อัปเดตล่าสุด 2021-07-20 09:45:58

ตอนที่ 5 ห้องรมแก๊ส

บันทึกหมายเลข 4

23 ตุลาคม 1943

...

หิมะสีขาวที่ตกลงมาปรอยๆ อยู่เป็นครั้งเป็นคราวในช่วงเช้านี้พอแสดงให้รู้ว่าหน้าหนาวได้เข้ามาเยือนเอสโตเนียเต็มที่แล้ว แต่คำว่าหน้าหนาวที่ผมว่าคืออุณหภูมิที่นี่ติดลบตลอดเวลาต่างจากที่เยอรมันที่ในช่วงตุลาคม ผมยังออกมาเดินเล่นในสวนสาธรณะได้อยู่เลย ดังนั้นผมจึงวางแผนว่าในช่วงที่อยู่ในประเทศนี้ผมจะใช้เวลาอยู่ข้างในอาคารให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

แต่เข้ามาได้จริงๆ ความคิดนั้นก็ขัดขวางโดยทหารหนุ่มที่ไหนไม่รู้ซะก่อน

ไอวาร์ อาดเลอร์ได้โผล่มาทำลายความสงบถึงหน้าต่างห้องนอนแต่เช้า โดยการเอาปืนเคาะกระจกซ้ำๆส่งเสียงดังน่ารำคาญปลุกผม แต่แค่นั้นยังไม่พอ เขายังเรียกให้ผมออกไปข้างนอกเพื่อคุยเรื่องไร้สาระทั้งที่รู้ว่าอุณหภูมิตอนนี้หนาวจนจะก้าวขาไม่ออก

ตอนที่เขาเรียกผมไปคุย นอกจากเครื่องแบบสีเทาแล้วผมก็ใส่แค่เสื้อคลุมสีเทาตัวยาวทับไปอีกชั้นแล้ววิ่งลงตามลงไปถึงอีกฝั่งของตึกด้วยความรีบร้อน คิดว่ามันจะเป็นเรื่องด่วน บอกได้เลยว่าเสื้อคลุมนั่นกันอากาศเย็นติดลบไม่ได้หรอก

ไปถึงแล้วผมก็ด่ามันก่อนเลย

"ไอ้บ้าอาดเลอร์! ทำไมไม่เดินมาหน้าประตูดีๆแบบคนอื่น"

ผมกระโดดขึ้นไปยืนบนระเบียงอีกฝั่ง สะบัดหิมะออกไปให้หมด ผมไม่อยากให้รองเท้าคู่ใหม่มาโดนหิมะกัดเข้าเสียก่อน ไอวาร์ อาดเลอร์ยังคงยืนอยู่กลางพื้นที่สีขาวเหมือนเดิม เท้าทั้งสองข้างจมในหิมะพร้อมจะถูกหนวดยักษ์ดูดลงไปได้ตลอดเวลา

ชายหนุ่มยิ้มระรื่นหน้าบาน มือสองข้างล้วงในกระเป๋าเสื้อคลุมหนา ทันทีที่เขาเห็นผมมาหยุดยืนข้างหน้าเขาก็ทักทายผมเป็นภาษาเยอรมัน

"อรุณสวัสดิ์ครับร้อยโทยัน ครีซ, วันนี้อากาศดีว่ามั้ยครับ?" เสียงใสพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดีราวกับว่าเป็นเขาเด็กวัยรุ่นที่เพิ่งจีบสาวในโรงเรียนติด

ตัดภาพมาที่ผม ชายที่อายุจะย่างเข้ายี่สิบห้าแต่หน้ามุ่ยเป็นศอกหมาเพราะถูกรบกวนการนอน บอกได้เลยผมดูเหมือนคนอายุสี่สิบ

"ทำไมไม่เดินมาข้างหน้าประตูดีๆ แกโดนหนวดนั่นกินสมองไปเหรอ?" ผมยืนขมวดคิ้วบ่น "จะว่าไปแกรอดมาได้ยังไงกัน?"

อาดเลอร์ยิ้มกริ่มเหมือนรอเวลาให้ผมถามคำถามนี้มานาน

"ผมฆ่ามันครับท่าน!"

"ขี้โม้"

"จริงๆนะครับ เดี๋ยวพาไปดู" เด็กหนุ่มตอบ

ผมขมวดคิ้วด้วยความสับสน อะไรคือการที่ผมวิ่งแทบตายเพื่อหนีไอ้สัตว์ประหลาดนั่น ทั้งยิงมันเข้าถึงสองรอบก็ยังไม่ระแคะระคายอะไรเลย แต่จู่ๆ ก็ดันมีเด็กหนุ่มที่ไหนไม่รู้มาฆ่ามันได้ง่ายๆ เลยงี้เหรอ?

"พูดเป็นเล่นไป ยอมรับมาดีๆ เถอะว่านายแค่หนีมันมาได้ ไม่ได้ฆ่ามันจริงๆ"

"ผมไม่เคยโกหกท่านนะครับ เชื่อผมสิ" ไอวาร์วิงวอนขอให้ผมตามเขาไป มือเล็กๆดึงแขนเสื้อผมให้เดินตามไปแต่ก็โดนสะบัดออก

"โอ๊ย! ไม่ไปเฟ้ย ล่าสุดที่ไปกับแก ฉันเกือบตายนะเฟ้ย" ไอวาร์โดนผมตะคอกใส่หน้าจนหงอยลง เขาพยายามให้ผมสีน้ำตาลบังแววตาเศร้าคู่นั้น

ผมถอนหายใจแล้วยืนกอดอกพิงกำแพง ถ้าเกิดว่าสิ่งที่ไอวาร์พูดฟังดูจะเหลือเชื่อเกินไป ผมก็คงขอตัวกลับไปนั่งตากเครื่องทำความร้อนดีกว่า ฟังไปก็ดูจะเสียเวลาเปล่าๆ แต่ถ้ามาคิดดีๆ ไอวาร์ อาดเลอร์เองก็ไม่เคยโกหกมาก่อน ดังนั้นผมจะให้โอกาสเขาเล่า

"เอ้า! ว่ามาสิ" ผมเชิดมองหน้าอาดเลอร์ "ฉันรอฟังแกอยู่..."

ผมนั่งยองๆลงบนระเบียงไม้แหงนหน้ามองทหารหนุ่มแล้วฟังอย่างใจจดใจจ่อ สีหน้าไอวาร์เปลี่ยนเป็นตื่นเต้นแทนเขาไม่รอช้ารีบนั่งลงข้างๆผมทันทีพร้อมส่งบุหรี่ให้

"คือว่าหลังจากที่เราสองคนวิ่งแยกทางกันไป ผมเลือกที่จะวิ่งเข้าซอยบริเวณห้องขังครับ ผมสังเกตได้เสียงเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นหายไป ผมเลยหันกลับไปดูครับ ตอนนั้นผมคิดว่ามันตามท่านไปครับ เลยวิ่งไปหยิบปืนจากในลังมาก่อนแล้วค่อยวิ่งตามหาท่านครับ"

ผมจุดบุหรี่ให้มันแล้วถาม

"แล้วทำไมไม่มาล่ะ?"

"ก็...พอผมวิ่งกลับไปทางเดิม ทุกอย่างมันก็โล่งไปหมดเลย"

"มีแค่เพียงทางเดินโล่งๆ และแสงไฟที่ส่องริบหรี่บนหิมะ นอกนั้นสองจากทางก็มืดสุดลูกตา"

ผมยังคงฟังไปผ่านๆ พลางพ่นควันบุหรี่ฟุ้งทั่วบริเวณ

"รู้ตัวอีกทีนึงเสียงมันก็มาจากใกล้ห้องรมแก๊สครับ เป็นเสียงของตกดังเพล้ง!"

ไอวาร์หัวเราะ ส่วนผมก็นั่งงงกับมัน

"ตกใจมั้ยครับ?"

"ไม่เหรอ? โอเคๆ"

"ผมเดินตามเสียงไปพร้อมปืนกระบอกนึง ทุกก้าวที่ย่ำลงในหิมะรู้สึกเหมือนกำลังเหยียบเนื้อแดงสดๆ มันแฉะและนิ่มน่าขนลุก ผมเห็นเลือดไหลยาวตามทางเดินผมพยายามที่จะไม่เหยียบมัน แต่ยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งได้ยินเจ้าสัตว์ประหลาดมันเคลื่อนไหว ผมเข้าใกล้มันได้ในระยะสิบเมตร ก็คิดนะคือถ้าตายก็คือตายเลย"

เหงื่อเป็นเม็ดๆไหลย้อยลงผ่านผมสีน้ำตาลของทหารหนุ่ม

"ผมชะเงื้อหน้ามองเข้าไปดูว่ามันคืออะไร แน่นอนคุณเดาไม่ผิด มันคือเจ้าหนวดยักษ์ แต่ที่คุณเห็นมันก็แค่ส่วนหนวดน่ะสิ คุณยังไม่เคยเห็นตัวจริงๆ เต็มๆ ของมัน"

"คือตอนนั้นผมอยู่หน้าประตูห้องรมแก๊ส มีเพียงแสงจันทร์อ่อนๆ คอยส่องลอดผ่านประตูให้เห็นว่าข้างในมีอะไรบ้าง ผมเลยกวาดสายตาดูรอบๆในห้องโดยเอาแขนเสื้ออุดจมูกไว้ บนพื้นมีทั้งซากศพที่เพิ่งตายใหม่ๆกองพะเนิน มีคราบเลือดและคราบสีเหลืองสกปรกเต็มพื้น อีกทั้งเส้นผมเป็นกระจุกที่อุดตันฝาท่อระบายน้ำ

ผมค่อยๆมองขึ้นไปในมุมมืดของห้อง ก่อนจะสะดุ้งจนเกือบหลบไม่ทัน ไอตัวที่ผมเห็นมันกำลังเขมือบร่างของเด็กเข้าไปทั้งตัวเลยครับ มันใช้หนวดยาวๆรัดแขนและขาเด็กคนนั้นก่อนจะฉีกออกมาเป็นชิ้นๆจับยัดเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย แต่ด้วยความที่เงามันมืดมาก ผมเลยเห็นแค่ก้อนเนื้อชิ้นโตมีหนวดอยู่ที่มุมห้อง ผมเลยคิดว่าจะปล่อยมันกินไปแล้วหนีออกมาครับ"

คราวนี้สีหน้าไอวาร์ดูกังวลจริงๆแล้ว เขาดับบุหรี่ตัวเองและจ้องหน้าผมแทน ทำผมขนลุกไปอีกคน

"ไอ้สัตว์ประหลาดที่กำลังเขมือบเด็กอยู่หันมาพอดีกับตอนที่ผมจะกลับออกไปครับ...คือตอนที่พิงประตูอยู่ดันมีเสียงเอี๊ยดดังขึ้นน่ะสิ คราวนี้หัวใจผมเต้นแรงสุดขีด ผลักประตูห้องรมแก๊สปิดล็อกทันทีที่มันรู้ตัวแล้วเตรียมพุ่งมากินผมต่อ เสียงของหนวดที่ทุบประตูเหล็กดังกังวานทั่วค่ายเลยครับ แต่ผมเชื่อว่ามันไม่น่าออกได้ เลยจัดการแค่ล็อกประตูไว้ให้แน่นที่สุดก่อนจะรีบวิ่งหนีมาถึงห้องพัก"

ทหารหนุ่มปาดเหงื่อและบอกผม

"จนถึงตอนเช้ามันก็ยังคงอยู่ในนั้นครับท่าน"

ตอนนี้สีหน้าผมเองก็เริ่มไม่สู้ดีแล้ว หันซ้ายขวามองหาห้องรมแก๊สที่มันว่า ก่อนที่ประโยคขอร้องของไอวาร์จะทำให้ผมบ้าตาย

"ผมเกือบจะฆ่ามันได้แล้วครับ แต่ตอนนี้ท่านช่วยไปรมแก๊สมันกับผมได้มั้ยครับ"


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น