อัปเดตล่าสุด 2021-06-24 12:24:18

ตอนที่ 17 ตอนที่ 18 ของว่างหลังเที่ยงคืน

“ผมจะวางมือตรงนี้ พี่อยากทำอะไร ทำได้เลย”

            ทศพลยังไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยินแต่เขาก็ไม่กล้าถามซ้ำ เขารับรู้ได้ถึงเจลที่ชโลมทั่วฝ่ามือของอีกฝ่าย ใจหนึ่งอยากขยับ อีกใจหนึ่งก็ลังเล ไนท์ไม่มีทีท่าจะขยับมือเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่คิดจะเพิ่มน้ำหนักหรือบีบแรงขึ้น เพียงแค่วางมือตรงนั้นให้เขาทำตามใจชอบ

            ทศพลลืมตาขึ้นมาในความมืด ทุกอย่างรอบข้างเงียบสงัด เขาแทบไม่ได้ยินเสียงลมหายใจของไนท์ ขณะที่เขาตื่นเต้นจนแทบคลั่ง ไนท์กลับยังสงบได้ตลอดเวลา พอคิดอย่างนั้นแล้วเขาก็อยากทำอะไรสักอย่าง ต่อให้ไม่ได้เห็น แต่ได้ยินเสียงก็ยังดี เขาอยากได้ยินเสียงลมหายใจปั่นป่วนของไนท์สักครั้ง

            เมื่อได้ขยับเอวสักครั้ง ทศพลก็ยั้งตัวเองไม่อยู่อีกต่อไป เขาเสียดสีตัวเองกับมือของอีกฝ่าย ทั้งที่เป็นมือเหมือนกันแต่แตกต่างจากตอนช่วยตัวเองลิบลับ ไนท์ไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำแต่เขากลับเสียวซ่านไปทั้งตัว เขาจิกหมอนแน่นพลางแอ่นกายพาตัวเองเข้าใกล้จุดสูงสุดของความปรารถนา

            เสียงที่ทศพลได้ยินไม่ใช่เสียงหายใจปั่นป่วนของไนท์ แต่เป็นเสียงครางของตัวเองปะปนไปกับเสียงที่เกิดขึ้นจากการเสียดสี หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นทุกขณะ ตรงนั้นของเขาแทบถึงขีดสุด ทศพลรู้ดีว่าเขากำลังไปถึงฝั่งฝัน ไนท์เองก็ทราบเช่นกัน ก่อนที่เขาจะได้เหยียบสรวงสวรรค์ ไนท์ก็ปล่อยมือ

            “...ไนท์...” ปากของเขาสั่นระริก ตรงนั้นเต้นตุบ ๆ อย่างทรมาน ร่างกายทุกส่วนร้อนระอุ เขาลืมตาขึ้นมาในความมืดอีกครั้ง “นายท่าน”

            “ยังครับ” ไนท์พูดขึ้น เขาเช็ดมือตัวเองกับกระดาษเปียก ยังจดจำขนาดและการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี “พี่คงไม่อยากให้มันจบแค่นี้หรอกใช่ไหมครับ”

            “ผมไม่ไหวแล้ว” ทศพลร้องขึ้น เขายังคงยกสะโพกอยู่ในตำแหน่งเดิมแม้ในใจอยากจะเสียดสีตัวเองต่อจนเสร็จก็ตาม

            ไนท์ช้อนปลายคางของทศพลให้หันมาทางตน ใช้นิ้วเกลี่ยริมฝีปากคู่นั้น ยกยิ้มเมื่อเห็นทศพลพยายามจะจูบ

            “เลียสิครับ” เขาพูดขึ้น “เลียให้เหมือนกับมันเป็นตรงนั้นของผม ผมจะได้รู้ว่าควรเลียพี่แบบไหน”

            ทศพลใจเต้นรัว เขาโยนความเก้อเขินทิ้งไปแล้วเลียนิ้วโป้งที่สอดเข้ามาในโพรงปาก จู่ ๆ ทศพลก็นึกถึงคำพูดของเพชรขึ้นมา ถ้าเขาซ้อมกับกล้วยมาก่อนก็ดี ถึงจะเป็นนิ้วแต่เขาก็รู้สึกถึงความรับผิดชอบ ลองผิดลองถูกไปเรื่อย อย่างน้อยเริ่มจากนิ้วก็ดีกว่าของจริง ต่อให้ฟันขูดโดนก็คงไม่เจ็บเท่า

            ไนท์ไม่อาจละสายตาไปจากคนตรงหน้าได้ ถึงใช้มือไม่ได้ มองไม่เห็น แต่ทศพลพยายามอย่างสุดความสามารถ ทั้งดูด ทั้งเลีย จนลมหายใจของเขาติดขัด เขาปรับท่านั่ง เปลี่ยนให้อีกฝ่ายดูดนิ้วชี้ นิ้วกลาง ตามด้วยนิ้วนาง มืออีกข้างมอบสิ่งที่อีกฝ่ายปรารถนาให้

            ทศพลสะท้านวาบตอนที่ไนท์ชักให้

            “อย่าหยุดครับ” เสียงพร่าของไนท์ทำให้ทศพลใช้ปากอีกครั้ง

            ลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ไนท์ดึงมือออกเพื่อให้ตัวเองได้ยินเสียงความสุขสมจากลำคอเซ็กซี่ที่เปล่งเสียงครางได้ไพเราะเสนาะหู

            ทศพลทิ้งตัวนอนไปกับเตียงพร้อมหายใจหอบหนัก ไนท์ปลดกุญแจมือและแกะผ้าปิดตา แสงสว่างส่งผลให้เขาไม่อาจลืมตาได้ทันที เขารอกระทั่งลมหายใจตัวเองกลับเป็นปกติ รอจนความรู้สึกวูบวาบบรรเทาลงจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา

            “เป็นยังไงบ้างครับ” ใบหน้าแสดงความห่วงใยของไนท์ปรากฏสู่สายตา ทศพลคลี่ยิ้มโดยอัตโนมัติ “พอจะลุกไหวไหม ผมตีแรงไปหรือเปล่า”

            ทศพลส่ายหน้า

            “พี่โอเคใช่ไหม”

            “ไนท์” ทศพลหน้าแดงเพราะเสียงแหบแห้งของตัวเอง เขากระแอมก่อนพูดขึ้น “ผมไม่เป็นไร ไนท์ไม่ได้ตีแรงไป ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่เลย”

            “ถ้างั้นพี่รู้สึกยังไง”

            “รู้สึกว่ายังไม่ได้รางวัล”

            ไนท์สบตาอีกฝ่ายก่อนจะระบายยิ้มออกมา เขาโน้มศีรษะเข้าใกล้ จุมพิตลงบนพวงแก้มอย่างแผ่วเบา

            “โปเต้” เสียงทุ้มสะกิดหัวใจคนฟัง

            “โปเต้” รสจูบเติมเต็มส่วนที่ขาดหาย

            “โปเต้” อ้อมกอดถ่ายทอดไออุ่นให้แก่กัน

 

            โปเต้ ไม่เคยมีความสุขเท่าตอนนี้มาก่อน

 

         “ไนท์จะนั่งมองอย่างนี้จริง ๆ เหรอ”

            “ทำไมครับ อยากให้ผมลงแช่อ่างด้วยเหรอ”

            “ป...เปล่า” ทศพลนั่งกอดเข่า นอกจากไนท์จะอุ้มเขามาที่ห้องน้ำแล้ว ยังเตรียมน้ำอุ่นพร้อมบาธบอมบ์ไว้ด้วย กลิ่นกุหลาบอบอวลไปทั่วห้อง

            ไนท์นั่งที่ขอบอ่างพลางวักน้ำเล่น ทศพลลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจถาม

            “ไนท์ ผมถามอะไรหน่อยได้ไหม”

            “ว่าไงครับ”

            “ทำไมไนท์ถึงยกเลิกสัญญากับซับคนเก่าเหรอ ถ้าไม่สะดวกตอบก็ไม่เป็นไร” ทศพลอายจนแทบอยากดำน้ำหนี ทำไมเขาต้องถามถึงคนก่อนด้วยนะ

            “ตอบได้ครับ” ไนท์ระบายยิ้ม จ้องมองฟองในอ่างอย่างไร้จุดหมาย “เพราะรู้สึกมากเกินไป”

            “รู้สึกมากเกินไป” ทศพลทวนคำตอบ เขาค้นพบว่ามีหลายครั้งที่เขาไม่เข้าใจคำตอบของอีกฝ่าย

            “ผมไม่ควรพูดเรื่องของคนอื่น แต่ว่า...” ไนท์เรียบเรียงคำพูดอยู่ในหัว เขาไม่อยากกระทบกระทั่งกับปัถย์แต่ก็ไม่อยากปล่อยให้ทศพลคิดไปเอง “หลังจากเซ็นสัญญากันได้ปีกว่า ผู้ชายคนนั้นก็มีแฟน แล้วเขาก็โดนแฟนทำร้ายร่างกาย”

            ทศพลใจหล่นวาบ

            “ระยะหลังที่เข้าซีนกับเขา เขาขอให้ผมทำรุนแรงขึ้น เขาต้องการหนีจากความเป็นจริง ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยแผลจากผู้ชายคนนั้น สัญญาระหว่างเราระบุชัดเจนว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องการใช้ชีวิตของกันและกัน ผมเลยไม่พูดอะไร แต่มันเริ่มมากเกินไป ซีนที่ควรมีกันแค่สองคนก็เหมือนมีอีกคนอยู่ด้วยตลอดเวลา”

            “ทำไมเขาถึงไม่เลิกกับแฟนล่ะ”

            “พี่คิดเหมือนผมเลย” ไนท์ยิ้มขืน “เขาบอกว่าเขารักผู้ชายคนนั้น บอกว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็นแบบนั้นตลอด บอกว่าผมไม่มีวันเข้าใจเพราะผมไม่เคยมีความรัก แต่ความรักที่ให้คนอื่นมากเกินไปจนเลิกรักตัวเอง มันไม่สมควรเรียกว่าเป็นความรักได้เลย ถึงอย่างนั้นผมจะพูดอะไรได้ ผมไม่ได้รู้จักความรักดีสักหน่อย พี่เต้อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมครับ เดี๋ยวผมทำให้”

            ไนท์เปลี่ยนเรื่องทันที ทศพลรู้ในสิ่งที่อยากรู้แล้วก็ไม่คิดที่จะถามอะไรต่อ

            “ได้หมดเลย เอาที่ไนท์ทำได้สะดวก”

            “ตกลงครับ พี่แช่อ่างเต็มที่เลยนะ ผมเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้แล้ว เจอกันข้างล่างครับ”

            ทศพลนั่งผ่อนคลายในอ่างอาบน้ำพลางเล่นกุหลาบแห้งจากบาธบอมบ์

            พอเสื้อผ้าของไนท์มาอยู่บนตัวของทศพล เขาก็รู้สึกแปลกกับภาพที่สะท้อนอยู่บนกระจก อีกฝ่ายบอกเองว่าไม่ต้องพกเสื้อผ้ามา ทศพลก็เกรงว่าที่ทำงานจะถามถ้าเห็นเขาสะพายกระเป๋าเสื้อผ้าเลยมาตัวเปล่า เสื้อคอกลมดูจะคอกว้างกว่าที่เป็นแถมชายเสื้อยังยาวปิดบั้นท้าย ส่วนบ็อกเซอร์ก็สั้นเสียจนพอใส่กับเสื้อแล้วก็แทบดูไม่ออกว่าใส่หรือไม่ใส่

            “จงใจหรือเปล่านะ ดูไม่น่าเป็นชุดของไนท์ได้เลย” เขาพึมพำอยู่หน้ากระจกก่อนจะเดินลงบันไดไปชั้นล่าง กลิ่นกุหลาบติดตัวแต่ก็เป็นกลิ่นที่ต่างจากกลิ่นบนตัวของไนท์ กระนั้นเขาก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

            ข้าวต้มหมูสับทรงเครื่องส่งกลิ่นหอมฟุ้งก่อนที่ทศพลจะได้เห็นหน้าตาด้วยซ้ำ ไนท์ไม่ใช่แค่ทำอาหารแต่ยังจัดจานได้อย่างสวยงามและมีสีสัน คำถามผุดขึ้นในใจทศพลอีกครั้งแต่เขาไม่กล้าถาม ไม่อยากถาม เขาไม่อยากเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ไม่อยากให้ไนท์เปรียบเทียบคนอื่นกับตัวเอง แต่ความสงสัยก็ยังหาที่แทรกซึมอยู่ในความคิดได้ ไนท์เคยทำแบบนี้ให้คนอื่นหรือเปล่า สิ่งที่อีกฝ่ายทำแตกต่างจากการดูแลซับหรือเปล่า

เขาเป็นแค่ซับคนหนึ่ง หรือเป็นแฟน

มันยากที่จะไม่สงสัย

“เพื่อเป็นการตอบคำถามที่พี่ไม่กล้าถาม ผมไม่เคยทำอาหารให้ซับคนก่อนกิน”

“ร...รู้ได้ไง”

“จะสงสัยมันก็ไม่แปลกหรอกครับ ต่อให้คิดว่าไม่อยากรู้แต่มันก็อยากรู้ ผมว่าการเปรียบเทียบเป็นเรื่องธรรมชาติ มันช่วยไม่ได้ แต่เมื่อไรที่เราเริ่มเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น มันหมายความว่าเราเริ่มไม่มั่นใจในตัวเอง พี่เต้ พี่เป็นซับของผม แล้วก็เป็นแฟนของผมด้วย ถึงผมจะยังใหม่กับอย่างหลังแต่ผมจะพยายาม จะไม่ทำให้พี่ไม่มั่นใจในตัวเองอีก”

คำพูดของไนท์เป็นเหมือนยาบำรุงที่ทำให้หัวใจของทศพลแข็งแรงขึ้น พวกเขาต่างก็เผชิญกับเรื่องแปลกใหม่ด้วยกันทั้งคู่

“ผมก็จะพยายามเหมือนกัน” ทศพลตอบ

ไนท์อมยิ้มก่อนจะลงมือกินข้าวต้ม

“จืดไปไหมครับ ผมไม่ค่อยปรุง”

“ไม่เลย” ทศพลเริ่มรู้สึกว่ารสนิยมเรื่องอาหารของเขาเปลี่ยนไป ปกติเขาชอบใส่เครื่องปรุงจัดจ้าน ระยะหลังเขากลับกินคล้ายไนท์มากขึ้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะไนท์เป็นคนซื้ออาหารกลางวัน แต่ถึงอีกฝ่ายจะถือซองเครื่องปรุงมาด้วย ทศพลก็เลือกที่จะไม่ปรุงโดยที่ยังรู้สึกว่าอาหารอร่อย

“เดี๋ยวก่อนนอนผมทายาให้นะครับ”

“ทายา” ทศพลถามกลับ

“ตรงที่ผมตีไง” ไนท์ใจเต้นรัว ปกติเขาไม่เขินกับเรื่องพวกนี้แท้ ๆ คงเพราะเห็นอีกฝ่ายหน้าแดงแน่ ๆ

“ไม่เป็นไร ไม่เจ็บเลย มัน...มีรอยนิดหน่อย แต่ไม่เจ็บ”

ทศพลต่อว่าตัวเองที่เพิ่งจะมาอายอะไรเอาตอนนี้ อีกฝ่ายเห็นเขาเปลือยมาเป็นชั่วโมงแล้วแท้ ๆ เห็นทุกอย่างของเขาหมดแล้ว ตอนอยู่ในห้องเขาโดนปิดตาเลยไม่รู้สึกเขินอายเลยสักนิด แต่พอมีเวลานั่งทบทวน เขาก็พบว่าตัวเองทำอะไรไปเยอะมาก โดยเฉพาะตอนที่ไนท์ให้เขาทำตามอำเภอใจ

“พี่หน้าแดงไปหมดแล้ว หยุดหน้าแดงที” ไนท์ทักขึ้นเพราะหน้าแดงกำลังกลายเป็นโรคติดต่อ

“เปล่าหน้าแดงสักหน่อย ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” ทศพลตักข้าวต้มใส่ปากแก้เก้อ

“พี่” ไนท์เรียกขึ้น “พี่เขินช้าไปหรือเปล่า เมื่อกี้ไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย”

“อย่าพูดถึง ห้ามพูดถึง ผมอยากระบุในสัญญา ห้ามพูดถึงเรื่องใน Playroom เด็ดขาด”

“ได้ที่ไหนกันพี่”

“ห้ามหัวเราะนะ หยุดหัวเราะเดี๋ยวนี้”

ยิ่งทศพลห้าม ไนท์ก็ยิ่งหยุดยิ้มไม่ได้ เขาเอนตัวเข้าใกล้อีกฝ่ายพลางลูบศีรษะไปด้วย

“ทำไมน่ารักแบบนี้นะ”

“ห...ห้ามพูดว่าน่ารักด้วย” ทศพลรู้สึกเหมือนใบหน้าของเขาสามารถระเบิดได้ทุกเมื่อ พอไนท์จุ๊บหน้าผาก เขาก็รู้สึกเหมือนมีคนจุดพลุฉลองปีใหม่อยู่ในตัว เขาต้องปรามก่อนที่หัวใจจะรับไม่ไหว “พอได้แล้ว”

“ครับผม” ไนท์ล่าถอยแต่โดยดีก่อนพูดต่อ “ผมระบุเรื่องนั้นในสัญญาไม่ได้ เราจำเป็นต้องพูดถึงเพื่อทบทวนแต่ละซีน แต่ละเพลย์ว่าเรายังโอเคกับมันหรืออยากปรับเปลี่ยนอะไร พี่เต้คิดยังไงเหรอครับ”

น้ำเสียงจริงจังของไนท์ทำให้ทศพลจริงจังตาม

“มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แล้วก็...เหมือนกับ...” พอทศพลฉุกคิดกับคำที่จะใช้เขาก็ลังเลขึ้นมา หัวใจของเขาเต้นรัว “ยังทำได้มากกว่านี้อีก”

“ดีแล้วครับ” ไนท์ตอบ “นี่ยังแค่เริ่มต้นเท่านั้น”

ทศพลใจเต้นตึกตัก เริ่มคาดหวังกับอะไรก็ตามที่ไนท์เตรียมไว้ให้

หลังจากมื้ออาหาร ไนท์ก็ชงชามานั่งดื่มด้วยกันพร้อมบิสกิต กลิ่นผลไม้จากชาหอมหวานเข้ากับความกรุบกรอบของขนม การได้นั่งคุยกันหลังจากผ่านเรื่องนั้นมาทำให้ทศพลรู้สึกใกล้ชิดอีกฝ่ายมากขึ้น

“ว่าแต่พี่ใส่ชุดได้พอดีเลยเนอะ” ไนท์ทัก เขาไม่เคยสังเกตมาก่อนว่าทศพลมีช่วงลำคอที่น่าดึงดูด ภาพของคนตรงหน้าใน Playroom ฉายซ้ำในสมองทำเอาเขาหน้าร้อนผ่าว

“พอดีที่ไหนกัน นี่ไม่ใช่ชุดของไนท์ใช่ไหม” เสียงแหวของทศพลเรียกสติเขากลับมา

“ผมซื้อมาให้ครับ คิดว่าน่าจะต้องพี่เสื้อผ้าของพี่ไว้ที่บ้านผมด้วย พรุ่งนี้เราไปซื้อเสื้อผ้ากันไหมครับ จะได้ซื้อแบบที่พี่ชอบ”

“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้” เขารู้สึกเหมือนกำลังย้ายมาอยู่บ้านอีกฝ่ายอย่างไรชอบกล ตอนนั้นเองที่คำถามอย่างหนึ่งผุดขึ้นในสมอง เห็นได้ชัดว่าคืนนี้เขาต้องค้างที่นี่ คำถามคือ “คืนนี้ผมนอนที่ไหนเหรอ”

“ที่ชั้นสามมีห้องนอนสำหรับแขกอยู่ครับ ไม่เคยมีใครใช้มาก่อนแต่ผมเข้าไปทำความสะอาดให้แล้ว” ไนท์ตอบทันที พอเห็นสีหน้าทศพลก็พูดต่อ “ผมคิดว่าถ้าให้พี่นอนห้องผม นอนบนเตียงเดียวกันจะทำให้พี่กดดันเกินไป ปกติเป็นแฟนกันก็ควรนอนเตียงเดียวกันสินะครับ ขอโทษด้วยครับ ผมไม่ทันคิดให้ดี พี่นอนกับผมได้”

“ไม่เป็นไร” ทศพลปฏิเสธทันที น่าแปลกที่คำปฏิเสธส่งผลให้ไนท์รู้สึกโหวงในอก “น...นอนด้วยกันอาจจะเร็วเกินไปก็ได้”

“พี่คิดว่าถ้าเรานอนเตียงเดียวกันแล้วจะเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ” ไนท์แหย่เมื่อเห็นสีหน้าอีกฝ่าย แต่พอทศพลหน้าแดงเพราะทำตัวไม่ถูกดันทำให้เขาเขินตามไปด้วย คนอย่างเขาเขินกับเรื่องพวกนี้ตั้งแต่เมื่อไร

“ผมจะยึดห้องนอนสำหรับแขกเป็นห้องตัวเอง” ทศพลไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังพล่ามอะไรอยู่

ไนท์หัวเราะขึ้นมาเบา ๆ

หลังจากช่วยกันล้างจานเรียบร้อยแล้ว ไนท์พาทศพลขึ้นไปยังชั้นสาม เลี้ยวไปอีกทางของ Playroom ก็จะพบห้องนอนอีกห้อง ทันทีที่ประตูเปิดออก ทศพลก็ได้กลิ่นกุหลาบลอยมา เทียนหอมดับแล้วตั้งอยู่ข้างเตียงบอกที่มาก็กลิ่นได้อย่างชัดเจน ในห้องมีเพียงที่นอนกับตู้เสื้อผ้าและเครื่องปรับอากาศ

“พี่เต้ชอบสีอะไรเหรอครับ”

ทศพลสงสัยแต่พอเห็นผ้าปูที่นอนสีกาแฟก็พอจะเดาได้ว่าทำไมถึงถามอย่างนั้น

“ชอบสีม่วงแต่พวกเฟอร์นิเจอร์หรือผ้าปูที่นอนก็ไม่ได้จำเป็นว่าต้องเป็นสีม่วงหรอกนะ”

“ชอบลาเวนเดอร์เหรอครับ”

ทศพลเขินขึ้นมาเมื่อได้ยินประโยคนั้น เขาใช้โลชันและครีมอาบน้ำกลิ่นลาเวนเดอร์ อีกฝ่ายคงเคยได้กลิ่นเหมือนที่เขาได้กลิ่นกุหลาบ

“ใช่...ส่วนไนท์ชอบกุหลาบ”

“ครับ” อีกฝ่ายยิ้มกว้าง “ห้องน้ำอยู่ข้าง ๆ ถ้าพี่มีอะไรเรียกผมได้เสมอนะ”

“อืม” เขาเพิ่งสังเกตว่าไนท์ยังอยู่ในชุดทำงานด้วยซ้ำ “รีบอาบน้ำเข้านอนล่ะ”

“พี่ก็ด้วย รีบนอนล่ะ ราตรีสวัสดิ์ครับ”

“ราตรีสวัสดิ์”

ทศพลยืนมองประตูที่ปิดลง แอบผิดหวังเล็ก ๆ ที่ได้แค่กล่าวลา

ถ้าพี่ต้องการแบบไหน ยังไง บอกผมได้เสมอ

ทศพลเอื้อมมือไปยังลูกบิด จังหวะนั้นเองประตูก็เปิดออกอีกครั้ง ทั้งคู่ชะงักไปพร้อมกัน

“เออ”

ทั้งสองเอ่ยพร้อมกัน

“พี่เต้มีอะไรเหรอครับ”

“ไนท์มีอะไรเหรอ”

พวกเขาถามพร้อมกัน ความเงียบทำเอาได้ยินเสียงลมจากเครื่องปรับอากาศ

ทศพลไม่กล้าคิดไปเอง อย่างไรก็ตามความกล้าของเขาหายไปพร้อมกับการเห็นหน้าอีกฝ่ายแล้ว

“เออ ผม ไปละครับ คราวหน้าจะเคาะประตูก่อนนะครับ ขอโทษด้วย ฝันดีครับ”

“เออ อืม ผันดี”

ประตูห้องปิดลงอีกครั้ง ต่างฝ่ายต่างถอนหายใจ ยืนพิงประตูด้วยความคิดแบบเดียวกัน

อดขอจูบเลย


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น