อัปเดตล่าสุด 2021-09-11 10:25:29

ตอนที่ 20 คาซี VS แดเนียล

บทที่ 20  คาซี VS แดเนียล

 

                   เน็กเธอร์ยืนดูนาฬิกาข้อมือและชะเง้อคอมองถนนทางเข้าท่าเรืออย่างร้อนใจ  เขาจัดการฝูงตัวประหลาดซึ่งเป็นพลังพิเศษของศัตรูอย่างง่ายดาย  แต่นักฆ่าเจ้าของพลังกลับยังไร้วี่แววปรากฏตัว  ระหว่างเดินทางไปอเมริกาอาจถูกลอบโจมตีได้อีกทุกเมื่อ 

                   เสียงหวูดเรือดังลั่นจนฝูงนกทะเลตรงสะพานเทียบท่าแตกฮือบินสะบัดปีกสู่ท้องฟ้ากระจ่าง  คลื่นลมบางเบาทำให้ผืนน้ำเรียบสงบ  อากาศเย็นพัดผ่านจนหลายคนต้องกระชับเสื้อกันหนาวให้ห่มคลุมแนบร่างมากขึ้น  แสงแดดอ่อนไม่เป็นอุปสรรคของผู้คนที่ทั้งทำมาหากินและสัญจรในท่าเรือใหญ่แห่งนี้

                   “ทำไมซูอัลกับหนูเรแพนถึงได้ช้าขนาดนี้ล่ะจ๊ะ  คนสวยรอจนเซ็งแล้วเนี่ย”

                   ลอร่าที่นั่งตะไบเล็บอย่างไม่ทุกข์ร้อนยิ่งทำให้เน็กเธอร์หงุดหงิดจนแทบปรอทแตก

                   “หัดทุกข์ร้อนใจซะมั่งสิ  ยัยตุ๊ดยักษ์!!”

                   ลอร่าค้อนขวับ  แต่เมื่อเห็นดวงหน้างามของชายหนุ่ม  เขาก็ต้องอ่อนระทวย  คำด่าเมื่อครู่เข้าหูซ้ายและไหลผ่านรูหูข้างขวาอย่างง่ายดาย

                   แต่อารมณ์หงุดหงิดของเน็กเธอร์กลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ  เมื่อสายตาพลันสะดุดกับเด็กหญิงตัวเล็กในชุดกระโปร่งฟูจีบระบายที่สะดุดหกล้มบนทางเท้าฝั่งตรงข้ามถนน  เขารีบลุกมองซ้ายขวาเดินฝ่ารถที่วิ่งขวักไขว่ไปประคองเด็กน้อยอย่างเบามือ

                   “เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ สาวน้อย”

                   ดวงตาหวานเยิ้มไม่ต่างจากมองหญิงสาวทั่วไป  กระทั่งเด็กยังไม่วายติดนิสัยเดิมต้องหว่านเสน่ห์ใส่ 

                   “ฮือๆ ๆ  ตุ๊กตาของหนู”  เด็กน้อยร้องไห้สะอึกสะอื้นพลางชี้มือไปที่ถนน  ตุ๊กตาบาร์บี้ในชุดเจ้าหญิงนอนแผ่หราอยู่ตรงขอบถนน  รถที่วิ่งผ่านไปมาหวิดจะเหยียบตุ๊กตาตัวเล็กแตกเสียหาย  เน็กเธอร์ลูบหัวสาวน้อยอย่างเบามือก่อนโชว์มาดพระเอกเดินลงไปกลางถนน

                   เขายื่นมือขวางรถที่วิ่งมาด้วยความเร็ว  คนขับตะโกนด่าเป็นภาษารัสเซีย  แต่ชายหนุ่มไม่สนใจ  มือฉวยคว้าตุ๊กตาเจ้าหญิงจากพื้นถนนและเดินกลับไปหาเด็กน้อยที่มีสีหน้ายิ้มแย้มเมื่อเห็นของเล่นที่รักกลับสู่ครอบครอง

                   “อย่าทำเจ้าหญิงตกอีกนะจ๊ะ  เดี๋ยวเธอจะร้องไห้เอา”

                   เด็กน้อยรับตุ๊กตามาแนบแก้ม  สายตากลมแป๋วไร้เดียงสามองเน็กเธอร์ด้วยความขบขัน

                   “ที่ต้องร้องไห้น่ะ  คุณพี่ต่างหากล่ะคะ...”

                   ‘จุ๊บ!!’

                   เด็กหญิงประทับริมฝีปากชมพูของตุ๊กตากับแก้มของเธอ  ร่างของเน็กเธอร์พลันหดเล็กลงจนเหลือตัวไม่ถึงคืบ  เนื้อกายขาวกลับแข็งด้านกลายเป็นพลาสติก  แม้จะยังมีความรู้สึกนึกคิด  แต่ชายหนุ่มไม่อาจกระดุกกระดิกร่างกายได้

                   “ดีใจมั๊ยเพคะเจ้าหญิง  ในที่สุดเจ้าชายก็เสด็จมาซะที” 

                   มือเล็กคว้าตุ๊กตาเน็กเธอร์ขึ้นมาถือเคียงข้างตุ๊กตาเจ้าหญิง  สองมือแกว่งไปมาในอากาศราวกับจินตนาการว่าทั้งสองกำลังเต้นรำกันอยู่  หน้ายิ้มกว้างจนตาหยีไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับสิ่งที่ตนทำ 

                   ลอร่าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม  เห็นภาพเหตุการณ์อย่างละเอียด  เขาเอามือแนบอกพลางอุทานเสียงหลง  เด็กหญิงที่สามารถจัดการเน็กเธอร์ได้โดยง่ายย่อมเป็นหนึ่งในนักฆ่าแห่งเงารัตติกาล  ก่อนหน้านี้ตอนเจอศัตรูที่เป็นสัตว์ประหลาด  พลังพิเศษของตนไม่อาจใช้การได้ แต่หนนี้ลอร่าไม่ยั้งฝีมือ

                   เขาล้วงปากกาขนนกและสมุดจากกระเป๋าเสื้อ  สายตาเล็งตรงที่เด็กหญิงซึ่งดูทีท่าไม่รู้ตัวว่ามีศัตรูอยู่อีกคนหนึ่ง

                   “Bardolatry!!”

                   มือเขียนข้อความยุกยิกในสมุดปกหนัง  ถ้อยคำถูกถ่ายทอดเรียงร้อยเป็นประโยคอย่างบรรจงในหน้ากระดาษขาว  ลายมืองดงามสร้างตัวอักษรอ่อนช้อยพลิ้วไหวได้รูปทรง  จนเมื่อทิ้งด้วยด้วยจุดจบประโยค  พลังพิเศษจึงเริ่มทำงานทันที

                   เด็กหญิงวางตุ๊กตาลงอย่างไม่ไยดี  เธอลุกขึ้นยืนก่อนหันตัวเดินโงนเงนพ้นทางเท้า  รองเท้าขาวคู่เล็กเหยียบพื้นถนนหนา  รถทิ่วิ่งมาด้วยความเร็วเบรกดังเอี๊ยดก่อนไถลเล็กน้อยมาหยุดห่างหน้าเธอไม่ถึงนิ้ว  แต่กระนั้นเด็กน้อยก็ยังไม่สนใจ  ดวงตาสีฟ้าจางเหม่อลอยคล้ายไม่มีสติ  กระโปรงลายริ้วพลิ้วเป็นระบายเมื่อถูกลมพัดเป่า  เพียงเพราะเธอคนเดียวทำให้รถที่แล่นขวักไขว่ไปมาต้องหยุดชะงักให้เด็กน้อยข้ามถนน

 

                   ‘บัดนั้น  เจ้าหญิงน้อยผู้ไร้เดียงสาพลันวางของเล่นล้ำค่าลง  สองเท้าเยื้องย่างงามสง่าสมศักดิ์ราชวงศ์  หมู่มวลภมรบินว่อนราวกับเชื้อเชิญให้พระองค์ทรงเคลื่อนกายผ่านฝูงสัตว์น้อยใหญ่ที่ค้อมร่างเคารพ  พระองค์ชื่นชมบรรยากาศอย่างเพลิดเพลินก่อนหยุดยืนนิ่งตะลึงงันกับความงามเหนือคำบรรยายของนางฟ้าแห่งสวงสวรรค์’

 

              ข้อความที่ถูกเขียนลงในสมุดเล่มหนาเปรียบประดุจบทละครที่สั่งการให้ตัวละครต้องแสดงตาม  พลังพิเศษของลอร่าที่ได้รับจาก SSS ‘ปากกาขนนกของเชกสเปียร์’[1] สามารถบังคับให้ ‘บุคคล’ ที่ถูกหมายตา  แสดงละครตามบทบาทที่ตนเขียน  เมื่อครั้งที่เจอกับเรแพนครั้งแรก   เขาก็เขียนบทละครให้โจรกระชากกระเป๋าเอามีดแทงตัวเอง  นับเป็นความสามารถที่น่าสะพรึงกลัวจนเรียกได้ว่าแทบไร้ช่องโหว่

                   สองเท้าเดินเตาะแตะขึ้นจากถนนสู่ทางเท้าอีกฝั่ง  ร่างใหญ่โตของลอร่าเร้นกายเข้าสู่ด้านหลังกองตู้คอนเทนเนอร์บรรจุสินค้าที่ตั้งรอเตรียมบรรทุกยังเรือเที่ยวต่อไป  หากผู้ไม่มีธุระย่อมไม่เดินเข้ามายุ่มย่ามบริเวณนี้ 

                   ลอร่ายืนพิงตู้เหล็กอย่างใจเย็น  เด็กน้อยเดินตามเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าเขา  สายตาเย็นชาของชายร่างยักษ์แปรเปลี่ยนไม่เหมือนกับตอนอยู่กับเน็กเธอร์  สายตานี้สาดฉายเพียงความเย็นชาดุจไร้ซึ่งจิตใจ

                   “แกโชคร้ายเองนะ  นังเด็กน้อย”

                   เชือกเส้นหนาที่วางม้วนกองระเกะระกะถูกหยิบยกขึ้นมาพันแน่นกับมือ  เด็กน้อยตากลมแป๋วไม่รู้สึกถึงอันตรายที่กำลังมาถึงตัว  ลอร่าม้วนพันเชือกรอบคอเล็กช้า ๆ พลางเหลือบซ้ายขวา  ข้อมือเกร็งแน่นจนเส้นเลือดโปน  เพียงกระตุกวูบเดียวลำคอเรียงเล็กก็จะหักอย่างง่ายดาย

                   “ปล่อย ‘เรลน่า’เดี๋ยวนี้นะ”

                   เสียงหวานปานนกไนติงเกลดังจากด้านบนตู้คอนเทนเนอร์  ลอร่าหันเงยขึ้นไปมองแล้วก็ต้องยกมือขึ้นมาป้องตาเนื่องจากแสงอาทิตย์แรงกล้าแยงสายตาพร่าเลือน  เงาจุดเล็กพุ่งลงมาอย่างรวดเร็วบนผมหยิกลอนยาวเหมือนรังนก  มือเล็กที่ทำจากพลาสติกกำทึ้งผมสีทองจนหลุดติดมาเป็นกระจุก

                   “โอ๊ย!! เจ็บนะ  อะไรกันเนี่ย”

                   ลอร่าใช้มือใหญ่หนาปัดป่ายที่ผม  แต่ร่างเล็กกลับเคลื่อนไหวปราดเปรียว  มือคว้ากำผมยาวต่างเชือกโหนตัวกระโดดขึ้นไปเกาะบนบ่าของเด็กน้อยที่ยังยืนเคลิบเคลิ้มไม่ได้สติ

                   ริมฝีปากเรียวบางจุมพิตที่แก้มของเด็กน้อย  พริบตาก่อนที่ลอร่าจะรู้ตัว  ร่างใหญ่ก็กลับหดเล็กลงราวกับลูกโป่งถูกปล่อยลม  พลังพิเศษของนักฆ่าน้อยทำงานเป็นหนที่สอง

                   “อ๊ะ!!”

                   เรลน่าเพิ่งได้สติ  เธอมองตุ๊กตาชายในชุดระบายแล้วย่นหน้า  ก่อนจะหันไปถาม ‘บาร์บี้’ ตุ๊กตาสาวในชุดเจ้าหญิง

                   “ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

                   “พลาดท่าโดนพลังพิเศษศัตรูเล่นงานน่ะสิ”

                   เสียงที่ตอบกลับเป็นเสียงชายหนุ่มในชุดเสื้อคลุมตัวยาว  ‘เยลซิท ไซเอล’ นักฆ่าผู้เชื่อมต่อจิตวิญญาณของวอลต์ ดิสนีย์เขาเดินเข้ามาในช่องแคบระหว่างคอนเทนเนอร์  มือถือ ‘ตุ๊กตาเน็กเธอร์’ ก่อนโยนไปกองคู่กับตุ๊กตาลอร่า 

                   “เรลน่าไม่ได้โดนเล่นงานซะหน่อย  เรลน่าแค่..  แค่..  แค่หลอกให้ศัตรูตายใจ  เห็นมั้ยล่ะ  เรลน่าจัดการศัตรูได้สองคนเลย”

                   เด็กหญิงระล่ำระลักพูดเพราะไม่อยากให้ชายหนุ่มโกรธ  แต่เยลซิทไม่เพียงไม่ตำหนิ  เขาเอามือยาวขยี้ผมสีบลอนด์สั้นเบา ๆ

                   “เก่งนี่”

                   เรลน่ายิ้มแป้น  เธอก้มลงเก็บตุ๊กตาชายทั้งสองตัวใส่กระเป๋า  แม้จะรู้อยู่แล้วว่า SSS ‘บาร์บี้ของรูธ’[2] สามารถทำให้ผู้ที่สัมผัสตุ๊กตาของเธอเปลี่ยนสภาพเป็นตุ๊กตาได้หลังจากที่เธอเอาบาร์บี้ตัวน้อยจุมพิตแก้มตัวเอง  และเธอก็ยังรู้อีกว่าที่บาร์บี้ของเธอเคลื่อนไหวได้เพราะพลังพิเศษ ‘Animation’ ของเยลซิท  แต่เรื่องราวระหว่างที่ถูกลอร่าควบคุมอยู่เด็กสาวกลับไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเลยสักนิด

                   ร่างเล็กเดินตามนักฆ่าหนุ่มขึ้นเรือสำราญเพื่อล่องสู่ดินแดนที่ได้รับขนานนามว่าเป็นพรมแดนสุดท้ายของโลก‘อแลสก้า’

 

                   ทิวสนใหญ่ทอดตัวยาวเรียงรายสุดลูกหูลูกตา  ภูเขาสีน้ำตาลแซมขาวจากหิมะตั้งตระหง่านเป็นฉากหลังตัดกับท้องฟ้าสีครามอ่อน  ลมหอบไอเย็นจากทะเลสาบที่เกิดจากน้ำแข็งบนภูเขาละลายไหลมารวมกัน  แผ่นน้ำสีเขียวมรกตใสสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นประกายสมชื่อ ‘Emerald Lake’

                   คาซีวักน้ำในทะเลสาบดื่มอย่างกระหาย  ความหนาวเหน็บยังฝังในร่างไม่คลาย  แต่จิตใจกลับร้อนรุ่ม  ไม่รู้ว่าป่านนี้เพื่อนอีกสี่คนจะเป็นอย่างไรบ้าง  สมองคิดหาทางอย่างหนักเพื่อให้สามารถติดต่อกับทุกคนได้  แต่ทรัพย์สินทั้งหมดลอยหายไปกับน้ำเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้คาซีจึงเหลือเพียงตัวเปล่า  ไร้ซึ่งหนทางจะทำตามที่ต้องการ

                   ขณะที่อีกฟากหนึ่งของทะเลสาบ  บ้านพักหลังเล็กถูกจับจองไว้สำหรับชายหญิงที่ภายนอกดูเหมือนนักท่องเที่ยว  แต่คงไม่มีใครคาดคิดว่าทั้งสองคือผู้มีพลังพิเศษซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นถึงรองหัวหน้าของกองโจรชื่อก้องโลก

                   เซราห์ถูกขังไว้ในบ้านไม้ริมทะเลสาบ  แม้บรรยากาศภายนอกหน้าต่างจะสวยงามเพียงใด  แต่ความงามนั้นไม่อาจซึมซาบสู่หัวใจของหญิงสาวได้เลย  เธอเอาหูแนบประตูที่ถูกลงกลอนจากด้านนอกเพราะแดเนียลออกไปหาซื้ออาหาร  เสียงที่ลอดผ่านมีเพียงเสียงน้ำไหล  ลมพัดกิ่งสนเอนไหว  และนกที่ร้องตอบโต้กันราวกับจะสนทนา

                   นก... 

                   จริงสิ!!

                   เซราห์จ้องมองนกนางนวลปีกยาวที่บินจากริมน้ำราวกับเพ่งกระแสจิต  นกตัวใหญ่สะบัดปีกเปลี่ยนทิศจากที่ตั้งใจโผลงมาเกาะระเบียงไม้ชานบ้านที่ยื่นลงไปในทะเลสาบ  เธอฉีกแขนเสื้อตัวในออกเป็นริ้ว  ก่อนหาปากกาที่วางอยู่ในบ้านเขียนเป็นข้อความและยื่นมือลอดผ่านช่องหน้าต่างแคบ ๆ ออกไปผูกกับขานกนางนวล

                   แม้ไม่มีถ้อยคำ  แต่สายตาที่ส่งผ่านถึงกันก็สามารถสื่อใจให้นกตัวนี้ทำตามที่ต้องการ  ภาพใบหน้าชายหนุ่มทั้งสี่ที่อยู่ในสมองเซราห์  ถ่ายทอดสู่สมองของนกนางนวลราวกับเชื่อมโยงกันได้  ปีกสะบัดเบา ๆ ก่อนพาร่างทะยานขึ้นฟ้า

                   เซราห์มองตามอย่างตั้งความหวัง  แต่เสียงปลดกลอนประตูทำให้เธอต้องรีบกลับมานั่งบนเก้าอี้ตัวยาว  แขนเสื้อสเวตเตอร์ถูกดึงจนเกือบคลุมทั้งมือเพื่อปกปิดรอยขาดของแขนเสื้อตัวใน 

                   แดเนียลเดินเข้าบ้านพร้อมของกินถุงใหญ่  เขาวางถุงบนโต๊ะและเลื่อนไปไว้ตรงหน้าหญิงสาว  ตนเองยืนกอดอกพิงผนังเหมือนรูปปั้น 

                   “กินซะ”

                   แต่เซราห์ยังนิ่งเฉย  เธอทำเพียงก้มหน้ามองพื้นไม่กล้าสบตานักฆ่าหนุ่ม

                   “อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำสอง  จะกินเองหรือจะต้องให้จับยัดปาก”

                   ประโยคนี้ทำให้เซราห์ต้องรีบยัดแซนด์วิชเข้าปาก  ไม่ใช่เพราะกลัว  แต่เพราะไม่อยากให้ชายหนุ่มเข้ามาใกล้จนทำให้โรคกลัวผู้ชายกำเริบหนักขึ้นอีก

                   แม้จะถูกคุมขัง  แต่ห้วงความหวังกลับลอยละลิ่วไปพร้อมนกนางนวลตัวนั้นเรียบร้อยแล้ว

 

                   เนินดินไม่สูงนักสองเนินในป่ารกข้างทางถูกกลบทับอย่างดี  ผมและซูอัลทอดอาลัยมองราวกับจะจ้องทะลุลงไปใต้ผิวดินให้เห็นร่างของสองสามีภรรยาผู้ต้องมารับเคราะห์เพราะพวกเรา  ความรู้สึกผิดบาปกัดกินหัวใจจนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่  ซูอัลมีสีหน้าเศร้าหมองแตกต่างจากปกติ

                   พวกเราเดินลัดสุมทุมพุ่มไม้เข้าสู่ถนน  รถเบนซ์ที่จอดอยู่เป็นเพียงพาหนะเดียวที่จะพาเราไปสู่ท่าเรือได้  ไม่มีคำพูดหรือบทสนทนาใดเกิดขึ้นตลอดทาง  ท้องฟ้าผลัดสีจากทึบทึมในช่วงเวลาเช้ามืดเป็นสีฟ้าจาง ๆ  เบนซ์คันเก่าแล่นผ่านถนนอย่างโดดเดี่ยวราวกับรับรู้ถึงบรรยากาศเศร้าสร้อย 

                   พลังเรียกอุกกาบาตของคาซี  กับพลังพิเศษของคนอื่นที่ซูอัลเพิ่งใช้ไป  ทำให้ผมรู้แล้วว่าพลังพิเศษสามารถพัฒนาได้อีกระดับ  และระดับที่สองก็เป็นพลังที่ร้ายกาจจนยากจะจินตนาการถึง  ไม่อยากคิดว่าหากเงารัตติกาลมีศัตรูแข็งแกร่งขนาดใช้พลังขั้นปลดปล่อยได้  การต่อสู้ข้างหน้าจะยากเย็นแค่ไหน

                   แล้วผมล่ะ...

                   พลังตารางแสงของผมยังทำอะไรได้มากกว่านี้อีกหรือเปล่า...

                   และถ้าผมสามารถใช้พลังขั้นที่สองได้  พลังของผมจะเป็นแบบไหนกันนะ...

                   เพราะอดนอนมาทั้งคืน  กับอากาศเย็นสบายในรถ  ทำให้ผมผล็อยหลับไปไม่รู้ตัว

 

                   นกนางนวลขาวกางปีกยาวกว่าลำตัวสะบัดเบา ๆ  ลมพัดแรงบนท้องฟ้าไหลผ่านใต้ปีกเอียงทำมุมพยุงร่างสัตว์ปีกไว้ให้ลอยค้างกลางอากาศโดยไม่ต้องออกแรงต่อเนื่อง  ขนปลายปีกสีดำขลับต้องดวงอาทิตย์เป็นมันวาว 

                   แม้จะเป็นเพียงสัตว์  แต่มันกลับรับรู้ความต้องการของหญิงสาวที่ส่งผ่านมาถึงจิตใจ  ภาพใบหน้าของชายหนุ่มที่ไม่เคยพบประทับตรึงในสมองไม่ลืมเลือน

                   เซราห์จัดได้ว่าเป็นบุคคลพิเศษ  ความสามารถในการสื่อสารกับสัตว์  ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดให้พวกมันเข้าใจ  นับเป็นความสามารถเหนือมนุษย์ที่เธอทำได้ตั้งแต่เด็กโดยไม่ได้เกิดจากการใช้พลังพิเศษที่เชื่อมต่อกับ SSS 

                   อาจเป็นเพราะคลื่นวิญญาณที่ตรงกับชาร์ล ดาร์วิน อันกล้าแข็งนั้นมีมาตั้งแต่เกิด  จึงทำให้เธอพัฒนาความสามารถนี้ได้ตั้งแต่ก่อนจะพบเจอดวงวิญญาณเขาผ่านฟอสซิล  หากวัดเฉพาะระดับความเชื่อมโยงของจิตวิญญาณ  เซราห์นับได้ว่าเป็นผู้มีคลื่นวิญญาณเข้มแข็งที่สุดในบรรดาเหล่าผู้เชื่อมต่อ

                   ปีกขาวโผบินมุ่งหน้าทางตะวันตก  ความตั้งใจแรกของมันคือบินข้ามมหาสมุทรไปยังรัสเซียเพื่อนำข้อความที่ถูกผูกติดกับขาส่งต่อให้ชายทั้งสี่ที่เป็นเป้าหมาย 

                   แต่สายตาเฉียบคมพลันสะดุด  ปีกกระพือเปลี่ยนทิศพาร่างบินวกกลับไปยังฝั่งตรงข้ามกับความตั้งใจ  ชายหนุ่มที่ยืนพิงต้นสนอย่างเหนื่อยล้าช่างมีใบหน้าเหมือนกับหนึ่งในสี่ที่ภาพทรงจำในสมองฉายออกมา

                   นกนางนวลกระพือปีกต่อเนื่อง  สายลมแรงไม่เป็นอุปสรรคในการเคลื่อนไหว  ไม่นานมันก็โผลงมายืนอยู่เบื้องหน้าชายเป้าหมาย

                   ดวงตาสีดำเล็กจิ๋วเหมือนอัญมณีจ้องมองใบหน้าซีดเซียว  วินาทีแรกคาซีไม่สนใจนกนางนวลที่กระโดดวนเวียนรอบตัว แต่เมื่อสายตาสะดุดกับบางสิ่งที่ถูกผูกติดกับขา  และท่าทางที่แปลกผิดปกติของสัตว์เดรัจฉาน  เขาจึงก้มตัวลงไปแกะผ้าขาวที่พันรอบขานกอยู่

 

                   ‘ฉันถูกจับมาขังไว้ที่บ้านริมทะเลสาบมรกตในแวนคูเวอร์

                                                                                    เซราห์

 

                   ไม่ต้องสงสัยเลย  คนที่สามารถสื่อสารและใช้งานให้สัตว์ทำเรื่องแบบนี้ได้มีเพียงเซราห์เท่านั้น  คาซีหันมองฝั่งตรงข้ามทะเลสาบ  บ้านพักหลังใหญ่น้อยตั้งเรียงรายเป็นแถบริมฝั่งน้ำ  สายตาคมปลาบวาวโรจน์อย่างอำมหิต

                   ร่างไร้เรี่ยวแรงพลันตั้งเหยียดตรงพร้อมจิตสังหารที่ปะทุออกมาอย่างมหาศาล

 

                   ดวงตาสีเทามองลอดม่านบางเบาที่สะบัดพลิ้วในบ้านพักแต่ละหลัง  ร่างเร้นกายเงียบเชียบ  เสื้อตัวยาวสะบัดพลิ้วตามจังหวะการเคลื่อนตัว  แม้สองขาจะอ่อนล้าโรยแรงแต่จิตใจร้อนรุ่มกระตุ้นให้ร่างไม่หยุดเคลื่อนไหว

                   ลมหายใจขาวขุ่นพ่นผ่านจมูกเพราะอุณหภูมิต่ำเกือบติดลบ  บ้านพักที่ตั้งเป็นทิวแถวมีหลายสิบหลัง  บางหลังนักท่องเที่ยวส่งเสียงครึกครื้นร่าเริงเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์  บางหลังปิดลงกลอนจากภายนอก  หากให้ไล่หาจนครบทุกหลังคงใช้เวลาทั้งวัน 

                   ชายหนุ่มสบถอย่างหงุดหงิด

                   แต่เมื่อสายตาเหลือบมองสิ่งที่เคลื่อนไหวกลางอากาศ  นกนางนวลตัวขาวบินวนเป็นวงกลมเหนือทะเลสาบมรกตเหมือนส่งสัญญาณ  ก่อนโผบินตัดลมหนาวผ่านหลังคาสีเขียวนับสิบไปทางตะวันตก  คาซีวิ่งตามไปอย่างรวดเร็ว  จนเมื่อสัตว์ปีกโผร่อนลงเกาะชายคาบ้านพักหลังที่อยู่ด้านท้ายเกือบสุดแนว  คาซีจึงหยุดวิ่งและล้วงไปกำกิ่งแอปเปิ้ลแน่น

                   ‘ปัง!!!’

                   กระสุนปืนพุ่งแหวกอากาศจากทิศทางตรงกันข้ามกับบ้านเป้าหมาย  คาซีไม่แม้แต่จะเหลือบตามอง

                   “Newton’s Gravity!!!”

                   แรงโน้มถ่วงตกกระแทกใส่ห่ากระสุนจนน้ำหนักเพิ่มขึ้นนับสิบเท่า  กระสุนตะกั่วตกวูบลงติดพื้นดินจมลึกไปเกือบเมตร

                   ‘ตึก.. ตึก..  ตึก’

                   รองเท้ากระทบพื้นดินแข็งเบา ๆ  ร่างสูงโปร่งก้าวเดินช้า ๆ แต่แฝงด้วยความมุ่งร้าย  แดเนียลกำปืนสองกระบอกในมือแน่น  สายตาคมปลาบจ้องแผ่นหลังของชายผู้มาเยือน

                   “หนึ่งในผู้เชื่อมต่อสินะ”

                   คาซีไม่หันหลังกลับไปมอง  แค่สัมผัสจิตสังหารที่แผ่พุ่งเข้าใส่ก็รู้ได้ทันทีว่าศัตรูที่เผชิญหน้าไม่ใช่ระดับธรรมดา  นิ้วดีดดังพร้อมพลังพิเศษที่กระแทกใส่ตำแหน่งที่แดเนียลยืนอยู่

                   แต่รองหัวหน้าเงารัตติกาลใช่จะไร้ฝีมือ  เพียงเห็นพลังพิเศษของคาซีครั้งเดียวก็รู้ว่าคู่ต่อสู้ใช้พลังรูปแบบไหน  สองเท้าดีดตัวพาร่างถอยหลังวูบหลบเลี่ยงตำแหน่งโจมตี  ก่อนนิ้วรัวเข้าโกร่งไกส่งกระสุนนับสิบลูกพุ่งเข้าหาคาซี

                   คราวนี้กลับเป็นคาซี  ที่ต้องเคลื่อนกายหลบบ้าง  แม้ความเร็วของมนุษย์ไม่อาจหลบเลี่ยงกระสุนที่ยิงไปได้พ้น  แต่คาซีที่สัมผัสถึงวินาทีสังหารจึงฉากตัวหลบก่อนที่แดเนียลกระหน่ำยิง  กระสุนพุ่งเฉียดสีข้างไปเล็กน้อย  ก่อนถูกกดกระแทกด้วยแรงโน้มถ่วงจนหล่นร่วงบี้ติดพื้นทุกนัด

                   ร่างหันกลับไปประจันหน้ากับคู่ต่อสู้  หนึ่งผู้นำเหล่าผู้เชื่อมต่อ  อีกหนึ่งรองหัวหน้าแห่งเงารัตติกาล  แม้ไม่รู้ว่าคู่ต่อสู้เป็นใครแต่ทั้งสองคนไม่มีใครกล้าผลีผลามเพราะประเมินความสามารถของอีกฝ่ายได้จากจิตสังหาร

                   “แล้วอีกสามคนที่เหลือล่ะ  มาคนเดียวแบบนี้ถ้าตายไป  ใคร จะ ฝัง ศพ ให้ แก!!”

                   “ไม่ต้องห่วง..  ศพของแก ไม่ เหลือ ซาก ให้ ฝัง หรอก!!”

                   พลังพิเศษถูกปลดปล่อยพร้อมกัน  แดเนียลและคาซีเคลื่อนหลบพลางจู่โจม  กระสุนปืนชุดที่เหลือทั้งหมดระดมยิงใส่  ขณะที่แรงโน้มถ่วงพุ่งกระแทกรัวจนพื้นยุบเป็นวงนับสิบจุด  แดเนียลที่ว่องไวกว่าหลบรอดการโจมตีได้ทั้งหมด  ส่วนคาซีเองเมื่อเห็นกระสุนเคลื่อนเข้าใกล้ก็ใช้แรงโน้มถ่วงพุ่งกระแทกใส่พื้นจนกระสุนสังหารไม่อาจสัมผัสร่างได้  หากดูจากสถานการณ์ตอนนี้ฝีมือของทั้งคู่ไม่แตกต่างกัน

                   คาซีไม่อยากเสียเวลา  สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ทำให้ไม่แน่ใจว่าจะใช้พลังพิเศษได้ต่อไปอีกนานแค่ไหน  เขาตั้งใจปิดฉากอย่างรวดเร็ว

                   “Newton’s Gravity!!!”

                   แรงโน้มถ่วงพุ่งจากด้านล่างยกร่างแดเนียลลอยหวือ  ก่อนแรงโน้มถ่วงอีกชุดจะกดลงจากด้านบน  ตรึงแดเนียลให้ลอยค้างกลางอากาศ  เพราะเข้าใจผิดคิดว่าพลังพิเศษของคาซีคือการกดกระแทก  จึงทำให้แดเนียลไม่ทันระวังการโจมตีจากด้านล่าง

                   คาซีมองแดเนียลราวกับมดปลวก  เงารัตติกาลทุกคนคือศัตรูที่ต้องกำจัดให้สิ้นซาก  ไม่จำเป็นต้องแสดงความเมตตาเห็นใจกับศัตรูของพ่อ

                   แต่ลึก ๆ ในใจคาซีกลับกังวล  ใบหน้าไม่ตระหนกของชายผมยาวที่ถูกพันธนาการร่างทำให้คาซีแปลกใจ  เพียงแค่กระสุนจากปืนสองกระบอกไม่น่าสร้างแรงกดดันให้เขาได้มากมายขนาดนี้  พลังพิเศษของศัตรูย่อมมีความลับซ่อนอยู่แน่

                   และเพราะประสบการณ์การต่อสู้ที่ผ่านมา  ทำให้คาซีสัมผัสได้ถึงอันตรายที่คาดไม่ถึง  ร่างเคลื่อนถอยหลังก่อนสมองจะสั่งการ  กระสุนปืนพุ่งจากใต้พินขึ้นถากหน้าอกเป็นทางยาว  เสื้อปริแยกเป็นสองส่วนเผยมัดกล้ามในร่างผอมบาง

                   สายตาเบิกโพลงอย่างรู้ตัว  พลังพิเศษของคู่ต่อสู้คือการควบคุมกระสุนให้เคลื่อนไหวได้  กระสุนนัดแรกที่เขาใช้พลังกดทับเอาไว้กลับอาศัยแรงโน้มถ่วงของคาซีมุดผืนดินร่วนซุยและชอนไชราวกับไส้เดือนโผล่ออกมายังตำแหน่งที่คาซียืนอยู่ในปัจจุบัน 

                   และเมื่อนัดแรกหลุดรอด  นัดที่เหลือย่อมตามมาติด ๆ!!

                   พื้นถนนถูกเจาะเป็นรูนับสิบ  ก่อนห่ากระสุนจะพุ่งจากด้านล่าง  คาซีแม้รู้ตัวก็ช้าไป  ร่างกายที่เคลื่อนหลบกระสุนสังหารนัดแรกไม่อาจเปลี่ยนทิศทางกลางอากาศกะทันหัน  ทางเดียวที่จะหยุดยั้งห่ากระสุนได้มีเพียง...

                   ‘ตูม!!!’

                   แรงโน้มถ่วงกดกระแทกลงมายังตำแหน่งที่เขายืนอยู่  คาซีถูกกดจนแบนติดพื้น  เช่นเดียวกับกระสุนที่ถูกผลักดันให้กลับลงไปใต้ผืนดินไม่อาจโผล่ออกมาทำร้ายเขาได้ 

                   หนึ่งถูกตรึงกลางอากาศ..  แดเนียลรู้ดีว่าแม้เขากระดิกนิ้วยิงกระสุนออกไปตอนนี้  กระสุนที่เหลือในรังเพลิงย่อมถูกตรึงค้างไม่อาจพุ่งไปสังหารศัตรูได้

                   หนึ่งถูกตรึงกับพื้น..  คาซีเองก็ไม่อาจสลายพลังพิเศษที่กดร่างเขาอยู่เช่นกัน  เพราะหากทำเช่นนั้น กระสุนใต้พื้นดินที่กระดิกสั่นอย่างกระหายย่อมพุ่งทะลุร่างเขาพรุนแน่

                   พลังที่กินกันไม่ลงราวกับเรื่องเล่าดาบที่ฟันทุกอย่างขาดกับโล่ที่ป้องกันได้ทุกอย่าง  หากเพียงพริบตาที่พลั้งพลาด  ย่อมหมายถึงชีวิต

                   และดูเหมือนทั้งคู่จะรู้ถึงสถานการณ์  พลังพิเศษถูกสลายพร้อมกัน  แรงโน้มถ่วงปลดปล่อยร่างแดเนียลเป็นอิสระ  เช่นเดียวกับกระสุนปืนใต้พื้นที่คาซีนอนอยู่หยุดเคลื่อนไหว  ชายสองคนรีบฉากตัวถอยห่างจากกันเพื่อตั้งหลัก 

                   แววตาอำมหิตของคาซีปะทะแววตาวาวโรจน์ของแดเนียลไม่ลดละ  ร่างกายทั้งคู่ไม่ไหวติงราวกับหุ่นขี้ผึ้ง  ทั้งกระแสลม  กระแสน้ำ  การเคลื่อนไหวของเหล่านกแมลงล้วนไม่อยู่ในความสนใจของทั้งคู่ 

                   และเป็นแดเนียลที่ลงมือก่อน..

                   กระสุนที่เหลือถูกยิงผ่านปากกระบอกปืนแม็กนั่ม  แต่ทิศทางที่พุ่งตรงไปไม่ใช่ตำแหน่งที่คาซียืนอยู่  วินาทีแรกคาซีไม่ใช้พลังพิเศษหยุดกระสุนเพราะเป้าหมายไม่ได้พุ่งมาที่ตน  แต่เมื่อหันขวับมองตามลูกกระสุน  คาซีต้องตะลึงจนแทบทำอะไรไม่ถูก

                   เพราะตำแหน่งที่กระสุนพุ่งไป  คือหน้าต่างไม้บานหนาของบ้านพักที่บุกระจกสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ เป็นช่องมอง  กระสุนพุ่งตรงเข้าใส่บานกระจก  และเป้าหมายย่อมไม่พ้นคนที่อยู่ในบ้านเล็กหลังนั้น

                   “เซราห์!!!”

                   ไกลเกินระยะโจมตี  พลังพิเศษของคาซีมีระยะจู่โจมจำกัด  กระสุนที่เคลื่อนออกห่างจากร่างไม่อาจถูกแรงโน้มถ่วงหยุดยั้งได้ 

                   ‘เพล้ง!!’

                   และความเงียบงันครู่หนึ่งก็ถูกกลบทับด้วยเสียงตะโกนก้องของคาซี

                   “ไอ้สารเลว!!!”

                   พลังพิเศษปลดปล่อยอย่างรุนแรง  แรงโน้มถ่วงมหึมาที่รุนแรงที่สุดที่เขาเคยใช้พุ่งกดกระแทกยังตำแหน่งที่แดเนียลยืนอยู่ 

                   แต่แดเนียลรอจังหวะนี่อยู่แล้ว

                   “Absorption!!”

                   ปืนสองกระบอกยกชูขึ้นท้องฟ้า  ภาพการโจมตีหลายครั้งของคาซีฝังอยู่ในสมองจนแดเนียลรู้จังหวะตกกระแทกของแรงโน้มถ่วงดี  พลังพิเศษอย่างที่สองที่คาซีไม่ล่วงรู้ถูกใช้เพื่อดูดซับแรงโน้มถ่วงเข้าสู่กระบอกปืน   

                   Desert Eagle .50AE สองกระบอกสั่นระริก  ประกายแสงสีเทาอาบไล้ราวกับมันยินดีปรีดาที่ได้ลิ้มรสชาติของแรงโน้มถ่วง  แดเนียลลดแขนลงยังตำแหน่งเป้าหมายก่อนลั่นไกสังหาร

                   “ปลดปล่อย!!”

                   แรงโน้มถ่วงแผ่พุ่งอย่างรวดเร็ว  คาซีที่ยังงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงไม่อาจเคลื่อนกายหลบเลี่ยงหรือตอบโต้ได้ทันท่วงที  พลังพิเศษที่หมายสังหารแดเนียลกลับถูกย้อนกลับมาโจมตีตนเอง  หากโดนอัดกระแทกด้วยพลังรุนแรงมหาศาลขนาดนี้  กระดูกทั่วร่างย่อมป่นละเอียดแน่นอน

                   ดวงตาเบิกค้าง  ร่างแข็งเกร็ง  วินาทีก่อนตายไหลวูบเข้าสมองอย่างแช่มช้าราวกับเวลาถูกหยุด  แม้มองไม่เห็นรูปร่าง  แต่พลังที่คุ้นเคยซึ่งอยู่กับตนมาโดยตลอดย่อมทำให้คาซีคาดเดาห้วงเวลาที่ร่างจะถูกบดขยี้ได้ดี 

                   “คาซี!!”

                   เสียงเล็กใสดังเรียกชายหนุ่มพร้อมร่างที่ถูกฉุดกระชาก  สายลมพัดผ่านกระทบเบื้องหลังเย็นเฉียบ  วินาทีแรกคาซีคิดว่าวิญญาณของตนหลุดลอยจากร่าง  แต่เมื่อสายตายังเห็นภาพศัตรูแห่งเงารัตติกาลอยู่เบื้องหน้าและห่างออกไปอย่างรวดเร็ว  เขาจึงรู้สึกตัวว่าตนเองที่เป็นฝ่ายถูกยกร่างลอยถอยหลังหลบกระสุนแรงโน้มถ่วงไปได้อย่างเฉียดฉิว

                   ใบหน้าหันกลับไปมองร่างบอบบางที่ใช้แส้แสงสีเขียวสว่างเรืองรองช่วยชีวิต  แล้วสายตาที่เปี่ยมด้วยความอำมหิตก็คลายลง

                   “เธอ..”

                   เซราห์สะบัดแส้แสงเบามือ  ร่างของคาซีลอยลงพื้นอย่างนุ่มนวล  เส้นแสงยาวเหมือนเชือกไหลวนพันรอบแขนสองข้างของเธอราวกับงูตัวยาว  หากแต่เพียงมันไม่มีชีวิต

                   นับเป็นโชคของเซราห์  ที่เป้าหมายของแดเนียลไม่ใช่เธอ  นักฆ่าเพียงแค่ต้องการยั่วโทสะคาซีให้ใช้พลังพิเศษเต็มแรงเพื่อดูดซับและปลดปล่อยออกมาเป็นพลังโจมตีสวนกลับ  แดเนียลจึงเล็งเป้าที่กระจกหน้าต่างเท่านั้น 

                   แม้คาซีจะไม่รู้  แต่เซราห์ที่เฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านบานกระจกกลับรับรู้ถึงอันตรายของเพื่อนร่วมทางเป็นอย่างดี  ไม่รู้เพราะเหตุใดเธอจึงมั่นใจว่าแดเนียลไม่ฆ่าเธอแน่  กระสุนที่พุ่งเข้าหาบ้านพักจึงต้องแฝงด้วยจุดประสงค์บางอย่าง  ภาพพลังพิเศษอย่างที่สองที่เคยใช้เมื่อครั้งสู้กับผู้ใช้พลังแสง ‘รีเมอร์ ไมอัส’ ฉายขึ้นมาในห้วงทรงจำ 

                   หญิงสาววิงวอนต่อนกนางนวลตัวใหญ่ที่ยังคงเกาะอยู่บนคานเฝ้ารอไม่ไปไหน  เจตจำนงถูกส่งผ่านทำให้นกตัวขาวบินโผสู่ต้นไม้พุ่มใหญ่และใช้จงอยปากคีบงับเถาวัลย์เส้นยาวออกมาส่วนหนึ่ง  ก่อนจะบินกลับมาที่หน้าต่าง 

                   ช่องเล็กพอสอดมือได้เพียงพอให้นิ้วมือเรียวขาวสัมผัสเศษเถาวัลย์  พลังพิเศษของเซราห์ทำงานทันที  เซลล์จากเถาวัลย์ไหลซึมผ่านร่างกายก่อกำเนิดแส้เถาวัลย์แสงพันรอบแขนสองข้าง  เธอรีบสะบัดแส้ทำลายบานประตูไม้หนาแตกเป็นสองเสี่ยง  ก่อนสะบัดแส้รัดพันร่างของคาซีเพื่อช่วยชีวิตชายหนุ่มได้ทันเวลา

                   “ปลอดภัย.. ใช่มั้ยคะ”

                   แม้การตัดสินใจจะรวดเร็วกล้าหาญ  แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าชายหนุ่มเซราห์กลับพูดตะกุกตะกักอย่างไม่มั่นใจเหมือนเดิม

                   คาซีพยักหน้า  แววตาผ่อนคลายลงอย่างมากเมื่อเห็นว่าหญิงสาวยังมีชีวิตอยู่ 

                   แต่ทั้งสองกลับต้องสะดุ้งเฮือก  เมื่อแรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งจากร่างของศัตรูที่ยืนห่างออกไปไม่ไกลนัก

                   “เธอบอกว่า..  หมอนั่นชื่ออะไรนะ”

                   แดเนียลตะคอกเซราห์  ใบหน้าดุดันราวมัจจุราชช่างน่าสะพรึงกลัวจนเซราห์หน้าซีด  แม้เธอจะอยู่กับเขามาระยะหนึ่งและรับรู้ว่าเขาคือนักฆ่าแห่งเงารัตติกาล  แต่หญิงสาวกลับไม่รู้สึกถึงอันตรายจากชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย  แตกต่างจากครั้งนี้หน้ามือเป็นหลังมือ

                   คาซีที่รอดชีวิตมาไม่ยอมประมาทอีก  เขาตั้งใจทุ่มพลังพิเศษทั้งหมดเต็มที่เพื่อจัดการศัตรู

                   “ฉันชื่อ  คาซี  มีอา  จำชื่อคนที่ฆ่าแกไว้ให้ดีล่ะ”

                   ชื่อถูกประกาศก้องอย่างไม่กลัวเกรง  แต่นั่นกลับกระตุ้นความรู้สึกส่วนลึกที่ถูกกดทับมาตลอดชีวิตให้ปะทุระเบิดออกมา

                   ภาพความทรงจำในอดีต  ใบหน้าพ่อและแม่  เสียงหวีดร้องของทุกคนบนเรือสำราญ  ครอบครัวอันอบอุ่นที่ถูกทำลาย  น้องสาวเป็นเจ้าหญิงนิทรา  วินาศกรรมทุกอย่างอยู่ภายใต้เงาของอดีตหัวหน้าเงารัตติกาล ‘ทริมิดา มีอา’

                   เป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้มีนามสกุลเดียวกันและยังเป็นหนึ่งในผู้เชื่อมต่อ  จะไม่เกี่ยวพันกับทริมิดา  คาซีย่อมต้องผูกพันกับศัตรูผู้ทำลายครอบครัวของเขาทางสายเลือดไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

                   “คาซี  มีอา...”

                   แดเนียลกัดฟันกรอด  “แก...   ตายซะ!!!!!”

                   กระสุนปืนที่ถูกสลายพลังกลับสั่นไหวก่อนบินว่อนในอากาศดุจผึ้ง  เพราะเป้าหมายยังไม่ถูกจัดการ  พวกมันจึงยังไม่หมดหน้าที่  ห่ากระสุนนับสิบพุ่งเข้าใส่คาซีรวดเร็วปานจรวด

                   แรงโน้มถ่วงแผ่พุ่งจากด้านบนและล่าง  คาซีเคยพลาดมาแล้วในครั้งแรก  คราวนี้เขาจึงเลือกที่จะ ‘ตรึง’ กระสุนไว้กลางอากาศ แทนที่การ ‘กดทับ’

                   ร่างชายหนุ่มเคลื่อนเข้าใกล้แดเนียลซึ่งบัดนี้ไร้กระสุนปืน  พลังพิเศษโจมตีกดทับนักฆ่าหนุ่ม  แต่แดเนียลจับทางได้ทั้งหมด  ทุกตำแหน่งที่ถูกกระแทกจนพื้นยุบเป็นหลุม  แดเนียลสามารถเคลื่อนตัวหลบได้ก่อนราวกับมีตาอยู่ด้านบน

                   ท่อนขายาวเหวี่ยงฟาดใส่คาซี  ชายหนุ่มเอียงตัวถอยหลังหลบวูบก่อนดีดนิ้วบังคับแรงโน้มถ่วงจากด้านล่างกระแทกแดเนียลอย่างจัง

                   ‘วูบ!!’

                   แดเนียลคอยจังหวะอยู่แล้ว  สองขาเกร็งรับการกระแทกและใช้แรงโน้มถ่วงต่างแท่นสปริง  ดีดร่างของตัวเองให้ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงราวนกอินทรี  แสงอาทิตย์แรงกล้าถูกดูดซับเข้าสู่กระบอกปืนด้วยพลังพิเศษก่อนที่นิ้วเรียวจะลั่นไกยิงลำแสงสว่างวาบลงมาเบื้องล่าง

                   เพียงแค่แสงอาทิตย์ไม่อาจมีพลังทำลายให้คาซีได้รับบาดเจ็บ  แต่ที่แดเนียลต้องการคือการทำลายประสาทการมองเห็นศัตรูชั่วครู่  ซึ่งลำแสงวงกว้างก็ได้ผล  คาซีถูกแสงซัดเข้าตาจนดวงตามืดดับไปชั่วขณะ  มือยกป้องและขยี้ตาทันที 

                   ‘เปรี้ยง!!!’

                   ส้นเท้าถีบกระแทกที่ไหล่คาซีอย่างจัง  ความเร็วในการตกเพิ่มความรุนแรงให้การโจมตีขึ้นเป็นสองเท่า  เสียงเป๊าะเบา ๆ บอกให้รู้ว่ากระดูกไหล่คาซีหลุดจนทำให้แขนตกลู่ห้อยผิดรูป  ชายหนุ่มร้องอย่างเจ็บปวดทรมาน

                   สายตาแดเนียลวาวโรจน์ราวกับมัจจุราช  ไม่มีแม้เศษเสี้ยวความเมตตา  ความแค้นทั้งหมดที่สะสมมานานนับสิบปีกำลังจะถูกชำระในวันนี้ 

                   ท่อนขาเหวี่ยงฟาดซ้ำเข้าไปที่ไหล่ขวาข้างที่หลุดอยู่  คาซีที่มองเห็นได้เลือนรางไม่อาจป้องกันการโจมตีได้ทัน  ร่างชายหนุ่มกระเด็นไปกระแทกผนังไม้ของบ้านพักจนยุบแตกเป็นรู  ก่อนที่ตกลงมานอนหมอบกับพื้น

                   แดเนียลกำปืนสองกระบอกแน่น  กระสุนในมือไม่มีเหลือ  แต่เพียงแค่เรี่ยวแรงก็สามารถเด็ดชีพศัตรูปางตายได้ไม่ยาก 

                   “ปลดขีดจำกัด..  สปิริต”

                   เสียงพึมพำจากร่างที่กองอยู่บนระเบียงบ้านไม้  กิ่งแอปเปิ้ลเรืองแสงวาววาบ  เมฆที่เคลื่อนคล้อยลอยเอื่อยพลันถูกแรงลมกระชากปลิวจนท้องฟ้าเปิด  กระแสลมรุนแรงราวพายุพัดกระหน่ำ  คลื่นน้ำกระจายเป็นวงกว้างราวกับคลื่นในทะเล  หยาดหยดสีเขียวมรกตกระเพื่อมเป็นวงคล้ายอากาศบิดเบี้ยว

                   Meteo Strike!!!”

                   แดเนียลตกตะลึงจนการเคลื่อนไหวหยุดชะงัก  ภาพการเปลี่ยนแปลงของท้องฟ้าทำให้ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นไปมอง  และสิ่งที่เห็นก็ทำให้ยิ่งตกใจหนักขึ้นไปอีก

                   อุกกาบาตขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเกือบเมตรพุ่งตกลงมาด้วยความเร็วมหาศาล  แรงเสียดสีเผาไหม้จนหินจากนอกโลกติดไฟลุกโชติช่วง  เพราะการควบคุมแรงโน้มถ่วงด้วยพลังระดับปลดขีดจำกัด  ทำให้อุกกาบาตไม่ถูกเผาไหม้จนหมดก่อนจนตกลงสู่พื้นโลก  หินก้อนนั้นยังคงรักษาสภาพและขนาดของมันเพื่อมุ่งทำลายล้างศัตรูให้สิ้นซาก

                   เพียงสองเท้าที่ก้าววิ่งไม่อาจหลบรอดการตกกระทบของก้อนอุกกาบาตได้  แดเนียลไม่มีทางเลือกจึงตัดสินใจยกปืนสองกระบอกคู่ใจขึ้นฟ้า  เหงื่อซึมตกไหลจากขมับแต่สีหน้าแดเนียลไม่แปรเปลี่ยน  หากหลบรอดจากพลังโจมตีร้ายกาจนี้ไปไม่ได้  ชีวิตพ่อและแม่ต้องตายไปโดยที่ยังไม่ได้รับการทวงคืน  แดเนียลไม่อาจจบชีวิตลงที่นี่

                   “Absorption!!!”

                   Desert Eagle .50AE สั่นระรัว  ยิ่งเมื่อแรงโน้มถ่วงพุ่งเข้ามาใกล้เท่าไหร่  มือสองข้างยิ่งแทบประคองไม่อยู่  สิ่งที่ปืนดูดซับได้มิใช่ก้อนอุกกาบาต  หากแต่เป็นพลังแรงโน้มถ่วงที่พุ่งกดทับลงมาเท่านั้น  ยิ่งพลังคู่ต่อสู้มหาศาลมาเท่าไหร่  การปลดปล่อยย่อมรุนแรงตามไปมากเท่ากัน 

                   พลังระดับปลดปล่อยสปิริตถูกแดเนียลใช้พลังพิเศษที่สองดูดไว้ในกระบอกปืน  ชายผมยาวลั่นไกยิงแรงโน้มถ่วงขึ้นต้านอุกกาบาตทันที  กระแสพลังสองทิศทางตรึงหินจากท้องฟ้าค้างกลางอากาศ  บรรยากาศบิดเบี้ยวจนทุกสิ่งรอบตัวปลิวกระจัดกระจายเป็นวงกว้าง  บ้านไม้ที่ตั้งเรียงรายอยู่ถูกลมกระหน่ำพัดจนแผ่นไม้หลุดปลิวทีละแผ่น  นักท่องเที่ยวบางคนเพิ่งรับรู้ถึงเหตุการณ์ผิดปกติวิ่งหนีตายจ้าละหวั่น  บางคนถูกลมซัดลอยตกทะเลสาบส่งเสียงโหยหวนอย่างน่าเวทนา

                   แดเนียลเหงื่อซึมทั่วร่าง  แรงโน้มถ่วงจากปากกระบอกปืนยันค้างใส่อุกกาบาตที่พยายามฝืนต้านกระแสพุ่งเข้าใส่  ร่างเกร็งนิ่ง  แขนยึดค้างต้านรับพลังอย่างไม่คิดชีวิต  แดเนียลคิดถึงภาพความตายของพ่อแม่ก็ต้องระเบิดพลังเฮือกใหญ่ออกมา

                   “ย้ากกกกกกก!!!”

                   สองมือเหวี่ยงสะบัดพลังจากกระบอกปืนให้หันเหทิศทางตกกระทบของอุกกาบาตลงสู่ทะเลสาบ  หินก้อนใหญ่ตกวูบลงผืนน้ำสีมรกตอย่างรุนแรง           

                   ‘ซูมมม!!!!’          

                   น้ำยุบตัวเป็นหลุมลึก  ก่อนที่วงน้ำจะแผ่ขยายออกรอบทิศทางสร้างกระแสคลื่นยักษ์ซัดถาโถมเข้าใส่ชายฝั่ง  บ้านพักที่ตั้งเรียงรายถูกแรงดันน้ำรื้อถอนจนหักโค่นก่อนถูกซัดเข้ากระแทกฝั่งจนแตกพังเสียหายเป็นท่อนไม้ชิ้นเล็กชิ้นน้อย  ผู้คนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก  ไม่มีใครคาดคิดว่าทะเลสาบเงียบสงบจะมีมหาคลื่นคร่าชีวิตพวกเขา  ภาพความเสียหายสร้างความสลดใจต่อผู้พบเห็นในภายหลังเป็นอย่างมาก

                   เพียงไม่นาน  กระแสน้ำเริ่มไหลกลับคืนสู่ทะเลสาบ  ทิ้งไว้เพียงคราบความชื้นเปียกและเศษซากความเสียหายเหลือคณานับ

                   ผมยาวเปียกลู่  แจ็คเก็ตชุ่มน้ำจนหนาหนัก  แม้สองขาจะอ่อนแรงเพราะฝืนใช้พลัง  แต่ประกายความแค้นยังคั่งฝังแน่นเต็มอก  แดเนียลยกปืนสองกระบอกในมือดูก็ต้องใจหาย  เมื่อปืนเหล็กกล้ามีรอยแตกร้าวเป็นทางยาวจนไม่อาจใช้งานได้เนื่องจากฝืนรับพลังที่เกินขีดจำกัด  เขาเก็บมันใส่ซองปืนด้วยความอาลัย  ความแค้นถูกเพิ่มขึ้นในบัญชีอีกหนึ่งอย่าง

                   คาซีถูกน้ำพัดไปติดอยู่ต้นไม้ใหญ่  สองขาถูกเป้าหมายของชีวิตฉุดรั้งให้พาร่างตัวเองเดินฝ่าดินชื้นจนเกือบเป็นโคลน  สมองของแดเนียลบรรจุไว้เพียงคำเดียวคือ..  ‘ฆ่า’

                   แท่งไม้แหลมที่ถูกน้ำซัดมาปักกับพื้นดินแฉะถูกถอนออกมากระชับในมือแน่น  แดเนียลยืนเหนือร่างศัตรูคู่อาฆาต  เขาไม่รู้ว่าบัดนี้ทริมิดาอยู่ที่ใด  แต่หากมันรับรู้ถึงการตายของญาติตนเอง  มันจะต้องรู้สึกเหมือนกับที่เขารู้สึก

                   สองมือกำง้างแท่งไม้ขึ้นเหนือศีรษะ  ก่อนจะพุ่งปักลงมาที่หน้าอกของคาซี

                   ‘กึก!!’

                   มือเรียวพลันชะงัก  เมื่อร่างเล็กถลันพุ่งมาบังร่างคาซีไว้

                   “เธอ..  ถอยไป!!”

                   เซราห์กางสองแขนเพื่อปกป้องชายหนุ่ม  สายตาเด็ดเดี่ยวมองแดเนียลอย่างตัดพ้อ

                   “หากจะฆ่าเขา..  คุณต้อง..  ฆ่าฉันก่อน”

                   แดเนียลกัดฟันกรอด  ความแค้นที่ฝังแน่นกำลังจะถูกสะสาง  ต่อให้เทวดามาฉุดรั้งก็ไม่สามารถหักห้ามการทำตามเป้าหมายของตนได้

                   “ฉันบอกให้ถอยไป!!”

                   “ไม่!!”

                   เซราห์ปราศจากความกลัว  เธอเคยสูญเสียเพื่อนรักที่สุดในชีวิตไปแล้ว  ตอนนี้เธอจะไม่ยอมสูญเสียเพื่อนไปต่อหน้าต่อตาอีก

                   มือกำแท่งไม้แน่นจนคมไม้บาดเลือดไหลซึม สายตาเพชฌฆาตเปล่งประกายก่อนเสือกแท่งไม้พุ่งเข้าใส่เต็มแรง

                   ‘ฉึก!!!!’

                   ......

                   ......

                   เซราห์เบิกตาค้าง  ไม้แหลมพุ่งเฉียดใบหูเธอไปก่อนจะปักลงในผืนดินนุ่มเฉียดร่างของคาซีไม่ถึงคืบ  หญิงสาวหายใจกระตุกมองตามร่างชายผมยาวที่หันหลังเดินจากไปด้วยอารมณ์แค้นคั่ง  เสียงที่ลอยกลับมาบ่งบอกถึงสายใยแห่งความรู้สึกที่ดีเพียงชั่วข้ามคืนได้ขาดสะบั้นลง

                   “ฉันเคยถูกเธอช่วยเอาไว้  ครั้งนี้ถือว่าเราไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว  ถ้าเจอกันอีกคราวหน้าฉันคงไม่ลังเลที่จะ ‘ฆ่า’ เธอ”

                   รองหัวหน้าแห่งเงารัตติกาลเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกเศร้าหมองที่เกิดขึ้นในใจของเซราห์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[1] วิลเลียม เชกสเปียร์ (William Shakespeare) กวีและนักเขียนบทละครชาวอังกฤษ

[2] รูธ แฮนด์เลอร์ (Ruth Handler) นักธุรกิจหญิงชาวอเมริกัน ผู้ให้กำเนิดตุ๊กตาบาร์บี้


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น