อัปเดตล่าสุด 2021-07-24 23:20:59

ตอนที่ 12 การหายตัวไปของเด็กหญิง (1/3)

บันทึกหมายเลข 8

28 ตุลาคม 1943

...

หลังจากที่ผมยอมให้ไอวาร์เข้ามาในบ้าน ผมก็เริ่มถามถึงสิ่งที่เด็กหนุ่มได้ไปเจอมาข้างนอกและเหตุใดสีหน้าของเขาถึงดูตื่นตระหนกแบบนั้น แต่เขากลับเลือกที่จะเงียบไม่พูดจาหรือแม้แต่จะสบตาผม ด้วยความที่คิดว่าอาจจะเพิ่งหนีสัตว์ร้ายมาผมจึงพาเขาเข้ามาอยู่หน้าเตาผิงปล่อยให้เขาใจเย็นลงก่อน แต่ผ่านมาได้สักพักก็ยังไม่มีอะไรขึ้นเกิดขึ้น ไอวาร์ยังคงยืนหน้าเตาผิงด้วยท่าทางสั่นกลัว

ผมที่หมดความอดทนแล้วจึงสั่งให้เขานั่งลงที่โซฟาไปจนกว่าจะสงบสติอารมณ์ได้ เห็นว่าเด็กหนุ่มคงไม่คิดจะกลับไปนอนในที่ของตัวเองแล้ว นี่คงคิดว่าเห็นเป็นคนรู้จักจึงไม่เกรงใจอะไรกันบ้างเลย...ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วยืนกอดอกอยู่ครู่หนึ่ง โชคดีจริงๆ ที่วันนี้ผมไม่ได้นอนเปลือยกายแบบที่ทำประจำ ไม่อย่างนั้นคงน่าอายไม่น้อย

หันดูที่นาฬิกาข้อมือเห็นว่าเป็นเวลาประมาณตีห้าสิบห้าได้ ผมจึงหันไปบอกเด็กหนุ่มว่าจะอาบน้ำเตรียมตัวไปทำงานก่อน ถ้าหากอยากกินอะไรก็ให้ทำกินเองก่อนจะหันหลังเดินขึ้นไปชั้นสองในไม่ช้า

...

ผมเดินออกมาจากห้องน้ำในเครื่องแบบตัวใหม่พร้อมฉีดน้ำหอมกลิ่นอ่อนๆ เส้นผมสีทองถูกจัดทรงให้เรียบหรูดีดูโดยรวมเหมือนสุภาพบุรุษในงานเลี้ยงชั้นสูง ต่างจากตัวผมที่อยู่ในป่าเมื่อวานซืนลิบลับ ไอวาร์และผมมาเจอกันอีกทีตอนฟ้าสว่าง ไอวาร์ อาดเลอร์ยังคงนั่งอยู่ที่โซฟาหน้าเตาผิงเงียบๆ ฟังเสียงเศษไม้ที่กระเด็นดังเปาะแปะในกองไฟ ผมเดินเข้าไปหยุดข้างๆ เด็กหนุ่มและเอ่ยทักทายถามไถ่ไปเพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด

"นี่แกไม่คิดจะกินอะไรหน่อยเหรอ?" ผมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ยืนเท้าเอวจิกตามอง "ฉันจะออกไปกินที่โรงอาหารข้างนอกนู่น"

คราวนี้เด็กหนุ่มหันมาตอบผมด้วยรอยยิ้มจางๆ "ไม่เป็นไรครับท่าน ผมยังไม่ค่อยหิว"

"เจ้าทึ่ม นั่นไม่ใช่คำถามซะหน่อย แกต้องมากับฉันด้วย" ผมขมวดคิ้ว "วันนี้พวกเด็กหญิงตัวน้อยอาจจะมาเยี่ยมเราถ้าไปทัน"

ไอวาร์ยังคงนั่งนิ่งที่โซฟาสบตาผม "ท่านครับ พวกเด็กๆ แกมากับวันพุธไม่ใช่เหรอ นี่มันวันพฤหัสบดีนะ"

ผมแทบอยากจะเอาเท้าตัวเองมาก่ายหน้าผากหลังฟังคำพูดของเด็กหนุ่ม ผมถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเดินผ่านหน้าไอวาร์ไปที่ประตูเปิดออกรับลมเย็นยามเช้า ทันทีที่เท้าขวาก้าวออกไปเหยียบบนระเบียงไม้ไอหมอกหนาก็ปะทะเข้าที่หน้าผมเต็มๆ ทำหนาวไปทั้งตัว ผมรีบเอามือปัดไอหมอกก่อนจะหันไปจ้องไอวาร์เพื่อกดดัน

"จะออกมาดีๆ หรือจะให้ไปลากออกมา?" ผมถามเสียงแข็งก่อนจะได้รับคำตอบเป็นการบ่ายเบี่ยง

"ท่านหิวท่านก็ไปเองไม่ได้เหรอ?" เด็กหนุ่มเอ่ยเบาๆ แต่วาจาที่ดื้อรั้นนั้นทำให้ผมหงุดหงิดและลงไม้ลงมือกับเด็กหนุ่ม ผมจับที่โคนผมเป็นกระจุกและดึงให้เจ้าหมอนี่เงยหน้าขึ้น ผมกำมือแน่นจ้องเขม็งกัดฟันกรอด ลมหายใจของทหารหนุ่มที่รดต้นคอผมบ่งบอกได้ว่าเขาแอบกลัวไม่น้อยเลย เราจ้องหน้ากันก่อนผมจะพูดอย่างหนักแน่นเป็นครั้งสุดท้าย

"แกไม่มีสิทธิ์มาทำตัวแบบนี้อาดเลอร์"

นัยน์ตาน้ำตาลมองตรงมาทางผม มันเปี่ยมล้นไปด้วยความสับสน ไอวาร์พึมพำเบาๆ เป็นคำว่า ขอโทษ แล้วจ้องลงพื้นแทน

"...ไอบัดซบเอ๊ย" ผมปล่อยมือและหันหลังเดินออกจากตัวบ้านพักไปพร้อมเสื้อคลุมทิ้งไอวาร์อย่างไม่ไยดี

บรรยากาศในค่ายยังคงน่าหดหู่เหมือนทุกๆ วัน ชาวเอสโตเนียเชื้อสายยิวที่ถูกจับมาโดนนำตัวไปใช้แรงงานหนักและฆ่าทิ้งกองรวมกันไว้หลังค่ายรอให้บางอย่างมาจัดการ เหล่าผู้คนในชุดลายทางมีสภาพไม่ต่างไปจากผีดิบเอาเสียเลย ทั้งเหนื่อยล้าและหิวโหย ผมยังคงเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ ดูว่ามีแอบอู้งานหรือเปล่า

ก่อนที่หนึ่งในคนที่กำลังตักหิมะจะหันหน้ามาสบตาผมพอดี เขาเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างสมส่วนแข็งแรง ต่างจากคนอื่นๆ ที่เคยเห็นมา ในแววตาของชายผู้นั้นเปี่ยมไปด้วยความแค้นที่พร้อมปะทุอยู่ตลอดเวลา เขากำพลั่วแน่นจนผมรู้สึกได้ว่าถ้าผมเผลอ เขาจะต้องวิ่งเอาพลั่วมาฟาดหัวผมแน่ ไม่รู้เพราะเหตุใดผมถึงได้รู้สึกระแวงขึ้นมา ทั้งๆ ที่ผมมีปืนอยู่ข้างๆ เอว ถ้าหากมันกล้าทำร้ายผมก็คงจะได้กินลูกตะกั่วไปอีกราย

แต่จู่ๆ เสียงท้องร้องดังโครกครากก็ทำให้ผมต้องรีบไปโรงอาหารโดยเร็ว วันนี้ไม่มีหิมะตกเพิ่มแต่มีหมอกหนาให้รำคาญใจแทน ข้างหน้ามองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากไอขุ่นมัวดังนั้นผมจึงต้องใช้ความรู้สึกนำทางไปยังจุดหมายแทนตามอง

...

ผมหาที่ดีๆ นั่งและวางเสื้อไว้ตรงนั้นเป็นการจองที่ไว้ก่อนจึงค่อยไปหาอะไรกิน บอกได้เลยไอวาร์นั้นคิดผิดเรื่องเด็กหญิงจูเก้นส์ วันนี้พวกแกมาจริงๆ แต่เหมือนว่าแกกำลังจะทะเลาะกับแม่ครัวอยู่เสียงดังโวยวาย จึงเป็นหน้าที่ผมที่ต้องไปจัดการเรื่องนี้

"อะไรกันเนี่ยป้า มาทะเลาะอะไรกันแต่เช้าเลย" ผมเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างๆ เด็กหญิงสองคนในเครื่องแบบ

แม่ครัวแก่ที่ถือตะหลิวอยู่เห็นผมเข้ามาก็แผดเสียงแหลมใส่ทันที "ก็นังเด็กพวกนี้มันเข้ามาค้นครัวฉัน มันจะมาขโมยของฉันแน่ๆ!"

เด็กหญิงได้ยินก็หันมองหน้ากันขมวดคิ้วและว่าสวนกลับไป "ป้าพูดจาเพ้อเจ้อ พวกหนูจะเข้าไปขโมยของป้าทำไมกัน หนูไม่ได้มาจากครอบครัวจนๆ แบบป้านะ!" ว่าแล้วพวกเธอก็ยืนกอดอกถอยไปข้างหลังผม

"ดูมันพูดคุณ! นังเด็กพ่อแม่ไม่สั่งสอน" ป้าสะบัดแขนกระทืบเท้าด้วยความโมโห "คุณต้องจัดการเรื่องนี้โดยด่วนเลยนะจ่าครีซ" แกชี้หน้าผมแล้วหันขวับเดินกลับไปในครัวทันที ทิ้งให้ผมยืนถอนหายใจอยู่กับเด็กๆ

"เอางี้นะ เพื่อให้มันแฟร์ๆ เรามาเริ่มฟังความทั้งสองฝ่ายดีมั้ย?" ผมก้มตัวลงไปคุยกับเด็กๆ พยายามทำตัวให้เป็นมิตรมากที่สุด "ไหนเล่าให้พี่ฟังได้มั้ย?"

เด็กหญิงที่ตัวสูงกว่ามองหน้าผมและเอ่ยขึ้น "อายุขนาดนี้น่าจะเรียกลุงมากกว่านะคะ" ว่าแล้วเธอก็หันไปหัวเราะกับเพื่อนสาวคิกคัก

"เอางี้ ช่างมัน เรียกว่าร้อยโทเหมือนเดิมดีแล้ว" ผมเอามือลูบคางหน่ายๆ "เอ้างี้ บอกชื่อกันมาก่อนจะได้เรียกกันถูก...ฉันร้อยโทยัน ครีซ"

เด็กหญิงที่สูงกว่ายิ้มหวานและแนะนำตัว "หนูชื่อเฮลก้า บอนเนอร์" ตามด้วยคนที่ตัวเล็กและขี้อายกว่า "ไดโอนี่...ไดโอนี่ เยเกอร์ค่ะ" พวกเธอมีผมเปียสีทองน่ารักเหมือนกันทั้งคู่ ผิวขาวตาฟ้าใสตามลักษณะชาวอารยันที่สมบูรณ์แบบ ไม่รอช้า ทันทีที่แนะนำตัวกันเสร็จเรียบร้อยแล้วเฮลก้าก็รีบพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทันที

"คือว่าเพื่อนของพวกเรา เฟรย่า ฟาห์เลอร์ หายตัวไปได้อาทิตย์นึงแล้วค่ะ"

"คุณพอจะช่วยเราได้มั้ยคะ?" พวกเธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่กลับทำให้ผมขนลุกขึ้นมา

"หาย? หายไปตั้งแต่เมื่อไหร่? ทำไมเพิ่งมาบอก" ผมถามกลับไป แต่พวกเด็กๆ เองก็ดูจะไม่รู้เรื่องอะไรเท่าไหร่ ไดโอนี่บอกแค่ว่าเฟร์ย่าไม่ได้กลับบ้านหลังจากที่มาครั้งที่แล้ว เพราะว่าปกติทุกครั้งพ่อแม่ของทุกคนมารับกลับบ้านในตอนเย็น เหลือแค่ตัวเฟร์ย่าที่ต้องกลับเอง ซึ่งเธอก็กลับได้ทุกครั้งจึงสันนิษฐานได้ว่าเธออาจจะหลงป่าหรือถูกลักพาตัวไป

"เอางี้นะ" ผมเสนอความคิด "ฉันจะลองไปถามพวกทหารดูว่ารู้อะไรบ้าง เป็นไปได้ฉันอาจจะส่งคนไปดูในป่า ถ้าเจอแล้วฉันจะรายงานให้พวกเธอรู้ทันที"

ไดโอนี่พยักหน้าให้ผมพร้อมหันหลังกำลังจะเดินออกไปแต่โดนเฮลก้าดึงแขนเสื้อเอาไว้ก่อน

"แต่เฟรย่ากลัวป่า เธอจะเข้าไปทำไมกันคะ? หนูมั่นใจนะคะว่าเธอไม่ได้อยู่ในป่าแน่" ว่าแล้วก็หันไปมองที่ครัวแล้วกระซิบข้างๆ หูผม "หนูว่าเธอโดนจับตัวไปทำอาหาร"

ผมที่รอฟังอย่างตั้งใจ พอได้ยินสิ่งที่เด็กหญิงพูดก็หลุดขำทันที "ยัยหนู นี่เธอไปเอาความคิดนั้นมาจากไหนกัน" ผมยืนตัวตรงและขยี้หัวเธอเบาๆ ด้วยความเอ็นดู "ฉันรู้ว่าเธอกลัวป้าแม่ครัวคนนั้น แต่ฉันมั่นใจว่าหล่อนไม่มีทางกินเนื้อเด็กแน่นอน"

"เอางี้นะ ฉันจะทำให้เต็มที่ พวกเธอไม่ต้องเป็นห่วงอะไร--" ไม่ทันที่ผมจะพูดจบ จู่ๆ เฮลก้าก็รีบวิ่งพรวดออกไปจากโรงอาหารทันที ทำให้ทั้งผมและไดโอนี่ต้องรีบวิ่งตามไป แต่ด้วยทางที่มีแต่หมอกหนาจึงเป็นไปได้ยากที่เราจะหาเธอเจอ

"แม่งเอ๊ย พวกเด็กนี่" ผมเอามือตบเบาๆ ที่หน้าผากดังแปะก่อนจะรีบวิ่งกลับไปเอาเสื้อคลุมและไส้กรอกติดตัวมาด้วย

"รอตรงนี้ ห้าม ไป ไหน เด็ดขาด" ผมเดินมาหาไดโอนี่และกำชับเธอก่อนจะเปิดไฟฉายวิ่งไปออกไปทันที ตอนนี้เด็กหายไปคนเดียวยังไม่พอดันต้องมาหายไปอีกคน หวังว่าอีกคนจะเชื่อฟังผมและอยู่ที่เดิม ไม่อย่างนั้นผมคงต้องหัวระเบิดตายก่อน

เสียงแว่วๆ แหลมเล็กของเด็กหญิงที่ตะโกนเรียกเพื่อนคอยบอกทางให้ผมวิ่งตามไป และด้วยความที่เคยเป็นนักวิ่งมาก่อนผมจึงวิ่งตามแกไปได้อย่างรวดเร็ว และในทันทีที่ผมเห็นเงาร่างเล็กผมก็ไม่รอช้ากระโดดเข้าไปจับตัวทันที

"จับได้แล้วนังเด็กดื้อ!" ผมหัวเราะร่า ก่อนจะรู้สึกได้ว่าที่ผมจับอยู่ไม่ใช่เฮลก้าแต่เป็นเจ้าเนื้อบดที่ทำเสียงเลียนแบบแทน ผมรีบผละตัวออกทันทีด้วยความขยะแขยงก่อนจะทำเสียงฟึดฟัดด้วยความหงุดหงิด แต่ถ้าหากว่าเจ้าเนื้อบดมันทำเสียงเฮลก้าได้ แสดงว่ายัยเด็กนั่นต้องผ่านทางนี้ไปก่อน และที่ที่ใกล้ที่สุดที่เธอจะไปหาเพื่อนได้ก็คือ...

ในขณะที่ผมกำลังจะเงยหน้าขึ้นวิ่งไปที่บ้านตัวเอง แต่จู่ๆ เสียงหวีดแหลมก็กลับมาอีกครั้งหนึ่ง ยัยหนูนั่นถูกไอวาร์ที่อยู่ในบ้านจับอุ้มออกมา เธอแผดร้องโวยวายแต่ว่าเพื่อนเธออยู่ในบ้านและจะต้องกลับไปให้ได้ โชคดีที่ไอวาร์เจอทันและหยุดเธอไม่ให้พังบ้านพักผมได้ทัน

 ผมหยุดยืนดูเด็กนั่นดิ้นพราดในแขนไอวาร์และตกลงกันว่าจะส่งเธอกลับบ้านทันที เราพยักหน้าให้กันและแยกย้ายพาเด็กๆ กลับบ้าน โชคดีที่ไดโอนี่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมตามที่ผมสั่งไว้ น่ารักสมกับที่มาจากครอบครัวชั้นสูง

หลังจากที่ส่งทั้งสองกลับบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว ผมก็กลับไปนั่งเล่นในบ้านตัวเองโดยที่มีไอวาร์นั่งจ้องเตาผิงเงียบๆ ในห้องรับแขก ไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่เล็กน้อยจนถ้าไม่สั่งให้ออกไปเข้าเวรมันก็คงจะนั่งอยู่ที่เดิมทั้งวัน และเมื่อผมได้มีโอกาสอยู่คนเดียวเลยได้ลองหาเรื่องเด็กที่หายตัวไปเสียที

และสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือ

ในตอนสายขณะที่ผมกำลังก้มหยิบเสื้อคลุมที่โรงอาหาร ผมเจอเข็มกลัดของเด็กหญิงตกอยู่ใต้โต๊ะพอดี แปลกใช่มั้ยล่ะ?


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น