อัปเดตล่าสุด 2021-07-15 12:00:14

ตอนที่ 23 ตอนที่ 24 การพบกันที่ไม่คาดฝัน

ทศพลรู้สึกตัวตื่น เขากำลังจะขยับตัวแต่ก็ต้องนอนแข็งทื่อ แวบแรกเขานึกว่าไนท์หลับโดยที่อยู่ในตัวเขาทั้งคืนเหมือนที่หยอกเล่นกัน ก่อนจะรู้ว่าเข้าใจผิด อีกฝ่ายเพียงแค่นอนกอดเขาทั้งคืน เขาพลิกตัวหันไปทางไนท์ที่ยังคงหลับสนิท หัวใจของเขาเต้นตึกตัก อยากจูบแต่ก็ต้องหักห้ามใจตัวเอง จะมองต่อก็ดูเหมือนเป็นเรื่องเสียมารยาท ทศพลเตรียมลุกจากที่นอน ทั้งแขนและขาของไนท์ก็รั้งเข้าไว้

“ตื่นแล้วเหรอครับ” อีกฝ่ายทักขึ้นด้วยเสียงงัวเงีย ยังไม่ยอมลืมตาด้วยซ้ำ

“อือ อืม” ทศพลนอนนิ่ง หายใจไม่เป็นจังหวะ

“พี่เต้ นั่นใช่ที่ผมคิดหรือเปล่า” ไนท์นอนยิ้ม

“ไม่ คือ มัน ต...ตอนเช้า...” ทศพลไม่มีข้อแก้ตัวให้กับปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกาย

ไนท์พลิกตัวขึ้นคร่อมเขาอย่างง่ายดาย สองมือตรึงข้อมือเขาไว้เหนือศีรษะ สองขาหนีบไม่ให้เขาขยับไปไหน ดวงตาคู่นั้นไร้ความงัวเงียอีกต่อไป

“ไนท์”

“อรุณสวัสดิ์ครับ” ไนท์แนบริมฝีปากอย่างนุ่มนวล มอบจูบรับอรุณปลุกทศพลให้ตื่นเต็มตา

“ผมจะไม่ใช้มือ” ทศพลเสนอขึ้นมาเอง เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงพูดแบบนั้น แต่รอยยิ้มของไนท์ทำให้เขารู้ว่าตัดสินใจถูกต้อง เขาจับแขนตัวเองไว้เหนือศีรษะ

เมื่อไนท์ใช้มือได้อย่างอิสระ เขาก็เล้าโลมร่างกายของผู้ชายตรงหน้าได้อย่างเต็มที่

“โปเต้ ดูตรงนี้สิ ผมยังไม่ทันทำอะไรก็เป็นถึงขนาดนี้แล้ว” ไนท์หยอกส่วนหัวแผ่วเบาแต่ก็มากพอที่จะทำให้ทศพลคลุ้มคลั่ง “ให้ผมช่วยไหมครับ”

“อื้ออ” ลมหายใจของทศพลปั่นป่วนไปหมด

“โปเต้ เมื่อกี้คราง หรือตอบตกลง ผมแยกไม่ออก” ไนท์ไล่ปลายนิ้วไปตามรูปร่างของทศพลที่เคลือบไปด้วยสารหล่อลื่นตามธรรมชาติ สายตาของเขาจับจ้องไปยังใบหน้าของอีกฝ่าย

“ตกลง”

“ตกลงเรื่องอะไรเหรอครับ” เขาสังเกตทุกปฏิกิริยาตอบสนองของทศพล มองหาตำแหน่งที่ทำให้ร่างกายของอีกฝ่ายกระตุกเอง

“ช่วย...” ทศพลบีบแขนตัวเองแน่น อยากใช้มือใจจะขาดแต่ต้องอดกลั้น “ช่วยทำให้ผมด้วย อ๊า~ น

ทศพลไม่รู้ว่าเขาตั้งใจจะเรียกอีกฝ่ายว่าอะไร ไนท์ หรือ นายท่าน แต่ไม่ว่าแบบไหนเขาก็ตื่นเต้นทั้งนั้น

โพรงปากอุ่นร้อนกลืนกินความปรารถนาของทศพล ปลายเท้าของเขาจิกงุ้มด้วยความเสียวซ่าน ลมหายใจหอบกระชั้นขึ้นทุกขณะ

“ร...เร็ว”

ทศพลไม่คาดคิดว่านี่จะเป็นสิ่งแรกที่ทำหลังตื่นนอน เขาอาจไม่อยากออกจากบ้านหลังนี้ จากห้อง ๆ นี้อีกเลยก็เป็นได้ ถ้าไนท์ปลุกเขาแบบนี้ทุกเช้า เขายินดีที่จะไปทำงานสาย ถ้าทำให้เขาทุกคืน เขายินดีอยู่บ้านหลังนี้ตลอดไป

ทศพลคิดว่าตัวเองต้องเสียสติไปแล้วถึงได้คิดแบบนั้น แต่เขาไม่รู้ว่าจะรับมือกับความรู้สึกท่วมท้นนี้อย่างไร มันทั้งอิ่มเอม ทั้งยินดี ภาพตรงหน้ายิ่งทำให้ทุกความรู้สึกรุนแรงขึ้น สายตาของไนท์ที่มองเขาเป็นระยะ ริมฝีปากของไนท์ที่ครอบครองเขาไปทั้งตัว มือของไนท์ที่กระตุ้นกำหนัดตรงจุดกระสันตามร่างกาย

“ใกล้...แล้ว” ทศพลเตือนพลางจับศีรษะของอีกฝ่าย “ไนท์ ผมจะเสร็จ เอาปากอ...อึก!

ลูกกระเดือกของไนท์ขยับขึ้นลง มุมปากปรากฏร่องรอยของความสุขสม ทศพลเห็นส่วนที่เหลือในปากของไนท์ ยังไม่ทันที่เขาจะหันไปหาทิชชู อีกฝ่ายก็กลืนทุกอย่างลงคอ

“ไนท์”

“ไหนว่าจะไม่ใช้มือไงครับ” ไนท์ปาดคราบที่ติดมุมปากก่อนจะดูดนิ้วเสียงดัง กระตุ้นจังหวะการเต้นของหัวใจคนมองให้เร็วขึ้น

“ไนท์ก็น่าจะ...” ทำไมเขาต้องอธิบายเรื่องแบบนี้ด้วย ทศพลตัดสินใจเปลี่ยนเรื่อง “ไนท์ให้ผม”

“ไม่เป็นไรครับ”

“ไนท์” ทศพลจ้องเขม็ง “ไหนบอกว่าจะพยายาม”

“เห็นพี่บอกว่าไม่อยากให้กดดัน” พอเห็นสีหน้าผิดหวังของคู่สนทนา ไนท์ก็เจ็บแปลบในอก ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากทำ เพียงแต่ “ทำแบบที่ผมต้องการได้ไหมครับ ไม่ต้องห่วง ผมไม่ใส่เข้าไป ผมไม่อยากให้พี่นอนซมบนเตียงทั้งวัน”

ไนท์ปลดปล่อยด้วยการเสียดสีตัวเองกับหน้าขาของทศพล ถึงจะไม่เหมือนการสอดใส่แต่ต่างฝ่ายต่างก็เสียวกระสันไปทั้งตัว

ทศพลตักตวงทุกอย่างไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

“น...ไนท์...” ทศพลครางกระเส้า

“ครับ พี่” เสียงขานรับปนหอบชวนจั๊กจี้ใจคนฟัง

“จับขาผมแบบเมื่อกี้อีกได้ไหม”

“แบบไหนครับ แบบนี้เหรอ” ไนท์รองมือไว้ใต้ต้นขา

“ใช่” เขารู้สึกดีจนหุบยิ้มไม่ได้

“พี่เต้ พี่หลอกให้ผมนวดขาเหรอครับ”

ทศพลหัวเราะ การปั่นจักรยานเมื่อวานเพิ่งมาแสดงผลเอาตอนนี้ แต่หลังจากนั้นไนท์ก็ไม่ปรานีเขาอีกต่อไป เขาใจเต้นรัวตอนที่ไนท์ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่ต่างออกไป ลงโทษที่เขาใช้มือไปเมื่อครู่ ปฏิบัติเหมือนตอนที่อยู่ในเพลย์รูม

ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าจะอยู่ห้องไหนก็ไม่สำคัญ ขอแค่มีไนท์อยู่ด้วย ทศพลก็สามารถปล่อยตัวเองได้เต็มที่ เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายจะคอยรับเข้าเสมอ

 

“พี่เต้ วันนี้อารมณ์ดีจังนะคะ” จันจิราทักขึ้นจากที่นั่งของตน เธอเบื่อวันจันทร์เพราะมันทำให้รู้สึกว่าช่วงวันหยุดหมดเร็วเกินไป สีหน้าของอีกฝ่ายผิดกับเธอลิบลับ “สุดสัปดาห์ได้พักผ่อนสมใจอยากสินะคะเนี่ย”

ทศพลหน้าแดงเมื่อนึกถึงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาได้ทำอะไรสมใจอยากดั่งที่เธอว่า เพียงแต่ค่อนข้างห่างไกลคำว่าพักผ่อน

เพื่อไม่ให้โดนถามไปมากกว่านั้น ทศพลเลยตอบคำถามด้วยคำถาม

“แจนล่ะ วันหยุดทำอะไรมา”

“นอนค่ะ วันหยุดคือการนอน” เธอตอบไป หัวเราะไป “นอนแป๊บ ๆ ก็วันจันทร์แล้ว วันนี้มีประชุมนี่นา ปกติประชุมนานไหมคะ พี่เต้”

“ถ้าไม่นอกเรื่องสองชั่วโมงก็จบ”

ถ้า” จันจิราทำท่าเครื่องหมายฟันหนู

“เตรียมอาหารกลางวันไว้แล้ว เพราะน่าจะเกินสองชั่วโมง”

จันจิราหัวเราะแห้ง

“ถ้าเป็นเมื่อก่อนแจนคงเป็นห่วง กลัวพี่เต้เหงาที่ต้องกินข้าวกลางวันคนเดียว ตอนนี้ไม่ต้องละ”

ทศพลอยากแย้งกลับว่า อีกฝ่ายก็ไม่ได้กินข้าวกลางวันกับเขายกเว้นตอนอนุวัฒน์เลี้ยงอยู่แล้ว จะมาห่วงทำไม แต่ก็ไม่พูดออกไป

ก่อนเก้าโมง จันจิราก็ไปเข้าร่วมประชุมพร้อมอนุวัฒน์ เหลือทศพลเฝ้าห้องตามลำพัง เขานั่งเคลียร์งานท่ามกลางเสียงเพลงจากสมาร์ทโฟน ประมาณสิบเอ็ดโมงแม่บ้านก็นำจดหมายมาให้เขาคัดแยกเพื่อส่งต่อไปแผนกต่าง ๆ เธอแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นเขาเปิดเพลงแต่ก็ไม่ได้ทักอะไร นำขนมที่อนุวัฒน์ซื้อมาให้เขากินเล่นระหว่างทำงาน

เสียงข้อความเข้าขัดเพลงไปหนึ่งจังหวะ ทศพลอ่านข้อความ รอยยิ้มบนใบหน้าหายไป

หัวหน้าจะพาไปเลี้ยงข้าวกลางวันข้างนอก

พี่เต้ไปด้วยกันไหมครับ

ไม่เป็นไร ไนท์ไปเถอะ วันนี้ยุ่ง ๆ พอดี คงกินข้าวข้างบน

เจอกันตอนเย็นนะครับ

เจอกันครับ

หลังตอบข้อความเสร็จ ทศพลก็ถอนหายใจยาวเหยียด มันน่าแปลกที่สุดสัปดาห์เขาใช้เวลาอยู่กับอีกฝ่ายทั้งวัน แต่ตอนนี้เขาก็ยังคิดถึงอีกฝ่าย อยากเจอหน้า อยากพูดคุย อยากให้เลิกงานเร็ว ๆ จะได้เจอกัน ทศพลไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้ เขามองภาพไนท์บนจอโทรศัพท์ตัวเอง ใบหน้าของอีกฝ่ายยามอยู่บนเตียงซ้อนทับภาพที่เห็น เสียงเรียกชื่อยามที่อีกฝ่ายถึงฝั่งฝันทำเอาขนลุกไปทั่วร่างด้วยความเสียวซ่าน

“คิดอะไรอยู่ได้!

ทศพลต่อว่าตัวเอง รีบเก็บสมาร์ทโฟนใส่กระเป๋า

ผมอยากรู้ว่าไนท์ชอบอะไร ต้องการแบบไหน ไนท์บอกได้ไหมว่าอยากให้ผมทำอะไรให้

คำพูดของตัวเองหลอกหลอนอยู่ในหัว ใบหน้าของทศพลร้อนผ่าว อุปกรณ์มากมายที่อยู่หลังม่านสีดำทำให้เขาใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ทั้งกลัว ทั้งกังวล และอื่น ๆ อีกมากมาย กระนั้นเขาก็อยากรู้ความต้องการของอีกฝ่าย อยากเข้าใจมากขึ้นกว่าเดิม

ไนท์ยังไม่ได้ตอบคำถามนั้น ทศพลเองก็ไม่ได้ถามย้ำ เขารอให้อีกฝ่ายสบายใจมากพอที่จะตอบเขาตามตรง

ทศพลเลิกงานตอนเกือบหนึ่งทุ่ม ไนท์นั่งรอเขาอยู่ที่จุดแสกนบัตร เขาอยากปรี่เข้าไปกอดแต่ก็ต้องหักห้ามใจ

“ขอโทษที่ให้รอนาน หิวหรือยัง ไนท์อยากกินอะไร”

“กลางวันกินไปแน่นมากเลยพี่ ผมให้พี่เลือกมื้อเย็นเลย” ไนท์ตอบพลางลูบท้องตัวเอง

“อะไรกัน” ทศพลไม่ได้ตั้งใจตัดพ้อแต่เสียงดันเป็นแบบนั้น

“พี่เต้ ขอกอดหน่อย”

“พูดอะไรน่ะ” เขารีบเดินจ้ำอ้าวออกจากอาคาร

“ก็พี่งอนนี่นา ขอกอดหน่อยจะได้หาย”

“ไม่ได้งอน” เจ้าตัวปฏิเสธไป หน้าร้อนผ่าวไป อีกฝ่ายมีพลังจิตหรือไงถึงได้รู้ใจไปเสียหมด

            “ไปกินพิซซ่ากันไหมครับ กินแล้วจะได้อารมณ์ดี”

            “เด็กคนนี้นี่!

            ไนท์ยิ้มกว้างจูงมือทศพลเดินไปสถานีรถไฟฟ้า ทั้งที่พวกเขาจับมือกันบ่อย แต่หัวใจทศพลยังมีปฏิกิริยาตอบสนองเสมอ เลือดในกายวิ่งพล่านไปทั่ว

            “พี่เต้”

            “หืม” ทศพลรู้สึกถึงแรงบีบที่มือ

            “พี่เต้อยากไปคลับที่ผมไปเป็นประจำไหม”

            “เอ๊ะ แต่ ผมไม่ค่อยดื่ม”

            “ที่นั่นไม่จำเป็นต้องดื่ม คืนวันพฤหัสฯ นี้มีโชว์ พวกเขาเป็นดอมกับซับที่ทำข้อตกลงกันมานานแล้วก็เป็นแฟนกันด้วย พี่อาจจะได้เห็นอะไรมากขึ้น”

            “โชว์เหรอ”

            “ครับ เออ ถ้าพี่ไม่อยากดูต่อ พี่จะออกจากห้องตอนไหนก็ได้ พวกเขาค่อนข้างฮาร์ดคอร์อยู่เหมือนกัน ผมยังไม่รู้ว่าเป็นโชว์อะไร พวกเขายังคุยกันอยู่”

            ทศพลอยากเข้าใจไนท์มากขึ้นแม้ไม่รู้ว่าจะได้เห็นอะไรก็ตาม

            “อืม ผมจะไป”

            “ขอบคุณครับ”

            หลังมื้อเย็น พวกเขาแยกย้ายกันกลับบ้าน ส่งข้อความหากันก่อนเข้านอน ทศพลมองโทรศัพท์ไปยิ้มไป ใจเต้นตึกตักจนแทบนอนไม่หลับ ไนท์ที่หยอกเขาเหมือนเด็กกับไนท์ที่หยอกเขาแบบผู้ปกครอง ล้วนเป็นไนท์ที่เขารักทั้งสิ้น

 

            ทศพลตั้งใจกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน แต่กว่าจะเลิกงานก็เกือบสองทุ่มได้ สุดท้ายเขาเลยไป Late Night พร้อมไนท์ในชุดทำงาน ไนท์ให้เหตุผลว่าต่อให้เขากลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก็คงไม่ต่างอะไรกับที่ใส่อยู่ตอนนี้ อีกอย่างร้านไม่มีเดรสโค้ดใด ๆ ไม่ว่าจะใส่ชุดแบบไหนก็ใช้บริการร้านได้ตามปกติ

            ทศพลอยากถือว่าอีกฝ่ายชมที่เขาใส่ชุดไหนก็ดูดี แต่ความจริงเขารู้ดีว่าเป็นเพราะตัวเองไม่ได้มีเสื้อผ้าหลากหลายเท่าไร ใส่อะไรจึงเหมือนกันหมด อย่างไรก็ตามไนท์เองก็ไม่ได้กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้าน แต่ผู้ชายคนนี้เพียงแค่ใส่เสื้อเชิ้ตกับกางเกงสแล็กก็เหมือนหลุดออกมาจากนิตยสารแล้ว แม้ว่านั่นจะเป็นความเห็นส่วนตัวของทศพลก็ตาม

“โชว์ที่ว่าเป็นโชว์อะไรเหรอ” ทศพลถามขึ้นตอนที่พวกเขาเข้าแถวเข้าร้าน

“ผมว่าพี่โชคดีนิด ๆ ที่คืนนี้ไม่ใช่อะไรที่มันฮาร์ดคอร์จนพี่ต้องวิ่งเตลิดไปไกล”

“ไนท์คิดแบบนั้นเหรอ”

“อะไรเหรอครับ”

“คิดว่าผมกลัวจนต้องวิ่งหนี” ทศพลสบตา

“ก็ต้องกลัวสิครับ” ไนท์เพียงแค่ยิ้มแห้ง “พี่เต้รู้จักชิบาริไหมครับ เป็นศาสตร์การมัดอย่างหนึ่ง”

ทศพลกำลังจะถามต่อแต่พวกเขาได้เข้าไปในร้านเสียก่อน บทสนทนาเลยจบลงเพียงเท่านั้น

เขาไม่เคยเที่ยวกลางคืนมาก่อน เขาไม่รู้ว่าชีวิตของนักท่องราตรีเป็นอย่างไร ผับหรือคลับที่เขารู้จักคือสิ่งที่เห็นบนจอโทรทัศน์เท่านั้น เสียงเพลงกับผู้คนแออัดในร้านแห่งนี้กลายเป็นเรื่องคุ้นเคยโดยไม่รู้ตัว

“ตรงนี้จะเสียงดังหน่อย ถ้าไปด้านในก็จะเงียบกว่า” ไนท์ใช้เสียงดังกว่าปกติเพื่อแข่งกับเสียงเพลง EDM ที่เปิดอยู่ “ปกติผมจะนั่งตรงนั้น”

ทศพลเดินตามไนท์ไปยังบาร์ด้านใน

“พี่เต้ดื่ม...” ไนท์ถามค้างไว้แล้วหันไปชูนิ้วชี้ให้บาร์เทนเดอร์ 

“ขออย่างเดิม”

“ไนท์ดื่มอะไรเหรอ”

“เดี๋ยวพี่ลองก็ได้ครับ”

ทศพลมองไปรอบ ๆ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ตนไม่เคยรู้จัก เขาคงไม่มาที่แบบนี้คนเดียวเด็ดขาด นอกจากไม่รู้จักใครแล้ว ยังไม่รู้ว่าควรทำอะไรด้วยซ้ำ เขาอาจจะโยกศีรษะไปตามจังหวะเพลงแต่คงไม่ไปเต้นด้วยแน่ เขาคงสั่งน้ำเปล่า ไม่ก็น้ำอัดลมแทนที่จะเป็นพวกค็อกเทลหรือเหล้า

“พี่เต้ครับ” ไนท์เลื่อนแก้วเครื่องดื่มมาตรงหน้า “แค่จิบนะพี่”

แค่ทศพลยกแก้วขึ้นมาก็ได้กลิ่นแสบจมูก

“ไม่อยากดื่มก็ไม่ต้องนะครับ” ไนท์พูดไป มองทศพลที่กำลังจิบวิสกี้ในแก้ว สีหน้าเหยเกบ่งบอกความชื่นชอบได้เป็นอย่างดี ไนท์รับแก้วคืนจากอีกฝ่าย “ไหวไหมครับ”

ทศพลส่ายหน้า แค่แตะโดนของเหลวไปนิดเดียวเขาก็ยอมแพ้ ภาพตอนดื่มเหล้าที่บิลลี่ผสมให้แวบเข้ามาในสมอง ถึงจำรสชาติไม่ค่อยได้แต่ก็รู้ว่าต่างกัน

“พี่เต้ น้ำเปล่าครับ” ไนท์ส่งแก้วน้ำให้

ทศพลไม่เคยชอบน้ำเปล่าเท่าเวลานี้มาก่อน

“ผมคงดื่มเป็นเพื่อนไนท์ไม่ได้แล้วล่ะ”

“ไม่เป็นไรครับ พี่นั่งกับผมก็พอ”

คนฟังหน้าร้อนผ่าว อยู่ในที่แบบนี้ ไนท์ยังทำเขาเขินได้อีก

“โปเต้เหรอ” 

ทศพลหันไปทางต้นเสียงก็ถึงกับตาโต เขาไม่คิดว่าจะเจอคนรู้จักที่นี่ พอนึกได้ว่านี่เป็นสถานที่ที่ดอมอย่างไนท์มา ก็เป็นไปได้ว่าเธอจะมาที่นี่เช่นกัน

“มิริน”

ไนท์กับมิรินทักทายกัน ท่าทางไม่เหมือนคนสนิทแต่ก็น่าจะรู้จักกันในระดับหนึ่ง

มิรินดูเกร็ง ๆ เหมือนอยากถาม แต่ก็ไม่กล้าถาม เธอค่อนข้างระวังตัวต่อหน้าไนท์ ทศพลเลยเป็นฝ่ายตอบคำถามในใจของเธอ

“คนนี้แหละ” ความร้อนพุ่งแตะใบหน้าของทศพล นี่เป็นครั้งแรกที่เขาแนะนำทศพลให้คนอื่นรู้จักในฐานะแฟน 

“โปเต้นี่เอง” ทศพลสงสัยแต่ยังไม่ทันได้ถาม มิรินก็พูดขึ้นมาเสียก่อน “โปเต้มาดูโชว์ใช่ไหม ยังไงก็ฝากด้วยนะ”

เธอโบกมือลาก่อนจะเดินกลับไปหาผู้ชายที่มาด้วยกัน ผู้ชายคนนั้นยกมือทักไนท์ที่ทักกลับอย่างเป็นกันเอง

“พี่เต้รู้จักเหรอครับ”

“ไนท์รู้จักมิรินด้วยเหรอ”

ทั้งคู่ถามขึ้นมาพร้อมกัน ทศพลเป็นฝ่ายตอบก่อน

“เพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ผมปรึกษาเขาตอนได้สัญญาจากไนท์”

“แบบนี้นี่เอง” ไนท์จิบเครื่องดื่มในมือ “ผมรู้จักเพราะเธอเป็นขาประจำที่นี่ วันนี้เธอเป็นคนแสดง พี่โปเต้โอเคใช่ไหม”

“เอ๊ะ” ทศพลทำตัวไม่ถูก ถ้าเป็นคนไม่รู้จัก คงไม่ต้องคิดมาก แต่คนแสดงคือมิรินที่เขารู้จักในระดับหนึ่ง “ผมจะทำให้มิรินกังวลหรือเปล่านะ”

“เธอเก่งครับ เป็นมืออาชีพเลยด้วยซ้ำ”

“ไนท์เคยเห็น”

“ผมยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ ไปเถอะครับ น่าจะใกล้เวลาแล้ว”

ทศพลตามไนท์ไปยังส่วนด้านในของร้านที่กั้นด้วยประตูเก็บเสียง ปิดกั้นเสียงเพลงอึกทึกด้านนอกได้เป็นอย่างดี จำนวนผู้คนในส่วนนี้บางตา

“พี่เต้ขอโทรศัพท์หน่อยครับ” ไนท์พูดพลางหยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมาเช่นกัน “ข้างในห้ามบันทึกภาพ ถึงจะอยากให้ซื่อสัตย์แต่ร้านก็ให้ฝากโทรศัพท์ หรืออะไรก็ตามที่สามารถบันทึกภาพ บันทึกเสียงได้ไว้ที่ล็อกเกอร์ อย่างน้อยก็กันไว้ดีกว่าแก้”

ทศพลเปลี่ยนเป็นโหมดเครื่องบินแล้วส่งโทรศัพท์ให้แต่โดยดี

ผู้คนทยอยเดินผ่านประตูอีกบานสู่ห้องโล่ง ตรงกลางมีเวทีทำด้วยพื้นยกสูงเล็กน้อย รอบเวทีมีโครงเหล็กขึ้นสี่มุม แสงไฟในห้องมืดสลัวเหมือนตอนอยู่ในโรงหนังเตรียมฉาย เสียงพูดคุย กระซิบกระซาบดังเป็นระยะระหว่างรอ ทศพลได้แต่มอง ทั้งเวที ทั้งแสงไฟ และผู้คนรอบข้าง

“หือ” ทศพลสะท้านวาบตอนที่ไนท์วางมือบนหลังของเขา

“พี่ไม่เป็นไรนะ” ไนท์ถามด้วยสีหน้ากังวล

“ไม่เป็นไร มีไนท์อยู่ด้วยผมก็ไม่เป็นไร” เขาซบไหล่อีกฝ่าย น่าแปลกที่ต่อให้อยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้า เขากล้าที่จะทำแบบนี้ บรรยากาศในนี้แตกต่างจากโลกภายนอก

ไนท์จับมือ เดินพาเขาไปใกล้หน้าเวที ผู้ชมเริ่มหาที่นั่งบนพื้นเพื่อรอการแสดง

“ทศพล”

ทั้งคู่หันไปทางต้นเสียงพร้อมกัน ทศพลหน้าร้อนผ่าวเพราะทศพลที่อีกฝ่ายเรียกคือไนท์

“พี่เขมมาด้วยเหรอครับ”

“ไม่ได้เจอกันนาน สบายดี?” เขาหันมาทางทศพล

“นี่โปเต้ครับ พี่เต้นี่พี่เขม”

พวกเขาทักทายกัน เขมอายุมากกว่าทศพลอย่างเห็นได้ชัด อาจจะมากกว่าอนุวัฒน์ด้วยซ้ำ ทศพลแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นไนท์รู้จักคนที่อายุมากกว่าขนาดนี้ อาจเพราะเป็นขาประจำของ Late Night เหมือนกัน ถึงได้รู้จักกันก็เป็นได้

“พี่เขมพอมีเวลาว่างไหมครับ ผมมีเรื่องอย่างปรึกษา”

“ได้สิ โชว์จบแล้วไปที่ห้องก็ได้”

“ไม่ครับ ที่บาร์ดีกว่า”

เขมปรายตาไปทางทศพล ก่อนหันไปตอบไนท์

“ได้ สั่งเครื่องดื่มให้ด้วย”

“ครับ”

เขมเดินไปยังอีกด้านของเวที ทศพลกำลังจะถามไนท์ แต่ไฟในห้องก็ดับลง ก่อนติดขึ้นมาอีกครั้งเหนือคนสองคนบนเวที ดึงความสนใจของคนทั้งห้องไปยังจุดเดียวกัน

ทศพลไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเผชิญกับอะไร หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความคาดหวัง


 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น