อัปเดตล่าสุด 2022-06-11 00:27:46

ตอนที่ 49 .. “ ความเป็นจริง ”

ฟังเพลงเพราะๆ ประกอบ นิยาย องค์หญิงใบ้ กับ เจ้าชายยาจก

       เป็นเพียงความบันเทิงในการฟังเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ รวมถึง เหตุการณ์ของตัวละครในนิยาย เพื่อให้เกิดอรรถรสในการอ่านเท่านั้น ไม่ได้มีผลใดๆกับทางการค้าทั้งสิ้น .. ด้วยความเคารพผู้ประพันธ์นิยาย .. มัชฌิมา

เดือนครึ่งดวง - ดำรง วงศ์ทอง

https://youtu.be/R9hIWLDbgRo , https://youtu.be/-NEdaeh5IKo

ขอขอบคุณ คุณดำรง วงศ์ทอง จาก ค่าย Topline Digital ที่เอื้อเฟื้อเพลงให้มาประกอบในนิยาย

Romance Fiction - นิยายรัก / รักโรแมนติก

ตอนที่ 49 .. “ ความเป็นจริง

“กลับไปรอพี่ที่บ้านก่อนนะ พี่สัญญาว่าจะกลับไปแน่ พี่ขอ Clear ปัญหาทางนี้ก่อน แล้วจะกลับไปสะสางเรื่องของพวกเราอีกที สำหรับเงินก้อนนั้น พี่ฝากด้วยนะ ช่วยเอาไปเข้าบัญชีให้พี่ด้วย พี่คุยกับพ่อแล้ว ว่าจะแบ่งฝากยังไง รายละเอียดอยู่ในกระดาษแผ่นนี้หมดแล้ว พี่ฝากด้วยนะยุ้ยสำหรับเรื่องเงิน ส่วนงามตา ตอนนี้พี่ฝากเรื่องแม่ด้วย เดี๋ยวเรื่องวันเวลา ทางโรงพยาบาลจะติดต่อไปอีกที พี่ให้เบอร์ของงามตาไปแล้ว คงอีกไม่กี่วันหรอก พี่ฝากทั้งสองคนแค่นี้นะ ไป กลับกันได้แล้ว 2 ทุ่มแล้ว พ่อกับแม่จะได้พักผ่อน”

   แล้วธวัชก็เดินไปไหว้พ่อกับแม่อีกครั้งก่อนที่ทั้งสองจะเดินทางกลับ

“รักษาตัวและดูแลสุขภาพด้วยนะพ่อ”

   ทดเอามือลูบหัวลูกชาย ส่วนธวัชจับเอามือแม่สะอิ้งมาวางไว้บนหัวตัวเอง

“เออ แกก็เหมือนกันนะ เสร็จธุระแล้วรีบกลับหละ อย่ามัวไปเถลไถลที่ไหน งานที่ร้านยังมีอีกเยอะ ไหนจะเรื่องส่วนตัวของพวกแกทั้ง 4 คนอีก พ่อไปหละ ดูแลตัวเองด้วย มีอะไรก็ค่อยๆคิดค่อยๆทำนะลูก”

“ครับพ่อ วัชสัญญา เมื่อจบธุระทางนี้วัชจะรีบกลับทันที เชื่อใจวัชได้ คงอีกไม่นานหรอกพ่อ” แต่ความเป็นจริง เขายังบอกพ่อไม่ได้

        ยุ้ยกับงามตา ต้องตัดใจ หันหลังกลับพาพ่อและแม่สามีขึ้นรถและเดินทางกลับทันที ก่อนที่จะหักใจไม่ได้ทั้งคู่ นกตัดสินใจเดินเข้ามาลาทุกคนและยกมือไหว้พ่อและแม่สามี เอามือมากอดแขนซ้ายธวัช และเอาหน้ามาซบที่ไหล่ โบกมือบ๊ายบาย

  พิมพ์ได้เข็มกลัดเพชรรูปผีเสื้อ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ ราชนิกูลบุษบง โดยตรงและสามารถเข้าออกวังบุษบงโดยปริยาย ไม่ว่าจะโอกาสใดๆก็ตาม ไม่เฉพาะวังบุษบงเท่านั้น

  แต่ความเป็นจริง มันสามารถใช้ได้กับเชื้อสายทุกราชนิกูลและทุกวังเลย เมื่อเห็นเข็มกลัดนี้ สามารถเข้าได้หมดไม่ว่างานใดที่ราชนิกูลจัดขึ้น เสมือนเป็นบัตรผ่านหรือเป็นส่วนหนึ่งของราชนิกูลนั้นๆเลยทีเดียว น้อยคนนักที่ท่านจะมอบให้ นับว่าพิมพ์โชคดีมากที่ได้เข็มกลัดเพชรอันนี้

***** \\ *****

   ระหว่างทางที่ยุ้ยขับรถพาทุกคนกลับบ้าน บรรยากาศในรถเงียบสนิท สงบนิ่ง ไม่มีใครพูดหรือส่งเสียงใดๆเลยสักคน เพราะต่างคนก็ต่างมีเรื่องราวที่ต้องให้คิดและทำอีกต่อไป ยุ้ยมีงานสำคัญที่ธวัชฝากไว้ คือเรื่องเงินเข้าบัญชี เขามีจุดประสงค์อะไรที่ให้ยุ้ยทำ เพราะยุ้ยไม่สามารถไว้ใจได้เลยเรื่องเงิน แต่ก็ไว้ใจโยนเรื่องเงินให้ยุ้ย ถ้ายุ้ยโกงหละจะทำยังไง เงินตั้ง 1 ล้านบาทเชียว

   ส่วนงามตา ธวัชก็โยนหน้าที่ดูแลแม่สามีให้ พาไปรักษาที่โรงพยาบาล รู้ทั้งรู้ว่างามตาเข้ากับแม่สามีไม่ได้ พูดง่ายๆว่าไม่ชอบ มักจะทะเลาะกันเสมอ แล้วแบบนี้ งามตาจะเต็มใจทำได้หรือ ในความเป็นจริง ตอนนี้ธวัชกำลังคิดอะไรของเขาอยู่กันแน่ ไม่รู้ได้

  ทุกคนมีความหวังว่า เมื่อธวัชฟื้นคืนชีพกลับมา มันน่าจะมีอะไรดีๆกลับเข้ามาในชีวิตบ้าง ไม่ใช่ว่าชีวิตกลับเลวร้ายดิ่งลงเหว เพราะทดผู้เป็นพ่อดูๆแล้ว ความสงบในครอบครัวคงเกิดยาก เพราะเมียของธวัช ทั้ง 3 คน ต่างคนก็ต่างไม่มีใครยอมใคร ต้องดูกันต่อไป

  ทดรู้ดีว่าแต่ละคนมีพื้นฐานของนิสัยเป็นเช่นไร งามตาขี้น้อยใจ ยุ้ยเอาแต่ได้และสุดท้าย นกหรือองค์หญิงนั้นยิ่งแล้วใหญ่ เป็นคนที่ไม่ยอมใครง่ายๆ ไม่ชอบโดนใครเอาเปรียบ แล้วมันจะอยู่กันยังไง

  บ้านก็หลังนิดเดียวจะอยู่กันเข้าไปได้ยังไง เมีย 3 คน จะอยู่จะใช้ชีวิตยังไง แล้วถ้าวันดีคืนดีทั้ง 3 เมีย มีลูกออกมา จะอยู่จะเลี้ยงกันยังไง ยิ่งคิดทดก็ยิ่งกลุ้ม

xxxxx ===== xxxxx

   ธวัชยังไม่กลับขึ้นห้องนอน บอกให้นกกลับขึ้นไปก่อน

“นกกลับขึ้นไปก่อนนะ พี่ขออยู่ตรงนี้ก่อนคนเดียว” ธวัช สีหน้าไม่ค่อยดี รู้ว่าปัญหาที่รออยู่มันยากมากที่ต้องแก้

“มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าพี่ บอกหนูได้นะ อย่าลืมซิว่าเราเป็นอะไรกัน”

   นกเอามือซ้ายมาลูบแขนซ้ายธวัช

“ไม่มีอะไรหรอก นกอย่าคิดมากนะ น้องก็รู้ว่า เวลาพี่คิดอะไร พี่ต้องการสมาธิเป็นอย่างมาก” ธวัชแกะมือนกออก

“ผัวเมีย เขามีไว้ทำไมพี่ พี่อย่าลืมซิว่า น้องเป็นเมียพี่นะ มีอะไรเราต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำซิพี่ ไม่ใช่มาคิดคนเดียว หัวเดียวตามลำพัง มันไม่ถูกต้อง ถ้าพี่ทำแบบนี้ แสดงว่าพี่ไม่เชื่อใจหนู และไม่คิดว่าหนูเป็นเมีย เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตพี่ ถ้าพี่คิดอย่างนั้น น้องเสียใจมากๆเลย ขอบอกไว้เลย”

    ธวัชยังคงยืนนิ่งเงียบ นกยกมือขวาขึ้นมาจับแขนซ้ายธวัชอีกครั้ง

“เอาหละ ในเมื่อพี่คิดแบบนั้น น้องก็ขอตัวก่อนแล้วกัน แค่นี้น้องก็รู้แล้วว่าน้องไม่เคยสำคัญอะไรกับชีวิตพี่เลย อยากทำอะไรก็เชิญทำได้เลย เอาที่สบายใจ เสร็จธุระเมื่อไหร่ก็ขึ้นไปนอนพักผ่อนได้เลย น้องขอตัวหละ”

  เพราะความเป็นจริงมันก็เป็นเช่นนั้น นกปล่อยมือที่แขนสามี แล้วหันหลังเดินจากไปแบบเสียใจนิดๆ ธวัชรีบเอามือซ้ายดึงแขนขวานกไว้และดึงนกเข้ามากอดมาหอม

“พี่ขอโทษ ใครบอกว่าน้องไม่สำคัญกับชีวิตพี่” ธวัชกล่าวออกมา

“นกเป็นเพียงคนเดียวที่สำคัญกับชีวิตพี่มาก แต่ที่พี่อยากอยู่คนเดียวคิดคนเดียวก็เพราะ พี่ไม่อยากเอาเรื่องต่างๆมาให้น้องไม่สบายใจ เข้าใจพี่ไหม”

    ธวัชพยายามที่จะแบกรับปัญหาไว้เพียงคนเดียว

“แต่มันไม่ถูกต้องนะพี่” นกพยายามอธิบาย

“ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมันก็มีหนูเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยจริงไหม หนูรู้ว่าปัญหาที่พี่คิดไม่ตกหนะ คืออะไรบ้าง เรื่องแรกก็คือเรื่องของยุ้ยกับงามตา” 

   นกจ้องหน้าสามี “ใช่ไหม” ธวัชพยักหน้า แล้วนกก็แกะมือสามีที่กอดอยู่ออก เอามือทั้งสองข้างขึ้นมาจับแก้มทั้งสองข้าง

“ฟังหนูให้ดีนะคนดี เรื่องนี้ไม่ยาก ถ้าพี่ยอมรับฟังความคิดเห็นของหนู และใช้เหตุผลในการตัดสินใจ พี่อย่าลืมว่าน้องกับยุ้ย เราแต่งงานพร้อมกัน พอเกิดปัญหายุ้ยก็ขอเลิกและแอบกลับมาเป็นใหม่อีก ถูกต้องไหม ส่วนงามตาที่พี่ได้มาเป็นเมียคนล่าสุดนั้น หนูก็มีส่วนผิดที่ทำให้พี่เสียใจ จึงได้ทำอะไรลงไปแบบนั้น หนูไม่เคยโกรธพี่ ที่ได้งามตาเป็นเมียอีกคนนะ พี่อย่าคิดมากซิ”

   ธวัชก้มหน้า เอาหน้าผากมาวางที่หน้าผากนก แล้วดึงนกเข้ามากอด

“พี่ขอบใจนะที่นกเข้าใจพี่ทุกอย่าง” นกเอามือตีไหล่สามีเบาๆ แล้วพูดต่อ

“หนูรู้ว่าหนูผิดที่หลอกพี่และปิดบังฐานะของตัวเองมาตลอด 5 เดือน หนูผิด ไม่ใช่พี่ผิด พี่ได้ยินไหมว่า หนูผิด ไม่ใช่พี่ พี่วัช เชื่อหนูอย่าเก็บและอย่าแบกปัญหาทุกอย่างไว้เพียงคนเดียว แบ่งมัน โยนมันออกไปให้คนอื่นบ้าง พี่เป็นคน ไม่ใช่ ผู้วิเศษที่ไหน พี่ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาทุกอย่างคนเดียวในโลกใบนี้ได้ ปัญหาที่มีและเกิดขึ้นมา มันต้องช่วยกันแก้ ถึงมันจะช้าไปบ้าง แต่มันก็ยังดีกว่าที่เราไม่คิดที่จะทำอะไรเลย จริงไหม ถ้าพี่รักหนู อยากใช้ชีวิตอยู่กับหนู พี่ต้องให้หนูช่วย”

 ธวัชโยกตัวออกมามองหน้าเมียและพยักหน้า ธวัชจูบหน้าผากเมียแล้วยิ้มให้ นกดีใจที่ธวัชยอมลดทิฐิของตัวเองลงบ้างแล้ว และยอมให้ตนเองช่วย เมื่อทุกอย่างเริ่มไปได้ดี นกจึงชวนธวัชขึ้นข้างบน

“ถ้าสบายใจแล้ว ก็กลับขึ้นข้างบนเถอะพี่ ยุงเริ่มเยอะแล้ว กัดหนูหลายตัวแล้วนะ มีอะไรเราขึ้นไปคุยกันข้างบน อีกอย่างพวกนางกำนัลเค้าจะได้นอนกันซะที เห็นไหมหนะนั่งรอเราอยู่ตรงนั้นเพื่อปิดประตูปิดไฟนะคนดีเชื่อน้องอย่างคิดมาก ไป”

“ก็ได้ครับ ขอบใจนะที่เตือนสติพี่ เมียพี่นี่น่ารักที่สุดเลย” ธวัชเผลอหอมแก้มเมีย ลืมไปว่านางกำนัลนั่งมองกันอยู่ตั้ง 3 คน

“พี่หนะ ทำอะไร อายเด็กมันบ้าง เห็นไหม ไป หนูอายนะ” นกรีบวิ่งหนีธวัชขึ้นห้องนอนอย่างเร็ว เพราะอายพวกนางกำนัล

   นางกำนัลทั้งสามคนเอามือปิดปากแอบยิ้ม แล้วก็เดินไปปิดประตูปิดม่านปิดไฟ หลังจากที่ธวัชและนกขึ้นชั้นบนไปแล้ว

+++++ ***** +++++

    ยุ้ยขับรถพาพ่อทด แม่สะอิ้งและงามตากลับมาถึงบ้านประมาณ 3 ทุ่ม จากนั้นงามตาก็รีบพาพ่อและแม่เข้าบ้าน จ้อยและเอี้ยง ยืนรอถามเรื่องราวๆต่างๆจากยุ้ย เห็นยุ้ยทำหน้าไม่ดี แต่ก็อยากรู้ จึงเดินเข้าไปถาม ถึงจะโดนด่าก็ยอม

“ยุ้ย เออ ตกลง พี่วัชเป็นไงบ้าง แล้วจะกลับบ้านเราวันไหน” จ้อยวัดใจ ยิงคำถามออกไปทันที ยุ้ยก็ตอบให้ฟังแบบปกติ

“ฟื้นแล้ว แต่ยังไม่กลับมา ขอเวลาพักฟื้นสักพัก ถ้าค่อยยังชั่วแล้วก็จะกลับมาเอง ไม่ต้องห่วง” แล้วก็รีบเดินเข้าห้องทันที ไม่สนใจใครเลย

   จ้อยกับเอี้ยงเมื่อรู้ว่าลูกพี่ปลอดภัยแล้ว ก็ดีใจจะได้มีแรงใจทำงานเสียที อย่างน้อยลูกพี่ก็ฟื้นคืนกลับมาแล้ว อย่างอื่นค่อยว่ากันภายหลัง

“เอาน่าไอ้จ้อย รู้แค่นี้ก็พอแล้ว อย่าพึ่งไปเซ้าซี้อะไรยุ้ยมันเลย”

   เอี้ยงพยายามเตือนสติเพื่อน “แกไม่เห็นหน้าตามันเหรอ เป็นแบบนั้นแสดงว่า ต้องมีเรื่องอื่นมาปนด้วย อย่าว่าแต่ยุ้ยเลย อีงามมันก็ด้วย ข้าสังเกตุเห็นเมื่อกี้ตอนเดินเข้าบ้าน ไปกลับห้อง ข้าง่วงแล้ว แยกกันตรงนี้นะ” ความเป็นจริง มันก็เป็นเช่นนั้นตามที่เอี้ยงคิด

“เออ แล้วพรุ่งนี้เจอกัน” คิดได้ดังนั้น จ้อยและเอี้ยงจึงดึงประตูไม้มาปิดและดึงประตูเหล็กมาล๊อกอีกชั้นนึง

 จากนั้นทั้งสองคนก็แยกย้ายกันกลับห้องใครห้องมันแบบสบายใจเพราะลูกพี่ก็ฟื้นคืนชีพมาแล้ว ต่อไปปัญหาน้อยใหญ่ต่างๆก็น่าจะหมดไป ค่อยๆแก้ ค่อยๆขจัด เดี๋ยวก็ดีเอง อะไรๆก็น่าจะดีขึ้น ลูกค้าก็น่าจะกลับมาเยอะเหมือนเดิม เพราะนั่นคือความเป็นจริง

----- ***** -----

  งามตาพาพ่อทดและแม่สะอิ้งเข้าห้องนอนทันที

“เอ้อ ขอบใจมากลูก ไปพักผ่อนเถอะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ไปไป ไปนอน”

“หนูไปแล้วนะจ๊ะพ่อ”

   งามตาสวัสดีทดและเดินหน้ามุ่ยออกไป ทดเห็นแล้วก็สงสาร

“อดทนหน่อยนะงามเอ๊ย เวรกรรม”    

 งามตาเดินเข้ามาในห้อง เปิดไฟแล้วหันหลังปิดประตู เดินเหมือนหมดอาลัยตายอยาก มานั่งนิ่งๆอยู่คนเดียวบนเตียง มองไปรอบๆห้องที่ดูเหมือนจะกว้างใหญ่เสียแล้วตอนนี้ เมื่อก่อนดูเล็กเพราะอยู่กันหลายคน แต่ตอนนี้มันช่างดูเงียบเหงาและหดหู่หัวใจอะไรเช่นนี้ หันไปดูที่เตียงตรงที่ธวัชเคยนอน งามตาเอามือลูบไปตรงนั้น แล้วก็ร้องไห้ออกมา ล้มตัวเอาหัวลงไปตรงนั้น

“พี่วัช บุญและวาสนา ของเราคงมีเพียงเท่านี้จริงๆใช่ไหม หนูขอโทษที่ได้ทำอะไรที่ผิดพลาดแบบนั้นลงไป ถ้าหนูมีสติสักหน่อย มันคงจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา ที่พี่ได้หนูก็เพราะความเมา พี่ไม่เคยรักหนูจริงๆเลยใช่ไหม ไม่ได้รักหนูด้วยใจเหมือนอย่างที่พี่รักพี่นก หนูเข้าใจ เพื่อความสบายใจ หนูจะคืนอิสระให้พี่ เพื่อชดเชยกับความผิดที่หนูทำไว้ หนูจะเป็นฝ่ายไปเอง พี่สบายใจได้ ในเมื่อความรักของเรามันไม่ได้มาจากหัวใจ หนูก็ไม่อยากที่จะยื้อยุดฉุดพี่อีกแล้ว พี่ไม่ต้องมาตกนรกกับหนูอีกต่อไป พี่กลับมาเมื่อไหร่ พี่จะได้หมดปัญหาคาใจกับสิ่งนี้อีกต่อไป เพราะหนูก็มีศักดิ์ศรีของตัวเองเหมือนกัน หนูอยู่คนเดียวได้” ซึ่งมันสวนกับความเป็นจริง

>>>>> ----- <<<<<

   อย่าว่าแต่งามตาคิดมากเลย ยุ้ยก็เหมือนกัน หลังจากกลับเข้าห้องไปแล้วก็ไม่ได้อาบน้ำหรอกคืนนี้ แค่ล้างหน้าล้างตาเฉยๆ ขนาดลงทุนปรับปรุงห้องน้ำใหม่ไปแล้วแท้ๆ ก็ยังไม่มีกระจิตกระใจที่จะทำอะไรต่อเลย ยุ้ยล้มตัวลงนอนกับที่นอน พร้อมกับเปิดแอร์เบาๆ เพื่อให้คลายความร้อนที่อยู่ในใจ แต่ไม่รู้ว่าจะช่วยได้สักเท่าใด ข่มตานอนเท่าใดก็นอนไม่หลับ ได้แต่เอามือลูบท้องตัวเองและพูดกับลูกที่อยู่ในท้องคนเดียวตามลำพัง

“ลูกจ๋า แม่จะทำยังไงดี ความเป็นจริงแล้ว พ่อเค้าไม่ได้สนใจใยดีอะไรแม่เลย แม่ควรจะทำยังไงดีลูก ช่วยแม่คิดด้วยนะลูกนะ แม่บอกตามตรงว่าแม่เครียดมาก ลูกจ๋า ยังไงแล้วช่วยดลจิตดลใจให้พ่อเค้ากลับมารักแม่ดังเดิมนะลูกนะ เพราะแม่รักพ่อของลูกมาก ไม่อยากที่จะเสียพ่อของลูกไปเลย เมื่อก่อนแม่คิดว่าจะเลี้ยงหนูคนเดียวได้ เพราะพ่อหนูไม่มีชีวิตอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ พ่อของหนูมีชีวิตกลับมาแล้ว พ่อต้องรับรู้ว่ามีหนูอยู่บนโลกนี้ ในท้องของแม่นี่”

  ยุ้ยนอนจ้องเพดานที่อยู่ตรงหน้า “แม่จะบอกพ่อให้ได้รู้ดีไหมลูก ว่าพ่อมีหนู เรามีพยานรักซึ่งกันและกันแล้วนะลูก แม่จะบอกพ่อ เมื่อพ่อหนูกลับมา ตามนี้นะลูกนะ แม่จะบอกพ่อ ว่าของขวัญที่ล้ำค่าที่สุด ของเราสองคน อยู่ตรงนี้แล้ว”

   ยุ้ยคิดเอาไว้ว่า เมื่อธวัชเดินทางกลับมาอยู่ที่บ้านเมื่อไหร่ เธอจะบอกเรื่องดีๆเรื่องนี้ให้ธวัชได้รับรู้ทันที ธวัชคงจะดีใจมากแน่ๆที่ได้รู้ว่า เขาได้มีทายาทตัวน้อยๆแล้ว 1 คนกับเธอ เมื่อคิดได้ดังนั้น ยุ้ยจึงข่มตาหลับลงได้เสียทีและมีรอยยิ้มแบบสบายใจ

***** ///// *****

   รุ่งเช้าวันใหม่ ซึ่งเป็นวันเสาร์ที่ 30 มกราคม หญิงยุนอนตื่นสายมากเลยวันนี้ เพราะเมื่อคืนโดนจัดไปหลายดอก ประกอบกับวันนี้เป็นวันหยุดจึงหลับสบาย พอตื่นขึ้นมาก็ต้องหงุดหงิดทันที เพราะสามีไม่อยู่ หายไปไหนไม่รู้ มองดูรอบๆก็ไม่เจอแม้แต่เงา เธอตัดสินใจลุกออกมาจากเตียงทั้งสภาพที่เปลือยไปดูที่ห้องน้ำ ก็ไม่มี ห้องทำงานส่วนตัวก็ไม่มี จึงเดินเข้าห้องน้ำ เพื่อชำระร่างกาย เมื่อแต่งตัวเสร็จก็เดินออกมาจากห้องลงไปที่ห้องทานอาหาร ถามพวกสนมนางใน ว่าเห็นสามีเธอบ้างไหม ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มีใครเห็นเลย ทำให้หญิงยุแปลกใจมาก ว่าหายไปไหน วันนี้ก็วันเสาร์ วันหยุดไม่มีงานด่วนพิเศษที่ไหนนี่

  คิดได้ดังนั้นจึงรีบโทรหาสามีทันที ก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา เพราะเมืองรามไม่ได้เอาโทรศัพท์ไป มันวางอยู่ที่หัวนอนนั่นแหละ หญิงยุเริ่มใจไม่ดีแล้ว จู่ๆสามีก็หายไปคนในวังก็ไม่มีใครเห็น จึงเดินไปมาอยู่พักใหญ่ เดินเลยมาถึงหลังวัง และสังเกตุเห็นว่าเรือเร็วไม่อยู่ที่ท่าน้ำ 1 ลำ จึงรีบเปิดประตูรั้งหลังวังออกไปดูทันที ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงรีบเดินกลับเข้าวัง แล้วถามมหาดเล็กที่อยู่ในสวนหลังบ้านทันที

“ลุง ลุง ลุงพร” ลุงพรรีบวิ่งมาแล้วถวายความเคารพ

“ท่านหญิง ทรงมีอะไรกับหม่อมฉันขอรับ” ลุงพรวิ่งมาหน้าตาตื่น

“ถึงได้ทรงมีกระแสรับสั่งเช่นนั้น” หญิงยุชี้ไปที่ท่าน้ำ

“เรือเร็วหายไปไหน 1 ลำฉันจำได้ว่ามันมีสองลำ”

“ไม่ทราบขอรับ ท่านหญิง แต่เมื่อตอนเช้าประมาณ 6 โมงกว่าๆเห็นจะได้ กระหม่อมเห็นพระสวามีของท่านหญิงมานั่งอยู่ตรงศาลาท่าน้ำนี้เพียงองค์เดียวตามลำพัง ไม่รู้ว่าท่านจะทรงขับออกไปหรือเปล่า เรื่องนี้กระหม่อมไม่ทราบจริงๆขอรับ”

“ขอบใจมากลุง ไปทำงานของลุงเถอะ หญิงถามแค่นี้แหละ”

  แล้วหญิงยุก็เดินมานั่งที่ศาลาและขบคิดว่า เมืองรามไปไหน ทำไมถึงไม่บอกและไม่รับโทรศัพท์ เธอไม่สบายใจ จึงเดินเข้าวังอีกครั้งและตะโกนเรียกนางกำนัลเพื่อให้ไปหยิบกุญแจเรือเร็วที่เหลือมาให้เธอ

“มีใครอยู่แถวนี้บ้าง ถ้ามี ช่วยหยิบกุญแจเรือเร็วให้ฉันหน่อย” สักพักสร้อยวิ่งเอากุญแจมาให้

“ขอบใจนะ ถ้ามีใคร มาหาก็ให้โทรหาฉันนะ บอกเขาด้วยว่าฉันมีธุระด่วน แค่นี้แหละ” นางกำนัลสร้อย ย่อตัวรับคำสั่ง

“เพคะท่านหญิง”

  จากนั้นหญิงยุก็ตัดสินใจขับเรือเร็วออกไป มุ่งตรงไปยังบ้านของสามีทันทีเป็นที่แรก เพราะไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนเหมือนกัน เมืองรามกำลังคุยและต่อรองราคากับฝรั่งที่มาเช่าบ้านเขาอยู่ หญิงยุมองเห็นเรืออีกลำจอดอยู่ จึงรีบจอดเรือของตัวเองแล้วรีบวิ่งขึ้นไปทันที พอมองเห็นสามีกำลังยืนคุยกับชาวต่างชาติอยู่ 2 คน จึงหยุดวิ่งและค่อยๆเดินเข้าไปหาเมืองรามอย่างช้าๆ

  สองสามีชาวต่างชาติสงสัยว่าใครกำลังเดินตรงเข้ามาอย่างช้าๆ ซึ่งเป้าหมายต้องเป็นเมืองรามอย่างแน่นอน เพราะพวกเขาไม่รู้จัก เมืองรามหยุดคุย และหันไปมองด้านหลังตามสายตาของสองสามีชาวต่างชาตินั้น

“อ้าวหญิง มาได้ยังไง มา มา มาก็ดีแล้ว ผมจะแนะนำให้รู้จักกับ Mr. และ Mrs.Brown สองคนนี้เขาสนใจอยากจะมาขอเช่าบ้านผม เพราะ Mr.Brown เขาเป็นครูสอนภาษา ต้องย้ายมาประจำการที่นี่เป็นเวลา 2 ปี และเห็นว่าบ้านผมเนี่ยใกล้ที่ทำงานเขาที่สุด ถ้าตกลงได้ Mr.Brown และครอบครัว จะย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ทันทีเลย อาทิตย์หน้านี้ พร้อมลูกสาวและลูกชายอีก 2 คน”

“ก็ดีซิ ยินดีด้วยนะราม แล้วตกลงว่าไงหละ” หญิงยุลืมเรื่องโกรธสามีทันที เมื่อได้รับทราบและรับรู้ข่าวดี

“ยังเลย พอดีเขาติดปัญหาเรื่องการเดินทาง เพราะเขาไม่มีรถใช้” หญิงยุรีบบอกทันที

“ก็รถของคุณคันนั้นจอดทิ้งอยู่เฉยๆทำไมไม่แถมให้เขาไปใช้ด้วยหละ ไม่เห็นจะยากเลย แล้วราคาเช่าคุณคิดเค้าเท่าไหร่หละ บวกไปนิดหน่อยกับค่าเสื่อมราคาของรถ ก็ไม่เห็นจะเป็นไรเลย ไอ้รถบุโรทั่งของคุณหนะ หญิงดูแล้วตีราคาเท่าไหร่ หญิงยังไม่รู้เลย แถมๆให้เขาไปเถอะ เราจะได้มีรายได้มาใช้บ้าง ดีกว่าปล่อยให้มันทิ้งอยู่เฉยๆ นะรามนะ คนดี”

  เมืองรามหันไปแนะนำภรรยาของเขาให้กับ Mr. และ Mrs.Brown ก่อนที่ทั้งสองคนจะเปลี่ยนใจ

Mr. และ Mrs.Brown This My Wife Her Name Varoonyupa Hachsadee Oh! No Wannawatt Past Her Is Grandchild of a King Or Her Serene Highness” ทั้งสองคนยิ้มและยื่นมือไปเช็คแฮน ดีใจที่ได้รู้จัก

“Nice to See You”

 หญิงยุยื่นมือไปรับไมตรี Mrs.Brown จ้องหญิงยุอยู่นาน เพราะชอบความสวยงามแบบธรรมชาติของเธอ

You are Very Beautiful” Mrs.Brown ชมหญิงยุ ทั้งๆที่เป็นผู้หญิงด้วยกัน จนหญิงยุเขิน

Thank You, You Too ทั้ง 4 คน อารมณ์ดี เพราะเมืองรามยื่นข้อเสนอให้อย่างที่เมียบอกไว้ คือแถมรถให้ใช้ด้วย โดยไม่คิดราคาเพิ่ม Mr.Brown จึงตัดสินใจเช่าเพราะราคานี้ถือว่าไม่แพงสมราคา แถมยังได้รถมาใช้ฟรีๆอีก 1 คั

 Mr.Brown จึงตกลงทำสัญญากับเมืองรามทันทีในราคาเช่าเดือนละ 8,000 บาท ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์และค่า Net ต่างหาก คือพูดง่ายๆ เก็บค่าเช่าเต็ม ที่เหลือ ผู้เช่าต้องออกเองทั้งหมด เพราะไม่ได้อยู่ด้วย Mr.Brown ก็ยินดีและยินยอม ทำตามข้อตกลง เมืองรามให้ข้าวของเครื่องใช้ Mr.Brown ใช้ได้ตามสบายไม่ว่าจะเป็น ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า โดยเฉพาะห้องครัว Mrs.Brown ชอบมาก เพราะเธอชอบทำครัว ทำอาหารให้ลูกและสามีทานเป็นประจำ ถือว่าคุ้มมากจริงๆ เมื่อเช่าบ้านนี้

    Mr.Brown จ่ายค่าเช่าล่วงหน้าให้เมืองรามก่อนทันที 1 เดือน หญิงยุดีใจมากที่สามีมีรายได้เป็นของตัวเองแล้ว แต่รายได้เมียเก็บทันที 8,000 บาท เมื่อได้ลูกค้าที่ดีและน่ารักแบบนี้ หญิงยุเลยแถมเรือเร็วให้อีก 1 คันโดยเอาลำที่เธอขับมานั่นแหละ ให้ไปทันที Mrs.Brown ชอบมาก ที่ได้เรือไว้ขับแล่น ถ้าไม่เช่าที่นี่ก็บ้าแล้ว มีแต่ได้กับได้ คุ้มยิ่งกว่าคุ้มเสียอีก

  หลังจากที่ตกลงกันเรียบร้อย เมืองรามก็ยื่นกุญแจบ้านและกุญแจรถให้ แล้วแยกย้ายกันกลับทันที หญิงยุดีใจมากที่ตามมา เพราะโชคดีแต่เช้า อยู่ดีๆก็ได้เงินใช้อีกเดือนละตั้ง 8,000 บาทฟรีๆ เมืองรามเฉยๆไม่พูดอะไร ลงเรือแล้วขับเรือกลับวังทันที

 เมื่อถึงวังเมืองรามเดินตรงขึ้นห้องทันที ไม่พูดอะไร จนหญิงยุแปลกใจว่า ตลอดทางสามีเป็นอะไร ทำไมถึงไม่พูดไม่จาอะไรเลย เลยมองไปที่เงินที่ถืออยู่ในมือตัวเอง จึงคิดขึ้นมาได้ว่า ตัวเองทำเกินไปไหม ทั้งๆที่บ้านนั้นก็เป็นบ้านของเขา ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอเลย รายได้ส่วนนี้ก็ควรจะให้เมืองรามซิ ไม่ใช่ยึดเอาไว้เพียงคนเดียว หญิงยุวิ่งตามสามีขึ้นไปบนห้อง แล้วรีบปิดประตูล๊อคห้องทันที เพื่อไม่ให้บ่าวไพร่ขึ้นมาพบเห็นว่ากำลังทะเลาะกันอยู่

“ไม่พอใจหญิงเหรอกับเงินก้อนนี้” หญิงยุโยนเงินลงบนที่นอน

 เมืองรามไม่สนใจหยิบผ้าขาวม้ามาใส่ ถอดเสื้อผ้าโยนลงตะกร้า แล้วหยิบผ้าเช็ดตัวอีกผืนพาดบ่าเดินไปอาบน้ำผ่านเตียงผ่านหญิงยุไปเฉยๆ หญิงยุเริ่มอารมณ์ไม่ดีแล้ว เมื่อเห็นสามีเป็นแบบนี้ จึงรีบดึงผ้าเช็ดตัวที่พาดไหล่อยู่จากข้างหลังทันที เมืองรามเซเสียหลักเกือบล้ม ถอยหลังล้มตัวลงไปที่เตียงทันที หญิงยุหันไปที่เมืองราม ซึ่งนอนแผ่หราอยู่บนที่นอน แล้วรีบถอดชุดเกาะอก กระโปรงยาว ที่ตัวเองใส่อยู่ออกทันทีจนเปลือยและดึงผ้าขาวม้าที่เมืองรามใส่อยู่ออก จากนั้นก็กระโจนใส่สามีทันที

“งอนเหรอ แบบนี้ต้องทำโทษ”

   เมืองรามไม่ทันตั้งตัว เต้าใหญ่ๆด้านขวาของเมียก็อยู่ในปากเสียแล้ว ส่วนตอปิโดของตัวเอง ก็เข้าไปอยู่ในถ้ำลึกลับของเมียตอนไหนก็ไม่รู้ มารู้ตัวอีกที ก็ตอนที่เมียกำลังขี่ม้า ขย่มตอแบบมีอารมณ์สุดๆกับความสุขที่เธอส่งผ่านมาทางเสียง ซี๊ดซ๊าดๆจนถึงจุดสุดยอด เมื่อเธอเสร็จและเขาก็เสร็จไปพร้อมๆกัน จากนั้นก็นอนกอดกันกลมนิ่งอยู่พักใหญ่ หญิงยุจึงเอ่ยปากถามเมืองรามได้

“เป็นอะไร มีอะไรทำไมถึงไม่พูด หญิงขอโทษ ถ้าเป็นเรื่องนั้น หญิงไม่เอาก็ได้ เพราะมันไม่ใช่ของหญิง บ้านก็บ้านของคุณ” เมืองรามเอามือมาลูบผมเสยขึ้นไปแล้วหอมหน้าผาก

“เปล่า ผมไม่ได้ไม่พอใจเรื่องนั้น” ความเป็นจริงกลับไม่ใช่เรื่องนั้น เธอคิดผิดซะนี่โอละพ่อ หน้าแตกเลยซิทีนี้ ลงโทษไปแล้วด้วย

“อ้าว..แล้วเรื่องอะไรหละ โธ่ รู้งี้ เมื่อกี้ไม่ทำให้ก็ดี ไอ้เรานึกว่า โกรธเราเรื่องเงิน ก็เลยยอมให้ลงโทษ เล่นเอาซะเหนื่อยเลย”

“ผมชอบนะวิธีลงโทษของคุณหนะ ผมจะได้รู้ไว้ว่า แบบนี้คือการทำโทษ คราวหน้าผมจะได้อารมณ์เสียบ่อยๆ อิอิ”

   เมืองรามชอบอกชอบใจแต่เมียซิหน้าเสียไปเลย อายก็อายถึงจะเป็นผัวเมียกันก็เถอะ เจอแบบนี้ก็ไปไม่เป็นเลยเช่นกันหญิงยุงอน

“เงินหนะถึงได้มา ผมก็ให้หญิงเก็บอยู่ดี แต่จะแยกเก็บเอาไว้เป็นเงินกองกลาง เผื่อเจ้าตัวเล็กในอนาคต เงินผมก็เหมือนกับเงินคุณนั่นแหละ ไหนๆ เราก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว จริงไหม”

    เมืองรามอธิบายให้เมียเข้าใจ เมื่อได้ยินแบบนั้นจึงหายงอน

“แล้วรามทำหน้าแบบนั้นทำไม หลังจากแยกทางกัน หญิงก็นึกว่ารามไม่พอใจ ที่อยู่ดีๆหญิงรับเงินมาแล้วไม่ยอมคืนคุณ”

“ผมเป็นห่วงเพื่อน ไอ้วัชมันมาปรึกษาผมว่าจะทำยังไงดีกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไหนจะยุ้ยที่เลิกลาไปแล้วและกลับมาขอคืนดีใหม่ และงามตาเมียใหม่อีกคน ซึ่งก็ได้จดทะเบียนไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่มาติดตรงที่นกนี่แหละ ที่สำคัญที่สุดเลย”

    เมืองรามเอามือขวามาสอดที่คอเมียแล้วพูดต่อ หญิงยุจึงนอนกอดและฟัง

“เป็นผม ผมก็ต้องคิด พอดีผมกำลังคิดถึงเรื่องนี้อยู่ ต้องขอโทษด้วย ที่ทำให้หญิงคิดมาก แต่ก็ต้องขอบใจมากนะที่ทำให้เมื่อกี้ บอกตามตรง กำลังอยาก ว่าจะขออยู่พอดีทีเดียว แต่หญิงมาตัดหน้าทำให้เสียก่อน อย่ากระนั้นเลยไหนๆก็ไหนๆแล้ว ผมขอเบิ้ลอีกทีเลยก็แล้วกันนะ เครื่องติดแล้วดับอยาก”

    หญิงยุตาโตเลย ไม่ทันขาดคำ คราวนี้เมืองรามเป็นฝ่ายทำให้บ้าง ซึ่งต่างจากเมื่อกี้ที่หญิงยุเป็นฝ่ายทำ หญิงยุมารู้ตัวอีกที ตอปิโดของเมืองรามก็เข้าไปสำรวจถ้ำเสียแล้วอย่างรวดเร็ว และเต้าซ้ายก็อยู่ในปากเมืองรามเสียแล้ว ทั้งสองมีความสุขกันตามประสาผัวเมีย ทั้งเช้านั้นไม่รู้ว่ากี่รอบ และไม่รู้ว่าเมืองรามได้อาบน้ำหรือเปล่าก็ไม่รู้ หรือว่ามัวแต่ทำการสำรวจถ้ำของเมียอยู่ จนไม่มีเวลาไปอาบน้ำสักที

----- ***** -----

 งามตาเครียดที่ทำความผิดในครั้งนี้อย่างไม่น่าที่จะให้อภัย จึงลงโทษตัวเองโดยการที่หนีกลับไปอยู่บ้านตัวเอง ขณะที่ธวัชยังพักฟื้นอยู่ที่วังของนก ส่วนยุ้ยนางร้ายของเรา ก็เข้าหน้านกไม่ติดเช่นกัน เพราะร้ายกะเขาไว้เยอะ จึงได้แต่หลบหน้าอยู่ที่ร้านอย่างเดียว ไม่ย่างกรายไปหาธวัชที่วังอีกเลยตั้งแต่วันนั้น จึงทำให้บ้านของทดเงียบเหงาไปเลยคราวนี้

  ภาระ ต้องมาตกหนักที่ทด เพียงคนเดียว เพราะไม่มีใครอยู่ช่วยเลยสักคน ไหนจะซักผ้า ถูบ้าน ทำกับข้าว และดูแลสะอิ้ง ทดจึงต้องยอมปล่อยและทิ้งบางอย่าง อะไรที่สำคัญก็ทำไปก่อน เช่นซักผ้า เพราะมีเครื่อง จะเสียเวลาก็อีตอนตากนี่แหละ เพราะทิ้งสะอิ้งให้อยู่คนเดียวไม่ได้ ทำได้เท่าที่จะทำ ความเป็นจริงที่สองสาว งามตากับยุ้ยลืมไป นั่นก็คือการทิ้งให้ทดอยู่ที่บ้านเพียงคนเดียว

 ยุ้ยไม่ได้เหยียบเข้ามาที่บ้านธวัชอีกเลย ตั้งแต่ตัดใจทำห้องน้ำใหม่เองที่ร้าน เพราะไม่อยากเจอหน้างามตา ยุ้ยไม่รู้ว่างามตาหนีกลับไปอยู่บ้านตัวเอง จึงไม่รู้ว่าทดลำบาก เพราะต่างคนก็ต่างทำงานและหน้าที่ของตนเองไปบ้านใครบ้านมัน

+++++ ***** +++++

   ริชาร์ดกับพิมพ์ นานๆจะได้มีเวลาพักผ่อนที่ตรงกันเสียที พิมพ์จึงชวนริชาร์ดไปเที่ยวบ้านตัวเองที่สุพรรณ ที่จริงไม่ใช่อะไร แค่อยากจะพาสามีตัวเองไป ไหว้และกราบขอขมาพ่อตาแม่ยายเสียที พิมพ์ได้พูดกับริชาร์ดแล้ว เขาก็ยินดีที่จะทำตามที่เมียขอ

     พิมพ์รู้สึกไม่สบายใจเลยที่ตัวเองทำตัวไม่ดีเหลวไหลมาก แอบมามีสามีก่อน ทั้งๆที่ยังไม่ได้แต่ง จึงอยากจะทำให้มันถูกต้องโดยบอกเรื่องนี้ให้พ่อและแม่ตัวเองได้รับรู้เอาไว้ ส่วนเรื่องงานแต่งนั้น พร้อมเมื่อไหร่ค่อยว่ากันอีกที

     พิมพ์ขอบใจริชาร์ดมากที่เข้าใจเธอ ไม่รังเกียจกับความจนของครอบครัวเธอ ซึ่งเป็นสังคมของชาวนาจนๆไม่ได้ร่ำรวยและมีชื่อเสียงเหมือนเขา

     พ่อและแม่ของพิมพ์ เข้าใจ ไม่ได้ว่าอะไร เพราะริชาร์ดมาขอขมาแล้ว ไม่ได้มาเปล่าๆ ได้นำสินสอดทองหมั้นมาให้ด้วย ในจำนวน 6 แสนบาท ใส่มาด้วยในพาน ซึ่งนับว่าเยอะมากทีเดียว ยังไม่นับรวมกับสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาทที่ริชาร์ดได้ซื้อให้พิมพ์พร้อมแหวนเพชรน้ำงาม 5 กะรัตอีกวงในวันนั้น หลังจากที่ได้พิมพ์เป็นเมียโดยสมบูรณ์

 นอกจากนั้นแล้วริชาร์ดยังสามารถเข้ากับครอบครัวของพิมพ์ได้ พิมพ์เป็นลูกสาวคนโต เธอยังมีน้องชายอีก 2 คน พัน อายุ 17 พล อายุ 15  และน้องสาวอีก 1 คน พร อายุ 12 ที่ยังต้องส่งเสียและเลี้ยงดูอีก

      พิมพ์นับว่าโชคดีมากที่ได้ริชาร์ดเป็นสามี เพราะริชาร์ดถือว่าเป็นคนรวยและมีชื่อเสียงในสังคมคนหนึ่งเลยทีเดียว ริชาร์ดเป็นลูกครึ่งไทยเดนมาร์ก ลูกชายคนเดียวของมหาเศรษฐีบ่อน้ำมัน 1 บ่อในเวเนซุเอล่า มรดกทั้งหมดจะตกอยู่กับใครหละ ถ้าไม่ใช่ลูกชายอย่างริชาร์ด

   แต่ตอนนี้ทรัพย์สินบางส่วน ได้ถูกแบ่งครึ่งโอนย้ายไปยังพิมพ์แล้วครึ่งหนึ่งโดยปริยาย เพราะพิมพ์ได้จดทะเบียนสมรสกับริชาร์ด และได้เปลี่ยนมาใช้นามสกุลใหม่ของริชาร์ดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

        ปัจจุบันพิมพ์กลายเป็น นางพิมพ์ชนก เอส.ดี จอร์แดน ประกายพฤกษ์ ดังนั้นตอนนี้พิมพ์จึงถือว่าเป็นเศรษฐีนีสาวคนหนึ่งไปแล้วโดยปริยายทันที โดยที่ตัวสาวเจ้าเองก็ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไป เพราะในความเป็นจริง เธอเองก็ไม่เคยสนใจกับเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว เท่านี้ครอบครัวก็สามารถที่จะมีความสุขได้ ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่ารอยยิ้มและเสียงหัวเราะ นี่แหละคือความเป็นจริงของเธอ

    พิมพ์จึงบอกพ่อแม่ว่าไม่ต้องห่วงเรื่องที่จะส่งเสียให้น้องเรียนอีกแล้ว

“พ่อ แม่ สบายใจได้แล้วนะ เรื่องที่กังวลว่า ไอ้พันกับไอ้พลและเจ้าพร มันจะไม่ได้เรียนหนังสือต่อหนะ ตอนนี้หนูจะส่งเสียน้องทั้งสามคนเอง”

   พ่อและแม่จับมือพิมพ์ และหันไปขอบคุณริชาร์ด

“พ่อต้องขอขอบใจริชมากนะ ที่รักและเอ็นดูพิมพ์ มันถึงขนาดนี้”

“ไม่เป็นไรครับพ่อ ผมรักพิมพ์ เพราะพิมพ์เป็นคนดี เป็นคนมีความพยายาม หนักเอาเบาสู้ ไม่ใช่แค่หน้าตาดีและน่ารักอย่างเดียว พิมพ์พิสูจน์ให้ผมได้เห็นแล้วว่า เธอเป็นคนที่ผมสมควรจะรัก และดูแลไปตลอดชีวิต คุณพ่อคุณแม่สบายใจได้เลยครับเรื่องพิมพ์ โดยเฉพาะเรื่องน้องอีกสามคนของพิมพ์ พอโตอีกสักหน่อย ถ้าอยากจะเข้าไปเรียนต่อที่ กรุงเทพ ผมก็ยินดีต้อนรับนะครับ”

  พ่อและแม่ยิ้มออกมาทันที ที่พิมพ์หาสามีได้ดีและถูกใจพ่อแม่จริงๆ ไม่ถือตัว แถมยังมารยาทดีอีกต่างหาก

“แม่ขอบใจเจ้ามากนะริช ที่ดีกับครอบครัวเราถึงขนาดนี้ แม่กับพ่อ ไม่รู้จะตอบแทนเจ้ายังไงแล้ว”

“อย่าหาว่าผมดูถูกคุณพ่อคุณแม่นะครับ ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะโอ้อวดว่าตัวเองรวยกว่าอย่างนั้นเลยจริงๆ ผมคิดยังไงผมก็พูดออกไปอย่างนั้น เห็นอย่างไรผมก็บอกไปตามที่เห็น ไม่ได้มีเจตนาอื่นแอบแฝงเลยจริงๆนะครับ ถึงท่านทั้งสองคนจะเป็นแค่ชาวนา แต่ท่านก็ทำให้ผมเห็นแล้วว่า พิมพ์ถูกเลี้ยงมาเช่นไร ถ้าท่านทั้งสอง ไม่อบรม และสั่งสอนมาดีขนาดนี้ พิมพ์เองก็คงจะไม่มีนิสัยดีแบบนี้หรอกครับมีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้ ผมยินดีนะครับ เพราะตอนนี้ผมก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้แล้ว เพราะฉะนั้นมีอะไรก็ขอให้บอกผมมาได้เลย ผมยินดีเสมอครับด้วยความจริงใจ”

    พิมพ์ก้มลงกราบริชาร์ดต่อหน้าทุกคน โดยที่ริชาร์ดเองก็ตั้งตัวไม่ทันเช่นกัน

“ทำอะไรหนะพิมพ์ ไม่เอา อยู่ด้วยกันมาตั้งนาน ทำแบบนี้ทำไม พี่ไปไม่ถูกเลยนะครับที่รัก”

“ที่พิมพ์กราบพี่ ก็เพราะพี่เป็นคนดี พิมพ์ขอเป็นตัวแทนทุกคนในบ้านที่พี่ดีกับครอบครัวของพิมพ์มาก โดยเฉพาะ เรื่องเมื่อบ่ายนี้ที่พี่ได้บอกพ่อกับแม่หนูว่าจะปลูกบ้านใหม่ให้พิมพ์ที่นี่ เพื่อให้พ่อกับแม่และน้องๆอยู่แบบสบายขึ้น พิมพ์ไม่รู้ว่าจะตอบแทนบุญคุณในครั้งนี้ของพี่ยังไงดี เพราะมันหาค่าอะไรไม่ได้เลยจริงๆ”

    ริชาร์ดมองหน้าพิมพ์และทุกๆคนในบ้าน

“อย่าคิดมากน่าพิมพ์ พี่บอกแล้วไง อะไรที่พี่ช่วยได้ พี่ก็จะช่วยนะ เรื่องนี้มันสำคัญมาก เพราะเท่าที่พี่เห็น บ้านหลังนี้มันเล็กมากสำหรับคน 5 คน บ้านเดี่ยวแบบนี้ มันแออัดจนเกินไป ในเมื่อเรามีโอกาสที่จะปรับปรุง ก็สมควรทำ อย่าคิดมากเลย”

“แล้วไหนจะเรื่องหนี้สิน และโฉนดที่นาของพ่ออีก มันมากเกินไปนะพี่ พี่ทำให้พวกเรามากเหลือเกิน จนหนูไม่รู้ว่าจะทดแทนบุญคุณของพี่ในครั้งนี้ได้หมดยังไงแล้ว” ริชาร์ดได้โอกาสทำคะแนน

“ไม่ยาก แค่พิมพ์รักและอยู่กับพี่ไปแบบนี้จนตลอดชีวิตก็พอ”

    พิมพ์พูดอะไรไม่ออกเลย เมื่อเจอแบบนี้เข้าไป มันตื้นตันใจจริงๆ

“แค่นี้พี่ก็ดีใจแล้ว พี่ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้แล้วจริงๆ”

   พิมพ์สวมกอดสามีต่อหน้าพ่อแม่ และน้องๆ น้ำตาไหลออกมานองหน้า เพราะริชาร์ดช่วยเหลือครอบครัวเธอมากจริงๆ

“มันถึงเวลาแล้วที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงบ้างนะพิมพ์ เพื่อสุขภาพที่ดีและชีวิตที่ดีต่อไปในอนาคต ทั้งของพ่อ แม่ และน้องๆ ทุกคนจะได้เอาเวลาไปทำสิ่งที่มีคุณค่าและมีประโยชน์มากกว่านี้ ไม่ต้องมาคิดว่าเมื่อไหร่หนี้จะหมดหรือหาเงินที่ไหนมาเรียนต่อ ต่อไปนี้ทุกคนจะได้มีเวลาตั้งใจเรียน และตั้งใจทำมาหากิน ไม่ต้องมีหนี้สินที่ไหน แค่นี้ คุณภาพชีวิต มันก็จะดีขึ้นมาเอง เข้าใจไหมจ๊ะคนดี สิ่งที่พี่พูดเนี่ย”

    พิมพ์กราบริชาร์ดอีกครั้ง คราวนี้ พวกน้องๆอีก 3 คน ก้มลงกราบด้วย

“พวกเราทุกคนจะตั้งใจเรียน และไม่ทำให้พี่ริช ผิดหวังครับ/ค่ะ”

    น้องๆทุกคนยกมือพนมแล้วพูดพร้อมกัน

“ครับ ขอให้น้องๆทุกคนมีอนาคตที่ดี ตั้งใจเรียนให้มากๆ อยากเรียนอะไร อยากเข้าที่ไหนบอกพี่กับพี่พิมพ์ได้เลยนะครับ อนาคตดีๆ รอพวกน้องอยู่ภายภาคหน้าแล้ว ขอแค่ขยันและทำมันให้ได้ อนาคตที่ดีรอพวกเราทุกคนอยู่นะครับ”

 ทุกคนก้มลงกราบริชาร์ดอีกครั้ง แล้วขอตัวแยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวตามประสาของเด็ก พิมพ์ดีใจมากที่ความฝันทั้งสามอย่างของเธอกำลังจะเป็นจริงขึ้นมาแล้ว หนี้สินที่กู้เขาไว้กำลังจะหมดไปเมื่อเปิดทำการในวันจันทร์ และโฉนดที่ดินที่นาที่ไปจำนำจำนองไว้กำลังจะกลับมาเป็นของพ่อเหมือนเดิมแล้ว บ้านที่เธอเคยฝันว่า สักวันต้องสร้างให้พ่อและแม่ใหม่ให้ได้ ก็เริ่มจะเป็นจริงขึ้นมาแล้ว เพราะกลับไปคราวนี้ ริชาร์ดจะเริ่มลงมือเขียนแบบและเริ่มดำเนินการก่อสร้างทันที ปลายปีนี้บ้านใหม่สองชั้นคงจะแล้วเสร็จ และสุดท้ายการส่งเสียน้องทั้งสามให้ได้เรียนจนจบสูงๆได้สมความตั้งใจ ความเป็นจริงของเธอสำเร็จได้เพราะความดีนั่นเอง

 พิมพ์รักริชาร์ดมากขึ้นกว่าเดิมอีกโขเลย เพราะอย่างนี้พิมพ์จึงเกรงใจริชาร์ดมากเวลาที่ริชาร์ดขออะไร พิมพ์จึงไม่ค่อยที่จะขัดใจ โดยเฉพาะเรื่องบนเตียง ริชาร์ดสามารถเข้ากับครอบครัวของพิมพ์ได้อย่างดีจึงทำให้ความรักของพิมพ์กับริชาร์ดไม่มีอุปสรรค ซึ่งต่างจาก ชีวิตรักของธวัชและอีกสามเมียที่ต้องมาคอยดูกันต่อไปว่าจะมีทางออกเช่นไร กับความเป็นจริง ปัญหาโลกแตกนี้

<<<<< ***** >>>>>

  องค์หญิงรันดีใจมากจนบอกไม่ถูกที่ได้สามีกลับคืนมาดังเดิม หลังจากที่ได้พูดคุยและตกลงกับธวัชเป็นที่เข้าใจกันแล้ว นกจึงรีบไปบอกท่านพ่อและท่านแม่ ขอความกรุณาให้ธวัชอยู่ด้วยกันกับเธอที่นี่ก่อนได้ไหมระยะหนึ่งนานๆเลย เพื่อพักรักษาตัวให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงกว่านี้ก่อน แล้วจึงค่อยกลับบ้าน

“เสด็จพ่อเพคะ หญิงขอความกรุณา ให้พี่วัชอยู่กับหญิงที่นี่ก่อน สักระยะหนึ่งได้ไหม ยังไม่อยากให้กลับ เพราะร่างกายพี่วัชยังไม่แข็งแรงดีเท่าใดนัก นะคะท่านแม่”

  นกนั่งพนมมืออยู่ที่พื้นห้องต่อหน้าเสด็จพ่อและท่านแม่ในเวลาค่ำหลังจากที่ได้ทานมื้อเย็นเสร็จ พ่อและแม่มองหน้ากัน

“บอกตามตรงนะลูก แม่ไม่เห็นด้วยเลย มันไม่งามนะลูก ใครรู้เข้ามันจะไม่ดี จริงอยู่ถึงคนในวังจะรู้ว่าลูกกับธวัชเป็นอะไรกัน แต่คนภายนอกเขาไม่รู้ ปากมีหูประตูมีช่อง บ่าวไพร่ที่นี่มันก็เยอะ เราไม่สามารถรู้ได้ว่ามีใครเอาไปพูดเช่นไรบ้าง”

“แต่ท่านแม่ค่ะ พี่วัชเป็นคนที่มีพระคุณกับลูกมาก ถ้าไม่ได้พี่เค้าปาดนี้หญิงก็คงไม่มีชีวิตรอดได้มานั่งสนทนากับท่านแม่อย่างนี้นะคะ ลองตรองดูสักนิดนะคะ เสด็จพ่อเพคะ” นกพยายามขอความเห็นใจจากทั้งสองคน

“ไม่ใช่ว่าพ่อรังเกียจอะไรธวัชนะ แต่..สิ่งที่แม่เจ้าพูดมา มันก็จริง”

   ท่านพ่อถอนหายใจ “แล้วเสด็จพ่อจะทรงทำเช่นใดหละเพคะ ที่จะทำให้มันถูกต้องและไม่น่าเกลียดหละ หญิงไม่เข้าใจ”

“มันก็คงจะต้องมีพิธี แม่และพ่อหมายความว่า ต้องมีพิธีเษกสมรสให้ถูกต้องก่อน ถึงจะช่วยให้เรื่องนี้หมดไป”

“เป็นไป ไม่ได้เพคะเสด็จพ่อ ท่านแม่ ทุกคนก็รู้ดีอยู่แล้วว่าทำเช่นนั้นไม่ได้ พี่วัชเป็นใครหญิงเป็นใคร แล้วพี่วัชจะเอาหน้า เอาศักดิ์ศรีที่ไหนมา มันเป็นไปไม่ได้ เงินสักบาทตอนนี้พี่วัชก็ไม่มี ถ้าท่านพ่อทรงทำแบนนี้ ทรงฆ่าหญิงซะเลยดีกว่าเพคะ”

“สิ่งที่พ่อและแม่ทำ มันก็เพื่ออนาคตของหญิงเองนะลูก” นกเถียงทันที

“ไม่จริงหรอกเพคะ ถ้าท่านพ่อท่านแม่ทำเพื่อหญิงจริง ต้องไม่ทรงรับสั่งออกมาเช่นนั้น ที่ท่านพ่อทรงรับสั่งออกมาแบบนั้น มันเหมือนฆ่าหญิงทั้งเป็น พระองค์ก็ทราบดีอยู่แล้วว่าพี่วัชสำคัญกับหญิงแค่ไหน แล้วจะให้พี่วัชทำแบบนั้น แล้วกี่ปีกี่ชาติหละเพคะที่หญิงกับพี่วัชจะสามารถยืนอยู่ในสังคมของราชนิกูลเหล่านี้ได้ สินสอดทองหมั้นแบบนั้น พี่วัชไม่มีหรอกเพคะ” ท่านแม่จะอ้าปากพูด

“แต่..” หญิงรันรีบยกมือขึ้นห้ามทันที

“เอาหละ ถ้าเสด็จพ่อ และท่านแม่ ห่วงเรื่องชื่อเสียงของราชนิกูลนี้มาก มากกว่าความสุขจริงๆของหญิง หญิงก็ไม่ว่าอะไร แค่ขอให้พี่วัชอยู่รักษาตัวเพียงไม่กี่วันก็ไม่ได้ ถ้ามันมีปัญหามากนัก หญิงก็จะทำให้มันง่ายขึ้น เสด็จพ่อและท่านแม่จะได้ไม่ต้องหนักใจกับเรื่องนี้อีก ลูกจะขอย้ายออกไปอยู่ข้างนอกดังเดิม เหมือนเมื่อก่อนนี้ 9 เดือนที่อยู่ภายนอก ลูกก็อยู่มาแล้ว แค่นี้สบายมาก ลูกขอตัวเพคะเสด็จพ่อ หญิงลานะคะท่านแม่”

  นกลุกขึ้นจากตรงนั้น หันหลังแล้วเดินออกไปทันที จนเสด็จพ่อต้องยอม เพราะไม่อยากให้ลูกออกไปไหนอีก แค่ไม่กี่วัน แต่มีข้อแม้

“เดี๋ยวลูกหญิง” นกหยุดและหันมา

“เพคะ เสด็จพ่อทรงมีรับสั่งอะไรกับหญิงอีกเพคะ”

“พ่ออนุญาต ให้ธวัชอยู่ที่นี่ก็ได้”

    นกดีใจมาก รีบหันหลังและวิ่งกลับมากอดเสด็จพ่อ

“ขอบพระทัยเพคะ หญิงรักท่านพ่อมากที่สุดเลยเพคะ” เจ้าฟ้าพูดต่อ

“แต่ พ่อมีข้อแม้”

“อะไรเพคะ ทรงตรัสมาได้เลย” เสด็จพ่อทรงมีเงื่อนไข

“ระหว่างที่ธวัชพักรักษาตัวอยู่ที่นี่ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด ให้อยู่แต่ในห้องและบริเวณตำหนักชั้นบนเท่านั้น ห้ามลงมาเดินเพ่นพ่านยังด้านล่าง และตำหนักด้านนอกเป็นอันขาด เพราะพวกข้าราชบริพานมาทำงานกันเยอะ พ่อไม่อยากให้ใครถามอะไรมากนัก พออาการธวัชดีขึ้นรีบให้กลับบ้านเขาทันที ทำได้ไหม”

“ได้เพคะ เรื่องแค่นี้เอง หญิงจะให้พี่วัชอยู่แต่ห้องบรรทมลูกและตำหนักบนอย่างเดียวเพคะ สบายมาก เสด็จพ่อทรงขอลูกแค่นี้ใช่ไหมเพคะ” เสด็จพ่อพยักหน้า นกดีใจมากที่เสด็จพ่อทรงยอมให้ธวัชอยู่ได้จึงกระโดดหอมแก้มเสด็จพ่อทันที

“อย่าลืมนะลูกหญิง บ่าวไพร่ที่รู้มีอยู่ไม่กี่คน อย่าลืมกำชับพวกนั้นด้วยหละ เดี๋ยวมันจะไม่ดีถ้าเรื่องนี้หลุดออกสู่ภายนอก”

“ลูกจะระวังและสั่งกำชับพวกนางกำนัลทุกคนที่เกี่ยวข้องเลยค่ะท่านแม่ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้น พิกุล แขไข เพทายและบุษบา จะปิดปากเงียบสนิทแน่ และลูกจะสั่งพวกที่เหลือด้วย ถ้าใครขืนปากโป้งนำเรื่องนี้ออกไปแพร่งพรายให้ภายนอกได้รู้ลูกจะไล่พวกนั้นออกเลย” นกรับปากรับคำท่านแม่อย่างดี เมื่อท่านทั้งสอง ทรงอนุญาต นกจึงขอตัวไปหาสามีทันที เพราะสบายใจแล้ว

***** ^^^^^ *****

  หลายวันต่อมา ธวัชบอกนกว่าขอกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ตัวเองหน่อยและขอค้างที่นั่นสักวันสองวัน นกขอตามไปด้วย ธวัชก็ให้ไป ยุ้ยเห็นว่าธวัชกลับมาแล้วและนกกลับมาด้วย จึงตัดสินใจ บอกเรื่องลูกให้กับธวัชรับรู้ เพื่อเป็นของขวัญให้กับสามีสุดที่รัก

  ยุ้ยโทรนัดให้ธวัชออกมาหาที่ร้านในช่วงบ่าย 2 หลังจากที่ธวัชและนกจัดเสื้อผ้าใส่ตู้อย่างดี

“พี่ หนูท้อง เรากำลังมีลูก มีพยานรักด้วยกันนะพี่ พี่ดีใจไหม” ยุ้ยหนะดีใจที่มีลูก แต่ธวัชซิ ตกใจเล็กน้อย

“ยุ้ย ทำไมยุ้ยถึงปล่อยให้มีเด็กหละ ไหนเราตกลงกันแล้วไงว่าจะไม่มี เพราะพี่ยังไม่พร้อม ยิ่งตอนนั้นพี่เสียชีวิตไปแล้วด้วย และถ้าพี่ไม่ฟื้นคืนชีพมีชีวิตขึ้นมายุ้ยกับลูกจะเป็นยังไง ทำไมยุ้ยถึงไม่คิดถึงเรื่องนี้บ้าง อีกอย่าง วันนั้นพี่ก็นึกว่ายุ้ยคุมตามปกติ นี่แสดงว่ายุ้ยตั้งใจใช่ไหม ใช่ไหม” ยุ้ยเป็นฝ่ายตกใจเองบ้าง ที่ได้ยินคำพูดแบบนี้ออกมา แทนที่จะดีใจ กลับมาต่อว่าเธอ

“พี่วัช นี่พี่ไม่ดีใจ ที่มีลูกกับหนูเหรอ ลูกของเรานะพี่..ใช่ หนูยอมรับว่าหนูตั้งใจ หนูวัดดวงว่าเค้าจะมาไหม และสุดท้ายเค้าก็มา พี่ไม่ดีใจเหรอที่จะมีลูกกับหนูหนะ ที่หนูทำแบบนั้น เพราะหนูรักพี่ อยากมีทายาท อยากมีโซ่น้อยๆสักคนไว้เป็นพยานรักของเราสองคนนะพี่” ยุ้ยยอมรับว่าจงใจ สารภาพความจริงกับธวัช แต่เรื่องกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะธวัชไม่ได้รู้สึกดีใจกับเรื่องนี้เลย

 ธวัชเงียบและเดินจากไปโดยทิ้งความเจ็บปวดไว้ให้กับยุ้ยเสียเหลือเกินในบ่ายวันนั้น หลังจากที่ธวัชเดินกลับไป ยุ้ยนั่งนิ่งหมดอาลัยตายอยาก ความฝันพังทลายทันที เมื่อธวัชปฏิเสธ เวลาผ่านไปจนเย็น ยุ้ยนั่งนิ่งเงียบอยู่ได้ไม่นาน ประมาณ 6 โมงนิดๆ จึงตัดสินใจเดินกลับเข้าห้องตัวเอง เพื่อไปเอาหลักฐานการตรวจครรภ์และถุงยาต่างๆที่หมอให้ไว้ใส่ถุงผ้าขนาดกลาง จากนั้นก็เดินตรงไปยังบ้านของธวัชด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด มาสารภาพกับนกเองเลย นกกำลังนั่งทานข้าวมื้อค่ำอยู่กับธวัช ทดและสะอิ้ง

“พี่นก” นกนั่งหันหลังอยู่ เมื่อได้ยินเสียงจึงหันไป ยุ้ยยื่นเอกสารและหลักฐานทุกอย่างให้นก นกงงว่ามันคืออะไร นกรับมาและเปิดอ่านเอกสารและดูถุงยา นกตาเบิกโพลง แล้วหันไปมองหน้าธวัช

“พี่วัชนี่มันอะไร เรื่องใหญ่แบบนี้ ทำไมถึงไม่บอกหนู” นกโมโหและโกรธมาก ใช้มือขวาตบหน้าธวัชทันทีอย่างแรง พ่อตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น

“เกิดอะไรขึ้นหรือลูก ทำไมต้องทำแบบนั้น”

    นกจ้องหน้าธวัชและตะโกนใส่หน้าธวัช

“ทำอียุ้ยท้อง แล้วทำไมไม่บอก นี่ใช่ไหม เหตุผลที่พี่บอกหนูว่า ขอออกไปทำธุระเมื่อตอนบ่าย 2 หนะ คือเรื่องนี้ใช่ไหม”

“จริงเหรอธวัช ยุ้ยท้องจริงๆเหรอ” ทดถามย้ำ เพราะเป็นห่วงเด็กในท้องของยุ้ย

“จริงซิพ่อ นี่ไงหลักฐาน”

  นกชี้ให้ทดดูที่ถุงผ้านั้น ทดรีบเปิดอ่านทันที ส่วนยุ้ยก็นั่งลงก้มหน้ายอมรับความผิดอย่างเดียว

“มันเอามาให้ดูคาตาแบบนี้ 2 เดือนแล้วพ่อ 2 เดือน พี่วัช พี่ทำแบบนี้กับหนูได้ยังไง ทำได้ยังไง ถามจริงๆเถอะ พี่แอบไปเอากับมันตอนไหน ถึงได้มีมารหัวขนออกมาได้ บอกมา”

    นกพยายามคาดคั้นเอาความจริงออกมาจากปากของธวัช แต่ธวัชก็เงียบ นกไม่รู้จะทำยังไงกับผัวตัวดีแล้ว จึงรีบลุกออกมาจากที่นั่ง เอามือชี้หน้าธวัช และหันมาที่ยุ้ยที่นั่งพับเพียบพนมมืออยู่ข้างหลังทันที จ้องไปที่ยุ้ย

    ขณะที่ยุ้ยนั่งก้มหน้าอยู่ ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตานก ผู้ซึ่งเป็นผู้มีพระคุณกับเธอในเรื่องที่ชุบชีวิตสามีให้ฟื้นขึ้นมาได้ทัน ก่อนที่จะไม่มีสามีให้เชยชม ยุ้ยจึงเกรงและกลัวนกมาก

“อียุ้ย” ยุ้ยนั่งนิ่งเงียบ

“อียุ้ย” ยุ้ยสะดุ้งแล้วค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา

“ขา พี่นก” นกประกาศออกมาด้วยความโมโห ความเป็นจริงซึ่งรับไม่ได้

“แล้วมึงมาบอกกูทำไม กูไม่รับรู้ มึงจะป่อง มึงจะท้องกับใคร กูไม่รับรู้ เพราะเท่าที่กูรู้ มึงได้ขอแยกทางกับผัวกูไปแล้วเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ก็เป็นอันว่ามึงกับพี่วัชจบและขาดกันไปแล้ว ส่วนไอ้ที่มึงแอบไปติ๊ดชึ่งกัน ตอนไหนนั้นอันนี้กูไม่รับรู้ เข้าใจไหม” นกทำใจแข็งไม่สนใจ และรับรู้เรื่องใดๆอะไรทั้งสิ้น

  ยุ้ยสำนักผิดแล้วกับการที่ทำอะไรลงไปแบบไม่คิด ยุ้ยจึงมาขอความเห็นใจจากนกซึ่งได้ถือว่าเป็นเมียหลวง และเมียคนเดียวเลยก็ว่าได้ ที่มีสิทธิ์ชี้ขาดกับชะตาชีวิต บรรดาเมียๆทุกคนภายในบ้านนี้เลยทีเดียว

  ยุ้ยนั่งพนมมือมองหน้านก ตัวสั่นเทา แต่นกไม่สนใจ เดินหนีจากไป พร้อมกับลากแขนธวัชไปด้วย เข้าห้องปิดประตูเปรี้ยงดังโครม ตอนนี้ยุ้ยได้ท้องมีลูกกับธวัชแล้วจึงมาขอรับผิด นั่งคุกเข่าอยู่บนบ้านไม่ยอมไปไหน จนกว่านกจะยอมให้อภัยกับความร้ายกาจต่างๆที่ผ่านมาของเธอ ทดอยากช่วย แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่รู้จะช่วยยังไง จึงได้แต่พาสะอิ้งเข้าห้องไปพักผ่อน

  ยุ้ยยอมทุกอย่างขอแค่ให้เธอได้กลับมาอยู่กับคนที่เธอรัก จึงตะโกนเข้าไปในห้องขณะที่นั่งนิ่งทำโทษตัวเองอยู่

“จะให้หนูซักผ้า ถูบ้านและล้างจาน เป็นแจ๋วรับใช้คนทุกคนในบ้านหนูก็ยอม”

   ธวัชทำอะไรไม่ได้ เพราะแม่ลูกอ่อนอย่างยุ้ยมีเหรอที่จะยอมอะไรใครง่ายๆ นกยังไงก็ไม่เชื่อ เป็นแผนเสียมากกว่า ที่ลงทุนเอาเด็กมาต่อรองเลยในเกมส์นี้ นกใจแข็งมาก ท้องยุ้ยไม่โตมากนัก ยังไงนกก็ไม่ยอม นกเชื่อว่ายุ้ยท้องจริง เพราะเรื่องแบบนี้คงไม่เอามาโกหกกันหรอก อีกอย่างหลักฐานทุกอย่างยุ้ยก็เอามาให้นกดูหมดแล้วทั้งยาและผลตรวจ จึงไม่มีเหตุผลที่จะเอาของปลอมมาให้

 แต่ถึงยังไงนกก็ไม่ยอมให้ยุ้ยกลับเข้ามาวุ่นวายในชีวิตของเธอกับธวัชอีกแล้ว ไหนๆไปแล้วก็ขอให้ไปเลย ส่วนเรื่องที่ยุ้ยแอบมาได้เสียกับธวัชอีกนั้น เธอไม่รับรู้ จนพลาดมีเด็กออกมาเช่นนี้แสดงว่ายุ้ยจงใจ ยิ่งทำให้นกรับไม่ได้กับเรื่องนี้ นกห้ามธวัชใจอ่อนเพราะข้อตกลงที่คุยกันไว้ต้องเป็นไปตามนั้น ความผิดในครั้งนี้ ธวัชไม่สามารถที่จะแก้ตัวอะไรได้เลย

>>>>> @@@@@ <<<<<

   2 วันผ่านไป จนรุ่งเช้าของวันที่ 3 ยุ้ยเป็นลมสลบอยู่ที่หน้าระเบียงบ้าน เพราะไม่ได้ทานอะไรเลย <ยุ้ยไม่ได้นั่งตากยุงในตอนกลางคืน ยุ้ยอาศัยห้องนอนเดิมของนกหลับนอนในช่วงกลางคืน พอเช้า 6 โมงถึงจะออกมานั่งคุกเข่า ขอความเห็นใจ มีเพียงน้ำและนมเท่านั้นที่วางอยู่ข้างๆ พอมืดก็ลุกไปนอน ทำอย่างนี้อยู่ สองวัน ไม่ได้ทานอาหารเลย ไม่รู้ว่าเด็กในท้องเป็นเช่นไรบ้าง นั่งอยู่กลางแจ้ง เจอทั้งแดดร้อนก็ร้อน ทั้งลมทั้งฝนในบางวัน พอล่วงเข้าวันที่ 3 ร่างกายรับไม่ไหวจึงล่วงอย่างที่เห็น>

  จ้อยมาเจอเข้าในตอน 7 โมงเช้า ขณะที่มาขอความช่วยเหลือจากธวัช เพราะ 2 วันเต็มๆแล้วที่ยุ้ยไม่ได้ไปบริหารงานที่ร้าน จึงจะมาขอคำปรึกษาว่าจะทำเช่นไรดี แต่ก็มาเจอยุ้ยนอนสลบอยู่ที่นี่ จึงตะโกนร้องเรียกธวัชให้ออกมา

  ธวัชและนกเดินออกมา หลังจากที่มีความสุขกันตามปกติของผัวเมีย ธวัชให้จ้อยอุ้มยุ้ยไปไว้ที่ศาลาก่อน นกเห็นสภาพยุ้ยในครั้งแรกก็สมน้ำหน้า เพราะเมื่อก่อนร้ายกับคนอื่นเค้าไว้มาก โดนเสียบ้าง นกไม่สงสารยอมให้ยุ้ยกลับมาอยู่กับธวัชอีก เพราะสิทธิ์ขาดอยู่ที่นกเพียงคนเดียว แต่จ้อยรู้ว่ายุ้ยท้อง จึงขอความเห็นใจจากนก เพราะในครั้งนี้นกทำเกินไป

“นก ถือว่าพี่ขอก็แล้วกันนะ ขอให้เห็นแก่เด็กตาดำๆ ที่กำลังจะเกิดและลืมตาขึ้นมาดูโลกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้นะ เรื่องของผู้ใหญ่ที่เป็นปัญหากันอยู่ เด็กไม่รู้เรื่องอะไรด้วย ทำไมต้องเอาชีวิตเด็กมาล้อเล่นกันแบบนี้ พี่ไม่ชอบเลย พี่ไม่นึกว่านกจะเป็นคนใจดำแบบนี้ได้ พี่ดูคนผิดจริงๆ”

   นกมองหน้าจ้อย และพูดออกไปบ้าง

“พี่จ้อย แล้วแต่พี่จะคิดนะ ถ้าพี่คิดว่าหนูเป็นคนแบบนั้น หนูไม่ได้บอกให้มันทำแบบนี้นะ มันทำตัวของมันเอง มันนั่งเอง อดอาหารเอง หนูไม่ได้ออกคำสั่งให้มันทำแบบนี้ซะหน่อย แล้วพี่จะมาบอกว่าหนูเป็นคนใจดำได้ยังไง หนูรู้ว่ามันท้อง ดูซิ ขนาดตัวมันเอง มันยังไม่รักตัวมันเองเลย รู้ทั้งรู้ว่าในตัวมันมีเด็ก มีอีก 1 ชีวิตอยู่ในตัวมัน มันยังกล้าทำ แล้วแบบนี้ พี่ยังจะมาว่าหนูอีกเหรอ พี่ยังไม่รู้อะไรอีกเยอะ อีนี่มันแสบจะตาย ลูกไม้ตื้นๆแค่นี้พี่ดูไม่ออกเหรอ ที่เอาชีวิตเด็กมาต่อรองกับหนูหนะ”

“รู้ ก็อีแค่ยอมให้อภัยมันหน่อยไม่ได้เชียวเหรอ ให้โอกาสมันหน่อยไม่ได้เลยหรือ คนเรามันทำผิดกันได้ อีกอย่างยุ้ยกับนกก็เคยอยู่ด้วยกันมาแล้ว เรื่องแค่นี้จะยอมลดทิฐิ ให้อภัยมันหน่อยไม่ได้เลยรึไง ถ้ามันทำไม่ได้ ค่อยว่ากันอีกทีซิ ได้ไหมหละ”

“นั่นซินก ที่จ้อยพูดมา มันก็ถูกนะ ลองให้ยุ้ยทำดูก่อน ถ้ายุ้ยทำไม่ได้ค่อยมาว่ากันอีกที ตอนนี้เราต้องช่วยชีวิตเด็กไว้ก่อนนะ”

   นกจนมุมแล้ว เพราะเหตุผลของจ้อยที่พูดมามันก็ถูก ยิ่งธวัชสะกิดอีกเรื่องของเด็กน้อยตาดำๆจึงทำให้นกลดทิฐิและใจอ่อนยอมให้ยุ้ยลองแก้ตัวดูก็ได้

“ก็ได้ หนูจะลองเชื่อใจมันดูสักครั้ง ตอนนี้ก็แล้วแต่พี่นะ หนูไม่ขอรับรู้อะไรด้วย แล้วแต่พี่วัชนะ พี่จ้อยยังไงหนูฝากด้วยแล้วกัน หาข้าว หาปลา หายา ให้มันทานด้วย ถ้ามันแข็งแรงดีแล้ว พรุ่งนี้ให้มันมาหาหนูด้วยก็แล้วกัน”

   พูดจบนกเดินกลับเข้าห้องทันที ไม่สนใจ

“แล้วตกลงแกมาหาข้าทำไมวะจ้อย” ธวัชยังไม่ลืมเรื่องที่จ้อยมาหา

“ก็เรื่องร้านไงหละพี่ 2 วันแล้วที่ยุ้ยไม่เข้าไป เงินทองที่จะเอาไปซื้ออะไหล่ชุดใหญ่มันไม่พอ รอมา 2 วันก็เลยจะมาปรึกษาพี่ว่าจะเอาไงดี ลูกค้าจะมาเอาเย็นนี้แล้ว ถ้าวันนี้ไม่ไปซื้อรับรองไม่ทันแน่ ก็เลยอยากจะมาขอยืมเงินพี่ก่อน พอได้จากลูกค้าแล้วฉันจะเอามาคืนพี่ภายหลัง” จ้อยอธิบายเหตุผลให้ฟัง

“พี่ไม่มีหรอก เงินมากมายขนาดนั้นหนะ แกก็รู้ว่าพี่พึ่งฟื้นคืนมาจากความตาย จะเอาเงินที่ไหนมา แล้วแกจะเอาเท่าไหร่หละ” ธวัชเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น จ้อยจึงรีบบอกถึงงานที่รออยู่ทันที

“7 พันพี่ Over Horn โตโยต้ากระบะไฮลักตากลมรุ่นม้ากระโดด ตัวเก่าชาร์ปละลาย เลยไปดูของที่อ้อมใหญ่ตามที่พี่เคยบอกไว้แล้ว ผมจองไว้ตัวนึงวางมัดจำไว้แล้วพันนึง ถ้าไม่ไปเอาก็สูญแน่พันนั้น แล้วจะเอายังไงดีวะเนี่ย โอ๊ย กลุ้มจริงโว๊ย นี่ก็ให้เอี้ยงมันเฝ้าร้านอยู่เนี่ย”

   ธวัชไม่รู้จะช่วยยังไง นึกขึ้นได้ว่า มีสร้อยคอของตัวเองอยู่เส้นนึงที่ถอดเก็บไว้อยู่ในตู้ จึงรีบบอกจ้อย

“พี่นึกออกแล้ว พี่มีสร้อยคออยู่เส้นนึง ถอดเก็บไว้อยู่ในตู้ เดี๋ยวพี่ไปเอามาให้ แกเอาไปจำนำแล้วเอาเงินไปเอาของได้เลยนะ เรื่องอื่นเดี๋ยวค่อยว่ากัน รอพี่นะ ตอนนี้แกอุ้มยุ้ยไปไว้ที่ห้องโน้นก่อนแล้วกันเดี๋ยวพี่ออกมา”

“ขอบคุณมากเลยพี่ ฉันจะรอนะพี่”

   จ้อยโล่งอกแล้วที่ธวัชช่วย ธวัชรีบเดินกลับเข้าไปในห้อง ตรงไปยังตู้เสื้อผ้ารีบเปิดตู้และค้นหาของในลิ้นชักเป็นการใหญ่ จนนกต้องตะโกนถาม

“ทำอะไรหนะพี่ ทำไมถึงค้นอย่างนั้น เสื้อผ้าที่หนูจัดไว้กระจุยกระจายหมดหาอะไร ถามทำไมไม่ตอบ ว่าไง” นกลุกขึ้นมาจากที่นอนเดินตรงไปหาสามีทันที เอามือดึงแขนธวัช

“พี่วัช” ธวัชหยุดและหันมา

“เห็นกล่องสีแดงๆกลมๆของพี่ไหมที่วางอยู่ตรงนี้ ในลิ้นชักนี้หนะ”

“ไม่เห็น อะไรอยู่ในนั้น แล้วพี่จะเอาไปทำอะไร” นกถามเพราะอยากรู้

“สร้อยทองหนัก 2 บาท พี่จะเอาไปให้จ้อยจำนำ เพื่อเอาเงินไปซื้ออะไหล่ก่อน เย็นนี้ลูกค้าจะมาเอารถแล้ว ยุ้ยมาป่วยแบบนี้ จ้อยเลยเบิกเงินไม่ได้ พี่รีบ ขอหาต่อก่อน ไปไหนนะ ก็จำได้ว่าเก็บไว้ตรงนี้นี่นา ไปไหนเนี่ย อยู่ไหน อยู่ไหน”

   นกรำคาญมากจึงบอกให้ธวัชหยุดหาและยื่นเงินให้หมื่นนึง

“เอาไป เอาหนูให้ ไม่ต้องหาแล้ว เสียเวลา ดูซิหนะ เละเทะหมดแล้ว หนูต้องเสียเวลามาจัดใหม่อีก เอาไป เร็วๆเอ้าไป ไป” นกยัดเงินใส่มือธวัชแล้วรีบผลักสามีออกไปจากห้อง

“แต่ นี่มัน..” ธวัชเกรงใจไม่อยากได้เงินจำนวนนี้

“ถือว่าหนูให้ยืม มีเมื่อไหร่ก็ค่อยเอามาคืนหนูก็แล้วกัน ไปเดี๋ยวงานไม่เสร็จ”

  ธวัชรีบเอาเงินไปให้จ้อย จ้อยรีบไปเอาของทันที ธวัชกลัวงานไม่เสร็จจึงวิ่งตามลงไปช่วยด้วยอีกแรง เพื่อจะได้เสร็จเร็วๆ

$$$$$ ----- $$$$$

    เช้าวันรุ่งขึ้น ยุ้ยร่างกายแข็งแรงดีแล้ว หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ ทานยาเป็นที่เรียบร้อย จึงมานั่งรวมตัวกันที่ศาลา นกนั่งอยู่ด้านบนเป็นราชินีเลย ยุ้ยสำนึกผิดจึงลงไปนั่งพับเพียบ และกราบเท้าขอโทษนก ซึ่งตอนนี้ นกพูดได้เป็นปกติดีแล้วสามารถด่ากลับได้ถนัดปากดีอีกด้วย นกด่าและอบรมยุ้ยอยู่นานทีเดียวต่อหน้าธวัช พ่อทดและแม่สะอิ้ง ไม่นานนกก็ใจอ่อน

“ที่ฉันยอมแกก็เพราะเห็นแก่เด็กที่จะเกิดมาเท่านั้นเองนะ อย่าสำคัญตัวผิดว่าเป็นเพราะอย่างอื่น แต่ฉันมีข้อแม้ ถ้าแกอยากจะกลับมาอยู่เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวนี้อีก แกต้องปรับปรุงตัว และนิสัยเสียใหม่ อยู่ด้วยกันก็ต้องช่วยกัน ร้านอาหารก็มี ร้านซ่อมรถก็มี งานบ้านก็มี ต้องช่วยกัน แบ่งหน้าที่กัน ทำได้ไหม ถ้าแกทำได้ ก็อยู่ได้ ว่าไง”

“ได้ค่ะพี่ หนูยินดีที่จะทำตามข้อเสนอของพี่ทุกอย่าง แบบไม่บิดพลิ้วเลยสักนิดเดียว ขอเพียงพี่ยอมให้หนูอยู่ที่นี่ เป็นเมียพี่วัชเหมือนเดิม พี่นกจะให้หนูทำอะไรหนูก็ยอม เมียน้อยอย่างหนู ยอมรับผิดทุกอย่างแล้ว ขอให้พี่บอกมา สั่งมาเถอะ หนูยินดีค่ะ”

“1 เดือน” อยู่ดีๆ นกก็พูดขึ้นมา

“อะไรค่ะพี่ 1 เดือน” ยุ้ยสงสัยเพราะไม่มีที่มาที่ไป

“ฉันให้เวลาแก 1 เดือนในการทำทุกอย่างที่พูดไปเมื่อกี้ และสิ่งที่แกเคยบอกเอาไว้เมื่อ 3 วันก่อน” นกเล่นแบบนี้เลย

“ซักผ้า ถูบ้านและล้างจาน เป็นแจ๋วรับใช้ทุกคนในบ้าน ถ้าทำไม่ได้ ก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ จะหาว่าฉันใจร้าย ใจดำก็ยอม ส่วนที่นอนก็มาอยู่ซะที่นี่ไม่ต้องเดินไปเดินมา เดินมากๆเดี๋ยวเด็กจะเป็นอันตราย ส่วนที่ร้านจะให้พี่วัชไปดูแลแทนชั่วคราว”

   นกมองหน้า “ว่าไง เต็มใจทำไหม หรือจะมีอะไรต่อรองก็ว่ามา” ยุ้ยส่ายหน้า ไม่มีข้อโต้แย้งประการใด

“ดี ถ้าไม่มี ก็เอาห้องใหม่ฉันไปก็แล้วกัน ฉันยกให้ ไปเก็บเสื้อผ้าและของที่จำเป็นมาก็แล้วกัน และก็เริ่มซะเดี๋ยวนี้เลย ผ้าเอย จานเอย งานมีรออยู่แล้ว เพราะผ้าเต็มตะกร้าเลย ทั้งห้องพ่อและห้องฉัน ไหนจะจานชามอีก นั่นแช่กองไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ไป ไป รีบไปรีบมา พี่วัชไปดูแลร้านแทนด้วยช่วงเดือนนี้ ไป ไป แยกย้าย”

    ประกาศิตเจ้าแม่นกเริ่มแล้วตั้งแต่บัดนี้ ไม่ว่าใคร ก็ต้องเชื่อหละทีนี้ พูดจบนกก็ลุกเดินเข้าครัวเพื่อไปทำกับข้าวต่อ เพื่อจะทานในมื้อกลางวันและมื้อเย็น ธวัชประคองยุ้ย ลงบันไดไปอย่างช้าๆเพราะกลัวลูกเป็นอันตราย ยุ้ยดีใจมากที่นกยอมให้โอกาส

“หนูจะทำให้ดีที่สุดเลยพี่”

   ยุ้ยบอกธวัชเบาๆ นกแอบหันไปดู เห็นธวัชกำลังหอมหน้าผากและแก้มยุ้ย จึงแกล้งกระแอมออกมาดังๆ

“อะแอ่ม ทำงานๆไม่ได้ให้ทำอย่างอื่น ให้ไปเอาของ ให้ไปเฝ้าร้านนะ”

   นกแกล้งแหย่ทั้งสองคนไปแบบนั้นแหละ ไม่ได้มีเจตนาแกล้งเลย แค่ล้อเล่น แต่ต้องทำให้เนียนหน่อย ก็เท่านั้น

“ไม่ได้ให้ทำอย่างอื่น เกรงใจกันหน่อย ยังไม่พ้นบันไดบ้านเลยนะ พ่อคุณแม่คุณ ยังไม่ทันไรเลย ละเมิดข้อตกลงเสียแล้ว ยกเลิกซะดีไหมเนี่ย”

  ทั้งธวัชและยุ้ย รีบเดินลงบันได ธวัชประคองยุ้ยอย่างดี และรีบเดินกลับไปที่ร้าน นกแอบยิ้ม จริงๆก็ไม่ได้ใจร้ายอะไรหรอก ก็แค่อยากจะดัดนิสัยยุ้ย เพื่อให้เปลี่ยนนิสัยจากคนเห็นแก่ตัว ไม่เห็นหัวใคร เอาแต่ใจตัวเอง ไม่ยอมทำอะไร ชอบเอาเปรียบและดูถูกคนอื่น เอาแต่สบายขี้เกียจตัวเป็นขน วันๆไม่เคยทำอะไร นกพยายามจะเปลี่ยนยุ้ยเป็นคนใหม่ เพราะอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ตัวเองก็จะมีสถานะเป็นแม่คนอยู่แล้ว ถ้าไม่เปลี่ยนหรือทำตอนนี้ ต่อไปคงจะดัดนิสัยลำบาก จึงต้องตัดใจทำเสียตอนนี้เลย

  นกเพียงแค่บอกแต่ยังไม่ยอมใจอ่อนรับหรืออนุญาตให้ยุ้ยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว จนกว่ายุ้ยจะทำตามสิ่งที่นกบอกได้ ธวัชยินดีไปดูแลร้านแทน 1 เดือน ข้อตกลงที่ทำขึ้นนั้น ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อตัวของยุ้ยเอง ถึงจะแค่ข้อตกลงเบื้องต้น ธวัชก็ดีใจมากแล้ว ต่อไปก็ขึ้นอยู่ที่ตัวของยุ้ยเองว่าจะสามารถปรับปรุงตัวและกลับตัวได้ไหมก็เท่านั้น นั่นคือความเป็นจริงที่ยุ้ยต้องทำให้ได้

>>>>>>>>>> ********** <<<<<<<<<<

โปรดติดตามตอนต่อไปใน  ตอนที่ 50 .. “ เพียงรักและเข้าใจ ”

ตอนที่ 49 .. “ ความเป็นจริง

Romance Fiction - นิยายรัก / รักโรแมนติก


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น