อัปเดตล่าสุด 2022-01-15 00:08:03

ตอนที่ 28 .. “ ศักดินาชีวิต ”

ฟังเพลงเพราะๆ ประกอบ นิยาย องค์หญิงใบ้ กับ เจ้าชายยาจก

       เป็นเพียงความบันเทิงในการฟังเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ รวมถึง เหตุการณ์ของตัวละครในนิยาย เพื่อให้เกิดอรรถรสในการอ่านเท่านั้น ไม่ได้มีผลใดๆกับทางการค้าทั้งสิ้น .. ด้วยความเคารพผู้ประพันธ์นิยาย .. มัชฌิมา              

ไม่อยากนอนคนเดียว - มาช่า วัฒนพานิช

https://www.youtube.com/watch?v=EvBI3OL14zM

ขอขอบคุณ คุณมาช่า วัฒนพานิช จาก ค่าย แกรมมี่ ที่เอื้อเฟื้อเพลงให้มาประกอบในนิยาย

Romance Fiction - นิยายรัก / รักโรแมนติก

ตอนที่ 28 .. “ ศักดินาชีวิต ”

“มันรวมค่าทวงหนี้ด้วยโว๊ย มาทุกวันๆจะร่วม 10 วันอยู่แล้ว กูคิดวันละ 500 ถือว่าลดให้แล้วนะว่าไง”

        ธวัชคิดหนัก จะเอามาจากไหนตั้ง สามหมื่น สักพักเขาก็นึกขึ้นมาได้ว่า มีเงินก้อนนึง 4 หมื่น เป็นค่าแชร์ที่เขาไปเก็บมาเมื่อบ่ายนี้เอง เพื่อให้งามตาปลอดภัยจากการคุกคาม เขาจึงต้องเอาเงินก้อนนั้นจ่ายพวกเจ้าหนี้ไปก่อน ส่วนเงินที่จะเอาไปจ่ายให้ลูกแชร์ วันพรุ่งนี้ ค่อยว่ากันอีกที ธวัชจึงตัดใจเปิดกระเป๋า เอาเงินก้อนนั้นจ่ายพวกทวงหนี้ไป

“เอามา ใบสัญญาโหดของพวกแกหนะ ฉันถึงจะให้” ธวัชยื่นมือขวาออกไป เพื่อจะเอาสัญาตัวจริงคืนมาก่อน

        หัวหน้าแก็งค์ทวงหนี้โหดก็หยิบสัญญาขึ้นมาและส่งให้ ธวัชยื่นหมูยื่นแมวกันคนละมือ เมื่อได้ก็เปิดอ่านดูว่าใช่ชื่อของงามตาไหม เมื่ออ่านเรียบร้อยว่าถูกต้องก็ฉีกสัญญาฉบับนั้นต่อหน้าพวกทวงหนี้ แล้วชี้หน้า

“แล้วอย่าให้ฉันเจอหน้าพวกแกที่นี่อีกนะ ไป กลับไปได้แล้ว” ธวัชสะบัดมือพร้อมเอาไม้หน้าสามชี้หน้า

        หัวหน้าแก็งค์ไม่สนใจ เอาเงินตบปากตัวเองเบาๆ

“ได้เสมอไอ้น้อง กูได้เงินครบแล้ว กูก็จะไม่มายุ่งกับร้านนี้และเมียมึงอีก”

        แล้วก็หันไปหางามตา “ถ้าเดือดร้อน อย่าลืมกลับไปหาพี่นะน้อง แล้วให้ผัวน้องมาใช้หนี้อีก 55555+” งามตาชี้หน้าด่า

“ไปเลยพวกมึง จะไปตายห่าตายเหวลงนรกที่ไหนก็ไป ไปเลย กูไม่ขอกลับไปหาพวกมึงอีกแล้ว” งามตาเดินไปหาธวัช

“พี่วัช พี่ไปเอาเงินมาจากไหนตั้งเยอะแยะ มาจ่ายพวกมัน” งามตารู้สึกไม่ดีเลยที่ทำให้ธวัชเดือดร้อน

“ไม่มีอะไรหรอก พอดีพี่ถูกหวย” ธวัชโกหกไม่เนียนเลย เพราะงามตารู้ดีว่าธวัชไม่เล่นหวย ศักดินาชีวิตมันผิดกัน

        ยุ้ยเดินเข้ามาพอดี เพราะเห็นว่าผัวมาแล้ว ทำไมไม่เข้าร้าน จึงเดินมาดู เพราะ คนที่เล่นแชร์โทรหาธวัชไม่ติด จึงโทรเข้าหายุ้ย เพราะตอนที่เปิดวงแชร์ ยุ้ยรับเป็นท้าว จึงให้เบอร์ยุ้ยไปด้วย คนที่เปียได้จึงโทรมาถามว่า เช้าพรุ่งนี้ (วันอาทิตย์) จะเอาเงินเข้าไปให้กี่โมง “พี่วัช เจ๊ม่วย ที่ตลาดโทรมาถามว่า พรุ่งนี้พี่จะเอาเงินแชร์เข้าไปให้เขากี่โมง เพราะเขาต้องรีบใช้

        ธวัชยังคงนิ่ง “เมื่อเช้าตอนที่เปียกันเห็นพี่บอกเจ๊เขาไว้อย่างนั้นไม่ใช่เหรอ ตกลงว่าไง” ยุ้ยยื่นมือไปขอ

“มา เอามาไว้ที่หนูก็ได้ ตอนเช้าหนูว่าจะเอารถไปถ่วงล้อแถวนั้นพอดี”ยุ้ยหวังดี

“ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรแกว่งๆ มาหลายวันแล้ว สงสัยเดินทางไกลบ่อยช่วงนี้ มา หนูจะเลยเอาเข้าไปให้เจ๊เอง” ยุ้ยแบมือ

“เออ ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวพี่เอาไปให้เอง เงินแค่นี้เอง” ธวัชพยายามปฏิเสธ

“พี่วัช 30,864 บาท เชียวนะ ไม่ใช่น้อยๆ ไม่เอาเดี๋ยวพี่ลืมเหมือนครั้งที่แล้วอีก” ยุ้ยเตือนสติ

 “ดีนะที่คราวก่อนเจ๊แมวเค้าเข้าใจ เขาถึงไม่ด่าหนูหนะ แต่นี่เจ๊ม่วย พี่ก็รู้ว่าแกปากจัดแค่ไหน” ยุ้ยย้ำอีกครั้ง

“คนในตลาดเขารู้กันทั่วว่าเจ๊เขียงหมูปากจัดยังกะอะไรดี” ยุ้ยกลัวจะโดนด่า

“แกเปียโหดด้วย เพราะสงสัยแกต้องใช้เงินจริงๆ” ยุ้ยรีบทวง

“หนูเป็นท้าวนะพี่ หนูต้องรับผิดชอบ มาเอามาหนูจัดการเอง ไหนเอามาซิ” ยุ้ยขอดีๆ

“น่าพี่จัดการเอง ยุ้ยกลับไปทำบัญชีต่อเถอะนะ” ธวัชพยายามบ่ายเบี่ยง แบบผิดสังเกตุจนยุ้ยเริ่มสงสัย

“พี่วัช พี่ไม่เคยเป็นแบบนี้นะ เอามา” ยุ้ยเดินเข้าไปเปิดประเป๋าสะพายสามี

        ธวัชไม่ยอมให้เปิด ยื้อยุดฉุดกระชากอยู่นานก็เปิดไม่ได้ “เอ๊ พี่วัช ทำไมถึงดื้ออย่างนี้นะวันนี้ บอกให้เอามา”

“ไม่เอาน่ายุ้ย พี่จัดการเอง ไม่ต้องยุ่ง” งามตาพอจะเข้าใจแล้วว่า เงินที่ให้พวกเจ้าหนี้เมื่อกี้ ธวัชเอามาจากไหน จึงเอ่ยปากถามทันที

“พี่วัช อย่าบอกนะว่า เงินที่พี่ให้เจ้าหนี้พวกนั้นไป เป็นเงินแชร์ ที่พี่ไปเก็บมา”

“อะไรนะงาม เมื่อกี้แกพูดว่าไงนะ พี่วัชเอาเงินไหนไปใช้หนี้พวกเจ้าหนี้ที่ไหน เมื่อไหร่ ยังไงบอกมา”

“ก็เมื่อกี้ พวกเจ้าหนี้ที่ฉันไปกู้เงินนอกระบบเพื่อมาทำร้านเนี่ย มันตามมาทวงหนี้ ฉันไม่มีให้มัน มันก็เลยพังร้านอย่างที่เห็นนี่แหละ พี่วัชผ่านมา ก็เลยใช้หนี้พวกมันแทนฉันไป” งามตาพูดความจริงออกไป

“ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นเงินแชร์ ที่พี่วัชต้องเอาไปให้เขาพรุ่งนี้” ยุ้ยรับไม่ได้ จึงมองหน้าธวัชทันที

“ยุ้ย ฉันต้องขอโทษแกด้วยนะ ที่ต้องทำให้แกกับพี่วัชเดือดร้อน” ยุ้ยเมื่อรู้ความจริง วีนแตกทันที

“โอ๊ย พี่วัช นี่พี่ทำอะไรลงไปเนี่ย แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปให้เขาพรุ่งนะหละ” ยุ้ยรับไม่ได้

“ฉันเป็นท้าวด้วย เงินฉันก็ไม่มี เงินที่ร้านก็ไม่มี เพราะนี้มันพึ่งต้นเดือน” ยุ้ยกำลังจิตแตก

“ค่าน้ำ ค่าไฟ ก็ยังไม่มีจะจ่ายเค้าเลย พี่วัชนะพี่วัช คิดได้ยังไงเนี่ย” ยุ้ยทำอะไรไม่ถูกแล้วในตอนนี้

“เอาเงินแชร์ไปจ่ายหนี้ให้อีงามมันเนี่ยนะ” ยุ้ยชี้ไปที่งามตา ซึ่งกำลังยืนร้องไห้น้ำตาซึมอยู่ข้างๆ

“เมียก็ไม่ใช่ นี่นี่เมียพี่ยืนอยู่นี่ พรุ่งนี้ ถ้าไม่มีให้เค้า จะติดคุกไหมเนี่ย” ยุ้ยซวยแล้ว คุกกำลังจะมาเยือนในไม่ช้า

“โอ๊ย กลุ่มโว๊ย กลุ้ม กะว่าจะได้จากเจ๊อีกสัก สี่ซ๊าห้าร้อยหมดกันจบเลยที่นี้” ธวัชยังคงยืนทำใจอยู่อย่างนิ่งเฉย

        พูดจบยุ้ยก็เดินหัวเสียเข้าร้านไปเลย งามตาเดินเข้ามาหาธวัชเอามือซ้ายมาวางบนไหล่ขวา ขณะที่ธวัชนั่งลงหมดอาลัยตายอยาก

 “หนูขอโทษนะพี่” ธวัชนั่งเอามือกุมหัวหลับตาก้มหน้าลงไป

        งามตาเดินอ้อมไปข้างหน้า เอามือทั้งสองของเธอมาจับมือธวัชที่ปิดหน้าเอาไว้ออก แล้วบีบไว้

“พี่หนูขอโทษจริงๆ ยกโทษให้หนูนะพี่ ที่หนูหาเรื่องมาให้พี่อีกแล้ว”

“พี่บอกแล้วไงงาม อย่าคิดมาก คำว่า..เพื่อน เขามีไว้ทำไม เดี๋ยวมันก็มีทางออกเองนั่นแหละ”

“แต่เงินมันเยอะนะพี่ คืนเดียวพี่จะเอาเงินมาจากไหนตั้ง 3 หมื่น”

        พิมพ์เดินมาแอบได้ยินเข้าพอดี จึงโทรศัพท์ไปหาเมืองรามเพื่อขอความช่วยเหลือ

xxxxx ===== xxxxx

        คืนนี้ยุ้ยไม่มีอารมณ์จะร่วมรักกับธวัชเสียเอง ทั้งๆที่ธวัชต้องการ เพราะโกรธที่ธวัชทำอะไรไม่คิด นอนหันหลังให้ ธวัชสะกิด เธอก็ไม่หันไป จนธวัชเป็นฝ่ายหงุดหงิดเสียเอง จึงหันหลังไปกอดหมอนข้าง นอนคนเดียวก็ได้ สรุปคืนนั้น ต่างคนต่างหันหลังนอนให้แก่กัน จนรุ่งเช้า ธวัชหายตัวออกไปจากบ้านแต่เช้า แต่ไม่ไปหาเจ๊ม่วยนะ ไปยืนนิ่งสงบสติอารมณ์ในโบสถ์เงียบๆคนเดียว

<<<<< ----- >>>>>

        อย่าว่าแต่ธวัชเครียดเลย งามตาเองก็เครียด นอนไม่หลับทั้งคืน หลับๆตื่นๆออกมาใส่บาตรยามเช้ากับยายได้วันนี้

“เป็นอะไรหละลูก วันนี้ถึงได้ออกมาใส่บาตรกับยายได้” งามตามีสีหน้าไม่ดีเลย “มีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อยหนะยาย”

“เออ ใจเย็นๆได้ข่าวว่าร้านไปไม่รอดเหรอ ค่อยๆคิดๆค่อยๆทำนะ มีน้อยก็ทำน้อยซิ พวกข้าวแกงถ้าขายไม่ได้ เราก็ไม่ต้องทำ เราก็มาขายขนมหวานไทยๆของเราอย่างเดียวหรือไม่ก็น้ำแข็งไสก็ได้นี่จริงไหม มีน้อยเราก็ทำน้อย อย่าไปทำอะไรที่มันใหญ่เกินตัว”

        ยายกุลพยายามชี้ทางสว่างให้หลานสาว จนงามตาพอที่จะตาสว่างเข้าใจอะไรมากขึ้น แล้วยายก็ขึ้นบ้านไป งามตายังไม่ขึ้นบ้าน จึงตัดสินใจเดินไปที่วัด ขอไปไหว้พระประธานในโบสถ์เสียหน่อย เพื่อให้สบายใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น จึงเจอกับธวัชที่นั่งวิปัสสนาอยู่คนเดียวที่ข้างประตูทางเข้า “พี่วัช” ธวัชค่อยๆลืมตาแล้วหันไปดูตามเสียง “งามตา”

        งามตาค่อยๆคลานเข้าไปหา ไหว้พระแล้วก็เข้าไปนั่งพับเพียบใกล้ๆ “หนูต้องขอโทษพี่ด้วยนะที่ทำให้พี่เดือดร้อน หนูไม่สบายใจก็เลยมาไหว้พระขอพรให้ท่านช่วยพี่ ถ้าปาฏิหาริย์มีจริง คนดีๆอย่างพี่มันต้องมีทางออก หนูเชื่อในความดีที่พี่ทำไป เชื่อหนูนะพี่”

        ธวัชไม่พูดอะไรมาก เอามือขวาไปแตะที่มืองามตา “อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดนะงาม พี่ไม่โทษใครทั้งนั้นแหละ”

“แต่..” งามตาพยายามจะให้กำลังใจ “ชีวิตของงามสำคัญกว่า เงินก้อนนั้นเยอะ”

“พี่วัช” งามตาซึ้งใจกับคำพูดนี้มาก ยิ่งทำให้งามตารักธวัชมากขึ้นอีกหลายเท่า งามตาเอามือทั้งสองข้างมาบีบมือธวัชและกำไว้แน่น

“พี่คงต้องไปแล้วหละงาม อย่าคิดอะไรมากนะ เชื่อพี่ กลับบ้าน ไปทำอะไรของงามตามปกติได้แล้ว พี่ไปหละ”

        แล้วธวัชก็ดึงมือสับขึ้นมาและแตะมือทั้งสองของงามตาเบาๆ ก้มลงกราบพระแล้วก็เดินออกจากโบสถ์ไป

\\ ----- /////

        หญิงยุมานอนเฝ้าแฟนทุกวัน เพราะอยู่ที่วังก็ไม่รู้จะทำอะไร อย่างน้อยอยู่ที่นี่ก็มีความสุข เพราะเช้าวันนี้ เมืองรามสามารถทานอะไรได้ตามปกติแล้ว จึงเตรียมสิ่งดีๆ อาหารดีๆมาให้ เมืองรามมีความสุขมากที่ได้นอนกอดแฟนสาว ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่เพียงมือน้อยๆของเธอก็ยังดี 7 โมงเช้า เมืองรามตื่นมาพร้อมรอยยิ้มของหญิงยุที่คอยเอาใจทุกอย่าง นี่ขนาดยังไม่แต่งนะ ถ้าแต่งแล้วจะแค่ไหน ศักดินาชีวิต จริงๆที่หญิงยุมีให้กับแฟนหนุ่ม เหมือนกับนกที่มีให้ธวัช ทั้งสองคนมีความสุขมาก ค่อยๆถักทอความรักกันไป

***** ///// *****

        รุ่งเช้า 8 นาฬิกา วันอาทิตย์ที่ 6 ธวัช ตัดใจ เดินเข้าไปหาเจ๊ม่วยที่ตลาด ยอมให้เจ๊ม่วยด่าสักครั้งสองครั้ง คงไม่เป็นไร ขอผัดผ่อน

และผ่อนผันไปก่อน มีแล้วค่อยจ่ายเค้าไป ธวัชรวบรวมความกล้าแล้วเดินเข้าไปหาเจ๊ม่วยที่เขียงหมู จะโดนบังตอสับตายในวันนี้ก็ไม่เป็นไร ธวัชเดินยิ้มแหยๆเข้าไป ยกมือไหว้เจ๊ม่วยกับอาเฮีย “สวัสดีครับเจ้ เฮีย” เจ๊ม่วย ยิ้มแบบปกติ ธวัชเลยรวบรวมความกล้า

“เจ๊ครับเรื่องเงินแชร์” เจ๊เอาบังตอสับหมูลงไปที่เขียงดังปั๊ก แล้วค้างไว้ และหันไปยิ้มขอบใจธวัช

“เจ๊ได้แล้ว ขอบใจมากนะวัช” ธวัชตกใจมาก “เดี๋ยวนะเจ๊ เมื่อกี้เจ๊ว่าไงนะ เจ๊ได้เงินแล้วเหรอ”

“ใช่ อะไรกันวัช ยังหนุ่มยังแน่อยู่เลย เป็นอะไรเนี่ยวันนี้ แหม ได้เร็วกว่าที่คิดอีกนะ ทีแรกเจ้คิดว่าจะได้ตอน 10 โมงนะเนี่ย เพราะกว่าวัชจะมา รถมันก็ติดเนาะเจ้ต้องใช้หนี้เขาก่อนเที่ยง แล้ววันนี้นึกยังไงถึงให้ไอ้จ้อยมันรีบเอามาให้ตั้งแต่ 7 โมงเช้าหละเนี่ย เจ้ขอบใจวัชมากจริงๆเลยนะ ไม่งั้นเจ้แย่แน่ๆเลย แล้วนี่มาทำอะไรหละ มาซื้อของเหรอ มาก็ดีแล้วเอ้า นี่หมูสันในอย่างดี เจ้เตรียมไว้ให้แล้วเป็นสินน้ำใจที่วัช บริการได้ดี เอาไปให้น้องนกเมียลื้อทำอาหารขายนะเจ้ให้ ขอบใจๆมาก ขอบอกเลยฝีมือน้องนกเมียลื้อเนี่ย สุดยอดจริงๆขอให้เฮงๆรวยๆนะวัชนะ” ธวัชงงมาก ที่เจ๊ม่วยได้เงินแล้ว แล้วใครเอามาให้ ต้องกลับไปถามไอ้จ้อยว่า ใครเอาเงินมาให้มัน คิดได้ดังนั้น ธวัชจึงรีบกลับไปที่ร้านของเขาทันที “งั้นผมขอตัวลาก่อนนะครับเจ้ เฮีย”

        เมื่อกลับมาถึงร้าน ธวัชมองหาจ้อยทันที “เอี้ยงจ้อยไปไหน ทำไมไม่อยู่ร้าน”

“อยู่ นั่นไงพี่ มันอยู่หลังร้านหนะ เห็นไปหาอะไหล่มอไซด์ให้ลูกค้า” ธวัชเดินเข้าไปหาจ้อยหลังร้าน “จ้อย” จ้อยหันมา “ครับพี่”

“วันนี้แกเอาเงินไปให้เจ๊ม่วยที่ตลาดแต่เช้าเหรอ ใครให้เงินแกไปให้เขา” ธวัชถามด้วยความร้อนใจ

“อ้าว ไม่ใช่เงินพี่เหรอ พิมพ์มันมาบอกผมแต่เช้าว่า พี่วัชติดธุระเอาเงินแชร์ไปให้เจ๊ม่วยที่ตลาดไม่ได้ ช่วยวานให้ผมเอาไปให้แกหน่อย ก็เท่านั้นแหละ อยากรู้อะไรพี่ไปถามพิมพ์เอาเองนะ” ธวัชยิ้มให้ “เออ ขอบใจมากไอ้น้อง บุญคุณครั้งนี้ ข้าจะไม่ลืมเลย”

“บุณคงบุญคุณอะไรพี่ ไร้สาระอะไรแต่เช้าเนี่ย จะมาถามผมเรื่องแค่นี้ใช่ไหม”

“เออๆ งั้นแกทำงานของแกตามสบายนะ พี่ไปหละ” แล้วธวัชก็บีบไหล่จ้อยเบาๆและตบอีกครั้งก่อนกลับออกไป

        งามตาไม่ค่อยสบายใจกับเรื่องเมื่อวาน จึงเดินมาหาธวัชที่ร้าน มองเข้าไปด้านในเห็นยุ้ยนั่งงอนตาเขียวปั๊ด รอให้เจ๊ม่วยโทรมาด่า หรือไม่ก็เอาตำรวจมาจับถึงร้าน จะไม่หนีไปไหนด้วย ธวัชเดินออกมาจากหลังร้านพอดี

“พี่วัช เป็นไงบ้าง ไปขอผ่อนผันกับเจ๊ม่วยอะไรนั่นได้ไหม” ธวัชพยักหน้า งามตาโล่งอก จึงยิ้มออก

“สวรรค์ทรงโปรดจริงๆเห็นไหมหนูบอกแล้วว่าปาฏิหาริย์มีจริง คนดีๆอย่างพี่ต้องปลอดภัย เจ๊ม่วยแกคงเข้าใจ งั้นเดี๋ยวหนี้ก้อนนี้ หนูจะทยอยใช้พี่เองนะ” แล้วงามตาก็บีบมือทั้งสองข้างของธวัช

“แต่อาจจะช้าหน่อยนะพี่ เพราะตอนนี้หนูยังไม่รู้เลยว่าจะหาเงินจากไหนมาคืนพี่”

“ไม่ต้องหรอกงาม ถ้าจะอยากจะคืนต้องไปถามพิมพ์ พี่ก็อยากรู้เหมือนกันว่า พิมพ์เอาเงินที่ไหนไปให้เจ๊ม่วยและพิมพ์รู้ได้ยังไง ไป

เราไปหาพิมพ์ที่บ้านกัน” ธวัชกับงามตาจึงเดินเข้าบ้านไปถามพิมพ์ให้รู้เรื่อง

***** ..... *****

        นกหลังจากตื่นขึ้นมาอาบน้ำ ทานมื้อเช้าเรียบร้อย ก็เดินชมสวน หาทางว่าจะทำยังไงดีที่จะหนีออกไปจากคุกที่กว้างใหญ่แห่งนี้

พวกสนมนางในที่อยู่ตึกนอก พอเดินออกมาเจอองค์หญิงก็หลบตามๆกัน เพราะโกมุทสั่งเอาไว้ว่า ห้ามสุงสิงและสนทนากับองค์หญิงเด็ดขาดถ้าใครขัดคำสั่งจะโดนไล่ออก จนนกสงสัยจึงถามบุษบากับเพทาย

“พวกนั้นเค้าเป็นอะไรกันหนะ ทำไมเห็นฉันต้องเดินหนี เดินหลบกันหมด พวกเธอรู้ไหม”

“รู้เพคะ” เพทายตอบ “ว่าไป” นกมองหาที่นั่งเมื่อได้จึงนั่งลง สองนางกำนัลนั่งพับเพียบลงข้างๆฝั่งละคน

“ที่พวกนั้นทำแบบนั้น เพราะคำสั่งขององค์ชายโกมุทเพคะ” เพทาย ปริปากออกมาเพราะสงสารนก

        เท่านี้นกก็รู้แล้วว่าทำไม จึงไม่ถามอะไรอีก แต่เธอกลับมีความคิดอะไรแผลงๆขึ้นมาทันที ถ้าโกมุทสั่งได้ ทำไม เธอจะสั่งไม่ได้ นกจึงเขียนข้อความใส่เศษกระดาษให้เพทายและบุษบาอ่านแล้วรีบไปดำเนินการโดยทันที ข้อความไม่มีอะไรมากเลย มีดังนี้

“ฉันเป็นคู่หมั้นขององค์ชาย โกมุท วรรณรัตน์ ฉันอยากจะทำบุญตักบาตรแล้วนำไปถวายที่วัด ช่วยจัดสำรับให้จะได้ไหม”

        แล้วบอกให้เพทายนำไปให้แม่ครัว เพทายรีบวิ่งไปทำตามคำสั่ง เมื่อมาถึงครัว เพทายมองซ้ายมองขวา ดูก่อนว่า องค์ชายอยู่แถวนี้ไหม เมื่อปลอดภัยจึงนำจดหมายไปให้ยายปลิกหัวหน้าแม่ครัวทันที

“อะไรขอแกวะนังเพ ลับๆล่อ เดี๋ยวข้าก็แพ่นกบาลให้หรอก”

“เบาๆยาย” เพทายทำท่าจุ๊ๆ จนยายปลิกงง “อะไรของแกวะ” เพทายกวักมือให้ยายปลิกขยับมาแล้วกระซิบที่หู

“พระองค์เจ้าหญิง อรัญญิกา บุษบง พระคู่หมั้น ขององค์ชาย อยากให้ยายช่วยอะไรหน่อย”

“ห๊า องค์หญิงใบ้มางั้นเหรอ” เพทายตกใจที่ยายปลิกรู้ด้วยนกคือใคร

“ยายรู้จักองค์หญิงด้วยเหรอ” ยายปลิกรีบอธิบายถึงความเป็นมาให้เพทายฟัง

“รู้จักซิวะฉันหัวหงอกขนาดนี้แล้วนะจะไม่รู้จักได้ยังไง นี่หละคนที่ข้ารักที่สุดเลย ตั้งแต่ทรงพระเยาว์แล้ว พระองค์ท่านทั้งน่ารักน่าชัง ตั้งแต่ทรงยังเยาว์ เสียดายที่ท่านเคราะห์ร้าย พูดไม่ได้ก็เท่านั้น ฉันหนะเคยได้ทำพระไกยาหารรับใช้พระองค์ด้วยเมื่อตอนสาวๆ องค์หญิงท่านอยู่ที่วังบุษบง ก่อนที่ฉันจะย้ายตามผัวฉันมาอยู่ที่นี่ นี่องค์หญิงน้อยของฉันมาจริงๆเหรอ ขอๆฉันไปยลโฉมพระพักตร์องค์หญิงน้อยของฉันหน่อยได้ไหม ไม่รู้ว่าองค์หญิงน้อยจะจำยายปลิกแม่ครัวคนเก่าของท่านได้หรือเปล่า”

“จะเอายังงั้นเหรอ เดี๋ยวองค์ชายออกมาเจอเข้ายายจะแย่นะ ยายไม่รู้เหรอว่าองค์ชายดำริอะไรออกไปบ้าง คอขาดเลยนะยาย หนูยังไม่อยากโดนสั่งทำโทษหรือไม่ก็ไล่ออกนะยาย” ยายปลิกไม่สน “เอาซิวะ ข้าไม่กลัว แก่จนปาดนี้แล้ว ลองมาทำอะไรข้าซิ”

        เพทายถามกลับ “ยาย แล้วยาย จะไปทำอะไรเค้าได้ ถามหน่อย” ยายปลิกทำพูดดี “ข้าก็จะให้อดข้าวซะให้เข็ดนะซิ เลี้ยงมากับมือ ขืนมาลงอาญาอะไรข้า ก็ลองดู ไปไปนังเพทาย ข้าคิดถึงองค์หญิงน้อยของข้าแล้ว ท่านช่างน่ารักน่าชังอะไรปานนั้น”

        แล้วเพทายก็ดูซ้ายดูขวาอีก ว่าปลอดภัยค่อยๆนำยายปลิกมาหา องค์หญิงน้อยของนาง ยายปลิกค่อยย่างกายไปหาช้าๆตามอายุ

xxxxx ===== xxxxx

        พิมพ์กำลัง ซักผ้าของตัวเองอยู่ข้างบ้านและระหว่างรอ ก็ถูบ้านไปในตัว เพื่อทำตัวให้เป็นประโยชน์สักหน่อย มาอยู่บ้านเขาทั้งที ธวัชกับงามตาเดินขึ้นมา “พิมพ์” พิมพ์ไม่ได้ยิน เพราะใส่หูฟังไว้ขณะที่เดินถูพื้น เป็นจังหวะที่เธอหันหลังให้ธวัชพอดี

        งามตาจึงเดินไปเอาหูฟังออกจากหู “อ้าวงามมีอะไรกันฉันเหรอ” งามตาชี้ไปทางซ้าย

“คนโน้นต่างหาก” พิมพ์เดินไปหาธวัช “มีอะไรกับหนูเหรอพี่” พิมพ์ถอดหูฟังออกและม้วนเก็บ

“พิมพ์รู้ได้ยังไง ว่าพี่ต้องใช้เงิน และเอาเงินที่ไหนให้จ้อยเอาไปให้เจ๊ม่วย”

“อ๋อนึกว่าเรื่องอะไร เงินหนะไม่ใช่เงินหนูหรอก เป็นเงินพี่หญิงยุ พี่รามเค้าฝากมาให้ โอนมาให้หนูเมื่อเย็นวานนี้เอง”

“พี่ไม่เข้าใจ แล้วยัยคุณหญิงอะไรนั่นมาเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย”

“เมื่อวานตอน 5 โมงกว่าๆ หนูกลับมาจากข้างนอก และแวะซื้อผ้าอนามัยที่ 7 ออกมาหนูเห็นว่าพี่มีเรื่องกับพวกเจ้าหนี้เงินกู้ จึงหลบ

ไปแอบฟังอยู่หลังร้าน หนูต้องขอโทษด้วยที่เสียมารยาทแอบฟัง พอเห็นว่าพี่เอาเงินค่าแชร์ที่เก็บมาทั้งหมดใช้หนี้แทนงามตาไป แล้วยิ่งยุ้ยมาทวงเงินค่าแชร์ และพี่ไม่มีให้ หนูก็เลยโทรไปปรึกษาพี่รามว่าจะเอายังไง มีวิธีช่วยพี่ยังไงได้บ้างก็เท่านั้น พอดีพี่รามแกยังไม่หายดี ไปไหนไม่ได้ พี่หญิงเค้าก็เลยยื่นมือเข้ามาช่วย เพราะเห็นว่าครั้งนี้ พี่ทำถูกที่มีน้ำใจช่วยที่งามตาทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองจะเดือดร้อน ก็เท่านั้น ถ้าพี่จะมาคืนเงินก็ต้องไปคืนที่พี่หญิงนะ หนูไม่เกี่ยว หนูเป็นแค่สื่อกลางให้เท่านั้น อ้อ พี่รามฝากมาประโยคนึง เพราะเค้ารู้ว่า ถ้าพี่รู้ พี่ต้องไม่ยอมรับความช่วยเหลือในครั้งนี้แน่” ธวัชไม่เข้าใจ “อะไร ไอ้ราม มันฝากอะไรมาให้พี่”

“คำว่า..เพื่อน มันมีค่าเสมอไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด” เท่านั้นแหละ ธวัช ถึงกับพูดไม่ออกเลย หันไปมองงามตา

“แค่นี้ใช่ไหมพี่ ที่จะมาถามหนูหนะ หนูขอตัวทำงานต่อนะ แดดกำลังออกเดี๋ยวมันจะร้อน”

        งามตาเดินเข้ามากอดธวัช “พี่วัช แล้วพี่จะเอายังไงต่อไปดีหละพี่ นี่เท่ากับว่า พี่ติดหนี้บุญคุณพี่หญิงยุเค้าแล้วนะครั้งนึง หนูรู้ว่าพี่ลำบากใจ พี่หญิงยิ่งไม่ชอบหน้าพี่อยู่” ธวัชเอามือลูบหัวงามตา แล้วเผลอหอมหน้าผากไปทีนึง “ไม่รู้เหมือนกัน คงต้องว่ากันใหม่ว่าจะหาเงินคืนเขายังไง” แล้วธวัชก็เดินกลับร้านโดยที่มีงามตาเกาะติดหนึบ เหมือนปลิงไปอีกคนในวันนี้

***** ฿฿฿฿฿ *****

        เมื่อยายปลิกเห็นองค์หญิงน้อยสุดที่รักของนาง ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงข้างหลัง แต่ชุดที่ใส่ก็ยังคงงดงามสมกับเป็นเชื้อจ้าวที่มีมาแต่กำเนิด “องค์หญิงเพคะ” เพทายเรียกนกเบาๆนกหันมาอย่างช้าๆ เมื่อยายปลิกเห็นโฉมพระพักตร์ที่งดงามของนกถึงกับน้ำตาไหล

“ใช่ ใช่จริงๆด้วย องค์หญิงน้อยของอีปลิก” ยายปลิกค่อยๆหมอบคลาน ไปหานกอย่างช้าๆจับที่ข้อเท้าทั้งสองข้างแล้วกราบ จนนกตกใจต้องก้มลงไป จับตัวยายปลิกขึ้นมา แล้วหันไปมองเพทาย และถาม “นี่ใคร ทำมาถึงมาทำแบบนี้” ชี้ไปที่ ยายปลิก นกยิ้มให้โดย

ไม่ได้รังเกียจ ยายปลิก รีบเช็ดมือเอามือตัวเองถูกับผ้าซิ่นตัวเองไปมาจนสะอาด แล้วเอามือมาลูบหน้าลูบตานก อย่างปิติยินดี

“งาม งามจริงๆ เมื่อทรงพระเยาว์ ทรงน่ารักยังไง พอเจริญวัยขึ้น ก็ยังคงความงดงามไม่เปลี่ยนแปลงเลย องค์หญิงน้อยของอีปลิก”

        แล้วก็เลื่อนเอามือทั้งสองข้างของนกมาวางไว้ที่หัวของนางและกอด จนนกงง ปล่อยให้ยายปลิกทำให้เสร็จจบจนพอใจ สักพักพอยายปลิกยลโฉมจนเป็นที่พอใจแล้ว ก็ถอยไปนั่งพับเพียบกับพื้นและก้มกราบอีกครั้ง จนนกต้องรับโบกไม้โบกมือ “ไม่ต้องๆ”

“องค์หญิงเพคะ จำยายปลิกได้ไหมเพคะ” นกส่ายหัว เพราะความจำบางส่วน ยังกลับมาไม่หมด เพทายเลยบอกให้รู้

“ยายปลิก แม่ครัวที่อยู่ที่วังบุษบงเมื่อหลายปีก่อน แกแต่งงานแล้วย้ายตามสามีมาอยู่ที่วังนี้ไงหละเพคะ”

        นกเริ่มจำได้ลาง เพราะรสชาติอาหารดูคุ้นลิ้นมาก มิน่าหละว่าเคยทานรสชาดนี้ที่ไหน เจอตัวคนทำแล้ว นกพอเริ่มจำได้ ก็ยิ้มออกมาและเขียนบอกยายปลิกทันที “หญิงจำได้แล้ว ตอน 10 ขวบ ยายเป็นคนทำมัสมันไก่และขนมจีนแกงไก่ให้หญิงทานใช่ไหม”

        ยายปลิกยิ้มออกน้ำตาไหลเลยที่องค์หญิงจำเธอได้ นกรีบลุกจากเก้าอี้ไปกอดยายปลิกเองแล้วดึงยายปลิกขึ้นมานั่งระดับเดียวกัน ยายปลิกไม่ไป เพราะใครเห็นเข้าจะหาว่าบังอาจเอื้อมนั่งระดับเดียวกับเจ้าฟ้า นกไม่ยอมเพราะถ้าไม่ขึ้นมานั่งนกก็จะนั่งข้างล่างด้วย ยายปลิกจึงต้องยอม นกเขียนบอกความในใจ “ยายเปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่ของหญิงนะ ยายจะนั่งอยู่ต่ำกว่าหญิงได้ยังไง”

“โถ แม่คุณแม่ทูนหัวของบ่าว น้ำใจช่างงดงามอะไรขนาดนี้ ดูซิใครนะช่างใจร้ายกักบริเวณทำกับองค์หญิงของอีปลิกได้ถึงขนาดนี้”

“ฉันเองแหละยาย” ปลิกสะดุ้งโหยง เมื่อได้ยินเสียงนั้น จึงหันไปดู ยายปลิกพนมมือแต้ ตัวสั่นเทาเลย เพทายแอบนั่งหัวเราะ

        ไหนเมื่อกี้ปากดีคุยโวว่าไม่กลัวไงยาย 55555+ “ว่าไงยาย ฉันเองหละที่สั่งกักบริเวณน้องหญิง ยายมีปัญหาอะไรกับฉันไหม”

“ไม่มีเพคะพระองค์” ยายปลิกรีบเลื่อนตัวลงมานั่งพับเพียบข้างๆเพทายและบุษบา โกมุทเดินไปนั่งข้างๆนกและจับมือมากำไว้

“แล้วนี่มาวุ่นวายทำไมที่สวนวังในเนี่ย ที่ของยายอยู่ในครัวไม่ใช่เหรอ ไป มาทำอะไรที่นี่ ใคร ใครเสนอหน้าไปบอกอะไรอีก แกหรือแกห๊ะ” นกสะบัดหน้าหนีทันที ไม่พอใจที่มาขัดความสุขและแผนของเธอ ยายปลิกทนไม่ได้จึงพูดออกไปทันที

“อิฉัน ได้ข่าวว่า พระคู่หมั้นของพระองค์เสด็จมาอยู่ที่นี่ได้ 4-5 วันแล้ว อิฉันอยากยลโฉมพระพักตร์ว่าจะงดงามสักเพียงไหนก็เท่านั้นเองหละเพคะ เมื่อได้เห็นแล้ว อิฉันก็จะไปแล้ว หม่อมฉันไปก่อนนะเพคะท่านหญิง ทรงรักษาพระวรกายด้วยนะเพคะ อีปลิกไปก่อนหละมีอะไรก็ให้เพทายหรือบุษบาไปบอก อยากเสวยอะไรเป็นพิเศษก็ทรงบอกนังสองคนนี้ได้เลยนะเพคะ อิฉันขอทูลลา”

        ยายปลิกค่อยๆลุก เพทายกับบุษบาช่วยพยุงขึ้น “ข้าไหวๆ ปล่อย” แล้วยายปลิกก็ค่อยๆก้าวย่างออกไปอย่างช้าๆตามอายุ 75 ของ

แก โกมุทหันไปหานก “ว่าไงจ๊ะน้องหญิงคุยอะไรกับยายปลิก รู้จักแกด้วยเหรอ” นกไม่สบอารมณ์ สะบัดมือหนีแล้วลุกขึ้นเดินหนี

“ไม่เอาซิ เมื่อไหร่น้องจะทำดีกับพี่สักที” นกรีบหันไปเขียนใส่กระดาษและยื่นให้โกมุทอ่านทันที

“เสด็จพี่ก็ทรงปล่อยหม่อมฉันให้เป็นอิสระเร็วๆซิเพคะ หม่อมฉันถึงจะพูดดีด้วย”

“ได้ ถ้าน้องหญิงยอมตกลงเสกสมรสกับพี่เมื่อไหร่ พี่ก็จะปล่อยให้น้องหญิงเป็นอิสระทันที ผัวเมียกัน พี่อนุญาตอยู่แล้ว น้องหญิงอยากจะไปไหน อยากจะทำอะไร พี่ตามใจทันที ว่าไง อยากเป็นอิสระหรืออยากติดคุกแบบนี้”

        นกหันหน้าหนีทันที ศักดินาชีวิต มันต่างกันจริงๆกับสิ่งที่ได้รับ การควบคุมกักกันตัวไว้แบบนี้ ไม่รู้ว่านกจะทนได้นานอีกสัก

เท่าใด นกเดินหนี โกมุทรีบดึงนกมาแล้วจูบปากต่อหน้านางสนม นกตบหน้าโกมุทอย่างแรง แล้วเช็ดปากตัวเองออก โกมุทจูบอีก นกตบอีก จนโกมุทต้องจับมือนกไว้ นกเบือนหน้าหนี โกมุททำได้แค่หอมแก้ม

        แล้วนกก็พยายามสลัดตัวให้พ้นจากเงื้อมมือมารอย่างโกมุทพอหลุดได้ก็รีบวิ่งขึ้นตำหนักทันที บุษบากับเพทายรีบวิ่งตามขึ้นไป ปล่อยให้โกมุทยืนยิ้มกระหยิ่มใจอยู่คนเดียวที่เก็บเกี่ยวกำไรเอาฝ่ายเดียว ถึงแม้จะแลกมาด้วยความเจ็บปวดนิดหน่อย แต่เขาก็ยอม

<<<<< ***** >>>>>

        งามตาลืมตัวว่ายังไม่ได้เป็นอะไรกับธวัช เดินกระหนุงกระหนิงออกมาจากบ้านเพลินจนถึงร้าน ยุ้ยยิ่งเครียดเรื่องแชร์อยู่ เห็นงามตาควงแขนธวัชเดินเข้าร้านมาจะๆ จึงระงับอารมณ์ไม่ไหว ลุกเดินออกมาตบหน้างามตาอย่างแรงจนงามตาคว่ำลงไปกับพื้นแล้วใช้มือขวาจิกผมขึ้นมาใช้มือซ้ายตบอีก จนธวัชต้องจับมือยุ้ย และบอกให้ปล่อยงามตาทันที

“อะไรหนะยุ้ย ทำอะไร ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ อยู่ดีๆมาตบมาตีงามทำไม”

“ก็ดูมันทำซิ หน้าด้าน เดินเกาะแขนเกี่ยวแขนทำยังกะเป็นเมียพี่ หรือว่ามันเป็น บอกมาเดี๋ยวนี้นะ เอามัน ได้มันแล้วใช่ไหม ว่าไง”

“เปล่านะ ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจนะยุ้ย ฉันแค่ดีใจไปหน่อยเลยลืมตัว ที่พี่วัชกับแกไม่โดนจับติดคุกเรื่องเงินแชร์ก็เท่านั้น”

“ว่าไงนะ มีเงินไปให้เจ๊ม่วยแล้วเหรอ ทำไมฉันถึงไม่รู้หละ มิน่ารอตั้งนานไม่เห็นมีใครมาจับซะที แล้วนี่ทำไมอีงามมันรู้ก่อนหนูซึ่งเป็นเมีย ว่าไงพี่ บอกมา ว่าไง” ยุ้ยมองหน้าธวัชแบบไม่พอใจ “ก็นี่ไง กำลังจะมาบอก เพราะต้องเข้าไปถามอะไรบางอย่างจากพิมพ์ พอรู้แล้วก็เลยจะมาบอกเนี่ยแหละ แล้วนี่อะไร มาถึงก็ตบเอาตบเอา งามมันไปเกี่ยวอะไรด้วย ขอโทษเค้าซะ”

“ไม่ ก็อีนี่เสือกมาควงแขนพี่ต่อหน้าหนูทำไม” ยุ้ยไม่ทำตาม “พี่บอกให้ขอโทษงามตาเดี๋ยวนี้”

        ธวัชบีบแขนขวายุ้ยอย่างแรงจนยุ้ยเจ็บต้องยอมขอโทษ “โอ๊ยเจ็บ เจ็บพี่..ขอโทษ” ยุ้ยพูดเสียงเบามาก แบบเสียไม่ได้

“ดังๆ” ธวัชยังคงไม่ปล่อย ยุ้ยจึงต้องพูดเสียงดังๆ “ขอโทษ พอใจรึยัง” เท่านั้นแหละ ธวัชก็ปล่อยแขน และเดินออกไปจากร้านทันที

***** \\ *****

        1 สัปดาห์ผ่านไป เมืองรามหายดี ออกจากโรงพยาบาลได้ กลับไปพักฟื้นที่บ้าน หญิงยุก็ตามไปปรนนิบัติดังเดิม เติมความหวานให้กันไปเรื่อยๆทั้งวันทั้งคืน ส่วนนกพยายามจะหาทางให้ยายปลิกช่วย 4 โมงเช้าจึงทำทีให้บุษบาเดินไปสั่งอาหาร ให้ยายปลิกทำของโปรดขึ้นไปให้ทานหน่อย โกมุทไม่ได้สงสัยอะไรเพราะบุษบาเดินมาคนเดียว จึงขอดูกระดาษที่ถือมา

“ไหนดูซิ อะไร” บุษบายื่นกระดาษให้ “องค์หญิง ทรงอยากเสวยสิ่งนี้เพคะ” โกมุทเปิดออกอ่านดู

“ยายปลิก มื้อเที่ยงนี้หญิงอยากทาน มัสมันไก่ ทอดมันกุ้ง ของโปรดของหญิง และเต้าส่วน หวังว่าหญิงคงได้ทานนะ”

“เออ ไปได้แล้ว รีบไป เดี๋ยวยายปลิกทำไม่ทันไป” โกมุท เดินชมสวนตามปกติแล้วมองขึ้นไปบนห้องของนกและยิ้ม

        เมื่อบุษบาวิ่งมาถึงครัวก็แทบลมจับ “เป็นอะไรนังบุษ ทำยังกะวิ่งหนีเสือมายังงั้นแหละ” ยายปลิกถาม

“ยิ่งกว่าเสืออีกยาย” บุษบา นั่งพัก เพราะหอบ วิ่งหลบโกมุทมา “จะใครซะอีกหละยาย ก็องค์ชาย โกมุทนะซิ ไม่รู้หมู่นี้ตื่นเช้าได้ ธรรมดาไม่บ่ายก็เย็น ตั้งแต่องค์หญิงมาอยู่นี่ แกตื่นเช้าได้ทุกวัน” บุษบาบ่น เพราะยังอกสั่นขวัญหายอยู่

“แกก็คงจะรักของแกนั่นแหละ องค์หญิงของฉัน ท่านงามจะตาย เออ แล้วตกลงมีอะไร ถึงต้องวิ่งกระหืดกระหอบมาแบบนี้เนี่ย”

“นี่ องค์หญิงฝากนี่มาให้” ยายปลิกเปิดอ่าน “สบายมาก แป๊บเดียวเดี๋ยวก็เสร็จ บอกองค์หญิงได้เลยว่า มื้อเที่ยงได้เหวยแน่”

        แล้วก็เรียกพวกลูกมือมาสั่งให้ทำอาหาร 3 อย่างนี้ ตามที่องค์หญิงต้องการ “เตรียมของไว้นะเดี๋ยวข้าจะไปทำ ลงมือทำเอง” และ

กระซิบที่หูเบาๆอีก “บ่ายโมงหลังจากอาหารเที่ยง ตอนขึ้นไปเก็บสำรับให้ขึ้นไปหาท่านด้วยในห้องบรรทม อย่าลืมนะยาย หนูไปหละอยู่นานไม่ได้ เดี๋ยวไอ้เมฆกับไอ้โขง มันสงสัย เห็นไหมหนะ มันเดินสวนกันไปมาแอบดูฉันตลอดเลย ไปหละ อย่าลืมนะ”

<<<<< ===== >>>>>

        ยุ้ยหลังจากที่โดนธวัชบีบแขนไปวันนั้น ก็เงียบกริบไปเลย เพราะธวัชเริ่มไม่ชอบอีกแล้ว ทำดีได้ไม่กี่วัน ตอนนี้เวลานอนก็ไม่มีความสุขอีกแล้ว ธวัชหนีมานอนตรงมุมของนก ไม่หันไปนอนกอดเหมือนเดิม กลับกัน คราวก่อนยุ้ยงอน คราวนี้ธวัชงอนบ้าง จนตัวยุ้ยเองเริ่มกลับมาเครียดอีกแล้ว รู้ทั้งรู้ว่าผัวชอบแบบไหน ก็ยังเผลอทำนิสัยไม่ดีอีกจนได้ จึงได้แต่โทษตัวเอง หลายวันแล้วที่ไม่ได้ร่วมรักกับสามี จึงเริ่มหงุดหงิด เพราะความไม่เอาไหนของตัวเอง จึงต้องเริ่มทำตัวเสียใหม่ เพื่อมาง้อสามี จะได้มีความสุข

เหมือนเดิม ทะเลาะกันทีไรไอติมก็ไม่ได้กิน นมสดธวัชก็ไม่มาบริโภคจากวันละ 4 มื้อ ตอนนี้สักมื้อก็ไม่มาทานมาใช้บริการ

***** >>><<< *****

        เพื่อที่จะหาทางส่งข่าวให้กับสามีให้ได้ จึงปิดห้องคุยกัน 4 คน โดยที่ไม่ให้โกมุทรู้และสงสัย

“ยาย หนูรบกวนขอให้ยายช่วยหนูหน่อยได้ไหม” นกเขียนบอก “องค์หญิงน้อย จะให้อีปลิกช่วยอะไรบอกมาได้เลยเพคะ”

“ช่วยทำอาหารคาวหวาน ขนม ไปใส่บาตร และทำบุญ ที่วัด..ที่สามีหนูอยู่ให้ทีได้ไหม”

“องค์หญิงมีพระสวามีแล้วเหรอเพคะ” นกพยักหน้า “แล้วองค์ชายหละเพคะ เป็นพระคู่หมั้นอยู่ไม่ใช่เหรอ”

“หญิงไม่รับรู้ นั่นมันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันเอง โดยที่หญิงไม่เคยรับรู้อะไรเลย อีกอย่างหญิงไม่ได้รักเสด็จพี่โกมุทด้วย เข้าใจไหมยาย” ปลิกพยักหน้าเข้าใจ “ดังนั้นยายต้องช่วยหญิง เพื่อให้หญิงกลับไปหาสามีหญิงให้ได้ หนูขอร้องหละนี่เป็นเพียงวิธีเดียวในตอนนี้ที่หญิงคิดออก เป็นวิธีที่ดีและเงียบที่สุดโดยไม่มีใครสงสัยแม้แต่เสด็จพี่ แต่ยายต้องทำตัวแบบปกตินะ”

“สำหรับองค์หญิงน้อยของอีปลิก อิฉันขอถวายชีวิตให้เลยเพคะ เชื่อใจอีปลิกได้เลย จะให้อีปลิกทำยังไงก็บอกมาได้เลย เพคะ”

“ทำแบบนี้นะ” แล้วนกก็เอาจดหมายฉบับหนึ่งจ่าหน้าซองถึงธวัช ส่งให้กับปลิก

“จำไว้นะยาย เอาส่งให้กับหลวงตาบุญองค์เดียวเท่านั้น ถามหา เจ้าชายยาจก จากหลวงตาบุญท่านจะนำจดหมายฉบับนี้ส่งถึงมือสามีหญิงเอง หญิงฝากด้วยนะ ชีวิตหญิงขึ้นอยู่กับยายในวันพรุ่งนี้แล้ว ทุกอย่างเตรียมพร้อมหมดแล้วนะ” ปลิกพยักหน้ารับคำ

        วันนี้เป็นวันเสาร์ที่ 12 กันยา นกฝากจดหมาย 1 ฉบับไปให้หลวงตาบุญ เพื่อนำไปส่งต่อให้กับธวัช

<<<<< ----- >>>>>

        งามตาทำตามที่ยายกุลแนะนำ โดยนำเงินก้อนสุดท้ายที่เหลือประมาณ 2 พันบาท มาทำน้ำแข็งใสขายควบคู่ไปกับขนมหวานไปพลางๆก่อน ทำเท่าที่จะขายได้ กลับมีลูกค้ามาอุดหนุนมากมาย เพราะอากาศบ้านเรามันร้อน ขนมห่อละ 5 บาท ให้กับเด็กๆในสลัมพอจะซื้อทานได้ ไอติมกระทิสูตรยายกุล ถ้วยละ 6 บาท และ น้ำแข็งใส 7 บาท 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ยอดเงินทุนจาก 2 พันของงามตา เพิ่มขึ้นมาเป็น 2-3 พันบาท ในพริบตา เกิดจากการเก็บเล็กผสมน้อยตามสูตรของคนจน

        ศักดินาชีวิตมันต่างกันก็ต้องทนเอา งามตาทนได้เพราะนี่คือน้ำพักน้ำแรงครั้งแรกในชีวิตที่ไม่ต้องพึ่งพาใครและไม่ต้องกู้ยืมใครด้วยให้เสียศักดิ์ศรี ถึงมันจะน้อยไปนิดไม่กำไรมากมายเหมือนตอนที่ขายอาหารกับนก แต่งามตาก็ภูมิใจที่เธอสามารถทำได้เอง

>>>>> ***** <<<<<

        เช้าวันอาทิตย์ที่ 13 กันยา ยายปลิกมาทำบุญที่วัดตามเส้นทางที่นกเขียนแผนที่บอก หลังจากถวายอาหารเช้าจนเสร็จ จึงเอ่ยปากถามหลวงตาบุญ “นมัสการค่ะพระคุณเจ้า” หลวงตาบุญยิ้มให้

“เจริญพรโยม” หลวงตาให้เด็กวัดที่อยู่ด้วยเก็บอาหารคาวหวานต่างๆที่มาถวายไปเก็บ

“อิฉันขออนุญาต ถามอะไรสักหน่อยได้ไหมคะ” ยายปลิกเริ่มงาน “โยมมีอะไรจะถามอาตมาก็ถามมาได้เลย”

“ที่นี่ได้ข่าวว่ามี เจ้าชายอยู่พระองค์นึงเหรอคะ” หลวงตาบุญยิ้มให้ “อ๋อ นึกว่าเรื่องอะไร เค้าชื่อธวัช”

        หลวงตาบุญอธิบาย “ไม่ได้เป็นเจ้าชายจากเชื้อพระวงศ์อะไรหรอก คนที่นี่เค้าตั้งสมญานามให้เท่านั้นเอง เพราะความเอื้ออารีย์ของเขา ที่ชอบช่วยเหลือคนอื่นก็เท่านั้นเอง ว่าเจ้าชายยาจก โยมมีอะไรกับเค้ารึ”

“ถ้าเช่นนั้นอิฉันก็คงมาไม่ผิดที่” หลวงตาบุญงง ไม่เข้าใจ “โยมหมายความว่าอะไร อาตมาไม่เข้าใจ”

“มีคนเค้าฝากจดหมายฉบับหนึ่งมาให้เจ้าชายยาจกค่ะท่าน กรุณาส่งให้ถึงมือ เค้าให้ได้นะคะ เพราะมันสำคัญมาก กับชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งเลยทีเดียว อิฉันคงจะหมดธุระแต่เพียงเท่านี้แหละค่ะ ขอลาพระคุณเจ้าก่อนนะคะ”

“เจริญพรโยม แล้วอาตมาจะจัดการให้นะสบายใจได้” ยายปลิกวางจดหมายไว้ให้ที่ผ้าแถบของหลวงตาบุญ

        จากนั้นยายปลิกก็กลับวังไป หลวงตาใช้ให้เด็กวัดไปตามธวัชมาหาหลวงตาทันทีเมื่อธวัชว่าง “ด่วนนะไอ้หลงบอกเจ้าชายด้วย”

\\\ +++++ \\

        เมืองรามเริ่มกลับไปทำงานได้ตามปกติ หญิงยุจึงกลับไปนอนที่วังเหมือนเดิม ส่วนริชาร์ดก็คงต้องหาวิธีจีบพิมพ์ให้ได้ แต่จะทำยังไง ต้องหาวีธีที่แนบเนียบกว่านี้ เมืองรามเริ่มหาเบาะแสของนกกับชาญชัยอย่างไม่รอช้า เพราะหัวใจของเพื่อนกำลังตกอยู่ใน

อันตราย อีกอย่างคดีนี้มันสำคัญมากยืดเยื้อมาหลายเดือนและหลายครั้งแล้ว ต้องวางแผนจับเมฆและโขงให้ได้ ไม่งั้นนอนไม่หลับ

>>>>> ***** <<<<<

        10 โมงเช้า หลังจากที่ธวัช Clear งานที่ร้านเสร็จ จึงได้รีบขึ้นไปหาหลวงตาทันที ธวัชก้มกราบหลวงตาบุญแล้วพนมมือ

“หลวงตามีอะไรด่วนกับผมเหรอครับ ถึงได้ให้ไอ้หลงไปตาม”

“อาตมาหนะไม่มีหรอก แต่มีคนๆนึงเค้ามาฝากจดหมายฉบับหนึ่งไว้ให้เจ้า เอ้า..มารับไป”

        ธวัชคลานเข้าไปรับจดหมายจากมือหลวงตาแล้วเปิดอ่านทันที หลังจากที่ได้อ่านจบ ก็มีรอยยิ้มออกมาจากปาก ธวัชดีใจมากที่นกหาทางติดต่อเขาจนได้ “ขอบคุณมากเลยครับหลวงตา” ธวัชรีบก้มลงกราบหลวงตาแล้วรีบออกไปจากวัดทันที

        โดยตรงไปหาเมืองรามทันทีที่บ้าน “ไอ้ราม เมียกูส่งข่าวมาแล้ว นี่ๆสดๆร้อนๆเลย ดูซิ” ธวัชยื่นจดหมายให้เมืองรามอ่านด้วย เพื่อให้เมืองรามนำกำลังเข้าไปช่วยนกออกมาทันที เมืองรามขออ่านข้อความก่อน “ใจเย็นๆ มึงเชื่อกู อย่าทำอะไรบุ่มบ่าม”

“พี่วัช ตอนนี้หนูถูกองค์ชายโกมุท จับตัวมากักขังตัวอยู่ที่วังวรรณรัตน์ เพื่อที่จะบังคับให้หนูแต่งงานด้วย ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

แล้ว ไม่น่าจะเกินวันเสาร์ที่ 19 กันยา ยังไงพี่วัชอย่าลืม มาช่วยเมียด้วยนะ หนูยังไม่อยากตกนรกทั้งเป็น ทุกวันนี้หนูก็ทุกข์เกินพอจะรับไหวแล้ว หนูไม่อยากให้มันแย่ไปกว่านี้อีก หนูฝากจดหมายมากับยายปลิกแม่ครัวในวัง พี่วัชยังไงอย่าลืมติดต่อกลับไปหายายปลิกให้ได้นะ ช่วยหนูด้วย หนูคิดถึงพี่นะ รักพี่วัชเสมอ..นก” หลังจากที่เมืองรามอ่านจดหมายจนจบ ก็บอกกับธวัชทันที

“ถ้าจะให้กูนำกำลังไปเอาตัวนกกลับมาตอนนี้ กูทำอย่างนั้นไม่ได้ ขอให้กูวางแผนให้ดีกว่านี้ก่อน มันเสี่ยงและอันตรายมาก”

“ทำไมวะ เราก็เห็นๆอยู่แล้วว่าไอ้องค์ชายบ้านั่นมันบังคับจะเอาเมียกู ไปเป็นเมียมัน หัวใจมันทำด้วยอะไรวะ มึงเห็นใจกูหน่อยซิ”

“กูรู้ แต่มึงต้องใจเย็นๆ วังนี้ไม่ใช่วังธรรมดานะโว๊ย ขืนทำอะไรผลีผลามเข้าไป พวกเราจะลำบาก เขามีอำนาจมากในมหาดไทย”

“แต่..” ธวัชใจร้อน “มึงเชื่อกูซิไอ้วัช กูรู้ว่ากูควรจะทำอะไร ขอกูปรึกษากับชาญชัยก่อน ไปมึงกลับบ้านมึงไปก่อน ที่เหลือปล่อยเป็นหน้าที่กูกับชาญชัย ไปซิวะ เอ้อ ไอ้นี่ กูจะรีบไปทำธุระให้มึงเดี๋ยวนี้แหละ ไป อยากได้เมียกลับมาไหม ออกไปพร้อมกันเลย”

***** >>><<< *****

        ดึกแล้ว 4 ทุ่ม ธวัชออกมานั่งทานเหล้าคนเดียว เพราะมันมีเรื่องกลุ้มใจหลายเรื่อง ลึกๆแล้วธวัชยังคงเครียด เพราะใจจริงอยากให้แม่ยอมรับนกมากกว่านี้ แต่มันทำไม่ได้ตรงที่ แม่ไม่ยอมลดทิฐิสักที ไหนจะหญิงยุไม่ชอบขี้หน้า ยุ้ยมาทำตัวไม่ดี ไม่น่ารัก และเรื่องของนกที่ยังไปช่วยไม่ได้อีก จึงนั่งกินหล้า งามตาเดินออกมาซื้อของทานเห็นเข้า จึงขอร่วมวงด้วย

“พี่วัช นึกครึ้มอะไรถึงมานั่งก๊งคนเดียวเนี่ย มาหนูขอแจมด้วย ทานเป็นเพื่อน จะได้ไม่เหงา”

“อืม งามเหรอ เออๆ เอาๆ มา มาทานกัน พี่เลี้ยงเอง” งามตากวักมือเรียกเด็กเสิร์ฟขอแก้วใบ

        ธวัชกับงามตานั่งทานกันอยู่นานเป็นชั่วโมงๆเมาเละ ร้องเพลงเฮฮา ตามประสาคนเมา แต่ก็ไม่ได้ดังมาก ไม่ได้รบกวนใคร จึงไม่มีเรื่องในร้านพูดคุยกันเรื่อยเปื่อย ระบายความในใจนั่นนี่ออกมาเท่าที่สติสัมปชันญะตอนนั้นมีอยู่ ปรับทุกข์ซึ่งกันและกัน ประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง ร้านเหล้าขอตัวปิดจึงจ่ายเงินและหนีบขวดเหล้าที่เหลืออีกครึ่งนึงออกมาด้วย เดินกอดคอร้องเพลงกันไปตามทางช้าๆ เมาจนจำอะไรแทบไม่ได้ งามตาชวนธวัชไปทานต่อที่บ้านเธอเพราะยายกุลไม่อยู่ไปถือศีล

“พี่วัช..เอิ๊ก” สภาพไม่น่ารอด ต่างคนต่างกอดคอกันเดินบ้างล้มบ้าง “ไปต่อที่บ้านหนูกันดีกว่า นี่ยังหัวค่ำอยู่เลย”

        เมาจนจำอะไรไม่ได้แล้วว่ากี่โมงกี่ยาม “เอ้อ ก็ดีเหมือนกัน ไป เพื่อน แกนำไปเลย ไปทานกันต่อ..เอิ๊ก” ทั้งสองคนเดินเมาปิ้น เมาแปะกอดคนกันพยุงไปถึงบ้านงามตาจนได้ นั่งทานกันต่ออีกเกือบครึ่งชั่วโมง ประมาณเที่ยงคืนนิดๆพอเหล้าและกับแกล้มหมด จึงเข้านอนกันได้ งามตาเมามากจนอ๊วกใส่ธวัชด้วย ทานแล้วเมาและนึกว่าได้งามตาเป็นเมีย เพราะตื่นเช้ามา เสื้อผ้าของงามตาและเขา ไม่อยู่ในตัวแล้ว มันกองอยู่กับพื้นและปรากฏว่าทั้งคู่นอนกอดกันอยู่ในสภาพเปลือย

        ที่จริงนอกจากงามตาจะอ๊วกใส่ธวัชแล้ว ยังทำแกงหกใส่ตัวเองอีกด้วยเพราะความเมา ธวัชให้งามตาไปเปลี่ยนชุดในห้อง งามตาเดินไม่ไหวธวัชจึงประคองไป งามตาอ๊วกใส่ธวัชอีกรอบ คราวนี้โดนกางเกงด้วย “โอ๊ย เหม็นตายห่า” ต่างคนก็เลยต่างถอดชุดของตัวเองออก พอหนาวก็ขึ้นเตียงนอน ดึงผ้าห่มมาห่ม งามตาก็เช่นกันพอหนาวก็ขึ้นเตียงและหลับไปตอนไหนไม่รู้ทั้งคู่

        รุ่งเช้า 7 โมงครึ่ง ทั้งสองตื่นขึ้นมาจึงเป็นเรื่อง งามตางัวเงียตื่นขึ้นมาก่อน พอเห็นสภาพตัวเองที่เกิดขึ้นจึงรับไม่ได้ รีบทุบธวัช

และปลุกทันที “พี่วัชตื่นเดี๋ยวนี้นะ หนูบอกให้ตื่น ตื่น” ธวัชงัวเงียขึ้นมา เห็นงามตานั่งร้องไห้อยู่ข้างหน้า

“อะไร นี่มันที่ไหนวะเนี่ย กี่โมงกี่ยามแล้ววะ อ้าวงาม มาทำอะไรที่บ้านพี่เนี่ย แล้วมาอยู่บนเตียงพี่ได้ยังไง ยุ้ยหละ แล้วยุ้ยไปไหน”

“พี่วัช” งามตาทุบธวัชที่ไหล่ใหญ่เลย “อย่าทำมาเป็นจำอะไรไม่ได้นะ ดู ลืมตาดูทำอะไรลงไป ทำไมถึงทำกับหนูแบบนี้”

        งามตาชี้ให้ดูตัวเองและดูตัวธวัชเองด้วย เปลือยทั้งคู่ ธวัชเอามือขยี้ตาให้ตาสว่างก่อน “เอ๊ย งามตา ทำไมแกโป๊อย่างนั้นหละ” ก้มมองดูตัวเอง “เอ๊ย ทำไมฉันถึงโป๊แบบนี้วะ” ธวัชค่อยนึกถึงเรื่องเมื่อคืน เขย่าหัวตัวเอง “ตายห่า นี่กูเมาจนทำอะไรลงไปวะเนี่ย”

        งามตาโวยวาย “พี่ต้องรับผิดชอบหนูกับการกระทำในครั้งนี้ของพี่ ไม่รู้หละในเมื่อตอนนี้หนูเสียตัวให้พี่ เป็นเมียพี่ไปแล้ว” และให้ธวัชรับผิดชอบ “ไม่นะงาม พี่จำได้ว่า พี่ไม่ได้ล่วงเกินอะไรงามเลย แล้วจะให้พี่รับผิดชอบงามได้ยังไง”

        ธวัชยืนยัน 100 % ว่าไม่ได้ทำอะไรงามตาจริงๆอย่างแน่นอน ธวัชไม่รับผิดชอบอะไรทั้งนั้น รีบใส่เสื้อผ้า แล้ววิ่งออกมาจากห้องของงามตากลับบ้านตัวเองทันที งามตาเสียใจมากที่ธวัชทำกับเธอแบบนี้จึงรีบเดินออกไปอาบน้ำทันทีเพื่อที่จะตามไปทวงสิทธิ์

>>>>> ----- <<<<<

        หลังจากอาบน้ำและทานมื้อเช้าเสร็จ 8 โมงเช้า งามตาจึงไปโวยวายกับธวัชที่บ้านทันที ว่าได้เธอเป็นเมียอีกคน ต้องรับผิดชอบ  เธอไม่ยอม เหมือนครั้งที่แล้ว เพราะครั้งนี้เธอมั่นใจว่าเธอเสียความบริสุทธิ์ให้กับธวัชอย่างแน่นอน เพราะมันคือศักดินาชีวิตของเธอ จึงทำให้ยุ้ยและสะอิ้งปวดหัวตามๆกัน พิมพ์ได้ยินเข้า จึงตกใจมาก

“พี่วัชอยู่ไหน ออกมาเดี๋ยวนี้นะ ออกมาพูดมาคุยกันให้รู้เรื่อง อย่าหลบหน้า คิดเหรอว่าได้หนูแล้วจะทิ้ง หนีไม่รับผิดชอบหนะ หนูไม่ยอมนะ หนูใช่กะหรี่ริมทางที่ให้เอาได้ฟรีๆนะพี่ ออกมา อยู่ไหน อย่าหลบหน้าออกมา ยังอีก ไอ้ผัวเฮงซวย”

“อะไรๆกันอีงาม มาโวยวายอะไรที่บ้านข้าแต่เช้า” สะอิ้งกำลังทำกับข้าวต้องเดินออกมาทั้งๆที่ถือตะหลิวคามือ ยุ้ยเดินออกมาจากห้องน้ำ พิมพ์เปิดม่านออกมาดู ส่วนธวัชหลบอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียงในห้อง “ก็ลูกชายป้านะซิ ได้หนูเป็นเมียแล้วเมื่อคืน และไม่ยอมรับผิดชอบ หนีหนูมาเนี่ย หนูเลยต้องมาตามมาถามให้มันรู้เรื่องว่าจะเอายังไง หนูไม่ยอมนะ หนูไม่กะหรี่ริมทางราคาถูกที่พออยากแล้วก็มาเอาหนะ พอหายอยากแล้วก็ตีจากไปดื้อๆ พี่วัชออกมา หนูบอกให้ออกมา อย่าหลบ มารับผิดชอบหนูเดี๋ยวนี้นะ”

        ยุ้ยรีบเดินออกมาหางามตา “อ๋ออย่างนี้นี่เอง เมื่อคืนที่ผัวกูไม่กลับบ้าน เพราะไปนอนกกมึงนี่เอง จนได้นะมึงงาบผัวกูจนได้”

“ไม่รู้โว๊ย กูไม่ได้เป็นคนเริ่ม พี่วัชต่างหากที่เริ่มก่อน ในเมื่อได้กูเป็นเมียแล้ว พี่วัชก็ต้องรับผิดชอบกู มึงคิดเอาเอง มึงก็เมีย กูก็เมีย ในเมื่อเป็นแบบนี้มึงจะยอมไหมหละอียุ้ย มึงจะยอมไหมหละที่ไม่ได้นอนกอดผัวตัวเองหนะ กูคนนึงหละที่ไม่ยอม มึงมีสิทธิ์กูก็มีสิทธิ์” ยุ้ยยิ้มและชี้หน้างามตา พูดออกมา “หนอยอีงาม อีหน้าด้าน นี่มึงยอมรับแล้วใช่ไหมว่ามึงเป็นเมียน้อยผัวกูเนี่ย”

        ไม่ทันขาดคำยุ้ยตบหน้างามตาดังเพลี๊ยะ โดยไม่ทันตั้งตัว มีเหรอที่งามตาจะยอมง่ายๆ ศึกตบตีแย่งชิงผัวจึงเริ่มขึ้นแต่เช้า

“โอ๊ย นี่มันอะไรกันโว๊ย ตาทด พิมพ์ ออกมาช่วยกันห้ามหน่อยเร็ว แล้วนี่ไอ้วัชมันหายหัวไปอยู่ไหนเนี่ย ไอ้ตัวต้นเหตุ ไอ้วัชออกมา แกออกมาเดี๋ยวนี้เลย เมียแกสองคนตบกันจะตายห่าอยู่แล้ว” เมืองรามเดินขึ้นมาพอดี เห็นศึกตบแย่งผัวกันอยู่พอดี

        งามตากับยุ้ยตบกันล้มกลิ้งอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน พิมพ์วิ่งออกมาดึงงามตา ส่วนสะอิ้งไปดึงยุ้ยแยกกันออกมาจนได้ ยุ้ยเอามือพัน

ผ้าเช็ดตัวที่กำลังหลุดลุ่ย พิมพ์ดึงงามตาเอาไว้ ยุ้ยชี้หน้างาม

“เก่งจริงมึงมาเลย เข้ามาเลยอีเมียน้อย” สะอิ้งอุ้มยุ้ยอยู่ก็ยังใช้เท้ายื่นถีบออกไป

        งามตาก็เหมือนกัน ทดไปทุบประตูห้องเรียกธวัช เมืองรามงง ว่าเกิดอะไรขึ้น

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเหรอครับ มีใครพอที่จะบอกอะไรให้ผมฟังได้ไหม”

“เรื่องมันยาวพี่ เดี๋ยวหนูจะเล่าให้ฟังที่หลัง ตอนนี้ขอหยุดปัญหาตรงนี้ก่อน”

        พิมพ์หันไปพูดกับเมืองรามขณะที่ยังกอดงามตาเอาไว้ แรงงามตาก็เยอะเสียจริง เท้ายังคงถีบอากาศอยู่

“อีเมียน้อย” ยุ้ยก็เช่นกัน ปากยังคงตะโกนด่างามตาไม่หยุด ตีนก็ถีบอากาศเช่นกัน จนทดรำคาญ

“ไอ้วัชออกมา อย่าหลบ ออกมาคุยมา Clear ให้เรียบร้อย พ่อไม่เคยสอนแกให้หนีปัญหานะลูกออกมา”

        ธวัชเปิดประตูออกมา เดือดร้อนกับเมียทั้งสองคนซิจะเอายังไงหละทีนี้ธวัช เมียสองก็จะไม่ไหวแล้วนะชีวิต นี่จะเอาสามเลยเหรอ นกอาจจะยอมเพราะเธอรักธวัชมาก เคยบอกไปแล้วว่าจะทำอะไรก็ได้ แต่ต้องอย่าทิ้งเธอ แต่ยุ้ยยังไงก็ไม่ยอม เสียทองเท่าหัวไม่ยอมเสียผัวให้ใครถึงนกยอมแต่เธอไม่ยอม จึงทะเลาะกันอยู่พักใหญ่ ธวัชตัดใจเดินออกไป Clear แบบลูกผู้ชายไม่หนีปัญหาแล้ว

“งามกลับบ้านไปก่อนนะพี่ขอเวลากับเรื่องนี้สักระยะนึงก่อน พี่ขอร้อง ตอนนี้ปัญหาเรื่องนกที่ถูกจับตัวไปก็ยังไม่คืบหน้าไปไหน

เลย เมื่อคืนพี่ยอมรับว่าเมามากไปนิดนึง ถึงพี่จะเมาแค่ไหน แต่พี่ก็ยังขอยืนยันคำพูดเดิมนะว่า พี่ไม่ได้ล่วงเกินอะไรงาม แต่ในเมื่องามมั่นใจว่าเสียตัวให้พี่แล้ว พี่ก็จะขอรับรู้ไว้ในเบื้องต้นก่อนแล้วกัน พี่ขอให้งามกลับไปอยู่ในที่ของงามก่อน แล้วพี่จะไปหาภายหลังตามนี้นะ เมืองรามมาแล้ว พี่ขอคุยธุระกับรามก่อน” งามตาบอกให้พิมพ์ปล่อย “ปล่อย” แล้วเดินไปตบหน้าธวัช

“จำคำพูดของพี่เอาไว้นะ หนูให้เวลาพี่แค่ 3 วันในการตัดสินใจเรื่องนี้ ไม่เชื่อก็คอยดูฤทธิ์หนูบ้าง ที่ผ่านๆมาหนูอาจจะยอม แต่ครั้งนี้หนูไม่ยอมเสียตัวฟรีๆแน่ จำไว้ ใครเป็นฝ่ายเริ่ม คนนั้นต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบ”

“มึงรอไปเหอะอีงาม อีเมียน้อย อีหน้าด้าน เค้าก็บอกอยู่ปาวๆ ว่าไม่เคยเอามึง มึงก็ยังจะหน้าด้านว่าผัวกูปล้ำมึงอีก กูว่ามึงนั่นแหละที่แบให้ผัวกูเอง แล้วมาโบ้ยว่า ผัวกูเป็นคนปล้ำมึงหนะ อีเลว บ้านก็บ้านมึง มึงคิดได้ยังไง” ยุ้ยด่าอีกทั้งๆที่อยู่ในวงแขนของสะอิ้ง

“พูดมากน่ายุ้ยเงียบได้แล้ว” ธวัชหันไปตวาดยุ้ย จนยุ้ยเงียบปากลงได้ แล้วสะบัดตัวจนหลุดจากสะอิ้งและเดินกลับเข้าไปในห้องตัวเองเลยทันที ปิดประตูดังโครม จนทุกคนต้องสะดุ้งกับเสียงนั้น รู้เลยว่ายุ้ยโกรธสุดๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเช้าวันนี้

        ธวัชให้งามตากลับไปบ้านของเธอก่อน เมืองรามทำใจได้แล้ว จึงเป็นคนพางามตากลับไปอยู่ที่บ้านของเธอเองก่อน แล้วค่อยว่า

กันอีกครั้ง “ไปงามเดี๋ยวพี่ไปส่งเอง ส่วนเรื่องของนก เดี๋ยวกูกลับมาคุยด้วย ไป”

“ขอบใจโว๊ยเพื่อน กูฝากด้วย” หลังจากเมืองรามกับงามเดินลงบ้านไป ทดกับสะอิ้งมองหน้าลูก แล้วส่ายหัวทั้งคู่ เดินกลับเข้าไปทำอาหารที่ค้างอยู่ ทดเดินลงบ้านไปรดน้ำต้นไม้เพื่อความสบายใจดีกว่า ส่วนพิมพ์ไม่มีความเห็น จึงขอตัวเข้าที่พักอย่างเงียบๆ

>>>>> ***** <<<<<

        3 วันต่อมา วันที่ 16 กันยา เมืองรามกลับไปขอความช่วยเหลือจากแดงคนที่เคยร่วมแก็งค์เก่ากับเมฆ มาทวงคำสัญญาว่าจะทดแทนบุญคุณที่เคยปล่อยตัว “แดง ฉันมาขอความช่วยเหลือ ยังจำคำพูดที่แกเคยบอกฉันไว้ได้ใช่ไหม”

“ได้ครับนาย ข้าไม่เคยผิดคำพูดกับใคร มีอะไรจะให้ข้าช่วยก็บอกมา” แดงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงของลูกผู้ชาย

“ขอบใจมาก” แล้วเมืองรามกับชาญชัยก็เล่าแผนการณ์ทุกอย่างให้กับแดงฟังอย่างละเอียดจนเข้าใจดี

“ได้ครับนาย ผมยินดีที่จะช่วยองค์หญิงอะไรนั่นออกมาอย่างปลอดภัยให้ได้ งานนี้ถึงจะยากยังไง ผมก็จะทำอย่างเต็มที่ให้ดีที่สุด”

        แดงยินดีช่วย โดยแฝงตัวเข้าไปที่วัง เพื่อดูว่าองค์หญิงหรือนกที่เมืองรามพูดถึงเป็นยังไง และหาวิธีที่จะช่วยออกมาให้ได้

***** >>><<< *****

        ยุ้ยไม่พอใจที่ธวัชทำตัวแบบนี้ จากที่ไม่เป็นความจริง จนตอนนี้ธวัชได้งามตาเป็นเมียอีกคนจนได้  โมโหจนหนีออกจากบ้านไปนอนคอนโดตัวเองที่ปิดเอาไว้เลย ปล่อยให้เช่าก็ยังไม่มีใครมาสนใจเช่า จึงรอดตัวไป จึงมีที่นอน

“แม่ยุ้ยหายไปไหนหนะ วัชไม่เห็นตั้งแต่หลังทานข้าวแล้ว ว่าจะพาออกไปร้านพร้อมกันเลย เข้าไปอาบน้ำแป๊บเดียว ออกมาก็ไม่

เจอแล้ว เสื้อผ้าก็ยังไม่ได้ซักเลย” สะอิ้งส่ายหัว จึงเดินออกไปหาพิมพ์

“พิมพ์เห็นยุ้ยบ้างไหม” ธวัชเปิดม่านเข้าไปถามพิมพ์ที่กำลังนอนเล่นโทรศัพท์อยู่

“เห็นห้อยกระเป๋าใบนึงออกไปพร้อมกับ Notebook ด้วย ลงบ้านไปตอนที่พี่อาบน้ำหนะ คงไปที่ร้านแล้วมั้ง”

        ขอบใจมาก ธวัชรีบวิ่งไปที่ร้าน “จ้อย เอี้ยง ยุ้ยมาที่นี่ไหม” จ้อยตอบแทนเอี้ยง เพราะเอี้ยงไม่อยากยุ่งเรื่องนี้

“ผมเห็นมันขับรถมันออกไปเมื่อสักครู่นี้เอง นั่นไง ที่จอดรถมัน พี่ไม่ได้สังเกตุเหรอ ว่ารถมันไม่ได้จอดอยู่หนะ”

“เออ ขอบใจ ข้ารีบ ไม่ทันมองหวะ” ธวัชรีบโทรเข้าหาเมีย ยุ้ยโกรธและโมโห ไม่รับสายตลอดทาง หนักๆเข้าปิดเครื่องเลย  

----- ***** -----

        ธวัชทำดีไม่ได้ดีจึงเกิดอาการน้อยใจกับชีวิตขึ้นมา พยายามประคับประคองชีวิตแบบดีที่สุดแล้ว ใช้บัตรคนจนในการดำรงชีวิตประจำวัน ถึงชีวิตแบบเก่าๆจะเปลี่ยนไป แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะดูแลเมียทั้งสองให้ดี

        ศักดินาชีวิตที่ไม่มีใครเข้าใจเลยจริงๆ เมียก็ไม่เข้าใจ ทำดีไม่เคยได้ดีสักอย่าง จึงขับแมงกะไซด์คู่ใจออกไปหาที่ผ่อนคลายและระบายเงียบๆเพียงคนเดียว ยุ้ยก็เช่นกัน ครั้งนี้เธอทรมานใจมาก

***** ..... *****

        สองวันต่อมา หลังจากที่เมืองรามให้แดงแฝงตัวเข้าไปอยู่กับเมฆในวังของโกมุท แดงถ่ายรูปองค์หญิงส่งมาให้เมืองรามดู ว่าใช่คนนี้ไหม เป็นใบ้ หลังจากที่ได้รับการยืนยันจากเมืองรามแล้วว่าใช่ และสืบเรื่องราวจนเป็นที่แน่ชัดแล้ว แดงจึงโทรหาและบอก

เรื่องสำคัญให้กับเมืองรามทันที ก่อนที่อะไรๆมันจะแก้ไขและช่วยไม่ทันการณ์

“วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายนนี้ โกมุทจะจัดงานแต่งงานเงียบๆระหว่างตัวเองกับองค์หญิงที่วัง ข้าเจอตัวองค์หญิงแล้ว นายจะเอายังไงว่ามา ดูๆแล้วสงสารนางมาก เข้าใจเลยว่านรกเป็นยังไง จะให้ข้าพาตัวองค์หญิงออกมาก่อนวันงานไหม”

“มันต้องอย่างนั้นอยู่แล้ว เอาอย่างนี้ วันนี้วันศุกร์ แกทำยังไงก็ได้ ส่งข่าวให้องค์หญิงรู้ว่าแกได้แฝงตัวเข้ามาช่วยแล้ว และวันเสาร์ช่วงค่ำฉันจะนำกำลังมาช่วยพาองค์หญิงออกไป เข้าใจไหมแดง จำไว้ วิธีใดก็ได้ รีบหน่อยให้องค์หญิงรู้ว่าแกมาช่วย ตามนี้นะ แล้ววันเสาร์เจอกัน ฉันจะโทรหาแกอีกที ขอกลับไปวางแผนก่อน มันกะทันหันมากๆเลย ยังไงองค์หญิงต้องกลับออกมาแน่วันเสาร์นี้

***** ^^^^^ *****

        ระหว่างรอคำตอบของธวัช งามตายังคงกลับมาขายของขายอาหารดังเดิมที่ร้าน เข็นรถผ่านที่ร้านเมื่อใดก็ปวดใจทุกที ไม่อยากมองเข้าไปเลย จึงได้แต่ทำใจไปวันๆ แต่ก็ยังสบายใจที่ลืมตาอ้าปากได้แล้วตอนนี้ไม่เดือดร้อนเรื่องค่าใช้จ่าย ยังคงใช้ชีวิตแบบสมถะตามแบบที่ยายกุลสั่งสอนไว้เสมอตลอดเวลา คือมีน้อยใช้น้อย งามตาเปลี่ยนไปมากหลังจากเรียนจบ เหมือนเธอโตขึ้นตาม

เวลา จากเด็กสาวที่ไม่เคยทำอะไร ไม่เคยสนใจการทำมาหากิน จนมาเป็นคนขยันได้ อาจเป็นเพราะเห็นนกเป็นตัวอย่างก็ว่าได้

%%%%% ----- %%%%%

        แดงสืบรู้มาว่าเพทายและบุษบาเป็นนางสนองพระโอษฐ์ขององค์หญิง 6 โมงเย็น หลังจากที่นกทานมื้อเย็นเสร็จ จึงมาดักรอตอนที่เอาสำรับมาเก็บ วันนี้เป็นเวรของเพทาย แดงหลบอยู่ที่มุมตึก พอเห็นเพทายเดินลงมาจึงเรียกเพทายทันที

“เธอ เธอ น้องคนสวย” แหมคำอื่นไม่หัน มาหันตรงคำนี้เนี่ยนะ เพทายมองซ้ายมองขวา แล้วทำมือชี้มาที่ตัวเอง

“เรียกฉันเหรอ” แดงพยักหน้า แล้วกวักมือเรียกให้เพทายไปหาเขา เพทายสงสัยอยากรู้จึงรีบเดินเข้าไปหา ขณะที่ถือถาดสำรับอยู่

“เรียกฉันเหรอพี่ มีอะไรเหรอ แล้วทำไมต้อง ทำลับๆล่อๆด้วย และพี่เป็นใคร ทำไมฉันไม่เคยเห็นหน้า คงจะมาใหม่หละซิ”

>>>>>>>>>> ********** <<<<<<<<<<

โปรดติดตามตอนต่อไปใน  ตอนที่ 29 .. “ รักแท้หรือแค่หลอกลวง ”

ตอนที่ 28 .. “ ศักดินาชีวิต ”

Romance Fiction - นิยายรัก / รักโรแมนติก


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น