อัปเดตล่าสุด 2021-07-21 12:03:59

ตอนที่ 24 ตอนที่ 25 ความต้องการของคนที่ไม่เคยมีความต้องการ

            บรรยากาศในห้องแสดงเงียบสนิท แม้แต่เสียงลมหายใจยังแทบไม่ได้ยิน ทุกสายตาจับจ้องไปยังเวทีตรงกลาง มิรินโดนมัดอยู่บนพื้น เชือกสีแดงตัดกับบอดี้สูทสีดำของเธอเป็นอย่างดี เธอไม่ได้พูดอะไรกับเจตน์ แต่พวกเขาสื่อสารกันผ่านสายตา เป็นภาษาที่พวกเขาเข้าใจกันเอง

การมัดมีหลายแบบ แต่ละปมเชื่อมต่อกัน พันธนาการมิรินไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย มันเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่งที่ต้องผ่านการฝึกฝนและต้องอาศัยความเชื่อใจระหว่างกัน

ทศพลเผลอกลั้นหายใจยามเห็นเธอลอยอยู่กลางอากาศ ใบหน้าของเขาร้อนผ่าวเหมือนตอนเห็นภาพโปรไฟล์ใหม่ของเธอ เขามองเห็นความรักที่ทั้งคู่มีให้กัน ยามที่เธอยิ้มให้เจตน์และยามที่เจตน์ลูบศีรษะเธอ

ทศพลลอบมองไนท์ที่นั่งอยู่ข้างเขา สายตาของอีกฝ่ายจับจ้องไปยังการแสดงเบื้องหน้า เขาเพลิดเพลินไปกับการมองสีหน้าจดจ่อของไนท์ อดคิดไม่ได้ว่าไนท์อยากทำแบบนั้นกับเขาหรือเปล่า

หลังผ้าม่านในเพลย์รูมเต็มไปด้วยอุปกรณ์มากมาย ในนั้นย่อมมีสิ่งที่ไนท์ปรารถนาแฝงอยู่

ไนท์หันมาสบตา ทำเอาทศพลเก้อเขินทำตัวไม่ถูก ยังไม่ทันจะได้หันหน้าหนี อีกฝ่ายก็จูบเขาเสียก่อน

จูบของไนท์สะกิดความต้องการของทศพล ทั้งที่ใจรู้ดีว่าไม่ควรทำ แต่ร่างกายกลับมีความคิดเป็นของตัวเอง

ก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดไปมากกว่านั้น ไนท์พาเขาออกจากห้องแสดงกลับไปยังห้องรับรอง VIP

หัวใจของทศพลเต้นรัวจนแทบไม่ได้ยินเสียงอะไร

“วันนี้ไม่มีห้องว่าง โปเต้อยากทำอะไรที่มันตื่นเต้นไหม”

ไนท์ละสายตาจากโน้ตบุ๊คบนเคาน์เตอร์ ถามขึ้นโดยที่ยังกุมมือของทศพลไว้

เขาอยากถามว่าทำไมที่นี่ถึงมีห้อง แล้วห้องพวกนั้นหมายถึงอะไร แต่สิ่งที่เขาทำคือพยักหน้าแล้วเดินตามไนท์เข้าไปในห้องน้ำ

กลิ่นหอมเย็นจากก้านไม้หอมปรับอากาศโชยเตะจมูก เขารู้ได้ทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้นตอนที่เดินเข้าไปในห้องน้ำด้านในสุด ทศพลโยนทุกอย่างทิ้งทันทีที่อยู่ในอ้อมกอดของไนท์ รับรู้เพียงแค่รสจูบของอีกฝ่าย สัมผัสได้เพียงแค่ไออุ่นของผู้ชายตรงหน้า

“อ๊ะ!” ทศพลรีบยกมือขึ้นปิดปาก ร่างกายร้อนวูบวาบไปกับจูบตามซอกคอ

ไนท์รูดซิบกางเกง ครอบครองความปรารถนาของทศพลไว้ในฝ่ามือ ทศพลทำแบบเดียวกันกับไนท์ การเสียดสีทำเอาทั้งคู่แทบคลั่ง ไนท์รีบยกมือปิดปากทศพลพร้อมขยับมืออีกข้างอย่างรวดเร็ว

ทศพลขยำเสื้อเชิ้ตของไนท์แน่น ความเสียวซ่านพลุ่งพล่านไปทั่ว ได้แต่ส่งเสียงครางอื้ออึงในลำคอ ร่างกายของเขาร้อนระอุ

ทศพลสบตาอีกฝ่าย สีหน้าของไนท์กอปรกับการชักและการเสียดสีระหว่างกัน พาเขาขึ้นสวรรค์ไปอย่างรวดเร็ว

เขาหายใจหอบหนัก ใบหน้าเย็นวาบเพราะโดนปิดปากและจมูกมาตลอด ไนท์หยิบทิชชูมาทำความสะอาดให้ พวกเขายืนแต่งตัวกันอย่างเงียบ ๆ ความเป็นจริงโจมตีทศพลอย่างจัง เขาเป็นอะไรไปถึงได้ทำแบบนั้นในห้องน้ำสาธารณะ

ตึง!

เสียงดังจากห้องน้ำข้าง ๆ ทำเอาทั้งคู่สะดุ้งโหยง เสียงจูบ เสียงเข็มขัด เสียงเสื้อผ้า แต่งเติมภาพที่มองไม่เห็นให้กับทั้งสองคน

ตึง! ตึง!

ผนังห้องน้ำสั่นอย่างรุนแรง ทศพลมองหน้าไนท์ที่กำลังกลั้นขำ พวกเขาปลดล็อกประตูห้องน้ำอย่างเบามือ ขนาดล้างมือยังล้างกันเบา ๆ เพราะเกรงใจคนในห้องน้ำ เสียงครางและเสียงอย่างอื่นดังก้องห้องราวกับคนในห้องน้ำกำลังอยู่ในโลกส่วนตัว เหมือนที่ตรงนี้ไม่มีใครอื่นอีก ประโยคลามก หยาบโลนมากมายดังขึ้นไม่หยุดหย่อน ทศพลดูหนังโป๊มาเยอะแต่ก็ไม่มีอะไรสู้ของจริงได้

เขาไม่คิดมากกับเสียงที่ได้ยิน แต่ไนท์ดันปิดหูทั้งสองข้างให้แล้วพาเดินออกจากห้องน้ำ จากที่ไม่เขินก็ต้องเขินเพราะอีกฝ่าย

“ไนท์” เขาทักแต่อีกฝ่ายมองเป็นเรื่องขบขัน

“ขอโทษทีครับ ไม่นึกว่าจะเจอแบบนั้น แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เวลาห้องไม่ว่างก็คงต้องมาที่แบบนี้แทน”

“ที่นี่มีห้องด้วยเหรอ”

“ครับ หลายแบบด้วย แต่ส่วนมากต้องจองล่วงหน้า”

ทศพลยังรู้สึกวูบวาบกับเรื่องในห้องน้ำ เพียงแต่เขาไม่แน่ใจแล้วว่าเป็นเพราะสิ่งที่เขาทำกับไนท์หรือเป็นเพราะห้องข้าง ๆ กันแน่ แต่ฟังจากเสียงก็รู้ได้ว่าห้องข้าง ๆ กำลังทำกันจริง ๆ ไม่ใช่อย่างเขากับไนท์ที่แค่เสียดสีกัน

หัวใจของเขาเต้นรัว ภาพและความรู้สึกทุกอย่างยังชัดเจน

“ขอโทษทีครับ ผมยังมีธุระที่นี่ ไม่อย่างนั้นคงพาพี่กลับไปที่บ้านแล้วก็...”

“ไม่เป็นไร” เขาแทรกก่อนที่อีกฝ่ายจะจบประโยค “แต่ไนท์ ทำไมถึง...”

ทศพลด่าตัวเองในใจ เขาจะไปกล้าถามได้อย่างไรว่าทำไมถึงไม่สอดใส่เข้ามา

“โปเต้ เราอยู่กันข้างนอกที่ต้องใช้เวลาให้เร็วที่สุด นั่นเป็นวิธีที่เร็วที่สุด อีกอย่างถ้าผมไม่ prep พี่ก่อน มีหวังได้ไปโรงพยาบาลกันพอดี” ไนท์ทำหน้าจริงจัง “แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมสั่งเจลหล่อลื่นแบบซองกับถุงยางสำหรับนิ้วไว้แล้ว”

ทศพลรีบโบกไม้โบกมือให้อีกฝ่ายหยุดพูด

“โปเต้ยังเขินกับเรื่องแบบนี้อีกเหรอครับ เมื่อกี้ยังจูบผม เร่งผมอยู่เลย”

ทศพลอยากโวยแต่โวยวายไม่ออก ใบหน้าของเขาร้อนเหมือนกาน้ำเดือดบนเตา

“ยังมีเวลากว่าการแสดงจะจบ ไปนั่งในห้อง VIP เถอะครับ”

พวกเขาแวะหยิบโทรศัพท์จากล็อกเกอร์แล้วไปนั่งบนโซฟาในห้องรับรอง VIP แทน ไนท์สั่งม็อกเทลสองแก้ว ทศพลไม่รู้ว่าตัวเองกระหายน้ำ กระทั่งความซ่าของโซดาไหลผ่านลำคอ

“โปเต้คิดว่ายังไงบ้าง” ไนท์ถามขึ้น

“การแสดงน่ะเหรอ มันเหมือน...งานศิลปะ” เขาตอบ “แต่ขณะเดียวกันมันก็ดู...อิโรติก”

ไนท์อมยิ้มแล้วจิบม็อกเทลในมือ ทศพลก้มหน้า เขาต้องเพี้ยนไปแล้วแน่ ๆ ถึงได้มีอารมณ์ขึ้นมา การจูบกับไนท์ในห้องนั้น มันเหมือนอีกฝ่ายเปิดสวิตช์อะไรบางอย่างในตัวเขา

“ไนท์ ผมถามอะไรหน่อยสิ”

“ครับ”

“ไนท์ทำแบบนั้นเป็นหรือเปล่า”

“ผมพอจะมัดได้บ้างแต่ไม่ถึงขนาดที่พี่เจตน์ทำหรอกนะครับ มิรินน่าทึ่งมาก อย่างกับไม่มีอะไรที่เธอทำไม่ได้” ไนท์หันมองทศพลพร้อมยกยิ้มมุมปาก “โปเต้อยากถูกมัดเหรอครับ”

คนโดนถามหน้าแดง ในหัวมีภาพมากมายเต็มไปหมด

“ถ้าไนท์...”

“ถ้าจะลองก็พอได้อยู่ครับ แต่ผมคงต้องรื้อฟื้นอะไรหน่อย เห็นพี่เจตน์ทำได้ง่าย ๆ แบบนั้น ที่จริงแล้วมันอันตรายนะครับ”

ได้ยินอย่างนั้นแล้ว ทศพลก็เห็นด้วยกับความน่าทึ่งของมิริน

เสียงพูดคุยดังแว่วมาแต่ไกล บ่งบอกว่าการแสดงสิ้นสุดลง หลายคนจับกลุ่มคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอยู่ในห้องรับรอง บางคนก็กลับออกไปยังบาร์ด้านนอก

มิรินเห็นทศพลที่โซนพักผ่อนก็รีบเข้ามาทัก

“ขอโทษนะคะ จะเป็นอะไรไหมถ้าฉันจะขอคุยกับโปเต้” เธอถามไนท์

“ครับ ผมมีธุระกับพี่เขม ฝากโปเต้ด้วยนะครับ” ไนท์ลุกขึ้นยืน เขาหยิบบางอย่างออกจากกระเป๋ากางเกง

ทศพลมองไม่ทันว่าเป็นอะไร พอรู้ตัวอีกทีก็มีปลอกคอสวมที่คอเรียบร้อยแล้ว เขาสังเกตเห็นว่ามิรินก็ใส่ปลอกคอไว้เหมือนกัน

“เพิ่งเคยเห็นเลยแฮะ” มิรินพูดขึ้นตอนที่ไนท์เดินไปแล้ว

“อะไรเหรอ” ทศพลขยับปลอกคออย่างไม่คุ้นชิน

“เพราะที่นี่มีคนเยอะเลยต้องมีสัญลักษณ์บ่งบอกว่า ไม่ว่างแล้ว” เธอแตะปลอกคอตัวเอง “ซับใส่ไว้ที่คอ ดอมใส่ไว้ที่ข้อมือ”

ทศพลเห็นไนท์เดินไปยังบาร์กับคนที่ชื่อเขม ที่ข้อมือของไนท์มีสายรัดหนังสีดำที่อีกฝ่ายเพิ่งใส่เสร็จ

“ถ้าเห็นใครใส่ก็เป็นที่รู้กันว่า คุยเฉย ๆ ได้ แต่ถ้ามากกว่านั้นก็ไปซะ” มิรินทำมือประกอบ “ที่บอกว่าเพิ่งเคยเห็นเพราะปกติทศพลไม่ใช้สัญลักษณ์พวกนั้น โปเต้ไปดื่มที่บาร์กันเถอะ”

มิรินคว้าแขนเขาลุกจากโซฟาพาเดินไปยังด้านนอกที่ทักทายด้วยเสียงเพลงให้ความบันเทิง

“มิรินรู้จักไนท์มานานแล้วใช่ไหม”

“ไนท์เหรอ” เธอทำหน้าสงสัยก่อนร้องขึ้น “เขาชื่อไนท์เหรอ เพิ่งรู้เลย มีแต่คนเรียกทศพล น่าจะรู้จักกันมาสามสี่ปีได้แล้ว จริง ๆ ไม่เรียกว่ารู้จักหรอก เคยเห็นหน้ามากกว่า นอกจากดอมด้วยกันแล้ว ไม่ค่อยมีใครเข้าใกล้เขาเท่าไร”

“ทำไมล่ะ” ทศพลหน้าเสีย กลัวว่าไนท์มีประวัติไม่ดี

“โปเต้ลองนึกภาพมีคนหน้าตาดีแผ่ออร่านั่งอยู่ในห้องสิ จะมีใครกล้าเข้าไปทักไหม” คำอธิบายของเธอทำให้ทศพลเห็นภาพขึ้นมาทันที “อีกอย่างเขาไม่ชอบให้ใครแตะตัวเท่าไร ปัถย์ยังเคยบ่นเลย”

“ปัถย์”

มิรินชะงัก

“เราพูดถึงได้ไหมนะ” เธอทำหน้ากังวล ทศพลเลยเข้าใจได้ว่านั่นคือชื่อของซับคนก่อนของไนท์

“ไนท์ตอนอยู่ที่นี่เป็นยังไงบ้าง”

“ถามแบบนั้นจะดีเหรอ ไม่ใช่ว่าเขามีเรื่องไม่ดีอะไรหรอกนะ ชื่อเสียงเขาดีจะตายเพียงแต่รู้สึกแปลก ๆ ที่ต้องพูดถึง เขาค่อนข้างแบบว่า...น่าเกรงขามในสายตาของซับ ถ้าจะให้บอกก็...” มิรินปรายตาไปทางบูธด้านในที่ไนท์นั่งคุยกับเขมตามลำพัง บรรยากาศตรงนั้นตึงเครียดอย่างบอกไม่ถูก “พี่เขมเป็นดอมของทศพลมาก่อน”

ทศพลทำตาโต

“มันไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกนะ” เธอรีบอธิบาย “ดอมหลายคนก็เคยเป็นซับมาก่อน ตอนนั้นพี่เขมตั้งใจเทรนทศพลเป็นดอมอยู่แล้ว ทศพลเป็นซับที่ทำให้ใครหลายคนทึ่งเหมือนกัน ทั้งในแง่ความเชื่อใจและอะไรหลาย ๆ อย่าง โปเต้คิดอะไรอยู่”

“เอ๊ะ” ทศพลสะดุ้งเมื่อโดนจับได้ เขานึกภาพตอนไนท์เป็นซับไม่ออก ที่แน่ ๆ คือ “ไนท์ก็ชมมิรินไว้เหมือนกัน”

“จริงเหรอ” คราวนี้เป็นเธอที่ทำตาโต “เราแอบเห็นโปเต้นะ”

เขาเข้าใจได้ทันทีว่าเธอหมายถึงอะไร

“ขอโทษที อยู่ ๆ ก็ออกจากห้องไปแบบนั้น คงเสียมารยาทมากน่าดู”

“ไม่เลย” มิรินอมยิ้มพลางจิบชาเขียวเย็นในแก้ว “เห็นโปเต้มาที่นี่แสดงว่าเซ็นสัญญาไปแล้วสินะ เป็นยังไงบ้าง เขาดูแลโปเต้ดีใช่ไหม ต้องดูแลให้ดีนะ ไม่งั้นเรา...จะไปฟ้องพี่เจตน์ให้”

“นึกว่ามิรินจะพูดว่า เดี๋ยวเราจัดการเอง ซะอีก”

“โธ่ ทำได้ที่ไหนล่ะ มิรินออกจะบอบบางขนาดนี้” แม้แต่คนพูดยังหัวเราะให้กับประโยคนั้นของตัวเอง “ดีแล้วล่ะที่โปเต้สบายดี ได้เจอคนดี ๆ ก็นับว่าโชคดีแล้ว”

ทศพลยิ้มกับตัวเอง เขาไม่คิดว่าจะเจอใครดีเท่าไนท์อีกแล้ว

“มิริน เราสงสัยอะไรบางอย่าง”

“ว่ามาเลย” เธอมีสีหน้ากระตือรือร้นขึ้นมาทันที

“เราอยากทำอะไรให้ไนท์บ้างแต่ไม่รู้ว่าเขาชอบอะไร แบบไหน เขายังไม่ตอบ”

“เราชอบเรื่องเซอร์ไพรส์” ดวงตาของเธอเปล่งประกายขณะพูด “เราชอบซื้อเสื้อผ้าน่ารัก ๆ มาใส่ บางวันก็เป็นเมด บางวันก็เป็นแมว”

“มิริน เรา...จะ 31 แล้วนะ”

“โปเต้ เรารุ่นเดียวกันนะ” พอเธอทัก เขาก็นึกได้ว่าอีกฝ่ายเกิดก่อนเขา “ทำอะไรแตกต่างไปจากเดิม เขาอาจจะชอบก็ได้”

“ว่าแต่ มันไม่เป็นไรใช่ไหม”

“เรื่องอะไรเหรอ”

“ก็ ถ้าเรา...เริ่มทำอะไรก่อน มันไม่เป็นไรใช่ไหม”

“โปเต้ ถึงเราจะเป็นซับแต่เราก็เป็นฝ่ายรุกเขาก่อนได้ แล้วถ้าเขาเล่นด้วยก็อาจจะโดนลงโทษนิด ๆ หน่อย ๆ” มิรินขยิบตา พอเห็นทศพลเขิน เธอก็หัวเราะ

ไนท์เห็นทศพลเขินก็เผลอยิ้มอย่างไม่รู้ตัว ไม่นึกว่าโลกกลมถึงขนาดรู้จักคนในนี้ได้ แต่อย่างน้อยก็ทำให้ทศพลหายเกร็งแถมยังมีเพื่อนคุย

“รู้จักกันได้ยังไงล่ะ” เขมถามพลางมองไปทางทศพล

“ทำงานที่เดียวกันครับ” ไนท์หันหน้ากลับไปทางเขม “ผมมีเรื่องอยากปรึกษา”

“ว่ามาสิ” เขมนั่งพิงเบาะ หันมาให้ความสนใจกับคู่สนทนาอย่างเต็มที่

“พี่รู้จักผมมานาน พี่อาจจะตอบได้” ไนท์เกริ่นพลางเล่าเรื่องคืนนั้นที่ทศพลได้เห็นของที่อยู่หลังม่าน “พอเขาถามว่าผมต้องการแบบไหน อยากให้ทำอะไร ผมกลับตอบไม่ได้ ในหัวของผมว่างเปล่าไปหมด มันแปลกอยู่เหมือนกันที่ผมไม่เคยฉุกคิดเลยว่าตัวเองต้องการอะไร”

“นี่คิดว่าพี่จะตอบได้เรอะ” เขมส่ายหน้า “เรานี่ไม่ใช่กระดาษขาวว่างเปล่าเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ”

“ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะครับ ผมให้ความสำคัญกับความต้องการของซับมาตลอดก็เลย...” ไนท์ทอดสายตาไปทางทศพลที่หัวเราะอย่างร่าเริงกับเพื่อนสมัยเรียน เขาจั๊กจี้ในอกอย่างบอกไม่ถูก 

“ตอนอยู่กับเขามันแตกต่าง เหมือนเวลาผ่านไปเร็วมาก เพิ่งจากกัน ก็อยากเห็นหน้าอีก อยากคุยอีก ผมคิดว่าถ้าได้อยู่กับเขาตลอดไปก็คงดี”

“นี่ไม่รู้ตัวจริงอะ” เขมขัดขึ้น

“เรื่องอะไรครับ” ไนท์ถามกลับ

เขมเห็นก็ถึงกับส่ายหน้า เขาสอนอะไรมากมายให้ผู้ชายคนนี้ แต่บางเรื่องก็คงต้องปล่อยให้เจ้าตัวเรียนรู้ด้วยตัวเอง

“ลำบากแย่เลย”

“ครับ ผมถึงได้ลำบากใจ”

“เปล่า หมายถึงคนนั้น” เขมพยักพเยิดไปทางทศพลก่อนลุกขึ้นยืน “ลองเอาสิ่งที่บอกพี่ไปบอกเขาดูนะ ไปละ ไว้เจอกัน”

“เอ๊ะ ครับ” ไนท์รีบลุกตาม บอกลาเขมแล้วหันไปเห็นทศพลกับมิรินเดินมาพอดี

เพียงแค่คิดว่าจะต้องบอกทศพลประโยคเดียวกันกับที่คุยกับเขม ใบหน้าของไนท์ก็ร้อนผ่าวขึ้นมา

“ไนท์กลับยัง”

ทศพลลามิรินเสร็จก็เข้ามาคล้องแขนเขาโดยอัตโนมัติ หัวใจของไนท์เต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะ เขายังไม่อยากบอกลาอีกฝ่าย

“พี่เต้มาคลับทั้งที ไม่เต้นหน่อยเหรอครับ” 

“ผมเต้นเป็นที่ไหนล่ะ” ทศพลตอบกลับ ถ้ามากับเพชรหรือกับบิลลี่ก็คงกล้าไปเต้นอยู่หรอก แต่มากับไนท์แบบนี้...

“พี่เต้หลับตาก็ไม่มีใครเห็นแล้ว แถมไฟก็ไม่ได้สว่างอะไรมาก ไม่มีใครสนใจหรอกครับ”

คนที่กล้าปฏิเสธรอยยิ้มของไนท์ในตอนนี้ ต้องเป็นคนใจร้ายมากแน่ ทศพลเดินตามอีกฝ่ายเข้าสู่ฝูงชนอย่างช่วยไม่ได้

แสงไฟติด ๆ ดับ ๆ ตามจังหวะเพลง เขาหลับตาอย่างที่ไนท์บอก ขยับตัวไปตามเสียงดนตรี ไนท์ไม่ปล่อยมือเขาแม้แต่วินาทีเดียว ทุกครั้งที่ทศพลลองลืมตาขึ้นมาก็จะเห็นสายตาห่วงใยกับรอยยิ้มของอีกฝ่าย พอเริ่มผ่อนคลาย ก็เริ่มสนุกกับมันมากขึ้น

“พี่เต้...”

ไนท์พูดอะไรสักอย่าง ทว่าเสียงดนตรีดังเกินกว่าที่ทศพลจะได้ยิน


 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น