อัปเดตล่าสุด 2021-08-04 12:02:21

ตอนที่ 28 ตอนที่ 29 เรื่องที่ต้องตัดสินใจ

         “พี่ภามเคยชวนเพชรย้ายไปอยู่ด้วยกันไหม”

            “หือ ทำไมจู่ ๆ ถามแบบนี้” น้ำเสียงปลายสายเต็มไปด้วยความสงสัย “อย่าบอกนะว่าแฟนชวนย้ายไปอยู่ด้วยกัน ไวจัด ๆ”

            “เพชรก็คิดว่ามันไวเกินไปใช่ไหม”

            “เราคิดไงมันก็ไม่เกี่ยวสักหน่อย” อีกฝ่ายทำเสียงจริงจัง “ถ้าเขาชวนขนาดนั้นแสดงว่าจริงจังกับโปเต้อยู่นะ คนที่อยู่ตัวคนเดียวมานานไม่คิดอยากชวนใครไปอยู่ด้วยง่าย ๆ หรอก อยู่คนเดียวมีพื้นที่ส่วนตัวดีจะตาย”

            “แสดงว่าพี่ภามยังไม่เคยชวน” ถ้าเทียบกันแล้ว เพชรคบกับภามมานานกว่าที่ทศพลคบกับไนท์อยู่หลายเดือน อาจจะเป็นปีเลยด้วยซ้ำ

            “ไม่ใช่ไม่เคยชวนหรอก ก็มีพูดถึงอยู่บ้าง” เพชรตอบ “ที่พักตอนนี้อยู่ใกล้ที่ทำงาน ส่วนบ้านพี่ภามอยู่นนทบุรี ที่ทำงานก็ใกล้แถวนั้น ยังมองหาบ้านที่สะดวกเราทั้งคู่อยู่น่ะแถมพี่ภามยังผ่อนรถอยู่เลย”

         พอพูดเรื่องบ้านแล้วก็มีปัจจัยอื่นเพิ่มตามมาด้วย ถึงกรณีของทศพลจะไม่เหมือนเพชรในแง่ที่ไนท์มีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว เขาเพียงแค่ย้ายเข้าเท่านั้น ใจหนึ่งก็ตื่นเต้น อีกใจก็กลัว

            “จะว่าไปยังไม่เคยเห็นหน้าแฟนโปเต้เลย พามารู้จักหน่อยสิ”

            “ทำไมล่ะ”

            “ถ้าเพื่อนเป็นฝั่งเป็นฝาจะได้มั่นใจไงว่าเขาดูแลโปเต้ได้”

            “เราดูแลตัวเองได้”

            “เอาน่า” เพชรหัวเราะ “ที่ถามแบบนี้แสดงว่ายังไม่ได้ตอบตกลงสินะ เขาขอแต่งงานแล้วเหรอ”

            “ไม่ใช่” ทศพลแย้ง หน้าแดงถึงใบหู “แค่ชวนไปอยู่ด้วยกัน”

            “ได้ลองอยู่ด้วยกันก่อนก็ดีแล้ว จะได้รู้ว่าไปกันได้ไหม”

            “แต่มันเร็วเกินไปไม่ใช่เหรอ”

            “โธ่เอ๊ย ถ้าชอบกันแล้วจะคิดมากทำไม ถ้าเข้ากันไม่ได้ก็จะได้รู้ตัว ไม่ต้องเสียเวลาไปต่อ ถ้าเข้ากันได้ก็หมายถึงได้ใช้เวลาด้วยกันนานขึ้นไง”

            ทศพลไม่อยากเชื่อหูตัวเองว่าอีกฝ่ายก็พูดจาดี ๆ แบบนี้เป็น อยู่ ๆ ก็ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมา

            “เรายังอยากอยู่กับพี่ภามตลอดเวลาเลย จะได้มีเซ็กส์กัน 24 ชั่วโมงไปเลย”

            ทศพลอยากถอนความคิดตัวเอง ไม่น่าชมอีกฝ่ายเลยจริง ๆ ดีนะที่เขาไม่ได้ชมออกปาก

            “ยังไงก็อยู่ที่โปเต้แหละว่าจะตัดสินใจอย่างไร เขาไม่ได้เร่งอะไรใช่ไหมล่ะ”

            “เปล่า เขาไม่อยากให้เก็บไปคิดมากด้วยซ้ำ”

            “อืม” ปลายสายทำเสียงครุ่นคิด “นัดเจอหน่อยสิ อยากเห็นหน้า ให้คนนอกช่วยดูเผื่อเห็นมุมมองอะไรที่แตกต่างออกไป”

            “ชวนแล้วจะว่างเหรอ”

            “แหม ถ้าเป็นเรื่องนี้ เราหาเวลาได้เสมอ”

            ทศพลไม่อยากนึกเลยว่าตอนเพชรกับไนท์มาเจอกันจะเป็นอย่างไร ที่ว่าช่วยดูน่าจะเป็นข้ออ้างด้วยซ้ำ ถึงไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ที่แน่ ๆ เขาต้องเตรียมตัว เตรียมใจโดนเพื่อนเผาอย่างแน่นอน

 

            สัปดาห์ต่อมา ทศพลก็ไปบ้านไนท์หลังเลิกงานตามปกติ ตลอดสัปดาห์เขาเจอหน้าอีกฝ่ายแบบนับชั่วโมงได้ พอเข้าบ้านแล้วก็อยากกอดให้หายคิดถึง แต่ก็ทำได้แค่กอดในใจแล้วปล่อยให้อีกฝ่ายไปทำอาหารเย็น

            ทศพลเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็ลงไปช่วยอีกฝ่ายในครัว ทำมื้อเย็นง่าย ๆ กินกันพลางพูดถึงเรื่องเพื่อนขึ้นมา

            “ผมสะดวกอยู่แล้วครับ” ไนท์ตอบ “เพื่อนพี่ไม่ได้น่ากลัวใช่ไหม”

            “ไม่หรอก” ทศพลหัวเราะ “แล้วผมทำความรู้จักกับเพื่อนไนท์ด้วยได้หรือเปล่า”

            “ผมไม่มีเพื่อนสนิทหรอกครับ เพื่อนที่ทำงานก็อย่างที่เห็น รู้จักกันแค่เรื่องงาน เรื่องส่วนตัวก็ไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกัน ผมไม่ค่อยได้ติดต่อเพื่อนสมัยเรียนเท่าไร คุยกันผ่านออนไลน์บ้างก็เท่านั้น เพราะไม่ค่อยมีเพื่อนล่ะมั้ง ผมเลยได้ไปรู้จัก Late Night

            “ไนท์เจอพี่เขมได้ยังไงเหรอ” ทศพลถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

            “ออนไลน์ครับ จำไม่ได้ว่าไปเจอได้อย่างไร พี่เขมเปิดกล้องแล้วก็ทรมานซับให้ดู ใช้คำว่าทรมานคงไม่ถูก ฝ่ายซับพอใจกับสิ่งที่ทำอยู่เพียงแต่มันก็ดูทรมานนั่นแหละครับ ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ผมเสียเงินดูแต่เหมือนได้เปิดโลกใหม่ ได้รู้สึกในแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน พอทำความรู้จักกับพี่เขม เขาก็ชวนไปที่ Late Night แล้วก็กลายมาเป็นผมในปัจจุบันนี่แหละครับ”

            “ตั้งแต่ที่เราคบกัน ไนท์ก็แทบไม่ได้ไปที่นั่นอีกเลย”

            “ก็ไม่มีเหตุผลให้ต้องไปแล้วนี่ครับ ได้ใช้เวลาอยู่กับพี่ ก็ไม่จำเป็นต้องไปฆ่าเวลาที่ไหนอีก”

            คนฟังเขินจนไม่กล้าสบตา หันมากินมื้อเย็นตรงหน้าต่อ การกินข้าวกับอีกฝ่ายกลายเป็นกิจวัตรประจำวันไป ช่วงวันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดีที่ทศพลนอนบ้านตัวเองเหมือนเป็นหน้าที่ เป็นงานอย่างหนึ่ง เขาเฝ้ารอวันศุกร์เพื่อจะได้อยู่กับอีกฝ่ายราวกับเป็นสถานที่พักผ่อนของตัวเอง

            “ถ้าเพื่อนพี่เต้อยากเจอก็นัดวันได้นะครับ ผมเองก็อยากทำความรู้จัก เขาเป็นคนที่แนะนำเว็บนั้นให้พี่ใช่ไหม”

            “ใช่” ทศพลตอบรับไป อายไป “ผมมีเพื่อนสนิทสองคนน่ะ เพชรกับบิลลี่ ถ้าไนท์สะดวกก็...”

            “ลองโทรนัดกับเพื่อนพี่ดูไหมครับ ผมอยากรู้ว่าเวลาพี่คุยกับเพื่อนเป็นแบบไหน”

            “เอ๊ะ ก็ไม่น่าต่างอะไร” ทศพลพูดพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ใช้เวลาไม่กี่วินาทีก็เจอชื่อเพชร

            เสียงรอสายดังขึ้นท่ามกลางห้องอาหาร

         “ว่าไงโปเต้ ดูหนังโป๊ที่แนะนำไปจบแล้วเหรอ”

            ทศพลอยากมุดโต๊ะอาหารหนี คนปกติที่ไหนจะรับโทรศัพท์กันแบบนี้ อย่างกับอีกฝ่ายรู้ว่าเขาเปิดลำโพงอยู่ ทศพลไม่กล้ามองหน้าไนท์ด้วยซ้ำแต่ก็ได้ยินเสียงหลุดขำออกมานิดนึง

            “เสียงใคร ไม่ได้อยู่บ้านเหรอครับ” เพชรถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ต่างไปจากเดิม ทศพลกับบิลลี่เรียกเสียงแบบนั้นว่า เสียงลึกลับ อีกฝ่ายมักใช้เวลาเจอคนแปลกหน้า

            “ไนท์อยู่ด้วยน่ะ”

            “สวัสดีครับพี่เพชร ผมไนท์นะครับ” ไนท์พูดขึ้น “พอดีพี่เต้บอกว่า พี่เพชรอยากเจอ ผมเลยว่าจะชวนไปหาอะไรกินด้วยกัน พี่เพชรสะดวกวันไหนเหรอครับ”

            “ถ้าเป็นน้องไนท์ เสาร์ อาทิตย์ไหนพี่ก็ว่างเสมอ”

            ทศพลถึงกับเบ้ปากเพราะกว่าจะนัดเจอกันสามคนได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เดี๋ยวคนโน้นไม่ว่าง คนนี้ไม่ว่าง ทีแบบนี้เพชรดันบอกว่าสะดวกหมด

            “ครับ ถ้างั้นเสาร์หน้าได้ไหมครับ” ไนท์ตอบ

            “ได้เสมอ ไว้เจอกันนะ”

            “ครับ พี่ สวัสดีครับ”

            ปลายสายวางไปโดยไม่คิดจะคุยกับทศพลต่อสักคำ เจ้าตัวทำปากขมุบขมิบต่อว่าเพื่อนในใจ

            “เพื่อนพี่เต้ดูจะเป็นกันเองดีนะครับ”

            “เพชรก็เป็นแบบนี้แหละ” ทศพลพูดพลางเลื่อนหารายชื่อของบิลลี่แล้วกดโทรออก เสียงรอสายดังขึ้นครู่หนึ่ง

            “มึง”

            “เออ”

            ไนท์มองหน้า พบว่าทศพลเองก็มีวิธีคุยกับคนแตกต่างกันไป แถมเพื่อนของอีกฝ่ายก็ดูจะนิสัยต่างกัน เห็นได้จากการรับโทรศัพท์

            “มึงโทรหากูได้นี่มึงเมาหรือเปล่า”

            ทศพลอยากเอาหัวโขกโต๊ะตาย ทำไมเพื่อนสนิทต้องทำลายภาพลักษณ์เขาต่อหน้าไนท์แบบนี้ด้วย ปกติไม่ทักเขาแบบนี้แท้ ๆ แต่เขาเองก็แทบไม่ได้โทรหาบิลลี่ ถือว่าหายกัน

            “เปล่า คือจะชวนไปกินข้าว เพชรก็ไป แล้วก็ เออ...” ทศพลเหลือบมองไนท์ ใบหน้าของเขาร้อนผ่าว “คือแฟนจะไปด้วย เพชรบอกอยากทำความรู้จัก ก็เลยอยากชวนไปด้วยกันหมด”

            ปลายสายเงียบไปนานจนอึดอัด

            “ถ้าลี่ไม่อยากไปก็ไม่เป็นไรนะ” ทศพลพูดต่อ

            “ไป ๆ กูดูวันว่างอยู่ สัปดาห์นี้กูติดธุระแต่เสาร์หน้ากูว่าง”

            “ขอบคุณมาก เดี๋ยวเรานัดเวลาอีกที เออ ลี่” พอไม่ได้คุยกับอีกฝ่ายมานานก็เหมือนไม่อยากวางสายเพียงเท่านี้

            “ไรมึง”

            “ลี่เป็นไงบ้าง”

            ไนท์สะกิดแขนทศพล ให้เขาคุยต่อโดยไม่ต้องเปิดลำโพงแล้วลุกขึ้นเก็บจานไปล้าง

            “กูสบายดี มึงเลิกห่วงได้แล้ว” บิลลี่ตอบ

            “งั้นเหรอ” ไม่ว่าบิลลี่จะสบายดีหรือไม่ก็ตาม สิ่งที่ทศพลทำได้คือเชื่อในคำพูดของอีกฝ่าย

            “มึง กูแค่อกหัก ไม่ได้อะไรมากมาย ผ่านมาหลายเดือนแล้วด้วย เดี๋ยวกูก็เจอคนใหม่ เห็นมึงกับแฟนไปกันได้ดี กูก็ดีใจ แค่ผิดหวังนิดหน่อย ไม่นึกว่ามึงจะมีแฟนก่อนกู”

            “โธ่” ทศพลร้อง “งั้นไว้เจอกันนะ”

            “เออ”

            “เพื่อนพี่เต้นี่ดีจัง” ไนท์เดินกลับมาพร้อมผลไม้เต็มจานมีทั้งฝรั่ง ทั้งแอปเปิ้ล หั่นชิ้นพอดีคำ

            “ไว้เจอตัวจริงก่อนเถอะ”

            “อย่าขู่กันสิครับ” ไนท์ทำหน้าตื่นตระหนก “ว่าแต่...หนังโป๊เรื่องอะไรเหรอครับ”

            ทศพลถึงกับสำลักฝรั่ง ยื่นมือไปข้างหน้าโดยไม่รู้ว่าอยากได้อะไรก่อนกันระหว่างทิชชูกับน้ำ ไนท์ส่งแก้วน้ำให้

            “เพชรก็พูดไปเรื่อย”

            “อยากรู้เลยว่าพี่เต้สนใจแบบไหน”

            ถึงอีกฝ่ายจะทำเป็นพูดลอย ๆ แต่ทศพลก็รับรู้ได้ว่าต้องการคำตอบ

            “ไนท์ล่ะ” เขาถามกลับ หวังให้อีกฝ่ายพูดไม่ออก

            “ผมเหรอ เมื่อก่อนก็ไม่มีอะไรที่ชอบเป็นพิเศษหรอกครับ ตอนนี้เริ่มสนใจ rim job แล้ว ไว้หาซื้อแผ่นยางอนามัยด้วยดีกว่า”

            ทศพลหน้าแดงจัด ไม่นึกว่าจะตอบตามตรงแถมยังหมายถึงเขาอีก แค่นึกภาพไนท์เลียตรงนั้นให้ก็ถึงกับใจเต้นแรง ทศพลมองหน้าอีกฝ่ายที่กำลังกินแอปเปิ้ล ไนท์รู้ว่าเขาชอบอะไร ชอบแบบไหน เวลาอยู่บนเตียง จนถึงตอนนี้เขายังไม่รู้เลยว่าไนท์ชอบให้ทำอะไร นอกจากเป็นทาสให้อีกฝ่ายควบคุมตามอำเภอใจ มีตรงไหนที่ไนท์ชอบให้เขาสัมผัสบ้าง เขาแทบไม่มีโอกาสได้ค้นหาจุดเสียวของอีกฝ่ายเลยด้วยซ้ำ

            “มีอะไรเหรอครับ” 

ไนท์ถามเมื่อรู้สึกถึงสายตาสงสัยจากทศพล

            “ผมอยากทำให้ไนท์บ้าง” ทศพลรู้ตัวว่าตอบออกไปเสียงดังก็ตอนเห็นหน้าแดงระเรื่อของไนท์ พอเห็นอีกฝ่ายเขินกับคำพูดของเขา ทศพลก็ไม่ได้หยุดแค่นั้น “ผมอยากให้นายท่านอยู่เฉย ๆ แล้วให้ผมปรนนิบัติให้”

            ไนท์ถึงกลับกระแอม หันไปจิบน้ำในแก้ว

            “ไว้ผมจะเก็บไปพิจารณาครับ”

            “ขี้โกง” ทศพลร้องขึ้น 

            “ครับ ผมขี้โกงแบบนั้นแหละครับ” ไนท์ยกยิ้ม “ถ้าพี่อยากทำแบบนั้นจริง ๆ เรางดเซ็กส์กันสักสัปดาห์ สองสัปดาห์ ผมอยากเห็นพี่ต้องการผมมาก ๆ จนทนไม่ไหว”

            ทศพลคิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่ากลับโดนสลับตำแหน่งคืนอย่างรวดเร็ว

            “ดะ...ได้ ใช่ว่าเราทำกันทุกวันสักหน่อย คอยดูนะ ผมจะทำให้ไนท์ลุกไม่ไหวเลย” พูดจบ ทศพลก็รีบเดินขึ้นบันไดหนีความจริงไปทันที

            “พี่ ผลไม้ยังไม่หมด” เสียงไนท์ไล่ตามหลังมา

            “ไม่กินแล้ว” ทศพลแหวกลับ

            ไนท์อมยิ้ม นับวันเขายิ่งชอบภาพที่เห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ

บ้านสามชั้นที่ไม่ได้มีแค่เขาตามลำพัง


 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น