อัปเดตล่าสุด 2021-11-26 10:34:36

ตอนที่ 10 .. “ วันวาน ”

ฟังเพลงเพราะๆ ประกอบ นิยาย องค์หญิงใบ้ กับ เจ้าชายยาจก

   เป็นเพียงความบันเทิงในการฟังเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ รวมถึง เหตุการณ์ของตัวละครในนิยาย เพื่อให้เกิดอรรถรสในการอ่านเท่านั้น ไม่ได้มีผลใดๆกับทางการค้าทั้งสิ้น .. ด้วยความเคารพผู้ประพันธ์นิยาย .. มัชฌิมา

สองชีวิต - วิษณุ เทศขยัน

https://youtu.be/8bIb7Y-xZWU

ขอขอบคุณ คุณวิษณุ เทศขยัน จาก ค่าย Eminor ค่ายย่อยของ EMI ที่เอื้อเฟื้อเพลงให้มาประกอบในนิยาย

Romance Fiction - นิยายรัก / รักโรแมนติก

ตอนที่ 10 .. “ วันวาน ”

      รุ่งสาง ย่ำรุ่งของวันใหม่ วันที่ 10 เมษา ประมาณ ตี 4 นกเริ่มรู้สึกตัว ตาค่อยๆเปิดออก เธอลืมตาขึ้นมารู้สึกเจ็บหัวนิดๆเอามือแตะหัว แล้วเอียงหน้าไปทางซ้าย เห็นมีสายน้ำเกลือล่ามมาอยู่ที่มือเธอ หันไปทางขวา มีเครื่องวัดระดับหัวใจ และที่หน้าของเธอมีหน้ากากเครื่องช่วยหายใจอยู่ เธอรู้สึกได้ว่า มือขวาของเธอเหมือนมีของทับอยู่ นกมองเห็นไม่ชัดเพราะนอนราบ

      เธอขยับมือขวา เหมือนไปโดนมือใครบางคน เธอจึงขยับตัวเล็กน้อยไปทางขวา ก็เห็นมีคนนอนฟุบหน้าอยู่ที่แขนเธอ เธอจำได้ว่า ธวัชแน่นอน เธอจึงค่อยๆขยับแขนขวาของเธอเล็กน้อย เพื่อที่จะปลุกธวัช ได้ผลธวัชเริ่มรู้สึกตัว พอธวัชเห็นมือขวาของนกขยับ เขาก็รีบลุก นกเอามือซ้ายถอดหน้ากากที่หายใจออกทันที “พี่วัช” เสียงเธออยู่ในลำคอ แต่ปากเธอขยับแน่นอน

     เมื่อเห็นว่านกรู้สึกตัวจริง ธวัชดีใจมาก ก้มลงไปจูบหน้าผากแล้วรีบวิ่งออกไปบอกพยาบาล สักพัก พยาบาลก็เข้ามา ตรวจร่างกายให้ วัดความดัน วัดไข้ แล้วก็หันไปยิ้มให้กับธวัช “ปลอดภัยแล้วนะคะ ดีใจด้วย ไม่มีไข้ ความดันปกติแล้ว” ธวัชดีใจมากที่นกปกติ

“ขอบคุณมากเลยครับ” ธวัชมีรอยยิ้มเสียที หลังจากที่เครียดมานาน “ไม่เป็นไรค่ะ ยินดี อ้อ เอาเครื่องช่วยหายใจ เอาออกได้แล้วนะคะ ตอนนี้ ก็ให้เธอนอนพักผ่อนให้มากๆนะ สายๆเดี๋ยวหมอจะเข้ามาดูอาการให้อีกที ถ้าไม่มีอะไร พรุ่งนี้เย็นๆ ก็คงจะกลับบ้านได้แล้วนะค่ะ คุรหมอบอกไว้” แล้วพยาบาลก็เดินออกไป ธวัชดีใจมาก วิ่งไปกุมมือขวานก เอามือลูบแก้มซ้ายแล้วก็หอมลงไปแบบไม่รู้ตัว

“บ้า พี่วัชเนี่ย” นกยกมือซ้ายที่มีสายน้ำเกลือนั่นแหละทุบลงไปเบาๆ แล้วธวัชก็ดันตัวขึ้นมายิ้มให้นก เอามือปาดผมทั้งซ้ายและขวา “นอนพักผ่อนนะคนดี” นกยิ้ม แล้วก็หลับตาพริ้ม ธวัชจะก้มลงไปจูบปาก อีกนิดเดียวจะประกบอยู่แล้ว นกลืมตา แล้วเอามือขวาชี้หน้า ธวัชหยุดกึ๊กทันที ทำหน้าแหยๆ นกเอานิ้วชี้ขวา ดันปากธวัชออกจากปากของเธอทันที นกชี้ไปที่หน้าธวัช

“จะทำอะไร เค้ารู้นะ คิดอะไรอยู่” แล้วก็ทำนิ้วส่ายไปมา หมายความว่า < อย่า , ห้าม >

      แล้วก็เอานิ้วชี้ขวา ชี้ไปที่แก้มขวาแทน เป็นนัยๆว่า ตอนนี้ให้แค่ตรงนี้ แล้วก็ทำนิ้ว Ok ธวัชก็เลยยิ้มแห้งๆ นกก็เลยแกล้งหันหน้าไปทางซ้าย แล้วเอียงแก้มขวารอ ธวัชก็เดินมาหอมแก้มขวาแทน นกก็หอมแก้มซ้ายธวัชกลับ แล้วเธอก็ดึงผ้ามาห่มและนอนหลับต่อ

===== $$$$$ =====

“เป็นไงบ้างหญิงยุ เหนื่อยไหม อีกไม่กี่วันก็จะวันสงกรานต์แล้ว สู้ไหม”

“สู้ซิค่ะริชาร์ด ทำไมถามแบบนั้น แล้วนี่เราจะไปไหนต่อคะเนี่ย”

“วันนี้ผมให้คุณหญิงพัก 1 วัน ลุยงาน ตามรอยหญิงรันมาหลายวันติดๆกันแล้ว กลัวคุณจะไม่สบาย”

“ขอบใจนะคะที่มีกระใจห่วงหญิง” หญิงยุยิ้มให้ “บอบบางแบบนี้ ลุยได้ขนาดนี้ ผมก็ถือว่าเก่งแล้วนะ”     

      หญิงยุตีไหล่ซ้ายริชาร์ด อย่างแรง เหมือนจะเขิน “บ้า หญิงไม่ได้บอบบางอะไรขนาดนั้น แล้วนี่ยังไม่ได้ตอบหญิงเลยว่าจะพาหญิงไปไหนเนี่ย” ริชาร์ดอมยิ้ม “ไม่บอก” หญิงยุ หันไปชี้หน้า “มีความลับ เดี๋ยวนี้หัดมีความลับกะหญิงนะ”

“นิดหน่อย เดี๋ยวไม่ เซอร์ไพร์ส” ริชาร์ดยิ้มแบบกุ้มกริ่ม “พูดแบบนี้ จะทำอะไรหนะ กลัวจัง”

      หญิงยุ ทำเสียงกระเซ่า ริชาร์ดหันไปดูหน้าหญิงยุ “เป็นอะไรหนะคุณหญิง ทำเป็นกะเขาด้วยเหรอเสียงแบบนี้ ไม่น่าเชื่อ”

“บ้า แค่หนุกหนาน หนุกหนาน เค้าไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นซะหน่อย เอาเถอะ จะพาไปไหน ก็ไปเถอะ หญิงคงจะทำอะไรไม่ได้แล้วนี่ นั่งรถมากะคุณแล้วนิ จริงไหม” ริชาร์ดทำหน้าเฉยๆ แบบมีเลสนัย “ดีมาก เข้าใจอะไรง่ายๆ แบบนี้น่ารักมาก”

“อะไรนะ” หญิงยุหันไปมองหน้าริชาร์ด เพราะสงสัยในคำพูด “ไม่มีอะไร” แล้วหญิงยุ ก็นั่งมองริชาร์ด แบบไม่น่าไว้ใจเลย

@@@@@ ***** @@@@@

      ยุ้ยคิดถึงธวัช ก็เลยโทรหา < ตึ๊ดๆๆๆ > ธวัชกำลัง ล้างหน้าแปรงฟัน จึงรีบออกมาจากห้องน้ำ วิ่งมารับ ดีนะที่นกกำลังหลับอยู่ ไม่งั้นคงจะมีคำถามเกิดขึ้นมาอีก “สวัสดีครับ” ยาสีฟันยังติดอยู่ที่ปากธวัชเลย “ยุ้ยนะพี่วัช”

“สวัสดี ตอนเช้าครับ มีอะไรด่วนไหม พี่กำลังยุ่งนิดหน่อย” ธวัชเอามือปาดฟองออกอย่างช้าๆ

“คิดถึงค่ะ” หยอดเข้าไป 1 ดอกสาวยุ้ย แล้วก็ทำหน้ามีความสุข ยกแขนซ้ายลงเหมือนมีชัยชนะ < อึ๊ย > แล้วทำหน้าดีใจ

“ขอบคุณครับ ถ้าไม่มีอะไรด่วนพี่ขอตัวก่อนแล้วกัน ตอนนี้ยังไม่สะดวกจริงๆ”

“ทำอะไรอยู่คะ” ธวัชไม่รู้จะหาทางออกยังไง จึงแกล้งโกหกไปก่อน “กำลังจะอาบน้ำ”

“อาบด้วยได้ไหม” อีก 1 ดอกหยอดเข้าไปสาวน้อย < อึ๊ย > แล้วทำหน้าดีใจอีกรอบ

“คงไม่ดีหรอกมั้งครับ อย่าไปพูดแบบนี้กะใครเค้านะ มันดูไม่น่ารักเลย น้องยุ้ยคงเข้าใจที่พี่พูดนะ”

“วันนี้หนูว่าง หนูเข้าไปหาพี่วัชได้ไหม อยากให้พาเที่ยวหน่อย นี่ที่มหาลัยเขาก็ปิดแล้วหลังสงกรานต์ถึงจะเปิด ไม่รู้จะไปไหน เหงาด้วย หนูไม่ค่อยมีเพื่อน” อ้อนเข้าไปยุ้ยเอ๊ย เขามีแต่ผู้ชายจีบผู้หญิง นี่อะไร ผู้หญิงจีบผู้ชาย

“ก็อย่างที่บอกหนะครับ ตอนนี้พี่ไม่สะดวก พอดีพี่มาเฝ้าคนป่วย แฟนพี่ไม่สบาย”

      เท่านั้นแหละ ทางปลายสายเงียบไปเลย พอได้ยินคำว่าแฟน < ติ๊ด ติ๊ด > “ฮัลโหล ฮัลโหล” ยุ้ยวางสายไปแล้วโดยปริยาย ธวัชทำหน้าแปลกใจ วางโทรศัพท์แล้วก็เข้าไปอาบน้ำจริงๆ สักพักงามตาก็เปิดประตูเข้ามาคนเดียว เมืองรามไม่มาเพราะติดราชการ เห็นว่านก ถอดหน้ากากเครื่องช่วยหายใจแล้วและได้ยินเสียงอาบน้ำ เธอก็เอาอาหารเช้ามาจัดใส่จานให้ธวัช งามตาเดินไปจ้องนกใกล้ๆแล้วทำท่ามือเหมือนจะบีบคอให้ตาย ธวัชเปิดประตูห้องน้ำออกมาพอดี ซวยไปงามตาเอ๊ย

“ทำอะไรหนะงาม” ธวัชเช็ดตัว เช็ดผม แล้วก็แต่งตัว เอาผ้าเช็ดตัวไปตาก “เมื่อกี้พี่เห็นนะ” ธวัชต่อว่างามตา

“จร้า แตะต้องไม่ได้เลยนะ คนนี้เนี่ย เป็นห่วงมาก สำคัญมาก” งามตาพูดเหมือนประชด

“ถ้ามาแล้วพูดแบบนี้ พี่ว่า งามอย่ามาดีกว่า พี่เสียใจนะที่ดูงามผิดไป”

“แหมพี่..ล้อเล่นแค่นี้ก็ไม่ได้” งามตาไม่สบอารมณ์ “ได้ ถ้างามคิดว่าล้อเล่นจริงๆ ไม่ใช่คิดที่จะทำอย่างอื่น”

“ครับผม” แล้วงามตาก็ทำท่าตะเบ๊ ยืนตรงต่อหน้า แล้วก็เข้าไปนั่งกอดธวัช อ้อนธวัชเหมือนเคย

“โกรธอะไรหนูอีกเนี่ย ก็บอกว่าไม่มีอะไร เอ้า ขอโทษ ต่อไปจะไม่เล่นแบบนี้อีกก็ได้ แหม ทำเป็นจริงเป็นจังไปได้”

      แล้วธวัชก็แกล้งสะบัดตัวออก งามตาก็ดึงแขนไว้ แล้วก็หอมแก้มขวาอย่างไว ธวัชหันมามองหน้า “ทำอะไรหนะงาม”

“ทำไมหละพี่ หอมแก้มแฟนมันผิดด้วยเหรอ” ธวัชไม่รู้จะพูดอะไรดีแล้วให้งามตาเข้าใจ

“มันไม่ผิดหรอก ถ้า..ช่างเถอะ” แล้วธวัชก็ส่ายหัว ไม่พูดดีกว่า “ทานข้าวพี่ทานข้าวหนูทำมาให้แล้ว ของชอบพี่ทั้งนั้นเลย”

      แล้วธวัชก็นั่งทานข้าว งามตาก็นั่งทาน ตักนั่นตักนี่ให้ธวัช บริการอย่างดี นกรู้สึกตัวพอดี มือขวาส่ายไปมาโดนแก้วน้ำที่ขอบโต๊ะหล่นแตกเสียงดัง < เพล้ง > ธวัชหันไปดู พอเห็นแก้วแตก ก็เข้าไปดูนกก่อนแล้วบอกงามตา “ระวังเศษแก้วนะงาม”

      แล้วงามก็ไปเอาไม้กวาดมากวาดเศษแก้วใส่ที่โกย และเอาผ้าขี้ริ้วมาเช็ดน้ำที่เปียกอยู่ให้แห้ง     ธวัชถามนกว่าจะเอาอะไร เธอชี้ไปที่น้ำ “หิวน้ำ” ธวัชเทใส่แก้วแล้วเอาหลอดงอมาใส่ ให้นกค่อยๆดูดช้าๆ เดี๋ยวจะสำลัก คุณหมอสาวเข้ามาพอดี ธวัชยกมือสวัสดี คุณหมอก็ยกมือรับไหว้ แล้วก็ตรงเข้าไปหานก หมอไม่รู้ว่านกเป็นใบ้ ก็เลยเข้าไปทักทาย

“ไง คนเก่ง สบายดีไหม สาวน้อยตาใส” นกได้แต่ยิ้ม แต่ไม่ตอบอะไร หมอก็ยังไม่เข้าใจ

“ตอบหมอซิค่ะสาวน้อย หมอจะได้วินิจฉัยได้ถูก” นกไม่รู้จะทำยังไง เลยหันไปมองธวัช

“ว่าไง พูดกะหมอซิ” แล้วหมอก็เดินไปใกล้ๆเอามือแตะหัว เอาสองมือจับแก้มนก

“ก็ปกติแล้วนี่ แล้วทำไม่พูดหละ” ธวัชก็เลยรีบขัดจังหวะ และรีบอธิบายให้หมอฟัง

“เออ คุณหมอครับ” ธวัชสะกิดหมอ “มีอะไรคะ” หมอหันมา “คือ นกเค้าเป็นใบ้หนะครับ พูดไม่ได้” หมอสาวตกใจ

“อะไรนะ” เพราะไม่เคยเจอเคสแบบนี้ เธอตกใจหมดนึกว่ารักษาอะไรผิดพลาดไป

“โอ๊ย เล่นเอาหมอตกใจไปเลย นึกว่ารักษาอะไรผิดพลาด แล้วทำไมไม่บอกรายละเอียดหมอให้หมดเกี่ยวกับคนไข้หละคะคุณ”

“ต้องขอโทษคุณหมอด้วยครับ พอดีตอนนั้นผมทำอะไรไม่ถูก ก็เลยลืมไปเลย”

“แล้วนี่มีอะไรอีกไหมเนี่ย” หมอสาวถามอีกครั้ง “ไม่มีแล้วครับ หมดแล้วครับ”

“ดีค่ะ แหม เจอแบบนี้ใจหายวูบเลย” แล้วก็หันไปสื่อสารกับนกต่อ “หมอจะกดที่มือขวา ถ้าเจ็บยกมือซ้ายบอกนะ” นกพยักหน้า

      หมอก็เปิดเปลือกตา ให้นกอ้าปาก ตรวจดูแผลที่บนหัว ค่อยๆเปิดเอาผ้าออกมา แล้วก็ตรวจดู แล้วหมอก็หันไปบอกธวัช

“นี่ถือว่าโชคยังดีมากนะคะที่มาทันเวลา ถ้าปล่อยไว้นานหมอว่าแย่ น้องเค้าถึงไม่เป็นอะไรมาก การผ่าตัดระบายของเหลว ในกรณีที่มีเลือดออกเฉพาะแห่ง มีลิ่มเลือดไม่มากเกินไป หมอจึงเลือกใช้การเจาะรูผ่านกะโหลกศีรษะ และใช้ท่อดูดระบายเลือดออกมา เลือดเสียจึงหมดไปแล้ว คงเหลืออีกเรื่องเดียว” ธวัช สะกิดหมอ หมอหันมา “อย่าบอกเรื่องนั้น” ธวัช กระซิบที่หูหมอสาว

      งามตาสงสัยว่าธวัชพูดอะไรกับหมอ ทำไมต้องชิดกันอย่างนั้น “ทำอะไรหนะพี่วัช เกรงใจหนูด้วย” ธวัชขอไว้ หมอก็ไม่พูด นกมองหมอด้วยตาแป๋วๆ แล้วธวัชก็หันไปดุงามตาด้วยสายตา “เรื่องพักผ่อนหนะค่ะ หมอแค่จะบอกคนไข้ว่า” หมอสาวจึงต้องโกหก

“ต่อไปนี้น้องคนนี้ต้องดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้ ถ้าไม่จำเป็น พยายามอย่าเครียด อย่าคิดถึงเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจ อย่ากระโดดโลดเต้นมาก อะไรๆที่ออกแรงมากๆพยายามอย่าทำ เพราะมันจะทำให้สมองทำงานหนักและกระทบกระเทือนมากขึ้น และที่สำคัญแผลยังไม่แห้ง อย่าพึ่งโดนน้ำ เช่นสระผม อีกไม่กี่วันก็วันสงกรานต์แล้ว ระวังด้วย” ธวัชโล่งอก นึกว่าหมอจะไม่ช่วย

“ครับ แล้วผมจะดูแลตามที่หมอสั่งทุกอย่างเลยครับ” หมอสาวกำชับต่อกันพลาด

“ถ้าจะเล่น ก็หาอะไรคลุมซะ อันนี้หมอไม่ห้าม แต่ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าให้โดนเป็นใช้ได้ เพราะจะทำให้แผลอักเสบ”

“ครับ ขอบคุณมาก แล้วตกลงต้องนอนที่นี่อีกกี่วันครับ” ธวัชอยากรู้ “เท่าที่หมอดูและสังเกตุอาการแล้ว ก็ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงนะในตอนนี้ ก็อย่างที่บอก อีก 20 วัน หมอขอนัดให้เข้ามาดูอาการสักหน่อย แล้วค่อยว่ากันใหม่” ธวัชเป็นห่วงนกมาก “แล้ว เรื่องนั้น”

      ธวัช กระซิบที่หูหมออีกแล้ว งามตา ขี้สงสัยจัง ก็เลยแอบย่องไปแอบฟังข้างๆอย่างเงียบๆ ธวัชเห็น รู้ทันก็เลยเอามือขวาดันหัวงามตาเข้าไว้ แล้วบอกให้กลับไปนั่งที่เดิม คุณหมอก็เลยหันไปพูดให้ทุกคนได้ยินตามปกติ หลังจากพูดเรื่องสำคัญไปแล้ว

“สำหรับตอนนี้ ให้นอนพักให้น้ำเกลืออีกสักคืนก็แล้วกัน ถ้าพรุ่งนี้น้องเค้าเริ่มแข็งแรงมากขึ้น ก็กลับไปพักรักษาตัวที่บ้านได้ หมอก็ไม่อยากให้อยู่นาน เพราะคนไข้อีกหลายคนจ่อคิวรอห้องกันมากเลยช่วงนี้ ถ้าอาการไม่หนักมาก หมอก็อยากให้กลับไปดูแลกันเองที่บ้าน คงสบายใจแล้วนะคะ” หมอสาวให้ความมั่นใจกับธวัชอีกครั้ง เพราะรู้ว่าธวัชยังกังวลอยู่

“ครับ ขอบคุณมากๆเลยนะครับคุณหมอ ทั้งสวยและน่ารัก แถมยังใจดีอีกด้วย”

      ธวัช ชมแบบซึ่งๆหน้ายังงี้ เล่นเอาหมออายหน้าแดงขึ้นมาทันที “แหม คุณธวัชเนี่ย” หมอ เผลอเอามือไปทุบไหล่ขวา ได้ยังไงก็ไม่รู้เหมือนจะสนิทกันเลย “พูดแบบนี้หมอก็เขินเป็นเหมือนกันนะ ใช่เลย แบบนั้นแหละ ตามนั้น”

“แหม ก็ผมพูดความจริงนี่ครับ ผมโกหกใครไม่เป็นเห็นยังไงผมก็พูดยังงั้น ความจริงก็คือความจริง”

“แหม ถึงจะจริง ก็ไม่น่าพูดนะ หมอก็อายเป็นนะ” งามตาหมั่นไส้ทั้งสองคนนานแล้ว จึงโพร่งกลางงานเลย

“จะจีบกันอีกนานไหมคะนี่แฟนค่ะ แฟน นั่งหัวโด่อยู่นี่ เกรงใจกันบ้าง” เท่านั้นแหละ คุณหมอขอตัวออกไปทันที

“หมอขอตัวก่อนนะคะ คนไข้รออยู่อีกเยอะ” งามตาชอบใจ หัวเราะตามหลัง จนประตูปิด งามตายังไม่หยุดหัวเราะเลย

      ธวัช ไม่รู้จะทำยังไงกับงามตาดีแล้ว ก็เลยไม่สนใจ เดินไปหานกดีกว่า ประคองนกให้นอนลง นกยังไม่ยอมนอน

“ทำไมหละ น้องต้องนอนนะ” นกทำท่าบอกว่า ไม่นอน จะทานข้าว สักพัก เจ้าหน้าที่ก็เอาอาหารสำหรับคนป่วยมาให้ทาน

      ธวัชก็เลยบริการป้อนข้าวให้นก นกบอกไม่ต้อง แต่ธวัชอยากบริการ ทำให้นกต้องยอมเพราะรัก อยากให้ธวัชสบายใจ แต่งามตาซิ นั่งตาเขียว ไม่พอใจอยู่ที่โซฟา นั่งทานข้าวของตัวเองไปคนเดียว ทานไปมองไป แบบอารมณ์ไม่ดี แล้วก็เบือนหน้าหนี “อึ๊ย”

***** ----- *****

      ยุ้ยหลังจากเสียศูนย์ในตอนเช้าไปครั้งหนึ่งแล้ว ก็ไม่รู้จะทำไง เหลือคนเดียวที่พอจะเป็นที่พึ่งได้ ก็คือเมืองราม จึงตัดสินใจโทรหาเมืองรามคือทางเลือกสุดท้าย < ตึ๊ดๆๆๆๆ > “มีอะไรยุ้ย พี่ติดงานอยู่” ได้ยินแบบนี้ยุ้ยเซ็ง “อีกคนแล้ว คนนั้นก็ไม่ว่าง คนนี้ก็ไม่ว่าง”

“มีอะไร อย่างอแง เอ้า ว่ามา พี่พอมีเวลาบ้าง” แล้วเมืองราม ก็บอกเพื่อน “ เอ๊ยเดี๋ยวมา ขอตัวแป๊บ มีคลื่นรบกวนกระทันหัน”

“หนูเหงา มหาลัยเขาก็ปิดแล้ว หลังสงกรานต์ถึงจะเปิด ไม่รู้จะไปไหน โทรหาใคร ก็มีงานหมดเลย พี่เจ้าชายก็ไปเฝ้าแฟน”

“เรื่องนั้นพี่รู้แล้ว เพราะแฟนมันป่วยอาการหนักผ่าตัดอยู่” ยุ้ยทำเสียงเหมือนน้อยใจ “งั้นเราไปเยี่ยม เค้าดีไหมพี่ราม”

“พี่ไม่ว่าง พี่ติดคดี กำลังวางแผนจับผู้ร้ายอยู่ พี่ขอโทษด้วยนะ เพื่อนพี่มาเรียกแล้ว” แล้วเมืองรามก็วางสาย

“พี่ราม เห้อ เอาไงดีวะ ใครๆก็ไม่ว่าง งั้นก็พี่หญิงแล้วกัน” พอโทรไปหญิงยุก็ไม่ได้รับเพราะกำลังสนุกอยู่กับริชาร์ดที่สวนสนุก โทรศัพท์วางอยู่ในรถ เพราะไม่อยากถืออะไรไป “โอ๊ย นี่มันอะไรกันวะ โทรหาใครก็ไม่มีใครว่างใครรับเลย โอ๊ยเบื่อๆ เซ็ง เบื่อโว๊ย”

----- ***** -----

      วันวานที่แสนจะขมขื่นของธวัชได้ผ่านพ้นไปแล้ว เพราะได้ความช่วยเหลือจากเมืองราม แต่วันวานของนกยังไม่คืนกลับมาเลย ระหว่างที่นกนอนหลับพักผ่อนในช่วงบ่าย ภาพของหญิงยุ เสด็จพ่อ ท่านแม่ หญิงรับใช้สองคน และภาพของธวัช ผ่านเข้ามาในหัวสมองเธอ ทำให้เธอสับสน นอนกระสับกระส่าย เอามือจับหัวตัวเอง และตัวเกร็งโดยไม่รู้ตัว ระหว่างนั้น ธวัชไม่อยู่เพราะออกไปซื้ออาหารกลางวัน พอเปิดประตูเข้ามาเห็นนกดิ้นเอามือจับหัวร้องไห้อีกแล้ว จึงรีบวิ่งไปบอกพยาบาลที่เข้าเวรทันที

“พี่ครับๆ ช่วยไปดูที แฟนผมเป็นอะไรไม่รู้ นอนดิ้นใหญ่เลย” แล้วพยาบาลสองคนก็รีบวิ่งไปดู ช่วยกันจับแขนและขาของนก จับขวดน้ำเกลือให้เข้าที่ เอามือตบแก้มนกพอประมาณไม่แรงมาก นกลืมตาขึ้นมา มองหน้าพยาบาล สายตากลอกไปมา แล้วหยุดเกร็งโดยปริยาย เหงื่อไหลเต็มหน้า “น้อง น้อง น้องคะ เป็นอะไรมากไหม” พยาบาลคนแรก ถาม

“เมื่อเช้าหมอก็ตรวจดีแล้วนี่ ว่าไม่เป็นอะไร แล้วทำไมอาการกำเริบอีกเนี่ย และจะกลับบ้านได้ไหมเนี่ยเย็นนี้”

      พยาบาลอีกคนกล่าว เลยหันไปบอกธวัช “ถ้าเป็นแบบนี้ เย็นนี้คงจะกลับบ้านไม่ได้ ต้องถามคุณหมอก่อนนะค่ะคุณ” พยาบาลคนที่ 2 บอกธวัช “แล้วจะยังไงหละครับพี่” ธวัชเริ่มไม่สบายใจขึ้นมาทันที “เดี๋ยวพี่จะถามหมอให้นะคะ หมอออกเวรไปแล้วด้วย”

      ธวัชไหว้พยาบาลทั้งสองคน “รบกวนด้วยนะพี่ ถือว่าช่วยผมด้วยแล้วกัน” นกนอนน้ำตาซึมอยู่บนเตียง โดยที่พยาบาลคนแรกยังคงจับแขนและขาอยู่ “พี่ ช่วยแกหน่อย คุณแกอุตส่าห์มีน้ำใจ เมื่อคืนก็เอาอาหารมาให้พวกเรา หมอเขามีบ้านพักอยู่ในนี้ เดี๋ยวหนูจะดูตรงนี้ให้ พี่ไปเถอะน้องเขาก็สงบลงมากแล้ว เดี๋ยวหนูจะเช็ดตัวและวัดความดันเลย นี่ก็บ่ายแล้ว หมอคงยังไม่ได้ไปไหน รีบไปเถอะ” แล้วพยาบาลคคนที่สอง ก็รีบออกไปตามคุณหมอเจ้าของไข้ให้ ธวัชยกมือไหว้พยาบาลทั้งสองคน

<<<<< ===== >>>>>

      ยุ้ยไม่รู้จะไปไหน ก็เลยเสี่ยงมาหาธวัชที่ร้าน เจอจ้อยกับเอี้ยง กำลังทำงานอยู่ “สวัสดีค่ะพี่ จำหนูได้ไหม หนูเพื่อนพี่เมืองราม”

“ได้ แล้วมีอะไรหละ” จ้อยพูดไปทำงานไปด้วย “หนูได้ข่าวว่าแฟนพี่วัชอยู่โรงพยาบาล หนูอยากไปเยี่ยม แต่หนูไปไม่ถูกหนะค่ะ”

      ยุ้ยทำหน้าให้น่าสงสาร “ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน” เอี้ยงจึงพูดขึ้นมาลอยๆ “ไม่ไกลหรอก” ยุ้ยถามต่อ “แล้วไกลไหมค่ะพี่”

“จะว่าไกลก็ไกลนะ มันออกได้หลายทาง จริงๆ มันอยู่เลยปากทางที่น้องเดินเข้ามาหน่อยเดียว”

“ยังไง” จ้อยเอากระป๋องน้ำมันเครื่องเปล่าปาเอี้ยง “ไอ้บ้า ทำให้น้องเค้างง ทำไมวะ น้องอย่าไปฟังมัน ฟังพี่นี่” แล้วยุ้ยก็หันไปฟังจ้อย

“น้องกลับไปทางเดิมนะเพราะมันเป็นทางใหญ่ มันมีรถสองแถวผ่าน แต่ต้องเดินเข้าไปในซอยอีกนะอยู่ทางเดียวกะเรานี่แหละ นับไปสัก สองป้าย จะเห็นป้ายโรงบาล มีอยู่โรงบาลเดียว ไม่หลงหรอก พอเข้าไปก็ไปถามที่เคาน์เตอร์แล้วกัน พี่ก็จำเลขห้องไม่ได้แล้ว บอกว่ามาเยี่ยมคนชื่อสกุณา ก็แล้วกัน” ยุ้ยดีใจมาก ยกมือไหว้ทั้งสองคน “ขอบคุณมากค่ะพี่” แล้วยุ้ยก็รีบเดินออกไปตามที่จ้อยบอก

+++++ ***** +++++

      คุณหมอมาตรวจดูร่างกายและอาการให้นก “ไม่เป็นอะไรมากแล้วนะคุณ น้องเค้าคงเครียดเพราะคิดอะไรมากไป เวลานอนหลับก็เลยเก็บเอาไปคิดไปฝัน พยายามอย่าให้น้องเค้าคิดอะไรมาก พูดง่ายๆ อย่าเอาอะไรไปใส่สมองเขา เพราะกำลังอยู่ในระยะพักฟื้น”

      ธวัชถามต่อ “แล้วเย็นนี้” ธวัชยังกังวลใจเรื่องอาการของคนรัก หมอสาวหันมายิ้มให้ เพื่อให้ธวัชสบายใจ  “กลับได้ สบายใจหายห่วงค่ะ หมอเซ็นต์อนุญาตให้แล้ว ไม่ต้องกังวลอะไร แต่ถ้าคุณวัชไม่สบายใจหมอให้นอนดูอาการอีก 1 คืนก็ได้ เอาไหมค่ะ”

      หมอสาวเข้าใจธวัชที่เป็นห่วงนกขนาดนี้ “ก็ดีครับ คุณหมอจะได้มาตรวจดูอีกครั้งเผื่ออาการกำเริบ แบบเมื่อกี้อีก ผมใจไม่ดีเลย”

“ได้ค่ะ งั้นเดี๋ยวหมอจะไปเปลี่ยนคำสั่งก่อนแล้วกัน ทางโน้นจะได้ไม่สับสนเดี๋ยวจะมีการแย่งห้องเกิดขึ้นเพราะนึกว่าห้องว่าง”

      < ก๊อกๆๆ > แล้วยุ้ยก็เปิดประตูเข้ามา นกหลับอยู่ เพราะคุณหมอให้ทานยานอนหลับไปได้สักพัก

“สวัสดีค่ะพี่ สวัสดีค่ะคุณหมอ” ทั้งสองคนรับไหว้ แล้วคุณหมอก็หันไปดูนก “อ้าวยุ้ย มาถูกได้ยังไง” ธวัชงง

“หนูต้องขอโทษพี่ด้วยที่มาโดยไม่ได้รับอนุญาต” ธวัชโบกมือช้าๆ “ไม่เป็นไร มาเยี่ยม คนป่วย ไม่มีใครห้าม”

      ยุ้ยนั่งลงที่โซฟา “แล้วคนป่วยเป็นไงบ้างคะพี่” ธวัชอธิบาย “คุณหมอบอกให้นอนพักดูอาการอีกวันนึงครับ พรุ่งนี้ถ้าไม่มีอะไร บ่ายๆ ก็คงจะกลับได้” ยุ้ยทำทีเป็นห่วงนก “แล้วอาการหนักมากไหมคะ เห็นพี่รามบอกว่า มีเลือดคั่งในสมองต้องเจาะเอาเลือดเสียออก” ธวัชบอกต่อ “ทีแรกก็หนักเอาการ แต่พอคุณหมอเจาะเอาเลือดเสียออกมาได้หมด พี่ก็สบายใจ ตอนนี้เหลืออยู่อย่างเดียว”

      แล้วธวัชก็หันไปมองดูนกที่นอนหลับสนิทอยู่ และหันมาทำหน้าเศร้าๆให้กับยุ้ย “อะไรคะพี่” ยุ้ยเอื้อมมือไปจับมือธวัชเบาๆเป็นการปลอบใจ “เนื้องอกในสมองครับ ถึงคุณหมอบอกว่าพึ่งพบ ก้อนเนื้อยังเล็กอยู่ แต่มันก็อันตรายมากสำหรับนก ถ้าปล่อยไว้ นานวันโตขึ้นมันจะทำการผ่าตัดลำบาก ที่เป็นห่วงเพราะเงิน พี่ไม่มี” ธวัชเศร้าใจ “ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่คะพี่ ถ้ายุ้ยช่วยได้ ยุ้ยจะช่วย”

“ขอบใจมากเลยครับกับน้ำใจของน้องยุ้ย พี่เกรงใจ แค่เจาะเอาเลือดคั่งออกมาครั้งนี้พี่ก็เกรงใจเมืองรามมากแล้ว เกือบ 3 แสน”

“เจาะเอาเลือดคั่งเนี่ยนะเกือบ 3 แสน” ยุ้ยทำตาโต เพราะไม่นึกว่าราคาจะสูงขนาดนี้

“ใช่ครับ แล้วผ่าตัดเอาเนื้องอกออกเนี่ยอีกประมาณ 4 แสน พี่ก็หมดปัญญาจริงๆ ไม่รู้ว่าจะหาจากที่ไหนมารักษา”

      ยุ้ยถึงกับอึ้งและเงียบไปเลย หันไปมองนกซึ่งนอนอยู่บนเตียง เธอนึกสภาพกลับว่าถ้าบนเตียงนั้นเป็นเธอคงทรมาน แล้วถ้าไม่มีคนช่วยหละจะทำยังไง แต่ถ้ามีคนช่วยเหลือ..แน่นอน คนนั้นต้องมีบุญคุณ ยุ้ยจึงเข้าใจว่า ทำไมนกถึงได้รักธวัชมากขนาดนี้

----- ฿฿฿฿฿ -----

      ค่ำแล้ว งามตานั่งคิดถึงเรื่องของธวัชอยู่ที่หน้าต่าง มองหน้าออกไปที่แม่น้ำ วันวานของเธอกับธวัชก่อนที่นกจะโผล่เข้ามาในชีวิต ช่างดูมีความสุขมาก ถ้าไม่มีนกวันนี้เธอน่าจะมีความสุขมากกว่านี้ ไม่นานภาพหน้าของเมืองรามก็โผล่แว๊บเข้ามาแทรก ทำให้เธอตกใจ “โผล่มาได้ไงเนี่ย อีตานี่” พอทำให้บรรยากาศไม่ดี งามตาก็ลุกไปอาบน้ำทันที

----- ///// -----

“เป็นไงบ้างครับหญิง สนุกไหมวันนี้” ริชาร์ด ยิ้มแล้วถามหญิงยุ แบบตามีประกาย แล้วก็เปิดประตูรถ

“สนุกค่ะ แล้วทำไมต้องมองหญิงแบบนี้ด้วย ไม่เอา หญิงเขิน” ริชาร์ด แกล้งจ้องหน้าหญิงยุ “ผมล้อเล่น เห็นคุณเครียดมาหลายวัน”

“บ้า” เล่นเอาหญิงยุเขินไปเลย “วันนี้ก็เลยตัดสินใจพามาเปิดสมอง” หญิงยุตีไหล่ริชาร์ดเบาๆ “เหมือนเด็กเลยเนาะ”

      พอเข้ามาก็หยิบกระเป๋าและดูโทรศัพท์ “ดูพูดเข้า คุณก็แค่ 22 ยังไม่ถือว่าแก่ซะหน่อย วัยรุ่น” หญิงยุตกใจกับ Miss Call เยอะมากจากยุ้ย “รู้ดีนักนะ ไหนบอกมาซิ แอบสืบประวัติอะไรหญิงมาบ้าง นอกจากอายุและที่ทำงานคเนี่ย”

“ก็ไม่ได้สืบอะไรหรอก เจ๊ไก่เขาบอกมาแค่นี้ว่า ให้ช่วยมาทำงานให้หน่อยกับหม่อมเจ้า วรุณยุภา หัสดี อายุ 22 ปีนักศึกษาดีเด่นเกียรตินิยมอันดับหนึ่งของ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรียนเก่ง จบปริญญาตั้งแต่อายุยังน้อย พอ ม.4 ก็เอ็นติด ม.ธรรมศาสตร์

      สอบเทียบ ม.2 ขึ้น ม.3 ได้ สอบเทียบ ม.4 และ ม.5 ขึ้น ม.6 ได้ เรียนหลักสูตร ม.ปลาย 2 ปี ไม่แปลกใจเลยที่หนุ่มสาวสมัยนี้จะเรียนมหาวิทยาลัยตั้งแต่อายุยังน้อย 15 ปีก็มีให้เห็น ยิ่งเป็นคณะแพทย์ด้วยแล้ว คำนำหน้า ยังเป็น ดช. หรือ ดญ. ตบเท้าเรียงแถวกันมาเรียนหมอก็มีให้เห็นเรื่อยๆนะครับ” หญิงยุยิ้มให้ “รู้เยอะ รู้มากขนาดนั้นเชียว นี่นะบอกไม่มาก”

“แล้วยังรู้อีกด้วยว่าตอนนี้กำลังซุ่มเรียน ป.โท อยู่ใช่ไหมครับคุณหญิง” หญิงยุยิ้ม แล้วเอานิ้วชี้หน้าริชาร์ดแล้วสะบัดไปมา

“รู้แล้วยังจะมาถามอีก” แล้วก็โทรหายุ้ย “นี่กะจะเอาให้ถึงด๊อก..เลยหรา..” แล้วก็ลากเสียงยาว “เซี้ยวจริงริชเนี่ย”

“มีอะไรยัยเอ๋อ” ยุ้ยกำลังเดินออกจากโรงพยาบาล จึงหาที่นั่งแถวนั้น “พี่หญิงเอาอีกแล้วนะหนูบอก ขอร้องอย่าเรียกหนูแบบนี้”

      ยุ้ยไม่พอใจจริงๆ “น้องขอหละ” หญิงยุเลิกเล่นแล้ว “เออ ไม่เรียกก็ได้ไอ้ยุ้ย เรียกได้ใช่ไหมชื่อนี้หนะ”

“ได้เจ้าค่ะ ทูลกระหม่อมของบ่าว” ยุ้ยยกมือไหว้ขอบใจแบบประชด “มีไรโทรมาเป็นร้อยสายเลยแก”

“ไม่ถึงซะหน่อย แค่ 10 เอง” แล้วริชาร์ดก็สตาร์ทรถขับออกไปจากร้านอาหาร

“หนูเหงาหนะพี่หญิง มหาลัยปิดแล้ว โทรไปหาใคร ก็ไม่มีใครว่าง”

“เมื่อก่อนแกก็ไม่เห็นเป็นแบบนี้นี่ ก็กลับบ้านแกซิที่กระบี่หนะ อีกไม่กี่วันก็จะสงกรานต์แล้ว ระวังรถจะไม่มีกลับนะ”

“มันเบื่อหนะพี่ เอ้อ วันนี้หนูไปเยี่ยมเพื่อนใหม่มา เค้าน่าสงสารมากเลยหนะพี่หญิง”

“มันเป็นยังไง” หญิงยุไม่เข้าใจ กับสิ่งที่ยุ้ยพูดมา “เค้าผ่าตัดเจาะเอาเลือดคั่งในสมองออกหนะพี่ เกือบ 3 แสนแหนะ หนูคิดนะถ้าเป็นหนู ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกะชีวิตเลย” ยุ้ยได้โอกาสระบาย “ฮืม น่าสงสารมากเลยนะ” หญิงยุยังไม่รู้ว่าคนที่ยุ้ยพูดถึงคือเพื่อนรักของเธอ

“ยังไม่หมดนะพี่ ยังมีอีก” หญิงยุทำเสียงคล้ายๆรำคาญ “ยังจะมีที่น่าสงสารมากกว่านี้อีกเหรอ” ยุ้ยทำเสียงแบบน่าสงสาร

“มีซิพี่ นางยังมีเนื้องอกในสมองอีก รอการผ่าตัด” หญิงยุทำเสียงล้อเลียน “โอ้โฮ จริงด้วยแฮะ” หญิงยุยังสนุกอยู่

“ทำไมเคราะห์ซ้ำกรรมซัดมากเลยนะเนี่ย” ยุ้ยพูดต่อ “อีกประมาณ 4 แสน สงสารพี่เจ้าชายเค้ามากเลยพี่หญิง”

      หญิงยุชะงักทันที “เดี๋ยว อะไรนะใคร พี่เจ้าชายของแกหนะ” ยุ้ยพูดต่อ “ก็ผู้ชายคนที่พี่รามเคยเล่าให้ฟังในร้านอาหารไงคะพี่ จำไม่ได้เหรอ” หญิงยุนึกอออกแล้ว “เออ นึกออกแล้ว” หญิงยุนึกถึงเรื่องราวในวันนั้นแป๊บนึง ก็จำได้

“และผู้หญิงที่ป่วยเนี่ย รู้สึกว่าจะเป็นแฟนของพี่เจ้าชายอะไรนั่นแหละ”

“อ้าวนี่ ตกลงแกไปรู้จงรู้จัก เจ้าชายยาจกอะไรกับเขาแล้วเหรอเนี่ย”

“ก็นิดหน่อยหนะพี่หญิง บังเอิญมากกว่าพี่รามเขาพาไปแนะนำให้รู้จัก หล่อมาก ว่างๆเดี๋ยวหนูจะแนะนำให้รู้จักเนาะ”

“จร้า.. < แล้วก็หันไปยิ้มกับริชาร์ด > แล้วนี่แกอยู่ไหนเนี่ยยุ้ย” หญิงยุถามต่อ “อยู่โรงพยาบาล กำลังจะกลับคอนโด”

“เออ มืดแล้วเดินทางกลับดีๆนะ” ยุ้ยสบายใจแล้ว “แล้วพี่หญิงหละไปไหนมา หายไปเลยทั้งวัน วันนี้”

“พักสมองนิดหน่อย” หญิงยุพูดแล้วหัวเราะ “แหม ทีแบบนี้ไม่เห็นชวนน้องนุ่งบ้างเลยนะ”

“มีเจ้ามือเลี้ยง พี่ก็ไม่รู้ มันกระทันหัน” แล้วก็เปรยตานิดๆไปที่ริชาร์ด แล้วยิ้ม

“เอ้อ อีกหน่อย ระวังเขาก็จะขอเลี้ยงตลอดชีวิต ไม่รู้ด้วยนะ” หญิงยุเขิน “บ้า ไปกลับบ้านได้แล้ว มืดแล้ว”

“จร้า แหมพูดแค่นี้ทำเขิน ฟังเสียงดูก็รู้ว่ากำลังเขิน รู้นะว่าไปกะใคร..” แล้วยุ้ยก็ตะโกนเข้าไปในโทรศัพท์

“คุณริชาร์ด ฝากพี่สาวหนูด้วยนะ ถ้ากลับบ้านเองไม่ถูก ก็ปล่อยลงกลางทางได้เลยนะค่ะ หนูอนุญาต”

“ยัยบ้า ยัยเอ๋อ” พูดจบหญิงยุก็ตัดสายทันที “พูดอะไร น่าเกลียด ยัยเอ๋อ”

“แกน่ารักดีนะครับ” ริชาร์ดหัวเราะเบาๆ “ค่ะ อะไรๆก็ดี เสียอย่างเดียว ทะเล้นมาก ไม่ยอมโต”

“เมื่อกี้ผมได้ยินอะไร 3-4 แสน เหรอครับ” ริชาร์ดอยากจะรู้เรื่องของหญิงยุบ้าง

“อ๋อ ยัยเอ๋อเค้าไปเยี่ยมแฟนคุณเจ้าชายยาจกอะไรนั่นแหละที่โรงพยาบาล เห็นว่าเป็นเลือดคั่งในสมอง และมีเนื้องอกด้วย น่าสงสารจริงๆ แค่เลือดคั่งก็แย่แล้ว นี่ยังจะมาเป็นเนื้องอกอีก เป็นหญิง รับรองเลยว่า หญิงทำอะไรไม่ถูกแน่”

“เงินเยอะมาก แล้วนี่เขาจะเอาเงินที่ไหนรักษาหละเนี่ย” หญิงยุเริ่มคิด “นั่นนะซิ เห็นยุ้ยบอกว่า อีตาเจ้าชายยาจกอะไรนั่น นั่งกลุ้มแทบจะเอาเท้าขึ้นมาพาดคอคิดได้แล้วมั้ง” ริชาร์ดมองหน้าหญิงยุ “นั่นก็เกินไป” แล้วริชาร์ดก็จอดรถข้างทางดื้อๆ

“จอดรถทำไมค่ะริช”  ริชาร์ดปล่อยมือที่พวงมาลัยแล้วก็หันหน้ามาหาหญิงยุ “จะทำอะไรหนะริช อย่านะ หญิงไว้ใจคุณนะ”

“บ้า คิดอะไรแบบนั้น ถ้าผมจะปล้ำคุณ ผมปล้ำไปนานแล้ว ไม่มาทำในรถหรอก เสียเวลา”

“แล้วอยู่ดีๆจอดรถทำไม” หญิงยุหันไปมองหน้าริชาร์ด กลัวก็กลัว “ผมนึกอะไรขึ้นมาได้ ก็เลยจอดไง”

      หญิงยุงง “ไม่อยากขับไปแล้วทะเลาะกับคุณ” หญิงยุไม่เข้าใจ “อะไร ก่อนจะจอดบอกก่อนก็ได้ แบบนี้หญิงกลัวนะ แล้วดูซิข้างทางมืดก็มืด เปลี่ยวก็เปลี่ยว” หญิงยุเริ่มกลัว “เครๆ เป็นอันว่า ผมขอโทษ” หญิงยุชี้หน้าริชาร์ด “เอา ว่ามา แล้วมีอะไร”

“คุณเป็นมูลนิธิ ทำไมคุณถึงไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเขาหละ” ริชาร์ดยิงคำถามตรงๆ “ไม่ได้ อยู่ดีๆเราจะเข้าไปช่วยเหลืออะไรเค้าแบบไม่มีที่มาที่ไป ไม่ได้ มันต้องมีคนร้องขอมาและเราก็ต้องเข้าไปตรวจสอบดูว่าข้อเท็จจริงมันเป็นยังไง เราถึงจะดำเนินการช่วยเหลือได้ อยู่ดีๆจะมาพูดลอยๆแบบนี้แล้วก็บอกจะช่วย โดยที่เราไม่เคยรู้ประวัติความเป็นมาของคนที่เราจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเลย ไม่ได้”

“ในเมื่อรู้แล้วก็ทำไมไม่ทำหละ สงสารเขานะเนี่ย” ริชาร์ดอยากช่วยคน แต่หญิงยุปฏิเสธิการช่วยเหลือในครั้งนี้

“มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คุณคิดไง ถ้าจะช่วย เราต้องเข้าไปดูว่า คนไข้เป็นยังไงบ้าง และอีตาเจ้าชายอีก ต้องดูหลายอย่างไม่ใช่ฟังจากคนนั้นปุ๊บ ก็จะช่วยปั๊บ ไม่ได้ การช่วยคนหนะมันดี แต่มันก็ต้องมีขั้นตอน” ริชาร์ดเกิดสงสารนกขึ้นมาทันที “แล้วตกลงจะช่วยไหม”

“ไม่รู้ ยังตอบไม่ได้ ต้องขอไปดูให้เห็นกะตาก่อน แค่ยัยเอ๋อพูด มันก็ยังตอบอะไรไม่ได้ เข้าใจไหมคะริช”

“ไม่เข้าใจ” ริชาร์ดทำหน้าเข้ม เก็กเสียงหล่อ หน้าหล่อขึ้นมาทันที “อีตาบ้า พูดมาตั้งนานตั้งแยะ บอกสั้นๆมันง่ายไปไหม”

“เห็นไหม ผมถึงต้องจอดรถไง เป็นอย่างที่ผมบอกไหม” หญิงยุงอน “ไม่รู้ ถ้าจะพูดถึงเรื่องนี้ ต้องใช้เวลา ถามจริงแล้วไปเดือดร้อนอะไรกะเขาเนี่ย”           หญิงยุไม่เข้าใจที่ริชาร์ดถามแบบนั้น “เจ้าชงเจ้าชายอะไรนั่นคุณก็ไม่รู้จัก แล้วจะมาเดือดร้อนอะไรแทนเขามิทราบ”

      แล้วหญิงยุ ก็เอามือขวาไปหยิกแขนริชาร์ด “ไปเลย ออกรถแล้วตรงกลับวังหญิงเลยเดี๋ยวนี้ ไป..ยัง ยังจะมองหน้าอีก”

“คร๊าบเจ้านาย ทูลกระหม่อมของบ่าว” หญิงยุชี้หน้า “ดีแล้ว รู้แล้ว ก็รีบเลย ไป” ริชาร์ด มองหน้าหญิงยุแล้วก็ยิ้ม

      หญิงยุเอามือทุบไหล่ซ้าย “ไปได้แล้ว หญิงง่วง ยังจะมาแกล้งหญิงอีก” แล้วก็หันหน้าหลบมาทางซ้ายอายหน้าแดง เพราะคำว่า ทูลกระหม่อมของบ่าว “คนบ้า พูดออกมาได้ ไม่รู้รึไง ไอ้ประโยคนั้นหนะ มันแปลว่าอะไร” หญิงยุนั่งบ่นอยู่คนเดียวไปตลอดทาง

***** ///// *****

      วันใหม่ รุ่งเช้าของวันที่ 11 เมษา ประมาณตี 5 นกค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา ยังปวดหัวนิดหน่อย หันไปทางขวา ก็เห็นธวัชนั่งกุมมือเธออยู่ดังเดิม จึงค่อยๆขยับมือขวาออกจากมือของธวัช แต่ธวัชรู้สึกตัวพอดี

“นก” แล้วธวัชก็ลุกขึ้นไปเช็ดหน้าปัดผมให้นก “จะเอาอะไรรึเปล่า พี่จะได้หยิบให้”

      นกชี้ไปที่แก้วน้ำ และบอกว่าให้ธวัชนอนเถอะ เธอจะไปห้องน้ำ

“เอ้า..นี่น้ำ” ธวัชเอาหลอดให้นกดูด แล้วก็ประคองนกไปที่ห้องน้ำ

      ระหว่างที่ยืนรอที่หน้าห้องน้ำ ธวัชก็ชวนเธอคุย รู้ทั้งรู้ว่านกตอบเขาไม่ได้ แต่ธวัชก็พูดไม่หยุดอยู่คนเดียว

“เนี่ยนะ เมื่อวาน มีคนมาเยี่ยมนกเต็มเลย ตอนที่นกอาการกำเริบนะ พี่ๆพยาบาลเค้าก็อุตสาห์มาช่วย พี่เนี่ยนะ กังวลมากเลย”

      นกเข็นสายน้ำเกลือออกมาแล้วมองหน้าธวัช และก็ส่ายหัว ธวัชเห็นก็เลยเข้าไปสอบถาม “ทำไม ส่ายหัวใส่พี่ทำไม อ๋อ ใช่ซิ พี่มันพูดมากน่ารำคาญ” นกเดินขึ้นเตียง ไม่ตอบ ไม่สนใจ นอนต่อดีกว่า ทำเอาธวัชเหว๋อไปเลย “อะไรวะ ยังงี้ก็ได้เหรอ เอ้อ จำไว้”

      นกแอบยิ้ม และหัวเราะในใจ พอธวัชเดินมานั่งที่เดิม นกแกล้งหลับตา แล้วธวัชก็นั่งลงหน้ามุ่ยๆ แต่ไม่เอามือมาจับมือนกดังเดิม คล้ายๆงอน นกก็เลยขยับมือขวาของเธอมาจับมือซ้ายของธวัชเอง แล้วธวัชก็แอบนั่งยิ้มคนเดียวโดยที่นกไม่รู้เพราะเขานั่งหันหลังให้ ส่วนมือ ก็มือก็ปล่อยให้นกกำไว้และค่อยๆสับเป็นมือตัวเองขึ้นมากำมือนกแทน “ผู้ชายอะไรขี้งอนชะมัด ชิ ท่ามากจริงๆพี่วัชเนี่ย”

----- ฿฿฿฿฿ -----

      ที่วังษุบบง พอใกล้วันปีใหม่ไทย ก็เริ่มมีการตกแต่งประดับประดาวังกันอย่างสวยงาม ไม่ว่าจะประตูหน้าวัง ข้างกำแพง และต้นไม้  ข้าราชบริพารทำหน้าที่กันอย่างขะมักเขม้น ตั้งแต่เช้ามืด วันนี้หญิงยุมาเข้าเฝ้าเสร็จอาและท่านแม่ของหญิงรัน และได้ถือโอกาสพาริชาร์ดมาเข้าเฝ้าด้วยตามที่เคยรับปากเอาไว้..ริชาร์ดกราบ เสด็จเจ้าฟ้า และ หม่อม มณีกุล

“ถือได้ว่าเป็นบุญและวาสนาของกระหม่อมมากเลย ขอรับ ที่อนุญาตให้กระหม่อมเข้าเฝ้าฝ่าพระบาทในวันนี้”

“ไม่เป็นไรหรอก เพื่อนของหญิงยุ ก็เปรียบเสมือนลูกหลานของฉัน หญิงยุก็เปรียบเสมือนลูกสาวของฉันอีกคนถ้าไม่นับหญิงรันที่ได้หายตัวไป เพราะทั้งสองเค้าเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็กๆทุกวันนี้ก็ได้หญิงยุนี่แหละที่เป็นกำลังใจแทนหญิงรัน”

“ไม่ถึงอย่างนั้นหรอกเพคะ เสด็จอา หญิงคงไม่บังอาจขึ้นไปเทียบชั้นกับหญิงรันพระธิดาของเสด็จอาได้หรอก”

“ไม่เอาน่าหญิงยุ” หม่อม มณีกุล รีบเอ่ยปาก

“ทำไมชอบพูดแบบนี้ ฉันกับเสด็จพี่เอ็นดูหญิงยุเหมือนลูกสาวอีกคนจริงๆ”

“ถ้าไม่มีเจ้า หญิงรันก็ไม่มีเพื่อน เข้าใจไหมหญิงยุ”

“ขอบพระทัยเพคะเสด็จอาที่กรุณาหญิง” แล้วหญิงยุ ก็กราบลงที่เท้าของเสด็จอา

“ว่าแต่เจ้าเถอะ เป็นไงบ้างงานที่มูลนิธิ ท่านพี่ทั้ง 2 คน คงยังสนุกอยู่ที่เมืองนอกหละซิท่า”

“ใช่แล้วเพคะ เสด็จอา ท่านพ่อและท่านแม่ ตอนนี้อยู่ที่ฝรั่งเศส”

“พระองค์เจ้าอัษฎางค์ หัสดี เจ้ารู้จักไหม”

“ไม่รู้จักเลยกระหม่อม คุณหญิงไม่เคยเล่าอะไรเกี่ยวกับที่วังให้กระหม่อมได้รับรู้เลย”

“ท่านพ่อของหญิงยุ เค้านั่นแหละ” แล้วก็ชี้มือไปที่หญิงยุ

“บางเรื่อง หม่อมฉันก็ไม่ได้บอก ริชาร์ดหรอกเพคะ เสด็จอา” แล้วก็เปรยตาไปที่ริชาร์ดเล็กน้อย

“เค้ามีอายุมากกว่าฉันรอบหนึ่ง แต่ยังดูแข็งแรงมาก” เสด็จเจ้าฟ้าอธิบายให้ริชาร์ดฟังเหมือนคนคุ้นเคย

“เนี่ย..เดินทางเที่ยวไปรอบโลกจนจะครบแล้วมั้ง ช่างน่าอิจฉาอะไรขนาดนั้น มีธิดาก็น่ารัก เรียนหนังสือก็เก่ง”

      เสด็จเจ้าฟ้าเล่าไป แล้วก็ถอนหายใจไป เหมือนน้อยใจตัวเองในบางเรื่อง

“ผิดกับฉัน ศักดินาก็สูงกว่า แต่กลับไม่มีอะไรที่ดูดีกว่าเลย ธิดาก็เป็นใบ้ แล้วตอนนี้แถมยังมาหายตัวไปอีก ถ้าเป็นแบบนี้สู้เป็นสามัญชนแบบพวกเจ้าไม่ดีกว่ารึ จริงไหมพ่อหนุ่ม” เสด็จฯ กล่าวเหมือนน้อยพระทัย

“ทำไมถึง กล่าวเช่นนั้นหละขอรับ กระหม่อมว่า มันไม่น่าจะเกี่ยวกันเลยนะพะยะค่ะ”

“มาวันนี้ หญิงอยากจะมาอวยพร เสด็จอาและหม่อมอานะเพคะ ไม่อยากมาฟังอะไรที่มันหดหู่แบบนี้ ถือว่าหญิงขอนะเพคะ”

“ขอโทษ พอพูดถึงหญิงรันเมื่อไหร่ ฉันจะเป็นแบบนี้ทุกที”

“ช่างเถอะเสด็จพี่ ลูกหญิงน่าจะปลอดภัย ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆข่าวก็น่าจะออกมาให้เห็นบ้างหละ อย่าลืมซิว่าหญิงรันไม่ใช่คนธรรมดานะเพคะ ทำใจดีๆเอาไว้ หม่อมฉันก็ภาวนาอยู่ทุกวันให้ลูกหญิงปลอดภัย”

“จริงเพคะ เสด็จอา เอาเป็นว่า เรื่องของหญิงรัน ไม่ต้องกังวลใจอะไรนะ ถ้ามีอะไรคืบหน้าหญิงจะมาบอกให้รับรู้เอง”

“ได้ๆยังไงแล้วฉันฝากเธอด้วยนะหญิงยุ ทางเมืองรามก็เงียบหายไปเลย”

“รามเค้าไม่ได้หายไปไหนหรอกเพคะ วันก่อนหญิงก็เจอ เค้าบอกว่าได้เบาะแสค่อนข้างเยอะแล้ว”

      หญิงยุพยายามอธิบายให้เสด็จฟ้าฟังอีกครั้งเพื่อให้ลดความเครียดในเบื้องต้น เพราะเสด็จเจ้าฟ้ารักลูกสาวคนนี้มาก

“ขอให้มั่นใจมากกว่านี้ก่อนถึงจะมาบอก ขอให้เสด็จอาวางใจได้ หญิงขออย่างเดียว เสด็จอาอย่าเครียดนะเพคะ ถนอมพระวรกาย เดี๋ยวจะทรงล้มป่วยไปแล้วมันจะไม่คุ้มนะเพคะ” หญิงยุพยายามอธิบายให้เสด็จเจ้าฟ้าฟัง เพื่อลดความห่วงใยให้เบาบางลง

“ใช่เพคะ ท่านพี่ หม่อมฉันขอร้องอีกคน แค่นี้ที่วังเราก็มีเรื่องให้คิดมากมายหลายเรื่องแล้ว นะถือว่า หม่อมฉันขอร้อง”

“กระหม่อม ก็มีความคิดเช่นเดียวกันกับหญิงยุ ขอรับ ถ้ามีอะไรที่เร่งด่วน ก็ทรงรับสั่งหม่อมฉันกับหญิงยุมาได้เลย หม่อมฉันจะรีบดำเนินการทำให้อย่างเต็มที่พะยะค่ะ” เสด็จเจ้าฟ้าถึงกับยิมออกเมื่อมีคนคอยช่วยอีกแรง

      ริชาร์ด กราบทูลเพื่อให้เสด็จเจ้าฟ้าสบายใจ “ขอบใจมากนะหลานชาย ขอบใจ”

“เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เกล้ากระหม่อมก็ขออวยพรให้เสด็จและหม่อมมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง อยู่เป็นร่มโพธิ์ ร่มไทรให้กับลูกหลานนานๆนะ ขอรับ” ริชาร์ดเตรียมตัวมาดี เมื่อรู้ว่าจะได้เข้าเฝ้า

“หม่อมฉันก็เช่นเดียวกันเพคะ ขอให้เสด็จอาและหม่อม จงมีความสุข เรื่องร้ายๆจงผ่านพ้นไป มีแต่เรื่องดีๆเข้ามาในชีวิต”

“ขอบใจมากนะเจ้าทั้งสอง ฉันก็ไม่มีอะไรจะให้นะ ก็เอาเป็นว่าสำหรับเธอ ชื่ออะไรนะ”

“ริชาร์ด ขอรับ” เสด็จเจ้าฟ้าจำชื่อริชาร์ดไม่ได้ เพราะกังวลแต่เรื่องลูกสาว

“ริชาร์ด เจ้าสามารถเข้าออกที่นี่ได้เสมอ ตลอดเวลา โดยไม่ต้องนัดหมาย”

“ขอบพระทัยขอรับกระหม่อม” ริชาร์ดยกมือไหว้เสด็จเจ้าฟ้า

“และถ้ามีอะไรก็อย่าลืมมาบอกพวกเรานะ” หม่อมมณีกุลฝากความหวังไว้ที่ริชาร์ดอีกคน

“ครับหม่อม ผมและหญิงยุ จะรีบดำเนินการเรื่องของหญิงรันให้อย่างเต็มที่”

      ไม่นาน หญิงยุและริชาร์ด ก็กลับไป เสด็จเจ้าฟ้าได้ขอร้องให้หม่อมพาเดินเข้าไปห้องนอนขององค์หญิง สุขภาพของเสด็จก็ไม่ค่อยดี จึงเดินได้ค่อนข้างช้ากว่าปกติ เมื่อมองดูในห้องนอนของลูกสาวก็รำลึกถึงวันวาน ว่าในอดีตตั้งแต่เด็กๆองค์หญิงน้อยของท่านได้เคยวิ่งเล่น พูดจาฉอเลาะออดอ้อนขนาดไหน จนเกิดอุบัติเหตุฟ้าผ่าลงมาจนพูดไม่ได้ และไหนจะมาหายไปอีก เมื่อนึกถึงภาพวันวานครั้งใด เสด็จเจ้าฟ้า ก็เสียใจน้ำตาซึมขึ้นมาทุกคราไป จนทำให้หม่อม ต้องปลอบประโลมใจอยู่ตลอดเวลา

<<<<< ----- >>>>>

      เมฆ ได้โทรติดต่อคุยกับองค์ชาย ไม่อยากเจอหน้า เพราะกลัวถูกด่าแบบประชิด แค่จะรายงานความคืบหน้าเท่านั้น

“องค์ชาย ตกลงกระหม่อมจะเริ่มงานวันที่ 15 นี้นะพะยะค่ะ ขอให้ท่านเตรียมสถานที่ไว้ได้เลย รับรองได้ตัว Sure”

“เออ เรื่องสถานที่ ข้าไม่กลัว กลัวแต่แกจะเหลวอีกนะซิ สถานที่ข้ามีเป็นสิบๆที่ อยากจะเอาที่ไหนขอให้บอก”

“ถ้าองค์ชายไม่มีปัญหา กระหม่อมก็ไม่มีปัญหาพะยะค่ะ”

“ดี ทำให้ได้ดั่งปากของแกก็แล้วกัน แล้วฉันจะคอยดู”

“มั่นพระทัยได้เลยพะยะค่ะ ว่ามีข่าวดีแน่นอน”

“สำเร็จเมื่อไหร่ ค่อยมาคุย ไป..แยกย้ายกันไปทำงานได้แล้ว”

///// ***** /////

      ที่ สน. เมืองราม ได้มาประจำการชั่วคราว เพื่อสืบคดีพิเศษ ร่วมกับผู้กองชาญชัย

“ได้เรื่องแล้วไอ้ราม” ชาญชัยเดินยิ้มเข้ามา “ว่าไงวะชัย”

“นี่ไง ข้อมูลที่แกอยากได้” แล้วชาญชัย ก็โยน เอกสารหนาหลายแฟ้มลงบนโต๊ะให้เมืองรามดู

“ทำไมมันเยอะขนาดนี้วะ” เมืองรามตกใจมาก เมื่อเห็นแฟ้มคดีที่กองเผนิน

“ฉันไปขอมาจากหลายท้องที่ จาก Dsi บ้าง กองปราบบ้าง ต่างพื้นที่ มันก็เลยเยอะแบบนี้แหละ”

“แล้วแกไม่สรุปมาให้ฉันเลยหละวะ” เมืองรามยังมีข้อต่อรองกับเพื่อนอีก

“ก็อยากสรุปหลอกแต่เท่าที่อ่านดู มันเยอะจนสรุปไม่ได้ ก็เลยอยากให้แกมาดูมาอ่านเอาเอง จะดีกว่า”

“ทำไมวะ มันซับซ้อนมากขนาดนั้นเลยเหรอ” เมืองรามเห็นแล้ว ไม่อยากที่จะอ่านเลย

“ไอ้ซับซ้อนหนะ ฉันว่ามันไม่ซับหรอก แต่..เอาเป็นว่า แกเอาไปอ่านเอง เพราะยิ่งอ่านมันยิ่งสาวลึกลงไปจนแกคาดไม่ถึง”

      เมืองรามมองหน้าเพื่อน แล้วก็มองดูแฟ้มที่กองอยู่ตรงหน้า “ขนาดนั้นเลยเหรอวะเพื่อน เอ้า ลองดูสักตั้ง ไม่ต้องนอนกันพอดี”

>>>>>>>>>> ********** <<<<<<<<<<

โปรดติดตามตอนต่อไปใน  ตอนที่ 11 .. “ เสียงของหัวใจ ”

ตอนที่ 10 .. “ วันวาน ”

Romance Fiction - นิยายรัก / รักโรแมนติก


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น