อัปเดตล่าสุด 2021-06-09 12:03:20

ตอนที่ 12 ตอนที่ 13 ดื่มให้ลืมเธอ

ความเงียบชวนอึดอัดเหมือนกำลังปิดกั้นช่องทางเดินหายใจของทศพล เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ ที่มั่นใจไปกับอะไรผิด ๆ ต้องเพี้ยนไปแล้วถึงได้คิดเข้าข้างตัวเองแบบนั้น

“พี่...”

“ไนท์ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น” ทศพลแทรกขึ้น แม้แต่หน้าก็ไม่อาจมองได้อีก “ผมก็แค่อยากบอกเพราะงั้นไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องตอบอะไรทั้งนั้น ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น วันนี้ขอบคุณมาก”

เขารีบก้าวเท้ายาว ๆ เดินหนีจากตรงนั้นไปให้เร็วที่สุด ทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นทั้งหมดพังทลายลงเพียงเพราะคำสามคำ เขาไม่น่าพูดออกไปเลย ไม่น่าคิดเองเออเอง ไม่น่าตื่นเต้นกับวันนี้ ไม่น่าเฝ้ารอช่วงเวลานี้

ทศพลหยุดยืนหน้าชานชาลารายล้อมไปด้วยผู้คนมากมาย เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ เสียงที่แสดงออกถึงความสุขพวกนั้นเป็นเหมือนหอกที่ทิ่มแทงเขาจากทุกสารทิศ เขาเป็นคนเดียวที่ยืนตามลำพัง เป็นคนเดียวที่ยืมก้มหน้า เป็นคนเดียวที่กำลังทำทุกวิถีทางไม่ให้ร้องไห้

            ชีวิตนี้เขาคงไม่มีวันลืม สีหน้าลำบากใจของไนท์ในตอนนั้นไปได้

            ทศพลฝืนตัวเองมาตลอดทางกลับบ้านก่อนจะทรุดลงกับพื้นทันทีที่ปิดประตูห้อง

            เขานั่งทบทวนเรื่องราวในอดีตของตัวเอง ทั้งตอนที่อีกฝ่ายชวนไปกินข้าวครั้งแรก ตอนที่ไปเที่ยวด้วยกันในช่วงสุดสัปดาห์ ตอนที่พูดคุยกัน ยิ้มให้กัน หัวเราะให้กัน ทุกอย่างที่เขาคิดว่ามีบางอย่างระหว่างกัน สุดท้ายเป็นเพียงภาพมายาที่เขาสร้างขึ้น เขาเข้าใจความใจดีของอีกฝ่ายเป็นอย่างอื่น หลอกตัวเองว่ามีความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน

เสียงเพลงสายเรียกเข้าดังขึ้น ทำเอาทศพลสะดุ้ง พบว่าทั้งห้องมืดสนิท พระอาทิตย์ตกดินไปนานแล้ว เขาไม่รู้ตัวเลยว่านั่งอยู่ตรงนี้มานานแค่ไหน

ทศพลหยิบมือถือออกจากกระเป๋ากางเกง ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าจอ ไนท์โทรมาหาเขาอย่างนั้นหรือ จะโทรหาเขาไปเพื่ออะไร

ชื่อที่ปรากฏหน้าจอสมาร์ทโฟนไม่ใช่ชื่อของไนท์ แต่เป็นชื่อ บิลลี่

เขาเช็ดคราบน้ำตาออกจากใบหน้า หายใจออกทางปาก คลี่ยิ้มอยู่ตามลำพังก่อนจะกดรับสาย

“ลี่ ว่าไง” ทศพลคิดว่าตัวเองทำได้ดีที่รับโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงร่าเริง

“มึงว่างไหม มาดื่มเป็นเพื่อนกูหน่อย กูไม่อยากอยู่คนเดียว” แค่ได้ยินน้ำเสียง คนฟังก็ถึงกับใจเสีย อีกฝ่ายแทบไม่ต้องอธิบายอะไรเลย ทศพลก็รู้ได้ว่าไม่ใช่เรื่องดี เขาหุบยิ้มแทบทันที บิลลี่ยังพูดต่อ “โทรหาเพชรแล้วแต่มันไม่ว่าง ส่วนคนอื่น...มันมีแค่มึงกับเพชรที่รู้ กูเลย...ช่างเถอะ ขอโทษที่รบกวน”

“ที่ไหน” ทศพลแทรกขึ้นก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดต่อ เขาไม่อยากนั่งฟุ้งซ่านตามลำพังอีก อย่างน้อยได้ออกไปเจอเพื่อนน่าจะทำให้รู้สึกดีขึ้น

ตอนที่ทศพลไปถึงร้านก็เห็นบิลลี่นั่งดื่มอยู่ก่อนแล้ว การแต่งตัวของอีกฝ่ายบ่งบอกว่ามีนัดประกอบกับวันวาเลนไทน์ก็ทำให้เขาเข้าใจอะไรได้ไม่ยาก

“ดื่มไม่รอกันเลย” เขาหยอก พยายามจะเปลี่ยนบรรยากาศอึมครึมรอบตัวบิลลี่

“ปกติมึงไม่ดื่มนี่หว่า ถือว่ามานั่งเฝ้ากูละกัน” พูดจบบิลลี่ก็ดื่มของมึนเมาในแก้วไปอีกอึก

ทศพลเค้นสมองสรรหาคำพูดมาพูดกับอีกฝ่าย แต่เขากลับพูดอะไรไม่ออก เขาไม่เคยเห็นบิลลี่ในสภาพแบบนี้มาก่อน

“เกิดอะไรขึ้นวะ” ทศพลคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายตั้งคำถาม กลายเป็นว่าบิลลี่พูดขึ้นมาก่อน “มึงตาบวม เกิดอะไรขึ้น”

ทศพลรินเหล้าใส่แก้วเปล่าอีกใบ เขาถือมันไว้ตรงหน้า นั่งจ้องอยู่เป็นเวลานานก่อนจะหลับตาปี๋แล้วกระดกไปอึกใหญ่

“มึง” บิลลี่ร้องขึ้น

ทศพลอ้าปากกว้าง คอร้อนจนแทบลุกเป็นไฟ ถึงขั้นน้ำตาไหลออกมา

“ใครให้มึงดื่มแบบนั้นวะ กูผสมให้”

“ก็ลี่ยังดื่มได้” เขาเห็นในหนัง ในซีรีส์ที่พอเหล้าเข้าปากแล้วก็จะพูดอะไรในใจออกมาหมดได้ง่ายขึ้น ใครจะไปคิดว่าความเป็นจริงทำเอาพูดแทบไม่ได้ คงเพราะเขาไม่เคยดื่มอะไรแบบนี้มาก่อน

“กูเรียกมึงมาเป็นเพื่อน ท่าทางมึงก็สภาพแย่ไม่ต่างจากกูเลย” บิลลี่หัวเราะขึ้นเบา ๆ

“เออ อย่างน้อยก็ทำลี่ขำได้ล่ะนะ”

พวกเขานั่งเงียบอยู่อย่างนั้น บิลลี่เพียงแค่มองแก้วเหล้าตรงหน้า ขณะที่ทศพลก็เขี่ยโต๊ะเล่น ท่ามกลางเสียงพูดคุยของลูกค้าคนอื่นในร้าน โต๊ะของเขาเงียบราวกับไม่มีคนอยู่

“คืองี้”

ทั้งคู่พูดขึ้นมาพร้อมกัน

“ลี่ก่อนเถอะ ลี่เป็นคนชวน”

บิลลี่ดื่มเหล้าไปอึกใหญ่ก่อนจะพูดขึ้น

“กู...เพิ่งโดนปฏิเสธมา” ทศพลพอจะเดาได้ตั้งแต่เห็นหน้าอีกฝ่ายเลยไม่ได้ตกใจอย่างที่คาด “มึงจำได้ใช่ไหม คนที่มึงเห็นวันนั้น”

ทศพลพยักหน้า วันนั้นเป็นวันที่เขาไปกับไนท์ เขากำมือแน่น รีบสลัดความสุขในวันนั้นทิ้งไป บิลลี่เล่าต่อ

“เราทำงานที่เดียวกันแต่อยู่คนละแผนกแต่ก็หาเวลามาเจอกันบ่อยขึ้น ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยขึ้น ตกดึกก็โทรศัพท์คุยกันก่อนนอน บางครั้งก็ส่งข้อความคุยกัน แรก ๆ กูไม่กล้าสบตาเขาด้วยซ้ำ แต่เขาทำให้กูสบายใจ กูชอบเวลาได้อยู่กับเขา เวลาที่เขาพูดถึงหนังสือที่ชอบ ตาเขาจะเป็นประกายสวยมาก เวลาที่เขาถูกใจอะไร เขาจะยิ้มกว้าง น่าเอ็นดูมาก กูชอบเขามากขึ้นทุกวัน กูคิดว่าตัวเองน่าจะมีโอกาสเพราะเขาก็ไม่ได้คุยกับใครอื่น เวลากูชวนไปไหนเขาก็ยินดีไปทันที วันนี้กูก็เลยสารภาพรักกับเขา”

บิลลี่กำแก้วเหล้าแน่น ใช้พลังงานทั้งหมดที่มีเพื่อบังคับไม่ให้ตัวเองร้องไห้ ทศพลเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี เขานึกถึงช่วงเวลาที่ใช้ร่วมกันกับไนท์ นึกถึงคำพูดของอีกฝ่าย รอยยิ้มของอีกฝ่าย เขาพยายามอยากหนักเพื่อไม่ให้ร้องไห้ออกมา

“กูพาเขาไปดินเนอร์ ซื้อสร้อยคอให้เป็นของขวัญ สั่งช่อดอกไม้ให้เขา กูสารภาพรักกับเขา แต่เขา...” บิลลี่หยุดพูด ภาพเหตุการณ์ดังกล่าวยังแจ่มชัดในสมอง ความรู้สึกในตอนนั้นยังชัดเจน “เขาบอกว่าเขาไม่เคยรู้สึกแบบนั้นเลย เขาบอกว่าเขาสบายใจที่อยู่กับกู สนุกที่ได้ใช้เวลาไปกับกู แต่เขาไม่ได้รู้สึกแบบนั้นกับกู กูมันโง่จริง ๆ”

บิลลี่พูดจบก็ดื่มไปอีกแล้ว ทศพลที่อดทนมาตลอดก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ปล่อยโฮออกมาไม่ยั้ง

“ถ้าไม่ได้ชอบกันทำไมต้องทำดีแบบนั้นด้วย ทำไมพูดจาเหมือนมีความรู้สึกดี ๆ ด้วย ทำไมต้องนั่งรอหลังเลิกงานดึกดื่นป่านนั้นเพื่อกินข้าวด้วยกัน เพื่อนั่งรถไฟฟ้าขบวนเดียวกัน ทั้งที่ทำถึงขนาดนั้น ทำไมถึงทำสีหน้าลำบากใจตอนบอกชอบด้วย ถ้าลำบากใจขนาดนั้นแล้วมาทำดีด้วยทำไม”

เสียงร้องไห้ของทศพลทำเอารอบข้างหันมอง บิลลี่เข้าใจที่อีกฝ่ายพูดดี เขาผสมเหล้าให้ทศพลดื่ม ต่างฝ่ายต่างระบายทุกอย่างในใจออกมาจนหมด จนคำพูดเริ่มไม่เป็นคำพูด สิ่งที่พูดก็เริ่มไม่เกี่ยวข้องกัน ภาพตรงหน้าเริ่มบิดเบี้ยว ทั้งคู่ต่างก็ฟุบหลับคาโต๊ะไปอย่างไม่รู้ตัว

เพชรตามมาทีหลังเพราะเป็นห่วง ถึงกับถอนหายใจให้กับสภาพเพื่อนทั้งสองคน เขาพยายามปลุกอยู่นานก็ไม่ได้ผล สุดท้ายก็เรียกคิดเงินแล้วหันไปบอกภามให้ช่วยพาเพื่อนขึ้นรถ

“ขอโทษนะพี่ วาเลนไทน์ทั้งทีดันให้พี่มาทำอะไรแบบนี้” เพชรพูดขึ้นหลังพาเพื่อนทั้งสองขึ้นรถได้อย่างปลอดภัย

“ไม่เป็นไร ไม่เห็นจำเป็นต้องแสดงความรักกันแค่เฉพาะวันวาเลนไทน์นี่ วันไหน ๆ ก็แสดงความรักได้ทั้งนั้น พี่ดีใจด้วยซ้ำที่เห็นเพชรเป็นห่วงเพื่อนแบบนี้ พี่รักคนไม่ผิดจริง ๆ”

“พี่ก็” เพชรเขินหน้าแดง หันไปมองเพื่อนทั้งสองที่เบาะหลังแล้วก็ต้องถอนหายใจ เขาพอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับทั้งสองคน เพราะทั้งคู่ต่างก็มาปรึกษาเรื่องความรักกับเขา เขารู้สึกผิดด้วยซ้ำที่คะยั้นคะยอให้ทั้งคู่สารภาพรัก ใครจะไปคิดว่าผลจะออกมาเป็นแบบนี้

ภามจอดรถหน้าที่พักของเพชร ช่วยกันพาเพื่อนทั้งสองคนไปที่ห้องนั่งเล่น

“เนี่ย เพชร พี่ถึงบอกไงว่าให้ย้ายไปอยู่ในที่ ๆ มีลิฟต์” เสียงกร๊อบแกร๊บดังขึ้นเมื่อภามบิดตัว

“ปกติมันเดินขึ้นลงได้สบาย ๆ นี่นา” เขาตอบพลางมองสภาพเพื่อนสองคนบนโซฟา ในที่สุดโซฟารูปตัว ที่ซื้อมาก็มีประโยชน์เสียที

ภามสอดมือจากด้านหลัง กอดเอวเพชรพลางซุกไซ้ซอกคอ

“เราให้แขกนอนที่นี่แล้วสานต่อเดตของเราบนเตียงดีไหม”

“บ...บ้าน่ะพี่ ถ้าสองคนนี้ตื่นขึ้นมาจะทำไง” เพชรสะท้านไปทั้งตัว แผ่นหลังของเขาสัมผัสได้ถึงไอร้อนของอีกฝ่าย

“เมาขนาดนี้ไม่ตื่นมากลางดึกหรอก ไปอาบน้ำกันเถอะ” จูบที่หลังคอของภามทำเอาเพชรอ่อนระทวย เขารู้จักจุดเสียวของอีกฝ่ายดี รู้แล้วด้วยซ้ำว่าเพชรรู้สึกอย่างไรจากการที่อีกฝ่ายเสียดสีร่างกายของเขา

“พี่ไปอาบน้ำก่อน” เพชรเสริมเมื่อภามมองหน้า “ขอเอาหมอนกับผ้าห่มให้เพื่อนก่อน”

“พี่รอนะ” ภามเดินเข้าไปในห้องนอน

เพชรมองสภาพเพื่อนทั้งสองก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง เขาเอาผ้าห่มมาห่มให้ทั้งคู่ เปิดพัดลมก่อนจะเข้าไปในห้องนอน

หลังจากผลัดกันอาบน้ำแล้ว เพชรก็จบเดตของเขาด้วยความรักอันร้อนแรงถึงขั้นทำโคมไฟข้างเตียงตกแตก

 

ทศพลกะพริบตาถี่ มองเพดานห้องที่ไม่คุ้นเคย พอยันตัวลุกขึ้นนั่งก็ร้องครวญครางเพราะปวดหัวจนแทบระเบิด นึกไม่ออกเลยว่าตัวเองอยู่ที่ไหน แล้วมาที่นี่ได้อย่างไร

ไม่จริงน่า เราคงไม่...

ความคิดในแง่ร้ายมากมายประเดประดังเข้ามาในหัวพร้อมกัน

“ตื่นแล้วเหรอ”

“ฮะ!” ทศพลหันไปทางต้นเสียงก็เห็นบิลลี่มองมาจากครัว

“นี่ที่ไหนน่ะ ทำไมเรามาอยู่ที่นี่”

“ห้องของเพชร” อีกฝ่ายตอบ “เพชรเล่าว่าไปที่ร้านมาแล้วก็พาพวกเรากลับมาที่บ้าน”

“เพชรไปไหนแล้วล่ะ” ทศพลมองซ้าย มองขวาก็ไม่เห็นเจ้าของห้อง

“ไปทำงานแล้ว”

“ทำงาน!” เขาร้องลั่น มองหานาฬิกาในห้องก่อนจะล้วงหาโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงตัวเองออกมา “สายแล้ว!

“ช่างเถอะ ลาให้แล้ว” บิลลี่บอก “ตอนเช้ามีคนโทรมาก็เลยบอกไปว่าวันนี้เต้ลาหนึ่งวัน มากินข้าวเถอะ”

ตั้งแต่ทำงานที่นี่มาเขาไม่เคยลาหยุดเลยสักครั้ง พอต้องหยุดด้วยเหตุผลที่ว่าดื่มเหล้าจนเมาไปทำงานไม่ไหวก็รู้สึกแย่ขึ้นมา เมื่อวานเขาไม่น่าดื่มหนักขนาดนั้นเลย แต่พอนึกถึงเมื่อวานก็นึกถึงเหตุผลที่ดื่ม เมื่อนึกถึงเหตุผลที่ทำให้ดื่มก็รู้สึกอยากดื่มอีกรอบ นี่อาจเป็นเหตุผลที่คนมักดื่มเหล้ากันก็เป็นได้

“กินข้าวต้มขาวได้ใช่ไหม”

“ฮะ อื้อ” ทศพลลุกจากโซฟา เดินไปช่วยบิลลี่กางโต๊ะสำหรับกินข้าว

บิลลี่นำจานปลากระป๋องกับยำผักกาดดองมาวางบนโต๊ะ ตักข้าวต้มสองชามขณะที่ทศพลเดินไปหยิบน้ำเปล่า

“น่ากินจัง” ทศพลนั่งลงกับพื้น มองอาหารตรงหน้า

“อาหารกระป๋องทั้งนั้น ถ้าอร่อยก็ไม่ใช่เพราะฝีมือกูหรอก”

“ให้โอกาสชมหน่อยก็ไม่ได้” ทศพลพูดพลางตักข้าวต้มใส่ปาก

หลังจากนั่งกินข้าวไปได้สักพักบิลลี่ก็ถามขึ้น

“เมื่อคืน จำอะไรได้บ้าง”

ทศพลส่ายหน้า

“จำได้แค่ตอนร้องไห้แล้วก็มารู้สึกตัวอีกทีก็ที่โซฟา”

บิลลี่ถอนหายใจ

“ขอโทษที่ชวนมึงออกมากะทันหัน แต่กูดีใจที่มึงมา อย่างน้อยกูก็มีเพื่อนให้คุย”

“เหมือนกัน ขอบใจนะที่เมื่อวานฟังเราบ่นไปเยอะมาก เดี๋ยวคงต้องโทรไปขอบคุณเพชรด้วย”

“นี่ถ้าไม่มีมัน ไม่รู้เลยว่าเราสองคนจะเป็นไง คงโดนเจ้าของร้านไล่ออกจากร้านแน่เลย”

ทศพลหัวเราะ

พวกเขาอยู่บ้านเพชรจนถึงบ่ายก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน ตอนที่โทรศัพท์คุยกับเพชรอีกฝ่ายก็อยากนัดเจอเพื่อเลี้ยงข้าวปลอบใจ

พอกลับถึงบ้าน พอต้องอยู่ตามลำพัง ทศพลก็คิดถึงไนท์อีกครั้ง เขาร้องไห้ออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เขาไม่อยากร้องไห้อีกต่อไปแต่ก็หยุดไม่ได้ ไม่อยากนึกถึงรอยยิ้มของไนท์อีกแต่ก็หยุดไม่ได้ ทศพลทรมานจนแทบหายใจไม่ออก สุดท้ายเขาก็หลับไปบนโซฟา

เสียงเรียกเข้าดังแทรกความฝันบางอย่างที่พอทศพลลืมตาขึ้นมาก็จำอะไรไม่ได้อีก เขาหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกง พอเห็นชื่อไนท์บนจอก็ลังเล

ใจหนึ่งอยากรับเพราะคิดถึง อีกใจไม่อยากรับเพราะโมโห สุดท้ายเขาก็พ่ายแพ้ให้ความคิดถึงแล้วกดรับสาย

“...อืม” นั่นเป็นเสียงเดียวที่ทศพลพูดออกไปได้ในเวลานั้น เขารู้สึกได้ถึงความลังเลจากปลายสาย

“พี่เต้ สบายดีไหมครับ”

“ไม่ จะไปสบายดีได้ยังไง” พอตอบไปแล้วเขากลับรู้สึกเหมือนเป็นพวกขี้แพ้ชวนตี

“ผมมีเรื่องอยากคุยกับพี่ หลังเลิกงานมาเจอกันได้ไหมครับ”

ชั่วพริบตาหนึ่งเขาคิดอยากให้อีกฝ่ายรอเขาเลิกงานทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้ไปทำงาน แต่เขาทำแบบนั้นไม่ลง

“วันนี้ผมไม่ได้ไปทำงาน”

“ถ้างั้นผมไปหาพี่ได้ไหม”

“ไม่” ทศพลไม่ยอมให้อีกฝ่ายเข้าบ้านเขาอย่างเด็ดขาด “มีร้านกาแฟใกล้ ๆ ไปเจอกันที่นั่น เดี๋ยวผมส่งที่อยู่ให้”

“ครับ ขอบคุณครับ”

ทศพลกำโทรศัพท์แน่น สีหน้าเหยเกพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ เขาลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว พร้อมที่จะปิดฉากทุกอย่างลง อย่างน้อยให้รักแรกของเขาจบลงด้วยความเข้าใจก็ยังดี

 

ทศพลมาถึงร้านกาแฟก่อน ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายต้องการคุยอะไรกับเขา ต้องการตอบรับคำสารภาพของเขา หรืออยากปฏิเสธอย่างชัดเจน ไม่ว่าผลจะออกมาทางไหน ในใจเขาเต็มไปด้วยความกังวล

ไม่นานไนท์ก็มาถึงร้าน อีกฝ่ายไม่ได้ไปสั่งเครื่องดื่มที่เคาน์เตอร์แต่ตรงมาหาทศพลทันที เขานั่งลงฝั่งตรงข้าม สายตาอ่อนโยนของเขาทำให้ทศพลเจ็บปวด

“ผมมีเรื่องสำคัญจะบอกพี่”

“เรื่องอะไร” แค่เห็นหน้าอีกฝ่ายเขาก็อยากร้องไห้ออกมาเสียดื้อ ๆ 

“เรื่องเมื่อวาน” หัวใจคนฟังเจ็บแปลบขึ้นมา ไนท์ยังคงพูดต่อ “ผมตอบพี่ทันทีไม่ได้เพราะมีบางอย่างที่พี่ยังไม่รู้เกี่ยวกับผม”

ไนท์หยิบซองเอกสารออกจากกระเป๋า เขาวางมันบนโต๊ะ ลังเลที่จะยื่นให้อีกฝ่าย

“ผมไม่รู้ว่าพี่จะมีปฏิกิริยาอย่างไรแต่ผมไม่อยากให้พี่ชอบผมโดยที่ไม่รู้เรื่องนี้”

ทศพลรับซองเอกสารจากอีกฝ่าย มือของเขาสั่นเล็กน้อย หัวใจเต้นรัว ทั้งกลัว ทั้งกังวล และไม่ใช่แค่เขาที่รู้สึกแบบนั้น สีหน้าของไนท์แสดงความกังวลออกมาอย่างชัดเจน ทศพลไม่อาจคาดเดาได้ว่ามีอะไรอยู่ในซองเอกสารนั้น เขาเห็นหัวข้อที่อยู่บนกระดาษใบแรก

 

สัญญาความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครอง (Dominate) และผู้ยอมจำนน (submissive)

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น