อัปเดตล่าสุด 2021-05-20 12:00:03

ตอนที่ 7 ตอนที่ 8 แฟนหรือไม่ใช่แฟน นั่นแหละคือคำถาม

 “พี่เต้ ผมจะเข้าไปแล้วนะครับ”

            ทศพลเบิกตาโพลง เด้งตัวลุกขึ้นนั่ง เขาเปิดผ้าห่มก็ถึงกับหน้าร้อนผ่าว รีบเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ แต่งตัวทันที เขาไม่อยากเชื่อตัวเองเลยว่าอายุขนาดนี้แล้วยังฝันเปียกได้อีก ถึงจะจำเนื้อหาในฝันไม่ค่อยได้แต่ที่แน่ ๆ เขารู้ว่าไนท์เป็นคนพูดประโยคนั้น ทั้งที่อีกฝ่ายไม่เคยพูดเลยสักครั้ง ไม่มีท่าทีว่าจะไปถึงจุดนั้นได้เลย

            “แล้วแบบนี้จะกล้าสู้หน้าได้ยังไง” ทศพลถอนหายใจ

หากคิดในแง่ดี ปกติเขาไม่ค่อยได้เจออีกฝ่ายในที่ทำงานอยู่แล้ว แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรอยู่ดี ๆ อนุวัฒน์ก็โทรศัพท์มาแจ้งว่าจะเข้าสำนักงานใหญ่ กว่าจะมาที่ทำงานคงหลังเที่ยง ข้อดีคือทศพลมีเวลาเคลียร์งานค้าง ทั้งรายงานการประชุม ทั้งเอกสารโปรเจ็กต์ต่าง ๆ ที่ต้องจัดใส่แฟ้ม ข้อเสียคือมันทำให้เขาอยากชวนไนท์กินข้าวเที่ยวด้วยกันขึ้นมา

แต่ใครจะกล้าชวน ยิ่งฝันแบบนั้นไปด้วย

“พี่เต้ ฮัลโหล ได้ยินแจนไหม”

“ฮะ? อือ ว่าไงนะ” เขามัวแต่เหม่อจนไม่ได้ยินว่าเธอถามอะไร

“พี่เต้ไม่ไปกินข้าวกับแฟนเหรอคะ ไหน ๆ วันนี้คุณก็เข้างานบ่าย ว่างออก”

“พะ พี่ไม่มีแฟนสักหน่อย” ใบหน้าของเขาร้อนผ่าว ดีที่มีจอคอมพิวเตอร์กั้น อีกฝ่ายคงไม่เห็นปฏิกิริยาของเขา

“อ้าว แจนเข้าใจผิดไปเองหรอกเหรอ อุตส่าห์ดีใจที่พี่มีแฟน แจนจะได้มีหวังกับเขาบ้าง”

“พี่จะมีหรือไม่มีแฟนก็ไม่เกี่ยวกันนี่”

“พี่เต้เป็นไอดอลด้านการทำงานของแจนเลยนะคะ” เธอทำเสียงจริงจัง “แจนอยากเก่งให้ได้ครึ่งหนึ่งของพี่เต้ก็ยังดี แต่ดูแล้วก็น่าจะโดดเดี่ยวเหมือนกัน พี่เต้งานยุ่งตลอด เวลาคุณอนุวัฒน์มีอะไรก็จะติดต่อพี่เต้ก่อน แจนก็อยากได้ความเชื่อใจแบบนั้นบ้าง อ๊ะ แต่ถ้าเป็นแบบนั้นวันหยุดก็ไม่ได้หยุดสินะ”

“ไม่หรอก พี่ตกลงกับคุณอนุวัฒน์แล้วว่าจะไม่ติดต่อกันนอกเวลางานเด็ดขาด ยกเว้นเรื่องด่วน ที่ผ่านมาคุณเขาแทบไม่โทรหาช่วงวันหยุดนะ นอกจากจะมีเหตุฉุกเฉินจริง ๆ”

“แบบนี้นี่เอง ที่พี่เต้ยังไม่มีแฟนไม่ใช่เพราะงานแต่เป็นเพราะไม่อยากมีสินะคะ” หญิงสาวสรุปเอง เออเองเสร็จสรรพ

“อืม ที่ผ่านมาไม่มีใครน่าสนใจน่ะ”

“เอ๊ะ ที่ผ่านมา...งั้นตอนนี้ล่ะคะ” จันจิรายิ้มกรุ้มกริ่มมาจากโต๊ะอีกฝั่ง

“ไม่มี ทำงานต่อได้แล้ว” ทศพลเบือนหน้าไปทางอื่น

“อุ๊ย คนจาก HR มานี่นา” จันจิราหันไปทางมอนิเตอร์ที่ปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าทางเข้าชั้น 18

นอกจากคนที่ทำงานในชั้นนี้ที่มีข้อมูลในระบบสามารถแสกนบัตรพนักงานเข้าไปด้านในได้ คนอื่นที่มาติดต่อจะต้องกดกริ่งเรียกเพื่อให้เธอเปิดประตูทางเข้าให้

ทศพลเหลือบมองไปทางหน้าประตู หวังที่จะได้เห็นคน ๆ หนึ่ง ทว่าคนเดินเอกสารกลับไม่ใช่คนที่เขารอ

“คุณอนุวัฒน์เข้ามาช่วงบ่ายนะครับ” เขาพูดแล้วบอกให้อีกฝ่ายวางแฟ้มไว้ที่จุดรับส่งแฟ้ม

พอเจ้าหน้าที่แผนกฝ่ายบุคคลเดินออกจากห้องไปแล้ว จันจิราก็พูดขึ้น

“ไม่ใช่คนที่แอบส่งโน้ตให้พี่เต้นี่นา”

“ระ รู้ได้ไง” ทศพลหน้าแดงไปจนถึงใบหู “พี่อาร์ตเหรอ พี่อาร์ตเล่าให้ฟังงั้นเหรอ”

“พี่อาร์ตเขาจับตาดูอยู่นะคะ” หญิงสาวทำท่าประกอบ เมื่อหัวเราะจนพอใจแล้วเธอก็พูดต่อ “แต่คนนั้นไม่ใช่คนเดินแฟ้มตามปกตินี่ แสดงว่าเขาตั้งใจมาหาพี่เต้โดยเฉพาะเลยนี่นา ใครจีบใครก่อนเหรอคะ”

“ไม่คุยแล้ว” เขาหันไปทางจอคอมพิวเตอร์ แต่แทนที่จะทำงานดันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาไนท์แทน

‘วันนี้คุณเข้าที่ทำงานช่วงบ่าย ไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันไหม’

ไปครับ ไม่ถึงนาทีอีกฝ่ายก็ตอบกลับ

‘ว่างเหรอ ตอบเร็วเชียว’

สำหรับพี่ ว่างเสมอ

‘ตั้งใจทำงานเถอะน่า’ ทศพลตอบกลับ

คิดถึง

คนอ่านข้อความถึงกับหน้าร้อนผ่าว พิมพ์ข้อความไป ใจเต้นแรงไป

‘เป็นอะไรเนี่ย’

เป็นไข้

‘เกิดอะไรขึ้น ไปหาหมอไหม รีบกลับบ้านไปพักผ่อนเถอะ’

เป็นไข้ใจ คิดถึงแต่พี่เต้

“เอ๊อะ! เลี่ยน” ทศพลเผลอพูดออกมา

“อะไรนะคะ พี่เต้”

“เปล่าครับ” เขาตอบก่อนจะพิมพ์หาไนท์ต่อ

‘พูดจาเลี่ยนแบบนี้ไปกินอะไรมา’

ไม่ชอบให้พูดจาหวาน ๆ เหรอครับ

‘หวานไปไม่ดี’

แล้วแบบไหนถึงจะดีเหรอครับ

 

“พี่เต้ ผมจะเข้าไปแล้วนะครับ”

 

            ประโยคในฝันผุดขึ้นมาในสมองอย่างไม่ได้รับเชิญ ทศพลถึงกับอยู่ไม่สุก ดีที่มีโทรศัพท์เข้ามาพอดีทำให้เขาตั้งใจคุยงานแล้วไม่ได้ตอบอะไรทศพลอีกคนกระทั่งถึงช่วงพักเที่ยง เขานึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้นัดสถานที่เจอกับอีกฝ่าย ตั้งใจว่าจะส่งข้อความถาม จันจิราก็พูดขึ้นมาเสียก่อน

            “พี่เต้คะ มีคนมารอค่ะ” เขามองหน้าเธออย่างงง ๆ จันจิราพูดต่อ สายตามองไปทางมอนิเตอร์ของกล้องวงจรปิด “เขายืนแถวหน้าประตูแต่ไม่ได้กดกริ่ง กล้องจับภาพได้น่ะค่ะ”

            “งั้นเหรอ งั้นพี่ไปกินข้าวก่อนนะ” ทศพลรีบเก็บข้าวของบนโต๊ะให้เป็นระเบียบ

            “เอ๊ะ แจนยังไม่ทันบอกเลยว่าใคร” หญิงสาวเห็นอีกฝ่ายชะงักก็รีบพูดต่อ “ล้อเล่นค่า คนนั้นน่ะแหละ มารอกันขนาดนี้ยังไม่ใช่แฟนอีกเหรอคะ”

            ทศพลไม่ตอบ รีบเดินออกจากห้องทันที ที่เขาไม่ตอบเพราะไม่รู้ว่าควรเรียกความสัมพันธ์ระหว่างเขากับไนท์ว่าอย่างไร ปกติแล้วคนจะเป็นแฟนกันได้ต้องทำอย่างไรบ้าง เขาก็ไม่รู้ ที่แน่ ๆ มันต้องมีการสารภาพรักก่อน แน่นอนว่าเขาคงไม่กล้าพูด อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ตอนนี้ เขายังไม่กล้าพอ การจะให้แนะนำว่าอีกฝ่ายเป็นแค่เพื่อน...

            “เพื่อนที่ไหนเขาจะฝันกันแบบนั้น” ทศพลพึมพำกับตัวเอง

            “พี่เต้ทำไรน่ะครับ” เสียงของไนท์ดังขึ้นทำเอาเขาชะงัก เงยหน้าขึ้นมาก็พบอีกฝ่ายอยู่ที่อีกฝากของประตู

            “เปล่า ไม่มีอะไร” เขาเปิดประตูออกไปหาอีกฝ่าย ใบหน้าร้อนผ่าวเมื่อนึกถึงความฝัน เสียงในฝันเหมือนจริงไม่มีผิด

            “คิดเรื่องลามกเหรอครับ” ไนท์แซวด้วยระดับเสียงที่ได้ยินกันแค่ตามลำพัง

            “มะ ไม่ใช่!” คนถูกทักโวยวาย

            “ล้อเล่นครับ อย่าเพิ่งโกรธผมสิ”

            “ไม่ได้โกรธ ไม่ใช่คนโกรธง่ายขนาดนั้น” ทศพลสงบจิตสงบใจตัวเอง ยืนรอลิฟต์พร้อมอีกฝ่าย

“เข้าใจแล้วครับ ว่าแต่พี่อยากกินข้าวที่ไหนเหรอ”

“โรงอาหารสวัสดิการก็ได้ ไม่ได้กินที่นั่นนานแล้ว”

            โรงอาหารสวัสดิการที่ชั้น M มีร้านอาหารมากมายขายในราคาย่อมเยา บรรดาพนักงานจากบริษัทต่าง ๆ ในตึกมักเลือกกินข้าวที่นี่มากกว่าด้านนอก ทว่าจำนวนผู้คนก็หนาแน่นทำให้การหาที่นั่งว่างเป็นไปด้วยความยากลำบาก

            “อา...รู้แล้วว่าทำไมไม่ค่อยมากินข้าวที่นี่” ทศพลพูดขึ้น

            “มีหัวหน้าคอยเลี้ยงข้าวนี่มันดีจัง”

            ทศพลไม่ได้ตอบเพราะอนุวัฒน์เลี้ยงมื้อกลางวันบรรดาเลขาฯ หลายครั้ง เขาเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทน

            “มีร้านไหนแนะนำบ้างเหรอ”

            “อืม...” อีกฝ่ายมองไปรอบ ๆ “ร้านราดหน้าอร่อย ข้าวหน้าเป็ดก็อร่อย ผัดไทย หอยทอดก็ดี ก๋วยเตี๋ยวเฉย ๆ ข้าวราดแกงให้เยอะแต่ก็ลูกค้าเยอะ อาหารตามสั่งคนขายขายตามอารมณ์ สเต็กพอกินได้แต่ราคาก็สูงหน่อย”

            ทศพลหัวเราะออกมาเบา ๆ

            “ไนท์เหมือนผู้เชี่ยวชาญด้านร้านอาหารเลย”

            “ก็กินบ่อยนี่ครับ”

            “ปกติกินข้าวกับใครเหรอ”

            “กับเพื่อนในแผนกครับ”

            “แล้วนี่มากินข้าวกับผมจะไม่เป็นไรเหรอ”

            “จะมีปัญหาได้ยังไงล่ะครับ ผมกินข้าวกับพี่ได้เสมอ” รอยยิ้มของคนพูดทำเอาทศพลใจเต้นรัว เขาอยากถามต่อว่าทำไมถึงกินข้าวกับเขาแต่ก็ไม่กล้า ตอนนั้นไนท์ก็ถามขึ้นมาพอดี “ตัดสินใจได้ยังครับว่าจะกินอะไร”

            “อืม...” ทศพลมองร้านอาหารระหว่างทางที่เดินไปด้วย กลิ่นหอมของอาหารหลากหลายชนิดโชยเตะจมูกทำเอาท้องร้องขึ้นมา ในที่สุดเขาก็เลือกอาหารที่ไม่ได้กินมานาน “ราดหน้า!”

            “งั้นพี่เต้นั่งรอที่โต๊ะนะครับ เดี๋ยวผมไปซื้อมาให้ ถึงจะมีที่นั่งเยอะแต่บางเวลาก็ยังหาที่นั่งยากอยู่ดี”

            ทศพลทำตาม นั่งรอที่โต๊ะสำหรับสองคน รอบข้างเต็มไปด้วยผู้คนนั่งกินข้าวกันเป็นกลุ่ม เป็นคู่ เสียงพูดคุยดังเป็นระยะดูมีชีวิตชีวา สิ่งหนึ่งที่แตกต่างในยามกินข้าวกลางวันของเขาคือเสียงพูดคุยเหล่านี้ ถ้ากินข้าวที่ห้อง ไม่ว่าจะห้องพักผ่อนหรือห้องทำงานมักจะเงียบสงบ อย่างมากก็แค่เสียงพูดคุยของบรรดาผู้ช่วยด้วยกันเอง

            ทศพลรู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างตัวเขากับผู้คนรอบข้าง ถ้าไม่มีไนท์มาด้วยเขาคงไม่ได้กินข้าวที่นี่ เขาแทบไม่มีเพื่อนในที่ทำงานเลยด้วยซ้ำ จันจิราก็มีเพื่อนที่ทำงานที่จะไปไหนมาไหนด้วยช่วงพักหรือหลังเลิกงาน

ไนท์ยังอยู่ในระยะสายตาของเขาด้วยซ้ำ แต่เขาไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยวเท่านี้มาก่อน 

“มาแล้วครับ ไม่นึกว่าวันนี้คนจะเยอะ” ไนท์วางถาดอาหารบนโต๊ะ มีราดหน้าของพวกเขาทั้งคู่และน้ำเปล่าจากตู้กดคนละแก้ว “มีอะไรเหรอครับ พี่เต้”

“ปะ เปล่า ขอบคุณนะ”

พอไนท์นั่งลงฝั่งตรงข้ามทศพล เสียงพูดคุยรอบข้างก็ไม่สำคัญอีกต่อไป 

“เป็นไงครับ ถูกปากไหม ปกติผมไม่ปรุงเลยไม่ได้ปรุงให้พี่ไปด้วย จืดไปไหมครับ จะปรุงอะไรไหม ผมไปเติมให้”

“ไม่หรอก อร่อยแล้ว” ทศพลตอบ แม้ว่าปกติเขาจะชอบเติมน้ำส้มสายชูกับพริกก็ตาม บรรยากาศตอนนี้ทำให้รสชาติอาหารดีขึ้นแล้ว

โทรศัพท์ของไนท์สั่นขึ้นมาหนึ่งที อีกฝ่ายแค่มองแล้ววางไว้บนโต๊ะ สักพักมันก็สั่นขึ้นอีกครั้งแต่คราวนี้ไนท์ไม่ได้สนใจ กระทั่งมันสั่นอีกครั้ง ทศพลจึงได้พูดขึ้น

“มีสายเข้าเหรอ รับได้นะ”

“เปล่าครับ แค่ข้อความ”

“คุยเถอะ ไม่เป็นไรหรอก อาจจะมีธุระด่วนก็ได้”

“ไม่...” ไนท์ยังไม่ทันได้ปฏิเสธ โทรศัพท์ก็สั่นอีกครั้ง “ขอโทษนะครับ ขอคุยโทรศัพท์ก่อน”

ไนท์หยิบโทรศัพท์แล้วลุกขึ้นไปคุยที่อื่น ทศพลมองตามด้วยความอยากรู้อยากเห็น อีกฝ่ายหันหลังเขาเลยไม่เห็นหน้า พอไนท์หันกลับมา ทศพลก็รีบก้มหน้าก้มตากินราดหน้าของเขาต่อ

“ขอโทษนะครับ” ไนท์พูดอีกครั้งพลางนั่งลง

ทศพลรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่ต่างออกไป เหมือนมีออร่าทมึน ๆ แผ่ออกมาจากตัวของไนท์ตลอดเวลา เขาไม่กล้าถาม ไม่กล้าทัก ไม่กล้าสบตาด้วยซ้ำ

พวกเขากินเสร็จก็เดินออกจากโรงอาหารพร้อมกัน ผู้คนเริ่มบางตาลงเมื่อใกล้บ่ายโมง

“ยังพอมีเวลานิดหน่อย พี่เต้จะกลับห้องเลยหรืออยากไปไหนต่อไหมครับ”

“แล้วแต่เลย” นี่เป็นครั้งแรกที่ทศพลไม่มีคำตอบแน่ชัดให้อีกฝ่าย

“งั้นผมกลับห้องก่อนนะครับ ไว้เจอกันนะครับ”

“เออ อืม”

ทศพลมั่นใจว่าโทรศัพท์คือสาเหตุที่ทำให้ไนท์แปลกไปแต่เขาก็ไม่กล้าถาม ยังมีอีกหลายเรื่องที่เขาไม่รู้เกี่ยวกับอีกฝ่าย บางทีสายเรียกเขานั่นอาจจะเป็นแฟนเก่าก็ได้ แต่ไนท์พูดเองว่าไม่เคยมีแฟน...ไม่สิ...คำพูดของไนท์คือ “คนที่เรียกว่าแฟนน่าจะไม่มี” เขาได้แต่สงสัยว่าความหมายของมันคืออะไรเลยลองส่งข้อความถามเพชรดู อีกฝ่ายคงยังทำงานเลยไม่ได้ตอบในทันที

ทศพลกลับถึงห้องก็เห็นอนุวัฒน์เดินตามมาพร้อมถุงขนมจีบในมือ

“เป็นไงบ้างวันนี้” อนุวัฒน์ถามขึ้น พอเห็นกองเอกสารก็เตรียมใจไว้ทันที

ทศพลอุ้มกองแฟ้มพวกนั้นตามอนุวัฒน์เข้าไปในห้อง

“มีสัญญาเช่าพื้นที่ที่ใกล้หมดอายุครับ”

“ปกติเราก็ต่อสัญญาใช่ไหม” อนุวัฒน์แขวนเสื้อสูทไว้ที่ราวก่อนจะนั่งลง

“ครับ แต่เหมือนเขาจะขอลดค่าเช่า รายละเอียดอยู่ในแฟ้มครับ” ทศพลยืนเหม่อทั้งยังอุ้มแฟ้มไว้ในอ้อมแขน

“เต้ เป็นอะไรไหม”

“เอ๊ะ ไม่ครับ ไม่มีอะไร” เขารู้ตัวก็รีบวางแฟ้มแล้วเดินออกจากห้องไป

 

⛓⛓⛓⛓⛓⛓⛓⛓⛓

 

ไนท์นั่งอยู่ตรงบาร์ในร้าน Late Night พร้อมเครื่องดื่มในมือ เพลงที่เปิดอยู่ตอนนี้เป็นเพลงช้าบวกกับแสงสลัว ๆ แล้วให้ความเซ็กซี่ เย้ายวน เข้ากับธีมหลักของวัน เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งแทรกเข้ามาในโสตประสาท

“พูดจริงเหรอ ไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม ทำไมจู่ ๆ อยากยุติสัญญาล่ะ ผมทำอะไรผิด” ปัตย์พูดรัวเป็นชุด ไนท์บอกให้อีกฝ่ายนั่งลงพลางสั่งเครื่องดื่มให้

“ไม่ได้ทำอะไรผิด”

“ถ้างั้นคุณมีคนใหม่เหรอ ผมไม่มายด์หรอกนะ ถ้าคุณจะมีซับมากกว่า 1 คน อย่าทิ้งผมไปเลย” ปัตย์คว้าแขนของไนท์โดยอัตโนมัติก่อนจะรีบปล่อยมือเมื่อเห็นสายตา

“ยกเลิกก็คือยกเลิก สัญญาก็ระบุชัดเจนแล้วไม่ใช่เหรอว่าสามารถยกเลิกได้ทุกเมื่อ”

“แต่ก็ต้องสมัครใจทั้งสองฝ่ายไม่ใช่เหรอครับ ผมไม่ยอม” อีกฝ่ายยืนยันหนักแน่น “ผมขาดคุณไม่ได้ ในทางกลับกันคุณก็ขาดผมไม่ได้ ผมสนองความใคร่ของคุณได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะโดนเฆี่ยนกี่ครั้ง ผมก็ทนได้ ถ้าคุณไม่ให้ผมเสร็จ ผมก็ไม่เสร็จ คุณจะใช้อะไรยัด”

“ปัตย์” ไนท์แทรกขึ้น “เคยเตื่อนแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่ายึดติด เรื่องบนเตียงก็คือเรื่องบนเตียง จริงอยู่ที่ปัตย์รับได้ทุกแบบ นั้นเป็นเหตุผลที่ผมรับปัตย์เป็นซับ ปฏิกิริยาตอบรับของปัตย์มันทำให้มีช่วงเวลาที่ดีร่วมกัน แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว ปัตย์เองก็รู้ดี ทุกครั้งที่ร่วมซีนด้วยกัน ปัตย์คิดถึงใคร”

คู่สนทนาเงียบไป

“ไหน ๆ ตอนนี้เราก็ไม่ใช่ดอม/ซับอีกต่อไป ขอแนะนำอะไรอย่างได้ไหม”

“ไหนว่าจะไม่ยุ่งเรื่องความสัมพันธ์ของกันและกันไง” ปัตย์พูดโดยที่ไม่ได้สบตา

“ตอนนี้พูดในฐานะเพื่อน” ไนท์พูดขึ้น “เลิกกับผู้ชายคนนั้นซะ ที่เขาทำมันไม่ใช่ความรัก ทุกครั้งที่ปัตย์มาหา ปัตย์มีแผลมากขึ้นกว่าเดิม มันไม่ใช่แผลจากผม ไม่ใช่แผลจากซีน แบบนั้นมันเรียกทำร้ายร่างกาย”

“เขาไม่ได้เป็นแบบนั้นตลอดสักหน่อย” ปัตย์แย้งขึ้น “เขาเป็นแบบนั้นแค่ตอนเมา ตอนปกติเขาก็ดีกับผม อีกอย่าง โดนแค่นั้นไม่เจ็บหรอก”

ปึง!

ไนท์ตบเคาน์เตอร์เสียงดังพร้อมลุกขึ้นยืนทำเอาปัตย์สะดุ้งเฮือก เขาจ้องอีกฝ่ายที่กำลังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ไนท์ถอนหายใจแล้วนั่งลงอีกครั้ง

“ถ้าพูดในฐานะเพื่อนแล้วไม่ฟัง ถือว่าเป็นคำสั่งสุดท้ายก็ได้ เลิกกับคนแบบนั้นซะ ปัตย์รู้ดี ปัตย์แยกแยะได้”

“คุณไม่เข้าใจหรอก ตราบใดที่คุณยังไม่เคยรักใคร คุณไม่เข้าใจหรอก”

“ต่อให้ไม่เคยมีความรัก แต่ของแค่นี้ใคร ๆ ก็รู้ว่ามันไม่ใช่ความรัก” 

            “ผมรักเขา อธิบายยังไงคุณก็ไม่เข้าใจหรอก คุณพูดเองไม่ใช่เหรอว่าความสัมพันธ์ของผมไม่เกี่ยวอะไรกับสัญญา ถ้าคุณจะยกเลิกสัญญาเพราะเรื่องนั้น”

            “ปัตย์พูดถูก” ไนท์ตัดรำคาญ “ตอนนี้ผมมีคนใหม่แล้ว ไม่ต้องการปัตย์อีกต่อไป ซับแบบปัตย์ ไม่ว่าดอมคนไหนก็อยากได้ เพราะงั้นหาคนใหม่เถอะ”

            “ถ้าผมเลิกกับเขา คุณจะยังเป็นดอมให้ผมหรือเปล่า”

            “ไหนว่ารักไง” ไนท์ถาม “ความสัมพันธ์นี้สำคัญกว่าความรักอีกเหรอ”

            “ผมแค่ไม่เข้าใจ อะไรทำให้คุณอยากยุติสัญญา”

            “ถามอะไรหน่อยสิ ปัตย์อยู่ในโลกของ BDSM แต่แฟนปัตย์ไม่ใช่ อย่างแฟนปัตย์นั่นเรียกใช้กำลัง ทำร้ายร่างกาย อย่าเอามาปนกับ BDSM เด็ดขาด” ไนท์เสริมก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้ขัด “ถ้าปัตย์ต้องเลือก สุดท้ายแล้วอะไรสำคัญกว่า”

            ปัตย์เงียบไปนาน ขณะที่ไนท์เองก็ตกอยู่ในห้วงความคิด

            “ถ้าเลือกได้ง่ายขนาดนั้น ผมจะมองหาดอมไปทำไมกัน”

            “นั่นสินะ” ไนท์ลุกขึ้นยืน

            “เรายังคุยกันไม่จบ”

            “จบแล้ว” เขาตอบก่อนจะเดินผ่านลูกค้าในร้านที่แต่งตัวภายใต้ทีม นาย/ทาส ทันทีที่ก้าวเท้าออกจากร้านก็เหมือนออกมาอยู่อีกคนละโลก

            ไนท์รู้ดีว่าทศพลไม่ใช่คนที่จะอยู่ในโลกเดียวกันกับเขา ต่อให้เขาเคยจินตนาการเห็นภาพอีกฝ่ายถูกปิดตา มัดมือ มัดเท้า สวมปลอกคอ และอะไรต่าง ๆ อีกมากมายที่เขาปรารถนา แต่ความจริงยังเป็นปริศนา เขาพร้อมที่จะเปิดเผยตัวเองให้อีกฝ่ายรู้แล้วหรือยัง พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความจริงแล้วอย่างนั้นเหรอ มันคงง่ายกว่านี้ถ้าเขามองหาซับ

            ทำไมเขาต้องสนใจทศพลมากขนาดนี้ด้วยนะ ยิ่งคิด ไนท์ก็ยิ่งไม่เข้าใจ ถ้าอีกฝ่ายรับตัวตนของเขาได้ก็คงดี ตอบสนองความปรารถนาของเขาได้ก็คงดี แต่ถ้าไม่ใช่ พวกเขาคงไม่ได้เกิดมาคู่กัน...

            “เกิดมาคู่กัน? เลี่ยนจริง ๆ”

            ไนท์ส่ายหน้าให้ตัวเองแล้วเรียกแท็กซี่กลับบ้าน


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น