้านของปราการเหนียวหนึบ  เพียงไม่กี่คืบก็จะถึงใบหน้าของซุยฟงที่ประคองตัวเองลุกขึ้นนั่งรอความตายอย่างไม่อาจเลี่ยงได้

                   และแท่งไม้ก็หยุดเคลื่อนไหว...

                   ซุยฟงเป่าปากอย่างโล่งอก  แต่สาวจีนโล่งใจได้เพียงชั่วครู่  ลมหายใจก็กระตุกเฮือกเมื่อเห็นร่างใหญ่ยักษ์ที่เหวี่ยงถังไม้มาใส่ตน

                   “คะ..  คิง  คอง!!”

                   คิงคองขนสีน้ำตาลตัวใหญ่ยืนอยู่ด้านหลังโคลล์ราวสัตว์ประหลาดผู้พิทักษ์  มันใช้กำปั้นหนาทุบหน้าอกพลางส่งเสียงคำราม  ลมหายใจร้อนผ่าวพ่นจากจมูกแบนลู่ฟืดฟาด  สายตาของมันมองมาที่ซุยฟงอย่างประสงค์ร้าย

                   โคลล์หลิ่วตาให้นักฆ่าสาวรุ่นพี่อย่างไม่เหลือความเคารพ

                   “เกมสตาร์ทแล้วนะ นังหมวยทรยศ  ถ้าแกเล่นไม่ดี  รับรอง..  เกม โอ เวอร์!!!

                   คิงคองฉวยหยิบถังไม้ที่อยู่ดี ๆ ก็ร่วงหล่นจากฟากฟ้าขึ้นมาเหวี่ยงใส่ซุยฟงรัวเป็นปืนกล  นักฆ่าสาวลุกขึ้นได้ก็วิ่งตามไหล่ผาหลบถังไม้ขนาดใหญ่ที่แตกกระจายไล่หลังมาทีละนิดอย่างร้อนรน

                   “ระวังหน่อยนะ  ถังไม้น่ะ  ไม่ได้มีแค่จากทางนี้หรอก”

                   โคลล์เผยไต๋ให้ศัตรูรู้อย่างลำพอง  ซุยฟงมัวแต่วิ่งพลางหันหลังมองกระสุนถังพลาง  ไม่ทันระวังด้านหน้า  เพียงหันกลับมาก็พบว่ามีถังไม้กลิ้งมาตามพื้นพุ่งเข้าใส่เธออย่างรวดเร็ว

                   “วะ  เหวอ!!”

                   เท้าเรียวบางเสียหลักสะดุดล้ม  ทำให้ร่างที่วิ่งเลียบแนวผาเสียการทรงตัว  ซุยฟงร่วงหล่นจากผาสูงลงสู่ด้านล่างด้วยความเร็วมหาศาล

                   โคลล์ยิ้มกริ่ม  หน้าชะโงกมองดูวาระสุดท้ายของศัตรูผู้ทรยศอย่างสาแก่ใจ

                   แต่รอยยิ้มพลันสะดุด  เมื่อผลลัพธ์ที่เห็นกลับไม่ได้เป็นดั่งที่ใจคิด 

                   “นังสารเลว!!”

                   หมากฝรั่งเส้นยาวถูกยืดไปแปะที่ริมผาอีกฟาก  ก่อนร่างในชุดกี่เพ้าจะห้อยโหนราวกับทาร์ซาน  พลังพิเศษถูกระดมยิงอย่างต่อเนื่องก่อกำเนิดเถาวัลย์หมากฝรั่งหลายสิบเส้น  เธอห้อยโหนไปมาเพื่อหลบเลี่ยงถังไม้ที่ยังถูกระดมขว้างจากคิงคองยักษ์อย่างไม่หยุดยั้ง  แต่หนนี้ความเร็วของซุยฟงกลับเป็นต่อ

                   เธอโหนหมากฝรั่งย่นระยะเข้าใกล้โคลล์เรื่อย ๆ  สายตามองถังไม้ที่พุ่งแหวกอากาศเข้าใส่พลางคำนวณเส้นทางหลบล่วงหน้า  ไม้มีแม้เศษเสี้ยนของไม้กระเด็นมาสัมผัสผิวกายขาวนวลของซุยฟงได้เลย

                   โคลล์ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันจนเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ  สีหน้าถมึงทึงไม่เหมาะกับวัยบอกให้รู้ว่าบัดนี้มันสมองและความชาญฉลาดถูกแทนที่ด้วยอารมณ์โกรธแค้นจนหมดแล้ว

                   “ไม่ต้องขว้างถังแล้ว  ไปขย้ำมันเลยสิ  เจ้าลิงโง่!!”

                   คิงคองยักษ์พยักหน้าอย่างรู้คำสั่ง  อาจเพราะมันเป็นเพียงตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นจากเกม  ทำให้ไร้ซึ่งสัญชาติญาณของสัตว์ป่า  ร่างใหญ่สีน้ำตาลควบเท้าทั้งสี่วิ่งสุดกำลัง  มือใหญ่หน้าเหวี่ยงคว้าร่างเล็กหมายบดขยี้

                   ‘เฟี้ยววว!!!’

                   แต่ซุยฟงกลับว่องไวกว่า  เส้นหมากฝรั่งถูกยิงพร้อมกันสองทิศทางรั้งร่างเธอไว้ไม่ให้เคลื่อนไปด้านหน้าต่อ  จังหวะคว้าที่ลิงยักษ์หมายตาไว้เลยคลาดเคลื่อน

                   เธอคลายสายหมากฝรั่งในมือขวาก่อนยื่นเล็งไปยังลิงยักษ์ที่เสียหลัก

                   “Sticky Gum!!”

                   หนนี้หมากฝรั่งไม่ได้ถูกปล่อยมาเป็นสาย  แต่กลับพุ่งมาเป็นก้อนกลมขนาดใหญ่สองก้อน  กระสุนหมากฝรั่งแปะเข้าที่ดวงตาของลิงยักษ์ทั้งสองข้าง  มันพยายามดึงทึ้งแกะก้อนเหนียวหนึบ  แต่ยิ่งแกะเท่าไหร่  นิ้วมือที่ใหญ่เกินไปก็ยิ่งทำให้แผ่นหมากฝรั่งแผ่กระจายกว้างจนครอบคลุมมิดทั้งเบ้าตา

                   “โฮกกก!!”

                   คิงคองคำรามเสียงดังสนั่น  มันปัดป่ายซ้ายขวาอย่างทุรนทุราย  กำปั้นทุบผาหินจนแผ่นดินรอบบริเวณสั่นสะเทือน

                   โคลล์ทรงตัวแทบไม่อยู่  ท่อนขาเล็กราวกับเด็กขาดสารอาหารทำให้เด็กชายต้องทรุดตัวลงนั่ง  มือซ้ายข้างที่ไม่ได้ถือเครื่องเกมยันพื้นประคองร่างไม่ให้ล้มลง

                   “ทำบ้าอะไรของแก  ไอ้ลิงหน้าโง่!!”

                   เด็กชายพยายามถอดตลับเกมออกเพื่อสลายร่างของลิงยักษ์  แต่ความสั่นสะเทือนกลับยิ่งรุนแรงขึ้นทุกขณะจนบัดนี้ร่างเล็กต้องนอนหมอบกระแตกับพื้น

                   ‘แปะ!!’

                   และเครื่องเกมทรงเหลี่ยมก็ถูกกระชากจากมืออย่างรุนแรง  โคลล์มองตามเห็น SSS ของตนลอยหวือไปยังผาฝั่งตรงข้ามเพราะถูกดึงด้วยหมากฝรั่งเส้นยาวจากมือซุยฟง

                   หญิงสาวโบกมือให้โคลล์และตีสีหน้าล้อเลียน  นักฆ่าร่างเล็กเจ็บใจจนแทบกระอักออกมาเป็นเลือด  แต่เมื่อคิดถึงสถานการณ์ของตัวเองตอนนี้  สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าไม่ใช่ซุยฟง

                   แต่เป็นคิงคองจากพลังพิเศษของตัวเองต่างหาก!!

                   “ยะ..  ยะ..  อย่าเข้ามานะ!!”

                   คิงคองถูกปิดตาจนไม่รู้ทิศทาง  มันได้แต่เพียงเหวี่ยงฟาดหมัดไปมาเพื่อหวังจะให้โดนศัตรูตามคำสั่งสุดท้ายของผู้เป็นนาย  แต่เมื่อ SSS ไม่ได้อยู่ในมือโคลล์แล้ว  สิทธิการบังคับเกมของเขาจึงหมดไป  เสียงตะโกนไล่ของเด็กน้อยไม่อาจส่งผ่านถึงแก้วหูของลิงยักษ์  มันเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ พร้อมพลังทำลายล้างที่รุนแรงมากขึ้นทุกขณะ

                   ‘ตึง!!  ตึง!!  ตึง!!’

                   กำปั้นทุบดินยุบเป็นหลุม  รอยยุบใกล้เข้ามาทุกที  โคลล์หวนนึกถึงฉากเกมที่เขาสร้างค้อนไล่ฟาดซูอัลขึ้นมาในห้วงสำนึก  มันคือผลกรรมที่เขาได้ทำเอาไว้  และบัดนี้ผลกรรมนั้นก็ย้อนกลับเข้ามาหาตัวเขาแล้ว

                   กำปั้นหนายกค้างกลางอากาศ  ก่อนเหวี่ยงฟาดลงมายังร่างที่นอนแน่นิ่งไม่อาจลุกขึ้นเพราะแรงสั่นสะเทือน

                   “แม่จ๋า  ช่วยหนูด้วยยยยยยยยยย!!!!!”

                   ‘เปรี้ยง!!’

                   โคลล์น้ำหูน้ำตาหรือกระทั่งน้ำมูกไหลเป็นสายจนหน้ามอมแมม  กางเกงสามส่วนเปียกโชกด้วยปัสสาวะที่พรั่งพรูออกมาด้วยความกลัวสุดขีด  ร่างสั่นกระตุกเฮือก ๆ คล้ายคนเป็นหอบหืด  ดวงตาเบิกเกร็งค้างมองกำปั้นที่จางหายไปก่อนบดขยี้ร่างเขาไม่ถึงเซนติเมตรอย่างไม่อาจปิดเปลือกตาลงได้ง่าย ๆ

                   เสียงที่ดังขึ้นคือเสียงของเครื่องเกมที่ซุยฟงเขวี้ยงใส่กำแพงจนตัวเครื่องแตกกระจาย  เธอกะจังหวะให้เฉียดฉิวกับที่โคลล์จะถูกกำปั้นทุบเพียงเสี้ยววินาที  เพราะอยากสั่งสอนให้รู้ว่าเด็กชายไม่เหมาะสมกับสถานที่แห่งนี้

                   และเมื่อไร้ซึ่ง SSS  เธอได้แต่หวังเพียงว่าโคลล์จะกลับไปใช้ชีวิตอย่างเด็กธรรมดาคนอื่น ๆ ได้

                   “เลิกเล่นเกมแล้วกลับบ้านไปอ่านหนังสือเถอะ  เจ้าหนู”

                   คำพูดสุดท้ายก่อนจาก  ซุยฟงก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าโคลล์จะมีสติพอที่จะรับรู้หรือไม่

                  

              ‘ตึง!! ตึง!! ตึง!!’

                   เสียงฝีเท้าดังพร้อมแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง  ต้นไม้ใหญ่น้อยสองข้างทางไม่อาจรั้งร่างของรูปปั้นยักษ์ที่วิ่งแหวกไล่กวดร่างเล็กของนักฆ่าตระกูลจาง

                   จางฉินเองก็เช่นกัน  แม้เบื้องหน้าจะมีต้นไม้หนาขึ้นขวางกั้น  แต่ฝ่ามือมีดของเขาก็ตัดสะบั้นจนต้นไม้โค่นล้ม เปิดทางให้เขารุดหน้าต่อไปไม่หยุด

                   “จะหนีไปไหนพ้น  เจ้าหนอนแมลง”

                   โนมิสพ่นเสียงสั่นเครือ  แม้ใจจะลำพองเพราะพลังพิเศษที่สามารถสร้างรูปปั้นหญิงสาวยักษ์จนเป็นต่อศัตรูได้ขนาดนี้  แต่สังขารก็ทำให้เขาแทบเกาะอยู่บนไหล่รูปปั้นไม่อยู่

                   จางฉินไม่โต้ตอบ  มือสังหารหนุ่มยังคงวิ่งไปพลาง  วางแผนหาทางรับมือไปพลาง 

                   ‘ผลุบ!!’

                   แล้วร่างเล็กก็ถลันหายเข้าไปในพงไม้ใหญ่  สายตาของโนมิสมองไล่ตามไปก็สะดุดลงแค่ปากทาง  เพราะสุมทุมพุ่มไม้หนาที่บดบังทัศนวิสัย

                   “คิดว่าเข้าไปซ่อนในนั้นแล้วชั้นจะไม่มีปัญญาทำอะไรแกเหรอ  โง่ไปล่ะมั้งเจ้าหนุ่ม”

                   หญิงสาวยักษ์ยกขาขึ้นช้า ๆ  ก่อนจะ ‘กระทืบ’ ลงไปที่พุ่มไม้นั้นสุดกำลัง

                   ‘ตึง!!!’

                   “โอ๊ะ!!”

                   โนมิสอุทานเมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติ  รูปปั้นยักษ์เสียหลักถลำไปด้านหน้าหลังจากการกระทืบพุ่มไม้จนโนมิสแทบหล่นร่วง

                   “ฝ่ามือมีด!!”

                   จางฉินทะยานร่างจากมุมอับที่โนมิสมองไม่เห็น  ใช้ฝ่ามือคมกริบตัดเฉือนท่อนขาใหญ่ของรูปปั้นจนหญิงสาวยักษ์ล้มลงกระแทกธารน้ำตกจนน้ำแตกกระจายสาดซัดสองฟากฝั่งราวคลื่นยักษ์  โนมิสถูกแรงเหวี่ยงกระชากร่างกระเด็นลอยไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่จนชายชราล้มกองกับพื้น

                   นักฆ่าชราคงคิดไม่ถึงว่า  ที่จางฉินหลบเข้าไปในพุ่มไม้  เขาไม่ได้ต้องการหลบหนีหรือซุกซ่อน  แต่นักฆ่าตระกูลจางกลับวางแผนใช้ฝ่ามือคมกริบที่ตัดเฉือนได้ทุกอย่างฟาดฟันใส่พื้นหินหนาจนกร่อนละเอียดเป็นหินก้อนเล็กที่ลึกลงไปหลายเมตร  เมื่อพื้นหินละเอียดโดนกระแทกด้วยแรงเหยียบ  มันจึงยุบตัวเป็นหลุมขนาดใหญ่ราวกับกับดักสัตว์

                   นักฆ่าชาวจีนเดินช้า ๆ  แม้สีหน้าเรียบเฉย  แต่รังสีอำมหิตกลับคุกคามจนนักฆ่าชราตัวสั่นงันงก  ไม่อาจลุกขึ้นยืนเพื่อต่อสู้หรือหลบหนีได้เลย

                   “เอา SSS มาให้ฉันแล้วจะไปไหนก็ไป  ฉันไม่อยากฆ่าแก”

                   โนมิสเหงื่อแตกพลั่กทั้งที่อากาศรอบ ๆ เย็นยะเยือก  มือเหี่ยวย่นสั่นเทิ่มล้วงเข้าไปในเสื้อตัวหนา  วัตถุแหลมเรียวถูกหยิบออกมา

                   “นะ.. นี่!!  นี่คือสิ่วของมิเกลันเจโล..  SSS ของข้า”  สายตาของชายชรามองจางฉินอย่างชั่งใจ  “เจ้า..  ไม่ฆ่าข้าจริง ๆ ใช่มั้ย”

                   จางฉินพยักหน้า  พลางรีดเร้นพลังพิเศษอาบไล้ฝ่ามือจนคมกริบ  ฝ่ามือมีดยกตั้งเหนือ SSS ของโนมิสเตรียมฟาดฟันทำลาย

                   “แต่...  ข้าอยากฆ่าเจ้าว่ะ!!”

                   จางฉินเบิกตาเรียวเล็กจนโพลง  ฝ่ามือพลันเปลี่ยนทิศจากกดลงเป็นฟาดฟันไปด้านหลัง

                   แต่ไม่ทันการ!!  ท่อนขาที่ถูกเปลี่ยนเป็นลิ่มแหลมทิ่มเจาะทะลุท้องของเขาก่อนแรงพุ่งกระแทกจะลากร่างนักฆ่าหนุ่มกระเด็นกลิ้งไปไกลหลายเมตร

                   โนมิสระเบิดหัวเราะเสียงกระเส่า  ชายชราฝืนกายลุกอย่างลำบากเดินไปโอบรอบคอของรูปปั้นหญิงสาวที่บัดนี้มีขนาดเท่าคนปกติ ก่อนบรรจงจุมพิตที่ปากของรูปปั้นอย่างไม่รังเกียจ

                   “ทำได้ดีมาก  ที่รัก”

                   หญิงสาวผมยาวยิ้มหวานให้ผู้สร้างชีวิต  ขณะที่หญิงสาวอีกสี่เปลี่ยนสภาพแขนขาให้เป็นดั่งศาสตราวุธเดินย่างสามขุมเข้าหาจางฉินที่ยังนอนฟุบท่ามกลางกองเลือดที่ไหลทะลักไม่หยุด

                   “คิดจะมาฆ่าข้า  ยังเร็วไปร้อยปีโว้ย  ไอ้หนุ่ม!!”  โนมิสคำรามอย่างลำพอง  “รูปปั้นที่สร้างจาก ‘ดิน’ น่ะ  ต่อให้ถูกฟันขาดยังไง  ก็ปั้นกลับมารวมกันได้เหมือนเดิม  พลังพิเศษของแกใช้กับสาว ๆ ของข้าไม่ได้ผลหรอก  ฮ่า ๆ ๆ”

                   ลิ่มแหลมที่ถูกเปลี่ยนสภาพจากมือเรียวยาวหมายเจาะทะลุคร่าชีวิตของจางฉิน  นักฆ่าหนุ่มปรือตามองร่างทั้งสี่อย่างเลือนราง  เงาร่างที่เห็นเคลื่อนใกล้เข้ามาทีละนิด ๆ 

                   ภาพที่เห็นไม่ชัดเจน  กลับแจ่มชัดในความทรงจำอย่างน่าประหลาด

                   มันดูราวกับภาพนั้นเคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต

                   “ปลด..  ขีด..  จำกัด”

                   เสียงแผ่วเบาราวกับลมเปล่งจากปากของจางฉิน

                   “สปิ.. ริต!!”

                   ลำแสงอาบไล้ฝ่ามือจนสว่างวาบราวดวงตะวัน  หญิงสาวทั้งสี่เห็นปฏิกิริยาของศัตรูจึงไม่รอช้า  พวกเธอเคยเห็นและเคยถูกพลังพิเศษของจางฉินโจมตีแล้ว  พลังโจมตีระยะประชิดขอเพียงอยู่ห่างจากชายหนุ่ม  พวกเธอก็จะรอดพ้นจากคมมีดสังหาร

                   “ย้ากกก!!”

                   เหล่ารูปปั้นสาวยืดแขนแผ่พุ่งออกไปราวกับเส้นเชือก  ปลายแหลมพุ่งเข้าใส่จางฉินอย่างรวดเร็วราวจรวด

                   ‘ฉับ!!’

                   ท่อนแขนยาวคล้ายเถาวัลย์พลันขาดสะบั้นทั้ง ๆ ที่อยู่ห่างจากระยะโจมตีของจางฉิน  หญิงสาวทุกตนกระโดดถอยหลังอย่างตกใจ 

                   “คมมีด..  สุญญากาศ!!”

                   จางฉินลุกโงนเงน  แขนสองข้างเหวี่ยงสะบัดเบา ๆ ไปด้านหน้า  และการโจมตีครั้งนี้ก็ทำให้หญิงสาวทั้งสี่รู้ว่าพลังที่ตัดสะบั้นท่อนแขนของพวกเธอคืออะไร

                   ลำแสงจากฝ่ามือที่สะบัด  ก่อกำเนิดเป็นคลื่นพลังรูปโค้งราวจันทร์เสี้ยว  ใบมีดแสงแหวกพุ่งฝ่าอากาศและตัดเฉือนทุกอย่างที่อยู่ในรัศมี  หญิงสาวสองตนถูกผ่าครึ่งร่างโดยที่ยังไม่ขยับตัวแม้แต่น้อย

                   โนมิสเองเมื่อเห็นพลังขั้นที่สองของจางฉินก็ตื่นตะลึงจนอ้าปากค้างเช่นกัน  พลังระดับปลดขีดจำกัดแม้ในเหล่าเงารัตติกาล  ก็มีเพียงนักฆ่าระดับรองหัวหน้าเท่านั้นที่ใช้ได้  แต่เขากลับได้เห็นพลังนี้จากนักฆ่าธรรมดาที่แปรพักตร์ไปอยู่ฝ่ายศัตรู 

                   บัดนี้หญิงสาวทั้งสองรีบวิ่งมารวมกับอีกหนึ่งตนที่เหลือ  ทั้งสามมองจางฉินที่ยืนโงนเงนอย่างหยั่งเชิง  เมื่อหายตกใจโนมิสก็ตั้งสติได้

                   “พลังปลดขีดจำกัดอย่างนั้นเหรอ..  ก็แค่เพิ่มระยะคมมีดให้กลายเป็นอาวุธยิงโจมตีจากระยะไกล  ถ้าเป็นแบบนี้ผลลัพธ์มันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากเดิมหรอก”

                   จางฉินไม่โต้ตอบ  สติเขาเริ่มลางเลือนเพราะเลือดที่ไหลทะลักจากช่องท้อง  เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นมันช่างเหมือนกับเหตุการณ์เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน 

                   เหตุการณ์ที่ทำให้เขาได้รับพลังระดับปลดขีดจำกัด!!

                   ภาพความทรงจำฉายย้อนในสมอง  จางฉินเห็นภาพตนเองตกอยู่ในวงล้อมของนักฆ่าเงารัตติกาลที่ถูกส่งมากำจัดคนทรยศอย่างตน  ในวงแขนเขามีซุยฟงที่บาดเจ็บไม่ได้สติอยู่  เหล่านักฆ่ากลุ้มรุมเข้ามาพร้อมพลังพิเศษและอาวุธครบมือ  วินาทีนั้นความตายอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงคืบ

                   บรรยากาศทั้งหมดกลับหายไป  และถูกทดแทนด้วยภาพที่คุ้นตา 

                   เขาอยู่ในห้องน้ำ!!

                   ชายร่างใหญ่ยืนหันหลังโกนหนวดอย่างขะมักเขม้น  เสียงผิวปากเบา ๆ บ่งบอกถึงความสุขยามผิวหน้าถูกมีดโกนถากขนที่ผุดโผล่ออกมา  ดวงตาเหลือบมองผ่านกระจกมายังนักฆ่าที่ปรากฏตัวโดยไม่ได้รับเชิญ

                   “หยิบผ้าเช็ดหน้าให้หน่อยสิ”

                   จางฉินแม้งุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  แต่เขาก็ทำตามโดยดี 

                   “ผมไม่มีเวลานะครับ  พวกเรา..  หมายถึงผมกับคนรักกำลัง..  จะโดนฆ่า!!

                   คู่สนทนาไม่ตอบ  ยังคงโกนหนวดอย่างสบายใจ  สร้างความร้อนรนให้จางฉินอย่างมาก

                   “คุณยิลเลตต์!!  ผมบอกว่าผมไม่มีเวลาแล้วนะครับ”

                   คิง แคมป์ ยิลเลตต์  จิตวิญญาณผู้สถิตอยู่ในใบมีดโกนซึ่งเป็น SSS ของจางฉินส่งสายตาตำหนิผ่านกระจกเงาบานกลมมาให้จางฉินจนชายหนุ่มเลิกหายใจฟึดฟัด

                   “ก็เพราะอย่างนี้ไง  ฉันถึงยอมโกนหนวดที่อุตส่าห์ไว้มาตลอดชีวิต”

                   จางฉินเลิกคิ้ว  เขาจำได้ว่าเมื่อครั้งแรกที่ได้สนทนากับจิตวิญญาณของยิลเลตต์  ชายร่างใหญ่มีหนวดเรียวงามงอนโค้งประดับอยู่เหนือริมฝีปาก

                   “มีดโกนน่ะ  มีไว้ สำ หรับ ตัด  นะ”

                   ยิลเลตต์เปิดน้ำล้างเศษหนวดที่ติดค้างบนใบหน้า  วิญญาณหันกลับมาเผยใบหน้าเกลี้ยงเกลาไร้หนวดเครา  มีดโกนที่เพิ่งใช้งานเสร็จโยนใส่มือจางฉินที่รับอย่างแม่นยำ

                   นักฆ่าชาวจีนประสานมือขอบคุณ  ยิลเลตต์ยิ้มมุมปากก่อนหยิบขวดอาฟเตอร์เชฟกลิ่นหอมออกมาลูบริมฝีปาก

 

                   ภาพตัดกลับมายังเหตุการณ์ปัจจุบัน  แม้ต่างเวลา  ต่างสถานที่  ต่างเหตุการณ์  แต่บทสรุปของเรื่องราวทั้งหมดกำลังดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน

                   “คมมีดสุญญากาศ!!”

                   มีดลำแสงพุ่งด้วยความเร็วจนร่างกายไม่อาจตอบสนองได้ทัน  เพียงพริบตารูปปั้นอีกสองร่างก็ถูกเฉือนขาดเป็นสองท่อนล้มตึงตามสองร่างแรกไปติด ๆ

                   แต่สีหน้าของโนมิสไม่แปรเปลี่ยน  ชายชรามองรูปปั้นทั้งสี่ที่ถูกตัดแยกล้มกลิ้งไม่เป็นท่าอย่างไม่แยแส 

                   “ข้าบอกแล้วไม่ใช่เหรอ  ว่าผลลัพธ์มันไม่เปลี่ยนไปหรอก”

                   นักฆ่าชรากำสิ่วแน่น  มือถ่ายทอดพลังเข้าสู่ SSS เตรียมใช้พลังพิเศษให้รูปปั้นที่ถูกตัดร่างกลับมาติดกันเหมือนเดิมเช่นเดียวกับครั้งที่ผ่าน ๆ มา  เพราะคุณสมบัติของ ‘ดิน’ ที่ไม่ว่าจะถูกทำลายหรือเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปเท่าใด  ก็สามารถนำมาปั้นรวมกันกลายเป็นรูปร่างใหม่ได้เสมอ

                   แต่ไม่ว่าจะถ่ายทอดพลังมากเท่าไหร่  ซีกร่างที่ถูกแยกก็ไม่อาจเคลื่อนกลับมารวมกันได้เช่นเคย

                   “กะ.. เกิดอะไรขึ้น!!”

                   ชายชราเร่งพลังพิเศษเต็มกำลัง  ชิ้นส่วนร่างกายหญิงสาวเคลื่อนเข้ามาใกล้กัน  แต่ไม่ว่าจะประกบกันอย่างไร  สุดท้ายก็หลุดจากกันเหมือนเดิม  ไม่อาจเกาะติดกลายร่างเป็นหญิงสาวได้ดังเดิม

                   “ปลดขีดจำกัดสปิริตของฉัน  คือการ ‘ตัด’”  แสงสว่างวาบอาบไล้สันมือของจางฉิน  “สิ่งที่ถูกตัดไปแล้ว  จะไม่มีวัน ย้อน กลับ มา ติด ได้ ดัง เดิม!!

                   ประโยคสุดท้ายดังขึ้น พร้อมกับการได้ยินของโนมิสที่ดับลง  เพราะร่างของนักฆ่าชราถูกผ่าแยกเป็นสองส่วนในลักษณะเดียวกับรูปปั้นที่เขาบรรจงสรรค์สร้างขึ้นมา

                   หญิงสาวผมยาวที่เหลือยืนมองร่างไร้วิญญาณของผู้ให้กำเนิด  สายตาปรากฏแววราวกับเธอมีจิตวิญญาณ  แต่ก็เพียงชั่วครู่  เพราะร่างเพรียวระหงเริ่มละลายกลับกลายเป็นดินเหนียวดังเดิม

                   ลำแสงดับวูบจากมือจางฉิน  ร่างล้มลงพร้อมสติที่หลุดลอย  นักฆ่าตระกูลจางทดแทนบุญคุณสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้แล้ว

 

                   แผ่นดินสั่นสะเทือน 

                   ท้องฟ้าคำรามลั่น

                   พลังมหาศาลกระหน่ำซัดใส่กันจนบรรยากาศในห้วงมิติพิเศษแตกลั่นดังเปรี๊ยะ ๆ

                   Newton’s Gravity!!!”

                   แรงโน้มถ่วงกดลงยังร่างของแดเนียล  แต่มือปืนหนุ่มไม่แม้แต่จะเคลื่อนหลบ 

                   S&W M500 ทั้งสองกระบอกถูกยกชูขึ้น

                   Absorption!!”

                   แรงโน้มถ่วงไหลวูบเข้าสู่ปากกระบอกปืน  ก่อนที่แดเนียลจะกดไกปลดปล่อยแรงโน้มถ่วงให้ย้อนกลับไปโจมตีคาซี

                   แต่รูปแบบพลังที่สองของแดเนียลซึ่งเคยถูกใช้แล้วครั้งหนึ่ง  ไหนเลยที่คาซีจะพลาดพลั้งอีกหน

                   ‘เปรี้ยง!!!’

                   คาซีสร้างแรงโน้มถ่วงจากด้านล่างอัดกระแทกแรงโน้มถ่วงจากปากกระบอกปืนจนพลังทั้งสองหักล้างกัน สลายไปในพริบตา

                   “GPS!!!”

                   กระสุนตะกั่วนับสิบระดมยิงรัวจากกระบอกปืนลูกโม่  พลังทำลายของมันมหาศาลกว่าปืนกระบอกเดิมที่คาซีเคยต่อกรด้วย 

                   คาซีกระแทกแรงโน้มถ่วงเข้าดักกระสุนปืนเพื่อกดพวกมันให้จมพื้น  แต่ความรุนแรงของกระสุน ย่อมหมายถึงความเร็วที่เพิ่มขึ้นไปด้วย

                   ชายหนุ่มย่นคิ้ว  ร่างเคลื่อนหลบกระสุนอย่างเฉียดฉิวหลังจากพวกมันเคลื่อนหลบแรงโน้มถ่วงได้อย่างง่ายดาย  แต่เมื่อกระสุนพุ่งผ่านไปแล้ว มันก็ตีวงโค้งย้อนกลับมาหาคาซีราวกับมีชีวิต

                   “น่า รำ คาญ!!ย้ากกกกกกก ๆ ๆ ๆ ๆ “

              คาซีกระแทกแรงโน้มถ่วงเป็นชุดทั้งจากด้านล่างและบน  รัศมีรอบตัวไม่มีที่ว่างแม้แต่ให้แมลงหวี่ตัวเล็กหลุดรอดเข้ามาได้ 

                   ไหนเลยกระสุนขนาดใหญ่จะบังอาจสัมผัสร่างของคาซีได้

                   พลังแรงโน้มถ่วงที่โจมตีถูกดูดกลืน

                   เช่นเดียวกับกระสุนสังหารที่ถูกตรึงไม่อาจเคลื่อนไหวได้

                   สิ่งที่ปะทะกันจนบรรยากาศบิดเบี้ยวมีเพียงจิตสังหารที่เข้มข้นจนรู้สึกอึดอัด

                   ‘ฟ้าววว......  ฉึก!!”

                   เพราะสมาธิที่ทุ่มกับแดเนียล  ทำให้คาซีไม่อาจระวังรอบกายจนถูกกระสุนแหลมพุ่งเสียบท่อนแขน  และพริบตาที่ตระหนกกับการโจมตีที่ไม่รู้ที่มา  พลังแรงโน้มถ่วงที่กดทับกระสุนปืนก็คลายลง  กระสุนสังหารพุ่งทะลุทะลวงเข้าใส่คาซีจนร่างถูกอัดกระแทกล้มกองลงราวกับหุ่นเชิดถูกตัดสาย

                   “พวกเรามาช่วยแล้วครับ  คุณแดเนียล”

                   นักฆ่าร่างผอมศีรษะโล้นผู้มีพลังควบคุม ‘กระดูก’ ตะโกนบอกคาซี  ด้านหลังของมันมีเหล่านักฆ่านับสิบยืนเรียงรายอยู่  ทุกสายตาจ้องมองคาซีอย่างเย้ยหยัน  เพราะได้ข่าวว่าเส้นทางสุดท้ายที่มีนักฆ่าดักรออยู่มากที่สุดกลับถูกทำลายราบและเหล่านักฆ่าก็ถูกจัดการจนเกลี้ยง  นักฆ่าที่เหลือที่ต้องปกป้องประตูปราสาท  จึงพากันบุกมายังเส้นทางนี้เพื่อจัดการศัตรูที่ร้ายกาจให้ราบคาบ

                   แดเนียลมองสภาพคาซีด้วยดวงตาที่คลายความโทสะลง  ภาพพ่อแม่ที่ถูกฆ่าซ้อนทับกับร่างของคาซีจนเขาต้องสะบัดศีรษะไล่ความคิดเวทนาออกไป

                   เหล่านักฆ่าเดินลงจากถนนลาดชัน  คาซีที่หอบหายใจรวยรินกัดฟันกรอดมองดูเหล่ายมทูตในคราบมนุษย์ที่เคลื่อนกายเข้าใกล้เรื่อย ๆ อย่างเจ็บแค้น  ลำพังแค่แดเนียลคนเดียวก็ตึงมือจนเขาไม่อาจจัดการได้  ยิ่งบาดแผลสาหัสขนาดนี้แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะจัดการเหล่านักฆ่านับสิบลงได้

                   “เดี๋ยวพวกผมจัดการศัตรูเสร็จแล้วพวกเราค่อยกลับเข้าไปในปราสาท  ตอนนี้คุณแดเนียลนั่งพักก่อนเถอะครับ”  นักฆ่าศีรษะโล้นผายมือไปที่หินเหลี่ยมก้อนใหญ่  “นั่งพัก.. ไปตลอดชีวิตเลยนะ!!”

                   ท่อนแขนที่ผายออกไป  กลับมีกระดูกขาวโพลนโผล่พรวดออกมา  แท่งกระดูกปาดเฉือนสีข้างแดเนียลจนเนื้อหลุดเป็นแถบ  รองหัวหน้าหนุ่มดีดตัวไปด้านหลังพลางกุมสีข้าง  กระสุนปืนที่เหลือเพียงไม่กี่นัดถูกปลดปล่อยใส่นักฆ่าตามสัญชาตญานทันที

                   ‘กึก ๆ ๆ !!!’

                   กระดูกซี่โครงทะลุจากร่างก่อนหนีบงับกระสุนสี่ลูกที่พุ่งใส่  เหล่ากระสุนสั่นระริกราวกับดิ้นรนจากพันธนาการ  แต่ส่วนที่แข็งที่สุดในร่างอย่างกระดูกย่อมไม่อาจปล่อยให้กระสุนที่หมายสังหารตนเองเป็นอิสระได้

                   “นึกว่าพวกฉันไม่รู้รึไง  ว่าแกคิดทรยศต่อเงารัตติกาล  ไอ้แดเนียล”

                   ถ้อยคำแปรเปลี่ยนจากคำพูดสุภาพนอบน้อมเป็นก้าวร้าวไม่เคารพยำเกรง  สายตามองแดเนียลอย่างสมเพชเช่นเดียวกับมองคาซีเมื่อครู่  แววตาเหี้ยมเกรียมของนักฆ่าเปลี่ยนเป้าหมายจากคาซีมาเป็นอดีตรองหัวหน้าเป็นตาเดียว  จิตสังหารที่แผ่ใส่ทำให้แดเนียลรู้ทันทีว่าบัดนี้ตนตกอยู่ในวงล้อมของศัตรูแล้ว

                   อาจเพราะโชคชะตาเล่นตลก  คู่ต่อสู้ที่เมื่อครู่ห้ำหั่นเอาชีวิตกัน  บัดนี้กลับตกอยู่ในสภาพเดียวกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ

                   “ถูกลูกน้องหักหลังอย่างนั้นเหรอ  หึ ๆ”

                   คาซีแค่นคำพูดอย่างยากลำบาก  ลมหายใจร้อนผ่าวเพราะอาการบาดเจ็บ

                   แดเนียลพ่นลมจากจมูกฮึดฮัด  “พวกมันไม่ใช่ลูกน้องฉัน  เพราะเงารัตติกาลทุกคนต้องโดนฉันกำจัด”

                   คาซีย่นคิ้ว  นักฆ่าระดับรองหัวหน้ากลับประกาศกร้าวว่าจะโค่นล้มเงารัตติกาลเช่นเดียวกับตน

                   “ไหน ๆ มาถึงขั้นนี้แล้ว  บอกได้มั้ย  ว่านายเป็นใคร  ทำไมถึงจ้องเอาชีวิตฉันและพวกเงารัตติกาล”

                   แดเนียลทรุดร่างลงอย่างเหนื่อยหอบ  กลุ่มนักฆ่ารีดเค้นพลังใส่ SSS ของตนเพื่อเตรียมตัวปลดปล่อยพลังพิเศษ  พลังโจมตีจากนักฆ่าทุกคนกำลังพุ่งเข้าสังหารศัตรูใกล้ตายทั้งสอง

                   “ครอบครัวฉันถูกพ่อแกฆ่า  ทั้งพ่อแกและเงารัตติกาลคือศัตรูของฉัน”

                   คาซีเบิกตากว้าง  ความคับแค้นที่ครอบครัวถูกทำลายเขาเองย่อมรู้ดีกว่าใคร  ชายหนุ่มมองหน้าแดเนียลด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป  ภาพตัวเขาเองซ้อนทับบนร่างของนักฆ่าผมยาว

                   “ฉันยอมตายแทนพ่อ”  คาซีประกาศก้องจนแดเนียลหันขวับมามอง  “แต่ต้องหลังจากที่เงารัตติกาลถูกกวาดล้างไม่เหลือซาก”

                   แดเนียลมองลึกลงไปในดวงตามั่นคงของคาซี 

                   ไม่ต้องมีบทสนทนาต่อ

                   ไม่ต้องมีการต่อรอง

                   คำตอบปรากฏออกมาในรูปการกระทำแล้ว!!

                   “Newton’s Gravity!!!”

                   คาซีใช้พลังยกร่างตนเองและแดเนียลให้ลอยหลบพ้นพลังโจมตีนับสิบสายที่พุ่งซัดเข้าใส่  ทั้งอาวุธและกระแสพลังพุ่งผ่านด้านล่างไปอย่างฉิวเฉียด  เหล่านักฆ่าไม่คิดว่าทั้งสองที่ฟาดฟันกันจนเกือบตายบัดนี้กลับร่วมมือกันได้

                   กระบอกปืนดูดซับแรงโน้มถ่วงด้านล่าง  และยิงกระสุนพลังพิเศษของคาซีเข้าใส่กลุ่มนักฆ่าจนน้ำหนักของพวกมันเพิ่มขึ้นมหาศาลนอนกองกับพื้น ไม่อาจประคองร่างตัวเองให้ลุกยืนได้

                   กระดูกที่พันธนาการกระสุนคลายแรงบีบ  แดเนียลสามารถบังคับกระสุนให้เคลื่อนที่อย่างอิสระอีกครั้ง  ห่ากระสุนทั้งหมดลอยขึ้นปกคลุมท้องฟ้าก่อนที่คาซีจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่เหลืออัดแรงโน้มถ่วงใส่กระสุนทั้งหมดให้พุ่งลงพื้นด้วยความเร็วมหาศาล

                   โครงกระดูกผุดยื่นออกมาจากทั่วร่างหมายยึดจับลูกกระสุน  ขณะที่นักฆ่าบางคนแปรเปลี่ยนร่างตัวเองให้กลายเป็นเหล็กกล้า

                   ‘ฉึก ๆ ๆ ๆ ๆ!!!’

                   กระดูกแตกละเอียด  เหล็กกล้าถูกเจาะทะลุ  กระสุนสังหารที่ผสานแรงโน้มถ่วงทะลุทะลวงทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า  ต่อให้โลกนี้มีวัตถุที่แข็งกล้าทนทานเพียงใด  ก็ไม่อาจต้านทานพลังสังหารที่รุนแรงขนาดนี้ได้

                   นักฆ่าทั้งหมดตายคาที่ในพริบตา!!

                   แดเนียลสำนึกถึงเป้าหมายจนทำให้เขาได้สติ  ลำพังคาซีเพียงคนเดียวย่อมไม่ใช่อุปสรรคที่เขาจัดการไม่ได้  เขาจึงลืมความแค้นชั่วคราวและร่วมมือกับศัตรูเพื่อเป้าหมายอันยิ่งใหญ่

                   มือปืนหนุ่มประคองไหล่คาซีมุ่งหน้าเข้าสู่ปราสาทเงารัตติกาล 

                   สองคน  สองที่มา  สองความคิด  สองขั้วแห่งความต่าง

              แต่เป้าหมายของทั้งคู่กลับเหมือนกัน  คือการกำจัดหัวหน้าเงารัตติกาลคนปัจจุบัน...  วาร์ด  เยอร์มูห์!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[1] แอ็งกรีเบิดส์ (Angry Birds) วีดีโอเกมแนวลับสมอง พัฒนาโดยบริษัทโรวิโอโมไบล์ของประเทศฟินแลนด์


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น