อัปเดตล่าสุด 2022-04-23 02:21:34

ตอนที่ 42 .. “ ดอกไม้ที่ไร้แจกัน ”

ฟังเพลงเพราะๆ ประกอบ นิยาย องค์หญิงใบ้ กับ เจ้าชายยาจก

       เป็นเพียงความบันเทิงในการฟังเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ รวมถึง เหตุการณ์ของตัวละครในนิยาย เพื่อให้เกิดอรรถรสในการอ่านเท่านั้น ไม่ได้มีผลใดๆกับทางการค้าทั้งสิ้น .. ด้วยความเคารพผู้ประพันธ์นิยาย .. มัชฌิมา   

มีเธอจึงมีฝัน - ไผ่ พงศธร

https://youtu.be/upTqraZK-U4

ขอขอบคุณ คุณไผ่ พงศธร จาก ค่าย แกรมมี่ ที่เอื้อเฟื้อเพลงให้มาประกอบในนิยาย

Romance Fiction - นิยายรัก / รักโรแมนติก

ตอนที่ 42 .. “ ดอกไม้ที่ไร้แจกัน ”

        ความรู้สึกที่นกและหญิงยุสามารถรับรู้ได้เลยว่า คนในสลัมแห่งนี้ มีปฏิกิริยากับนกไม่ดีเท่าใดนัก เพราะเธอเป็นต้นเหตุให้ เจ้าชาย ของพวกเขาตาย นกตัดสินใจเดินเข้าไปหาพ่อและแม่ของธวัชทันที โชคดีนะที่งามตาไม่อยู่เพราะออกไปจ่ายหนี้สินที่ค้างอยู่ให้หมดจะได้จบเรื่องสักที ทดผู้เป็นพ่ออายุ 67 และสะอิ้งผู้เป็นแม่อายุ 64 แล้ว พ่อแม่ของธวัชแก่ชรามากแล้วและตอนนี้ แม่ของธวัช ก็กลายเป็นคนสติไม่ดี (บ้า) ไปแล้ว เพราะสูญเสียลูกชายคนเดียว ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงที่บ้าน เมื่อไม่มีธวัช พวกเขาจะอยู่ยังไง

        นกเมื่อรู้ว่าสะอิ้งเป็นอะไรไป เธอเสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หญิงยุก็พึ่งรู้เหมือนกันว่าสะอิ้งอาการหนักถึงกับเสียสติ ก็เสียใจไม่แพ้นก นกแสดงความรับผิดชอบต่อหน้าทด ทดต้องตกใจเมื่อได้ยินเสียงจากปากนก แทบไม่เชื่อหูตัวเอง

“พ่อ หนูขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น” นกกราบลงแทบเท้าของทดและสะอิ้ง

“นี่เจ้าพูดได้แล้วเหรอ ไม่น่าเชื่อ” นกพนมมือค้างอยู่

“ค่ะหนูพูดได้แล้ว เพราะพี่วัช พี่วัชเป็นคนทำให้หนูพูดได้จนวาระสุดท้าย” นกหาที่นั่ง เพื่อที่จะเล่าทุกอย่างให้พ่อสามีฟัง

        นกเล่าถึงเหตุการณ์สุดท้ายที่ว่า ธวัชเป็นคนทำให้เธอพูดได้ “ถ้าพี่วัชไม่โดนยิงวันนั้น หนูก็คงจะไม่สามารถพูดได้ในวันนี้”

“แปลกนะ เจ้านี่โชคดีทีเดียวนก ที่สามารถกลับมาพูดได้มีชีวิตที่ดีและสบาย” ทดอยากร้องไห้

“นี่ข้าจะดีใจหรือเสียใจดีนะ ส่วนเจ้าวัชลูกชายข้ากลับโชคร้าย ถูกยิงตายเหมือนหมาข้างถนนคนหนึ่งและไม่มีใครสนใจ ต้องกลับมาทำศพกันเองตามมีตามเกิด”

“หนูขอรับผิดทุกอย่างนะคะคุณพ่อ ยกโทษและให้อภัยหนูด้วยนะคะหนูสำนึกผิดแล้ว ที่ได้ทำผิดกับพี่วัชไปในครั้งนี้”

“ช่างมันเถอะ ข้าขออโหสิให้เจ้านะนก อ้อ ไม่ใช่ซิ องค์หญิง” ทดพึ่งนึกได้ว่านกเป็นใคร

“ไม่เอาซิคะคุณพ่ออย่าพูดตัดรอนกันแบบนั้น ไม่มีองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ที่นี่ ต่อไปนี้จะมีแต่นก เมียพี่วัช สกุณา รุจิศม ลูกสะใภ้พ่อทดและแม่สะอิ้งเท่านั้น หนูขอยืนยันจากใจ” นกเอามือลง และไปจับมือทดแทน

“หนูจะรับท่านทั้งสองคนไปดูแลและรักษาเอง สบายใจได้” ทดรีบปฏิเสธิ

“ไม่ต้อง ข้าไม่ต้องการ ขอบใจ” ทดไม่ต้องการ ยังไงก็ไม่ไป

“กลับไปซะกลับไปอยู่ในที่ของเจ้าซะ และอย่ากลับมาที่นี่อีก ในเมื่อตอนนี้เจ้าก็พูดได้แล้ว ไม่ได้เป็นใบ้ ยิ่งแล้วใหญ่  คนที่นี่ยิ่งไม่ชอบและต่อต้านเจ้าอยู่ด้วย”

        ทดไล่นกกลับไปและปิดบ้านทันที นกจึงต้องผิดหวังและกลับไปตั้งหลักที่วังก่อนทันที

!!!!! &&&&& !!!!!

       ธวัชฟื้นตื่น เริ่มรู้สึกตัวขึ้นมา จากที่นอนคว่ำหน้าอยู่ (สภาพเดิมหลังจากที่โดนยิง) ธวัชค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นมามองไปรอบๆ

“นี่มันที่ไหนวะ”

       สักพักก็มีเสียงที่ไหนไม่รู้ดังเข้ามาใส่หูเขา หลังจากที่มีสติขึ้นมา

“ตื่นแล้วรึ รู้สึกตัวแล้วรึ เจ้ามนุษย์บาปหนา ยมทูต ไปนำตัวมันมาให้ข้าชำระโทษ”

        ไม่นานยมทูตฝึกหัด ก็พาวิญญาณของธวัชมาที่หน้าบัลลังค์ เพื่อดำเนินการชำระโทษสะสางคดี ว่าจะไปอยู่นรกขุมไหนดี

“เจ้าชื่ออะไร”

        ยมบาลถาม ธวัชขัดขืนเล็กน้อย ยังคงขัดขืนอยู่ เพราะไม่รู้ว่าที่นี่ที่ไหน

“ทำไมข้าต้องบอกเจ้า ดูแต่งตัวเข้าซิ นี่มันลิเกโรงไหนวะเนี่ย ดูซิดูการแต่งตัวเข้า ไอ้บ้า ปล่อยข้านะ” ธวัชยังคงงงและสับสน

“บังอาจมากนะเจ้ามนุษย์ รู้ไหมว่าที่อยู่ข้างหน้าเจ้าเป็นใคร” ยมทูตน้อยฝึกหัดเอ่ยเสียงออกมา

“ไม่รู้โว๊ย หน้าไม่เหมือนพ่อข้า ข้าไม่สนใจทั้งนั้นแหละ” แล้วธวัชก็สะบัดแขนยมทูตน้อยฝึกหัดออก และต่อยไปที่หน้าทันที ยมทูตน้อยฝึกหัดล้มคว่ำพอลุกขึ้นมาได้จึงเสกเชือกอาคมมัดตัวธวัชทันทีเขาตกใจมากที่ทำอย่างนั้นได้เช่นไรยมทูตน้อยฝึกหัดลากตัวธวัชมาที่หน้าบัลลังค์อีกครั้ง

“คุกเข่าลง ทำความเคารพท่านยมบาล ท่านมัจจุราช เดี๋ยวนี้” ธวัชดื้อ

“ไม่ข้าไม่นั่ง” ยมทูตเตะขาอ่อนธวัช จึงต้องนั่งคุกเข่าแบบจำใจ

“เจ้าชื่ออะไร” ธวัชเงียบ ยมทูต เอามือบีบปาก ธวัชเจ็บจึงต้องอ้าปากพูดได้

“ธวัช” ท่านมัจจุราช ถามอีก

“นามสกุล” ธวัช ไม่มองหน้า หันไปที่อื่น

“รุจิศม” ท่านมัจจุราชจึงหันไปสั่งการลูกน้องทั้งสอง  

“สุวรรณ สุวาล ตรวจดูบัญชีหนังหมาดูซิว่า ไอ้นี่มันมีความชั่วความดีอะไรบ้าง และมันเป็นอะไรถึงตายลงมาถึงที่นี่”

        สุวรรณ สุวาล เปิดดูรายชื่อทั้งกรรมชั่วกรรมดี และวันหมดอายุขัยของธวัช หายังไงก็ไม่เจออยู่พักใหญ่

“ว่าไงวะ ทำไมมันนานนักวะ” ท่านมัจจุราช ใจร้อน เพราะงานคงยุ่ง วันๆต้องชำระโทษละคดีคนตายเยอะมาก

“ใจเย็นๆซิพะยะค่ะท่านยม คนเป็นล้านๆคน มันก็ต้องหานานหน่อย กระหม่อมไม่ได้มี คอมพิวเตอร์เหมือนพวกมนุษย์ที่เค้าใช้กันข้างบนนะพะยะค่ะ” สุวรรณอธิบายให้ฟัง สักพักสุวาล ฝ่ายกรรมชั่ว ก็หันมาบอก

“ไม่เจอพะยะค่ะ รายชื่อคนตายและหมดอายุขัยทั้งหมดในวันนี้ ที่กระหม่อมตรวจสอบดู โดยละเอียดแล้ว 3 รอบ ธวัช รุจิศม ไม่มีอย่างแน่นอน พระเจ้าค่ะ” ท่านมัจจุราช เริ่มอารมณ์ไม่ดี

“อ้าว แล้วมันยังไงกัน ว่าไงสุวรรณ เจอไหม ถ้าฝั่งความชั่วไม่มี ทางฝั่งเจ้ามันต้องเจอซิวะ” สุวรรณ ลองเปิดบัญชีเดินหน้าไปอีกเกือบ 60 ปี ถึงไปเจอเข้า

“เจอแล้วพระเจ้าค่ะ นายธวัช รุจิศม” สุวรรณรีบรายงาน

“จะหมดอายุขัยในอีก 60 ปีข้างหน้า ตอนอายุราวๆประมาณ 90 พระเจ้าค่ะ”

“อ้าว ไอ้ยมทูตน้อย ว่าไง ไอ้ยมทูตฝึกหัดนี่แกไปเอาดวงจิตคนที่ยังไม่ถึงฆาตมาได้ยังไง” ท่านยมตะโกนยมฑูตน้อยทันที

“ไหนแกบอกข้ามาซิ มันเกิดอะไรขึ้น แล้วนี่แกไปเอาตัวใครมาเนี่ย ความผิดพลาดครั้งใหญ่หลวงเลยนะแก”

        ท่านมัจจุราช ชี้หน้ายมทูตน้อยฝึกหัด

“ขอประทานอภัยด้วยพระเจ้าค่ะ ข้าพระพุทธเจ้าผิดไปแล้ว ที่ไปรอรับและนำตัวมาผิดคน นี่ข้าจำวันสิ้นอายุขัยคนพลาดไปมากขนาดนี้เลยหรือนี่ ตายละวา ข้าน้อยต้องขอโทษท่านด้วย ท่านธวัช”

        ท่านมัจจุราช รีบไล่ยมทูตน้อยฝึกหัด ให้พาดวงจิตของธวัชกลับไปบนโลกมนุษย์ทันทีก่อนที่มันจะสายเกินไป

“ไปเลยนะ รีบนำวิญญาณของชายผู้นี้กลับไปที่ร่างเขาเดี๋ยวนี้ทันที ก่อนที่จะไม่ทันการ จนกลายเป็นผี เป็นวิญญาณเร่ร่อนเร็ว ไปได้แล้ว และแก้มัดเชือกอาคมให้เขาด้วย” ยมทูตน้อยฝึกหัด รับคำและรีบปล่อยธวัชจากเชือกอาคม

“ขอบคุณมากเลยครับท่านยม ที่เข้าใจข้า” ธวัชยอมพูดกับท่านมัจจุราช อย่างดี เมื่อรู้ว่าตัวเองยังไม่ถึงที่ตาย ธวัชเริ่มมีความหวัง

“ข้าต้องขอโทษกับความผิดพลาดจากคนของข้าด้วยนะ เจ้ามนุษย์ ไปรีบไป ก่อนที่มันจะไม่ทันการ เพราะ 1 วันของที่นี่ มันเท่ากับ 7 วันบนโลกมนุษย์”

     ธวัชกราบลาท่านมัจจุราช สุวรรณและสุวาล แล้วยมทูตน้อยฝึกหัดตนนั้นก็รีบนำพาวิญญาณธวัชขึ้นไปบนโลกมนุษย์ทันที อิสระภาพที่ยิ่งใหญ่ของธวัชได้เริ่มขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ได้รอดชีวิตมาจากโลกของนรกภูมิ ธวัชดีใจมากเมื่อรู้ว่าตัวเอง มีโอกาสที่จะได้พบกับคนที่เขารักอีกครั้ง ยมทูตน้อยฝึกหัดพาธวัชมายังที่เดิมที่ธวัชโนยิงได้เท่านั้น จากนั้นก็ต้องหาวิธีกลับร่างเอาเอง

“ข้าไปหละนะท่าน ต้องขอโทษด้วยที่ข้าจำวันสิ้นอายุขัยคนผิด คนที่ข้าจะไปนำวิญญาณมาชื่อ ธวัชเช่นกัน แต่คนละนามสกุลกัน นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลข้าพึ่งเจอตัวเมื่อไม่กี่นาทีนี้เอง ข้าต้องไปหละ”

“เดี๋ยวยมทูตน้อย ไม่ทันแล้ว ไปฉิบ แล้วนี่ฉันจะทำยังไงต่อดีวะเนี่ย” ยมทูตน้อยฝึกหัดไปแล้ว ธวัชยืนเกาหัวยิกๆอยู่คนเดียว

\\ +++++ \\

        ช่วงบ่ายหลังจากที่งามตาเดินทางไปชำระค่าใช้จ่ายทุกร้านจนหมด ก็มีความสบายใจเป็นอย่างมาก กลับมานั่งพักที่ข้างหลุมฝังศพสามี หันไปบอกธวัช

“พี่วัชน้องทำสำเร็จแล้วนะ หนี้สินเราหมดแล้ว ต่อไปนี้นะ น้องจะดูแลพ่อกับแม่พี่ให้ดีที่สุดเลย”

        งามตาเปิดกระเป๋าสตางค์หยิบเงินที่เบิกออกมานับดูว่าเหลือเท่าไหร่ เธอเบิกออกมาเพียง 2 หมื่น เพราะหนี้ที่ค้างอยู่ประมาณหมื่นกว่าๆ ที่เหลือก็เป็นเบี้ยหัวแตกทั่วไป

“เหลือ 4,500 กับเศษนิดหน่อยน่าจะพอ อีก 2 วันพาพ่อไปหาหมอสบายมาก”

        งามตานั่งเจราจาฉอเลาะอยู่คนเดียวที่ข้างหลุมฝังศพ

“กับข้าวเย็นนี้จะทานอะไรดี ไม่เป็นไร ค่อยว่ากัน”

     เมื่อมีความสุขหลังจากเริ่มบริหารชีวิตเป็น ตอนนี้งามตาเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เด็กสาวอายุแค่ 18 แต่ต้องมาแบกรับภาระอันหนักอึ้งเพียงคนเดียวในบ้าน แถมยังมีตำแหน่งแม่หม้ายพ่วงท้าย ติดตัวมาอีกด้วย น้อยคนนักที่จะเจอแบบนี้ ขณะที่อายุยังน้อยอยู่เลย คราวนี้ชีวิตของงามตาก็มีเงินเหลือที่จะมาจับจ่ายใช้สอยในบ้านสักที ส่วนจะบริหารยังไงนั้น ตอนนี้ก็แล้วแต่งามตาหละทีนี้

>>>>> ***** <<<<<

        นกโทรหาเมืองราม คือต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่า นอกจากที่วัง หญิงยุและทดแล้ว ยังไม่มีใครรู้ว่านกพูดได้ เมื่อเมืองรามรับสายนกครั้งแรกก็ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะนกเป็นใบ้พูดไม่ได้ทุกคนเข้าใจแบบนั้น

“พี่รามนี่นกนะ” นกโทรเข้าหาเมืองราม ในช่วงเย็น หลังจากตั้งสติได้

“นกไหนครับ พี่จำไม่ได้ ต้องขอโทษที” เมืองรามกำลังขับรถกลับบ้าน

“นกเมียพี่วัชหนะจำได้หรือยัง” เมืองรามเบรกรถกะทันหันดังเอี๊ยด จนรถคันหลังเกือบชน คันหลังลงรถมาทุบกระจก เมืองรามหมุนกระจกลงมา พอเห็นเป็นชุดตำรวจก็ไม่สนใจ โดนด่าไป 1 ชุด

“เอ๊ย ขับรถประสาอะไรวะ ถือว่าเป็นตำรวจเหรอ นึกจะจอดก็จอด เมารึเปล่าวะเนี่ย” ชายวัยกลางคนโมโหมาก

“ขอโทษครับพี่ ขอโทษจริงๆ” เมืองรามยกมือไหว้ขอโทษ เอากระจกขึ้นแล้วรีบขับรถออกจากตรงนั้นไปเลย

        เมืองรามไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง สักพักนกก็โทรเข้ามาอีก

“พี่รามจะวางสายทำไมไม่บอก ให้หนูพูดคนเดียวอยู่ได้”

“นี่คุณเป็นใครเนี่ย อย่ามาเล่นแบบนี้นะ ผมไม่สนุกกับคุณด้วยนะ นกเมียเพื่อนผมเป็นใบ้พูดไม่ได้ นี่คุณพูดได้ ไม่ใช่แน่นอน คุณรู้ไหมว่าผมเป็นใคร ผมเป็น..”

       ยังไมทันที่เมืองรามจะพูดอะไรออกไปนกรีบพูดออกมาก่อนทันทีอย่างไว

“ผู้กอง เมืองราม วรรณวัฒน์ เพื่อนรักพี่วัช สมัยเรียนมัธยม อดีตมีแฟนที่ชื่อ ม.จ.วรุณยุภา หัสดี มาสืบคดีของ พระองค์เจ้าหญิง อรัญญิกา บุษบง เมื่อ 9 เดือนก่อนที่ได้หายตัวไปจากวังบุษบง จะเอาอะไรอีกไหม”

       เมืองรามอึ้งไปพักใหญ่ “ถ้าพี่ไม่เชื่อ พี่มารับหนูที่วังบุษบงเดี๋ยวนี้ แล้วเราไปหาที่คุยกัน ตามนี้นะ หนูจะรอพี่อยู่ที่วัง หนูให้เวลาพี่ 15 นาที หนูจะแต่งตัวรอ ถ้าไม่มามีเรื่อง แล้วพี่อยากรู้เรื่องอะไร ว่าทำไมหนูถึงพูดได้ ค่อยว่ากันทีหลัง แค่นี้นะ” เมืองรามตั้งตัวไม่ทันจริงๆ

<<<<< $$$$$ >>>>>

        ยมทูตน้อยฝึกหัด ทิ้งธวัชไว้ในโลกของวิญญาณ เพียงลำพัง จะไปทางไหนดีหละเนี่ย เขามองเห็นผู้คนแต่ผู้คนไม่เห็นเขา แล้วจะทำยังไงต่อดีหละเนี่ย นี่ก็เริ่มมืดแล้ว ถ้าดูเวลาน่าจะเกือบ 6 โมงเย็นแล้วหละ ธวัชจึงเดินไปเรื่อยๆ ด้วยความเคยชินพอเจอประตูวังก็จับลูกบิดจะหมุนแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะมันจับไม่ได้ ลองเอามือยื่นออกไป อ้าว ดันทะลุออกไปได้ จึงลองเดินผ่าน ออกไปเอง มองไปรอบ

“ที่นี่ที่ไหนวะเนี่ย ไม่คุ้นเลย” มองเห็นแต่กำแพงวังเป็นแนวยาวทั้งซ้ายและขวา จึงเดินออกไปทางถนนใหญ่ ทักใครไปตามทางก็ไม่มีใครตอบและได้ยิน

“เอาไงดีวะ ไม่มีใครมองเห็นหรือได้ยินเราเลย แล้วที่นี่มันที่ไหนกันหละวะ โอ๊ยกลุ้มจริงโว๊ย”

***** >>><<< *****

        ไม่นานเมืองรามก็ขับรถเข้ามารับนกและออกไปหาที่คุยกันที่อื่น ที่รู้ๆคือห่างจากวังค่อนข้างมาก เมืองรามพานกมานั่งที่สวนอาหารแห่งหนึ่งแถวๆ พุทธมณฑลสาย 2 บรรยากาศยามเย็นร่มรื่นมาก คิดซะว่าเป็นมื้อค่ำมื้อแรกระหว่างเมืองรามกับองค์หญิงก็แล้วกัน

“คราวนี้พี่เชื่อหนูรึยังพี่ราม ว่าหนูคือนก เมียพี่วัช นางสกุณา รุจิศม ตัวจริงเสียงจริง”

“พี่บอกตามตรงเลยนะนก ว่าพี่ยังไม่อยากจะเชื่อ คือมันอเมซิ่งมาก พี่ไม่เคยเจออะไรแบบนี้ 1 ในล้านจริงๆที่จะเกิดขึ้นได้”

“หนูก็ยังไม่อยากจะเชื่อตัวเองเหมือนกันพี่ ว่าหนูจะกลับมาพูดได้อีก 16 ปีเต็มๆเลยนะที่หนูทนทุกข์ทรมานกับสิ่งนี้ ถ้าหนูไม่มาพบและรู้จักพี่วัช ชีวิตหนูก็คงไม่ดีขึ้นและเปลี่ยนแปลงได้ถึงแบบนี้ คิดๆแล้วหนูก็ละอายใจ หนูถึงอยากจะให้พี่ช่วยอะไรหนูหน่อยสมกับความดีของผัวหนู นะพี่นะ หนูไม่รู้ว่าจะหันไปพึ่งใครแล้วคงจะเหลือแต่พี่คนเดียวเท่านั้น นะพี่นะ”

“แล้วนกจะให้พี่ช่วยอะไรหละ ถ้าพี่ช่วยได้พี่ยินดี ถ้ามันไม่เหลือบ่ากว่าแรง พี่ยินดีช่วย ยังไงไอ้วัชมันก็เพื่อนพี่”

“หนูขอบคุณพี่มากเลยนะคะ” นกยกมือไหว้เมืองราม

“เอ้า..ว่ามา นกจะให้พี่ช่วยอะไรก็ว่ามา แล้วนี่ริชาร์ด พิมพ์และงามตารู้รึยังเนี่ยว่านกพูดได้” นกส่ายหน้า

“ยังเลยพี่ เอาไว้ก่อน เดี๋ยวพวกนั้นจะเป็นเหมือนพี่เมื่อกี้ เอาไว้แล้วหนูจะหาเวลา บอกพวกนั้นเอง”

“ก็ดี เอาทานอะไรกันก่อนแล้วกัน ทานไปคุยไปก็แล้วกันนะ” นกดีใจมากที่เลือกคนช่วยไม่ผิด เพราะไม่มีใครแล้วจริงๆ

<<<<< ===== >>>>>

        มืดแล้วธวัช ก็เริ่มเหนื่อย ยังไม่คุ้นกับโลกแห่งวิญญาณ อยากทานอะไรก็ทานไม่ได้ เพราะหยิบจับไม่ได้ จึงหมดปัญญา หมดแรงล้มลงนอนพิงที่กำแพง สักพักก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินมาสะกิดเขา ธวัชลืมตาหันไปมอง หญิงสาวผู้นั้นกำลังยื่นหน้าอันน่ารักมาจ้องมองเขาอยู่ ธวัชมองซ้ายหันขวาให้แน่ใจว่า เธอผู้นี้มองเขาแน่รึเปล่า จึงส่งเสียงถามไป

“เธอเห็นฉันด้วยเหรอ” หญิงสาวผู้น่ารักพยักหน้า แล้วยิ้มให้

“เห็นซิ ถ้าไม่เห็นแล้วฉันจะยิ้มให้นายได้ยังไง” หญิงสาวผู้นั้น ยื่นมือมาให้ธวัชจับและเธอก็ดึง ธวัชขึ้นมา

“พึ่งตายมาหละซิท่า ถึงไม่มีแรงและหยิบจับอะไรไม่ได้หนะ” ธวัชรีบปฏิเสธิ

“เออ ไม่นะฉันยังไม่ตาย แค่วิญญาณเร่ร่อนเท่านั้น”

       ธวัชปฏิเสธิตอบแบบที่เขาเข้าใจ

“เออๆ เอาเถอะ ขี้เกียจเถียงกับคนที่ไม่ยอมรับความจริงว่าตัวเองตายแล้ว”

       หญิงสาวผู้น่ารักหันหลังให้

“ฉันเองก็ตายแล้ว เร่ร่อนอยู่แถวนี้แหละ เพราะฉันตายตรงนี้ โดนรถชนตายตรงนี้แหละมาเกือบ 3 ปีแล้ว จำอะไรไม่ได้เลย นอกจากชื่อและการตาย อ้อรู้อีกอย่างหนึ่งคือว่าบ้านอยู่ไหนนอกนั้นไม่รู้ เพราะอะไรก็ไม่รู้ ฉันชื่อ พลอยนะ อายุ 20 แล้ว นายหละชื่ออะไร” พลอยแนะนำตัวทันที

“ฉันชื่อธวัช จำได้แค่นี้แหละ” ธวัชตอบแบบไม่ค่อยมีแรง

“แล้วเป็นอะไรถึงตายหละ” พลอยหันกลับมาถาม แล้วส่งขนมปังทูน่าให้ธวัช ธวัชหิวมากพอหยิบอะไรได้ก็รีบฉีกถุงแล้วยัดอาหารใส่ปากทันที ไม่ทันได้คุยอะไรกับพลอย ตะกระตะกรามกินจนติดคอ พลอยยื่นน้ำให้อีก บริการเสร็จสรรพ แล้วก็พาธวัชมานั่งที่เก้าอี้รอรถประจำทาง มานั่งคุยต่อ หลังจากธวัชเป็นปกติ “ถ้ายังไม่อิ่มเอาอีกไหม ยังมีอีกนะ ในย่ามฉันเนี่ย” ธวัชยกมือขึ้น

“พอแล้ว อิ่มแล้วขอบใจเธอมากนะพลอย” พลอยถามต่อ

“แล้วตกลงนายจะบอกฉันได้รึยังว่าเป็นไรถึงตายและมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง”

“จำได้ว่าครั้งสุดท้าย ฉันยืนอยู่ที่ไหนสักแห่ง แต่จำไม่ได้ แล้วเหมือนมีเสียงเหมือนอะไรดังขึ้นสักอย่าง 2 ครั้ง มันคล้ายกับพลุหรือปะทัดอะไรนี่แหละ จากนั้นฉันก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย จนตื่นลืมตามานี่แหละ”

      พลอยสังเกตุที่ตัวและร่างกายของธวัช เห็นมีรอยกระสุนที่หน้าอกข้างซ้ายและลำตัวด้านขวา เธอเอามือจิ้มไปที่รอยนั้น

“ปืน สงสัยเสียงปืนแน่ๆ นายโดนยิงมา Sure” พลอยชี้ให้ดู

“นี่ไงรอยกระสุนยังอยู่ที่เสื้อนายเลย ตรงหัวใจเป๊ะ 5555+” พลอยหัวเราะ

“นี่ฉันโดนยิงเหรอนี่” ธวัชไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ในชีวิตนี้ตัวเองจะถูกยิงตาย

“แล้วนี่นายจำอะไรได้บ้างหละเนี่ย ถึงได้มานอนอยู่ตรงนี้”

        พลอยถามต่ออีกเพื่อดึงความจำธวัชทางอ้อม

“จำไม่ได้เลย มันมีแต่อะไรไม่รู้ วิ่งผ่านไปผ่านมา เต็มหัวสมองฉันไปหมดเลยเนี่ย รู้อย่างเดียวที่จำได้ตอนนี้ก็คือ ต้องหาร่างของฉันให้เจอ ฉันถึงจะกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เหมือนเดิม” ธวัชจำได้เท่านี้จริงๆ

“เหรอ ดีนะที่ยังมีความหวัง แต่ฉันซิไม่มีเลย อะไรก็จำไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะไปไหน ทำอะไร ก็เลยอยู่แบบนี้คนเดียวมาตลอดเลย 3 ปีเต็มๆ เหงานะบอกตามตรง ฉันไม่มีเพื่อนเลย มีนายนี่แหละวันนี้ที่ได้ที่คุยกับฉันเป็นคนแรก แล้วจะให้ฉันช่วยอะไรไหมหละ ให้ฉันช่วยนายหาร่างนายให้เอาไหม ฉันกว้างขวางนะแถวนี้” ธวัชเริ่มมีความหวังจากสาวน้อยผีพเนจร

“จริงซิ” พลอยยิ้มให้

“แล้วมันจะเริ่มจากตรงไหนหละ” ธวัชถามออกไป

“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่แน่ๆ นายอยู่ตรงนี้นานไม่ได้” พลอยนึกขึ้นได้

“ทำไมหละ” ธวัชงง ไม่เข้าใจ

“ผีเจ้าถิ่นนะซิ” พลอยอธิบาย

“ผีเจ้าถิ่น แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันหละ” ธวัชยังคงงงและไม่เข้าใจอยู่ดี

“ก็ถ้ามันรู้ว่านายมาใหม่ มันจะเอานายไปเป็นลูกน้องมันนะซิ รับรองว่านายจะไม่ได้ไปผุดไปเกิดอีกเลย เพราะมันจะสะกดวิญญานนายไว้เพื่อรับใช้มันนะซิ ไปรีบไปก่อนที่พวกมันจะมา” พลอยรีบไล่ธวัช

“แล้วเธอจะให้ฉันไปไหนหละ ฉันยังไม่รู้เลยว่าที่นี่คือที่ไหน” ธวัชจนปัญญา

“เอาเถอะน่า” พลอยหันไปเห็นพวกนั้นมาพอดี

“ไม่ทันแล้ว มันมากันโน่นแล้ว เอาไงดีวะ” พลอยผีสาวผู้น่ารัก จะช่วยผีหนุ่มอย่างธวัชที่พึ่งเจอกันไม่ถึง 10 นาที ได้เช่นไรหละทีนี้

        พวกนั้นเข้ามาใกล้แล้ว พลอยจึงตัดสินใจ หันไปจูบปากธวัชทันที เพื่อเบนความสนใจพวกผีนักเลงพวกนั้น ธวัชไม่ทันตั้งตัว จึงต้องกอดพลอยก่อน เพราะไม่งั้นเขาได้ล้มลงไปนอนข้างล่างแน่ พวกกลุ่มผีนักเลงผ่านมาเห็นผีสองตัวกอดจูบกันอยู่จึงไม่ยุ่งเพราะถือว่า กำลังทำภารกิจกันอยู่ จึงเลยผ่านไป พลอยกะเวลาแล้วว่า พวกนั้นไปแล้ว จึงปล่อยธวัช

“ปลอดภัยแล้ว” พลอยพูด โดยยังไม่เห็นหน้าธวัช พอหันมา ธวัชจูบเองอีกครั้ง โดยไม่ได้ขอบ้าง สักพักก็ปล่อยพลอย

“นายทำอะไรหนะ”

        พลอยอายหน้าแดง เขิน อยู่เป็นผีสาวโสดมาตั้งนาน 3 ปี ไม่เคยโดนผู้ชายจูบดูดดื่มแบบนี้มาก่อนเลย

“ฉันเป็นเมียนายแล้วนะ” พลอยประกาศออกมาหน้าตาเฉย แบบไม่สนใจที่จะถามความสมัครใจธวัชเลย

“เห้ย อะไรแค่โดนจูบเนี่ยนะ เป็นผัวเมียกันแล้ว” ธวัชตกใจมาก

“ไม่รู้หละ ก็นายมาจูบชั้นก่อนทำไมหละ เท่ากับฉันเสียผีให้นายแล้ว ประเพณีบ้านชั้นเขาถือนะ” ธวัชตกใจมาก

“จะบ้าเหรอพลอย ประเพณีบ้าบออะไร โดนจูบแล้วต้องเป็นผัวเมียกันเนี่ย”

        ธวัชพูดต่อหลังจากถอยห่างออกมาจากพลอยเล็กน้อย

“ไม่มีหรอกมั่วแล้ว เธอมาจูบฉันก่อนนะ ฉันก็แค่จูบคืนไปก็เท่านั้น”

“ไม่ได้ นายต้องรับผิดชอบ” พลอยตะโกนออกไป

“อีกอย่างเมื่อกี้ฉันเห็นว่า เวลาโดนจูบ ฉันเห็นภาพอะไรแวบๆขึ้นมา ก็เลยขอลองดูอีกครั้ง เผื่อมันจะเห็นอะไรอีก แต่ครั้งนี้ ทำไมมันไม่เหมือนกับครั้งแรกก็ไม่รู้ก็เท่านั้น เอ้อ เธอเป็นผีนะอะไรเนี่ยเสียผี งง”

        ธวัชยืนยันแบบนั้นและให้เหตุผลอย่างดีอย่างละเอียด

“ไม่รู้หละ ครั้งแรกฉันไม่นับ เพราะนั่นถือว่า ฉันเป็นคนทำ”

“เฮ๊ย อย่างนี้ก็ได้เหรอ” พลอยไม่สนใจ

“แต่ครั้งที่สองเนี่ย นายเป็นคนทำ ถือว่านายทำผิดประเพณี ฉันเป็นฝ่ายทำ ไม่ผิด” มีงี้ด้วย

“แต่ถ้านายทำ นายผิด เมื่อนายผิด นายก็ต้องรับผิดชอบฉัน เข้าใจไหมนายธวัช ฉันเป็นเมียนาย นายเป็นผัวฉัน”

“โอ๊ย ไม่เอาด้วยแล้ว มันอะไรกันวะ เจอหน้ากันไม่ถึง 15 นาที ฉันได้เมียเป็นผีแล้วเหรอ ไม่เอา ไปดีกว่า ไปหละ”

        แล้วธวัชก็ลุกหนีพลอยทันที พลอยไม่สนใจตามธวัชไปทุกที่ หายตัว วับ แวบ ตามไปทุกที่ จนธวัชอ่อนใจไม่รุ้จะทำยังไงดีแล้ว

***** ----- *****

       หลังจากทานข้าวเสร็จ นกดูเวลา พึ่งทุ่มนึง นกยังไม่อยากกลับวังบุษบงจึงขอแรง วานให้เมืองรามพาเธอไปที่วังวรรณรัตน์ อยากจะจัดการเรื่องบางเรื่องให้มันจบๆไปสักที ทีละเรื่องตามไทม์ไลน์ที่เธอวางเอาไว้ เมืองรามก็ไม่ขัดข้อง

        องค์หญิงเมื่อพูดได้แล้ว จึงกลับไปที่วังของโกมุท ไปดูความเรียบร้อยหลังจากที่โกมุทถูกจับโทษฐานเป็นผู้จ้างวานฆ่าและลอบปลงพระชนม์องค์หญิง โทษสูงถึงประหารชีวิต แต่องค์หญิงขอไว้ให้ลดโทษตาย เพราะถือว่า โกมุทช่วยให้เธอหายจากอาการเป็นใบ้ คงเหลือแต่จำคุกตลอดชีวิต และขอเพียงให้ถอดยศถาบรรดาศักดิ์ ให้เหลือเป็นเพียงคนบุคคลธรรมดาสามัญ แล้วยึดทรัพย์สินต่างๆที่เป็นชื่อของโกมุททั้งหมด ให้ขึ้นอยู่ในความดูแลของวังบุษบงเท่านั้น ส่วนวังและทรัพย์สินส่วนอื่นนกไม่ขอยุ่งเกี่ยว คงคืนให้เสด็จลุงไปและข้อตกลงที่เคยมีมาทั้งหมดเป็นอันยกเลิก เสด็จลุงซึ่งเป็นบิดาของโกมุทยอมรับข้อตกลงทั้งหมด ขอเพียงโกมุทไม่ตายเขาก็พอใจแล้ว

“ว่าไง เพทาย บุษบา สบายดีไหม” ทั้งสองสาวตกใจมากที่องค์หญิงพูดได้

“องค์หญิงพูดได้ เพทาย องค์หญิงพูดได้ แกได้ยินเหมือนฉันไหม”

       บุษบาดีใจมาก “ได้ยิน องค์หญิงเพคะ องค์หญิงของหม่อมฉัน ช่างมีบุญวาสนาเสียจริง ทรงถนอมพระวรกายด้วยนะเพคะ ได้ข่าวว่าพึ่งฟื้นจากการประชวรใช่ไหมเพคะ” องค์หญิงรัน เอื้อมมือมาจับมือเพทายและบุษบา

“ใช่ และที่มาวันนี้ ฉันมีข่าวดีมาบอกเธอสองคนด้วยนะ”

“อะไรเพคะ” เพทายใจร้อนอยากรู้

“ฉันจะเอาเธอสองคนไปอยู่กับฉันที่วังบุษบงด้วย ไปไหม”

“จริงเหรอเพคะ อย่าหลอกให้เราสองคนดีใจเล่นๆนะเพคะ”

       บุษบากลัวองค์หญิงเปลี่ยนใจ

“จริงซิ ฉันใคร พระองค์เจ้าหญิง อรัญญิกา บุษบงนะ คำไหนคำนั้น ถ้าไม่เชื่อ ก็ไม่ต้องไป”

“ไปซิเพคะ แหม ทรงน้อยใจไปได้ หม่อมฉันล้อเล่น มีเจ้านายน่ารักๆใจดีๆอย่างองค์หญิงใครบ้างจะไม่เอา”

 “ตอนที่ฉันอยู่ที่นี่พวกเธอเคยทำยังไง ดูแลฉันยังไง ไปที่นั่น เธอสองคนก็ทำแบบนั้นแบบเดิม แล้วจะได้เพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นอีก 2 คนด้วยนะ นางสนองพระโอษฐ์เดิมฉันมีอยู่ก่อนแล้ว 2 คน ชื่อ พิกุลกับแขไข เธอสองคนอายุคงจะไล่เลี่ยกันนะ เมื่อไปอยู่ก็ไปคุยไปนับอายุกันเอาเอง อยู่ด้วยกันจะเรียกอะไรก็จัดการคุยกันเองก็แล้วกันนะ” ทั้งสองสาวก้มลงกราบองค์หญิง

      นกเอาตัวเพทายและบุษบาไปอยู่เป็นนางสนองพระโอษฐ์ต่อด้วยที่วังบุษบง ทั้งสองคนดีใจมาก

“เออ..แล้ว” เพทายอ้าปากจะถามแต่ไม่กล้า

“มีอะไรเพทาย” เพทายมองหน้าบุษบา นกรู้ทันจึงรีบบอก

“อ้าว จะรออะไรหละไปซิไปเก็บของได้แล้วฉันให้เวลาพวกเธอ 30 นาที รีบไปเลย 2 ทุ่ม ถ้าไม่กลับมา ถ้าฉันไป อดด้วยนะเอ้า”

        สองสาวรีบกราบทูลลาและวิ่งปรู๊ดไปเก็บของที่ห้องตัวเองทันที หลังจากนั้นนกก็เดินไปที่ครัวของวังวรรณรัตน์ ไม่ลืมที่จะเอาตัวยาย ปลิกไปไว้ทำอาหารให้ที่วังอีกคน

“ยายปลิก” ยายปลิกไม่นึกว่าจะเป็นองค์หญิงน้อยของเธอ เพราะนางเป็นใบ้

        พอหันไป “องค์หญิงน้อย” ยายปลิกรีบลุกขึ้นมาก้มลงกราบแทบเท้าทันที นกรีบดึงตัวยายปลิกขึ้นมา

“ไม่เอา หญิงเคยบอกยายแล้วใช่ไหมว่าอย่าทำแบบนี้” ยายปลิกนึกว่าหูฝาด ไม่คิดว่าเสียงที่ได้ยินจะเป็นเสียงขององค์หญิง

“นี่องค์หญิงของปลิกทรงดำริได้แล้วเหรอเพคะ” นกยิ้มและพยักหน้า ยายปลิกดีใจมาก รีบโผกอดนกแบบมีความสุขมาก

“ยายกลับไปอยู่ที่วังบุษบงกับหญิงนะ” ยายปลิกน้ำหูน้ำตาไหลพยักหน้ารับคำโดยดี ดีใจที่รักคนไม่ผิดจริงๆ

        ไม่นานหลังจากที่นกให้เวลาทั้งสามคนจัดกระเป๋าและเตรียมตัว นกก็มานั่งรอที่มุขหน้าวัง

“ว่าไงนกจะกลับรึยัง นี่มันก็มืดมากแล้วนะ” เมืองรามเดินมาถาม เพทาย บุษบงและยายปลิกเดินมาถึงพอดี

        นกลุกขึ้นยืนกำลังจะหันไปตอบ อยู่ดีๆนกก็วูบหน้ามืด รู้สึกเหมือนโลกเอียง ล้มลงต่อหน้าคนทั้ง 4 สองสาวนางกำนัลรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้น ไม่นาน นกฟื้นตื่นขึ้นมา

“องค์หญิงเพคะ องค์หญิง” บุษบาถามนก

“นี่ฉันเป็นอะไรไปเนี่ย” นกไม่รู้สึกตัวจริงๆว่าตัวเองเป็นอะไร ทำไมอยู่ดีๆร่างกายถึงไม่มีแรงซะดื้อๆอย่างนี้

        เพราะหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์กันครั้งสุดท้ายในคืนนั้นกับธวัช นกก็ลืมทานยาคุม เนื่องจากตั้งแต่กลับมาอยู่ที่วังของหญิงยุ จนมาถึงวังตัวเองก็ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กับธวัชอีกเลย นกไม่ได้หยิบเอายาจากบ้านธวัชติดมาด้วย ถ้าจะซื้อทานใหม่ก็คงไม่ทันแล้วเพราะมันขาดระยะมานานและครั้งนี้จะเป็นโชคดีหรือโชคร้ายของนกก็ไม่รู้ นี่อาจจะเป็นสัญญานเตือนให้รู้รึเปล่า ก็อาจจะเป็นได้

“ไม่ทราบเพคะ ท่านหญิงทรงวูบไปนานเลย สงสัยคงตรากตรำทำงานหนัก ทรงรักษาพระวรกายบ้างนะเพคะ” บุษบาบอก

“ใช่ทรงดูแลและรักษาพระวรกายด้วยนะเพคะ เพราะหม่อมฉันเห็น ท่านหญิงทรงไม่ได้พักผ่อนเลย ตั้งแต่ท่านทรงดำริได้” เพทายกล่าวย้ำเตือนอีกครั้ง

“กลับไปครั้งนี้ หม่อมฉันทั้งสองคนจะไม่ยอมให้องค์หญิงทรงตรากตรำงานหนักอีกแล้ว”   

“เออๆ เอาเถอะ ไปไป กลับวังบุษบงกันได้แล้ว นี่ก็ค่ำมืดมากแล้ว เดี๋ยวท่านพ่อ ท่านแม่ท่านจะเป็นห่วงฉันอีก ส่วนคนอื่นที่เหลือ ก็ให้เค้าเริ่มแยกย้ายกันไปก่อน จ้าวลุงจ้าวป้ากลับมาจากต่างประเทศเมื่อไหร่ ค่อยว่ากันอีกที เอ้านี่ ฉันฝากเงินให้พวกนั้นไปทำทุนกันก่อน คงจะพอนะกับ 3 เดือนที่ระหว่างรอจ้าวลุงจ้าวป้ากลับมา ไปเอาไปให้พวกนั้นได้แล้ว ฉันให้เวลาอีกครึ่งชั่วโมง ใครจะไปก็ไป เร็วๆด้วย ฉันฝากด้วย ไม่ไหวแล้ว อยากจะอ๊วก ขอยาดมหน่อย” นกไม่ไหวจริงๆ

“พอเพคะ เหลือด้วยซ้ำไป พวกหม่อมฉัน อยู่ในวัง แทบไม่ได้ใช้อะไร” บุษบาพูดจบก็รีบวิ่งเอาเงินไปแจกจ่ายให้กับพวกที่เหลืออยู่ ก็หลายสิบชีวิตเหมือนกัน นกนึกขึ้นได้จึงเรียกเพทายให้มาหา

“เพทาย ฉันฝากอีกเรื่อง ถ้าใครไม่มีที่ไปจริงๆ ก็ให้ไปอยู่ที่วังบุษบงก่อนก็แล้วกัน แจ้งความจำนงไปนะ แล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ ไป พี่ราม หนูไม่ไหวแล้ว พาหนูไปที่รถที” เมืองรามรีบพยุงนกไปที่รถ ยายปลิกเดินตามไปดูแล

        ไม่ถึง 15 นาที เพทายและบุษบาก็ทำตามคำสั่งของหญิงรันจนครบ ทั้งหมดรีบขึ้นรถ เมืองรามรีบพานกกลับวังทันทีเพราะอาการดูไม่ดีเลย ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เมืองรามก็ถึงวัง และรีบอุ้มนกขึ้นไปบนห้องบรรทม วางลงบนที่นอนเอาผ้าห่มให้อย่างดี” เมืองรามเดินออกมา และสั่งพิกุลกับแขไข

“เธอสองคน อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครนะว่าองค์หญิงไม่สบายอีกแล้ว โดยเฉพาะหญิงยุ ฉันไม่อยากได้ยินเสียงแว๊ดๆเข้าหู เข้าใจไหม แล้วนี่ เพทายกับบุษบานะ นางสนองพระโอษฐ์ใหม่ที่องค์หญิงพามาอยู่ที่นี่ด้วย ฉันฝากด้วย ไปทำความรู้จักกันเอาเองนะ ส่วนนี่ยายปลิก แม่ครัวเก่าที่นี่ ฉันก็ขอฝากด้วยแล้วกัน คืนนี้เอาไว้แค่นี้ก่อน แล้วพรุ่งนี้สายๆถ้าฉันว่าง ฉันจะเข้ามาอีกที ตามนี้นะ ฉันไปหละ นี่ก็ดึกมากแล้ว ทุกคนฉันกลับก่อนนะ”

        ทั้งสามคนยกมือไหว้เมืองราม จากนั้นเมืองรามก็ขับรถกลับออกไปทันที กลับมาที่ 3 คนใหม่นี่แหละ พิกุลกับแขไข มองหน้ากัน เอาไงหละทีนี้ พิกุลอยู่มาก่อนหน้าใคร จะว่าแกที่สุดในตอนนี้ก็ว่าได้ จึงต้องตัดสินใจไปก่อน

“ยายนอนเฝ้าองค์หญิงก่อนได้ไหมคืนนี้ มันกะทันหันจริงๆ เอาไว้พรุ่งนี้หากองค์หญิงทรงตื่นขึ้นมาแล้วค่อยว่ากันอีกครั้งนะ ส่วนเธอสองคน ตามฉันมา แขไข ฉันฝากแกดูที่ทางให้ยายด้วย ตรงไหนก็ได้ และหาหมอนกับผ้าห่มให้ยายแกด้วย”

        แขไขพยักหน้า แล้วพายายปลิกไปหาที่นอนชั่วคราว พิกุลพา เพทายและบุษบา ไปที่ห้องพักในส่วนของนางกำนัลฝ่ายใน โชคยังดีที่ยังเหลืออยู่อีก 1 ห้อง แต่ใช้เก็บของบางส่วนบางอย่างอยู่ ถ้าเอาออกจัดใหม่ก็อยู่ได้

“เอ้าเธอสองคนอยู่ที่นี่ไปก่อนนะคืนนี้ พอเช้าค่อยว่ากันใหม่ ไม่มียุงหรอก เพราะมีมุ้งลวด เปิดหน้าต่างระบายหน่อยกลิ่นอับคงจะหาย แล้วนี่อายุเท่าไหร่กันหละ จะได้เรียกถูก ฉันชื่อพิกุล อายุ 25 คนนั้นแขไข อายุเท่ากัน”

“หนูชื่อเพทายอายุ 21 ค่ะพี่” เพทายรายงานตัว

“ส่วนหนูบุษบาอายุ 20 ค่ะพี่” เมื่อทุกคนรายงานตัวเสร็จ ก็ไม่มีอะไร

“งั้นคืนนี้พวกเธอสองคนก็พักผ่อนนะ พี่ขอตัวก่อน ห้องน้ำอยู่ทางโน้นนะ มี 5 ห้อง เป็นห้องรวมปลอดภัย  เพราะส่วนนี้เป็นวังชั้นใน มีเฉพาะนางกำนัลเท่านั้น ออกจากประตูไปเลี้ยวขวาก็เจอแล้ว ส่วนเรื่องรายละเอียดพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน เดี๋ยวสักพักจะให้คนเอาหมอนกับผ้าห่มมาให้ คืนนี้นอนพื้นไปก่อนนะ เพราะเตรียมอะไรไม่ทันจริงๆ”

        สองสาวยกมือไหว้พิกุล และก็รีบเอาไม้กวาดที่อยู่แถวนั้นปัดกวาดไปก่อนชั่วคราว ระหว่างรอสิ่งของ พิกุลเดินกลับออกไปเพื่อไปสั่งนางกำนัลรุ่นน้องอีกกลุ่มหนึ่ง เพราะตอนนี้มันก็มืดมากแล้ว นานๆจะมีเรื่องกระทันหันสักที จึงต้องรีบเร่งกันหน่อย

        พิกุลนอกจากจะเป็นนางสนองพระโอษฐ์แล้ว ยังเป็นหัวหน้านางกำนัลฝ่ายในด้วย  ส่วนแขไข เป็นหัวหน้านางกำนัลฝ่ายนอก ไม่นาน นางกำนัลรุ่นน้องก็เอาหมอนและผ้าห่มพร้อมเสื่อมาให้เพทายและบุษบา ส่วนยายปลิก นางกำนัลเอาเครื่องนอนขึ้นไปให้เรียบร้อยแล้ว เมื่อเสร็จทุกอย่างพิกุลกับแขไขก็รีบกลับไปนอนทันที เพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว

\\ ----- /////

        ยุ้ยรู้สึกหน้ามืดวูบไปพักนึง ขณะที่กำลังยืนกรีดยางในสวนช่วงเช้ามืด คนงานจึงรีบวิ่งไปบอกนายหัวกับนายหญิง และรีบพาไปโรงพยาบาลทันที หลังจากที่หมอสาวออกมา จึงได้แจ้งข่าวดีให้กับนายหัวและนายหญิง

“ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะนายหัวแต้ม นายหญิงพริ้มเพรา” ทั้งสองคนงงที่หมอสาวมาแสดงความยินดี ทั้งที่ลูกสาวป่วย

“เดี๋ยวนะหมอ ลูกฉันไม่สบาย แล้วจะมาแสดงความยินดีอะไรเนี่ย ฉันไม่เข้าใจ”

“ต้องเป็นข่าวดีซิคะ เพราะว่าท่านทั้งสองมีหลานแล้ว ตอนนี้ น้องยุ้ยท้องได้ ประมาณ 2 สัปดาห์แล้วค่ะ”

“จริงเหรอค่ะหมอ หมอไม่โกหกเราสองคนนะ ตาแต้มนี่เราจะได้เป็นตายายแล้วนะ ดีใจจัง ธวัชทำสำเร็จจนได้”

       ทั้ง 2 คนดีใจมาก แต่ยุ้ยหละเธอจะดีใจด้วยไหม ต้องรอดูท่าทีอีกครั้งหนึ่ง ยุ้ยตั้งท้องมีลูกให้ธวัชโดยไม่รู้ตัว (ในเวลาต่อมา) เพราะเธอไม่ได้ทานยาคุมมาหลายเดือนแล้วตั้งแต่เลิกกับธวัชไปในครั้งนั้น พอมีเพศสัมพันธุ์กันในวันนั้นซึ่งเป็นวันที่ไข่ของยุ้ยตกพอดี จึงเป็นโชคดีของยุ้ยที่มีลูกกับธวัชสำเร็จ ยุ้ยพักรักษาตัวอยู่ 2 วันเต็มๆนอนให้น้ำเกลือ ช่วงค่ำจึงพากลับบ้านได้

        หลังจากถึงบ้าน พ่อบอกยุ้ยไม่ต้องออกไปทำงานอีกแล้ว ห้ามทันที

“ตั้งแต่นี้ไปแกไม่ต้องออกไปกรีดยางอีกแล้วนะยุ้ย”

“ทำไมหละพ่อให้หนูทำเถอะ หนูอยู่เฉยๆหนูก็เบื่อเป็นนะ” แม่ตวาด

“ไม่ได้” ยุ้ยงง ทำไมแม่ต้องตวาดใส่อารมณ์แบบนั้น

“ทำไมแม่ต้องตวาดหนูด้วย พูดดีๆก็ได้ หนูตกใจหมดเลย” ยังไม่ทันไรก็เริ่มคลื่นไส้หน้ามืดอีก ยุ้ยรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ

        พอออกมาจากห้องน้ำ แม่จึงบอกความจริง แม่ยื่นผ้าขนหนูให้

“เอ้า เอาไป แล้วฟังแม่ดีๆนะ มามานั่งตรงนี้ แล้วฟัง”

“มีอะไรกันเหรอคะพ่อ ทำไมถึงดูหน้าซีเรียสกันจัง พ่อ แม่ รีบบอกหนูมา หนูใจไม่ดีแล้ว มีอะไร”

“แกฟังให้ดีนะยุ้ย พ่อมีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายให้แกฟังสองเรื่อง แกอยากฟังเรื่องไหนก่อน”

“อะไรก็ได้ ยังไงมันก็ต้องรู้ใช่ไหม” ยุ้ยลุ้นจนตัวโก่ง

“งั้นเอาข่าวดีก่อนแล้วกัน” พ่อโบ้ยหน้าไปที่แม่ ให้แม่บอก” พริ้มพยักหน้า

“แกท้อง” ยุ้ยอึ้งไปเลย จะยิ้มหรือเสียใจดี ยุ้ยทำสีหน้าไม่ถูก สักพัก

“จริงดิ หนูท้อง หนูทำสำเร็จแล้ว แม่ พ่อ หนูมีน้องให้พี่วัชแล้ว หนูมีลูกแล้ว เย้ เย้” ระหว่างที่ยุ้ยกำลังดีใจ พ่อก็ต้องรีบตัดอารมณ์ทันทีเพื่อให้ยุ้ยทำใจให้ได้ “ส่วนข่าวร้าย” ยุ้ยหยุดดีใจและหันมาฟัง

“ธวัชเสียชีวิตแล้ว” ยุ้ยเปลี่ยนสีหน้าทันที

“อะไรนะพ่อ พ่อว่าพี่วัชตายแล้ว เมื่อไหร่ และตายยังไง”

“อาทิตย์นึงได้แล้วมั้งลูก ถูกยิงตายที่วังบุษบง พ่อรู้ข่าวแค่นี้ ส่วนรายละเอียดไม่รู้จริงๆ” ยุ้ยนิ่งไปพักใหญ่ พอรู้ว่าผัวตัวเองโดนยิงตาย จากปากของพ่อ ยุ้ยทรุดตัวนั่งลงกับพื้นทันที พ่อกับแม่เดินเข้ามาปลอบใจ

“ทำใจดีๆไว้นะลูก ตอนนี้แกอุ้มท้องอยู่นะ” แม่เป็นห่วงลูกสาว

“เดี๋ยวเด็กจะเป็นอะไรไปอีก ดูแลตัวเองก่อน เรื่องนั้นค่อยว่ากันทีหลังนะ อ้อเท่าที่พ่อจำได้ นกคนที่ว่าเป็นเมียแรกของธวัชหนะที่แท้จริง เธอก็คือ พระองค์เจ้าหญิง อรัญญิกา บุษบง ที่หายตัวไปเมื่อ 9 เดือนที่แล้วนั่นเอง พ่อเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่า คนที่อยู่ใกล้ตัวเราที่สุดจะคือเธอคนนี้ เวรกรรมจริงๆ ธวัชตาย เพราะแอบเข้าไปหานกในวังข่าวเขาบอกมาแบบนั้น พ่อรู้เท่านี้จริงๆ” พอได้รู้ว่าธวัชเสียเพราะใคร ยุ้ยเจ็บใจมาก จึงได้แต่อาฆาตแค้นนกมากๆเลยคราวนี้

        ยุ้ยเบลอไปพักใหญ่ หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างจากพ่อและวูบไปตอนไหนอีกครั้งก็ไม่รู้

“ยุ้ย ยุ้ย ทำใจดีๆวะนะลูก” เมื่อเห็นท่าไม่ดี แต้มจึงรีบอุ้มลูกขึ้นไปบนห้องทันที พริ้มรีบเปิดประตูห้องให้ แต้มวางลูกลงบนที่นอน แล้วเอามือลูบหน้า

“โธ่เอ๊ย เวรกรรมอะไรเนี่ย ยุ้ยเอ๊ย มีข่าวดีทั้งที ก็ต้องมาเจอกับข่าวร้ายพร้อมๆกันด้วย”

“นั่นนะซิพี่ ลูกเกิดมาต้องกำพร้าพ่อเสียแล้ว ไม่น่าเลย ไปพี่ ให้ลูกพักผ่อนก่อน แล้วค่อยว่ากันใหม่”

<<<<< ***** >>>>>

        ธวัชยังคงวนเวียนหาร่างของตัวเองอยู่ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็ 13 วันได้แล้วมั้ง สุดท้ายเขาก็หนีพลอยไม่พ้น เมื่อหนีไม่ได้ก็ต้องยอมรับชะตากรรมตรงนี้ไปก่อน เพราะต้องพึ่งพาเธอจริงๆต้องยอมรับสภาพไปโดยปริยาย เมียก็เมีย มันก็ไม่ได้เสียหายอะไร ในเมื่อตอนนี้ธวัชก็ยอมรับสภาพและความจริงได้ว่าตัวเองตายแล้ว ทุกวันนี้ก็มีความสุขดี ได้พลอยเป็นเมียอีกคนก็ไม่น่าจะแปลก

        ตอนเป็นคนก็มีมาแล้วตั้งสามคน พอตายเป็นผี จะมีอีกสักคนมันก็ไม่เห็นจะเป็นไร เวลาเอากันมีความสุขกันที ก็ไม่ต้องคอยหลบใครเพราะไม่มีใครเห็น พลอยมีบ้านมีห้องส่วนตัวของเธอ จึงเป็นชีวิตและครอบครัวอีกแบบหนึ่งในโลกของวิญญาน

        หลังจากที่ได้เสียตัวพลีกายให้กับธวัชไปเมื่อหลายวันก่อน พลอยมีความสุขมากที่ได้ร่วมรักกับธวัช จึงเริ่มรักธวัชจริงๆเข้าแล้วเมื่อได้อยู่กับธวัชเพียงไม่กี่วันกี่คืน หรืออาจเป็นเพราะรสสวาทที่ธวัชมอบให้หรือเปล่าก็ไม่รู้ พลอยหึงและหวงธวัชมากเมื่อมีผีสาวตนอื่นมาข้องแวะกับธวัชซึ่งเป็นสามีตนเองในตอนนี้ ธวัชเริ่มเวียนหัวอีกแล้วเมื่อเจอปัญหาแบบเดียวกันเป๊เหมือนโลกมนุษย์เลย

***** \\ *****

        หลายวันผ่านไป เมื่อองค์หญิงรันได้มอบหมายงาน และบอกว่าใครจะทำอะไรบ้าง ทุกคนก็แยกย้ายกันไปตามหน้าที่ และส่วนของตัวเอง กฏของที่นี่คือ นางสนองพระโอษฐ์ต้องมานอนเฝ้าอยู่กับเจ้านายคืนละ 1 คนสลับกันไป ส่วนกลางวันถ้าใครว่าง ก็ขึ้นมาอยู่รวมกัน เผื่อนกจะเรียกใช้อะไรและมีวันหยุดให้สัปดาห์ละ 1 วัน พิกุลเป็นคนจัดให้ในส่วนนี้

        ยายปลิก นกให้มาเป็นหัวหน้าแม่ครัวที่นี่ แทนคนเดิมซึ่งว่างอยู่นานแล้ว และจัดให้ไปอยู่ที่ห้องพิเศษกว่าคนอื่นหน่อยเพราะเป็นคนเก่าแก่จริงๆ ส่วนเพทายกับแขไข ก็เริ่มปรับตัวปรับสภาพเข้ากับที่ใหม่ได้แล้ว นางกำนัลที่นี่น่ารักแทบทุกคน เพราะหม่อมมณีกุลเลือกและฝึกมาดี จึงทำให้ไม่มีปัญหาอะไรในการทำงาน ทุกคนมีรอยยิ้มให้ ส่วนสุขภาพของตัวนกเอง ก็ยังมีวูบๆอยู่บ้างแต่ไม่เด่นชัดเหมือนยุ้ย นกยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร ไม่คิดไปถึงเรื่องมีลูก เพราะคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้มันเร็วไป

xxxxx ===== xxxxx

       ธวัชได้ตายจากงามตาไปก็หลายวันแล้วก็จริง แต่งามตากลับเฉยๆไม่มีความกังวลหรือเสียใจอะไรเลย เธอกลับมานั่งนึกถึงวันที่มีคนมากระซิบบอกเธอ ถึงเรื่องที่ว่าสามารถจะทำให้ธวัชฟื้นกลับมาได้ให้ลองไปหาบุคคลคนนี้ เมื่อนึกขึ้นได้จึงรีบกลับไปหาหมอผีคนนั้นตามลำพังอีกครั้งโดยไม่มีผู้ใดรู้ ดั้นด้นไปยังสถานที่ที่มิดชิดอยู่ไกลจากบ้านเธอมากทีเดียว เพื่อไปถามถึงความคืบหน้า ว่าเป็นยังไงบ้าง เป็นอะไรที่แปลกอยู่อย่างที่หมอผีผู้นั้นบอกงามตา งามตาเองก็ไม่อยากเชื่อ ถ้าไม่เห็นด้วยตา

“คุณนาย ดูซิ ร่างของผัวคุณนายไม่เน่าไม่เปื่อยเลย เหมือนคนที่ไม่สบายเท่านั้น ข้าก็ทำตามที่คุณนายขอ ไม่ฉีดยาอะไรลงไป ให้ทานแต่ยาหม้อแผนโบราณประทังไปเรื่อยๆ กางมุ้งปกคลุมไว้อย่างดี ลิ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม และอบสมุนไพรเลี้ยงไว้ตลอด 24 ชั่วโมง แล้วไหนหละค่าเหนื่อยค่าดูแลของข้า”

      งามตาตัดใจยื่นให้หมอผีคนนั้นอีก 2 พัน

“แล้วนี่อีกนานไหมกว่าผัวฉันจะฟื้นหนะ” งามตาทวงสัญญา

“แกได้เงินจากฉันไปเยอะแล้วนะ ร่วมหมื่นแล้ว ทำไมยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลย แกหลอกฉันรึเปล่าเนี่ยไอ้หมอผี” งามตาชี้หน้า

“ฉันไม่น่าเชื่อแกเลย” แล้วก็หาที่นั่ง

“ฉันให้เวลาแกอีก 1 เดือนนะ เพราะเงินฉันไม่มีแล้ว” หมอผีจึงรีบแก้ตัว

“เอาน่าคุณนายใจเย็นๆ ตอนนี้ข้ากำลังทำพิธี นั่งสมาธิ ตั้งจิตอธิษฐาน เรียกดวงวิญญาณผัวของคุณนายกลับมาอยู่ ซึ่งในตอนนี้วิญญานผัวคุณนาย กำลังหลงทาง สับสนอยู่ ต้องรอนะ เชื่อใจข้าได้ เรื่องแบบนี้มันต้องใจเย็น เห็นไหมว่าข้าดูแลร่างกายผัวของคุณนายอย่างดี 13 วันแล้วยังไม่เน่าไม่เปื่อยเลย ดูดีๆ” งามตาหลงเชื่อก็เพราะตรงนี้แหละ ที่จริงโดนหลอกโดยไม่รู้ตัวเข้าแล้ว

        สาเหตุที่เงินงามตาหมดเร็วก็เพราะเอาเงินมาให้หมอผีคนนี้นี่แหละในช่วงแรกๆนั้น และตอนนี้ก็อาจจะหมดอีกถ้ายังไม่ถอนตัวออกมา เพราะความรักผัวและอยากให้ธวัชกลับคืนมา งามตาจึงต้องทำแบบนี้ หลงเชื่อมิจฉาชีพโดยไม่ลืมหูลืมตา

+++++ ***** +++++

        ตอนนี้ดอกไม้เหล็กอย่างยุ้ยเมื่อไม่มีธวัชแล้ว ก็เปรียบเสมือน ดอกไม้ที่ไร้แจกัน วางหล่นอยู่บนพื้นดินกระจัดกระจายทั่วไปแล้วแต่ลมจะพัดพาไปที่ใด 2 วันผ่านไป ตั้งสติได้ จึงรีบโทรไปหางามตาในเย็นวันนั้น ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม

“งามตา ทำไมพี่วัชเสียแกถึงไม่บอกฉัน แกจะกีดกันฉันไปถึงไหน ยังไงฉันก็เป็นเมียพี่วัชคนนึงนะ”

“ทำไมฉันต้องบอกแกอียุ้ย ขนาดอีนางองค์หญิงอะไรนั่นฉันยังไม่บอกเลย แล้วแกมีสิทธิ์อะไร รำคาญหวะ”

“เดี๋ยว แล้วแกตั้งศพพี่วัชที่ไหน เผาเมื่อไหร่ ฉันจะขอขึ้นไปร่วมงานด้วย” งามตาวางสายทันทีเพื่อตัดความรำคาญ

“อีงาม” ตึ๊ดๆๆๆ งามตาไม่ยอมให้ยุ้ยเข้ามาวุ่นวายในชีวิตอีก แต่ยุ้ยไม่ยอม จึงรีบขับรถขึ้นไปทันทีในเช้าวันต่อมา

>>>>> ----- <<<<<

        วันนี้วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม เหลืออีกไม่กี่วันก็จะสิ้นปี ธนาคารคงจะใกล้ปิดทำการแล้ว นกต้องการถอนเอาเงินทั้งหมดจากบัญชีที่ธวัชฝากไว้ให้ ออกมาทั้งหมด เพื่อเอาไปใช้ และเอาไปให้พ่อกับแม่สามี แต่ติดตรงที่ว่าเธอไม่มีบัตรประชาชนจริงในชื่อสกุณา รุจิศมนะซิ ชื่อบัญชีก็เป็นชื่อธวัช มีทางหลักฐานเดียวคือทะเบียนสมรสเท่านั้น ที่สามารถจะยืนยันได้ว่าเธอเป็นอะไรกับธวัชจริงๆ แต่เธอหาใบนั้นไม่เจอไม่รู้ว่าเอาไปไว้ที่ไหนแล้ว เธอจำไม่ได้จริงๆ จึงต้องรบกวนเมืองรามอีกแล้ว

“พี่รามช่วยหนูอีกครั้งได้ไหม หนูไหว้หละ” นกรีบโทรไปอ้อนเมืองราม

“หนูอยากปิดบัญชีที่พี่วัชฝากให้หนูพี่จำได้ไหม” นกพยายามทำทุกวิถีทาง

“ตอนนั้นที่พี่วัชฝากให้หนูทุกเดือน 9 เดือนๆละ 3 พันหนะ”

        เมืองรามตอบง่ายเกิ้น

“นกก็ไปถอนซิแล้วจะมาบอกพี่ทำไม” นกเลยย้อนเข้าให้

“พี่ ก็มันไม่ใช่ชื่อหนู มันเป็นชื่อพี่วัช แล้วพี่จะให้หนูทำยังไง บัตรประชาชนหนูก็ไม่มีในตอนนั้น แล้วตอนนี้พี่วัชเสียหนูก็ไม่สามารถเอาเงินออกมาได้ ใบมรณะบัตรหนูก็ไม่มี งามตาไม่ยอมให้แน่ถ้าหนูจะไปเอา” นกพูดมีเหตุผล

“แล้วพี่จะหนูจะทำยังไง” เมืองรามนึกถึงทะเบียนปลอม

“ทะเบียนสมรสไงนก ทะเบียน” เมืองรามเข้าใจตรงกันกับนกในครั้งแรก

“หนูหามันไม่เจอหนะซิพี่ มันตั้งนานแล้ว เกือบ 5 เดือนแล้วที่ไม่ได้ใช้มันเลยตั้งแต่วันนั้น แล้วหนูจะทำไง โอ๊ยวุ่นวายจัง” นกกำลังจิตแตกแล้วในตอนนี้

“เออๆ เดี๋ยวพี่ขอคิดก่อน ขอเวลาคิดแป๊บ มันต้องมีทางซิ”

“หนูฝากด้วยนะพี่ หนูจะเอาเงินก้อนนี้ฝากให้กับครอบครัวพี่วัชหนะ หนูอยากมีส่วนช่วย นะพี่นะ

***** ^^^^^ *****

        พิมพ์ได้จัดการฝากเงิน 8 ล้านเข้าไปให้งามตาเป็นที่เรียบร้อย เพราะเช็คต้องผ่านการเดินบัญชีประมาณ 2 วันเนื่องจากเป็นเช็คต่างธนาคาร หลังจากวันนั้นโดยที่งามตาไม่รู้ งามตาไม่มีแอปธนาคารและไม่ได้ทำ Sms แจ้งเตือน จึงไม่รู้ว่ามีเงินเข้าออก

----- ***** -----

        ธวัชพยายามทำทุกวิถีทางที่จะหาร่างของตัวเองให้ได้ พลอยภรรยาผีคนล่าสุดก็ช่วยสามีอย่างเต็มที่ พยายามถามพวกเพื่อนๆผีที่เธอรู้จักเท่าที่จะทำได้ 14 วันผ่านไปก็ยังไม่ได้เบาะแสอะไรเลย

“พลอยตกลงว่าไง เพื่อนหนูไม่มีใครรู้เลยเหรอว่าร่างพี่อยู่ไหน” ธวัชใจร้อนมากๆ

“และบ้านพี่อยู่ที่ไหน ทำไมมันถึงได้หายากหาเย็นจังนะ”

        ธวัชอารมณ์เริ่มไม่ดีแล้ว

“ใจเย็นๆซิพี่ หนูก็ช่วยพี่เต็มความสามารถแล้วนะ จะหาเมียดีๆอย่างหนูได้ที่ไหน ช่วยผัวหาร่าง หาบ้านถึงขนาดนี้แล้วนะ พี่ หนูถามพี่จริงๆเถอะ พี่ไม่อยากอยู่กับหนูแล้วเหรอ คิดไปคิดมา หนูไม่อยากให้พี่จากหนูไปเลย หนูรักพี่นะ พี่อย่ากลับไปเลย พี่อยู่กับหนูที่นี่เถอะนะพี่นะ ถ้าพี่กลับไปในโลกของพี่แล้วหนูจะทำยังไงหละ พี่จะทิ้งหนูเหรอ หนูไม่ยอม หนูเป็นเมียพี่นะ พี่อยู่ไหนหนูจะอยู่ด้วย นะพี่นะ เลิกคิดตามหา แล้วอยู่กับหนูที่นี่นะ พี่ไม่เห็นใจหนูบ้างเลยเหรอ พี่วัช”

       พลอยเริ่มงอแงอีกแล้วเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ธวัชเดินหายวับไปตอนไหนไม่รู้ ทำให้พลอยไม่พอใจ โมโหมากที่รั้งให้ผัวอยู่กับตัวเองไม่ได้ จึงคิดหาวิธีที่จะมัดใจผัวให้ได้

“คอยดูนะ คืนนี้จะทำให้ลืมไม่ลงเลย ถือว่าหล่อนักเหรอ เชอะ คอยดูฤทธิ์นังพลอยมั้ง เสียทองเท่าหัว ไม่ยอมให้ผัวไปไหนหรอก อยากกลับบ้าน กลับร่างใช่ไหม ฝันไปเถอะ ต่อไปนี้ฉันจะไม่ช่วยพี่อีกแล้ว ฉันจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้พี่อยู่กับฉันที่นี่”

***** ..... *****

        ช่วงบ่ายหญิงยุขับรถเข้ามาหานกเพื่อจะขอ Clear อะไรบางอย่างที่ค้างคาใจอยู่อีก 1 เรื่อง ก็คือเรื่องที่นกจะย้ายออกไปอยู่ที่บ้านธวัชเป็นการถาวรนั่นแหละ แต่ไม่ทันแล้ว เห็นเมืองรามขับรถสวนออกไปเสียก่อน จึงรีบกลับรถและตามไปทันที อย่างกระชั้นชิด

“พี่รามมั่นใจเหรอว่า แผนนี้จะได้ผล” นกไม่มั่นใจ

“พี่ว่าน่าจะได้นะ เพราะพ่อทดเป็นพ่อแท้ๆทะเบียนบ้านก็ลงหราอยู่แบบนั้น เท่าที่พี่จำได้ ลูก เมีย พ่อและแม่มีสิทธิ์ทำธุรกรรมแทนลูกได้ ถ้าลูกถึงแก่กรรม ในเมื่องามตาไม่ยอมให้ใบมรณะบัตร พี่ก็ขอให้พ่อทดไปขอคัดลอกมาแล้วอีกใบนึง พี่นัดพ่อไว้ที่อำเภอแล้ว พี่กำลังจะไปรับแก” เมืองรามคิดว่าไม่น่าพลาด

“แล้วตอนนี้ใครดูแลแม่หละพี่” นกสงสัย

“วันนี้เวรงามตา ไม่ต้องห่วง นั่นไงพ่ออยู่นั่น ตอนนี้บ่ายโมงครึ่งน่าจะทันนะ ธนาคารก็ไม่น่าจะอยู่ไกลจากตรงนี้” เมืองรามทำการบ้านมาดี

“เมืองรามมาทำไมที่อำเภอเนี่ย เอ๊ะนั่น ตาทดพ่อของธวัชนี่ พวกนี้มาทำอะไรกันที่นี่”

     เมืองรามจอดรถรับทด และรีบขับออกไปยังธนาคารทันที หญิงยุขับตามไปอีกจนถึงจุดหมายปลายทาง

“ธนาคาร มาทำไม” หญิงยุรีบหาที่จอด ซึ่งไม่ไกลกันมาก ทั้งสามคนเดินหายเข้าไปในธนาคาร หญิงยุแอบตามไปอยู่ห่างๆแต่ไม่เข้าไปคงยืนดูลาดราวที่ประตูด้านนอก ไม่ถึง 20 นาทีทุกอย่างก็เรียบร้อย นกยกมือไหว้เจ้าหน้าที่ธนาคาร และเอาเงินก้อนนั้นทั้งหมดเปิดบัญชีให้ในนามของทด

“ไม่เอาลูก มันเป็นเงินของเธอนะนก ที่พ่อช่วยก็เพื่อความถูกต้อง พ่อไม่ต้องการเบียดเบียนใคร”

“ไม่นะคะคุณพ่อ ถือว่าหนูขอก็แล้วกัน ยังไงพี่วัชก็เป็นสามีหนู เมื่อสามีไม่อยู่หนูซึ่งเป็นสะใภ้ต้องมาทำหน้าที่แทนพี่วัชค่ะพ่อ ถือว่าเห็นใจหนูนะคะ รับน้ำใจหนูสักครั้งเถอะ แค่พ่อไล่หนูออกจากบ้านในวันนั้น หนูก็เจ็บพอแล้ว แต่เรื่องนี้เรื่องเดียวหนูขอคุณพ่อแค่นี้ คุณพ่อทำให้หนูไม่ได้เชียวเหรอคะ นี่แสดงว่าคุณพ่อยังเกลียดหนู และยังไม่ยอมให้อภัยหนูจริงๆใช่ไหมคะ”

“ไม่นะนก พ่อไม่ได้คิดอย่างนั้น เอาหละๆ เพื่อเป็นการยืนยันความบริสุทธิ์พ่อจะยอมรับเงินก้อนนี้ของหนูไว้แล้วกันนะ” ทดยิ้มให้

“สบายใจรึยัง” นกและเมืองรามจึงยิ้มออกมาได้ ทดจับมือนกด้วยความจริงใจ เจ้าหน้าที่ธนาคาร เดินเข้ามาถามอีกครั้งหลังจากที่ปล่อยให้ทั้งสองคน Clear กันจนสบายใจ

“ตกลงว่าไงคะ คุณลุงจะเปิดบัญชีหรือเปล่าคะ สบายใจกันแล้วนะหนูจะได้กดคิวให้” ทดพยักหน้า

“งั้นเชิญทางนี้ค่ะ คุณลุงจะเปิดบัญชีเท่าไหร่ค่ะ แบบไหนดีคะ นี่คะเรามีให้เลือกหลายแบบ และที่สำคัญจะทำ Atm ไหมคะ” ทดถามนก

“เอาไงดีหละนก เรื่องแบบนี้พ่อไม่เป็นเสียด้วย” ทดหันไปมองเมืองรามอีกคน

“เพื่อความปลอดภัย คือไม่ใช่ว่าหนูไม่ไว้ใจงามตาหรอกนะ แต่เพื่อความปลอดภัย คุณพ่อไม่ต้องใช้ Atm ก็ได้ เอางี้ ดิฉันขอเปิดเป็นบัญชีออมทรัพย์ธรรมดา ไม่เอา Atm แล้วกัน พี่รามว่าไงดีไหม แล้วเดี๋ยวหนูจะทำแอปทิ้งไว้ให้พ่อใช้ มันง่ายดี” เมืองรามพยักหน้า

“ก็ดีนะ ถ้าจำเป็นจริงๆค่อยมาเบิกเอาโดยใช้เมนูกดเงินโดยไม่ใช้บัตร ใช้ไม่ยากเดี๋ยวพี่สอนพ่อเอง”

“แล้วจะฝากเท่าไหร่ดีคะ” เจ้าหน้าที่สอบถามอีกครั้ง จะได้ลงจำนวนถูก

“ก็ทั้งหมดนี่หละหนูเอ๊ย 23,000 บาทถ้วนแล้วกัน” ทดเอาแค่นั้น

“ส่วนเศษดอกเบี้ยเนี่ยลุงจะเอาไปใช้จ่ายเล็กๆน้อยเอง” นกโป๊ะเพิ่มอีก

“5 หมื่นค่ะพี่ นี่อีก 27,000 บาท” ทดมองหน้านก

“นก พ่อบอกแล้วไงว่าพ่อไม่ต้องการ” นกรีบแย้งทันที

“คุณพ่อคะหนูบอกแล้วไงว่าหนูขอ ยังไงพี่วัชก็เป็นสามีหนู พ่อเป็นพ่อของคนที่หนูรัก ขอให้หนูได้ช่วยเหลือคนที่หนูรักบ้างไม่ได้เชียวเหรอคะพ่อ นะคะหนูกราบหละ” หญิงรันพยายามทำทุกวิถีทางให้พ่อยอมรับเธอให้ได้

ดอกไม้ที่ไร้แจกันอย่างหนู มันไม่มีค่าสำหรับใครเลยเหรอคะ” หญิงรันพูดเหมือนน้อยใจ

“ดอกไม้ช่อนี้ขอแค่ให้มีใครนำไปปักที่ไหนสักแห่ง แค่นี้หนูก็ดีใจแล้วหละคะไม่ได้เหรอคะ”

        นกกราบพ่อต่อหน้าทุกคน จนทดต้องใจอ่อน

“เอาๆ เอาที่หนูสบายใจเลยลูกพ่อยอมหนูแล้ว” ทดต้องยอมใจนกจริงๆทีแรกทดไม่ต้องการ แต่เพราะความกตัญญูที่นกมีให้ ทดจึงต้องยอมรับน้ำใจในครั้งนี้

“ตกลง 5 หมื่นนะคะ งั้นหนูขอบัตรประชาชนด้วยคะคุณลุง”

      ทดยื่นบัตรประชาชนส่งให้กับเจ้าหน้าที่ ไม่ถึง 10 นาที ทุกอย่างก็เรียบร้อย เจ้าหน้าที่เอาสมุดเงินฝากออมทรัพย์มาให้ นกเอาโทรศัพท์มาถ่ายเลขที่บัญชีเก็บเอาไว้เพื่อจะใช้เองภายหลัง และส่งคืนให้กับทดพ่อสามี

“เก็บไว้ให้ดีนะคุณพ่อ อย่าให้งามตารู้เชียวนะว่าพ่อมีเงินก้อนนี้อยู่ เอาไว้รักษาคุณแม่ ถ้าไม่พอหรือเดือดร้อนพ่อโทรหาหนูได้ตลอดทันทีทุกเวลาเลยนะ แล้วหนูจะโอนให้อีก ไม่ต้องเกรงใจ ขอให้หนูได้ทำหน้าที่ลูกสะใภ้อย่างเต็มที่สักครั้งนะพ่อนะ” นกพยายามช่วยเต็มที่ เพื่อให้ครอบครัวรอด

“ขอบใจมากนะลูก ขอให้เจริญๆนะลูก” ทดขอบใจนก ด้วยความจริงใจ

“ไม่ต้องหรอกคะพ่อ นี่ไงคะ พ่อยังจำสร้อยคอเส้นนี้ที่พ่อให้หนูได้ไหมคะ ส่วนนี่ก็สายสร้อยเลสข้อมือที่แม่ให้หนู หนูไม่เคยลืมบุญคุณพวกนี้ที่พ่อกับแม่เคยดีกับหนูหรอกค่ะ” นกยิ้มให้

“เรื่องแค่นี้หนูสบายมากไม่มีปัญหา พ่อเอาเงินจำนวนนี้ไปรักษาตัวให้หายดีเลย ตามสบายนะคะ หนูเต็มใจให้ค่ะ แค่นี้หนูก็มีความสุขแล้วค่ะ ไปกลับบ้านกันเถอะค่ะพ่อ นี่ก็เย็นมากแล้ว เดี๋ยวงามตาจะสงสัย เพราะหายออกมานานแล้ว” เมืองรามพยุงทดออกมาจากธนาคารอย่างช้าๆพร้อมนก ที่เดินตามหลังออกมา

        สรุปนกกับเมืองรามใช้เวลาอยู่ในธนาคารเกือบชั่วโมง หญิงยุซึ่งนั่งหลบอยู่ตรงนั้น เดินตามลงไปดูซิว่าสองคนนั้นจะไปที่ไหนอีก นกให้เมืองรามเลี้ยวเข้าห้างที่ใกล้ที่สุด เพื่อซื้อโทรศัพท์รุ่นใหม่เครื่องนึง+เบอร์ใหม่ให้พ่อทดใช้ เพื่อจะได้ใช้แอปธนาคารได้

        เมืองรามสอนทดอยู่พักใหญ่ จนทดเข้าใจและพอใช้ได้ ทั้งการรับ/โทร/การใช้แอปธนาคาร จากนั้นก็ขับรถไปส่งทดที่บ้าน แต่ไม่เข้าไป

“หนูขอส่งคุณพ่อแค่นี้นะคะ ค่อยๆฝึกและหัดใช้ให้คล่องนะคะคุณพ่อ ไม่ยากหรอกง่ายจะตาย หนูเชื่อว่าคุณพ่อทำได้ หนูลาหละค่ะ มีอะไรก็โทรหาหนูได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงนะคะ สำหรับคุณพ่อหนูยินดีเสมอ”

        เมืองรามก้มหัวแล้วสวัสดี นกสวัสดีลาอีกครั้ง ทดเดินกลับเข้าบ้านไป จากนั้นเมืองรามกลับรถและขับออกมา พอผ่านร้านเก่า นกขอให้เมืองรามจอด และลงไปเดินดูความเสื่อมโทรม เอามือจับตรงนั้นดูตรงนี้ นึกถึงภาพเก่าๆความทรงจำเดิมๆที่เคยมีความสุขที่นี่ ทำให้นกมีความคิดที่จะกลับมาปรับปรุงและบูรณะที่นี่อีกสักครั้งอยากจะลองดูสักตั้งสักครั้งก็ยังดีว่าคนในชุมชนจะหันกลับมาดีกับเธอเหมือนเดิมไหม คิดได้อย่างนั้น จึงรีบเดินกลับขึ้นรถทันที

“ขอบคุณมากเลยค่ะพี่ ที่ยอมเสียเวลาจอดให้หนูลงไป กลับได้เลย หนูเสร็จธุระแล้ว”

        เมืองรามออกรถและตรงกลับไปยังวังบุษบงทันที หญิงยุขับตามไปจนถึงวังแต่ไม่เข้าไป พอเมืองรามขับรถออกมา หญิงยุขับตามเมืองรามไปทันที อยากรู้ว่าเมืองรามจะไปไหนต่อ ไม่รู้ว่าหญิงยุต้องการอะไร หรือเธอคิดว่านกกับเมืองรามมีอะไรกัน

“ทำไมช่วงหลังๆนี้รันกับรามไปไหนมาไหนกันบ่อยมากเลย อย่าบอกนะว่า ทั้งสองคนนี้มีอะไรกันแล้ว ไม่น่า ฉันไม่เชื่อ”

%%%%% ----- %%%%%

        ตกเย็นเกือบ 6 โมง เมื่อยุ้ยมาถึงเขตบ้านของธวัช ยุ้ยรีบเดินตรงไปที่บ้านของงามตาทันทีเพราะนึกว่างามตาอยู่ที่นั่น แต่ไม่เจอจึงหันกลับไปยังบ้านของธวัชและต่อว่างามตาทันทีเมื่อเจอหน้าโดยไม่สนใจใครทั้งนั้น

“อีงาม ทำไมถึงไม่ยอมให้กูมาร่วมงานทั้งๆที่กูก็เป็นเมียพี่วัช” ทดเดินออกมาจากห้อง เพราะได้ยินเสียงทะเลาะกันดังเข้าไปจนถึงด้านใน

“อะไรกัน พูดกันดีๆก็ได้ แม่กำลังหลับอยู่” ยุ้ยยกมือสวัสดีพ่อสามี ทดยกมือรับไหว้

“เบาๆ จะคุยอะไรกันก็เบาๆ” แล้วทดก็เดินกลับเข้าไปดูสะอิ้งต่อในห้อง

        งามตาไม่สนใจ โกหกและมีข้ออ้างต่างๆนาๆ เพื่อไม่ให้ยุ้ยมีส่วนร่วมในทุกวิถีทาง

“งานศพไม่มีเพราะกูจน ไม่มีเงินจัด ทำได้แค่ฝังเอาไว้ก่อน ตอนนี้ถ้าอยากจะพบ มึงก็ไปหาที่หลุมฝั่งศพในวัดแทนก็แล้วกัน” ยุ้ยไม่ขัดข้อง

“ได้ มึงก็พากูไปซิ กูไม่รู้ว่ามึงฝังผัวกูตรงไหน” พอพูดจบงามตาก็พายุ้ยไป ยังพอมีน้ำใจที่พามาให้เห็นเป็นครั้งสุดท้าย

“เอ้าอยากเห็นไม่ใช่เหรอ นี่ไง..” งามตารีบบอก

“เมื่อเห็นแล้วก็กลับไปซะอยู่แล้วรำคาญลูกกะตากูหวะ”

        และพูดประชดต่อแบบไม่เกรงใจ

“เมียน้อยอย่างมึงจะมาทำไมให้เป็นเสนียดกับหลุมศพผัวกูวะ..ถุย” งามตายังมีอคติกับยุ้ยอยู่ จึงแสดงความรังเกียจจนถึงที่สุด ยิ่งเกลียดยิ่งเจอ ยิ่งหนียิ่งใกล้ ว่างั้น แล้วยุ้ยก็เดินกลับไปที่บ้านของธวัชอีกครั้ง

  คราวนี้ยุ้ยเข้าไปกราบขอโทษแม่กับพ่อสามีที่ได้หนีและตีจากไปในตอนนั้น โดยไม่ได้มาดูแลอะไรเลย ยุ้ยมองดูแม่สามี ตอนนี้สะอิ้งไม่รับรู้อะไรเพราะเป็นบ้าไปแล้ว ถึงแม่จะนอนหลับแต่ดูจากสภาพแล้ว ยุ้ยรับรู้ได้เลยว่าไม่เหมือนเดิมแน่ ยุ้ยน้ำตาไหลนองออกมา เพราะครั้งหนึ่งสะอิ้งเคยรักเป็นห่วงและปกป้องเธอมาตลอด ยุ้ยเดินเข้าไปกอดสะอิ้งทั้งๆที่หลับอยู่และกราบสะอิ้งที่อก สักพักก็ถอยออกมาและหันไปบอกกับทด

“คุณพ่อคะ หนูขออยู่ดูแลท่านทั้งสองที่นี่นะคะ” ทดกำลังจะอ้าปากพูด

“อย่าพึ่งปฏิเสธิความหวังดีของหนูนะคะพ่อ” แต่ยุ้ยพูดสวนขึ้นมาก่อน

“หนูตั้งใจแล้ว ขอให้เชื่อใจหนู ตอนนี้หนูเปลี่ยนไปแล้ว ยุ้ยคนเดิมเมื่อก่อนกับยุ้ยในตอนนี้ มันต่างกันมาก ยุ้ยคนนั้นได้ตายไปแล้ว ขอให้คุณพ่อให้โอกาสหนูได้ทำอะไรเพื่อพี่วัชบ้างนะคะ”

>>>>>>>>>> ********** <<<<<<<<<<

โปรดติดตามตอนต่อไปใน  ตอนที่ 43 .. “ สายน้ำที่ไม่ไหลกลับ ”

ตอนที่ 42 .. “ ดอกไม้ที่ไร้แจกัน ”

Romance Fiction - นิยายรัก / รักโรแมนติก


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น