อัปเดตล่าสุด 2021-08-05 12:11:40

ตอนที่ 29 ตอนที่ 30 คำที่อยากได้ยิน

            ทศพลมาห้างสรรพสินค้าพร้อมไนท์ เขาตื่นเต้นจนเมื่อคืนแทบนอนไม่หลับทั้งที่เป็นแค่การนัดเพื่อนกินข้าว แต่ให้ความรู้สึกแตกต่างจากที่เคยนัดเจอทุกครั้ง ไนท์เองก็ดูจะตื่นเต้นกว่าทุกครั้ง เอาแต่มองเวลาจากนาฬิกาอัจฉริยะ เขาแต่งตัวเนี้ยบ ติดกระดุมทุกเม็ด กลิ่นกุหลาบโอบรอบตัวราวกับอยู่ในสวน

            “ทำตัวตามสบาย” ทศพลบอกไนท์แต่ก็เหมือนบอกตัวเองไปในตัว

            “ถ้าเพื่อนพี่ไม่ชอบผมขึ้นมาจะทำไง”

            “ไนท์คบกับผมนะ ไม่ได้คบกับเพื่อนผม แต่ไนท์น่ารักแบบนี้เป็นไปไม่ได้หรอกที่เพื่อนผมจะไม่ชอบ”

ครั้งสุดท้ายที่ไนท์ได้ยินคำชมแบบนั้น น่าจะตอนอยู่อนุบาลด้วยซ้ำ เขาจั๊กจี้ในอกอย่างบอกไม่ถูกตอนได้ยินทศพลพูดแบบนั้น

“ขอโทษที รอนานไหม”

เพชรทักขึ้น บิลลี่เดินตามหลังอีกฝ่ายมา พวกเขาแนะนำตัวกับไนท์ก่อนจะเดินเข้าร้านอาหารพร้อมกัน เสียงพูดคุยส่วนมากมาจากเพชรที่พยายามทำความรู้จักไนท์

“ได้ยินเรื่องน้องไนท์จากโปเต้บ่อยมากจนเหมือนสนิทกันไปแล้ว” เพชรพูดขึ้น

“หวังว่าจะเป็นเรื่องดี ๆ นะครับ พี่เต้ไม่ค่อยเล่าเรื่องเพื่อนเท่าไร แต่ก็พอได้ยินเรื่องของพี่เพชรมาบ้าง”

“เรื่องอะไรเหรอ” เจ้าของชื่อตาลุกวาว ส่วนทศพลอยู่ไม่สุข มีเรื่องเดียวเท่านั้นที่นึกออก

“คนที่แนะนำเว็บนั้นให้พี่เต้รู้จัก”

คำตอบเรียกความสนใจจากบิลลี่ได้ อีกฝ่ายถามทศพลด้วยสายตา เขาทำได้แค่ยิ้มแหยกลับไป

“พี่ก็ได้ยินเรื่องของขวัญจากน้องไนท์เหมือนกัน”

ทศพลอยากปลีกวิเวกไปอยู่ตามลำพังสักปี สองปี แค่นั่งคุยกันไม่ถึงสิบนาที ผิวของเขาก็เหมือนไหม้เกรียมแล้ว

ไนท์ประหลาดใจที่ทศพลพูดเรื่องนั้นกับคนอื่น แต่นั่นบ่งบอกว่าอีกฝ่ายสนิทกับเพชรมากแค่ไหน

“กูตกข่าวอะไรไปวะ” บิลลี่ทักขึ้น

“คืองี้นะ” 

“เพชร หยุด” ทศพลแย้งก่อนที่อีกฝ่ายจะเปิดปากเล่า

“อะไรกันโปเต้ บิลลี่ก็รู้จักเว็บนั้นนะ รู้ก่อนโปเต้อีก”

“อ๋อ” บิลลี่ไม่แปลกใจอีกต่อไป “น่าจะรู้จักทั้งรุ่นแล้วมั้ง มึงขายอย่างกับมีส่วนได้ส่วนเสีย”

“ของดีก็ต้องบอกต่อ”

พนักงานนำของสดมาเสิร์ฟ จากโต๊ะโล่ง ๆ ก็เต็มไปด้วยถาดเนื้อมากมายสูงเป็นคอนโด

“เพชร มึงสั่งไม่ยั้งเลยนะ” บิลลี่ทัก

“เอาน่า ไม่ได้กินปิ้งย่างตั้งนาน น้องไนท์กินเยอะ ๆ เลยนะ”

“ครับ เดี๋ยวผมปิ้งให้”

“ไนท์ทำอาหารเก่ง” ทศพลโพล่งขึ้น

“ไม่เท่าไรหรอกครับ” ไนท์พูดหลังเห็นสีนหน้าท่าทางตื่นเต้นของเพชร

“มีแฟนทำอาหารเป็นมันก็ดี ทางนี้คือไม่ไหวทั้งคู่ สั่งกินอย่างเดียว” พูดจบเพชรก็ผายมือไปทางบิลลี่ “ส่วนผู้ชายคนนี้ทำอาหารเป็น นิสัยดี หน้าตาพอไปวัดไปวา ฐานะทางการเงินก็มั่นคง ถ้าน้องไนท์มีเพื่อนผู้หญิงคนไหนยังโสด แนะนำกันได้นะ”

“มึงนี่” บิลลี่ดุ

“ไว้ผมถาม ๆ ที่ทำงานให้นะครับ”

“ไม่ต้อง ๆ” บิลลี่รีบพูด “เพชรมันล้อเล่น อย่าไปจริงจังกับคำพูดมันมาก”

เสียงฉู่ฉ่าของเนื้อบนเตาเรียกความสนใจของทั้งสี่ออกจากบทสนทนา ไนท์รับหน้าที่ดูแลเตา คอยคีบเนื้อให้ทุกคน หันไปถามทศพลเป็นครั้งคราวว่าอยากได้อะไรเพิ่มไหม เห็นทศพลปากเลอะก็ส่งทิชชูให้ น้ำในแก้วหมดก็เรียกพนักงาน ถึงทศพลจะได้ความเอาใจใส่จากไนท์ทุกครั้งเวลาอยู่ด้วยกัน แต่พอมาอยู่ต่อหน้าเพื่อนก็ประดักประเดิดทำตัวไม่ถูก

“ไนท์กินบ้างสิ อย่ามัวแต่ปิ้ง”

“กินครับพี่ กินอยู่”

เพชรเห็นท่าทางน่ารักกุ๊กกิ๊กของสองคนตรงหน้าก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แอบคิดถึงภามขึ้นมา พอเทียบกันแล้ว เขากับภามก็ไม่ได้มีช่วงเวลาหวานแหววนับตั้งแต่วันวาเลนไทน์ เจอกันทีไรก็มักจบลงที่เตียง เห็นทีคงต้องหาโอกาสไปเดตบ้าง อย่างไรก็ตาม เขาไม่ต้องห่วงเรื่องของทศพลเท่าไร คนที่น่าเป็นห่วงคือเพื่อนผู้ชายตัวโต ๆ ที่นั่งข้างเขามากกว่า ใช่ว่าการมีแฟนคือสิ่งสำคัญในชีวิต แต่บิลลี่ที่ไม่ค่อยพูดเรื่องตัวเองก็เคยบ่นกับเขาเรื่องอยากมีแฟน มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่จะรู้สึกเหงา รู้สึกอยากมีคนคุย คนเข้าใจ อยากมีคนที่ทำให้สบายใจเพียงแค่เห็นหน้า

“มองไรวะ เพชร” บิลลี่ขมวดคิ้ว

“บิลลี่เพื่อนรัก” เพชรกอดแขนอีกฝ่ายโดยไม่พูดอะไรต่อ

“เดี๋ยวก็โดนด่าอีกหรอก” ทศพลพูดขึ้น สีหน้าบิลลี่บ่งบอกว่าเอือมระอาเกินทน

“พวกพี่สนิทกันได้ยังไงเหรอครับ” ไนท์ถาม แต่ละคนดูจะมีนิสัยค่อนข้างแตกต่างกัน ไม่น่าเชื่อว่าจะยังติดต่อกันจนถึงทุกวันนี้

“นั่งใกล้กันตอนปฐมนิเทศ คุยกันไปคุยกันมาก็ติดใจ จับกลุ่มทำงานด้วยกัน แบ่งงานกันง่าย งานเสร็จไวก็เลยไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด” เพชรตอบ

จู่ ๆ ทศพลก็หลุดขำออกมา เรียกความสนใจจากทั้งสามคน

“ขอโทษที พอดีนึกอะไรออก” เขาเห็นสีหน้าอยากรู้อยากเห็นของเพชรก็อดแกล้งไม่ได้ “โรงอาหารเล็ก ฝนตก ลี่ไม่สบาย”

“อ๋อ”

“วันไหนวะ” คนถูกพาดพิงสงสัย

“มาพูดตอนนี้ก็กะไรอยู่ แต่ตอนนั้นเราก็แอบชื่นชอบบิลลี่อยู่นะ”

บิลลี่ทำตาโต

“ช่วงนั้นลี่ฮอตจะตาย คนมาจีบเยอะแยะ”

“กูนี่ฮอตจริง ๆ”

คนฟังบอกไม่ถูกเลยว่าจริงใจหรือประชดกันแน่

“พี่เต้ไม่มีคนมาจีบบ้างเหรอครับ” คราวนี้เป็นไนท์ที่ถามขึ้น

ทศพลส่ายหน้า

“ไม่หรอก ไม่มีเลย”

“โปเต้เรื่องมาก” เพชรแย้ง “แต่เห็นหน้าไนท์แล้วก็ยินดีกับโปเต้ด้วยจริง ๆ”

“ทำไมเหรอครับ”

“ตรงตามที่โปเต้ต้องการทุกอย่างเลย สูง ยาว ขาว หล่อ”

ทศพลห้ามไม่ทันได้แต่นั่งหน้าแดง ไนท์อมยิ้ม หันมองหน้า

“ขายาว” เขาดัก

“ยังไม่ทันพูดอะไรเลยครับ” ไนท์หยอก

หลังจากชำระเงินเสร็จ พวกเขาก็บอกลากันหน้าร้าน

“มีอะไรโทรหาได้เสมอ ส่งข้อความก็ได้” เพชรเสนอ

“ครับ ขอบคุณมากนะครับ”

“ไว้คุยกันนะโปเต้” เพชรหันมาขยิบตา ก่อนหาโอกาสกระซิบข้างหู “รักกันขนาดนี้ ไม่ห่วงแล้วล่ะ”

ทศพลหน้าแดง

“เจอกัน” บิลลี่กล่าว

พอสองคนนั้นหายลับไปจากสายตา ทศพลถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ขนาดนั้นเลยเหรอครับ” ไนท์แซว

“อะไรที่ไม่ควรพูดก็พูดหมด เพชรนะเพชร” ทศพลส่ายหน้า  

“ขอบคุณนะที่มา ถ้าทำไนท์อึดอัด ผมก็ขอโทษด้วยนะ”

“ไม่เลยครับ ได้มีโอกาสรู้จักเพื่อนพี่ด้วย ดีจะตายไป”

ทศพลยิ้มเขิน

“พี่เต้อยากไปไหนต่อไหมครับ อุตส่าห์ได้มาข้างนอกด้วยกันทั้งที” ไนท์ถามพลางจับมือ

“อยากกินบิงซู ไปหาบิงซูกินกันเถอะ”

ทั้งสองเดินจูงมือกันเข้าร้านของหวาน สั่งบิงซูที่เคาน์เตอร์แล้วไปนั่งที่โต๊ะด้านในของร้าน พออยู่ตามลำพัง พวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไรมากนัก ทศพลนั่งมองหน้าไนท์ที่หันมามองหน้าเขาพอดิบพอดี

จู่ ๆ ทั้งคู่ก็ทำหน้านิ่ง

“พี่เต้แข่งจ้องตากับผมเหรอ” ไนท์ทักโดยไม่ยอมละสายตาไปไหน

“ไม่ได้แข่งสักหน่อย” ทศพลตอบโดยไม่ยอมแพ้เช่นกัน

“คนชนะขออะไรคนแพ้ได้อย่างนึง”

“ตกลง”

ต่อให้แสบตาขนาดไหน ทศพลก็จะทนให้ถึงที่สุด ไนท์อมยิ้ม เป็นฝ่ายกะพริบตาก่อน

“ผมแพ้แล้ว”

“ไนท์แกล้งปะเนี่ย” ทศพลซับหัวตาด้วยทิชชู

“ก็ผมสงสัยว่าพี่จะขออะไร”

รอยยิ้มซุกซนทำเอาทศพลไม่กล้าตอบ เผลอ ๆ อีกฝ่ายรู้คำขอของเขาแล้วด้วยซ้ำ

“ไว้ถึงบ้านแล้วค่อยบอก”

“คืนนี้พี่เต้ค้างที่บ้านสินะครับ อดใจรอไม่ไหวเลยนะเนี่ย”

โชคดีที่ของที่สั่งทำเสร็จแล้ว ทศพลได้โอกาสเดินหนีด้วยการไปรับบิงซูจากเคาน์เตอร์ ใบหน้าของเขาร้อนผ่าวขนาดแอร์ในร้านยังไม่ช่วย ไม่รู้แล้วว่าใครคาดหวังมากกว่ากัน

ระหว่างทางกลับบ้าน ทศพลนั่งรถไฟฟ้าผ่านสถานีคอนโดตัวเอง เขานั่งรถเลยจนแทบติดเป็นนิสัย ลงสถานีเดียวกันกับไนท์จนแทบเป็นบ้านอีกหลัง ทศพลสงสัยว่าถ้าพูดเรื่องย้ายบ้านตอนนี้จะแปลกหรือเปล่า ข้อเสนอนั่นยังอยู่หรือหมดอายุไปแล้ว ถ้าเขาย้ายมาอยู่กับไนท์จริง เขาควรทำอะไรกับคอนโด ถ้าเก็บไว้เผื่อวันที่ต้องเลิกกัน นั่นหมายความว่าพวกเขามีโอกาสต้องเลิกกัน แต่ถ้าขายทิ้งแล้วต้องเลิกกันจริง เขาก็จะไม่มีที่อยู่ มันเป็นไปได้ไหมที่เขาจะไม่มีวันเลิกกับอีกฝ่าย ความรู้สึกที่มีให้กันตอนนี้จะเปลี่ยนไปไหม

เขาชอบไนท์มากขึ้นทุกวัน เขารู้สึกได้ว่าไนท์ชอบเขาเช่นกัน แต่ลึก ๆ แล้วก็อดกังวลไม่ได้ ในหัวมีแต่คำว่า ถ้าหาก เต็มไปหมด

“พี่เต้เป็นอะไรไปครับ” ไนท์ทักหลังจากที่พวกเขาเข้าบ้าน

“ขอกอดได้ไหม”

“เอ๊ะ ได้สิครับ”

ไนท์โอบกอดทันทีที่ทศพลเดินเข้าหา เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ก็กอดคนในอ้อมแขนแนบแน่น ลูบแผ่นหลัง ลูบศีรษะ รู้สึกเหมือนมีอะไรบาดในอกโดยไม่ทราบสาเหตุ

“เกิดอะไรขึ้นครับ”

ทศพลไม่ตอบคำถาม แค่ซบศีรษะลงบนแผงอกของอีกฝ่าย ได้ยินเสียงหัวใจเต้นเป็นจังหวะ เขาหลับตาลง ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งอยู่ในไออุ่นของอีกฝ่าย ปล่อยให้เสียงเต้นของหัวใจปลอบประโลมเหมือนตอนฟังเสียงสายฝนกระทบใบไม้

หลังจิตใจสงบลง ทศพลก็พูดขึ้น

“อยากอยู่แบบนี้ตลอดไป”

ไนท์กระชับวงแขน ความรู้สึกบางอย่างในใจเอ่อล้นจนไม่อาจนิ่งเฉยได้อีก

“พี่เต้” เสียงของเขาสั่นอย่างที่ตัวเองไม่คาดคิดมาก่อน

ครั้งแรกที่เขารู้สึกเหมือนกำลังเปิดเผยตัวเองต่อหน้าคนอื่นคือตอนยื่นสัญญาให้ทศพล สัญญาที่เขาไม่คาดคิดว่าจะให้คนนอกได้อ่าน ตัวตนของเขาที่ไม่คิดจะเปิดเผยให้คนนอกได้รับรู้ ความกังวล ความหวาดกลัวในตอนนั้นกลับมาอีกครั้ง เขาที่ไม่เคยต้องการอะไรมาก่อนในชีวิตกลับปรารถนาอะไรบางอย่างเพียงแค่ได้กอดคน ๆ นี้

“พี่ทำให้ผมรู้สึกถึงอะไรหลาย ๆ อย่างที่ผมไม่เคยเข้าใจมาก่อน ไม่เคยรู้จัก ทำให้ผมเจอสิ่งที่ไม่รู้ว่าต้องการ ทำให้ความคิดเปลี่ยนไป อะไรบางอย่างในตัวผมเปลี่ยนไป”

เสียงหัวใจที่ทศพลได้ยินเต้นเร็วขึ้นกว่าเดิม เขาลืมตาขึ้นมาเห็นใบหน้าของไนท์ในระยะประชิด 

“ผมเคยพูดแบบนี้หลายครั้งเพียงแต่ผมรู้ว่าพี่ไม่ได้ยินเลยกล้าพูด ตอนนี้ผมอยากให้พี่ได้ยิน”

เสียงหัวใจของทศพลเต้นดังก้องหู จะใช่สิ่งที่เขาคิดหรือเปล่า

“ผมรักพี่”


 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น