อัปเดตล่าสุด 2021-07-08 12:03:03

ตอนที่ 21 ตอนที่ 22 รสชาติของวานิลลา

         “พี่เต้เคยคิดอยากทำในที่ทำงานไหมครับ”

            ทศพลอับอายจนอยากมุดโต๊ะอาหาร ไม่ใช่เพราะคำถามของไนท์ แต่เป็นปฏิกิริยาตอบสนองของเขาที่พ่นข้าวออกจากปากทันทีที่ได้ยินคำถามนั้น อับอายยิ่งกว่าเมื่อไนท์กลั้นขำแล้วยื่นทิชชูให้เขาเช็ดปาก

            “ขอโทษครับ ต่อไปจะไม่ถามอะไรตอนพี่เคี้ยวข้าวอีกแล้ว มีอะไรอยู่ในปากแบบนั้นคงตอบไม่ได้อยู่ดี”

            ใบหูของทศพลร้อนผ่าวก่อนสมองจะสร้างภาพลามกเข้ามาในหัวด้วยซ้ำ เขารีบดับร้อนด้วยน้ำอัดลมแต่ดันสำลักรอบสองเพราะแก๊สขึ้นจมูก

            “พี่” รอบนี้ไนท์ถึงกับขำไม่ออก รีบส่งทิชชูให้อีกครั้ง

            “ขอบคุณ” ทศพลอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนเลยต้องนั่งปิดหน้าอยู่พักหนึ่ง

            “พี่เต้ยังไม่ตอบคำถามผมเลย”

            “ยังจะเอาคำตอบอีกเหรอ” เขาตอบกลับ พอเห็นรอยยิ้มของไนท์ถึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายแค่หยอก ทศพลเบือนหน้าไปทางอื่นแทน “ได้แค่คิดแหละ”

            ไนท์เลิกคิ้ว ไม่มั่นใจว่าตัวเองได้ยินถูกต้องหรือไม่

            “ทำงานที่เดียวกัน มันต้องมีคิดบ้างแหละ” ทศพลอธิบายไป หน้าแดงไป

            “แต่ไม่อยากทำ”

            “ไม่ทำ”

            “ไม่อยากทำ”

            “ไม่ทำ”

            “อยากทำแต่ไม่ทำ”

            “ไนท์”

            “ครับ พี่”

            ไนท์เป็นแบบนี้เสมอ ต้อนเขาให้จนมุม ทำให้เขาจำนนต่อความคิดของตัวเอง ทำให้เขาเสียวไปทั้งตัวเพียงแค่มอง แค่พูด โดยไม่จำเป็นต้องสัมผัส ปลดเปลื้องเขาออกจากความเขินอาย แล้วโอบกอดตัวตนเปลือยเปล่าของเขาอย่างอ่อนโยน

            “ไม่ทำก็คือไม่ทำ”

            “ครับพี่ เข้าใจแล้ว ได้รู้ว่าพี่อยากก็พอแล้ว คนลามก”

            “ต...ตัวเองก็เหมือนกันแหละ เพราะคิดแบบนั้นถึงได้ถาม ใช่ไหมล่ะ” ทศพลโต้กลับ

            “ผมชอบที่ที่เป็นส่วนตัวแบบไม่มีใครมารบกวนมากกว่าครับ แต่ถ้าพี่ชอบความตื่นเต้นผมก็ทำให้ได้” ไนท์ยิ้มหวานจนน่าหมั่นไส้

            “ไม่คุยด้วยแล้ว” ทศพลยอมแพ้ ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ

            “พี่เต้ใส่มาหรือเปล่าครับ”

            ทศพลหยุดกึก อีกฝ่ายไม่คิดจะให้หัวใจเขาได้พักผ่อนแม้แต่วินาทีเดียว

            “ใส่” เขาวางช้อนส้อมแล้วดื่มน้ำอัดลมตามอย่างระมัดระวัง

            “น่าเสียดาย ถ้าพี่พูดว่าทำผมคงพาพี่ไปตรวจสอบในห้องน้ำ อาจจะช่วยถอดให้เลยด้วยซ้ำ”

            ทศพลรู้ว่ากำลังโดนอีกฝ่ายแกล้ง แถมเขายังขุดหลุมฝังตัวเองด้วยการปฏิเสธไปแล้วเสร็จสรรพ ถ้าคนในที่ทำงานรู้ว่า เขา ทศพล ผู้ช่วยส่วนตัวของ CEO ใส่ Butt plug มาทำงาน แถมยังให้พาร์ทเนอร์ของตัวเองมาถอดออก ใส่เข้าในห้องน้ำที่ทำงาน คงเป็นหัวข้อสนทนาไปเป็นเดือน ๆ หนำซ้ำถ้าอนุวัฒน์รู้ มีหวังโดนไล่ออกข้อหาทำอนาจารแน่

ที่ไนท์ถามมาทั้งหมดก็เพื่อให้เขาเกิดความขัดแย้งในตัวเอง

            เพียงแค่คิดว่าไนท์พาเขาเข้าห้องน้ำสักชั้นที่ปลอดผู้คน ถอดกางเกงแล้วตรวจสอบปลั๊กที่ด้านหลัง เอาออกให้เขา บางทีพอเห็นว่ามันขยายมากพอแล้ว อาจจะทำให้เขาต่อด้วยนิ้ว ไม่ก็...

            แย่แล้ว เห็นภาพซะแล้ว

         “ทศพลคนลามกจะหมดเวลาพักแล้วนะครับ”

            “ง...เงียบไปเลย” ทศพลรวบรวมจานเปล่ากับแก้วน้ำไปเก็บเข้าที่ ไนท์ยิ้มระรื่นเดินตามหลังเขาต้อย ๆ อีกฝ่ายเดินชิดจนรับรู้ได้ถึงไอร้อนจากร่างกาย ทศพลเข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายต้องเดินใกล้ขนาดนั้น หลังได้ยินประโยคถัดมา

            “ก่อนกลับโต๊ะทำงานอย่าลืมไปเอาออกก่อนนะครับ เก่งมากครับ โปเต้”

            ทศพลแนบใบหน้ากับแขนเสื้ออีกฝ่าย ไม่ถึงขั้นทำให้คนรอบข้างสงสัยแต่ก็ทำเอาไนท์ใจเต้นแรงขึ้นมา

            “ขอบคุณครับ นายท่าน”

            ไนท์หยอกทศพลบ่อยก็จริง แต่ในทางกลับกัน ทศพลแทบไม่ต้องทำอะไรมากก็เพิ่มจังหวะการเต้นของหัวใจของเขาได้แล้ว แค่ทำเป็นเอนตัวหาเขา เอียงศีรษะมาทางเขา แอบจับมือ แอบแตะหลัง อะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนั้นสร้างปฏิกิริยาตอบสนองรุนแรงสำหรับเขา

            “พี่เต้”

            “หือ”

            พวกเขายืนห่างจากบรรดาพนักงานบริษัทที่กำลังรอลิฟต์โดยสาร

            “เสาร์นี้ไปเดตกันไหม”

            “เดต?”

            “ครับ เดต มีที่ไหนอยากไปเป็นพิเศษไหมครับ เรา...ไม่ได้ไปเดตด้วยกันเลยตั้งแต่...”

            ทศพลนึกถึงเดตล่าสุดของพวกเขาในวันวาเลนไทน์ ที่เป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของพวกเขาในตอนนี้ เดตครั้งนั้นมีทั้งเรื่องน่าจดจำและอยากให้ลืม นี่เป็นโอกาสดีที่จะสร้างความทรงจำใหม่ร่วมกัน

            “อืม ไป!” ทศพลตอบกลับอย่างร่าเริง

            ไนท์เห็นว่าอีกฝ่ายดีใจถึงขั้นยังกอดแขนเขาแน่น ก็ไม่กล้าทัก ปล่อยให้กอดแขนต่อไปโดยที่เขาได้แต่ยืนหน้าร้อนผ่าวระหว่างรอลิฟต์มาถึง

            บ่ายวันเสาร์ท่ามกลางท้องฟ้าแบบครึ้มฟ้าครึ้มฝน ทศพลยืนรอไนท์อยู่บริเวณทางออกสถานีรถไฟใต้ดิน เขามาถึงก่อนเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง ยืนเล่นเกมในโทรศัพท์รออีกฝ่าย

            “พี่เต้” ไนท์มองเวลาจากนาฬิกาอัจฉริยะที่ข้อมือ พบว่าตัวเองมาก่อนเวลายี่สิบนาที ทศพลมาถึงก่อนเขาอีก

            ทศพลเห็นอีกฝ่ายก็ยิ้มทัก ไนท์ใส่กางเกงขาสั้นกับเสื้อเชิ้ต ยังคงปลดกระดุมหลายเม็ดด้านบนเหมือนเดิมไม่มีผิด ถึงจะชินแล้วแต่ก็ใจเต้นตึกตักทุกครั้งที่เห็น

            “รอนานไหมครับ ขอโทษด้วยครับ”

            “ไม่นาน ผมมาก่อนเวลาเองต่างหาก”

            ทั้งคู่เดินไปทางสวนสาธารณะ ข้างในพลุกพล่านเนื่องจากเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ เสียงหัวเราะของเด็กเล็กดังแว่ว ลมเย็นพัดผ่านเป็นระยะ

            “จะว่าไงดีล่ะครับ อากาศแบบนี้คงไม่ร้อนเกินไปสำหรับปั่นจักรยาน แต่ก็ลุ้นว่าฝนจะตกไหม”

            “ตอนออกจากบ้านแดดยังเปรี้ยงอยู่เลย” ทศพลแหงนหน้ามองท้องฟ้า ได้แต่ภาวนาให้ฝนยังไม่ตก

            หลังจากเช่าจักรยานเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่ก็เริ่มปั่นจักรยานไปตามเส้นทาง ชมต้นไม้ใบหญ้าไปเรื่อย บางจุดก็มีคนยืนถ่ายรูป บางที่ก็มีครอบครัวมานั่งปิกนิก เขาอยู่กรุงเทพฯ มานานแต่ก็ไม่เคยคิดมาสวนสาธารณะเลยสักครั้ง กระทั่งตอนที่ไนท์ชวนไปเดต เขาอยากไปที่อื่นนอกเหนือจากห้างสรรพสินค้า

            “ผมไม่ได้ขี่จักรยานนานแล้ว นึกว่าจะขี่ไม่เป็นแล้วเสียอีก” 

ไนท์พูดขึ้น

            “ของผมล่าสุดน่าจะตอนประถมเลยมั้ง” พอนึกได้ว่าตัวเองไม่ได้ขี่จักรยานมานาน มือที่จับแฮนด์จักรยานก็เริ่มสั่นกึกกักขึ้นมา

            “พี่อย่าล้มนา ผมช่วยไม่ไหวนา” ไนท์แซว “เมื่อกี้เราน่าจะเช่าจักรยานคันเดียวที่ปั่นได้สองคนนะครับ”

            “ฮ่า ๆ” ทศพลแสร้งหัวเราะ ถ้าเช่าจักรยานแบบนั้นมาปั่นกับเพื่อนคงสนุกอยู่หรอก แต่ถ้าต้องปั่นกับไนท์แล้ว...เขาคงได้นั่งหน้าแดงไปตลอดทาง

            ถึงท้องฟ้าจะขมุกขมัวแต่ก็ยังไม่มีเม็ดฝนโปรยลงมา สองหนุ่มปั่นจักรยานท้าลมพลางหยอกล้อกันไปตลอดทาง พวกเขาแวะพักข้างทาง นั่งบนพื้นหญ้าท่ามกลางสีเขียวชอุ่มใต้ท้องฟ้าสีเทา

            ไนท์นั่งข้างทศพล ระยะห่างเพียงไม่กี่เซนติเมตรก็ทำเอาใจเต้นแรง ยิ่งรอบข้างไม่ค่อยมีคน ความคิดของทศพลก็ยิ่งเตลิดเปิดเปิงไปไกล

            “นาน ๆ ทีได้มาสวนสาธารณะก็ดีเหมือนกันนะครับ คราวหน้าผมเตรียมของกินมาดีไหมนะ ปิกนิกริมน้ำ อะไรแบบนั้น”

            “อืม แบบนั้นก็ดี น...ไนท์!

            ทศพลนั่งเกร็งทันทีที่ไนท์ซบไหล่

            “ตื่นเต้นเหรอครับ ไม่เป็นไร ผมก็เป็น” ถ้าไนท์ตื่นเต้นจริง ก็คงปกปิดได้เก่งมาก กระทั่งน้ำเสียงยังฟังดูสงบนิ่ง ทว่าทศพลก็ผ่อนคลายลง เอียงศีรษะเข้าหาอีกฝ่าย

            “แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”

รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของทั้งคู่ พวกเขาเพียงแค่นั่งอยู่อย่างนั้น มองดูธรรมชาติเบื้องหน้า สัมผัสลมเย็นเป็นระยะที่พัดกลิ่นหญ้าหอม ๆ ให้ความผ่อนคลาย

“พี่เต้ เราถ่ายรูปกันไหม”

“สภาพแบบนี้น่ะเหรอ” ต่อให้ไม่มีกระจก ทศพลก็รู้ว่าสภาพหน้าตัวเองเป็นอย่างไร แม้เหงื่อจะแห้งไปเพราะลมหมดแล้วก็ตาม

“ไม่อยากถ่ายรูปด้วยกันเหรอครับ ถ้างั้นก็ไม่เป็นไร”

“ไม่ใช่แบบนั้น” ทศพลรั้งแขนอีกฝ่ายที่กำลังเก็บสมาร์ทโฟน ใส่กระเป๋า ใบหน้าของเขาร้อนผ่าว

ไนท์ยิ้มกว้างพลางถือโทรศัพท์ตัวเองไว้ด้านหน้า ทศพลเห็นหน้าตัวเองผ่านกล้องก็ทำตัวไม่ถูก ยิ้มแข็งทื่อ หน้าตาตื่นจนดูไม่ได้

“ไม่ไหว สภาพดูไม่ได้จริง ๆ นั่นแหละ”

เขามองรูปที่ถ่ายออกมาก่อนจะขอให้ลบ

“พี่เต้ยังเขินเวลาอยู่กับผมอีกเหรอครับ”

ถึงจะเสียดายแต่ไนท์ก็ลบรูปทิ้ง

“ไม่ให้เขินได้ไง” ทศพลพึมพำ

“ทำไงให้พี่หายเขินดีน้า ดูสิ พูดแค่นี้พี่ก็หน้าแดงแล้ว พี่เต้” 

ในที่สุดโรคหน้าแดงก็ลามมาถึงไนท์ เขาถึงกับเบือนหน้าหนี

“แหนะ หน้าแดงเหมือนกันใช่ไหม ไนท์ก็เขินเหมือนกันนั่นแหละ โอ๊ะ!” ทศพลไม่คาดคิดว่าไนท์จะทิ้งตัวลงไปแบบนั้น กลายเป็นเขาสองคนนอนกอดกันกลางพื้นหญ้า ทศพลรีบลุกขึ้นนั่งทันที “ไนท์ เป็นอะไรไหม”

ไนท์นอนยิ้มพลางหยิบเศษหญ้าออกจากแขนทศพล

“ยิ้มอะไรอีก ลุกขึ้นสิ เสื้อเปื้อนหมดแล้ว”

“จูบผมสิ แล้วเดี๋ยวลุก”

“พ...พูดอะไร”

“ตอนนี้ไม่มีแรงเลย จูบผมหน่อยสิ จะได้มีแรง”

“ไม่มีแรงอะไรกัน ลุกขึ้นมาเลยนะ”

ทศพลพยายามดึงอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นยืน แต่ก็ไม่ได้ผล

“อา หมดแรงแล้ว ไม่ไหวแล้ว”

ใครเห็นก็รู้ว่าโกหกชัด ๆ แต่ไนท์ก็ยังนอนนิ่งไม่ขยับไปไหน

“จะไม่ลุกเองจริง ๆ ใช่ไหม ไนท์ไม่ลุกงั้นผมไปแล้วนะ”

“พี่เต้ ทิ้งผมเหรอครับ”

ด...ดูมันอ้อน!

ทศพลเห็นรอยยิ้มซุกซนของไนท์ตอนเขาก้มลงจูบ ริมฝีปากนุ่มละมุนแผ่ไอร้อนไปทั่วร่างกาย ไนท์คว้าหลังศีรษะของเขาไว้เพื่อมอบจูบที่ลึกซึ้งขึ้น ร่างกายของเขาร้อนรุ่มไปหมด ก่อนที่ทุกอย่างจะเกินเลยไปมากกว่านั้น ทศพลก็ตีสีข้างอีกฝ่าย 

“เจ็บครับ ขอโทษครับ” ไนท์ร้องพลางลุกขึ้นนั่งด้วยตัวเอง เห็นทศพลจ้องเขม็งก็ผงกศีรษะลง “ขอโทษค้าบ ไม่แกล้งแล้วค้าบ”

หัวใจของทศพลยังเต้นแรงจนพูดอะไรไม่ออก อยากโมโหอีกฝ่ายแต่ก็โมโหไม่ลงเพราะรู้สึกดีที่ได้จูบ

เมื่อไม่รู้ว่าจะตอบสนองอย่างไร เขาเลยตีแขนอีกฝ่ายไปอีกที

“พี่” ไนท์ร้องอีกครั้ง ทำเสียงงอแงเหมือนเด็ก

“ไปปั่นจักรยานต่อได้แล้ว” ทศพลลุกขึ้นปัดเศษหญ้าตามตัว มองอีกฝ่ายที่กำลังปัดเศษหญ้าเช่นกัน “ขอโทษที่ตี เจ็บหรือเปล่า”

“เบาแบบนั้นไม่รู้สึกหรอกครับ แหนะ พี่ จะตีผมอีกเหรอ” 

ไนท์ยกมือกัน สีหน้าบ่งบอกว่ากำลังสนุก

“ไปเถอะ เดี๋ยวฝนตก”

“คร้าบ” ไนท์อยากถ่ายรูปทศพลไว้สักรูป สองรูป แต่คงต้องรอให้อีกฝ่ายหายเขินแล้วค่อยขอถ่ายรูปใหม่อีกครั้ง

ตอนที่ทศพลลงจากจักรยานเพื่อนำไปคืน อาการปวดขาก็ลามไปทั่ว คนที่แทบไม่ได้ออกกำลังกายอย่างเขามาปั่นจักรยานยาวนานเป็นชั่วโมง ก็ทำเอาล้าจนเกือบยืนไม่ไหว

“พี่เต้หาอะไรกินกันไหมครับ เย็นแล้วด้วย” ไนท์ยืนยืดเส้นยืดสาย ท่าทางเมื่อยล้าไม่แพ้กัน เขามองทศพลก่อนตัดสินใจถามอีกครั้ง “พี่ ถ่ายรูปด้วยกันไม่ได้จริง ๆ เหรอ”

“อยากถ่ายรูปขนาดนั้นเชียว”

“เอาไว้ดูเวลาคิดถึงไง”

“ขนาดทำงานที่เดียวกันเนี่ยนะ” ทศพลไม่ได้ต่อต้านการถ่ายรูปแต่อย่างใด เพียงแค่รู้สึกประดักประเดิดที่ต้องถ่ายรูปคู่ “ถ่ายตรงริมน้ำก็ได้”

“ขอบคุณครับ” ไนท์ยิ้มกว้าง จูงมือทศพลหาตำแหน่งถ่ายรูปทันที

ในบรรดาสิบกว่ารูปที่ไนท์ถ่าย มีเพียงสองรูปที่ผ่านเกณฑ์ของทศพล อีกฝ่ายตั้งเป็นภาพหน้าจอทันที

“ขึ้นจอเลยเหรอ”

“ไม่ได้เหรอครับ”

“ไม่ใช่ไม่ได้” ความสุขของทศพลมากล้นจนเจ้าตัวคิดว่าคืนนี้คงนอนไม่หลับแน่นอน “งั้นผม ถ่ายรูปไนท์เดี่ยว ๆ ไว้ได้ไหม”

“ถ่ายเดี่ยวเหรอครับ” ระหว่างรูปคู่กับรูปเดี่ยว เขากลับอยากได้รูปเดี่ยวของอีกฝ่ายมากกว่า ไนท์ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ “รูปเดี่ยวแบบไหนเหรอครับ ไว้ถึงบ้านแล้วผมส่งให้”

“ไม่ใช่” เขารีบแย้งทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้ระบุสักหน่อยว่าหมายถึงรูปแบบไหน แต่สมองของเขาคิดไปเองเรียบร้อยแล้ว

ไนท์หัวเราะ ทศพลเลยได้รูปบังเอิญของอีกฝ่ายมา

“เฮ้ พี่”

“ดูดีออก” ทศพลหันจอโทรศัพท์ให้ดู

“จริงด้วย ผมนี่หน้าตาดีจริง ๆ” ทศพลถึงกับกระทุ้งศอกใส่ ไนท์ลูบแขนเบา ๆ “ว่าแต่ จะไปกินข้าวที่ไหนดีครับ”

ทศพลไม่ได้ตอบ แผนเดตของเขาวันนี้คือการมาขี่จักรยาน เที่ยวเล่นในสวนสาธารณะ กินมื้อเย็นด้วยกัน แล้วก็ไปต่อกันที่บ้านของไนท์ เขาตั้งใจไว้ว่าจะคุยเรื่องความสัมพันธ์กับไนท์อย่างจริงจัง จะต้องทำให้ไนท์รู้สึกดีกับเขาให้ได้

ไนท์เห็นท่าทางเขินอายของทศพลเลยเสนอขึ้นมาเอง

“ให้ผมทำกับข้าวให้กินไหม”

“เอ๊ะ เดี๋ยวไนท์เหนื่อย” เขาอยากตีปากตัวเองที่ดันปฏิเสธเสียได้

“ไม่เป็นไรครับ ไปกินข้าวบ้านผมเนอะ พรุ่งนี้วันหยุดด้วย”

ทศพลใจเต้นตึกตัก พยักหน้าอย่างช้า ๆ เหลืออีกแค่เรื่องเดียวก็จะทำให้เดตนี้จบลงอย่างสมบูรณ์แบบ


 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น