อัปเดตล่าสุด 2021-06-30 12:09:11

ตอนที่ 18 ตอนที่ 19 เจ้าสาวในคืนเข้าหอ

            สี่ปีก่อน

“สามารถอ่านคำแนะนำหลังผ่าตัดได้ที่โบรชัวร์ตามนี้เลยนะคะ ช่วงนี้ควรใช้ผ้าห่มหรือหมอนข้างกั้นกลางไว้ตอนหลับ อันนี้เป็นน้ำยาป้องกันและฆ่าเชื้อโรคสำหรับทำความสะอาดช่องคลอด วันละ ครั้ง เช้า – เย็น เป็นเวลา เดือน จากนั้นทำความสะอาดวันละครั้งจนถึงหกเดือน สามารถใช้น้ำเกลือล้างแผลได้ ส่วนอันนี้เป็นขี้ผึ้งไว้ทาบริเวณแผลทุกครั้งหลังอาบน้ำ”

            มิรินอ่านโบร์ชัวร์ไปด้วย ฟังพยาบาลที่ดูแลเธอมาตลอด 10 วันไปด้วย

            “ถ้ามีอะไรสามารถเข้ามาพบแพทย์ได้ทุกเมื่อเลยนะคะ”

            “ขอบคุณมากค่ะ”

            “มิรินพร้อมยัง” เจตน์กลับเข้ามาในห้องหลังชำระค่าใช้จ่าย

            “พร้อมค่ะ” เธอสะพายกระเป๋าใบโปรด กล่าวลาพยาบาลแล้วเดินออกจากห้องไปพร้อมกับแฟน

            “เป็นยังไงบ้าง” เจตน์ถามขึ้นตอนที่พวกเขาเดินไปที่จุดจอดรถ

            “พี่ถามมิรินทุกวันเลยนะคะ” เธออมยิ้ม

            “วันนี้ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้วนี่”

            “รู้สึกแปลกเหมือนกันแต่เป็นแปลกในทางที่ดี ขอบคุณนะคะที่ช่วยเรื่องค่าใช้จ่าย”

            “ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอก ผมควรจ่ายทั้งหมดเลยด้วยซ้ำ”

            “ให้เป็นแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ”

            แสงแดดยามกลางวันทิ่มแทงตาทันทีที่รถยนต์มุ่งหน้าสู่ถนน มิรินมองข้างทางราวกับเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก สิบวันก่อนมิรินได้กลายเป็นมิรินในแบบที่เธอปรารถนามาทั้งชีวิต ความเจ็บปวด ความทรมาน การล้อเลียน เสียดสี ถากถาง รอยยิ้มเยาะเย้ยและคำชมแบบไร้ความจริงใจ เธอเผชิญเรื่องเหล่านั้นมาตลอดยี่สิบเจ็ดปีที่มีชีวิตอยู่ เธอได้ยินคำถามมากมายเกี่ยวกับตัวตนของเธอ ได้เห็นสายตาดูถูก สีหน้าผิดหวัง ได้ยินคำปรามาส คำสาปแช่งสารพัด ทุกอย่างนั่นกำลังจะเป็นอดีต เธอตื่นเต้นกับชีวิตหลังจากนี้

            “แบบนี้เราควรฉลองกันนะ” เจตน์พูดขึ้นโดยที่สายตายังจับจ้องออกไปยังท้องถนน

            “หมอบอกว่าจะมีเพศสัมพันธ์ได้หลังผ่าตัดประมาณสองเดือน”

            เจตน์ถึงกับหัวเราะ

            “ผมหมายถึงพามิรินไปกินอะไรอร่อย ๆ ด้วยกันต่างหาก” คู่สนทนาถึงกับเขินหน้าแดงเมื่อเข้าใจผิด เจตน์พูดต่อ “แค่สองเดือนผมรอได้อยู่แล้ว มิรินรอมาหลายปีแล้วต่างหาก ไม่สิ รอมาแทบทั้งชีวิตเลยด้วยซ้ำ อ้าว จู่ ๆ ฝนก็ตก รถติดแน่เลย”

            “ไม่เป็นไร มิรินชอบฝน”

            เธอหันมองหน้าผู้ชายที่ได้รู้จักกันเมื่อสองปีก่อนในเย็นวันฝนตกเหมือนกับตอนนี้ เธอที่กำลังเดินตากฝนกลับบ้านก็ได้พบกับเขาที่กำลังเดินกางร่มกลับบ้านเช่นกัน

            ขอโทษครับ ถ้าไม่รังเกียจ ให้ผมกางร่มไปส่งไหม หรือไม่ก็เอาร่มไปเลยก็ได้ ผมไม่เป็นไร

         พอรู้ว่าอาศัยอยู่ในซอยเดียวกันแต่คนละแยก พวกเขาก็เจอหน้ากันบ่อยขึ้น มิรินตกหลุมรักเขาแต่เธอไม่อาจรักเขาได้ เขาคงคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงและต่อให้เธอคิดแบบนั้นเหมือนกัน ความเป็นจริงเธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงตามบรรทัดฐาน เธอที่ใช้ชีวิตด้วยความมั่นใจ ไม่สนคำพูดจากคนรอบข้างที่เอาแต่ทำร้ายเธอก็หมดความมั่นใจลงเมื่ออยู่ต่อหน้าคนที่ชอบ

            ก่อนที่ความสัมพันธ์ของพวกเขาจะลึกซึ้งขึ้น ก่อนที่เธอจะตกหลุมรักเขาจนถอนตัวไม่ขึ้น มิรินตัดสินใจบอกความจริงกับเขา

            มิรินคงคิดว่าผมจะตกใจแต่ผมกลับไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น ผมรักมิริน ในเมื่อมิรินบอกว่ามิรินเป็นผู้หญิง มิรินก็คือผู้หญิง

            มิรินร้องไห้ตามลำพังอยู่หลายครั้งหลายคราเพราะคำพูดเลวร้ายทั้งหลายจากครอบครัว วันนั้นเป็นอีกวันที่มิรินร้องไห้ แต่น้ำตาพวกนั้นเป็นน้ำตาแห่งความสุข รับฟัง ยอมรับ เข้าใจ เธอขอแค่อย่างใดอย่างหนึ่งก็พอมาทั้งชีวิต ทว่าเขาให้เธอได้ทั้งหมด 

            ผมเองก็มีเรื่องจะสารภาพ

         วันนั้นเป็นวันแรกที่พวกเขาเริ่มต้นความสัมพันธ์กัน ทั้งในฐานะคนรักและในฐานะนาย – ทาส

            “มิรินอยากกินอะไรเหรอ” เสียงของเจตน์เรียกเธอกลับสู่ปัจจุบัน

             “ช่วงนี้มิรินต้องงดอาหารที่กระตุ้นการขับถ่าย” เธอพูดพลางอ่านโบรชัวร์ไปด้วย “ดีนะที่มิรินไม่ค่อยชอบกินผัก ผลไม้”

            “มิรินเป็นเด็กดื้อ” อีกฝ่ายหยอก

            “ที่รักบังคับมิรินไม่ได้นี่คะ หมอสั่งเชียวนะ” เธอหยอกกลับ

            เจตน์ถึงกับส่ายหน้าพลางถอนหายใจ มิรินใจเต้นรัวเพราะน้อยครั้งที่เธอจะท้าทายเขาแบบนี้

            “ช่วงนี้งดเพลย์ไปก่อนดีไหม รอให้ร่างกายมิรินฟื้นฟูก่อน” เขาเห็นหน้ามิรินก็เสริมขึ้น “ไม่ต้องห่วง ไม่ทำมิรินเหงาหรอก”

            “มิรินยังไม่ได้พูดเลยนะ” เธอแย้ง “มิรินอยากให้ผ่านช่วงนี้ไปเร็ว ๆ จัง อยากมีเซ็กส์”

            “ก็เป็นเสียแบบนี้อะนะ ไม่ให้ลงโทษได้ไง”

            “หมอห้ามมิรินมีเพศสัมพันธ์แต่ไม่ได้ห้ามมิริน...” เธอทำมือแทนการพูด

            “เสียใจด้วย” เจตน์ปราม “สองเดือนอาจจะน้อยไปด้วยซ้ำ เผื่อสักสามเดือนดีกว่า”

            “ที่รัก!

            “ที่รักอะไรคะ ที่รักเป็นห่วงมิรินนะคะ” เจตน์หยอกต่อ

            มิรินตัดสินใจหยุดพูดแล้วหันออกไปมองสายฝนด้านนอกแทน

 

            หกสัปดาห์ต่อมา

            มิรินกำลังนั่งดูละครโทรทัศน์ในห้องนั่งเล่น เสียงฝนตกยังดังชัดแม้อยู่ในห้องปิด อากาศเย็นกว่าปกติจนเธอรู้สึกคิดผิดที่เลือกชุดนอนตัวบาง

            เสียงข้อความจากแอปฯ สนทนาดังขึ้น เธอหยิบขึ้นมาอ่านก่อนจะถอนหายใจ

            “เป็นอะไรน่ะ ถอนหายใจดังเชียว” เจตน์เพิ่งอาบน้ำเสร็จ กลิ่นหอมเย็นฟุ้งมาจากร่างกาย ทันทีที่เขานั่งลงบนโซฟา มิรินก็นอนหนุนตัก “มาถึงก็อ้อนเชียวนะ”

            เจตน์หยอกกระพรวนที่ปลอกคอของเธอ ลูบผมเธออย่างทะนุถนอม

            “หางไปไหนแล้วล่ะ เจ็บเหรอ”

            มิรินไถศีรษะกับต้นขาอีกฝ่ายเป็นการปฏิเสธ เจตน์รู้สึกยุบยิบในใจ

            “ไหน ๆ ก็เป็นแมวแล้ว ครางให้ฟังหน่อยสิ”

            “อ๊า~

            “มิรินเป็นแมวนะคะ ครางแบบนั้นได้ไง”

            แมวตัวโตลุกขึ้นนั่งคร่อมผู้ชายตัวใหญ่ ก่อนจะจูบเขาอย่างดูดดื่ม

            “มิริน” เจตน์ปราม สายตามองลงต่ำ “ถ้ามิรินทำมันตั้ง ผมจะลงโทษนะ”

            มิรินชักสีหน้าก่อนจะกลับไปนอนหนุนตักตามเดิม

            “เมื่อกี้ถอนหายใจทำไมเหรอ” เจตน์ถามต่อ

            “เพื่อนสมัยเรียนเชิญไปงานแต่ง”

            “มิรินไม่อยากไปเหรอ”

            “ไม่ได้สนิทกันเท่าไร” เธอตอบ สายตามองจอโทรทัศน์แต่ไม่ได้สนใจกับสิ่งที่ฉายอยู่บนนั้น “ตอนเรียนมหาลัย มิรินไม่มีเพื่อนสนิทหรอก เขาคงชวนตามมารยาท”

            “มิรินอยากจัดงานแต่งงานหรือเปล่า”

            เธอมองหน้าเขาก่อนหันไปมองจอโทรทัศน์ตามเดิม

            “มิรินไม่คิดไปถึงขนาดนั้นหรอก”

            เจตน์กุมมือเธอ รับรู้ได้ถึงสิ่งที่เธอไม่ได้พูดออกมา

            “ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะพูดแบบนี้”

            “อะไรเหรอ” มิรินนอนหงาย สบตากับคนรัก

            “ไม่ใช่ว่าผมคอยนับวันหรอกนะ แต่พอเราสามารถมีอะไรกันได้เมื่อไร ผมจะทำให้มิรินรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าสาวในคืนวันเข้าหอ”

            ใบหน้าของเธอร้อนผ่าว

            “พี่ควรขอบคุณมิรินนะ”

            “เรื่องอะไร”

            “ก็เรื่องเซฟเวิร์ดของพี่”

            “อา ใช่” เจตน์หัวเราะแห้ง โน้มศีรษะลงเข้าหาเธอ

            “มิรินเก่งขนาดไหนถึงห้ามไม่ให้พี่ใช้คำนั้นเป็นเซฟเวิร์ด” เธอยกตัวขึ้นหาเขา

            “ใครจะไปคิดว่าอย่างเราก็วานิลลาเป็น”

มิรินคลี่ยิ้มจังหวะที่อีกฝ่ายแนบริมฝีปากเข้าหา กลิ่นครีมอาบน้ำจากตัวเขาผสานกับร่างกายของเธอ มิรินนั่งตักเขา ดื่มด่ำสัมผัสของกันและกัน ทั้งคู่ส่งสายตาเว้าวอนให้กัน ทว่าต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่าต้องหยุดแต่เพียงเท่านั้น

“จะว่าไป” มิรินพูดขึ้น “ส่วนมากคืนวันเข้าหอเขาก็ต้องนั่งนับเงินจากซองเพื่อจ่ายค่าโรงแรมไม่ใช่เหรอ”

เจตน์ขำลั่น เสียงหัวเราะของพวกเขากลบเสียงฝนจากด้านนอกจนสิ้น

            หลังจากผ่านคืนเข้าหอของมิรินไปแล้ว เธอก็ได้กลับไปที่ Late Night อีกครั้ง สถานบันเทิงเต็มไปด้วยผู้คนคลาคล่ำกำลังออกลีลาอย่างสนุกสนานตามจังหวะเพลง ถัดจากส่วนของบาร์และพื้นที่เต้นไปจะเป็นโซน VIP ที่คืนนี้มีโชว์พิเศษ ทำให้มีคนอยู่เนืองแน่น ทั้งเก้าอี้และโต๊ะโดนจับจองกันเกือบหมด เบื้องหน้าของพวกเขาเป็นห้องกระจก ในนั้นมีเวทียกสูงเล็กน้อยเป็นสถานที่สำหรับจัดการแสดง

            “มิรินยังไม่เคยเข้าไปในห้องนั้นสินะ” เจตน์ไม่จำเป็นต้องถาม มิรินก็เข้าใจเจตนาของเขา สายตาทุกคู่กำลังจับจ้องไปยังห้องกระจก

            “ถ้ามิรินกลัวขึ้นมาล่ะ”

            “ถ้าหากผมปิดตามิรินไว้ตลอดล่ะ” เขามองเธอก่อนจะระบายยิ้มออกมา “ไม่เป็นไร มิรินลองดูการแสดงของวันนี้ก่อนก็ได้ว่ารู้สึกยังไง”

            “คนแสดงเป็นใครเหรอคะ”

            “มิรินรู้จักพี่เขมใช่ไหม ช่วงนี้พี่เขาฝึกซับคนหนึ่งอยู่ แต่เหมือนจะฝึกไปเป็นดอมนะ”

            “ใครเหรอคะ”

            “เห็นว่าชื่อทศพล”

            ไฟในห้องกระจกดับสนิททุกดวง ก่อนจะเปิดเฉพาะไฟเหนือเวที บนนั้นมีผู้ชายคนหนึ่งถูกพันธนาการไว้กับเก้าอี้ ดวงตาของเขาถูกบดบังด้วยที่ปิดตาสีดำ ใส่ที่คาบปากสีดำ นอกจากชุดรัดอกแบบเต็มตัวแล้วก็ไม่มีเสื้อผ้าชิ้นไหนบนร่างกายอีก

            เขมถือแส้หนังเดินขึ้นมาบนเวที

            “ผมอยากให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการแสดงนี้” เสียงของเขมดังขึ้นผ่านลำโพงในห้องรับชม ขณะที่เขากำลังอธิบายให้ผู้ชมฟัง ผู้ชายบนเก้าอี้ก็นั่งตัวตรง สงบนิ่ง แม้แต่บทลงโทษบางอย่างที่เรียกเสียงฮือฮาภายในห้องรับชมก็ไม่ได้ทำให้ผู้ชายคนนั้นไหวติงแม้แต่น้อย

            การแสดงใช้เวลาสี่สิบนาที เป็นสี่สิบนาทีที่ทำมิรินขนลุกไปทั้งตัว ไม่ใช่ขนลุกในทางที่ไม่ดี แต่เป็นบรรยากาศที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน ทุกคนในห้องรับชมก็รู้สึกแบบเดียวกัน ซับคนนั้นรองรับทุกอย่างจากดอม ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างดี มิรินมาทราบจากเจตน์ในตอนหลังว่าการขัดคำสั่งในบางช่วงเป็นบทที่เตรียมมาก่อนแล้วเพื่อให้แสดงบทลงโทษพวกนั้น

            บรรยากาศในโถงรับรองเต็มไปด้วยเสียงพูดคุย แต่ละคนอยากเห็นหน้าซับคนนั้นชัด ๆ มิรินชื่นชมไฟในห้องนั้นเป็นพิเศษที่ปรับเปลี่ยนไปตามการแสดง มีทั้งสว่างจ้า มืดสลัว และสาดไฟส่องเฉพาะจุด ถึงซับคนนั้นจะไม่เห็นอะไรทั้งสิ้นตลอดการแสดง แต่มิรินก็ได้รู้ว่าแสงไฟพวกนั้นช่วยให้ซับผ่อนคลาย ไม่ได้ทำอะไรที่ให้ความรู้สึกโดนดูหมิ่น เหยียดหยามหรืออับอายแต่อย่างใด ทุกอย่างล้วนแล้วแต่อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้แสดงทั้งสิ้น

            “มิรินว่า มิรินน่าจะทำแบบนั้นได้”

            “ขึ้นเวทีแสดงน่ะเหรอ”

            “ค่ะ” เธอตอบชัดถ้อยชัดคำ “ถ้าที่รักอยากขึ้นแสดง มิรินก็ยินดี”

            เจตน์จูบหน้าผากเธอแทนคำขอบคุณ

            เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้งในโถงรับรอง เขมพาซับของเขาเข้ามาในห้อง อีกฝ่ายสวมเสื้อผ้าครบครัน สวมปลอกคอที่เขมเป็นคนถือสายจูง ตาของเขายังมีที่ปิดตาบดบังอยู่ มิรินใส่ที่ปิดตาบ่อย เธอรู้ดีว่าต่อให้ลืมตาก็มองอะไรไม่เห็น ซับคนนั้นต้องเชื่อใจดอมตัวเองมากขนาดปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นคนนำทาง เท่าที่เธอได้ยินจากที่คนในห้องคุย ไม่มีใครเคยเห็นหน้าชัด ๆ ของทศพล

ตอนที่เขาเดินผ่านเธอไป มิรินได้กลิ่นกุหลาบมาจากตัวเขา

เขมขึ้นแสดงพร้อมซับคนเดิมอีกสองครั้งก่อนที่พวกเขาจะยุติสัญญาระหว่างกัน หลังจากนั้นทุกคนก็ได้เห็นหน้าชัด ๆ ของทศพลที่มักนั่งดื่มที่เคาน์เตอร์บาร์ มิรินมีเพื่อนสมัยเรียนชื่อทศพล พอได้เห็นหน้าทศพลคนนั้นชัด ๆ ก็ได้รู้ว่าไม่ใช่คนที่เธอรู้จัก เธอเพียงแค่พยักหน้าทักทายเขาเวลาเดินสวนกัน แต่เขาคุยกับเจตน์เป็นครั้งคราว

การแสดงครั้งแรกของมิรินทำเธอมือไม้สั่น แต่พอได้เข้าซีน ได้ยินเสียงของเจตน์ เธอก็ผ่อนคลาย จากที่ถูกปิดตาเธอก็ขอให้เจตน์เอาที่ปิดตาออก มิรินตื่นเต้นที่ได้เห็นสายตาจากคนในห้องรับชมจ้องมองมาที่เธอ มันทำให้เธอค้นพบด้านใหม่ของตัวเอง

 

ปัจจุบัน

มิรินกลับจากการไปเจอเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เธอนึกไม่ถึงว่าทศพลคนนั้นจะเข้ามาพัวพันกับ BDSM ได้แถมยังอยากรู้อยากเห็นอีกว่า ผู้ชายคนที่ขโมยหัวใจทศพลไปเป็นใครกัน

“กลับมาแล้วเหรอมิริน” เจตน์ทักขึ้น เขากำลังนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ “จริงสิ มิรินได้ยินเรื่องของทศพลหรือยัง”

เธอที่เพิ่งเจอเพื่อนชื่อทศพลมาก็ตกใจก่อนจะนึกได้ว่าอีกฝ่ายหมายถึงทศพลไหน

“มีอะไรเหรอคะ”

“ได้ยินว่ายกเลิกสัญญากับปัถย์แล้ว บาร์เทนเดอร์คนนั้นเห็นทั้งคู่คุยกัน กึ่ง ๆ ทะเลาะแหละเพราะเหมือนปัถย์ไม่อยากยกเลิกสัญญา”

“มิรินไปทำงานเป็นบาร์เทนเดอร์บ้างดีไหมนะ ข่าวไวตลอด” เจตน์หัวเราะ มิรินพูดต่อ “ทำไมยกเลิกล่ะคะ นึกว่าเข้ากันได้ดีซะอีก”

“จากที่บาร์เทนเดอร์เล่า เหมือนว่าทศพลจะไปเจอซับคนใหม่”

“งั้นเหรอ มิรินแอบเสียดายตรงที่เขาไม่ขึ้นเวทีอีกเลยตั้งแต่เป็นดอม”

“กับคนใหม่ก็ไม่แน่นะ”

“ถ้าเป็นแบบนั้นก็ตั้งตารอเลย อ๊ะ แต่พวกเรามีคิวขึ้นเวทีอีกนี่นา” มิรินเดินไปคลอเคลียอีกฝ่าย พอเห็นว่าเขาไม่ห้ามเลยรู้ว่ายุ่มย่ามได้ มือของเธอเลยซนหนักกว่าเดิม “แต่งรูปอะไรอยู่คะถึงได้แข็งขนาดนี้”

“ก็รูปมิรินนั่นแหละ” เจตน์กลืนน้ำลายอึกใหญ่ แถมยังหายใจหนักหน่วง

“แบบนี้มิรินต้องรับผิดชอบซะแล้ว” เธอปรนนิบัติให้เขา พึงพอใจที่ได้สัมผัสเขา “ขึ้นแสดงคราวนี้เป็นแบบไหนดีนะ”

“มิรินติดใจแล้วสินะ”

“ติดใจแล้วล่ะค่ะ”

มิรินมอบความรักให้เขาอย่างลึกซึ้ง ตัวเองยังไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีความสัมพันธ์ที่ยืนยาวได้ขนาดนี้ จากผู้ชายที่เจอกันโดยบังเอิญกลายมาเป็นผู้ชายที่เป็นคู่ชีวิตของเธอ


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น