อัปเดตล่าสุด 2021-07-20 11:25:49

ตอนที่ 7 เผชิญหน้า

บันทึกหมายเลข 5

24 ตุลาคม 1943

...

เช้าที่หนาวเหน็บได้มาเยือนอีกครั้งหนึ่ง แม้ไม่มีหิมะตกในวันนี้แต่อากาศก็ยังเย็นจัดอยู่ดี เสียงลมที่เสียดสีกับต้นสนส่งเสียงหวีดร้องจนน่าขนลุก นอกหน้าต่างห้องนอนของผมมีเพียงอาคารห้องขังที่น่าหดหู่เรียงยาวต่อกันนับสิบหลังตั้งอยู่บนพื้นหิมะหนาสีขาว หลังจากผ่านคืนที่ทรหดมาแล้วผมก็ตื่นขึ้นมารับลมเย็นๆ ในยามเช้าบนระเบียงชั้นล่างพร้อมกาแฟร้อนแก้วหนึ่ง

ก่อนที่ทันใดนั้นผมจะได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งฝ่าหิมะเข้ามาหาผมด้วยความเร็ว ผมสะดุ้งโหยงแล้วรีบวางแก้วกาแฟลง หรี่ตาเพ่งมองดูดีๆ ปรากฏให้เห็นร่างของชายหนุ่มในโค้ตยาวสีดำกำลังตรงมาทางผม ผมก็จ้องเขากลับด้วยสีหน้ามึนงงไม่แพ้กัน ก่อนที่ผมจะระลึกได้ว่านั่นไม่ใช่ใครไปนอกจากไอวาร์เลย

"ท่านครับ ท่านครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว"

ชายหนุ่มวิ่งมาหยุดข้างหน้าผมอย่างเหนื่อยหอบ หลังจากที่เมื่อคืนดันเล่นวิ่งหายไปเฉยๆ ทิ้งผมให้เลือดไหลอาบหน้าอยู่ข้างๆ รถของมัน ในที่สุดไอวาร์ อาดเลอร์ก็กลับมาอีกครั้งให้ผมด่าสักที

"นี่เมื่อวานแกไปไหนมา?! ทำฉันกลิ้งตกรถเลือดไหลแบบนี้แล้วคิดจะหนีไปเฉยๆ เลยเหรอ!" ผมชิงด่าไอวาร์ก่อนฝ่ายแรกโดยไม่ได้ฟังว่าเขากำลังจะพูดเรื่องอะไร "บอกเหตุผลที่มันน่าฟังมาว่าทำไมฉันยังไม่ควรเตะก้นนาย"

ทันทีที่ไอวาร์เห็นผมกำลังหงุดหงิดเขาก็รีบก้มหัวขอโทษก่อนทันที แววตาเว้าวอนของเขาใช้ได้ผลอีกเช่นเคย จะว่าไปเขาก็คงยอมรับผิดแล้วว่าทิ้งให้คนเจ็บเดินกลับบ้านพักเองแล้วคนเจ็บก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกลเลย ยืนอยู่ต่อหน้าแล้วด้วย แต่ผมก็โกรธเขาไม่ลงหรอก มันคงต้องมีเรื่องที่จำเป็นจริงๆ ถึงกล้าทิ้งผมไปได้ คิดได้แบบนั้นผมเลยยอมให้ไอวาร์ขึ้นมานั่งที่ระเบียงคุยกันด้วยกันแทน

"เอ่อ...ท่านจำเรื่องที่ผมบอกเมื่อวานได้รึเปล่าครับ?" ทหารหนุ่มนั่งห้อยขาเอามือกุมเข่าข้างหนึ่งไว้

ส่วนผมก็ยังยืนจิบกาแฟร้อนต่อเหมือนเดิม "เรื่องอะไร?"

"เรื่องที่ผมบอกว่าจับเจ้าหนวดยักษ์นั่นขังไว้ในห้องรมแก๊สเก่าๆ ได้แล้ว..." ไอวาร์ถูมือไปมาด้วยความประหม่า "...คือว่าเมื่อคืนหลังจากที่เราสองคนแยกกันไป ผมตัดสินใจที่จะไปเช็กดูอีกครั้งว่ามันยังอยู่ดีรึเปล่าเพราะตอนที่เราขับรถกลับมาหนึ่งในหนวดที่ไล่เรามามุดหิมะหนีเข้าไปในค่าย"

"เป็นไปได้มั้ยว่ามันมาหาอีกตัวที่ผมขังไว้? มันอาจจะเป็นคู่กันก็ได้"

ไอวาร์หยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาเงียบและจ้องตรงไปด้วยสายตาว่างเปล่าเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง เอาเป็นว่าคุณเคยเห็นแมวเวลาที่มันนั่งนิ่งๆ จ้องอะไรบางอย่างไหมล่ะ? นั่นแหละไอวาร์ตอนนี้ บอกตามตรงมันทำให้ผมขนลุกได้ในระดับหนึ่งเลย

"ไอวาร์? " ผมใช้ปลายเท้าสะกิดที่หลังอีกฝ่าย "พระเจ้าช่วย...หยุดจ้องได้แล้ว น่าขนลุกเป็นบ้า"

ผมยืนจิบกาแฟต่อในความเงียบที่น่าอึดอัด แล้วจู่ๆ หน้าของนายทหารหนุ่มก็ถอดสี เขารีบลุกขึ้นทันทีก่อนจะหันมาเรียกผมอย่างตื่นตระหนก

"ท่านครับ! เราต้องรีบไปแล้ว" น้ำเสียงที่ร้อนรนเร่งให้ผมต้องตามไป

"อะไรของแกเนี่ย ไปเองสิ!" ผมยังคงยืนกอดอกอยู่ที่เดิมก่อนที่จะโดนดึงข้อมือลากไปด้วย "เฮ้ย! ไอ้บ้านี่"

ทั้งผมและไอวาร์วิ่งกันมาเรื่อยๆ จนถึงเขตห้องรมแก๊ส เพียงแต่ครั้งนี้เขาพาผมวิ่งมาทางเปลี่ยวแทน มันเป็นซอยเล็กๆ ท้ายค่ายที่พวกเจ้าหน้าที่ชอบเอาขยะมาทิ้งกัน ทั้งกลิ่นเน่าและคาวเลือดลอยฟุ้งทั่วบริเวณ พื้นหิมะที่นี่เป็นสีน้ำตาลเทาหม่นๆ จากน้ำขยะที่ไหลซึมตลอดทางและในที่สุดเราก็มายืนหน้าห้องเก่าๆ ห้องหนึ่ง มันหน้าตาเหมือนห้องรมแก๊สที่ไม่ได้ถูกใช้งานมานาน ทั้งคราบสกปรกและสภาพบ่งบอกว่าแทบไม่มีใครเคยเข้ามาดูแลเลย ประตูเหล็กบานใหญ่ข้างหน้าถูกเปิดอ้าไว้เผยให้เห็นห้องข้างในที่มีแต่รอยเลือดแห้งๆ

ผมเดินเข้าไปดูใกล้ๆ และพบกับร่างนักโทษที่ถูกฉีกออกเป็นสองท่อน ทิ้งให้เครื่องในไหลกระจายออกมาเต็มบริเวณส่งกลิ่นเน่าเหม็นอย่างแรงเรียกหนอนแมลงวันออกมาชอนไช ทำผมผงะจนต้องถอยออกมาก่อน

"นี่มันหมายความว่าอะไร" ผมถามไอวาร์ที่อยู่ข้างนอกไป

"ม..มันหนีไปได้ครับ" ทั้งมือและขาของไอวาร์สั่นอย่างเห็นได้ชัด เขายังจำได้อยู่เลยว่าล่าสุดที่เขาไปดูเมื่อวาน ห้องนี้มันก็ยังปิดมิดชิดไม่มีแม้แต่หนูวิ่งออกมาได้ แต่ในตอนนี้ทั้งประตูที่เปิดอ้ากว้างกับซากศพก็บ่งบอกสถานการณ์หมดแล้ว

"ผมนึกว่ามันจะตายแล้ว...ผมสาบานได้ว่าเมื่อวานผมวางยาสลบมันแล้วนะ!!"

ไอวาร์ทิ้งตัวนั่งบนพื้นหิมะข้างหน้าอย่างกังวลใจ มือสองข้างกุมหมวกเหล็กของตนไว้แล้วนั่งโยกไปมา ผมส่ายหัวเล็กน้อยและเดินเข้าไปยืนข้างๆ

"เราไม่ฆ่ามันไอวาร์...อย่าลืมสิ มันช่วยจัดการเรื่องศพนักโทษได้อย่างดีเลย จะไม่ดีกว่าเหรอถ้าเอามันไปใช้ประโยชน์?" เราเสนอความคิดไปแต่มันก็ไม่ได้ทำให้ไอวาร์หยุดกังวลได้เลย เขาคงคิดว่าเราคงไม่สามารถควบคุมสัตว์ประหลาดทรงพลังแบบนั้นได้หรอก เก็บไว้บางทีมันอาจย้อนกลับมาทำร้ายเราได้

"ท่านคิดแบบนั้นจริงๆ เหรอครับ? ท่านอยากเก็บมันไว้เหรอ"

ผมถอนหายใจยอมรับไป "มันก็มีข้อดีอยู่บ้างแหละถ้าควบคุมมันได้"

ผมลูบคางเหนื่อยๆ คิดว่าถึงเจ้าหนวดประหลาดจะหนีไปได้ก็คงเข้าไปในป่าตามเดิมเลยจะไปหาอะไรกินในโรงอาหารแทน แต่ไม่ทันจะได้ก้าวเท้าออกไปเราทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงจากในป่า สายตาก็เหลือบไปเห็นรอยเลือดสีเข้มไปทางยาวตั้งแต่หน้าประตูเข้าไปในป่าสน ทำให้ทั้งผมและไอวาร์หันมามองหน้ากันเองโดยไม่ได้นัดหมายและรอยยิ้มปรากฏบนหน้าของเด็กหนุ่มทันที

"อย่าแม้แต่จะคิดเชียวนะไอวาร์ อาดเลอร์..." ผมกระซิบ "...จับมาแต่เลี้ยงมันไม่ได้ก็ไม่ต้องเอามา"

แต่คำพูดของผมก็เหมือนลมที่ผ่านหูไอวาร์ไป เจ้าหมอนั่นลุกขึ้นแล้วลากแขนผมวิ่งทางเข้าป่าตามรอยเลือดไปในทันที ทางในป่ามีแต่ต้นสนที่หักโค่นเต็มพื้นไปหมดเหมือนว่าต้องมีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่มาวิ่งชนอย่างแรง ยิ่งเราวิ่งเข้าไปลึกขึ้นรอยเลือดที่หยดเป็นทางยาวก็ยิ่งเข้มขึ้นและสดขึ้นเหมือนมันเพิ่งหยดลงมาเมื่อครู่นี้

แล้วไอวาร์ก็หยุดยืนอยู่หน้าซากกวางที่อยู่บนพื้น มันถูกบางอย่างทำร้ายจนปางตาย รอบตัวมันมีเพียงบ่อเลือดและแมลงวัน ทหารหนุ่มย่อตัวลงข้างๆ และมองเจ้ากวางที่กำลังจะตาย มันกำลังร้องครางเบาๆ ด้วยความเจ็บปวด ในใจคงคิดว่าไอวาร์เป็นเหมือนยมทูตที่กำลังจะมารับวิญญาณของมันไปสู่ภพภูมิที่ดีกว่า ชายหนุ่มลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบปืนของเขาขึ้นมาจบความทรมาณของเจ้ากวางเสีย

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวแกก็หายเจ็บแล้วล่ะ..." สิ้นเสียงของไอวาร์ เจ้ากวางที่นอนอยู่ก็แน่นิ่งไปในทันใด แม้เจ้ากวางจะพ้นทุกข์ไปแล้วแต่ดูเหมือนว่าการกระทำของไอวาร์จะทำให้อะไรหลายๆ อย่างแย่ลง แน่นอนว่าเสียงปืนที่ดังสนั่นลั่นป่าจะต้องเรียกอะไรบางอย่างที่เรายังไม่อยากเจอตอนนี้มาแน่

"ไอวาร์! พระเจ้าช่วย" ผมเอามือปิดหูไว้แทบไม่ทัน เสียงปืนเมื่อครู่ทำหูผมดับไปพักใหญ่เลย แต่ในขณะที่ผมกำลังจะหันไปด่าไอวาร์เสียงของสิ่งที่อยู่ใต้หิมะก็หยุดผมไว้ก่อน

"สวบ..."

"สวบ..."

"กึก..."

"..."

ทั้งผมและไอวาร์เงียบพร้อมกันก่อนจะตัดสินใจหยิบปืนลูเกอร์ขึ้นมาป้องกันตัวไว้เผื่อว่าต้องเผชิญหน้ากับอะไรก็ตามในป่าแห่งนี้ เราทั้งสองยืนหันหลังชนกันเอง ไม่มีคำพูดใดถูกส่งผ่านระหว่างเรา ในตอนนี้เสียงเดียวที่ผมได้ยินคือเสียงหัวใจตัวเองกำลังเต้นอย่างแรง...

และทันใดนั้นเสียงของสัตว์ประหลาดจากขุมนรกก็ดังขึ้นอีกครั้ง ตรงหน้าของสองเราปรากฏให้เห็นหนวดรยางค์สีแดงเข้มตวัดขึ้นมาจากหิมะอย่างดุร้าย หนึ่งในหนวดที่โผล่ขึ้นมาตวัดขาของไอวาร์จนหงายหลังไป ผมไม่รอช้ายิงไปที่หนวดข้างนั้นทันที

"ปัง!" ผมเรียกความสนใจจากสัตว์ประหลาดมาได้ ทำให้ตัวไอวาร์สามารถลุกขึ้นได้อีกครั้งและคว้าปืนของตัวเองยิงสวนกลับไป ฝ่ายสัตว์ประหลาดเองก็หลบหลีกกระสุนของผมไปได้หลายนัดโดยการมุดหิมะหนีและโผล่มาอีกทีข้างตัวผม มันใช้หนวดข้างหนึ่งรัดขาผมไว้และเริ่มชอนไชตามตัว ด้วยความรังเกียจและตกใจผมจึงยิงไปที่หนวดมันเต็มๆ สองนัด

มันสะดุ้งถอยกลับไปในหิมะด้วยความโมโหและพุ่งตรงไปที่ไอวาร์แทน เด็กหนุ่มที่ทำตัวไม่ถูกจึงได้ยิงปืนออกไปจนกระสุนหมดแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรสัตว์ประหลาดได้เลย เพราะทันทีที่ลูกตะกั่วฝังเข้าไปในผิวลื่นๆ มันซึมก็หายไปเลย

เจ้าสัตว์ประหลาดร่างใหญ่ใช้หนวดอันทรงพลังของมันหยิบตัวไอวาร์ขึ้นจากพื้น ระหว่างที่ตัวชายหนุ่มกำลังลอยขึ้นฟ้าผมก็สังเกตได้ว่ามีอะไรตกลงมาด้วย

"ไอ้แท่งนี้มันระเบิดนี่หว่า?" ผมพูดกับตัวเองขณะที่กำลังหลบการโจมตีเจ้าร่างยักษ์อยู่ ก่อนที่จะกระโดดกลิ้งตัวไปเก็บระเบิดที่หล่นเพื่อใช้จัดการสัตว์ประหลาดนี่แทน

"เอาเลยครับท่าน! ปาใส่มันเลย"

ไอวาร์ตะโกนร้องเรียกขณะที่กำลังดิ้นรนทั้งต่อยทั้งเตะรยางค์สีแดงของเจ้าหนวดให้ปล่อยร่างของเขาแต่ก็ไม่เป็นผล มันกลับยิ่งรัดแน่นขึ้นเสียอีก ผมจึงจำเป็นต้องวิ่งเข้าไปใกล้กับเจ้าหนวดเพื่อที่จะได้ใช้ระเบิดได้ จังหวะที่ผมดึงสลักและกำลังจะปาออกไปจู่ๆ ทุกๆ อย่างก็ช้าลง มือไม้ผมแข็งทำอะไรไม่ถูก ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว มันเป็นความน่ากลัวที่อธิบายออกมาไม่ได้ ผมเหมือนเป็นแค่ลูกไก่ในกำมือไร้ทางสู้ แต่ในวินาทีของความเป็นความตายผมจะถอยกลับตอนนี้ไม่ได้

คิดได้แล้วระเบิดในมือจึงถูกเขวี้ยงออกไปใส่โคนหนวดของเจ้าสัตว์ประหลาด แรงระเบิดทำให้ร่างของไอวาร์ตกลงมาจากความสูง 3 เมตร และนั่นทำให้แขนเขาหัก แต่อย่างน้อยเจ้าหนวดก็ยอมปล่อยตัวไอวาร์ แต่นั่นยิ่งทำให้ร่างยักษ์อารมณ์เสียขึ้นไปอีก มันเหวี่ยงเส้นหนวดแหว่งๆ ไปทั่ว

"ท่านครับ! รีบหนีไป ทิ้งผมไว้ที่นี่แหละ" ไอวาร์กัดฟันพูดพลางพยุงร่างตัวเองขึ้น ผมที่เพิ่งตั้งสติได้จึงได้วิ่งข้ามไปหาเขาอีกฝั่งให้เร็วที่สุด แต่ไม่ทันที่ไอวาร์จะลุกขึ้นได้ก็โดนหนวดข้างหนึ่งรัดที่ข้อเท้าจับขาลากตัวไปกับพื้นหิมะทันที ผมรีบหาอาวุธที่จะใช้ต่อสู้จากบริเวณนี้แต่มันก็ไม่มีอะไรที่ใช้ได้ผลเลยสักอย่าง ผมจึงทำได้แค่วิ่งตามร่างของสัตว์ประหลาดนั่นไป

แต่บางอย่างก็ทำให้ผมต้องหยุด...

เมื่อจู่ๆ เจ้าหนวดปีศาจนั่นโผล่ออกมาจากพื้นหิมะ เผยให้เห็นร่างที่แท้จริงของมัน...ผมจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นตอนนั้น แต่ผมรู้แค่ว่ามันเป็นสิ่งที่ทำให้ผมกลัวมากที่สุด ผมแทบเข่าทรุดเมื่อเห็นมัน นึกโกรธแค้นในใจว่าทำไมความกล้าหาญที่เคยปฏิญาณไว้กับหน่วยเอสเอสหายไปไหนกันหมด ทำไมผมถึงยอมสยบให้กับสิ่งที่เห็นตรงหน้าแล้วปล่อยให้ไอวาร์โดนจับตัวไป ในขณะที่ทหารหนุ่มกำลังร้องขอความช่วยเหลือจากผม

ทำไมผมถึงช่วยเขาไม่ได้?

ผมอ่อนแอเกินไปงั้นเหรอ หรือว่าผมเป็นแค่ไอ้ขี้ขลาดกันแน่?

...

ผมทำอะไรไม่ถูก ขาทั้งสองข้างแข็งทื่อก้าวไม่ออก ยังไม่สามารถรวบรวมความคิดตัวเองได้ว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น บางทีผมก็ภาวนาขอให้เรื่องทั้งหมดนี้เป็นแค่ฝันและตื่นขึ้นมาบนเตียงที่บ้าน...แต่ผมทำไม่ได้

เสียงของทหารหนุ่มผู้ซื่อสัตย์ที่ร้องอย่างเจ็บปวดยังคงหลอกหลอนผมอยู่ตลอดเวลา

ผมเดินเท้ากลับมาตามรอยเลือดจนมาถึงเขตของค่ายกักกันไววาร่า สภาพเหมือนเพิ่งตกเขามา ทุกก้าวที่ผมเดินเหมือนถูกรั้งไว้ตลอดเวลา ผมเหนื่อย ผมหิว ผมกลัว...ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมแค่อยากกลับไปนอนแล้วอยากให้ทุกอย่างเป็นหมือนเดิมในวันพรุ่งนี้


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น